ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ผู้แก้วิกฤตให้เป็นโอกาส

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระเกื้อกูล : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ เถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และมหาเศรษฐี ผู้ใจบุญ ยอดนักสร้างบารมีลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่าน (สาธุ) วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะเส็ง ถ้าจะนับเวลาถอยหลังก็เหลือเวลาอีกเพียง ๔ เดือนเท่านั้นที่สรีระของคุณยายจะอยู่กับพวกเรา น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เห็นดวงตาที่เด็ดเดี่ยวและเต็มไปด้วยความเมตตาของท่าน ในวันแห่งความสำเร็จที่จะมาถึงวันทอดกฐินสามัคคี super big giant คืออาทิตย์ที่ ๗ ตุลาคมนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกหลานของคุณยายทุกคนได้ทุ่มเทกำลังทุกอย่างที่มีอย่างเต็มที่ ทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา และกำลังความดี โดยที่ลูกๆ ทุกคนต่างรู้แก่ใจว่าความสำเร็จที่ได้จากการปิดกองกฐินหรือกองผ้าป่านั้นล้วนมีคุณยายอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด และอีก ๓ วันก็จะถึงวันทอดกฐินสามัคคี โดยมีคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เป็นประธาน และเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมทอดกฐินกับท่าน ในขณะที่สรีระของท่านยังอยู่กับพวกเรา เมื่อเรามองย้อนหลัง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เราเจอวิกฤตจากกระแสสื่อ จนทำให้หลายๆ คน หลายๆ ฝ่าย ไม่เข้าใจพวกเรา ก็มองไม่ออกเหมือนกันว่าเราจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร ในความรู้สึกของหลวงพี่ หลวงพี่เชื่อว่าเราผ่านวิกฤตนั้นมาได้ก็ด้วยบารมีของคุณยาย หลวงพี่ได้รับมอบหมายให้เป็นพระอาจารย์ประจำภาคแก้วภูธร ภาคอีสาน และลงพื้นที่ในภาคอีสานอยู่เสมอ และจึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับยอดนักสร้างบารมีแก้วภูธรภาคอีสานเป็นประจำ และได้เจอะเจอกับสาธุชนตลอด รวมทั้งได้เจอะเจอกับพระมหาเถรานุเถระอยู่เรื่อยๆ จึงทำให้เห็นภาพของการทำหน้าที่ของพี่น้องนักสร้างบารมีที่นั่นอยู่ตลอดเวลา ว่าจะต้องประสบกับเหตุการณ์อะไร โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสแรงๆ นั้นมีบรรยายกาศเป็นเช่นใด ลึกๆ รู้สึกสงสารผู้ที่เชื่อกระแส เชื่อสื่อ เกรงว่าจะเป็นบาปติดตัวของเขา ถ้าเขาแสดงกิริยาอาการ หรือพูดคำพูดที่ไม่เหมาะสมออกมา หลวงพี่เองเมื่อถูกสาธุชนหรือพระภิกษุด้วยกันถามว่ามาจากไหน ก็จะตอบเลี่ยงๆ ว่ามาจากปทุมธานี จะไม่บอกชื่อวัด ไปรู้กับพระมหาเถรานุเถระที่ท่านถามว่ามาจากวัดอะไร หลวงพี่ก็จะตอบอย่างไม่รู้ว่าจะเลี่ยงว่าอย่างไร เลยตอบท่านกลับไปว่ามาจากวัดพระธรรมกาย ก็ทำเอาผู้ถามถึงกับต้องนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หลวงพี่ขออนุญาตทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นเพื่อให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนว่าคุณยายท่านช่วยแก้วิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไร จึงทำให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้ และมายืนอยู่ในจุดที่คณะสงฆ์ทั่วประเทศยอมรับ และหลายท่านก็ได้ออกปากว่าความหวังของพระพุทธศาสนาฝากไว้กับวัดพระธรรมกาย พวกเราที่ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตร เป็นผู้นำบุญชักชวนคนมาวัดก็ดี ชักชวนคนทำบุญก็ดี จะซาบซึ้งกับเหตุการณ์ในช่วงนั้นดี พวกเราทุกคนทราบดีว่าข่าวที่เกิดขึ้นจนกระทั่งกลายเป็นกระแสความเข้าใจผิดนั้นไม่มีความจริงปรากฏอยู่ในสื่อ อยู่ในข่าวนั้นเลย แล้วในช่วงนั้นเราก็จะได้ยินได้ฟังเรื่องราวของคุณยายว่าในขณะที่ท่านยังอยู่ร่วมสร้างบารมีกับพวกเรานั้น ครั้งหนึ่งก็ได้เกิดกระแสเช่นนี้กับเราเช่นกัน คือมีกระแสว่าวัดพระธรรมกายแย่งที่ชาวนา เหตุการณ์ครั้งนั้นทุกคนก็ทราบดีว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นกับความจริง มันยืนอยู่กันคนละฝั่ง คุณยายท่านนำแก้ปัญหาด้วยวิธีของท่าน คือเป็นประธานกฐิน และพาพวกเรามุ่งทำบุญทอดกฐิน ด้วยคำที่ว่าไม่สู้ ไม่หนี ทำความดีเรื่อยไป และในที่สุดความจริงก็ค่อยๆ ปรากฏ เมื่อสาธุชนจากทั่วประเทศได้มาเห็นหมู่คณะของพวกเรา ได้มาสัมผัสกับสภาพความเป็นจริงในวัด กระแสข่าวนั้นก็จางหายไป เมื่อความจริงปรากฏต่อสาธารณชน ในเหตุวิกฤตเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ก็ด้วยวิธีเดียวกันคือไม่สู้ ไม่หนี ทำความดีเรื่อยไป แต่เที่ยวนี้จะต่างจากครั้งก่อนก็ตรงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของพวกเรา ท่านนำหมู่คณะลูกๆ ของท่านทำความดีอย่างยิ่งยวดชนิดเอาชีวิตเข้าแลก จนกระแสความทุ่มเท กระแสแห่งความตั้งใจสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เต็มกำลังของพวกเราไปสู่คนกลุ่มต่างๆ นับตั้งแต่งานอุบาสกแก้ว งานวันคุ้มครองโลก งานพุทธสหัสวรรษที่ ๓ แห่งพระรัตนตรัย มาจนถึงงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ และอีกหลายๆ งาน ในงานที่กล่าวมานี้ พวกเราต่างได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการเชิญชวน ในการชักชวนและนำกลุ่มคณะต่างๆ มาเจอความจริงที่วัด ต่างทุ่มเทเสียสละ สละทั้งเวลาที่ต้องให้แก่ครอบครัว สละทั้งแรงกาย สละทั้งกำลังทรัพย์สำหรับค่าใช้จ่ายในการทำหน้าที่เป็นนักรบ MPL พอเลิกงานก็ออกทำหน้าที่กัลยาณมิตร ออกเชิญชวนคนมาร่วมงานที่วัด กว่าจะได้แต่ละคน กว่าจะได้แต่ละกลุ่ม ก็ต้องไปแล้วไปอีก ต้องเจอะเจอกับถ้อยคำ กิริยาที่ไม่ถูกใจบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ ทำด้วยใจที่ปรารถนาที่จะให้ชาวโลกมีความสุข ได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริง อยากให้ชาวโลกรู้เป้าหมายชีวิต เขาจะได้เลือกทำสิ่งไม่ดี มุ่งมาสร้างบุญสร้างบารมี ศึกษาวิชชาธรรมกาย และมีที่สุดแห่งธรรมเป็นเป้าหมายชีวิตเหมือนเรา เหมือนกับหมู่คณะของเรา ซึ่งการลงพื้นที่แต่ละครั้ง แต่ละครั้ง กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำมืดดึกดื่น มีบางท่านมาเล่าให้หลวงพี่ฟังว่าในขณะที่ออกทำหน้าที่อยู่นั้น บางครั้งก็ไปโดยลำพัง บางครั้งก็ไปกับลูก บางครั้งก็ไปกับเพื่อน ซึ่งการทำหน้าที่ที่ออกไปในพื้นที่นั้น กว่าจะกลับมาก็อย่างที่ว่าก็ดึกดื่นค่ำมืด ก็ไม่รู้จะไปเจอใครข้างหน้า เพราะกว่าจะได้ออกก็ต้องรอให้เลิกงาน บางครั้งก็ต้องเจอกับพายุฝนตก รถติดหล่มบ้าง หลงทางบ้าง เพราะความไม่คุ้นเคย แต่ก็ด้วยเหมือนกับคุณยายท่านคอยช่วยเหลือ เมื่อใดที่เจอะเจออุปสรรคในระหว่างทำหน้าที่ผู้นำบุญ ผู้นำรถของเราก็จะอธิษฐานบอกว่า คุณยายช่วยลูกด้วย คุณยายช่วยลูกด้วย แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่นว่าขณะกำลังติดหล่ม ก็ไม่รู้ว่ามีใครมาจากไหน มากัน ๓-๔ คน พอที่จะช่วยเข็นรถออกจากหล่มได้ หรือเวลาหลงทาง ขณะที่ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปแยกไหนดี ก็จะมีคนปรากฏมาบอกทาง ว่าเหลียวซ้ายหรือเหลียวขวา แล้วพวกเราก็มุ่งทำกันอย่างนี้โดยตลอด ในขณะที่ทำหน้าที่ทุกๆ คนมีความระลึกอยู่ตลอดว่าเป็นตัวแทนของหลวงพ่อ ภาพที่ปรากฏออกไปก็คือภาพของหลวงพ่อ ภาพของวัดพระธรรมกาย ฉะนั้นผู้นำบุญของเราที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็จะมีความสำรวมเป็นพิเศษเมื่ออยู่ต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะพูด จะทำอะไร ก็ระมัดระวังเป็นพิเศษ ภาพแห่งการทำความดีเหล่านี้ก็ขยายออกไปเรื่อยๆ ไปสู่สาธารณชนกว้างออกไป แล้วก็ได้มีหลายๆ กลุ่ม หลายคณะเข้ามาสัมผัสกับความเป็นจริงในวัด ความเข้าใจที่ถูกต้องก็เริ่มขยายเข้าสู่กลุ่มคนที่เข้ามาวัด และปากต่อปากไปเรื่อย จนเกิดบรรยากาศอยากมาวัดพระธรรมกาย ผู้ที่มาสัมผัสที่วัดนอกจากจะรู้ข้อแท้จริงแล้ว ก็ยังบอกต่อๆ กันไปอีกว่าถ้าอยากจะรู้ว่าสวรรค์บนดินเป็นอย่างไร ให้ไปดูที่วัดพระธรรมกาย และก็มีไม่น้อยที่บอกว่าถ้าใครยังไม่ได้ไปวัดพระธรรมกาย อย่าเพิ่งตาย ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่ยังไม่ได้มาวัดพระธรรมกายเกิดความปรารถนาที่จะได้มาวัดกันอย่างมากล้น แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ก็ยังเหลืออีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีบทบาทต่อพระพุทธศาสนาอย่างมาก ซึ่งกลุ่มนี้ได้ติดตามข่าวคราวความเป็นไปต่างๆ เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายอย่างชนิดเรียกว่าตามติดสถานการณ์ตลอดเวลา กลุ่มนี้ค่อนข้างจะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของวัดพระธรรมกาย มั่นใจในความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมชโยของพวกเรา เหลือเพียงขั้นตอนของการมาเห็นด้วยตาตนเอง แต่การจะมาเห็นด้วยตาตัวเองนั้น จะต้องมีเหตุที่เหมาะสมเพียงพอต่อเพศภาวะของท่าน ท่านจึงจะสามารถมาได้อย่างไม่มีอะไรติดขัด ทั้งเรื่องเหตุผลและช่วงเวลา และก็ด้วยบารมีของคุณยายจึงทำให้ท่านสามารถมาสัมผัสความจริงที่วัดพระธรรมกายด้วยตนเอง กลุ่มดังกล่าวนี่ก็คือคณะพระเถระ เถรานุเถระจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่ให้ความเมตตาต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และให้ความเมตตาแก่หมู่คณะของพวกเรา ให้เกียรติมาร่วมสวดพระอภิธรรมในงานของคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และตรงนี้เองที่หลวงพี่บอกว่าคุณยายท่านช่วยแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส แม้เพียงสรีระของท่าน ก็ยังช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อหมู่คณะของเรา และยังเป็นการรวมสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลอีกด้วย อาจจะกล่าวได้ว่างานของคุณยายทำให้คณะสงฆ์จากทั่วประเทศมาทราบข้อมูลที่แท้จริงจากแหล่งข้อมูล โดยไม่ผ่านการดัดแปลงจากสื่อ ผลจากตรงนี้เอง เมื่อหลวงพี่ลงพื้นที่แล้วมักจะได้คำชมจากพระมหาเถรานุเถระที่กล่าวชมเชยวัดพระธรรมกาย และหลายๆ ท่านก็ถึงกับกล่าวว่าพระพุทธศาสนาฝากไว้กับวัดพระธรรมกาย แต่ก่อนจะถึงเหตุการณ์ที่ได้มาร่วมงานที่วัดเนื่องด้วยคุณยาย หมู่คณะกัลยาณมิตรของเรา ผู้นำบุญของเรา ผู้นำรถในพื้นที่ต่างก็มุ่งทำหน้าที่ขยายความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยการเข้าไปชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ตามวัดแทบทุกวัดที่สามารถเข้าไปได้ ด้วยสื่อที่เราได้ผลิตเข้าไป ด้วยสิ่งที่เราได้ให้ผู้นำบุญ ผู้นำรถ กัลยาณมิตรของเราใช้เป็นเครื่องมือ ขณะที่เข้าไปช่วงแรกๆ นั้น ส่วนใหญ่จะได้รับการปฏิเสธ แต่ทุกคนก็ไม่ลดละความพยายาม ก็ยังมุ่งที่จะเข้าไปให้ได้ หาวิธีการต่างๆ จนในที่สุด มีคณะหนึ่งซึ่งไม่ได้มีผลได้ผลเสียเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายของเรา ได้มาออกมายืนหยัดชี้แจงข้อแท้จริงตามจุดต่างๆ ในวัดต่างๆ จนกระทั่งกระแสความเข้าใจที่ถูกต้องเริ่มแพร่หลาย จนในที่สุดพระมหาเถรานุเถระทั้งหลาย ท่านก็มีความปรารถนาจะมาพิสูจน์ด้วยตนเอง แต่ด้วยเหตุดังกล่าวที่ว่าคือไม่อำนวยด้วยเหตุผลและช่วงเวลาที่ท่านว่าง จนในที่สุดมีงานของคุณยายเรา ท่านจึงได้มาเห็นภาพแห่งความเป็นจริง ซึ่งก็อาจจะกล่าวได้ว่างานคุณยาย งานของคุณยายทำให้คณะสงฆ์จากทั่วประเทศมาทราบข้อมูลที่แท้จริง สิ่งที่พระมหาเถรานุเถระท่านได้มาเห็นแล้วเกิดความประทับใจ ซึ่งเมื่อท่านได้มาเห็น ก็มีหมู่คณะของเรา ทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อย เห็นการต้อนรับ ต้อนรับที่ประทับใจเริ่มตั้งแต่ท่านก้าวลงจากรถ พระมหาของเราหรือพระที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ก็กุลีกุจอไปต้อนรับอย่างอ่อนน้อม พอท่านทักทายพูดคุย ก็พูดคุยด้วยความเคารพอ่อนน้อม ซึ่งสิ่งตรงนี้ก็สร้างความประทับใจให้กับท่านตลอดจนการจะไปนั่ง จะไปบำเพ็ญสมณกิจต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณวัด ก็มีพวกเราคอยดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ตรงนี้เองที่ทำให้ท่านเกิดความประทับใจ และเมื่อเกิดความประทับใจแล้ว กระแสแห่งความประทับใจนี้ก็ได้ถ่ายทอดออกไป ความประทับใจที่เกิดขึ้นก็ล้วนมาจากความเอาใจใส่ของคุณยายที่ท่านได้ทุ่มเทอบรมหลวงพ่อของเราทั้งสองท่าน ทั้งพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมชโย แล้วพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านก็ได้พูดเสมอว่าถ้าไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีหลวงพ่อ และก็ไม่มีการรวมกันของหมู่คณะเรา ทุกอย่างที่มีในวัดพระธรรมกาย มีได้ก็เพราะมีคุณยาย ดังที่พวกเราทั้งหลายได้เคยฟังกันมาแล้ว ก็คงพอจะได้ให้พวกเราเห็นว่าเหตุที่พระมหาเถรานุเถระสามารถมาเห็นความเป็นจริงด้วยตนเองได้โดยสะดวก นั้นก็ด้วยคุณยาย และเมื่อมาถึงวัดแล้ว ได้เห็นความเป็นจริง ได้เห็นสิ่งต่างๆ ในวัดทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้านสวยงาม แล้วเกิดความประทับใจ ก็เพราะคุณยายท่านได้สร้างสิ่งเหล่านี้ไว้ นอกเหนือจากการที่คุณยายได้ให้แสงสว่างแก่ชีวิตของเรา ช่วยให้เรามีเป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ช่วยดึงเราออกจากนรก พาเราไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ท่านยังประคับประคองเรา ให้อยู่บนเส้นทางนักสร้างบารมีตลอดเวลา ไม่ว่าท่านยังอยู่กับสรีระ หรือทิ้งสังขารไปแล้ว เมื่อถึงคราวคับขัน ไม่ว่าจะเป็นความอยู่รอดส่วนตัวที่พวกเราได้ฟังจากหลายๆ ท่านเกี่ยวกับอานุภาพของคุณยาย หรือความอยู่รอดของหมู่คณะ เมื่อถึงคราวคับขันท่านช่วยเราตลอดเวลา อะไร อันเป็นเหตุให้การสร้างบารมีของเราต้องชะงักหรือติดขัด ท่านก็จะเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นในภายหลัง ด้วยการวางกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆ คำสอนของท่าน หากเรานำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ชีวิตของเราก็จะแต่ความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป และคุ้มค่าที่เกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบกับคุณยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา ท่านกล่าวว่าคุณยายบอกท่านครั้งเดียว ท่านเอามาใช้ตลอดชีวิต คำสอนของคุณยาย หลวงพ่อท่านนำมาใช้ตลอด ยังมีผลกับหลวงพ่อ ยังมีผลกับพวกเรา มีผลกับพระพุทธศาสนาและกับชาวโลกถึงเพียงนี้ ถ้าเรานำคำสอนของคุณยายมาปฏิบัติอย่างจริงจัง จะมีผลกับตัวเรา กับพระพุทธศาสนา กับชาวโลกขนาดไหน ในยุคนี้จะหาความรัก ความเมตตาที่คิดแต่จะให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เลยได้จากใคร และจะมีใครที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเราอยู่ตลอดเวลา ทั้งอบรมสั่งสอนวางแนวทาง ป้องกันภัยทั้งปวง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เราไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้โดยเร็ว วันอาทิตย์ที่ ๗ ตุลาคมที่จะถึงนี้ ก็เหลือเวลาเพียง ๓ วัน โอกาสที่เราจะได้ตอบแทนพระคุณของคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ที่ให้กำเนิดนักสร้างบารมีอย่างพวกเรา คุณยายท่านปรารถนาจะสร้างสถานที่ที่ท่านจะบูชาบุคคลที่ท่านเคารพรักอย่างสูงสุด คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ด้วยการสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี เมื่อเราทราบว่าคุณยายท่านมีความเคารพรักหลวงพ่อวัดปากน้ำอย่างสูงสุด เพราะเป็นครูบาอาจารย์ของท่าน เราก็ควรที่จะสร้างสถานที่ที่เกี่ยวกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อตอบแทนคุณของคุณยายที่มีต่อเราอย่างมากมายมหาศาล โดยการร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ในวันที่ ๑๐ ตุลาคมนี้ และในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ก็จะเป็นวันกำหนดสลายร่างของคุณยายอาจารย์ ซึ่งเหลือเวลาเพียงแค่ ๔ เดือนเท่านั้น นับจากวันนี้ไป ก็ขอให้ยอดกัลยาณมิตร ยอดนักสร้างบารมี ลูกหลานของคุณยายที่จะได้ทำเพื่อคุณยายให้เต็มที่เถอะ ให้สมกับที่คุณยายท่านได้ทำทุกอย่างเพื่อให้เราไปถึงที่สุดแห่งธรรมโดยเร็ว และในวันพรุ่งนี้คือวันศุกร์ที่ ๕ ตุลา เวลาประมาณ ๑ ทุ่ม พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมชโย ท่านได้เมตตาเป็นเนื้อนาบุญลงรับปัจจัยงานกฐินและผ้าป่าสามัคคี เพื่อลูกหลานของคุณยายจะได้มีสมบัติใหญ่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป จนถึงที่สุดแห่งธรรม นอกจากเราจะได้สมบัติอันไม่มีประมาณแล้ว เรายังได้แสดงถึงความเคารพรักที่เรามีต่อคุณยายของเรา ทำให้ท่านแต่ได้ที่เรา เมื่อทุกท่านต่างก็ซาบซึ้งในพระคุณของคุณยาย ในโอกาสจึงขอเรียนเชิญทุกท่าน นั่งขัดสมาธิ โดยขาขวาทับขาซ้าย นิ้วชี้มือขวาจรดนิ้วหัวแม่ข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักของเราพอสบายๆ หลับตาของเราเบาๆ นึกกลั่นกาย วาจา ใจของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ผ่องใส เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาต่อคุณยายของเรา ให้เราระลึกถึงบุญที่คุณยายได้ให้กับเรามาโดยตลอด ได้เปิดโอกาสให้เราได้รู้ถึงเป้าหมายชีวิต ได้นำพาพวกเรามาสร้างบารมีเพื่อจะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ก็สำรวมกาย วาจาใจของเรานะ วางใจของเรานิ่งๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ประคองใจของเราให้อยู่ที่ศูนย์กลางกายให้ได้นานๆ นะ ทำใจนิ่งๆ สบายๆ สัพเพ (หมด 1/A) หน้า PAGE 8 / NUMPAGES 8 FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\ตุลาคม\44-10-04 FW-AAT.doc