คำสอนใกล้ตัว
(ม้วน 1/A)
พระทรงสกล : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็น ผู้ทรงคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานคุณยาย ผู้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีผู้ใจบุญทุกท่าน (สาธุ)
วันนี้นับว่าเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสได้มาตอบแทนพระคุณคุณยาย ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระคุณอันสูงสุด โดยเฉพาะเป็นผู้ที่ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย หลวงพี่ถือว่าวันนี้ได้เป็นตัวแทนของพระนวกะรุ่น ๑๕ ที่ได้มาแสดงธรรมเพื่อสร้างกระแสให้กับเพื่อนๆ เพราะหลวงพี่ทราบดีว่าเพื่อนๆ หลายๆ รูปที่ยังไม่มีโอกาสได้มาแสดงธรรมเออ ในวันนี้ เป็นผู้มีความสามารถหลายๆ รูป ญาติโยมจะได้ฟังธรรมในสิ่งที่ยังไม่ได้ฟัง หรือสงสัยในสิ่งที่สงสัยก็จะหายสงสัย
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านเคยถามคุณยายอาจารย์ เมื่อท่านบวชได้ ๒ เดือนเท่านั้นเองว่า โดยที่คุณยายท่านมอบหมายให้ท่านเทศน์สอน ท่านถามคุณยายว่าบวชแค่ ๒ เดือน จะมีภูมิรู้ภูมิธรรมหรือธรรมะอะไรไปสอนญาติโยม คุณยายก็บอกว่าสิ่งที่ใกล้ตัวไง สิ่งที่ท่านปฏิบัติ สิ่งที่ทำแล้วเห็นผล สิ่งนั้นให้เอามาสอน สิ่งไหนที่สอนตัวเองได้ ก็ให้สอนทุกคนก็จะสามารถสอนได้
วันนี้หลวงพี่ก็เลยอยากจะเริ่มด้วยการเออ ประวัติของหลวงพี่เอง ซึ่งเริ่มตั้งแต่โยมพ่อ ต้องถือว่าท่านเป็น มาจากเมืองจีนประเภทเสื่อผืนหมอนใบ จะนับว่าเป็นชาวต่างประเทศก็ได้ ถ้างั้นหลวงพี่ก็คงจะเป็นลูกครึ่ง ครึ่งจีนครึ่งไทย โยมพ่อท่านมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ถ้าเรียกเป็นภาษาต่างประเทศนะ ก็เรียกตำบลกี่แกแจ่ อำเภอเก๊กเอี๊ย จังหวัดซัวเถา ถ้าคนจีนในที่นี้ก็คงจะทราบดีว่าเออ เป็นภูมิลำเนาของผู้ที่แซ่ลิ้ม แล้วก็แซ่ เป็นคนแต้จิ๋วนั่นเอง
มาพูดถึงโยมแม่ โยมแม่ท่านบุญน้อย ในช่วงที่หลวงพี่อายุแค่ ๑๐ ขวบ ท่านก็ละโลกไปแล้ว ตอนนั้นหลวงพี่ไม่ทราบหรอกว่าสิ่งที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์นี่เป็นยังไง เพราะตอนนั้นแค่ ๑๐ ขวบเท่านั้นเอง อยู่ ป.๔ ชีวิตในวัยประถม ก็หลังจากที่โยมแม่ได้ละโลกไปแล้ว ก็มีโยมพ่อนี่แหละที่เป็นทั้งโยมพ่อโยมแม่ด้วยไปในตัว
ชีวิตในวัยเด็กก็คงจะช่วยตัวเองมาตลอด ค้าขายเป็น หิ้วกระติกน้ำแข็งขายไอติม หลายๆ อย่างที่พอจะช่วยฐานะทางบ้านได้ ก็อาศัยวัดนี่แหละ โรงเรียนประชาบาล มัธยมก็วัดอีกเหมือนกัน เพราะงั้นทำให้หลวงพี่ผูกพันกับวัด แต่ผูกพันมาแค่ระดับ ระดับเดียวเท่านั้นเอง
ชีวิตในวัยเรียนก็จะต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ก็พัฒนาตัวเองไป หลวงพี่จบปั๊ป หลวงพี่ก็ทำงานเลย ตอนนั้นอายุ ๑๙ ทำมาด้วยความตั้งใจ ๒๐ ปี ไม่คิดว่าจะมีสิ่งกระทบ นี่แหละพระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าตราบใดที่เรายังไม่เจอทุกข์ เราก็ยังไม่แสวงหาความสุข ใครจะเชื่อว่าตลอดระยะเวลา ๒๐ ปีที่ทำงานมา จะต้องออกจากที่ทำงาน มานึกได้ทีหลัง หลังจากเข้าวัดแล้วถึงทราบว่าคนเราอาศัยอยู่ด้วยบุญ ในขณะที่มีบุญอยู่ บุญก็หล่อเลี้ยง คราใดที่บุญพร่องไป ก็จะทำให้วิบากกรรมหรือเคราะห์เข้ามาแทรกได้ ชีวิตตอนนั้นก็เลยหันเข้าหาธรรมะ ได้ปฏิบัติ ได้ศึกษา แล้วถึงได้รู้ว่าหนทางพุทธธรรมนั้นจะนำสุขมาให้เราได้
ทำให้หลวงพี่เริ่มต้นเข้าวัดเมื่อตอนอายุ ๓๘ ก็ถือว่ายังไม่สายไป ก็ได้มาบวช อันที่จริงการบวชครั้งแรกของหลวงพี่เริ่มต้นจากวัดใกล้เคียง วัดแถวบ้าน ตอนนั้นโยมพ่อไม่ค่อยสบาย ก็คิดว่า เคยอ่านหนังสือว่าการที่ช่วยโยมพ่อได้นี่จะต้องมีบุญ และบุญจากการบวชเป็นบุญใหญ่ สามารถที่จะช่วยโยมพ่อได้ ก็ไปบวช ใช้เวลาที่สะสมเป็น พักร้อนบ้าง ลากิจบ้าง บวชให้โยมพ่อ ๒๑ วัน ตลอดเวลา ๒๑ วันก็รู้อะไรที่พอที่จะเป็นบุญเป็นกุศล ก็จะประพฤติปฏิบัติไม่ว่าการสวดมนต์ทำวัตรเช้าวัตรเย็น ให้อยู่ในสมณะธรรมตลอด ปฏิบัติธรรมสมาธิไม่เคยขาด
ตรงนี้อาจจะเป็นบุญต่อเนื่องให้หลวงพี่ได้มาบวชครั้งที่ ๒ ก็คือเป็นครั้งแรกที่วัดพระธรรมกาย ในปี ๓๙ ซึ่งตรงกับ ๘๐ ปีวิชชาธรรมกาย ซึ่งรุ่นนั้นจะมีผู้นำบุญเสียส่วนมาก จากเริ่มต้นตรงนี้ทำให้หลวงพี่ภูมิใจว่าหลวงพี่ได้พบสิ่งที่ดีๆ ได้พบครูบาอาจารย์ ได้พบกัลยาณมิตร ผู้มีเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง ชัดเจน ทำให้หลวงพี่คิดถึงการสร้างความดีต่อเนื่อง แต่เพราะแต่ละคน แต่ละครอบครัวย่อมไม่เหมือนกัน เพราะว่ามีวิบาก ซึ่งสร้างมาไม่เหมือนกันนั่นเอง หลวงพี่ต้องบอกว่าไม่ใช่คนโสด แต่หลวงพี่มีครอบครัวแล้ว การที่จะทำ ข้ามสิ่งนี้ไปได้นี่จะต้องใช้กำลังใจอย่างสูง สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเครื่องพันธนาการแห่งชีวิต ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว การเรียน ธุรกิจหน้าที่การงาน
หลวงพี่โชคดีอย่างหนึ่งที่ว่าไม่มีหนี้สิ้น หลายๆ คนที่ได้มาสร้างบารมีในเส้นทางนี้ จะต้องออกไปก่อนกำหนดก็เพราะเนื่องจากว่าเครื่องพันธนาการเหล่านี้นี่เอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหน้าที่การงาน โดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน หลวงพี่ไม่มีตรงนี้ก็เลย แต่ตรงนี้ถือว่าเป็นขั้นต้นเท่านั้น จุดหลักที่สามารถที่จะข้ามอุปสรรคตรงนั้นไปได้เพื่อสร้างบารมีติดตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อไป จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน
หลวงพี่ทราบเป้าหมายของการเกิดมา ทราบเป้าหมายของการที่ว่าเราเกิดมา เกิดมาแล้วได้ทำอะไร และหลังจากนั้นจะไปที่ไหน และตรงนี้ก็คือเป้าหมายที่ชัดเจนที่หลวงพี่ได้ตอกย้ำมาตลอด ตลอดระยะเวลาหลังจากที่บวชรุ่น ๘๐ ปีมา หลวงพี่ข้ามไปตอนหนึ่งก็คือว่าพูดถึงโยมพ่อ โยมแม่แล้ว ก็จะพูดถึงโยมพี่น้องอีก จำได้ว่าโยมแม่เคยเล่าให้ฟังว่าท่านเคยถือศีลกินเจ นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล ๘ มาก่อนที่จะมามีครอบครัว ด้วยอานิสงส์ตรงนี้ก็เลยมีเทพบุตรมาเกิดถึง ๓ แล้วก็เทพธิดา ๑ แต่ปัจจุบันก็จะเป็นสมณะเทพบุตรเสีย ๒ หลวงพี่พร้อมหลวงพี่พี่ชาย ซึ่งต้องถือว่าท่านเป็นผู้ที่ให้กำลังใจ และเป็นผู้ที่กระตุ้นเตือนให้การสร้างบารมีของหลวงพี่ได้กลับมาเร็วขึ้น
และสำคัญที่สุดก็คือการที่หลวงพี่ได้มาพูด ได้มาคุย ได้มาแสดงธรรมวันนี้ ก็ต้องด้วยความอนุเคราะห์ และได้ร่วมอนุโมทนาบุญจากโยมที่บ้าน ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่หลวงพี่ได้ตอกย้ำมา หลวงพี่สร้างสิ่งที่โยมที่บ้านให้ท่านทราบว่า ถึงแม้หลวงพี่ไม่ได้อยู่ โยมก็ต้องดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะว่าความตายไม่มีเครื่องหมาย ไม่มีกำหนด ไม่รู้วิธีว่าเป็นลักษณะใด หลวงพี่ได้บอกให้ลูกๆ ได้ทราบว่าหลวงพี่จะไปสร้างบารมี หลวงพี่รักตัวเอง แล้วก็รักครอบครัว ไม่ใช่เฉพาะภพชาตินี้เท่านั้น หลวงพี่ปรารถนากับครอบครัวข้ามภพข้ามชาติ สิ่งเหล่านี้ก็ได้จากคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นกัลยาณมิตร ดั่งเช่นคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็น ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย และเป็นครูบาอาจารย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง
พอพูดถึงช่วงที่หลวงพี่ได้บวช รุ่น ๘๐ ปี หลวงพี่ได้พบคุณยายตอนปี ๓๙ ช่วงนั้นคุณยายยัง ยังแข็งแรงอยู่ ได้มีโอกาสได้ไปถวายปัจจัยเพื่อร่วมสร้างต่อเติมศาลาดุสิต ก็ด้วยความเป็นพระใหม่ ก็ยกมือแล้วก็รับไหว้คุณยาย คุณยายก็มักจะพูดอยู่เสมอว่า อย่าให้ยายบาปนะ อย่าให้ยายบาปนะ คำพูดนี้ก็ยังติดมาถึงทุกวันนี้ คือนี่เล่าให้ผู้ที่อาจจะยังมาไม่ทัน พอดีหลวงพี่โชคดีว่าได้มาทันคุณยาย ได้ถวายปัจจัย
อีกอิริยาบถหนึ่งที่หลวงพี่ได้พบคุณยายก็คือคุณยาย หลังจากที่รับแขก รับสาธุชนที่ศาลายามาแล้ว ครัวยามาก็จะเดินออกมา ก็จะมีสาธุชนนี่แหละคอยตั้งแถวรับพนมมือไหว้คุณยาย คุณยายก็จะเข้ามาจับฝ่ามือที่พนม แล้วก็เขย่า ขอให้ได้บุญเยอะๆ นะ ให้ได้บุญเยอะๆ กับคุณยาย นี่คือความทรงจำของหลวงพี่
สุดท้ายก็คือได้เจอคุณยายอีกครั้งหนึ่ง คุณยายจะพูดชวนคุณ คุณ มาบวชให้ยายนะ คุณ คุณ มาบวชให้ยายนะ ยายพูดหลายครั้ง หลวงพี่ก็ครับ ครับ ทุกครั้งที่คุณยาย ด้วยบุญตรงนี้ก็เลยได้มาเป็นหลวงพี่ ได้มาแสดงธรรมในวันนี้ ในช่วงพรรษามหาบูชานี้ หลวงพี่มีงบบุญที่จะต้องทำก็คือ
๑. ขอตอบแทนพระคุณคุณยาย เอาบุญใหญ่กับคุณยายด้วยการแสดงธรรม
๒. ก็คือจะปิดกองกฐินให้ได้ กองกฐินสร้างมหาวิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้ได้ภายในวันที่ ๒๙
อันที่ ๓. ก็คือจะปฏิบัติตามสมณะสัญญาในช่วงโครงการมหาบูชาให้ได้เต็มที่ ต้องขอขอบคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ได้เมตตาจัดโครงการนี้ขึ้นมา หลวงพี่คิดว่าเป็นโครงการที่ดีมาก เพราะไม่ใช่เป็นการปฏิบัติกิจวัตรกิจกรรมเท่านั้น แต่ได้มีโอกาสได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการตอกย้ำของหนทางการสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
สุดท้ายนี้หลวงพี่อยากจะถ่ายทอดโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพี่ประทับใจ สิ่งที่เป็นความปรารถนาของทุกๆ คนในการดำรงชีวิตอยู่นั้น คืออยากให้ชีวิตประสบความสำเร็จ พบแต่สิ่งที่ดีๆ มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ไม่อยากพบสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจ อันจะนำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจ ทั้งแก่ตนเองและครอบครัว ความทะยานอยากของมนุษย์ ทำให้มนุษย์ต้องดิ้นรนขวนขวาย เสาะแสวงหาในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าจะเพิ่มเติมส่วนที่บกพร่องของชีวิตให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ได้ จึงแสวงหากันร่ำไป ทั้งๆ ที่ตนเองก็ยังไม่ทราบหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงว่าอยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร เมื่อไม่ทราบ ทำให้ชีวิตต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องทำมาหากิน แสวงหากามคุณ เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง
พระบรมศาสดาท่านทรงค้นพบว่าวิธีการที่จะทำให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้นั้น จะต้องเริ่มต้นจากใจที่หยุด เพราะสุขอื่นนอกจากใจหยุดนิ่งไม่มี ใจที่สงบหยุดนิ่ง จะเป็นต้นทางแห่งความสุข และความสำเร็จที่แท้จริง ถ้าบุญถึง และประกอบเหตุให้ถูกวิธี แม้ไม่ต้องอ้อนวอนกับใครที่ไหน สิ่งที่ดีๆ ทั้งหลายก็จะมาหาเรา จะเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ทีเดียว คือทรัพย์มาแล้วก็อยู่กับเรา ไม่ใช่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน จะเกิดขึ้นมาเอง ใครจะบันดาลให้กับเราไม่มีหรอก ต้องทำด้วยตัวเอง ความเพียรของมนุษย์นั้น ไม่มีสิ่งใดจะมาขวางได้หรอก เพราะใจมนุษย์มีธาตุสำเร็จอยู่ในตัวแล้ว เหลือแต่ว่าเราจะลงมือทำให้สำเร็จหรือเปล่า
สุดท้ายนี้ขอเรียนเชิญทุกๆ ท่านได้มาเอาบุญกับคุณยาย ด้วยการปฏิบัติบูชาถวายคุณยาย
สัพเพ จบ…
หน้า PAGE 5
440822FW-AAT