ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สร้างบารมีไปถึงที่สุดด้วยหลัก ๕ ประการ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระอนุรักษ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดนักรบแห่งกองทัพธรรมลูกหลานคุณยายทุกๆ ท่าน (สาธุ) เคยมีคนกล่าวไว้ว่าเมื่อใดที่เราละสายตาจากจุดหมาย จากเป้าหมาย เมื่อนั้นเราจะเห็นอุปสรรคที่จะขัดขวางไม่ให้เราไปจนถึงจุดหมายจุดนั้นได้ พระโพธิสัตว์ของเราในสมัยที่เสวยพระชาติเป็นสุเมธดาบส เมื่อได้รับการพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีปังกรแล้ว หลังจากนั้นท่านก็นั่งเข้าที่ตรวจดูว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ในอดีตสร้างบารมีมาอย่างไร จนท่านพบว่าการสร้างบารมีนั้นต้องบำเพ็ญจนครบ ๑๐ อย่าง นับตั้งแต่ทานบารมี ศีลบารมี ไล่ไปจนถึงอุเบกขาบารมี จนครบทั้ง ๑๐ อย่าง แต่ว่าเราในฐานะของนักสร้างบารมีรุ่นใหม่ บารมีธรรมของเราก็ยังอ่อน ยังน้อย แล้วเราจะทำยังไงถึงจะบำเพ็ญบารมีให้ได้ตลอดรอดฝั่ง หลักการก็มีอยู่ ๕ ข้อด้วยกัน ประการแรก ต้องแสวงหาครูบาอาจารย์ที่ประเสริฐ ครูบาอาจารย์ที่มีลักษณะดังนี้ก็คือว่าแนะนำดี แนะนำเส้นทางที่จะทำให้เราได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง คือพระนิพพานได้ แล้วก็แจกแจงสั่งสอนอบรมว่าจะเดินทางไปในเส้นทางนั้นได้อย่างไรในทุกๆ รายละเอียด ทุกๆ อย่าง แจกแจงจนหมด จนครบ ให้เราเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง แล้วก็ไม่หวงวิชา มีอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์แล้วเราอยู่ในฐานะที่จะรับได้ก็สอนเราจนหมด ไม่เหลือเลย มีใจปรารถนาดีกับเราอย่างเต็มที่ สอนเราจนหมดทุกๆ อย่าง แล้วก็ยินดีกับเรา เวลาที่เราทำความดี เวลาที่เราประพฤติปฏิบัติตามท่าน แล้วได้ผลที่ดีตามมา ท่านก็ยินดีกับเรา ประการสุดท้าย สำคัญที่สุด ครูบาอาจารย์ที่ประเสริฐจะช่วยอุดช่องโหว่ที่เรามี แก้ไขข้อบกพร่องทุกๆ อย่างที่เราอาจจะทำผิดทำพลาด เพราะเนื่องจากว่าท่านผ่านเส้นทางนี้มาก่อนเราแล้ว ท่านเข้าใจก็เลยสามารถที่จะอุดช่องโหว่ให้กับเราได้ เราถือว่าโชคดีมาก สำหรับประการสุดท้ายนี้ เรามีครูบาอาจารย์ที่ประเสริฐอย่างยิ่ง ผู้ที่มีคุณสมบัติที่มีลักษณะแบบนี้ ครั้งหนึ่งเคยมีอาสาสมัครมาถามหลวงพี่ว่าทำไมถึงมาอยู่วัด ไม่คิดจะไปออกไปไหนหรือ หลวงพี่นึกแป๊บหนึ่ง แล้วก็ตอบเขาไปบอกว่าจากประสบการณ์การทำงานทางโลกที่เคยผ่านมา ทำมาหลายอย่าง ทำมาหลายที่ ไม่มีผู้นำที่ไหนที่จะเอาชีวิตของตนเองเป็นเดิมพันให้กับงานทุกๆ อย่างของคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ของคนในองค์กร มีเฉพาะที่นี่ ที่เรามีครูบาอาจารย์แบบนี้ ทำให้หลวงพี่ก็ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้แหละ ช่วยท่าน สร้างบุญบารมีติดตามท่านต่อไป เพราะในโลกนี้เชื่อได้ว่าไม่มีที่ไหนที่จะมีครูบาอาจารย์ให้อะไรแบบนี้ได้ เมื่อเราเจอแล้ว ประการต่อมาก็ต้องอดทนต่อคำสั่งสอนที่ท่านสั่งสอนมา อดทนหลายๆ ระดับที่เราเคยได้รับรู้ไว้ตั้งแต่ อดทนต่อลมฟ้าอากาศ ทุกขเวทนา ต่อคำพูดการกระทบกระทั่งจากลูกศิษย์ในสำนักเดียวกัน ต้องอดทน ไปจนถึงอดทนในระดับสุดท้าย ที่ยากคืออดทนต่ออำนาจกิเลส ตรงนี้ยากเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มาฝึกสมาธิในแนวของวิชชาธรรมกาย เป็นการฝึกสมาธิของผู้ที่เรียกว่าไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดๆ จะเอาชนะอย่างเดียว นั่งธรรมะในตอนกลางวันก็จะให้สว่างยิ่งกว่าตะวันเที่ยงเรียงชิดติดกันเต็มท้องฟ้า นั่งธรรมะในตอนกลางคืน แม้ว่าสภาพบรรยากาศจะมืดมิด แต่เราก็จะเอาสว่าง ให้สว่างยิ่งๆ ขึ้นไป ผู้ที่ไม่ยอมแพ้ ขาลุย เท่าที่เจอขึ้นมานี่ จากประสบการณ์ขาลุยมักจะเจอของแข็ง เพราะฉะนั้นทำใจไว้เลย การสร้างบารมีของเราไม่ง่าย สิ่งที่จะมาทดสอบเรา จะให้เราผ่านไปในแต่ละอย่าง แต่ละอย่างนี่ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นเตรียมใจไว้ให้พร้อม แล้วเราไปลุยด้วยกัน เมื่ออดทนแล้ว ฝึกตัวแล้ว รับรู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะไปถึงเป้าหมาย ประการต่อมาสำคัญ ที่จะทำให้เราสร้างบารมีไปได้ตลอดรอดฝั่ง คือการมีโยนิโสมนสิการ โยนิโสมนสิการคืออะไร คือการคิดได้ตั้งแต่ต้นไปจนจบ เจาะไปถึงแก่นของทุกๆ อย่างที่เรามองได้ พูดง่ายๆ คือฝึกให้เป็นผู้บริหาร ให้เป็นนักบริหาร รู้จักที่จะเอาอดีต ไม่ว่าจะเป็นข้อผิดพลาดหรือข้อได้เปรียบมากำหนดปัจจุบัน แล้วเอาสิ่งที่มีในปัจจุบันไปกำหนดในอนาคต แล้วเราจะบริหารอะไร ก็บริหารกาย วาจา ใจ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้บัญญัติพระวินัยไว้ให้พระภิกษุ เป็นคู่มือในการฝึกโยนิโสมนสิการ ไล่ไปตั้งแต่ฝึกให้รู้จักนุ่งห่มให้เรียบร้อย เป็นระเบียบ สวยงาม พิจารณาในตอบขบฉันอาหาร การใช้เสนาสนะทุกๆ อย่าง ไปจนถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาสุขภาพ พุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ให้พระภิกษุได้ฝึกตน ได้สังเกต เพราะพระวินัยเป็นตัวควบคุมกายกับวาจา เมื่อประพฤติตามพระวินัยไปเรื่อยๆ บริหารกายกับวาจาไปเรื่อยๆ จนคุ้น ย้ำคิด ย้ำพูด แล้วก็ทำไป จนกลายเป็นนิสัย เมื่อนั้นจนถึงจุดที่เราไม่ต้องฝืนทำ พระวินัยจะกลายไปเป็นศีลในตอนนั้นเอง เพราะศีลจะควบคุมกาย วาจา ใจ นี่คือความต่างระหว่างวินัยกับศีล ต้องอาศัยโยนิโสมนสิการอย่างมาก แต่โยนิโสมนสิการจะเกิดได้ ต้องมีบารมีอย่างมากมาย อย่างมหาศาล ถึงจะสอนตัวเองได้ ถึงจะเข้าใจในทุกๆ อย่าง เพราะฉะนั้นฝึกกันต่อไป เมื่อมีโยนิโสมนสิการแล้ว ควบคุมกาย วาจา จนเข้าที่ดีแล้ว จนเข้าใจ มาถึงการควบคุมใจ รับรู้สิ่งต่างๆ ที่เข้ามากระทบใจ เมื่อคนที่มีโยนิโสมนสิการพิจารณาในทุกๆ อย่าง เขาจะกลายเป็นคนละเอียด แบ่งแยกสิ่งต่างๆ ได้ เหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวันที่ท่านได้เห็นเทวทูตทั้ง ๔ เนื่องจากว่าท่านเจอแต่สิ่งดีๆ มาตลอดทั้งชีวิต วันนั้นพอมาเจอคนแก่ คนเจ็บ คนตาย สมณะในตอนนั้นท่านถึงคิดได้ว่าท่านจะต้องออกบวช เพราะบารมีที่ท่านสั่งสมมานาน และชาติสุดท้ายที่ได้เจอแต่สิ่งดีๆ มาตลอด จึงเข้าใจแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เมื่อแยกแยะได้อย่างดีว่ามีอะไรมากระทบใจแล้ว เราก็จะรู้ในที่สุดว่าสมควรจะเอาใจไปไว้ตรงจุดไหนที่จะทำให้เรามีความสุข มีความสว่างภายในมากที่สุด จะสามารถแบ่งได้เอง บอกได้เองด้วยตัวเองในที่สุด เมื่อรู้ว่าควรจะเอาใจไปที่ไหน แตะใจไว้เบาๆ ตรงจุดนั้น จนเกิดความสว่างขึ้น เมื่อเกิดความสว่าง การเห็นก็จะตามมา เราจะเห็นใจเราในที่สุด เมื่อเห็นใจเราแล้ว ฝึกไปเรื่อยๆ จนเห็นใจของผู้อื่นตามมา เมื่อเห็นใจผู้อื่นแล้ว เราก็จะเข้าใจเขา รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองเห็นความดีของเขาด้วยความจริงใจ เราเรียกคนที่เห็นความดีของผู้อื่นด้วยความจริงใจว่าเป็นผู้มีคารวะหรือผู้มีความเคารพ เคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ การศึกษา สมาธิ ความไม่ประมาท และการปฏิสันถาร เคารพไปเรื่อยๆ เห็นคุณค่าของเขามากไปเรื่อยๆ นิ่งอยู่ภายใน เห็นด้วยใจ แล้วเราจะมีความรู้สึกอยากจะตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ทุกๆ คน นับตั้งแต่ครูคนแรกสอนให้เรารู้จักเข้าสังคม พ่อแม่ที่บ้าน ครูคนที่ ๒ สอนให้เรารู้จักการใช้ชีวิต การทำมาหากิน ครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ แล้วก็ตอบแทนพระคุณครูคนที่ ๓ ผู้ที่แนะนำเส้นทางภายในให้ได้รู้จักประโยชน์อย่างยิ่ง การยกระดับจิตใจของตนได้ในที่สุด เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที เรามาวัดเป็นประจำ อาจจะมีบางท่านที่รู้ หรือบางท่านที่ไม่รู้ว่าเราได้โดนฝึก ได้โดนหัดให้รู้จักใช้หลักการทั้ง ๕ ข้อนี้ นับตั้งแต่การเสาะแสวงครูบาอาจารย์ที่ประเสริฐ การอดทน การฝึกโยนิโสมนสิการ การฝึกความเคารพ การเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที เราเข้าวัด เราได้ฝึกทุกสิ่งอย่างนี้ไปโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่รู้ตัว จนทำให้มีพวกเราทุกๆ คนที่มานั่งอยู่ ณ ตรงนี้ มีหลวงพี่ที่ได้เจออานุภาพของ ๕ ข้อนี้ ถ้าทำอานุภาพของ ๕ ข้อนี้ครบ มันจะได้ภาพซื้อใจมา ภาพที่ใครเห็นแล้วอยากจะเข้าใกล้ เหมือนทะเล ทะเลที่ดูดซับเอาความดีของผู้อื่นมาไว้ในตัว ทะเลตอนที่มีพลังมากที่สุดคือทะเลในตอนที่สงบราบเรียบ เพราะว่าทะเลจะดูดซับเอาสีครามของท้องฟ้า เอาสีเขียวของเกาะ เอาสีขาวของชายหาด เอาความสว่างความใสของพระอาทิตย์มารวมไว้ในทะเล ยิ่งทะเลราบเรียบเท่าไหร่ ภาพเหล่านี้ที่ออกมาจะสวยงาม ดึงดูดคนให้อยากเข้าใกล้มากขึ้นไปเท่านั้น พลังในการที่จะอยากให้คนมาเข้าใกล้นี่ มันเกิดขึ้นได้โดยยาก แต่เกิดขึ้นได้สำหรับนักสร้างบารมี เพราะบารมีคือบุญที่มีคุณภาพ ที่เกิดจากการทำความดีอย่างยิ่งยวด เอาชีวิตเข้าแลก เพราะฉะนั้นบุญชนิดนี้สามารถที่จะกำจัดกิเลสออกไปได้ นี่คือบารมี คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านได้เป็นตัวอย่างของเรา ท่านเสาะแสวงหาครูบอาจารย์ที่ประเสริฐด้วยฐานจากความกตัญญูที่คิดจะช่วยพ่อ ที่คิดจะไปขอขมาพ่อ อดทนทุกๆ อย่างฝึกฝนเพื่อให้รู้จริงๆ ในวิชชานั้นๆ มีโยนิโสมนสิการจากการอบรมบ่มนิสัยของตัวเองมาข้ามภพข้ามชาติ มีความเคารพในทุกๆ อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคารพในการปฏิสันถาร ยายจะพนมมือไหว้ผู้อื่นเสมอ เพราะเห็นความดีของทุกๆ คนที่มาที่วัด ยายมีความกตัญญูกตเวทีที่จะสร้างวัดพระธรรมกาย นำวิชชาธรรมกายของพระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แผ่ขยายไปให้ได้ทั่วโลก เรามีครูบาอาจารย์แบบนี้ทำให้เราดูเป็นตัวอย่างว่าถ้าจะสร้างบุญบารมีไปให้ได้ตลอดรอดฝั่งต้องทำอย่างไร เราก็มีครูบาอาจารย์แล้ว เหลือเพียงแต่ว่าเราจะดำเนินรอยตามท่านหรือเปล่า เพราะฉะนั้นจากวันนี้ไปตั้งใจกันทำทุกๆ อย่างให้ได้ครบในหลักการ ๕ ข้อที่หลวงพี่ได้แสดงไปให้พวกเราได้ฟัง ตอบแทนพระคุณของยาย แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เรายังจะได้สร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี จะได้เป็นผู้สถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนีให้ได้สำเร็จ เพราะฉะนั้นเราช่วยกันตอบแทนพระคุณยาย โดยการบำเพ็ญบารมีทุกๆ อย่าง ชักชวนคนมาสร้างบารมีร่วมกับเรา มีอีกอย่างที่สำคัญมาก ที่คุณยายท่านรักมาก คือการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิเจริญภาวนา ดังนั้นขอเรียนเชิญทุกท่านนั่งหลับตา เจริญสมาธิภาวนาเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง นะ เราก็หลับตาของเราลงเบาๆ นึกน้อมเอาใจกลับเข้าไปในตัว แตะไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ กลางท้องของเรา แตะไปตรงจุดที่สบาย ที่สว่าง ที่ใสที่สุด แตะใจนิ่งๆ ไปตรงนั้น ปล่อยใจเข้าไปภายในอย่างไม่ต้องฝืน ให้ได้สัมผัสกับความอบอุ่นภายใน ตรึกระลึกถึงบุญทุกๆ อย่างที่เราได้ทำมาโดยตลอดเป็นอย่างดี บูชาแด่คุณยายของเราด้วยใจจริง บูชาอย่างสบายๆ แต่จริงใจ แล้วก็นึกอธิษฐานให้เราสามารถจะสร้างบุญบารมีติดตามคุณยาย ติดตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง อย่าได้หลุดวงบุญ อย่าได้หลุดจากจุดหมาย เหมือนที่คุณยายของเราพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ใจของคุณยายไม่เคยห่างจากเป้าหมายคือที่สุดแห่งธรรม ท่านทำทุกอย่างเพื่อจะไปให้ได้ถึงจุดหมายนั้น เช่นเดียวกับเรานักรบกล้าแห่งกองทัพธรรม ลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกๆ ท่าน สัพเพ …. หน้า PAGE 6 440823FW-AAT