ขุมทรัพย์จากคำสอน
(ม้วน 1/A)
พระสุธัมโม : กราบนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่ง เป็นสรณะอันประเสริฐ อันสูงสุดของพวกเราทั้งหลาย กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ ผู้ที่มีอายุกาลพรรษาแก่กว่ากระผม นมัสการเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ทุกท่าน (สาธุ)
วันนี้ก็เป็นโอกาสดีอีกวันหนึ่ง นับตั้งแต่ที่ได้มีโอกาสได้กลับมาจากการปฏิบัติศาสนกิจที่ต่างประเทศ เนื่องในโอกาสที่ได้มาร่วมในพิธีบำเพ็ญการกุศลเมื่อประมาณเดือนกันยายน ก็ได้มีโอกาสได้รำลึกนึกถึงพระคุณของคุณยายอาจารย์ และได้มีโอกาสได้น้อมนำคุณธรรมของท่าน ได้มาแสดงบรรยายได้อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็กลับไปปฏิบัติศาสนกิจต่อ ในช่วงนี้ก็มีโอกาสได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงได้มีโอกาสได้มาบรรยายในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ถึงจะอยู่ไกลแต่ก็เหมือนอยู่ใกล้ เพราะใจของเรานั้นระลึกนึกถึงคุณยายอาจารย์ตลอดเวลา อย่างที่หลวงพี่ได้เคยได้เจริญพรบอกหมู่คณะพวกเราทุกๆ ท่าน ตลอดทุกครั้งที่ได้ทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ไปบรรยายธรรมในที่ใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือการน้อมนำปฏิปทาคุณธรรมและบารมีธรรมของคุณยายอาจารย์ไปแสดงอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศออสเตรเลีย ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เมตตา คณะกรรมการบริหารของวัดได้เมตตาให้ไปปฏิบัตินั้น ก็ได้พยายามน้อมนำเอาสิ่งที่คุณยายอาจารย์ของเราได้ปูพื้นฐาน แล้วก็เป็นแบบแผนมาตลอด
สิ่งที่ได้นึกถึงท่านนั้น เมื่อนึกถึงครั้งใดเราก็มีความปีติใจ เพราะคำของท่านได้กล่าวไว้ว่า จำคำของคุณยายไว้นะ สิ่งที่คุณยายสอน สิ่งที่คุณยายบอกพวกเราเมื่อครั้งตั้งแต่ที่อาตมายังเป็นอุบาสกฝึกฝนตัวเอง จนกระทั่งเป็นพระก็ตาม คุณยายท่านย้ำเสมอเลยว่า ให้จำไว้นะต่อไปจะเป็นสมบัติ เราจะได้เอาไปใช้ และภายภาคหน้าจะได้เอาตัวรอดได้
การไปเผยแผ่ที่ประเทศออสเตรเลียนั้น สิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มอบหมาย ท่านได้ให้นโยบายว่าสิ่งที่ท่านมีความปรารถนา คุณยายอาจารย์มีความปรารถนา พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำมีความตั้งใจเป็นปณิธาน คือการขยายวิชชาธรรมกายออกไปทั่วโลก ในปัจจุบันนี้สิ่งที่พวกเราได้สืบทอดมโนปณิธาน อุดมการณ์ของท่าน หลายๆ ท่านก็ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ ในทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย ในภาคพื้นประเทศต่างๆ ส่วนอาตมาก็ได้ไปที่ประเทศออสเตรเลีย
สิ่งนี้แหละเป็นจริงอย่างที่ท่านว่าไว้เลย เพราะในขณะที่เราไปใหม่ๆ ในสถานที่ที่แตกต่างจากดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ วัฒนธรรม ภาษา บุคคล ไม่เหมือนกับหมู่คณะของพวกเรา แต่จุดเริ่มต้นที่เราจะทำให้ได้นั้นก็ดูจากที่คุณยายอาจารย์แหละ ที่ท่านได้สืบสานวิชชาธรรมกาย ตั้งใจที่จะเผยแผ่สืบทอดต่อจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ และท่านก็เริ่มต้นจากที่บ้านหลังเล็ก คือบ้านกัลยาณมิตรหลังที่ ๑
ทีนี้เมื่อไปปฏิบัติศาสนกิจอย่างนั้น หลวงพี่ถึงได้นึกถึงโอวาทของท่าน สมบัติที่ท่านได้มอบให้ และยังกล่าวได้ว่าน่าจะเป็นขุมทรัพย์ เป็นขุมทรัพย์อันมหาศาลทีเดียว เพราะคุณยายท่านบอกว่าถ้าหากเราไปเผยแผ่ ไปตั้งหลักตั้งฐานที่ใด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตัวของเรา ตัวของเราจะต้องทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ ให้เอาธรรมะไปเผยแผ่ ต้องให้เป็นธรรมะจริงๆ อย่าให้มีสิ่งปนเป็น ธรรมะที่เอาไปอวด ไปเพ่ง ไปแสดงภูมิรู้ไปเลอะๆ เทอะๆ และต้อง วัดให้สะอาด ทำสถานที่ของเราให้สะอาด
หลวงพี่ก็ได้น้อมนำสิ่งเหล่านี้ไปในเบื้องต้น เราก็ได้ไปอยู่บ้านหลังเล็กๆ เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม แต่ชื่อนั้นใหญ่ เพราะว่าเป็นสาขาของสภาธรรมกายสากลแห่งประเทศไทย ก็คือที่นี่ ที่โน่นเราก็ใช้ชื่อว่าสภาธรรมกายสากลแห่งประเทศออสเตรเลีย ไปครั้งแรกๆ เรายังมีหมู่คณะที่เมื่อครั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ เป็นลูกหลานคุณยาย ที่ประพฤติปฏิบัติธรรมที่นี่ ไปศึกษาต่อ ไปทำงาน ก็ได้มาเจอะมาเจอกัน ก็มีกันเพียงไม่กี่คน ประมาณสัก ๒-๓ คน แต่ ๒-๓ คนนั้นพวกเราก็น้อมนำสิ่งที่คุณยายท่านได้ปูพื้นฐาน ถึงบ้านจะหลังเล็ก แต่ทำบ้านนั้นให้อบอุ่น มีบรรยากาศของความเป็นกัลยาณมิตร
เหมือนอย่างที่หลวงพี่เข้าวัดครั้งแรกที่บ้านธรรมประสิทธิ์ พบคุณยายอาจารย์ ท่านก็ได้ให้ความเมตตาทีเดียว การทักทาย การปฏิสันถาร การเอาใจใส่ ให้ความเมตตา ให้เวลาแก่เรา เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้สถานที่ที่นั่น ก็ทำอย่างที่คุณยาย แล้วก็เอาแบบแผนที่คุณยายสืบทอดต่อ ถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปประพฤติปฏิบัติ เหมือนยกวัฒนธรรมของที่นี่ไปถึงที่นั่นทีเดียว
สิ่งที่เราไปที่ประเทศออสเตรเลีย ถ้าหากจะพูดไปแล้วนี่ เราเพิ่งก้าวตามหลังเขา ที่เมืองประเทศออสเตรเลียนั้นมีวัฒนธรรมที่ดีอยู่อย่างหนึ่ง คือเปิดโอกาส เปิดโอกาสให้กับทุกๆ ศาสนา ทุกๆ นิกายได้มีโอกาสได้เผยแพร่คำสอนความเชื่อถือของตนได้อย่างอิสระ และก็ไม่มีการดูถูกรังเกียจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสอันดีของเราทีเดียว
เพราะฉะนั้นเมื่อไปใหม่ๆ สิ่งที่เราทำก็คือทำตามอย่างที่คุณยายอาจารย์ได้ให้สมบัติ ได้ให้คำสอน นั่นก็คือเราก็หมั่น ในหมู่คณะของพวกเราก็ตั้งอกตั้งใจ เราตั้งใจที่น้อมนำวัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ แล้วก็หลักวิชชา คือวัดของเรา วัดพระธรรมกายนั้นที่ใครๆ รู้จัก สิ่งสำคัญที่สุดก็เรื่องธรรมปฏิบัติ
อันที่ ๒ ก็คือการอบรมเรื่องเยาวชน อาตมา หลวงพี่ไปถึงที่นั่นก็เช่นกัน พอเราก็เริ่ม ถึงเราจะไปทีหลังเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เอาแบบแผน เอาสมบัติของคุณยาย ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปวางพื้นฐาน ก็ปรากฏว่าก็เป็นที่ต้องอัธยาศัย คนที่รักการประพฤติปฏิบัติธรรม คนที่ชอบความเป็นระเบียบแบบแผน คนที่รอคอยสิ่งเหล่านี้มีอยู่ ก็ค่อยๆ ทยอยกันเข้ามา เราก็ตั้งใจ แล้วก็ทุกครั้งทีเดียวก็จะพูดถึงเราเป็นใคร เป็นลูกศิษย์ของใคร ครูบาอาจารย์ของเรานั้นมีคุณธรรมอย่างไร มีปฏิปทาอย่างไร หลวงพี่ก็จะเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เล่าเรื่องคุณยายอาจารย์ของเรา เล่าเรื่องพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และหมู่คณะของเราที่นี่
และก็ไปบอกเขาตลอดเลยว่าเราไปที่นี่ เพื่อที่นำสิ่งที่ดี นำความปรารถนาดี นำวิชาชีวิต เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านให้นโยบายว่าเราไปนี่ เนื่องจากที่นั่นมีความเชื่อแตกต่างหลากหลาย แต่ธรรมะของเรานั้น เป็นของที่ทรงคุณค่า แล้วก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด ภาษาใด เผ่าพันธุ์ใด
ก็ปรากฏว่ามีผู้ที่มีความเชื่อถือในศาสนาอื่นๆ ก็มาประพฤติปฏิบัติ บางคนก็มีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้นับถืออะไร เป็นคนที่ยังว่างๆ แต่ก็สนใจเรื่องการปฏิบัติธรรม พอได้มีโอกาสได้เล่าปฏิปทาของคุณยายอาจารย์ หลายๆ คน โดยเฉพาะที่เป็นสุภาพสตรี รู้สึกกระตือรือร้น รู้สึกประทับใจ จนกระทั่งในปี ๒๕๔๒ ๒ ปีที่ผ่านมา ที่สหประชาชาติได้กล่าวไว้ว่าในปีนี้นี่เป็นปีแห่งการยกย่องบุคคลผู้สูงอายุ พวกลูกศิษย์ที่เป็นฝรั่งหลายๆ คนก็ลงมติกันทีเดียวบอก อืม ที่เห็นคุณธรรมแล้วนี่ ผู้มีอายุ ซึ่งวัยของคุณยายนี่ตอนนั้นก็คือ ๙๐ ทุกคนมีความศรัทธาก็เลยแปล แปลประวัติของคุณยายอาจารย์ของเรา แล้วก็พิมพ์ออกเป็นนิวสเลทเตอร์ เผยแพร่ออกไป ขยายออกไป แล้วก็ให้ทุกๆ คนได้รู้จักประวัติคุณธรรมของยายได้กว้างขวางขึ้น
นี่ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบารมีธรรมของคุณยายอาจารย์ คุณธรรมของท่านนั้นเป็นสิ่งที่ขจรขจายและหอมหวนทวนลมทีเดียว ก็เลยได้ขยายกว้างออกไป จากวันนั้นถึงวันนี้ในประเทศออสเตรเลีย ถ้าได้มาที่ศูนย์ของเราแล้ว ถ้าไม่รู้จักคุณยายเป็นไม่มีเลย เพราะสิ่งนี้พูดได้อย่างเต็มปาก แล้วก็มีหลายครอบครัวทีเดียวที่เอาคุณธรรม การรักความสะอาดของคุณยายนั้นไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม หลายๆ บ้านที่นโยบายพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้เปิดบ้านกัลยาณมิตร แล้วก็ทำให้ได้ หลายๆ แห่ง พอเราไปแล้วนี่ สังเกตได้หลายๆ คนก็น้อมนำสิ่งที่คุณยายบอก ถ้าหากบ้านสะอาด ความเป็นสิริเป็นมงคลก็จะพึงมีบังเกิดขึ้น สมบัติก็คงจะสมบัติ ไม่มีวิบัติเข้ามา หลายๆ บ้านก็เริ่มพัฒนา เริ่มทำความสะอาดกันใหญ่ และก็เป็นสถานที่ที่ต่อไปก็นิมนต์พระอาจารย์ได้ไปประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วก็เปิดบ้านกัลยาณมิตร
สิ่งนี้ก็เลยทำให้เราได้เดินตามแบบแผนของคุณยายอาจารย์ ทำให้งานของเราก็ขยายไปได้อย่างเรื่อยๆ จนในที่สุดพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็มีความตั้งใจว่าเออ อย่างน้อยๆ ไปให้มันครบทุกรัฐ ไปให้มันครบรัฐ ที่นั่นมีอยู่ ๘ รัฐ แต่ ๘ รัฐในพื้นที่ของเนื้อที่ของประเทศนั้น บางรัฐถ้าหากเราขับรถไปจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก ต้องใช้เวลาขับอย่างต่อเนื่อง พักนิดๆ หน่อยๆ ก็คือ ๓ วัน ๓ คืน แต่ ๓ วัน ๓ คืนนั้น แล้วนึกถึงการเผยแผ่ การสืบทอดวิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้สละชีวิตค้นพบ ได้มอบหมายให้คุณยายอาจารย์สืบสานต่อ ได้สืบทอดมาถึงพวกเราทุกวันนี้ และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ก็ทำให้มีกำลังใจที่จะไป
ในระหว่างที่นั่งรถไป หนทางนั้นไกล ก็นึกถึงคำคุณยายอยู่ สมัยเป็นอุบาสก พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเมตตาว่า เอ้า เราต้องฝึกงานทุกๆ อย่าง หลวงพี่ยังขับรถไม่เป็น พอเข้าวัดได้อายุ ๒๒ ก็มาหัดขับรถ เริ่มต้นก็ที่วัดพระธรรมกาย สมัยที่เป็นศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ก็เพราะว่าหลวงพี่พระครูปลัดวันชัยท่านได้ถึงคิวที่จะบรรพชาอุปสมบท เพราะสมัยนั้นอุบาสกยังมีน้อย ก็คือเรียกว่าเราก็ต้องเป็นน้องเล็กที่รับช่วงแทน ก็เลยได้หัดขับรถ คุณยายอาจารย์ท่านบอกเสมอเลยว่าเออ ต้องรู้จักทีเดียวนะ ขับรถขับราให้มีสติ การจะไปไหนมาไหนเดินทางไกล ต้องนึกถึงบุญ จะขับรถนี่ไม่ใช่ว่าเราสามารถขับได้อย่างปลอดภัย ไม่ไปชนใคร แต่ที่ดีแล้วนี่ต้องนอกจากไม่ชนใครแล้ว ต้องอย่าให้ใครมาชนเราด้วย
เพราะฉะนั้นจะเดินทางไกลก็นึกถึงคำของท่าน นึกถึงว่าเออ จะไปไหนมาไหน ให้นึกถึงท่านอยู่ในกลาง นึกถึงท่าน นึกถึงท่านตรึกอยู่ในบุญ นึกถึงคำสอน แล้วก็บอกสารถีแก้วเสมอๆ ว่าเออ ชีวิตของเรานั้นเกิดมาสร้างบารมีนะ คุณยายท่านเคยสอนไว้ จะไปไหนมาไหนขับรถขับรา ให้มีสติ แล้วก็ระมัดระวัง อย่าไปชนใคร แล้วก็อย่าให้ใครมาชน
ที่โน่นเขามีระเบียบมีวินัยดีในเรื่องการขับรถ ในเรื่องการใช้กฎจราจร เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้นก็จะน้อย แต่ถ้าหากเราประมาทก็มีเหมือนกัน เพราะการเดินทางไกลไปเผยแพร่นี่ ถึงแม้จะไม่มีรถผ่านมาก็ตาม แต่สิ่งที่เจอะเจอและคอยเป็นเพื่อนสารถีแก้วนี่บางคืนบางวัน ที่ ๓ วัน ๓ คืนนี่ เรานับได้จิงโจ้วิ่งผ่านคืนหนึ่ง ๒๐๐ กว่าตัว พอนึกก็อันตรายเหมือนกัน ก็จึงคอยเตือนสติ เอาคำสอนของคุณยายไปบอกหมู่คณะในการเดินทางไปทำหน้าที่เผยแผ่
แต่สิ่งที่ได้สมบัติของท่านนั้นไปเรื่อยๆ ก็มานึกถึงสมัยที่ท่านเริ่มต้นจากการที่เราเริ่มสร้างวัด คุณยายท่านบอกว่าถ้าหากเรามีบุญ ถ้าหากเรามีบุญ เรามีความบริสุทธิ์ใจ เราก็จะมีสมบัติ มีโอกาสใช้สมบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการที่จะสร้างบารมีเผยแผ่ธรรมะให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ตอนที่ไปในตอนนั้นเราก็นึกถึงเออ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอกไว้ ให้เอาแบบแผนของคุณยาย
อาตมาไปครั้งแรกในช่วงนั้นจำได้ ไปกัน ๔ ท่าน มีหลวงพี่ฐานวุฑโฒ พระอาจารย์สมชาย หลวงพี่สัมมาปุญโญ หลวงพี่บัณฑิต วรปุญโญ แล้วก็หลวงพี่ได้ไปประชุมที่วัดหนานเจี๋ยน ก็คือของท่านต้าซือ ต้าซือซิงหวิน ซึ่งเป็นวัดพี่วัดน้องของเรา อย่างเมื่อกี้ที่บอกนะว่าการเผยแผ่ของเรานั้น เราจะก้าวไปตามหลังเขา เพราะพระพุทธศาสนานั้นเข้าไปในประเทศออสเตรเลียนั้น เข้ามาร้อยห้าสิบปี แต่เป็นการเข้าแบบพิธีกรรม ความเชื่อถือของคนจีน ของคนศรีลังกา ที่ไปใช้แรงงาน แต่มีพระเข้าไป ก็ในช่วงประมาณ ๕๐ ปี ๕๐ ปีที่ผ่านมามีวัดแรกที่ตั้งที่ซิดนีย์ที่ภูเขาบลูเม้าเท้น รัฐนิวเซาท์เวล เป็นพระมาเลเซีย
แต่ต่อมานี่มีพระภิกษุสงฆ์ไทยฝ่ายธรรมยุต แต่เดิมนี่สมเด็จธีฯ วัดจักรวรรดิ ท่านไปก่อน แต่ว่าไปแล้วไม่ได้ปักหลัก กลับมา แต่สายของฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ไปแล้วก็ปักหลักเมื่อ ๒๖ ปีที่ผ่านมา ก็เริ่มต้นจนกระทั่งปัจจุบันมีวัดทางสายธรรมยุตอยู่ในซิดนีย์ถึง ๔ วัด มีวัดเขมร วัดลาว วัดเวียดนาม วัดจีน วัดอะไรต่างๆ รวมๆ แล้ว ๓๒ วัด ของเราเพิ่งไปรวมสิริที่ไปจริงๆ ตั้งคณะตั้งเป็นหลักเป็นฐานก็เพิ่งย่างเข้าปีที่ ๓
และในปีที่ ๓ นั้น ความที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้มอบหมายนโยบายปณิธาน แล้วก็ให้ดูแบบแผน แล้วก็ตอกย้ำว่าต้องเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ทั่วทั้งทวีป แล้วก็ให้น้อมนำปฏิปทาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ของคุณยายอาจารย์ไป ให้ไปให้เร็วที่สุดคือครบทุกรัฐให้เร็วที่สุด เพราะงั้นพอไป ๒ ปีนี่ ย่าง ๒ ปี ไปครั้งแรกที่ไปครั้งแรก เราก็ได้ปัจจัยบูชาธรรม ๑,๒๐๐ กว่าเหรียญ แล้วก็ไม่เอากลับมาเลย ฝากญาติโยมไว้ บอกว่าเอาเก็บไว้นะ จะมาสร้างศูนย์ปฏิบัติ เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะให้มาเผยแผ่ที่นี่
ก็เริ่มต้นอย่างนี้ก็เลยนึกถึงว่าเออ คุณยายอาจารย์ท่านเริ่มต้นจาก ๓,๒๐๐ บาท แต่ของเรานั้นรุ่นลูกรุ่นหลานศิษย์ ได้ตั้ง ๑,๒๐๐ เหรียญ เอา ๒๕ คูณ ก็ได้มากทีเดียว จากนั้นก็ได้เริ่มค่อยๆ ทำงาน แต่ก็ ๒ ปีกว่า ก็ปรากฏว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกให้ไปให้มันครบทุกรัฐ เราก็ทำกันได้ ไปได้ครบทุกรัฐเลย แต่การไปครบทุกรัฐนั้น บางรัฐมีบ้านกัลยาณมิตรอยู่หลังเดียว แต่ให้ไปตามนโยบายไว้ก่อนว่าให้ไปปลูกฝังคุณธรรมกัลยาณมิตรให้ได้ ก่อนที่มาฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ในปีที่ผ่านมาในเดือนเมษา ในปัจจุบันนี้เราก็เลยทำได้ครบทุกรัฐ
และที่สำคัญ โอกาสได้เปิดของเราอีก คุณยายอาจารย์ท่านก็ปรารภในเรื่องนี้ตั้งแต่หลวงพี่เป็นอุบาสก ท่านบอกเลยว่าอีกหน่อยวิชชาธรรมกายก็จะขยายไปทั่วโลกเหมือนอย่างที่คุณยายท่านบอก ว่าคุณยายจะต้องสร้างวัด มีร้อยต้องเลี้ยงได้ทั้งร้อย มีพันเลี้ยงได้ทั้งพัน มีเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน ต้องเลี้ยงให้ได้ทั้งล้าน ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา พวกเราก็คงจะประจักษ์กันได้ดี และสิ่งที่ท่านได้ให้โอกาสกับพวกเราเสมอเลยในการสร้างบุญใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่หลวงพี่ได้นึกถึงอย่างนี้แล้ว การไปทำหน้าที่ที่ต่างประเทศ สิ่งนี้แหละที่เรานึกถึงแบบแผนของครูบาอาจารย์ตลอดเวลา แล้วก็เป็นอัศจรรย์ ว่างานในแต่ละงานที่ทำก็สามารถลุล่วงแล้วก็ผ่านไปได้
งานในการที่เราทำนั้นก็ถือแบบแผนมาตลอดเลย จากคนที่มาจากน้อยๆ ๑๐ คน ๒๐ คนอะไรต่างๆ นี่ ที่วัดเราก็จะเริ่มต้นด้วยการปฏิบัติธรรม ไม่ว่าเราจะทำอะไรต่างๆ จะประกอบพิธีอะไรก็ตาม ทอดผ้าป่า บำเพ็ญบุญใดๆ ก็ตาม ก็จะเอาแบบแผนของหมู่คณะพวกเราไปทำที่นั่น ทุกๆ คนก็เลยบอกว่าเออ ถึงแม้หมู่คณะพวกเราจะไปทีหลัง แต่ก็อย่างน้อยได้มีสิ่งหนึ่งที่เขาสมหวัง คือมาแล้วนี่ ไม่ใช่ว่ามาวัดแล้วเป็นที่สมาคมหรือที่สังสรรค์ พูดกันไปเรื่อย เดี๋ยวเรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องโลก เรื่อง ก็พูดง่ายๆ ก็คือเอาเรื่องชาวบ้าน เรื่องทางโลก เรื่องคนนั้นเรื่องคนนี้วิพากษ์วิจารณ์กันไป แต่พอมาที่เราแล้วนี่ สิ่งที่วัดพระธรรมกายที่นี่ทำอย่างไร หลวงพี่ก็ได้น้อมนำเอาไปทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นทุกๆ คนมาแล้วจึงไม่มีเรื่องราวที่จะมาพูดมาคุย มาพูดกันแล้วทำให้ร้อนใจ มีแต่ว่าเป็นเรื่องบุญล้วนๆ
ก็ปรากฏว่าแบบแผนนี้ใน ๒ ปี นี้จึงค่อยๆ เป็นแบบเป็นแผนกันอย่างต่อเนื่องมา เพราะงั้นการเผยแผ่ และสิ่งที่คุณยายท่านให้สมบัติไว้ เราได้น้อมนำไปประพฤติไปปฏิบัติ ก็จึงทำให้งานค่อยๆ ขยายไป และการขยายไปนั้น ในปัจจุบันนี้ไม่เพียงแต่ชาวไทย ชาวลาวเท่านั้น แต่ก็มีชาวต่างประเทศได้มาประพฤติปฏิบัติ
ชาวต่างประเทศมาใหม่ๆ เขาไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมแล้วก็ประเพณีแบบพวกเรา การจะนั่งบนพื้นราบ การจะนั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ แต่พอเอารูปแบบแผนให้ดู และสิ่งที่เขาได้เห็นคุณยายอาจารย์ของเรา รูปที่นั่งสมาธิที่มีปฏิทิน วันนี้ลูกหลานยายนั่งสมาธิกันหรือยัง แล้วก็เห็นรูปแบบแผนของพวกเรา เขาก็ค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ ปฏิบัติ และด้วยความศรัทธาของคุณยายอาจารย์นี่แหละ หลายๆ คนจึงมีความตั้งใจได้ประพฤติปฏิบัติ แล้วก็ปฏิบัติ แล้วก็ไปชวนคนอื่น ชวนคนอื่นมาเรื่อยๆ
จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ สิ่งที่พวกเราได้เผยแผ่นั้น ไม่เพียงแต่เผยแผ่เฉพาะชาวไทย ชาวลาว หรือกลุ่มชาวพุทธเท่านั้น แต่เรายังมีโอกาส มีโอกาสได้ไปสอนหนังสือ สอนหนังสือในโรงเรียนรัฐบาลระดับประถมก่อนในช่วงปีแรก เขาเปิดโอกาส ก็เป็นโอกาสที่ดีทีเดียวที่เขากำลังขาดแคลน ขาดแคลนครูสอนพระพุทธศาสนา ก็ปรากฏว่าคุณแกรมราย ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ทราบประวัติ แล้วก็ได้เมตตาได้ให้หลวงพี่มอบพระมหาสิริราชธาตุในปี ๒๕๔๑ น่ะนะ ในปลายปีเดือนตุลาคม ที่ได้มีการถ่ายทอด ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกให้มอบให้เขา
คุณแกรมรายนั้นเป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิดเลย แต่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา แล้วก็เห็นแบบแผนที่วัดเรา จึงได้เอ่ยปากขอมายังพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็ขอมายังพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะที่ว่าอยากได้พระไปสอน อยากได้หมู่คณะของเราไปช่วยสอนพระพุทธศาสนา โอกาสของการเผยแผ่ของวิชชาธรรมกายก็จึงเป็นโอกาสอันดีทีเดียว เราก็ได้สอนมาตลอด ๒ ปี ในปีนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีอีก คุณแกรมเห็นความตั้งใจของหมู่คณะของพวกเรา เลยมอบหมายความไว้วางใจให้กลุ่มคณะของพวกเราเป็นผู้รับผิดชอบในการสอนพระพุทธศาสนา ทั้งระดับประถมและระดับมัธยมเลย
ในปัจจุบันนี้ในช่วงเวลา ๒ ปีที่ผ่านมานี่ งานของการเผยแผ่วิชชาธรรมกายก็ควบคู่ไปกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในออสเตรเลียได้อย่างเหมาะเจาะพอดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มานึกถึงว่าสิ่งที่คุณยายท่านได้อบรมฝึกฝนหลวงพี่และหมู่คณะมาตลอด เมื่อถึงคราวแล้วนี่ ที่ท่านบอกว่ามันจะได้เป็นสมบัติติดตัวเราไป ไปภายภาคหน้าเราจะได้เอาตัวรอดได้บ้าง หลวงพี่นั้นมีความระลึกถึงเสมอ แล้วก็คิดอยู่เสมอว่าที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ บุคคลใดไม่มีศีล สมาธิ ปัญญา มีใจที่หวั่นไหวไม่มั่นคง มีความเกียจคร้าน แม้มีชีวิตอยู่เป็นร้อยปี ก็หาเป็นชีวิตที่ประเสริฐไม่ แต่บุคคลใดที่มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว แต่ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา มีใจมั่นคง มีความเพียร ปรารภเหตุแห่งการสั่งสมบุญบารมีเสมอแล้ว ชีวิตแม้เพียงวันเดียวนั้นย่อมประเสริฐ
แต่ถ้าหากเรามานึกถึงคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของพวกเรา หลวงพี่นึกถึงครั้งใดจะมีความปีติและภาคภูมิใจเสมอ ชีวิตของท่านนั้นล่วงมาถึง ๙๒ ปี นับตั้งแต่วัยเด็ก เป็นชีวิตที่ท่านฝึกฝนตัวเองของท่านมาตลอด แม้ชาติกำเนิดจะอยู่ในตระกูลชาวนา ท่านไม่รู้หนังสือ แต่ด้วยความอุตสาหะ ด้วยความรักในธรรมะ ด้วยใจที่เด็ดเดี่ยว ด้วยความกตัญญูของท่านที่มีต่อบิดามารดา หรือครูบาอาจารย์ ทำให้ท่านจึงมุ่งมั่นเข้ามาเรียนวิชชาธรรมกาย และชีวิตของท่านนั้น ตลอดที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านได้เป็นแบบแผนอย่างที่พวกเรานี่พูดไปแล้ว พระอาจารย์ต่างๆ ที่มาพูดมาคุยในคุณธรรมของท่านนี่ หลวงพี่อยู่ที่นั่นก็ได้ติดตามสม่ำเสมอ มีน้องๆ พวกเรา พระอาจารย์ที่นี่ก็ได้ส่งเทปให้ฟัง หลวงพี่ก็ยังไม่เห็นคุณธรรมหรือความดีของท่านนี่จะกล่าวได้หมดเลย ใช่ บางท่านอาจจะประทับใจในสิ่งที่เหมือนกัน แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เหมือนเลย เพราะคุณยายท่านมีอย่างมากมาย เป็นขุมทรัพย์ทีเดียว
สมัยที่หลวงพี่เป็นอุบาสก ได้สังเกตแล้วก็มีความประทับใจอย่างมากๆ ก็ดูจากที่คุณยายท่านวางตัวได้อย่างพอเหมาะพอดี คุณยายนั้นเป็นครูบาอาจารย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ว่าได้ ถึงพวกเราจนกระทั่งทุกวันนี้ แต่ด้วยเพศภาวะของท่านที่เป็นอุบาสิกา ท่านครองเพศอุบาสิกาถือศีล ๘ ท่านจะวางตัวที่พอเหมาะพอดี ยกตัวอย่างได้ชัดก็คือกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย สิ่งที่ท่านได้สืบสานมโนปณิธานของหลวงพ่อวัดปากน้ำมา แล้วก็มาสอนต่อ มอบความรู้ให้อย่างต่อเนื่องกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะนี่ ท่านจะคอยประคับประคอง แล้วก็เอาใจใส่ (หมด 1/A)
(ม้วน 1/B)
ที่จากปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายของเรานี้ หลวงพี่เมื่อครั้งนั้นได้ดูอยู่ตลอดเวลา คือสิ่งที่คุณยายท่านไม่ใช่สอนอย่างเดียวแต่ท่านทำให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย ท่านจะคอยเอาใจใส่ แล้วก็เหมือนกับคอยดูแล อุปัฏฐากสอนลูกหลาน สอนพวกหลวงพี่
อย่างยกตัวอย่างได้ง่ายๆ ความเอาใจใส่กับพระภิกษุทุกๆ รูปในเรื่องอาหาร การขบฉัน อย่างที่หลวงพี่เคยพูดอยู่เสมอๆ ว่าท่านเป็นผู้ที่เอาใจใส่ แล้วก็คอยดูแล คอยกำกับสืบเนื่องมาจนกระทั่งทุกวันนี้ที่ท่านได้ถ่ายทอดต่อเนื่องมาจนถึงพระอาจารย์คือหลวงพี่อิทธิจินตโก หลวงพี่หมูของเรานั้นน่ะ
แต่สิ่งที่สมัยก่อนนั้น คุณยายท่านจะมาทุกเช้าเลย ทุกเช้า ต้องมาดูแล มาเอาใจใส่ ขาดเหลือสิ่งใดท่านก็จะคอยดู ท่านบอกกองทัพเดินด้วยท้อง กองทัพธรรมก็เช่นกัน ความพร้อมของเสบียง ของหมู่คณะนี่เป็นสิ่งสำคัญ และสิ่งที่ท่านดูแลเอาใจใส่ลึกซึ้งไปกว่านั้นก็คือเมื่อสมัยก่อนๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อสุขภาพเรื่องท้องก็ดี อาจจะมีสิ่งนี้ คุณยายท่านจะคอยดูแลเรื่องอาหาร ก็จะต้องมีอาหารที่พอเหมาะพอดี แล้วก็ ที่จริงแล้วนี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อนี่ท่านง่ายๆ ความเป็นอยู่ที่สมัยก่อนๆ นั้น ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ นี่ สมัยที่หลวงพี่ขับรถไปส่งท่าน ไปวัดปากน้ำ ไปทำธุระนี่ พอถึงเวลาฉันเพลนี่ ท่านจะง่ายๆ เลย ท่านก็ให้ไปดูแล เราก็จะรู้ทีเดียว ท่านฉันอย่างเช่นข้าวผัด ฉันก๋วยเตี๋ยวราดหน้า หรือบางครั้งก็ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวน้ำ แล้วก็มีกล้วย ผลไม้ที่ฉัน
แต่คุณยายท่านจะคอยกำชับ และคอยเน้นย้ำอยู่เสมอ เมื่อเราคอยไปเป็นผู้อุปัฏฐาก ไปวัดปากน้ำ หรือไปที่ใดก็ตาม ท่านก็จะคอยดูแล ให้ดูให้ดี เรื่องระบบท้อง ระบบสุขภาพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และสิ่งที่ท่านก็สอน สอนเรื่องการรู้จักความประณีตของการใช้สอยเครื่องอัฐบริขารของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ สมัยก่อนคุณยายท่านจะซักให้ดูเลย ซักให้ดู ซักจีวร การพับการเก็บ การทำอะไรต่างๆ นี่ท่านซักให้ดู พับให้เห็นแล้วก็สอน เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเรียนรู้แล้วก็เอาใจใส่ในสิ่งที่ท่านได้ให้สมบัติต่อสิ่งเหล่านี้ เป็นบุญของเรา
คุณยายท่านดูไปยิ่งกว่านั้นอีก เราจะเห็นในการวางตัวของท่าน ท่านเป็นครูบาอาจารย์ เป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รวมหมู่คณะของพวกเราให้มาสร้างบุญสร้างบารมีได้อย่างผาสุกมาทุกวันนี้นี่ แต่พอการเอาใจใส่ การปฏิบัติ ท่านกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อนี่ ท่านจะวางได้พอเหมาะพอดี ทั้งการพูด ทั้งการวางตัว ทั้งการที่จะทำอะไรต่างๆ นี่ ท่านให้เกียรติ
ซึ่งเราก็ดูกลับไปว่าแล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อล่ะ ท่านวางตัวอย่างไร ท่านก็ให้ความรัก ความเคารพนับถือคุณยายเป็นครูบาอาจารย์ คุณยายท่านก็ได้ให้ความยกย่องในฐานะที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นผู้นำ เป็นเจ้าอาวาส เป็นผู้รวมหมู่คณะ และเมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อมีอายุกาลพรรษามากขึ้นเป็นพระเถระอะไรต่างๆ คุณยายท่านก็วางตัวได้อย่างพอเหมาะพอดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่ก็ทำให้ก็เกิดรู้สึก เกิดความประทับใจ แล้วก็เป็นแบบแผนทีเดียว ในความที่คุณยายท่านเป็นผู้มีคุณธรรม ทั้งที่บารมีธรรมของท่านนั้นเต็มเปี่ยม
ทีนี้ เรามาดูขั้นต่อไปอีกว่าสิ่งที่คุณยายพูดอยู่เสมอๆ เลยว่าถ้าหากเราจะทำอะไรให้สำเร็จนั้น เราต้องมีบุญมากๆ ให้มีบุญมากๆ บุญโต เหมือนโตเท่าภูเขานี่ ถ้าใครจะทำอะไร ก็จะทำเราไม่ได้ เพราะงั้นถ้าหากเรามีบุญมาก สั่งสมบุญไว้เถอะ ให้นึกถึงบุญ หาบุญได้ ใช้บุญให้เป็น สั่งสมบุญไว้มากๆ แล้วนี่ หากมีอะไรมันก็จะทำได้อย่างสำเร็จ
สมัยก่อนท่านมอบหมายให้ไปติดต่องาน ติดต่องานแล้วเราก็มีความรู้สึกเชื่อมั่นนะฮะ ว่าถ้าท่านให้ไปให้ทำแล้วนี่ จะต้องทำได้ เมื่อสมัยครั้งนั้นนี่การสร้างโบสถ์ อุโบสถ อุโบสถสมัยก่อนๆ นั้นเราได้แรงงานชาวบ้าน แล้วก็หลวงพี่มหาชิโต พระอาจารย์หลวงพี่พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญโญ นี่ฮะ ท่านดูแลเรื่องการก่อสร้าง ท่านก็จะต้องอาศัยช่วงจังหวะ ช่วงจังหวะที่ชาวบ้านเขาว่างกัน ก็เอ้าชวนกันมา มาเทปูนมาทำอะไร แต่หลวงพี่มหาชิโตนั้นท่านก็คำนวณเวลาว่า อืม ถ้าหากเราจะใช้แต่แรงงานอย่างเดียว แล้วก็คงจะใช้เวลานาน ท่านก็เลยนึกถึงเครื่องไม้เครื่องมือ ก็เลยไปยืมของกรมชลประทาน โครงการรังสิตบางใต้ ที่อยู่ที่รังสิต เขามีรถเครน สมัยนี้มีเครนสูงๆ ก่อสร้าง ยกปูนขึ้นไปได้อย่างเต็มที่ สมัยก่อนนั้นไม่มี ต้องไปอาศัยรถเครนของกรมชลประทาน ก็ไปยืมมา แล้วก็มาทำ ซึ่งปรากฏว่าทำให้ย่นระยะเวลาการทำงานมากๆ
แต่ปรากฏว่าผู้ใหญ่ที่ให้ยืมมา ท่านบอกเออ มันชักจะนานไปแล้ว ก็ปรากฏว่าพอนานไปแล้ว เขาก็จะมาทวงคืน เขามาทวนคืน ทีนี้เขาก็เร่งรัดมาทีเดียว เอ้าทำไมเอามาตั้งนานแล้ว แล้วไม่เอาไปกลับเสียที ทีนี้ หลวงพี่ได้ทราบข่าว ก็เลย ได้ทราบข่าวจากผู้ใหญ่ ก็มากราบเรียนท่านแหละว่าขอบารมีท่านด้วย จะได้ไปพูดกับท่านข้าราชการผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์ในการอนุมัติให้ยืม เพราะหลวงพี่มหาชิโตท่านบอกว่าแหม ถ้าได้อีกสัก ๒-๓ วันนี่นะ งานเราก็จะเสร็จ งานนั้นก็คือการหล่อที่หน้าจั่วของอุโบสถ ซึ่งถ้าหากเราดูก็เปรียบเหมือนกับช่อฟ้า ก็ปรากฏว่าเขาก็เร่งรัดมาเหลือเกิน โทรแล้วโทรอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ทีนี้คุณยายท่านบอกว่าเออ ถ้าเรามีบุญ ให้นึกถึงบุญ เอ้าไป ทำให้มันสำเร็จ ทีนี้พอเข้าไป จะไปก็ต้องไปหาพี่คนหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่อายุมากแล้วล่ะ แต่ในสมัยก่อนนี้ เราก็เคารพนับถืออยู่ในวงบุญพี่น้อง โยมพี่คนนี้ท่านก็คือพี่ชูจิตร สมบัติพานิช ท่านทำงานอยู่กรมชลประทาน ก็เป็นผู้ที่เคยประสานเกี่ยวกับเรื่องเรือขุด เลยได้มีส่วนในการบุกเบิกสร้างวัดที่ศูนย์พุทธจักรตั้งแต่สมัยแรกๆ ก็เลยไปหาเขา แล้วบอกให้ไปพาไปหาท่านนายช่างใหญ่ กรมชลประทาน ซึ่งเป็นผู้อนุมัติให้ยืม
พอทันทีที่เข้าไป ก็ปรากฏว่าเขาไล่ออกมาเลย อ้าวเอามาคืนหรือยังล่ะ น่าจะเอามาคืนสักที เอาไปตั้งนาน แต่ความที่นึกถึงคุณยาย ท่านบอกให้นึกถึงบุญ แล้วก็นึกถึงความสำเร็จ ทั้งที่เขาไล่แล้ว ออกมาแล้วแหละ แล้วก็บอกให้รีบเอามาคืน คุณโยมชูจิตรก็ไม่รู้จะพูดอะไร ก็ได้ออกมา เราก็กำลังจะเดินเข้าไป ก็เข้าไปไม่ได้ เพราะท่านไล่ออกมาเหมือนกัน ไอ้ความที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยายท่านฝึกไว้ ไม่ได้ไม่มี ไม่มีไม่ได้ ไม่ได้ต้องได้ แล้วก็นึกถึงเออ ท่านบอก โยมพี่ งั้นเรานั่งนิ่งๆ นะ นึกถึงคุณยาย นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ขอให้เรามีโอกาสได้ชี้แจงสักหน่อยเถอะน่า เพราะว่าเราเอาภาพไปด้วย แล้วภาพนั้นน่ะมันเห็นชัดนะ ว่าเหลืออีกนิดเดียวเท่านั้นเอง โบสถ์เราก็จะสำเร็จแล้วก็ทันใช้งาน
ก็ปรากฏว่านั่งนิ่งๆ แล้วก็นึกถึงคุณยาย นึกถึงบุญ ปรากฏว่าอีก ๕ นาทีจะเที่ยง เขาก็ออกมา นายช่างเขาออกมา ท่านก็เลยบอกว่าเออ อ้าว ยังไม่กลับอีกหรือ ก็เลยกล่าวสวัสดีท่าน แล้วขอความกรุณาท่านดูรูปสักนิดหนึ่ง แล้วก็พูดอธิบายให้เขาฟังว่านี่ ก็เพราะว่าได้เครื่องไม้เครื่องมือนี่ทำให้มันเสร็จเร็ว ถ้าหากได้อีกสัก ๒-๓ วัน แต่ในใจก็ตรึกนึกถึงคุณยาย นึกถึงบุญ ในที่สุดพอท่านเห็นรูปถ่าย ท่านก็บอก อ๋อหรือ เออ เอ้างั้นก็อนุญาต เอ้า งั้นให้ทำต่อ
คำของคุณยายท่านศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่คุณยายท่านบอกให้ทำให้สำเร็จ นึกถึงบุญ เมื่อก่อนจะทำอะไร ติดๆ ขัดๆ อะไรนึกถึงคุณยายก่อน คุณยายท่านบอกว่าคนทำงานนั้นมีเยอะ แต่คนรับผิดชอบนั้นมีน้อยนะ เพราะงั้นถ้าหากเรานี่ถึงแม้จะทำงานบุญ ทำอะไรต่างๆ ก็ตาม ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเมื่อทำๆ อะไรแล้วนี่ ก็อย่าท้อถอย ต้องทำให้สำเร็จให้ได้
อีกครั้งหนึ่งเป็นเรื่องเกร็ดที่พวกเราในสมัยก่อนๆ การผูกพัทธสีมา การจะขอพระราชทานวิสุงคามสีมา มันต้องมีขั้นตอน และก็เป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านเจ้าคณะตำบล อำเภอ จังหวัด เจ้าคณะภาค ผ่านนายอำเภอ ผู้ว่า เข้าไปสู่กระทรวงศึกษา แล้วก็เข้าคณะมส. ตลอดจนคณะอนุกรรมการอะไรต่างๆ ที่เขาจะอนุญาต สมัยก่อนนั้นสิ่งที่พวกเราได้บุญพิเศษนี่ แล้วก็มีความมั่นใจ คุณยายท่านก็จะบอกเสมอ ไปเถอะ ไปทำหน้าที่ เราก็ได้ไปติดต่อ ก็ผ่านๆๆ ทุกขั้นตอนเลย แต่ไปติดเอาขั้นตอนพระเถระผู้ใหญ่ เพราะการที่โบสถ์เรายังไม่เสร็จสมบูรณ์ แล้วตามพระราชบัญญัติของสงฆ์นั้นจะต้องมีเรื่องที่บอกว่าเออจะต้องให้ครบถ้วน มีพระจำพรรษาอยู่เท่านั้นเท่านี้ จนกระทั่งครบองค์ประกอบแล้วจึงจะขออนุญาตให้ได้
ในช่วงนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้กำหนดแล้ว กำหนดว่าจะมีการผูกพัทธสีมา กำหนดในเรื่องของการที่เราจะได้ประกอบพิธีสังฆกรรม กำหนดในการที่จะได้ทำวัดให้เสร็จเร็วๆ จะได้หลับตา จะได้อบรม จะได้เผยแผ่อะไรต่างๆ ปรากฏว่าไปติดที่ท่าน พอติดที่ท่าน ท่านก็ไม่ยอมเซ็น เขาเซ็นกันไปหมดแล้ว ไปติดที่ท่าน ท่านไม่เซ็น พอท่านไม่เซ็นแล้วก็ยังเขียนไว้เสียอีกด้วยว่ามันต้องปฏิบัติไปตามพระราชบัญญัติให้ครบองค์ประกอบเสียก่อนจึงจะอนุญาตได้
แต่การทำงานสมัยนั้นนี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยายนี่ ท่านให้ยึดถือบุญเป็นที่พึ่ง นึกถึงความบริสุทธิ์ใจ แล้วก็นึกถึงความสำเร็จของการทำงาน แล้วท่านก็ให้พร เอ้าไป ไปทำอีก สิ่งนี้ที่เกิดขึ้นได้มัน ก็เกิดขึ้นกำลังใจในสิ่งที่ท่านได้ให้กำลังใจในการไปทำหน้าที่ ก็ปรากฏว่ากลับไปพูดใหม่ ในคราวนี้ก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม คือพระเถระผู้ใหญ่ท่านก็บอกว่าเออ น่าจะได้แล้วล่ะ เพราะวัดของเราก็มีพระมาจำพรรษาอยู่ได้ครบถ้วน ตามองค์ประกอบคณะสงฆ์ ครบองค์สงฆ์ แล้วก็โบสถ์ก็จะเสร็จอยู่แล้ว สามารถใช้งานได้ ถ้าหากท่านได้เมตตาแล้วก็ผ่านขั้นตอนนี้ มันก็จะสามารถเสร็จ ใช้ในงานได้ทันที
ปรากฏว่าเป็นอัศจรรย์อีกเหมือนกันนะ พอนึกถึง มาขอพร ขอบุญ ขอบารมีของคุณยาย ว่าขอให้ได้ไปทำให้สำเร็จ แล้วก็ไป ปรากฏว่าไปคราวนี้ พอไปอธิบายเพิ่มเติมไม่นานนักเท่าไหร่ เอ๊ะ พระเถระผู้ใหญ่ท่านเปลี่ยนใจได้ ท่านบอกอืม เซ็นต์ต่อเลย เอ้า ถ้าเป็นไปตามองค์ประกอบแล้วได้ไปปรึกษากรมการศาสนาแล้ว เห็นสมควรว่าทำได้ก็อนุโมทนา เลยไม่รู้ว่าท่านเซ็นด้วยความเต็มใจหรือไม่อย่างไรก็ตาม แต่ก็พอผ่านขั้นตอนของท่านได้ มันก็เลยไปสู่ขั้นตอนต่อๆ ไป ในที่สุดงานในการขอพระราชทานวิสุงคามสีมาก็สำเร็จได้
สิ่งนี้นี่เป็นสิ่งที่เกิดด้วยบารมีของคุณยายอาจารย์ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และของหมู่คณะของพวกเรา งานตอนช่วงนั้นจึงไม่ติดไม่ขัด และในปัจจุบันต่อมา ตั้งแต่นั้นมาพระเถระองค์นั้นท่านก็ได้เข้าใจกิจการของวัดเรา ได้ดูแลเอาใจใส่ ได้ให้คำแนะนำเรื่อยๆ มา
บารมีของคุณยายนั้นเมื่อไม่กี่วันนี้ หลวงพี่ก็ได้มีโอกาสได้ไปกราบ ไปพบพระผู้ใหญ่ แม้ท่านละสังขารไปแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ท่านได้ให้โอกาสต่อพวกเรา พวกเราได้บุญอย่างต่อเนื่อง ได้บุญอย่างที่โอกาสที่บุคคลทั้งหลายจะได้ยากทีเดียว แล้วก็บารมีธรรมท่านเห็นได้ชัดเลย หลวงพี่ได้พบพระผู้ใหญ่ท่านก็ได้กล่าว ท่านกำลังคุยกันพอดี พูดถึงวัดของเรา ท่านบอกเออ ป่านนี้นี่พระคงจะมากันทั่วประเทศแล้วมั้ง หลวงพี่ก็ได้แต่ฟังท่าน แล้วท่านก็พูดคุยกัน ยังไม่เห็นอุบาสิกาท่านใดเลยที่มีบารมีธรรม ที่มีลูกหลาน มีลูกศิษย์ลูกหา มีความกตัญญูจัดงานกันได้อย่างเป็นระเบียบ แล้วก็มีความพร้อมเพรียงกัน แสดงถึงความกตัญญู ท่านบอกท่านยังไม่เห็นมีอุบาสิกาท่านใดที่เป็นไปได้อย่างนี้
เสร็จแล้วท่านก็พูดต่อไปอีกว่าและที่ยิ่งน่าอัศจรรย์ ก็คืออัศจรรย์พวกญาติโยม อัศจรรย์ที่ว่าเข้าแถวกัน ถวายปัจจัยพระเดชพระคุณหลวงพ่อกันไม่ขาดระยะเลย ท่านเห็นแล้วท่านบอกอืม อัศจรรย์ แล้วก็น่าชื่นชม นี่คือสิ่งที่เราได้เห็นนะว่าหมู่คณะของพวกเรานั้นได้แสดงออกถึงความกตัญญู ได้ตั้งใจที่ระลึกนึกถึงพระคุณของคุณยายอาจารย์ แล้วเราก็ได้เป็นแบบแผน และคุณงามความดีของหมู่คณะของพวกเรา คุณความดีของคุณยายอาจารย์นั้นมันไปอยู่ในใจของพระเถระ ของพระผู้ใหญ่อย่างมากมายทีเดียว
สิ่งที่หลวงพี่ได้กล่าวถึงนั้น มันเป็นเพียงสิ่งที่น้อยนิด แต่ว่าของคุณยายนั้น บารมีธรรมของคุณยายนั้นมากมายทีเดียว ที่หลวงพี่เป็นตัวเป็นตน จากเป็นคนแล้วมาเป็นพระได้ ก็เพราะคุณยายอาจารย์ เพราะฉะนั้นจึงไม่รู้จักมีสิ่งใดนอกจากต้องยึดถือ ต้องน้อมนำคุณธรรมคำสอนและแบบอย่างของท่านนี่ มาประพฤติปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้หมู่คณะของพวกเรา เราได้มาบำเพ็ญบุญอยู่ทุกๆ วัน เราได้ยินได้ฟัง คุณธรรมของคุณยายอาจารย์ เราได้เห็นแบบแผน เราได้โอกาสก็อยากให้เราได้บันทึกอยู่ในความทรงจำ ได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติ แล้วก็ได้นำสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเป็นแบบเป็นแผนให้กับบุคคลทั้งหลาย ขยายต่อๆ กันไป
คุณยายแม้ท่านจะละสังขารไปแล้วก็ตาม แต่พวกเราก็รู้ว่าสิ่งที่ท่านไปนั้น ท่านก็ยังได้ไปแต่กาย แต่ว่าสิ่งที่ท่านยังอยู่ ยังเอาใจใส่ ยังเป็นห่วงเป็นใยหมู่คณะของพวกเรานั้นยังมีอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นก็ขอให้พวกเราได้ระลึกนึกถึงท่าน ให้อยู่ในกลางของเราตลอดไป เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว หลวงพี่ก็จะได้ขอเชิญชวนหมู่คณะพวกเรานะ จะได้ตั้งใจ ได้ปฏิบัติบูชา ได้รำลึกนึกถึงคุณธรรมความดีงามของท่าน ซึ่งไม่อาจจะประมาณได้เลย ถ้าหากเราไม่ได้มีโอกาสได้มาอยู่ในร่มเงาคำสอนของท่านแล้ว เราคงไม่มีโอกาสได้เป็นนักสร้างบารมีที่มีจิตใจที่ยิ่งใหญ่เหมือนอย่างท่าน ขอเชิญทุกท่านพึงตั้งใจนะ ตั้งใจปฏิบัติธรรม นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนากัน เพื่อที่เราจะได้ตั้งใจปฏิบัติบูชา ระลึกนึกถึงคุณธรรมความดีงามของท่าน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเรานั่นเอง ที่จะทำให้เราเป็นผู้ได้โอกาสในการสั่งสมบุญอย่างที่ท่านได้กล่าวไว้ ถ้าคนเรามีบุญ มีบุญเต็มที่ สิ่งนี้ก็จะเป็นเกราะคุ้มกัน และจะเป็นสิ่งที่จะนำพาให้เราพบความสุข ความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน ขอให้เราได้วางใจของเรานิ่งๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สิ่งที่เราได้ประพฤติปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอ ให้ใจของเราจรดนิ่งอย่างแผ่วเบา อย่างสบายๆ
แล้วเราก็นึกถึงสภาวะจิตที่เราทำได้ดีที่สุด ท่านใดที่วางใจไว้อยู่ในกลางตัวได้อย่างต่อเนื่อง อย่างเบาสบาย เราก็วางไว้ที่จุดนี้ ท่านใดที่วางใจของเราหยุด หยุดนิ่งสนิทที่ศูนย์กลางกายเป็นอันหนึ่งอันเดียว เราทำได้ในจุดนี้ เราก็เริ่มจากจุดนี้ไป ท่านใดที่ตรึกนึกถึงดวงธรรม นึกถึงองค์พระภายใน นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้ เราก็เริ่มจากจุดนี้ ท่านใดที่นึกถึงคุณยายอาจารย์อยู่ที่กลางกายของเรา จุดที่ศูนย์กลางกาย เรานึกได้ในจุดนี้เราก็นึกในจุดนี้ไป
เพราะใจที่เราวางไว้ที่ศูนย์กลางกายนั้นก็จะตรงกับท่าน ให้ตรงเป็นจุดเดียว เป็นอันหนึ่งอันเดียว สิ่งที่เราได้ ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมในวันนี้ ได้สละเวลาอันมีค่าของชีวิต มาเป็นเจ้าภาพ มาร่วมบำเพ็ญกองการกุศล มาฟังพระอภิธรรม แล้วก็มาประพฤติปฏิบัติบูชาแด่คุณยายอาจารย์ (เสียงเงียบไป หมด 1/B)
หน้า PAGE 17 จาก NUMPAGES 17
FILENAME 440216FW-AAT.doc Last printed DATE \@ "M/d/yyyy" 10/2/2002 TIME \@ "h:mm am/pm" 6:45 PM