ความกตัญญูต่อผู้พระคุณ
(ม้วน 1/A)
พระสนิทวงศ์ : ขอนอบน้อมถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอันประเสริฐ เป็นบรมครูของมนุษย์และเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายเหนือเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาเหล่ายอดกัลยาณมิตร ผู้มีใจเด็ดเดี่ยวมั่นคงต่อหนทางการสร้างบารมี ผู้เป็นลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่านนะ (สาธุ)
ช่วงนี้เป็นพรรษามหาบูชาที่เราทุกคนจะได้แสดงความกตัญูญูถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ คุณยายอาจารย์ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย รวมทั้งใกล้ถึงวันสำคัญของประเทศไทยวันหนึ่งคือวันเแม่แห่งชาติที่ทางราชการกำหนดให้เป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ด้วยมีเอาใจใส่พระทัยต่อชาวไทยมาด้วยดีตลอด
วันนี้จึงตั้งใจว่าจะนำเรื่องความกตัญญูซึ่งเป็นเครื่องหมายของคนดีมาบรรยายให้พวกเราทุกท่านทุกคนได้รับฟัง ความกตัญญูนั้นเป็นมงคลที่ ๒๕ ในมงคล ๓๘ ประการ ส่วนใหญ่เราจะได้ยินคำว่ากตัญญูกตเวทิตา คำว่ากตัญญู กตัญญุตานั้นคือรู้คุณท่าน ส่วนคำว่ากตเวทีหรือกตเวทิตานั้นคือแทนคุณ รวมความแล้วก็คือเมื่อรู้คุณท่านแล้วก็แทนคุณท่าน บุคคลที่มีคุณต่อเราสูงสุดคือคุณพ่อคุณแม่ และครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ที่ช่วยปิดนรก เปิดสวรรค์ และชี้หนทางพระนิพพานให้แก่เรา
ทีนี้มาดูกันว่าในสมัยพุทธกาลนั้น เขาแทนคุณบิดามารดากันอย่างไร ต้นแบบของเราคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งพระองค์ตรัสรู้อนุตระสัมมาสัมโพธิญาณได้ระยะหนึ่ง ก็ได้เสด็จไปโปรดพุทธบิดา จนกระทั่งบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน และเมื่อครั้งที่พระเจ้าสุทโธทนะจะละโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทราบด้วยข่ายพระญาณอันบริสุทธิ์ของพระองค์ ว่านี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่พระองค์ท่านจะได้แทนคุณพุทธบิดา จึงเสด็จไปด้วยพระอานนท์ พระราธะ พระราหุล และเหล่าอรหัตสาวก ๕๐๐ รูป
ครั้งนั้นพระเจ้าสุทโธทนะใกล้จะทำกาละคือสวรรคต ทุกขเวทนาได้บังเกิดแก่พระองค์อย่างแรงกล้า เพราะพระองค์ได้ประชวรด้วยโรคร้าย เมื่อไปถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บันดาลให้ทุกขเวทนาของพระเจ้าสุทโธทนาลดลง เพื่อยังอัตภาพให้ดำรงสติและฟังธรรมได้ ด้วยการทรงเหยียดพระหัตถ์เบื้องขวากระทำสัตยาธิษฐาน แล้วทรงลูบที่พระเศียรของพระพุทธบิดา ในขณะนั้นเองพระอานนท์ก็ได้ลูบพระกรเบื้องขวา พระนันทาลูบพระพาหาเบื้องซ้าย พระราหุลลูบพระปฤษฎางค์ ทุกขเวทนาอันแรงกล้าก็เหือดหายระงับไป
พระเจ้าสุทโธทนะก็ได้เสด็จลุกขึ้นจากพระแท่นบรรทมถวายบังคมพระบรมศาสดา พระองค์ท่านทรงพิจารณาพระชนม์มายุของพุทธบิดาแล้ว อยู่ได้เพียง ๗ วัน และทราบอุปนิสัยแห่งอรหัตผลของพุทธบิดา จึงโปรดประทานพระธรรมเทศนาตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืนทีเดียว ด้วยอริยสัจ ๔ ในครั้งนั้น พระพุทธบิดาก็ได้บรรลุมรรคผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ในวันที่ ๗ นั้นเอง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้เวลาถึง ๗ วันอย่างคุ้มค่าด้วยการเทศน์โปรด หมายเอาอรหัตผลให้บังเกิดขึ้นแก่พุทธบิดาให้ได้ เรียกว่าช่วงเวลานั้นต้องช่วงชิงเวลากันระหว่างมัจจุมารทีเดียว แล้วในที่สุดพระองค์ก็ทำสำเร็จ เมื่อพุทธบิดาบรรลุมรรคผลนิพพานแล้ว พิจารณาสังขารของตนเองก็รู้ว่าต้องถึงกาลแตกดับ จึงทูลลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและขอปรินิพพาน นั่นเป็นการแทนคุณพุทธบิดาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ส่วนการแทนคุณพุทธมารดาก็น่าประทับใจเช่นกัน เมื่อครั้งพระนางสิริมหามายาประตูพระโอรสได้เพียง ๗ วัน ก็ทรงทำกาละคือสวรรคต อันเนื่องมาจากเป็นประเพณีว่าพระครรภ์ของพุทธมารดานั้นเป็นที่สถิตของบรมโพธิสัตว์ผู้บริสุทธิ์ สัตว์อื่นผู้จะมาบังเกิดอันจะยังความแปลกเปื้อนให้กับพระครรภ์เสียนั้น เป็นสิ่งที่ไม่บังควร
หลังจากพระนางสิริมหามายาสวรรคตแล้ว ได้บังเกิดเป็นเทพบุตรพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดุสิต และเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ เพื่อกำราบเดียรถีย์นอกศาสนา ทรงตรวจพบว่าปกติของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์นั้น เมื่อกระทำยมกปาฏิหาริย์แล้ว จะเสด็จไปโปรดพุทธมารดา จึงทรงเสด็จขึ้นไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระทัยปรารถนาจะโปรดพุทธมารดา จึงทรงดำริว่าพระคุณของมารดานี้ที่ทำไว้แก่ตถาคตยิ่งใหญ่นัก สุดที่จะคณานับได้ว่ากว้าง หนา และลึกซึ้งปานใด ธรรมอันใดจึงจะสมควรที่จะทดแทนพระคุณท่านนั้น พระไตรปิฎกไม่ว่าจะเป็นพระวินัยปิฎก และพระสุตันตปิฎก ก็ยังถือว่าน้อยนัก มิเท่าคุณแห่งพุทธมารดา เห็นควรแต่พระอภิธรรมปิฎก ที่พอจะยกชั่งขึ้นให้เท่าคุณของพุทธมารดาได้
ดังนั้นพระองค์จึงตรัสอภิธรรมปิฎก ๗ คัมภีร์ ให้สมควรแก่ปัญญาบารมีของพุทธมารดา เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์จบลง องค์พระสิริมหามายาเทวบุตร พุทธมารดา ก็บรรลุโสดาปัตติผล โดยทรงใช้เวลาเทศนาตลอดไตรมาสคือ ๓ เดือน ตามเวลาในโลกมนุษย์ ไม่มีการหยุดพักเลย เมื่อพระองค์จะทำพระสรีระกิจ ก็จะให้พระพุทธนิมิตทรงแสดงธรรมแทน
พระอภิธรรมปิฎกนั้นเป็นเนื้อหาธรรมชั้นสูง ซึ่งเข้าใจได้โดยยาก พระองค์จึงเลือกโปรดกับพุทธมารดาและเหล่าสาวก รวมทั้งเหล่าเทวดาผู้แวดล้อม ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจดีแล้วในเรื่องวัฏสงสาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลของกรรม เรื่องนรกสวรรค์ หรือเชื่อในปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นได้แทนคุณพุทธบิดา และพุทธมารดาอย่างหมดจดไม่มีที่ติ ทำให้ทั้งสองพระองค์มีที่พึ่งอันเกษม เพราะการแทนคุณบิดามารดานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้โดยยาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองทรงตรัสว่าบุคคลที่จะแทนคุณบิดามารดานั้น แม้วางท่านทั้งสองไว้บนบ่าไหล่ และดูแลท่านตลอดเวลา ๑๐๐ ปี ก็ยังไม่ชื่อว่าเป็นการแทนคุณบิดามารดาได้หมด แต่การแทนคุณบิดามารดาที่จะให้ได้หมดจดนั้นคือต้องให้ท่านมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือให้ท่านรู้จักทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา จึงถือว่าเป็นการแทนคุณบิดามารดาอย่างสูงสุด เพราะนั่นจะเป็นอุปนิสัยที่ดีติดตัวท่านไปข้ามภพข้ามชาติ ชีวิตท่านก็จะพัฒนาไปสู่หนทางที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดกิเลสเข้าพระนิพพาน
นั้นเป็นตัวอย่างที่พระบรมศาสดาได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างให้พวกเราได้เห็นถึงการแทนคุณบิดามารดา แม้พระสาวกเองเฉกเช่นพระสารีบุตร ผู้ได้ชื่อว่าเป็นพุทธอัครสาวกเบื้องขวา เป็นพระธรรมเสนาบดีที่สามารถยังธรรมจักรให้เคลื่อนไปได้อย่างแกล้วกล้า เฉกเช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม ท่านก็ได้แสดงความกตัญญูต่อมารดาของท่าน เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังเช่นกัน เมื่อครั้งที่พระสารีบุตรท่านใกล้จะปรินิพพาน ท่านก็ได้ตรวจดูและพบว่ามารดาของท่านนั้นเป็นมารดาของพระอรหันต์ถึง ๗ พระองค์ แต่นางสาลีนั้นหาได้มีศรัทธาในพระศาสนาไม่
พระสารีบุตรจึงคิดว่าท่านจะใช้เหตุแห่งการปรินิพพานของท่านนี้เป็นการสนองคุณมารดาเป็นครั้งสุดท้าย หลังากที่ได้ทูลลาปรินิพพานและแสดงปาฏิหาริย์หน้าพระพักตร์ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ท่านก็ได้เดินทางไปยังนาลันทาคาม พร้อมด้วยพระจุนทะ ผู้เป็นน้องร่วมอุทร และเหล่าศิษย์ของท่าน เมื่อไปถึงท่านก็เข้าไปพักในห้องที่ท่านเคยคลอด
ในเวลาค่ำนั่นเอง เหล่าเทวดาทั้งหลายตั้งแต่ท้าวจตุโลกบาลที่ ๔ ท้าวสักกะเทวราชเรื่อยไปจนถึงท้าวมหาพรหม และอรูปพรหมทั้งหลาย ผู้มีศักดิ์ใหญ่ก็ได้มาเยี่ยมทำสักการะต่อพระสารีบุตร นางพราหมณ์สาลีผู้เป็นมารดา เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงไตร่ถามพระสารีบุตร ก็เล่ารายละเอียดให้ฟัง และกล่าวว่าท้าวมหาพรหมองค์นี้เป็นผู้ที่เอาตาข่ายมารองรับเมื่อครั้งที่พระบรมครูได้ประสูติ ได้ถวายการบำรุงรักษาอยู่เป็นเนืองนิจ แต่เมื่อเสด็จลงจากเทวโลก หลังจากที่ได้โปรดพุทธมารดาแล้ว ท้าวมหาพรหมองค์นี้ยังได้กั้นฉัตรถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย
นางพราหมณ์สารีเมื่อได้ฟัง จึงได้คิดว่าอานุภาพของบุตรของตนนั้น ยังปรากฏมากมายถึงเพียงนี้ แล้วอานุภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูของบุตรตนนั้น คงจะสูงกว่านี้เป็นแน่ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและมีความปีติเป็นอย่างยิ่ง พระสารีบุตรจึงใช้โอกาสนั้นแสดงธรรมพรรณนาถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก่นางพราหมณ์สาลี นางสาลีนั้นเมื่อได้ฟังธรรม ก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา นี้ก็เป็นตัวอย่างในสมัยพุทธกาลที่ได้แสดงความตัญญูต่อผู้มีคุณ
มาในปัจจุบันท่านหนึ่งที่ได้สอนความกตัญญูให้แก่เราท่านทั้งหลาย โดยนำชีวิตและการกระทำของตัวท่านเองมาเป็นแบบอย่าง ท่านแนะให้ทำ แล้วก็นำให้ดู นำชีวิตของท่านมาเป็นกรณีศึกษา มาเป็นกรณีตัวอย่าง ท่านผู้นั้นคือคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ครูบาอาจารย์ของเรา ท่านทั้งหลาย ท่านได้นำเรื่องราวในอดีต เมื่อครั้งที่โยมพ่อของท่านเข้าใจผิด และแช่งให้ท่านหูหนวก ๕๐๐ ชาติ ด้วยความกตัญญู คุณยายอาจารย์ตั้งใจว่าถ้าโยมพ่อใกล้จะละโลกเมื่อไหร่แล้วจะเข้าไปขอขมา
แต่ในวันที่โยมพ่อจะละโลกนั้น คุณยายเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ดูใจ เพราะต้องไปดูนา ทำหน้าที่แทนบุคคลในครอบครัว เมื่อโยมพ่อละโลกคุณยายอาจารย์จึงได้หาหนทางไปพบโยมพ่อในสัมปรายภพ เมื่อหาหนทางได้ด้วยการศึกษาวิชชาธรรมกายจากคุณยายทองสุก เมื่อเข้าถึงธรรม แล้วไปขอขมา รวมทั้งได้ช่วยโยมพ่อไปอยู่ในภพภูมิที่ดีขึ้น เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบิดาครั้งสุดท้าย
หรือเมื่อครั้งคุณยายทองสุก ท่านใกล้จะละสังขาร ท่านป่วยด้วยโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย คุณยายอาจารย์ของเราเองก็ได้อยู่ปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อทดแทนพระคุณของคุณยายทองสุก ในฐานะที่เป็นครูบาอาจารย์คนแรกที่ได้สอนคุณยายให้ได้เข้าถึงธรรม
แม้ที่สุดเมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านใกล้จะละสังขาร ท่านได้กล่าวไว้ว่าให้ช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ทั่วโลก เพราะเป็นวิชชาที่สำคัญและเป็นประโยชน์มาก วิชชานี้จะช่วยคนได้ทั้งโลก คุณยายก็ได้จำคำสั่งสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และได้สืบทอด สืบสายธรรมวิชชาธรรมกาย จนมีวัดพระธรรมกาย มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และพวกเราเหล่ากัลยาณมิตรทุกคน ณ วันนี้ คุณยายท่านได้สอนเราเรื่องความกตัญญู โดยยกเรื่องราวของท่านเองมาเป็นแบบอย่าง แล้วท่านได้สรุปไว้ว่าที่ท่านมีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะท่านมีความกตัญญูรู้คุณคนเป็นที่ตั้งนั่นเอง
ช่วงนี้ก็เป็นช่วงพรรษามหาบูชาที่เราทุกท่านจะได้แทนคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ท่านได้ทุ่มชีวิตเป็นเดิมพันค้นเอาวิชชาธรรมกาย กลับมาให้พวกเราได้รู้อีกครั้งหนึ่ง ก็ขอให้พวกเราทุกคนได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจ ศึกษาวิชชาธรรมกาย ให้กับที่ครูบาอาจารย์ได้ทุ่มชีวิตเอาความรู้อันบริสุทธิ์นี้มาให้พวกเรา
และท้ายที่สุดนี้ ก็ขอเชิญทุกท่านได้แสดงความกตัญญูต่อคุณยายอาจารย์ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชา และแสดงความกตัญญูต่อคุณยายอาจารย์ของเรากันทุกคนนะ ให้ทุกท่านสำรวมกาย วาจา ใจ ตรึกระลึกนึกถึงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นึกอาราธนาคุณยายอาจารย์มาประดิษฐาน ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อาราธนาบารมีธรรมท่านให้มากลั่นกาย วาจา ใจของเรา ให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้กาย วาจา ใจของเรานั้นเหมาะสมที่จะรองรับบุญใหญ่ ที่จะสร้างบารมีตามติดพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารย์ที่จะสร้างบารมีไปทุกภพทุกชาติ ให้เราทำสมาธิกันไปสักครู่นะ
ให้เรานึกอธิษฐานว่าพรรษามหาบูชานี้ ให้เราได้บูชาคุณยายอาจารย์ ทั้งปฏิบัติบูชา และอามิสบูชาอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เต็มความสามารถ ให้ความปรารถนาของเรานั้นสำเร็จเป็นอัศจรรย์
สัพเพ จบ…
หน้า PAGE 6