จุดพลิกความฝัน - จุดผันชีวิต
(ม้วน 1/A)
พระมหาจำเนียร : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ขอโอกาสพระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่เคารพทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และเหล่ากัลยาณมิตรลูกหลานคุณยายทุกๆ คน (สาธุ)
วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งที่พวกเราได้มาบำเพ็ญกุศลให้แก่คุณยาย ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ใครจะนั่งสมาธิก็ได้นะ ใครจะลืมตาฟังก็ได้ ตามสบายเลย
จุดหันเหของชีวิตของแต่ละคน กว่าที่จะได้เข้ามาสู่เส้นทางธรรมนั้น ยากง่ายต่างกัน พวกเรานับว่าเป็นผู้ที่มีบุญมาก โชคดีมาก ที่คุณยายอาจารย์ได้เป็นต้นบุญต้นแบบ ได้สร้างสิ่งต่างๆ ตั้งแต่วัดหรือว่าพระอาจารย์ ผู้แนะนำสั่งสอนเตรียมไว้ให้พร้อมทุกอย่างเลย พวกเราบางคนอาจจะเข้ามาสู่เส้นทางธรรมนี้ยากง่ายบ้าง เพราะว่าอยู่ที่บ้านอาจจะมีคนไปเคาะประตู บอกไป ไปสวดมนต์ ไปนั่งสมาธิ หรือว่าไปวัดพระธรรมกาย ไปเข้าวัด ชักชวนมา นี่บางคนอาจจะมี
แต่ว่าย้อนไปในอดีต หรือว่ายุคของคุณยายของเราก็ดี ของหลวงพ่อวัดปากน้ำก็ดี หรือว่าขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็ดี ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยความทุ่มเท ความพากเพียรพยายามอย่างยิ่ง เหมือนดั่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ปกติคนในสมัยก่อนๆ เห็นคนแก่ก็จะนึกรังเกียจ คล้ายๆ ว่าตัวเองจะไม่แก่เลย เห็นคนเจ็บก็นึกรังเกียจ แม้เห็นคนตายนี่ยิ่งรังเกียจใหญ่เลย
แต่ว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ท่านไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย คิดไปอีกแบบหนึ่ง คือบอก โอ้โฮ คนอื่นนี่นะ นึกรังเกียจ แต่ว่าพระองค์ก็มาพินิจพิจารณาถึงความจริงว่าคนอื่นแก่ได้ เราก็แก่ได้เหมือนกัน คนอื่นเจ็บได้ คนอื่นตายได้ ก็ เราก็จะเจ็บ เราก็จะตายเหมือนกัน คนที่เกิดมาแล้วนี่จะไม่ตายไม่มีเลย พระองค์ก็แสวงหา คิดว่ามันน่า เมื่อมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย สิ่งที่ทำให้คนไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย น่าจะมี เหมือนมีกลางวัน ก็มีกลางคืน มีกลางคืนก็มีกลางวันฉะนั้น พระองค์จับจุดตรงนี้ ก็ตัดสินใจเลย ออกบวชเพื่อค้นหาหนทางมรรคผลจนตรัสรู้เป็นองค์พระบรมศาสดาของพวกเราทั้งหลาย
คุณยายก็เช่นกัน จุดหันเหชีวิตของคุณยาย คือคุณยายต้องการจะตามหาพ่อ ถามว่าทำไมต้องตามหา เพื่อขอขมา ทำไมต้องขอขมา เพราะว่าคุณยายกลัว ฝังจิตฝังใจเมื่อตอนคุณพ่อแช่งให้หูหนวก ๕๐๐ ชาติ ตรงนี้เป็นจุดประเด็นที่พวกเราควรใคร่ครวญให้ดี เด็กอายุประมาณ ๑๒ ๑๓ ขวบ แต่ว่าพ่อแช่งนี่นะ และมีความคิดฝังใจเลย แม้แต่นอนหลับไปก็ยังละเมอบอกจะตามหาพ่อให้ได้ เพื่อจะขอขมาลาโทษท่าน เพราะกลัวที่จะหูหนวกมาก เพราะท่านตระหนักดีว่าคำพูดของคุณพ่อ คุณแม่ เป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ เหนืออะไรในโลกเลย เพราะฉะนั้นต้องตามหาพ่อให้ได้ เพื่อจะขอขมาลาโทษ
แล้วสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกต ลูกทุกคนได้ขอขมาลาโทษพ่อ แต่ว่าคุณยายไม่ได้ขอขมา ท่านไปอยู่ที่ทุ่งนาแทน ตรงนี้นี่มันคล้ายๆ ว่าเป็นผังสำเร็จที่เขาตั้งมาเรียบร้อยแล้ว เพราะจุดนี้เอง ถ้าถามว่าคุณยายได้ขอขมาพ่อ จะมาถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำไหม ก็ตอบว่าโอกาสที่จะมาถึงนั้นน้อยมาก ดังนั้นจึงบอก ต้องเป็นจุดนี้แหละคือต้องดลจิตดลใจให้คุณยายไปท้องนา แล้วไม่ได้ขอขมาลาโทษพ่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณยายแทบเรียกว่าจะเป็นลม หรือว่าช็อตเลย เพราะตั้งใจว่าต้องขอขมาลาโทษพ่อให้ได้
จากนั้นคุณยายก็พยายามแสวงหาหนทางที่จะตามพ่อให้ได้ อย่างชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพันทีเดียว ถ้ามองดูตรงนี้ มองดูตรงนี้ให้ดี ปกติแล้วคุณยายนี่เคารพพ่อ เคารพแม่ รักพ่อรักแม่ เป็นยอดกตัญญูทีเดียว แต่ที่ท่านมุ่งที่จะหาพ่อ หรือว่าเด็กคนอื่นก็ตามนี่ โดนพ่อโดนแม่ว่าอาจจะไม่ใส่ใจ แต่ว่าคุณยายฝังจิตฝังใจ ตรงนี้ต้องเป็นบุญที่คุณยายสั่งสมข้ามภพข้ามชาติ
ซึ่งต่อมาคุณยายก็เคยให้โอวาทไว้ว่า ที่คุณยายสั่งสอนหรือว่าอบรมตัวเองได้นี่ รู้ว่าสิ่งไหนควร ไหนบุญ ไหนบาป ย้อนไปแล้วนี่ ล้วนแล้วแต่ ท่านบอกนั่งสมาธิมาเยอะเลยมีปัญญามาก สามารถสอนตัวเองได้ พอคุณยายมาถึงบ้านคุณนายเลี๊ยบ ซึ่งเป็นเศรษฐีนี อุปัฏฐากใหญ่ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ คุณยายเป็นหญิงสาวตัวเล็กๆ อายุ ๒๖ ปี เข้ามา จะบอกว่ามาจากชนบทก็ได้ เข้ามาในเมืองกรุง ไม่รู้จักใครเลย ทำยังไงล่ะ เมื่อมาเป็นคนใช้เขานี่ จะให้เจ้านายไว้วางใจเพื่อจะเป็นบันไดก้าวสู่เป้าหมายคือไปวัดปากน้ำ ภาเจริญ คุณยายของเรานี่ต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ทั้งขยัน เรื่องขยันนี่ ทั้งซักผ้า โอ้โฮ ดูแลทุกอย่าง รีดให้ทุกอย่าง ห้องทุกห้องปัดกวาดเช็ดถูเรียบร้อย ดูแลบ้านทั้งหลังทีเดียว
ถามว่าคนใช้อื่นไม่มีหรือ ก็มี คนที่คุณนายเลี๊ยบซื้อมาจากเมืองจีนนี่ เป็นเด็กจากเมืองจีน ๗-๘ คน แต่ว่าเขาจะทำหรือไม่ทำ แต่คุณยายก็ทำของท่านอย่างดีที่สุดทีเดียว จนเขากลัวเดช เกรงอกเกรงใจ ถ้าบอกว่าเป็นยอดประหยัดทีเดียว เพราะว่าตลอดชีวิตของคุณยายถ้าเรามองดูท่านจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ แล้วก็สันโดษที่สุด ดูจากเครื่องแต่งกายจะเป็นเสื้อ เป็นเสื้อผ้าของคุณยาย ถึงเก่ามีรอยปะ แต่ว่าใหม่เอี่ยมเสมอ
คุณยายเป็นคนที่ซื่อสัตย์และตรง จนเขาไว้วางใจขนาดไหน เขาให้ดูแลกำปั่นเงิน ตู้ใส่เงิน หรือว่ากุญแจทุกห้องนี่ คุณยายดูแลหมดเลย ถ้าเจ้าของบ้านใครก็ตาม เจ้านายวางใจไว้ที่คุณยาย ก็จะชื่นอกชื่นใจมีความสุข คนอื่นไม่ให้ดูเลย ให้คุณยายดูแลคนเดียว
ถ้าพูดถึงความอดทน คุณยายเป็นเยี่ยมเป็นยอดทีเดียว เพราะว่าคุณยายนี่มาเป็นคนใช้เขา วางตัวทำตัวเหมือนผ้าขี้ริ้วคอยเช็ดเท้า ทำความสะอาดทุกๆ คนเลย จนเป็นที่ไว้วางใจ เพราะว่าคุณยายตระหนักเสมอว่ามารักษาสมบัติให้เขา ไม่ได้มาเป็นคนใช้กิตติมศักดิ์ ณ บ้านนี้ แต่ที่มาเป็นคนใช้เพราะจะเป็นแค่ทางผ่านไปถึงเป้าหมายเท่านั้น เปรียบประดุจพระบรมโพธิสัตว์สุเมธดาบสทอดกายบนเปือกตม เพื่อให้สมเด็จพระชินสีทีปังกรอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์สาวกทั้งหลายดำเนินข้ามไปฉะนั้น
จากนั้นคุณยายของเราก็ได้มาอยู่วัดปากน้ำสมใจเลย มาอยู่วัดปากน้ำ เป็นแม่ชี อุปัฏฐากคุณยายทองสุกนี่แหละ ปกติคุณยายก็ขยันอยู่แล้วนะ เป็นคนใช้ก็คนใช้กิตติมศักดิ์ หาใครจับยาก ทั้งเสื้อทั้งผ้า ที่พัก ดูแลให้เรียบร้อยทุกอย่างเลย ถือว่าเป็นครูเป็นอาจารย์ แม้เงินตัวเองคุณยายก็สละให้ทุกอย่าง เวลาป่วยดูแลใกล้ชิด ทุ่มทั้งชีวิตและจิตใจ เพื่อจะทดแทนอุปการะที่คุณยายทองสุกได้กระทำแก่ท่าน
จนเอาแบบตายไปข้างหนึ่ง อุปัฏฐากเอาขนาดนั้น แม้งานศพนะคุณยายไม่มีเงินซักบาทเลย แต่ว่าก็จัดงานให้อย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรีที่เป็นครูบาอาจารย์ เพราะว่าคุณยายตระหนักเสมอถึงอุปการะคุณ มีอยู่ ๒ อย่างที่คุณยายนึกถึงเสมอว่าต้องตอบแทนพระคุณอาจารย์ท่านนี้นี่ให้สุดๆ เลย
อย่างแรก คือคุณยายทองสุกเป็นครูอาจารย์คนแรกที่สามารถแนะนำธรรมะ ปฏิบัติธรรมวิชชาธรรมกายให้ จนสามารถไปช่วยคุณพ่อพ้นจากนรก ยกขึ้นไปไว้บนสวรรค์บนดาวดึงส์ได้
อย่างที่ ๒ คุณยายทองสุกนี่เป็นคนวางแผนที่พาคุณยายอาจารย์ของเรานี่มาวัดปากน้ำได้สำเร็จ ด้วยพระคุณนี่แหละ ถึงตอบแทนตลอดเลย
จะดูว่าคุณยายของเรานี่ตอบแทนขนาดไหน ปกติเออ เต็มที่ เวลาป่วยก็เต็มที่ เวลาละโลกไปก็สิ้นใจบนหน้าตักคุณยายเลย เวลาจัดงานให้ก็สุดยอด นี่แหละคือพระคุณที่คุณยายตอบแทนอย่างสุดๆ ดุจพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยพุทธกาล เวลาท่านจะนอนนะ ท่านจะไหว้ทุกวัน กราบทุกวัน ทำไมต้องกราบ เพราะว่าท่านตรึกระลึกถึงคุณอาจารย์คือพระอัสสชิเถระที่แนะนำให้ท่านมีดวงตาเห็นธรรม ท่านต้องกราบต้องไหว้ นึกถึงทุกครั้ง
แล้วแม้แต่ราธพราหมณ์ ที่ใครๆ พระเณรไม่สนใจนะ เพราะว่าไม่ทำอุปการะแก่ใครเลย พอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่บอกว่าใครบ้างนี่ตรึกระลึกนึกถึงอุปการะพราหมณ์ที่อยากบวชนี่ แต่ไม่มีใครให้บวชเลย พระสารีบุตร พระธรรมเสนาบดี ก็ยกมือบอกข้าพระองค์นี่นึกถึงอุปการะคุณที่พราหมณ์เคยถวายข้าวทัพพีเดียว พระพุทธองค์ก็ให้ บอกเธอเอาไปบวชได้เลย ดูแลทุกอย่าง
นี่คุณยายของเรามีปฏิปทาที่ตรงกับพระสารีบุตรทีเดียวคือความกตัญญูรู้คุณคน พออยู่วัดปากน้ำนะ เกี่ยวกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายทั้งเคารพ ทั้งซื่อตรง คูดหัวทำวิชชา ๒๑ ปีนี่ไม่เคยไปไหนเลย มีอยู่ครั้งเดียวที่ไปคือไปเผาศพโยมแม่ จะให้เผยแผ่หรือ คุณยายอ่านหนังสือไม่ออก แต่ว่าด้วยจิตใจเคารพครูบาอาจารย์นะ ทำได้อย่างดีที่สุด จะบอกว่าให้สร้างวัดหรือ มีเงินแค่ ๓,๒๐๐ บาทนี่ สร้างใหญ่โตขนาดนี้ วัดธรรมกาย
แม้แต่เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่ ๒ คุณยายของเราได้รับคำชมจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง ในท่ามกลางขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรมในสมัยนั้น ซึ่งทำวิชชาปราบมารด้วยกัน
นี่เราจะเห็นว่าคุณยายของเรา ถ้าพูดเกี่ยวกับลูกนะ ก็เป็นลูกที่ทำหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุดเลย จะบอกเออ วันดียอดกตัญญู ไม่ถึงแหละ คุณยายของเรายิ่งกว่านั้น คือช่วยพ่อช่วยแม่ขึ้นสวรรค์ได้ ถ้าบอกเกี่ยวกับลูกศิษย์หรือ ก็เป็นลูกศิษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด จนหลวงพ่อวัดปากน้ำผู้เป็นต้นวิชชานี่ ชมในท่ามกลางขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรมว่าเป็นหนึ่งไม่มีสองรองใคร
ถ้าพูดเกี่ยวกับบุญหรือ คุณยายของเรานี่เป็นประธานทอดกฐินสามัคคีตลอดมาตลอด เป็นประธานใหญ่มาตลอดนะ เพราะว่าตลอดชีวิตของคุณยายกลัวอย่างเดียว กลัวได้บุญน้อย
ดังนั้น พวกเราเมื่อเป็นลูกหลานยาย ได้ฟังปฏิปทาต่างๆ เป็นแค่ภาคทฤษฎี ส่วนภาคปฏิบัตินั้นต้องไปพินิจพิจารณา ทำให้บังเกิดในกาย วาจา ใจของเรา เมื่อเราทำได้แล้ว ก็ขยายแก่คนรอบข้าง จะเป็นลูก จะเป็นหลาน จะเป็นลุงเป็นป้าที่สนิท ให้ขยายออกไป ที่เป็นต้นแบบต้นบุญอย่างนี้ ประดุจคุณยาย ให้ขยายไปทั่วโลกให้ได้ ลูกที่เป็นยอดกตัญญูก็จะได้เกิดขึ้นมาเยอะๆ ศิษย์ที่เป็นยอดกตัญญูก็จะได้มีมากขึ้น ยอดขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรม ยอดกัลยาณมิตร หรือว่าผู้นำบุญระดับโลก ก็จะเกิดขึ้นเฉกเช่นคุณยายของเรา เมื่อนั้นแหละ เมื่อคนดีมีมาก สันติสุขก็จะบังเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งพระพุทธธรรม เมื่อนั้นเราก็จะปีติใจว่าเรานี่นะมีส่วนที่เป็นต้นบุญต้นแบบ ทำให้วิชชาธรรมกายเผยแผ่ไปทั่วโลกในยุคของเราได้ และบุคคลที่จะปีติใจยิ่งกว่าเราก็คือคุณยาย ผู้เป็นต้นแบบต้นบุญให้แก่เราครั้งแรกนี่เอง
สำหรับวันนี้หลวงพี่ก็ขอจบการบรรยายพรรณนาพระคุณของคุณยายเอาไว้เพียงแค่นี้
สัพพุทธานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ สัพธรรมานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทุกๆ พระองค์ สัพสังฆานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆเจ้าทั้งปวง สัทธาโสตถี พะวันตุโว ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดมีแด่ท่านทั้งหลายทุกทิวาราตรีกาลเทอญ เจริญพร
ขอให้ลูกหลานทุกท่านเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องเอาไว้ใช้สร้างบารมีในปัจจุบันนี้จงทุกท่านเทอญ (สาธุ) จบ…..
หน้า PAGE 6
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\กันยายน\44-09-08 FW-AAT.doc