ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

วิธีการใช้ทรัพย์ ๔ ประการ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุก ๆ รูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุก ๆ ท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และเหล่ากัลยาณมิตรทุก ๆ ท่านนะ พระธรรมเทศนาที่หลวงพี่จะได้นำมาเทศน์ในวันนี้คือเรื่องการใช้ทรัพย์ ๔ ทรัพย์หมายถึงสิ่งที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก สิ่งที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย สิ่งที่หามาได้ด้วยกำลังสติปัญญาความสามารถ ทรัพย์หมายถึงความมั่นคงของชีวิต ความอยู่เป็นสุขในภพชาตินี้ ทรัพย์หมายถึงความมีหน้ามีตาในสังคม ความเป็นคนน่ารัก น่าเคารพกราบไหว้ แต่ไม่ว่าทรัพย์จะหมายถึงอะไรก็แล้วแต่ มนุษย์ซึ่งอาศัยอยู่กันเป็นสังคมทุกวันนี้ ต่างก็ดิ้นรนแสวงหาทรัพย์กัน โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันทีเดียว มนุษย์จึงเดือดร้อนกันมาก อันเนื่องมาจากการแสวงหาทรัพย์ ทำผิดศีลผิดธรรมก็เพราะทรัพย์ก็มากมาย หลับตาลาโลกไปแล้ว ยังต้องไปเสวยผลแห่งกรรมอันเผ็ดร้อนในนรกอีก ด้วยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ให้หลักการ อุดมการณ์ วิธีการ ตลอดจนภาพรวมของการใช้ทรัพย์เอาไว้ ๔ ประการด้วยกันคือ ประการแรก เมื่อทรัพย์เกิดขึ้นในบ้านในเรือนแล้ว ประการแรกที่จะต้องพิจารณาใคร่ครวญให้ดีก็คือแบ่งเอาไว้ใช้หนี้ แบ่งเอาไว้ใช้หนี้หมายความว่าเมื่อทรัพย์บังเกิดขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของเราเท่าไหร่ก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องแบ่งสันปันส่วนให้เหมาะสมเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูบิดามารดาผู้มีพระคุณต่อเรา โดยเหตุแห่งกฎเกณฑ์เงื่อนไขของการเกิดเป็นมนุษย์ต้องอาศัยพ่อแม่ เราก็คือบุคคลหนึ่งซึ่งถูกเลี้ยงดูด้วยพ่อแม่มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งนะ ที่เราจะต้องแบ่งทรัพย์ส่วนนี้เอาไว้ใช้ เอาไว้จ่ายในการเลี้ยงดูผู้มีพระคุณของเรา พ่อแม่ได้ลงทุนในตัวของเรานี้มากมาย ไม่มีส่วนไหนเลยในร่างกายของเราที่พ่อแม่ไม่ได้ลงทุนเอาไว้ ในขณะที่เราลืมตามาดูโลกในครั้งแรก ถ้าพ่อแม่ปฏิเสธตั้งแต่วันแรกว่านี่ไม่ใช่ลูกฉัน แล้วก็โยนทิ้งถังขยะแผล็บไปเลย ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลายก็คงไม่ได้มีโอกาสมานั่งฟังธรรมกันอยู่ตรงนี้หรอกนะ แต่ด้วยเหตุแห่งที่ว่า พ่อแม่ต่างก็ยอมรับว่าเราคือลูกของท่าน เราจึงมีชีวิตเติบใหญ่ขึ้นมาด้วยความปลอดภัย ความเมตตาปราณีความเอ็นดูสงสาร ต่างก็ประดาประดังมาหาเรา มาคุ้มครองเรา ให้เราเจริญเติบโต มีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ด้วยเหตุผลตรงนี้จึงทำให้เราไม่ควรประมาทที่จะเลี้ยงดูบิดามารดาผู้มีพระคุณนะ เราลองมาดูคุณยายของเรา คุณยายของเรา ในสมัยสร้างวัดใหม่ ๆ ในสมัยสร้างวัดใหม่ ๆ ที่คุณยายต้องใช้ความคิด ใช้สติปัญญาความสามารถอย่างยิ่งเลยนะ แต่ก่อนที่จะมาถึงลักษณะนิสัยของคุณยายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของเรานั้น ให้คุณโยมทั้งหลายนึกย้อนหลังไปสมัยที่คุณยายยังอยู่ที่บ้านนอก ยังไม่ได้มาแสวงหา ยังไม่ได้มาศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนนั้นคุณยายมุมานะบากบั่นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ในการที่จะช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน โดยเฉพาะการทำนา คุณยายทำได้เก่งมาก ชาวบ้านหรือเพื่อนบ้านต่างก็ให้ฉายาคุณยายว่าหญิงแข้งเหล็ก เพราะว่าคุณยายทำนาได้เก่งมาก โดยเหตุผลข้อนี้พอคุณยายได้มาสร้างวัด คุณสมบัติตรงนี้จึงปรากฏเด่นชัดให้เราได้รู้ได้เห็นได้ทราบกัน พอคุณยายได้มาศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ จนเชี่ยวชาญดีแล้ว คุณยายจึงสามารถใช้วิชชาธรรมกายเป็นทรัพย์ไปช่วยพ่อ ไปขอขมาพ่อได้สำเร็จ ด้วยเหตุผลข้อนี้คุณยายจึงสามารถตอบแทนพระคุณของบิดามารดาผู้มีพระคุณได้อย่างสมบูรณ์ทีเดียว ประการที่ ๒. เอาให้เขากู้ เมื่อทรัพย์เกิดขึ้นในบ้านในเรือนของเราแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องแบ่งสันปันส่วนออกมาส่วนหนึ่งเพื่อใช้เลี้ยงดูบุตรธิดาของเราตามกฎเกณฑ์เงื่อนไขของการบังเกิดขึ้นของมนุษย์ของสรรพสัตว์ทั้งหลายซึ่งต้องอาศัยพ่อแม่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อเราอยู่ในสถานะหรืออยู่ในสภาวะของความเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ต้องคิดและตระหนักให้มากก็คือหวังแต่เพียงว่าจะทำหน้าที่ของความเป็นพ่อเป็นแม่ให้สมบูรณ์ที่สุด ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลย ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรก็ตาม พ่อแม่ไม่เคยที่จะลดละความพยายามในการดูแลรักษาในการเลี้ยง ทรัพย์ส่วนมากจึงต้องจับจ่ายใช้สอยไปในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่เราจะต้องแบ่งทรัพย์ออกมาจับจ่ายใช้สอยในการเลี้ยงดูบุตรธิดาให้เจริญ ให้เข้มแข็ง ให้เรียนรู้ถึงสังคมที่เชี่ยวกรากไปด้วยภัยพิบัติต่าง ๆ ถ้าลูกน้อยไปคบค้าสมาคมกับเพื่อนที่เป็นพาล ลูกก็ประสบปัญหา แม้พ่อแม่ก็ต้องเดือดร้อนตามไปด้วย ด้วยเหตุผลข้อนี้ทรัพย์สมบัติจึงต้องถูกนำมาใช้ แต่เรามาดูคุณยายของเรา เรามาดูคุณยายของเราในสมัยแรกที่คุณยายพยายามจะสร้างวัดให้สำเร็จ คุณยายได้สร้างโรงครัวเป็นสิ่งแรกเลยทีเดียว เพื่อให้พระของคุณยายที่ต้องเดินบิณฑบาต จะได้มีเวลาในการหลับตาเจริญสมาธิภาวนาให้เยอะ ๆ คุณยายมองเห็นตรงจุดนี้ คุณยายจึงทุ่มเทชีวิตจิตใจในการที่จะไปดูแลครัว เพราะฉะนั้นแม้ญาติโยมทั้งหลายผู้มีบุญที่มานั่งอยู่ตรงนี้ ต่างก็ต้องอาศัยบุญบารมีของคุณยายตรงจุดนี้ทั้งนั้นเลยนะ มาจากบ้าน เข้ามาถึงวัดเรา มาแต่ตัวกับหัวใจ ข้าวและน้ำมาอาศัยวัด ซึ่งเป็นที่สร้างบารมีของเรา ซึ่งเป็นที่สามารถทำให้เรานี้ใช้สร้างบารมีได้ครบทุกอย่าง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าคุณสมบัติตรงข้อนี้ของคุณยาย คุณยายสามารถแสวงหาประโยชน์สูงสุดจากการแบ่งทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ทั้งหมด มาหล่อเลี้ยง มาบริการลูกหลานของท่านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยทีเดียว ประการที่ ๓ ทิ้งลงเหว ถึงแม้ทรัพย์สมบัติจะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหนก็ตาม เราจะต้องแบ่งสันปันส่วนให้ดีเพื่อใช้ในการจับจ่ายใช้สอยกินในบ้าน มนุษย์ถ้ามีชีวิตอยู่ไปวันหนึ่ง ถ้าปราศจากการกินเสียแล้วก็คงจะสบายขึ้นเยอะเลยทีเดียว มนุษย์ถ้ากินเพื่ออยู่ก็คงจะไม่ลำบากมากมายนัก แต่เนื่องจากว่าความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง บำบัดเท่าใด เท่าใด ก็ไม่รู้จักอิ่มจักเต็มสักที โรคอย่างอื่นเมื่อเป็นแล้ว พอที่จะไปหาหยูกยา หาหมอ รักษาให้หายขาดได้ แต่โรคคือความหิวนี้ ต้องบำบัดทุกเมื่อเชื่อวันเลยทีเดียว จะเห็นว่าการกินจึงเป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาหลักที่จะต้องแก้ไขอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าเรากินไม่เป็น ไม่สามารถเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายแล้ว โรคภัยไข้เจ็บมากมายก็จะประดาประดังเข้ามาอีก เพราะการกินจะต้องสัมพันธ์กับการดำรงอยู่ได้ของสังขารสรีระยนต์ที่แข็งแรง เพื่อที่เราจะได้อาศัยสังขารสรีระยนต์นี้ในการสร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจับจ่ายใช้สอยเงินทองไปเพื่อการนี้อย่างมากมาย คนส่วนมากจึงอยู่เพื่อกิน ด้วยเหตุผลข้อนี้ เรามาดูคุณยายของเรา คุณยายสามารถเลือกรับประทานอาหาร โดยอาศัยคุณค่าทางอาหารเป็นหลัก เรื่องรสชาติและชนิดของอาหารนั้นไม่ต้องพูดถึง แต่คุณยายสามารถเลือกรับประทานอาหารได้สมกับวัยของท่าน จึงทำให้คุณยายของเรานี้มีร่างกาย มีสรีรยนต์ที่แข็งแรง มีอายุยืน ท่านสามารถสร้างบุญสร้างบารมีโดยอาศัยสรีรยนต์นี้ได้อย่างเต็มอิ่ม เต็มที่ เต็มกำลังเลยทีเดียว คุณยายสามารถแสวงหาประโยชน์สูงสุด ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า จากร่างกายที่บริหารได้ดีแล้ว อย่างเต็มอิ่มเต็มกำลัง เหมือนอย่างกับอะไร เหมือนอย่างกับน้ำอ้อยที่ละออกจากชานอ้อยฉะนั้น ร่างกายสังขารเมื่อหมดอายุขัยแล้วก็ไม่มีประโยชน์อันใด แต่สิ่งที่จะต้องนำติดเนื้อติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปนั้นคือบุญบารมีที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้วนั่นเอง ทีนี้เรามาดูประเภทของการใช้ทรัพย์ประเภทที่ ๔ เป็นประเภทที่สำคัญที่หลวงพี่อยากจะเน้น ย้ำเตือนให้ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลายได้คิดใคร่ครวญให้ดีนะ ประเภทที่ ๔ นี้ก็คือแบ่งไว้ เอาฝังไว้นั่นเอง เมื่อมีทรัพย์เกิดขึ้นในบ้านในเรือนของเราไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลาย ผู้มีผงธุลีในดวงตาน้อย คิดใคร่ครวญไตร่ตรองดูแล้วว่าทรัพย์สมบัติที่เราหามาได้ด้วยความยากลำบากนี้ ทำอย่างไรหนอที่เราจะสามารถนำเอาติดเนื้อติดตัวไปในภพชาติเบื้องหน้าได้ เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้วก็ต้องแบ่งออก เพื่อทำทาน ฝังไว้ในเนื้อนาบุญอันวิเศษ ฝังไว้ในเนื้อนาบุญของทักขิไณยบุคคล ฝังไว้ในเนื้อนาบุญของพระศาสนา ธรรมดาบรมโพธิสัตว์เมื่อได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว ต้องคิดพิจารณาไตร่ตรองดูว่ามีบารมีอะไรอีกไหมที่จะต้องทำเป็นอย่างแรก คิดได้อย่างนี้แล้ว พระบรมโพธิสัตว์ก็สั่งสอนตนเองว่า สิ่งที่จะต้องทำเป็นอย่างแรก ก็คือมหาทานบารมี เพราะตราบใดที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้ มหาทานบารมีนี้แหละจะทำให้การบังเกิดสร้างบารมีในแต่ละภพแต่ละชาติสะดวกสบาย สามารถทำให้สร้างบารมีอย่างอื่นได้สะดวกสบายขึ้น ธรรมดาเวลาไฟกำลังไหม้บ้าน สมบัติใดก็ตามที่สามารถหยิบจับออกมาจากบ้านจากเรือนนั้นได้ สมบัติอันนั้นก็จะสามารถเป็นประโยชน์ในการตั้งเนื้อตั้งตัวของเราต่อไปได้ แต่ญาติโยมทั้งหลายเมื่อบ้านคือร่างกายอันเปื่อยเน่านี้ถูกไฟคือความเจ็บ ความแก่ และความตายเผาผลาญอยู่ทุกอนุวินาที บุญใด บารมีใดก็ตามที่เราได้สั่งสมอบรมมาดีแล้ว ที่เราได้สร้างสมมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย ที่เราสามารถนึกไตร่ตรองได้ตลอดเวลา บุญนั้นบารมีนั้นแหละ จะติดแน่นอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ข้ามภพข้ามชาติทีเดียว เกิดมาภพชาติต่อไป เราก็จะได้สร้างบารมีอย่างอื่น ๆ ให้แก่รอบยิ่งขึ้น ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น คุณสมบัติตรงนี้เรามาดูคุณยายของเรา เมื่อตอนยังสร้างวัดใหม่ ๆ คุณยายได้สละทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมดคือ ๓,๒๐๐ บาท ฝังเอาไว้ในเนื้อนาบุญแห่งนี้เป็นก้อนแรก ทรัพย์ก้อนนี้แหละที่ทำให้คุณยายและเหล่าลูกหลานทั้งหลายที่มานั่งอยู่ตรงนี้ พระเณรของคุณยายทั้งหมดทั้งมวลนี้ ได้ใช้เป็นสถานที่สร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบายทีเดียว ที่นั่งเจริญสมาธิภาวนาทุกแห่ง อาคารทุกแห่ง ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นด้วยกำลังฤทธิ์ กำลังอำนาจของสมบัติของคุณยาย ๓,๒๐๐ บาท เห็นไหมว่าคุณยายของเรานี้ฉลาด และสามารถมองภาพรวมของการสร้างบารมีได้อย่างครบวงจรทีเดียว แม้ในวาระสุดท้ายของคุณยาย ท่านรู้ตัวเองว่าจะต้องละสังขารจากร่างกายที่ได้ใช้สร้างบารมีมายาวนาน เหนื่อยล้าเต็มทน แต่ใจก็ผ่องใส ปีติเบิกบานในการสร้างบารมีทุกครั้ง ในวาระสุดท้ายคุณยายจึงได้ถวายปัจจัยทั้งหลายที่มีอยู่ ที่ลูกหลานได้บูชาธรรมท่าน ซึ่งท่านได้เก็บสะสมเอาไว้เป็นปัจจัยก้อนสุดท้าย ได้ถวายปัจจัยทั้งหมดนั้นฝังลงในเนื้อนาบุญอันวิเศษ ได้ถวายผ้าไตรจีวรเนื้อละเอียดกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย นี้เป็นทรัพย์ก้อนสุดท้าย เป็นบารมีอย่างสุดท้ายที่คุณยายได้ทำให้ลูกหลานดูเป็นตัวอย่าง ได้ทำให้ลูกหลานเห็นเป็นตัวอย่าง ว่าชีวิตของนักสร้างบารมี เกิดมาก็ต้องสร้างบารมี อย่ามีข้อแม้ เงื่อนไข อย่ามีข้ออ้าง ด้วยสภาวะอากาศร้อนนัก หนาวนัก ยังเช้าอยู่ ตอนนี้เย็นมากแล้ว นักสร้างบารมีจะต้องไม่คิดถึงสิ่งเหล่านี้ อารมณ์ของพญามารที่คอยขัดขวางกีดกันไม่ให้เราขนทรัพย์สมบัติอันมีค่า ที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายเอาไปข้ามภพข้ามชาติ เพื่อไว้ใช้สร้างบารมีต่อไป ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลาย จะต้องสละอารมณ์นั้นทิ้งเสียให้หมดสิ้น บนเส้นทางสายกลางจะต้องไม่มีความท้อ จะต้องมีความกังวล ใด ๆ ทั้งสิ้น จะต้องไม่มีความเหนื่อยหน่าย เหนื่อยได้แต่อย่าท้อ ถ้าเหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยแล้วก็เดินหน้าสร้างบารมีกันต่อไป มีทรัพย์สมบัติเท่าไหร่ก็ให้ตรวจสอบดูให้ดี ว่าเราจะแบ่งสันปันส่วนใช้จ่ายในแต่ละส่วน ทั้ง ๔ ส่วนนี้อย่างไรบ้าง แต่อย่าลืมให้แบ่งสันปันส่วนให้พอเหมาะพอดี ฝังไว้ในเนื้อนาบุญของทักขิไณยบุคคล ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลาย เมื่อได้รู้ ได้ยินได้ฟังอย่างนี้แล้ว ทรัพย์ที่เราหามาได้หมายถึงความมีหน้ามีตาในสังคม หมายถึงความเป็นคนน่ารัก น่าเคารพ น่ากราบไหว้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อรู้ถึงประโยชน์ในชาตินี้ รู้ถึงประโยชน์ในภพชาติเบื้องหน้าแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลายให้ได้ จะต้องแบ่งทรัพย์ให้ดี และให้เป็น แบ่งทรัพย์ให้ได้ คือ เมื่อมีทรัพย์เกิดขึ้นในเนื้อแล้ว แบ่งไว้สำหรับใช้สร้างบารมีให้ได้ อย่ามีข้อแม้เงื่อนไขอะไรต่าง ๆ ที่จะทำให้ประโยชน์ในภพชาติเบื้องหน้าพร่องไป แบ่งให้ดี คือแบ่งเอาไว้ ฝังเอาไว้ในเนื้อนาบุญอันประเสริฐของทักขิไณยบุคคล ฝังเอาไว้ในเนื้อนาบุญอันเลิศที่มีชื่อว่ามหากฐินของคุณยาย ที่กำลังเป็นกระแสให้ลูกหลานคุณยายได้รู้ได้เห็นได้ทราบกันอยู่นี่ เป็นมหากฐินที่ยิ่งใหญ่ มีทรัพย์น้อย สละทรัพย์ฝังไว้แล้ว บังเกิดผลอเนกจะปริยาย ส่งผลข้ามภพข้ามชาติ ส่งผลไปในหลาย ๆ ชาติที่เราจะเกิดมาสร้างบารมีต่อไปด้วย แบ่งให้เป็น แบ่งอย่างไร แบ่งให้เป็นคือประการแรก แบ่งเอาไว้ทำทานแต่ ต้องให้เกิดมหาปีติเบิกบาน ทั้งขณะทำ กำลังทำ และหลังจากทำแล้ว ให้เกิดปีติ เบิกบานทีเดียว ทำแล้วอย่าลืมให้หมั่นนึก หมั่นตรึก หมั่นตรองอยู่เสมอ ๆ ว่าโอกาสดี โอกาสงามบังเกิดขึ้น ต่อหน้าเราแล้ว ทรัพย์เหล่านี้เกิดขึ้นกะเราแล้ว บัดนี้เราได้ฝังลงดีแล้วในเนื้อนาบุญของมหากฐินของคุณยาย ประการที่ ๒ เมื่อแบ่งมาฝังแล้ว ก็ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานให้ดีว่าด้วยอานุภาพผลบุญของมหาสมบัติทั้งหลายที่ได้ฝังไว้ดีแล้วนี้ ขอให้นำพาข้าพเจ้าไปเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีผู้ใจบุญค้ำจุนพระพุทธศาสนาทุกภพทุกชาติเลยทีเดียว ขอให้ข้าพเจ้ามีมรรคผลนิพพานเป็นที่ไป ประการที่ ๓ เมื่อแบ่งมาฝังแล้ว จะต้องหมั่นระลึกนึกถึงเหตุการณ์ที่เราสามารถทำมากับมือของเรานี่เอง เวลามีข่าวสารงานบุญเกิดขึ้น อย่าให้ใครมาชักชวนเราบ่อยครั้งนัก เมื่อเราได้ยินได้ฟังกับหูของเราแล้ว ให้คิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองให้ดี แล้วตัดสินใจทำด้วยตัวของตัวเอง อย่าไปหวังว่าลูกหลานจะทำให้เรา ลูกหลานเขาก็มีภารกิจของเขา สู้เราทำด้วยตัวของเราเองไม่ได้ เกิดมหาปีติเบิกบานมากกว่า เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลาย เมื่อรู้ เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ขอให้เกิดมหาปีติ ขอให้เกิดความเบิกบาน เกิดความผ่องใสอยู่ตลอดเวลา อย่าคิดน้อยเนื้อต่ำใจว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ เราไม่สามารถจะทำได้อย่างคนอื่นเขา จงตั้งสติให้มั่นคงที่ศูนย์กลางกาย นึกย้อนหลังไปตั้งแต่วันแรกที่เราย่างเท้าก้าวเข้ามาสร้างบารมีกับหมู่คณะ ไม่ว่าจะเป็นบุญบารมีใดก็ตามในวัดพระธรรมกายแห่งนี้ ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลาย ต่างก็ได้ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมแรงศรัทธาก่อสร้างขึ้นมาทั้งนั้น มหาวิหารพระมงคลเทพมุนีซึ่งญาติโยมก็ได้เห็นแล้วว่าบัดนี้กำลังได้เตรียมงานกันอย่างคึกคักทีเดียว วันที่ ๒ กันยายนที่จะถึงนี้ ญาติโยมทั้งหลายให้ดินโคลนได้ห่อหุ้มเท้าอันเป็นมงคลของเราเถอะ ดินโคลนเหล่านี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราได้ระลึกนึกถึงหนทางอันยาวไกลที่เราได้สร้างบุญสร้างบารมีมาตลอด ทำให้เรานึกถึงบุญบารมีของเราได้ง่ายได้สะดวก ดินโคลนที่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าอันขาวบริสุทธิ์ของเรานี้ จะเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าเรานี้ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจขนาดไหน เกิดมหาปีติเพียงใดที่เราได้ฝังทรัพย์สมบัติอันมีค่านับแสนนับล้าน ลงไปในมหากฐินของคุณยาย เพื่อสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ให้เป็นที่เคารพกราบไหว้ของหมู่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เป็นต้นแบบต้นบุญให้กับมนุษย์โลกอีกเป็นจำนวนมาก ที่เขาจะได้มากราบไหว้บูชาพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เขาเหล่านั้นมาทีหลัง เรามาก่อน เราจึงได้เป็นรุ่นพี่ บารมีแก่รอบมากขึ้น คนมาทีหลังก็ได้แต่นึกถามคนอื่นว่าใครหนอได้มีโอกาสได้สร้างมหาวิหารได้สำเร็จอย่างนี้ รู้แล้วทราบแล้วก็ได้แต่กล่าวคำว่าผมขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ ดิฉันขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ เขาได้แต่กล่าวคำเหล่านี้เท่านั้น แต่ญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลาย ดินโคลนที่ได้ห่อหุ้มเท้าอันเป็นมงคลนั้นจะติดตราตรึงใจของเราไปตลอดจนถึงวาระสุดท้ายของเราทีเดียว คนที่มาทีหลังอย่างมากก็ได้แต่เก็บกวาดใบไม้ในลานวิหาร เอากรรไกรมาตัดหญ้าที่งอกขึ้น เอาผ้าชุบน้ำมาตรงโน้นตรงนี้แค่นั้นเอง แต่เราผู้สถาปนามหาวิหารได้สำเร็จ เป็นประธานกองได้สำเร็จอย่างนี้ คิดดูกันเอาเองนะ ว่ามหาปีติจะบังเกิดขึ้นในใจของใครได้เร็วและแรงกว่ากัน ถึงวาระสุดท้ายที่จะต้องหลับตาลาโลก กลับสู่สวรรค์ชั้นดุสิตที่เราจากมา สภาวะตรงนั้นใครจะสามารถได้ลิ้มรส ได้สัมผัสอย่างสมบูรณ์ ได้มากกว่ากัน เมื่อทราบอย่างนี้ ต่อจากนี้ไปหลวงพี่ก็ขอเชิญชวนญาติโยมผู้มีบุญทั้งหลาย ได้ตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันสักครู่หนึ่งนะ หลับตาของเราเบา ๆ ตรึกระลึกนึกถึงบุญบารมีที่เราได้สั่งสมอบรมมาดีแล้ว ตรึกระลึกนึกถึงบุญบารมีทั้งหลายที่ศูนย์กลางกายให้สบาย อย่างมีสติ ให้เบาสบายเหมือนกับขนนกที่ลอยตกลงจากอากาศ ลงมาแตะผิวน้ำเบา ๆ เราเองก็แตะใจ แตะความรู้สึกนึกคิด แตะเบา ๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเราอย่างนั้นเหมือนกันนะ ขนนกที่ลอยลงมาเบา ๆ ลอยลงมาอย่างช้า ๆ แตะผิวน้ำ โดยที่ผิวน้ำไม่กระเพื่อมเลย ทำอย่างนี้ตลอดต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน ใจของเราก็จะเริ่มสงบนิ่ง สงบนิ่งลงเรื่อย ๆ อย่านั่งเหมือนกับว่ากำลังคอยใครอยู่ อย่านั่งเหมือนกับว่ากำลังรอคอยอะไรอยู่ ถ้านั่งอย่างนี้ จะเครียด อารมณ์จะไม่สบาย ให้เรานั่งเหมือนอย่างกับว่าเรากำลังนอนหงายอยู่ที่ชานบ้านของเรา มองไปบนท้องฟ้า มองเห็นดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปเลย ดวงดาวแต่ละดวง แต่ละดวงมีความสว่างไม่เท่ากัน แต่เราก็มองเฉย ๆ ไม่ได้ไปเร่ง ไม่ได้ไปเพ่ง ไปจ้องดวงใดดวงหนึ่ง ให้เราทำตัวของเราเฉย ๆ สบ๊ายสบาย พยายามอย่าไปเป็นผู้กำกับ จงเป็นผู้ดูที่ดี นิ่งในนิ่ง หยุดในหยุด เรื่อยไปทีเดียวนะ ********************************** จบ **********************************