บุญเป็นต้นเหตุ เป็นเบื้องหลังความสุขความสำเร็จของชีวิต
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานยาย ยอดนักสร้างบารมีทุกท่านนะ
ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถน ปุนปฺปุนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโยติ
เมื่อบุคคลพึงทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะการสั่งสมบุญย่อมนำสุขมาให้
พระพุทธพจน์ที่หลวงพี่ได้นำมาแสดงนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสั่งสมบุญ สร้างบารมีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะบุญนั้นเป็นต้นเหตุ เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จของชีวิตทุกสรรพชีวิตเลยทีเดียว บุคคลที่มีบุญมากแล้ว สั่งสมบุญมาอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะสำเร็จอย่างง่ายดาย อย่างอัศจรรย์
ตัวอย่างมีมากมายในพระไตรปิฎกที่ได้กล่าวไว้ ซึ่งพวกเราก็เคยได้ยินได้ฟังกัน อย่างเช่นชฎิลเศรษฐีมีภูเขาทองผุดขึ้นมาหลังบ้าน ตักใช้ไม่มีวันหมดเลยทีเดียว นี่ก็ด้วยอำนาจแห่งบุญ เมณฑกะเศรษฐีก็เช่นเดียวกัน มีแพะทองคำ ปรารถนาสิ่งใดก็นำทรัพย์เหล่านั้นก็ออกจากปากแพะ หรือนายบุญเศรษฐีก็ตาม ไถนาเป็นทองคำ นี่ก็เนื่องด้วยอำนาจแห่งบุญทั้งสิ้น รวมกระทั่งความเป็นพระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็เนื่องด้วยอำนาจแห่งบุญทั้งสิ้น
บุญนั้นจึงอยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จของพวกเรา บุญเป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องทำอย่างยิ่งยวดอย่างต่อเนื่อง และเมื่อทำแล้ว ก็ขอให้เราหมั่นตรึกระลึก นึกถึงอยู่เป็นประจำ บุญจะได้หล่อเลี้ยงรักษาเรา และดลบันดาลความปรารถนาของเราให้สำเร็จอย่างอัศจรรย์ทั้งในภพชาตินี้และภพชาติเบื้องหน้า
ถ้าจะกล่าวถึงบุคคลที่สั่งสอนให้เรารัก ให้เรารู้คุณค่าแห่งบุญ ให้เรารักบุญ รักการสร้างบารมีแล้ว พวกเราก็คงรู้ว่าบุคคลนั้นคือใคร และมีความสำคัญต่อชาวโลกและสรรพสัตว์มากน้อยแค่ไหน ซึ่ง ณ บัดนี้กายหยาบของท่านได้ประดิษฐานอยู่ ณ โลงทองที่ประดับไปด้วยรัตนะ ๗ เป็นที่เคารพกราบไหว้ของเหล่ามนุษย์และเทวดาทั้งหลาย อยู่ ณ เบื้องหน้าของเรานี่เอง
คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านเป็นทั้งต้นบุญ เป็นต้นแบบกับเรา และสั่งสอนให้เรารู้ ให้เรารักบุญ รักการสร้างบารมี ซึ่งท่านนั้น เป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งนักในโลกนี้ เป็นบุคคลที่มนุษย์และเทวดาต่างต้องสรรเสริญ และด้วยบุญที่คุณยายได้ทำวันนี้ ก็เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเราแล้ว ฉะนั้นให้เราสร้างบุญสร้างบารมีกับคุณยาย ติดตามคุณยายไปทุกภพทุกชาติเลยทีเดียว
และถ้าจะกล่าวถึงคุณความดีของคุณยายแล้ว หลวงพี่ก็ไม่สามารถที่จะนำมาพรรณนาได้จบในช่วงระยะเวลาอันสั้น นี้อุปมาได้กับให้เรามีปากคนละหลายร้อยปาก และช่วยกันประกาศพรรณนาคุณความดีของคุณยาย แม้ว่าโลกจะดับสลายไปนับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม หลวงพี่ก็คิดว่ายังไม่สามารถที่จะพรรณนาคุณความดีของคุณยายนั้นได้หมดสิ้นเลย คุณยายจึงเป็นผู้มีพระคุณต่อพวกเราและสรรพสัตว์ทั้งหลาย คุณยายสอนให้เรารักบุญ แม้ว่ากายหยาบของคุณยายนั้นจะดับไปแล้ว แต่กายทิพย์อันเป็นกายละเอียด คุณยายก็ยังสั่งสมบุญอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรปฏิบัติตามให้ได้อย่างท่าน
และด้วยบุญนี้ หลวงพี่ก็คิดว่าพวกเราทำบุญมามากอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว จึงได้มาเจอคุณยาย มาเจอพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เป็นครูบาอาจารย์ที่หาได้โดยยากยิ่ง ท่านคอยสั่งสอนเรา ตักเตือนเราให้รู้คุณค่าแห่งบุญ ให้เรารักในการทำทาน รักในการรักษาศีล และรักในการเจริญสมาธิภาวนา พระคุณของท่านนี้เราไม่สามารถที่จะทดแทนได้หมด
เพราะฉะนั้น ให้เราตระหนักถึงว่าเรานี้ เป็นบุคคลที่สั่งสมบุญมาอย่างดีเยี่ยมแล้ว จึงได้มาเจอคุณยาย ได้มาสร้างบารมีในเส้นทางสายนี้ได้อย่างราบรื่น ก็เนื่องด้วยบุญที่เราได้ทำไว้อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว และถ้าจะกล่าวถึงการสร้างบารมีของเราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้เราก็ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจเป็นเดิมพัน เอาชีวิตเข้าแลกในการที่สร้างความดีจนมาถึงปัจจุบันนี้ พวกเราก็คงเคยได้ยินคำคำหนึ่งที่ว่าสร้างบารมีแบบทุ่มเทชีวิตจิตใจ หรือว่าสร้างบารมีแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
วันนี้หลวงพี่ก็จะขอนำเรื่องราวในพระไตรปิฎกได้มาสาธกให้กับพวกเราฟัง ว่าการสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ในสมัยก่อน สร้างบารมีกันอย่างไร แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันนี่เขาสร้างกันอย่างไร มาเปรียบเทียบกับการสร้างบารมีในหมู่คณะของพวกเรา ในเรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างบารมีของพระบรมโพธิสัตว์ท่าน ท่านได้สร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันเลยทีเดียว แม้ว่าจะสละแลกด้วยชีวิตก็ตาม ท่านก็ยอม เพื่อปรารถนาความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง
เรื่องก็มีอยู่ว่าในสมัยหนึ่งพระองค์ได้เกิดเป็นพระมังคลพุทธเจ้า ในวันหนึ่งพระองค์ได้เดินไปเห็นพระเจดีย์ สวยเด่นเป็นสง่าเลย พระองค์มีความเลื่อมใสในพระเจดีย์ เลยคิดว่าเราจะสละชีวิตนี้เพื่อบูชาแด่พระพุทธเจ้า ด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยิ่งใหญ่ที่จะเป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ให้คนนำผ้าพันรอบตัวของท่านเอง แล้วนำถาดทองซึ่งมีค่าหลายแสนกหาปนะ ภายในบรรจุไว้ด้วยเนยใส แล้วก็ของหอมมากมาย และบรรจุไส้เทียนอยู่ภายในด้วย
จากนั้นพระองค์ก็ให้คนจุดไฟ ไฟได้ลุกท่วมร่างของพระองค์ แต่เนื่องด้วยอานุภาพของพระองค์นั้น ด้วยความปีติที่ได้สละชีวิต พระองค์ได้เดินเวียนประทักษิณเจดีย์ตลอดเวลา จนถึงรุ่งสางเป็นที่อัศจรรย์ใจนักว่าไฟนั้นไม่สามารถที่จะทำลายแม้เพียงขุมขนของพระโพธิสัตว์เลย พระองค์มีมหาปีติเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อนึกถึงการกระทำของท่านแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันในครั้งนี้ ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้โดยยากยิ่งนัก
และเมื่อพระองค์ได้ละอัตภาพไปเป็นชาวสวรรค์ ได้มีรัศมีกายสว่างไสวยิ่งกว่าเทวดาองค์ อื่น ๆ ครั้นเมื่อพระองค์ได้มาเกิดอยู่ในครรภ์ของมารดา ด้วยอานุภาพบุญที่พระองค์ได้จุดประทีปถวายองค์พระเจดีย์นั้น เมื่ออยู่ในครรภ์ของมารดา พระองค์มีรัศมีพวยพุ่งออกมาเป็นระยะทาง ๘๐ ศอกเลยทีเดียว เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจมาก
และเมื่อพระองค์ออกบวช ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งมีพระนามว่าพระมังคลพุทธเจ้านั้น รัศมีกายของพระองค์ได้แผ่กระจายไปทั่วหมื่นโลกธาตุเลยทีเดียว เรียกว่ากลบรัศมีของดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เลยทีเดียว ในยุคของท่านนี้ความมืดไม่มีต่อไปเลย มีแต่ความสว่างด้วยอานุภาพบุญที่พระองค์ได้กระทำในครั้งนั้น
เราก็เห็นแล้วว่าพระพุทธเจ้าของเรานี้ สร้างบารมีแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันเลยทีเดียว เฉกเช่นเดียวกันกับพวกเราที่จะต้องสร้างบารมีไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ฉะนั้นเราจะต้องสั่งสมบุญแบบชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพันเช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์ของเรา ให้ถามตัวเราว่าเรามีใจที่ยิ่งใหญ่เหมือนท่านแล้วหรือยัง เราทุ่มเทในการสร้างบารมีแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันแล้วหรือยัง ขอให้เราทุ่มเทชีวิตจิตใจในบุญกุศลที่พวกเราจะต้องสร้าง ต้องทำกัน ไปให้ถึงจุดหมายปลายทางนะ นี่ก็เป็นเรื่องแรก
ส่วนในเรื่องที่ ๒ นี้ ก็เป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์เช่นเดียวกันที่มีใจอันยิ่งใหญ่ กระทำทานแบบสุดชีวิต ทุ่มชีวิตเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามขวางกั้นก็ตาม ไม่มีใครเห็นด้วยก็ตาม แต่พระโพธิสัตว์องค์นี้ก็ได้ทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป และทำให้หนักยิ่งกว่าเดิม
เรื่องก็มีอยู่ว่าครั้งหนึ่งที่พระองค์ได้เสวยพระชาติเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง ชื่อว่าวิสัยหเศรษฐี พระองค์มีความปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะกระทำทานอย่างไม่ให้ขาด และรักในการทำทาน อย่างชนิดทุ่มเทชีวิตกันทีเดียว วิสัยเศรษฐีนี้มีทรัพย์อยู่ถึง ๘๐ โกฏิ ถ้าเทียบในปัจจุบันนี้ โกฏิหนึ่งก็เท่ากับ ๑๐ ล้าน ๘๐ โกฏิก็เท่ากับ ๘๐๐ ล้านนะ มีทรัพย์อยู่มากมายทีเดียว พระองค์ได้ทำทานอยู่ทุกวันเลย วันหนึ่งก็ทำอยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กหาปนะ พระองค์ได้ตั้งโรงทานทั้ง ๔ ทิศเลย แจกจ่ายทานนี้ให้กับยาจกขอทาน หรือว่าดาบสทั้งหลายที่มารับทานจากพระองค์ เรียกว่าในยุคนั้นด้วยอานุภาพการทำทานของวิสัยหเศรษฐีนั้น คนในยุคนั้นไม่ต้องทำสวน ไม่ต้องทำไร่ทำนากันเลยทีเดียว อยู่ด้วยอำนาจทานบารมีของวิสัยหเศรษฐี
สุดท้ายเรื่องก็ร้อนไปถึงท้าวสักกะเทวราชเช่นเดิม ท้าวสักกะเทวราชเกิดปริวิตกกังวลใจว่าใครหนอที่จะมาแย่งชิงตำแหน่งของเรา ก็เลยสอดส่ายไปด้วยทิพยจักขุ รู้เลยว่าวิสัยหเศรษฐีนี้เองที่จะมาชิงตำแหน่งของเรา เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ท้าวสักกะก็ได้ลงไปยังบ้านของวิสัยหเศรษฐี เห็นการกระทำของวิสัยหเศรษฐีทุกอย่างเลย เมื่อเห็นแล้วพระองค์ก็เนรมิตทุกอย่าง ให้หายไปหมด เช่นรัตนะ คลังรัตนะ ๗ ข้าทาสกรรมกร หรือแม้กระทั่งยุ้งข้าวต่าง ๆ เนรมิตอันตรธานหายไปหมดเลยนะ แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับขึ้นไปบนวิมานของตนเอง
ภรรยาของวิสัยหเศรษฐีนั้นได้ทราบ ได้เห็นทรัพย์ต่าง ๆ ได้หายไป ก็ได้มาบอกให้กับวิสัยหเศรษฐีทราบ ว่าทรัพย์ทั้งหลายหายไปหมดแล้ว เราจะทำยังไงดี วิสัยหเศรษฐีเนื่องจากมีใจเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่แล้ว ไม่หวั่นไหว ได้ตรัสบอกกับภรรยาของตนเองว่าเราไม่สามารถที่จะขาดจากการทำทานได้ ดังนั้นเราจะต้องทำทานทุกวิถีทางที่ทำได้
และในวันนั้นเองก็มีชายเกี่ยวหญ้าได้นำอุปกรณ์ทั้งหลายมาวางไว้อยู่หน้าเรือนของวิสัยหเศรษฐี วิสัยหเศรษฐีก็ได้ดูแล้วว่าเราจะต้องทำทานโดยการที่ต้องไปตัดหญ้านะ เพื่อที่จะนำทรัพย์ทั้งหลายนี่มาทำทาน จากนั้นพระองค์ก็ไปเกี่ยวหญ้า พอได้หญ้ามาแล้วอยู่ ๒ ฟ่อน ก็นำไปขายในหัวเมือง ขายได้มาแล้วก็ส่งทรัพย์ทั้งหลายนี่ให้กับภรรยา ได้แจกจ่ายเป็นทานให้กับยาจกทั้งหลาย
แต่เนื่องด้วยยาจกนั้นมีมาก มีมากมายทีเดียว แต่ว่าวิสัยหเศรษฐีก็มีใจอันยิ่งใหญ่ แบ่งส่วนของตัวเองที่ได้มาให้กับยาจกทั้งหลายเหล่านั้นไป จนกระทั่ง ๗ วันแล้วที่อาหารไม่ได้ตกลงไปสู่ท้องของพระโพธิสัตว์เลย ในวันที่ ๗ นั้นระหว่างที่ไปเกี่ยวหญ้า เพื่อจะมาสร้างทานบารมี พระองค์ก็ได้ล้มสลบลงอยู่บนกอหญ้าแห่งนั้น เนื่องจากความเหนื่อยล้าแล้วก็ขาดอาหาร
ลำดับนั้นท้าวสักกะก็ได้เห็นแล้วว่า เห็นการกระทำของวิสัยหเศรษฐีแล้วก็เลยลงมา ยืนอยู่ตรงหน้าของวิสัยหเศรษฐี เมื่อวิสัยหเศรษฐีรู้ตัวแล้วก็เลยได้สนทนากัน วิสัยหเศรษฐีได้กล่าวกับท้าวสักกะว่า ท่านเป็นท้าวสักกะเทวราช ปกติแล้วท่านเป็นผู้ที่บำเพ็ญทานอยู่เป็นนิจ รักษาศีล แล้วก็บำเพ็ญวัตรบท ๗ ประการ แต่ไหนเล่า ท่านถึงขัดขวางการสร้างทานบารมีของเรา เมื่อท้าวสักกะได้อธิบายแล้ว ให้ห้ามปรามวิสัยหเศรษฐี ให้เลิกทำทานแล้วแต่ไม่สำเร็จ
ทันใดนั้น ท้าวสักกะเทวราชก็ได้ถามกับวิสัยหเศรษฐีว่าท่านกระทำทานอยู่บัดนี้ ท่านปรารถนาที่จะเป็นอะไร วิสัยหเศรษฐีได้ตอบไปว่าเรากระทำทานไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็นพระอินทร์ ไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็นพรหม ไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็นท้าวสักกะเทวราชเลย แต่สิ่งที่เราปรารถนาคือพระสัพพัญญุตญาณนั่นเอง เป็นสิ่งที่เราปรารถนา
เมื่อท้าวสักกะเทวราชได้ฟังแล้วก็เกิดความปีติยินดีที่ว่าไม่ได้โดนชิงตำแหน่ง จากนั้นท้าวสักกะเทวราชก็ได้นำมืออันเป็นทิพย์นี่ลูบไปบนหลังของวิสัยหเศรษฐี วิสัยหเศรษฐีได้ฟื้นลุกขึ้นมา มีพละกำลังเรี่ยวแรงอย่างอัศจรรย์เลยทีเดียว ต่อจากนั้นท้าวสักกะเทวราชก็ได้สรรเสริญพระโพธิสัตว์ และได้เนรมิตทรัพย์สินทั้งหลายที่หายไปนี่ ให้กลับคืนมา แล้วก็เนรมิตให้ยิ่งกว่าเดิม ทรัพย์สมบัติทั้งหลายของวิสัยหเศรษฐีก็ได้กลับคืนมาเหมือนเดิม
แล้วก็ตรัสบอกท่านเศรษฐีให้กระทำทานอยู่เป็นเนืองนิจนะ แล้วก็ให้ทำทานเป็นเงินจำนวนถึง ๑๒ กหาปนะ ทุกวันเลยทีเดียว คือทำให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง วิสัยหเศรษฐีเกิดความปลื้มปีติยินดีใจ แล้วจากนั้นมาก็ได้สร้างบารมี ทำทานตลอดชีวิตเหมือนเช่นเดิม และเมื่อละโลกไปแล้วก็จุติเป็นชาวสวรรค์ มีทิพย์วิมาน รูปสมบัติ ทิพย์สมบัติ อย่างนับจะประมาณมิได้เลยทีเดียว
ในเรื่องราวของวิสัยหเศรษฐี ยอดในการสร้างบุญสร้างบารมีแบบทุ่มเทชีวิต แม้ว่าทรัพย์นั้นจะหายไปอย่างไม่รู้ก็ตาม วิสัยหเศรษฐีก็มิได้ยิ่งหย่อนในการทำทาน กลับยิ่งกระทำทานให้หนักยิ่งไปกว่าเดิม เพราะรู้แล้วว่าทานนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาไปถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
เฉกเช่นเดียวกันกับพวกเรานะ แม้ว่าจะมีอุปสรรคต่าง ๆ มาเป็นเครื่องกีดกั้นพวกเรา ไม่ให้ทำความดีก็ตาม ก็ให้เรานั้นอดทนแล้วก็สร้างบารมีให้หนักยิ่งขึ้นไป ให้เป็นอย่างเช่นคุณยายให้ได้ที่ท่านนั้นได้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในการสร้างบารมีตั้งแต่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ จนกระทั่งได้มาสร้างวัดพระธรรมกายแห่งนี้ คุณยายก็ต้องแลกด้วยชีวิตจิตใจ สร้างบารมีแบบทุ่มเทกันเลยทีเดียว กว่าที่จะนำหมู่คณะสร้างวัดมาได้ถึงบัดนี้ ให้เราได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ให้ชาวโลกทั้งหลายได้มาเข้าถึงวิชชาธรรมกาย ให้มาเป็นคนดี
ดังนั้นให้เรารักที่จะสร้างบารมีแบบทุ่มเทชีวิตจิตใจให้เหมือนคุณยายให้ได้ แล้วก็จะต้องติดตามคุณยายสร้างบารมีกับท่านไป ไม่ให้หลุดกับเส้นทางสายนี้ โดยที่เราต้องสร้างกันแบบสุดชีวิตกัน จริง ๆ ในช่วงนี้สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือการสร้างมหาวิหาร พระมงคลเทพมุนี บูชาธรรมแด่คุณยาย ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ได้สลายร่างของคุณยาย ยังมีโอกาสได้เก็บเกี่ยวบุญใหญ่กับท่าน ก็ขอให้เราชักชวนญาติโยมทั้งหลาย มาสร้างบุญสร้างบารมีกับคุณยาย เพื่อจะได้ติดตามคุณยายและหมู่คณะไปได้ถึงที่สุดแห่งธรรม
ในลำดับต่อไป ก็ขอให้เราน้อมนำใจปฏิบัติบูชาแด่คุณยายกันสักครู่หนึ่งนะ
********************************** จบ **********************************