ความโชคดีอย่างสูงสุด
ความโชคดีอย่างสูงสุด
กว่าที่ลูกเณรจะมานั่งตรงนี้ อยู่ในชุดนักรบกองทัพธรรมมันยากนะ ยากมาก แต่บางทีเราก็ไม่รู้ตัวของเราว่ามันยากขนาดไหน คิดดูว่าคนทั่วโลกตั้งหลายพันล้านคน โอกาสจะเป็นอย่างนี้มีไม่กี่คน แม้ที่อยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์ก็เยอะ แต่โอกาสที่จะได้รู้เรื่องเป้าหมายชีวิตก็น้อย ยิ่งเป้าหมายว่าถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นคือจุดสูงสุด ยิ่งไม่ค่อยมี
สิ่งนี้ถ้าหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ไม่บังเกิดขึ้น เราจะไม่มีวันรู้เลย เพราะฉะนั้นเราเกิดมาในยุคของผู้มีบุญ เพราะเราได้สั่งสมบุญมาอย่างดี จึงมาได้ยินได้ฟัง เมื่อโอกาสนี้มาถึงแล้ว ถ้าเราปล่อยให้หลุดไป น่าเสียดาย เพราะฉะนั้น คำว่า “ลาสิกขา” ไม่ควรมีอยู่ในใจของลูกเณร อย่าให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเราอยู่ในภาวะอันสูงสุดแล้ว ไม่ควรจะถอยหลังไปอยู่ในภาวะที่ต่ำกว่า
เพศนี้เป็นเพศสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ อย่าว่าแต่ชีวิตมนุษย์เลย แม้ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้งสามนี้ เพศนี้ ภาวะนี้ เครื่องนุ่งห่มชุดนี้เป็นชุดสุดท้าย ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง ชุดนี้สำคัญที่สุด ถ้าใครยังไม่มีผ้าสีนี้ เครื่องนุ่งห่มชุดนี้ ยังต้องเดินทางอีกยาวนานทีเดียว เพราะฉะนั้นลูกเณรต้องนึกบ่อยๆ จะได้เกิดความรู้สึกปีติ ภูมิใจในภาวะที่เราเป็นอยู่ในขณะนี้
เทวดาก็หมดโอกาส พรหม อรูปพรหม ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย เปรต อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉานไม่ต้องพูด ต้องเอาสัตว์ที่ไม่มีประมาณที่เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้งสามมาดู แล้วเราถึงจะปีติ มองดูภพภูมิต่างๆ ของสัตว์โลก สรรพสัตว์ทั้งหลาย เห็นภพทั้งสามเหมือนเราดูของในห้องอย่างนี้ เมื่อนั้นจะมีความปีติยิ่งกว่านี้อีก แล้วตอนนั้นเราจะรู้แจ้งและซาบซึ้งว่า ภาพนี้ เครื่องนุ่งห่มชุดนี้ คือชุดที่สำคัญที่สุด ชุดสุดท้ายที่จะไปสู่ที่หมายปลายทาง ต้องรักษาหวงแหนชุดนี้ไว้ให้ดี ดังนั้นอย่ามีความคิดในใจที่คิดจะเปลี่ยนแปลงชุดเป็นอันขาด
เส้นทางที่ต้องต่อสู้
เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ต้องต่อสู้ ต้องอดทนอดกลั้นตลอด สิ่งที่หนักหนาสาหัสของเราก็มีเรื่องความกำหนัดยินดีในกาม อันนี้เป็นหลัก เบื่อหน่ายต่อความยากลำบาก เพราะติดความสะดวกสบาย ติดความเพลิน หรือกระทบกระทั่งกัน น้อยอกน้อยใจ อย่าให้ความรู้สึกชนิดนี้มาขวางหนทางอันยิ่งใหญ่ที่เราจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมเป็นเด็ดขาด
เพราะฉะนั้น ให้ลูกดูว่า อะไรที่เป็นข้าศึกต่อเพศนี้ หรือต่อเป้าหมายของเรา ต้องเอาชนะให้ได้ ใจอย่าไปยอมแพ้ เมื่อสิ่งนั้นมากระทบทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายอยากจะลาออกจากเพศนี้ดีกว่า นั่นแหละให้รู้ไว้เลยว่า เราต้องเอาชนะให้ได้ว่า “ข้าไม่เชื่อเอ็ง ข้าเชื่อพระพุทธเจ้า” อารมณ์นั้นจะอยู่กับเราไม่นาน ชั่ววูบเท่านั้นเอง เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวก็หมดเวลา
ตอนสมัยหลวงพ่อเริ่มเรียนธรรมะใหม่ๆ จะมีความรู้สึกว่าไม่อยากให้ทุกวินาทีผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ อยากสร้างบุญสร้างบารมีให้เกิดขึ้นทุกวันเลย อยากให้ธรรมะก้าวหน้า คิดอย่างนี้ทุกวัน คิดแล้วมีความสุข มีปีติ มีความเบิกบานใจ ลูกเณรคิดอย่างนี้บ้างสิจ๊ะ เราจะมีความสุข และมีกำลังใจเข้มแข็งเบิกบาน
เพราะฉะนั้น คำว่า “ลาสิกขา” อย่าให้มีอยู่ในใจลูกเณรทุกรูป ใครมีรีบไปลบ ไปขีด ไปฆ่าเสีย ฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย คอขาดบาดตาย คำนี้ไม่ท่องเด็ดขาดนะ คิดแต่ว่า ทำอย่างไรจะศึกษา มันคนละศึกนะ ส-เสือ เป็น ศ-ค ศึกษาวิชชาธรรมกายให้แจ่มแจ้ง ให้เป็นที่พึ่งของเขาได้
วิชาทางโลก
ญาติโยมเขาไม่ถามหรอกว่า ศาสตร์โน้น ศาสตร์นี้เป็นอย่างไร รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์วิทยาศาสตร์ ไม่เห็นถามเลย หรือบางทีเขามาหาหลวงพ่อถามว่า บุญบาปมีจริงไหม ชีวิตคืออะไร อะไรคือเป้าหมายของชีวิต เพราะฉะนั้นตลอดชีวิตการเป็นนักบวชของหลวงพ่อ เจอแต่สิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น ดังนั้นลูกเณรอย่าไปวิตกกังวลว่า เราไม่มีความรู้ปริญญาตรี โท เอก อย่าไปคิดอย่างนั้น ให้มีความภูมิใจว่าเรามียิ่งกว่านั้น
ปริญญาตรี โท เอก ดอกเตอร์ เป็นแค่กิ่งและแขนงของวิชาความรู้เท่านั้นเอง เรียนเอาไว้เลี้ยงชีพ คำว่า “เรียนเอาไว้เลี้ยงชีพ” หมายความว่า เรียนจบดอกเตอร์มา ไปทำงานเขาก็ได้เงินเดือน พอได้เงินเดือนก็มาเลี้ยงชีวิต หมดไปอีกเดือน เดือนหน้าก็ทำใหม่ เพราะฉะนั้นแม้จบดอกเตอร์หากไม่รู้จักการสร้างบารมี ก็ไม่ต่างกับคนขายขนมครก ขายก๋วยเตี๋ยว เพราะขายขนมครก ขายก๋วยเตี๋ยวก็ได้เงินเดือน จบดอกเตอร์หรือนายพลทั้งหลายเขาก็ได้เงินเดือนเหมือนกัน ก็ได้แค่นี้เอง หลวงพ่อไม่เห็นว่าจะแตกต่างกันตรงไหน
แต่มีอะไรที่เหนือไปกว่านั้นบ้าง ชีวิตของลูกเณรนั่นแหละ เราก็มีความเป็นอยู่ไปเดือนๆ หนึ่งเหมือนกัน วันละบาตร เดือนหนึ่ง ๓๐ บาตรถูกที่สุดเลย แต่เรายังเข้าไปถึงความรู้อันยิ่งใหญ่มหาศาล ความรู้ที่ช่วยทั้งตัวเองได้ ช่วยทั้งคนอื่นก็ได้ ช่วยโลกก็ได้ ช่วยหมดทั้งภพก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่าไปยินดีในสิ่งที่ชาวโลกเขามีกัน ให้ยินดีในสิ่งที่เรามี แต่เขาไม่มี ให้ยินดีตรงนี้ แล้วมุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมให้ได้คิดอย่างนี้ทุกวันนะลูกนะ
ถ้อยคำสุดท้าย
ถ้อยคำสุดท้าย ประโยคสุดท้ายของมวลมนุษย์ ของเทวดา พรหม อรูปพรหม ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด เมื่อถึงคราวยุติการเกิด ถึงที่สุดแห่งธรรมแล้วคือ “สัมมา อะระหัง” พอพูดแล้ว หยุดแล้ว ไม่กระวนกระวาย ไม่เดินทางต่อ กิจอย่างอื่นไม่ต้องมีอีกแล้ว
ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ
นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ
ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจจำต้องทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว
เพราะฉะนั้น คำสุดท้ายคือ สัมมา อะระหัง หลังจากที่พูดโน่น พูดนี่ พูดให้ใจกระเพื่อมสารพัด
เมื่อภาวนา “สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อยๆ พอใจหยุด คำภาวนาจะหายไป สัมมา อะระหัง เป็นประดุจยวดยานพาหนะที่ส่งใจถึงฝั่ง คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ต่อจากนี้ไปเดินทางเส้นทางสายกลางอริยมรรคโดยปลอดภัยถึงที่หมาย นี่คือถ้อยคำสุดท้าย เพราะฉะนั้น อย่าถอยหลังไปเริ่มต้นใหม่ ในขณะที่เขากำลังเพลินเพราะความไม่รู้ แต่เรากำลังเพลินด้วยความรู้ นั่งสงบนิ่งประดุจเสาเขื่อนอินทขีล เมื่อรู้แล้ว เห็นแล้ว เข้าถึงแล้ว สามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้ว หน้าที่ต่อไปคือนำธรรมะไปสั่งสอนชาวโลก ให้เขาได้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด คือพระรัตนตรัยภายในเช่นเดียวกับลูกเณรนะลูกนะ
ดอกบัวมีกลิ่นดี พึงเกิดในกองหยากเยื่อ
อันบุคคลทิ้งแล้วใกล้ทางใหญ่
ดอกบัวนั้น พึงเป็นที่ชอบใจ ฉันใด
สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อบุคคลเป็นดังกองหยากเยื่อเกิดแล้ว
ย่อมไพโรจน์ล่วงปุถุชนผู้มืดทั้งหลาย
ด้วยปัญญา ฉันนั้น
ขุ.ธ.(บาลี) ๒๕/๑๔/๒๒
วันศุกร์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙