คารวะ ๖
ขอนอบน้อมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ขอนอบน้อมแด่พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูงยิ่ง กราบแทบเท้าพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ กระผมขอกราบ ขอโอกาสแสดงธรรมเพื่อบูชาคุณ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง กราบนมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานยายทุกท่านนะ (สาธุ)
ยายเป็นยิ่งกว่าผู้หญิง ในโลกหล้า
ยายเป็นเพชรที่แกร่งกล้า และสุกใส
ยายเป็นยอดอุบาสิกา ในภพไตร
ยายเป็นใคร ไม่สงสัย ไม่เคลือบแคลง
เป็นทุกสิ่งของวัด พระธรรมกาย
เป็นผู้คลายทุกข์และโศก โรคแสลง
เป็นทุกอย่างของหลวงพ่อ ขอแสดง
เป็นต้นแหล่งแห่งบุญ นี่แหละยาย
ก่อนอื่น ต้องขออนุโมทนาบุญกับผู้หมดสิทธิ์จน ทุกๆ ท่านนะ (สาธุ) แล้วก็ผู้ที่หมดสิทธิ์ไปอบายด้วย หลวงพี่ในนามของพระนิสิตสถาบันธรรมกายนานาชาติ ก็ต้องขอโอกาสแสดงธรรมเพื่อบูชาคุณของคุณยายในวันนี้ ภาพอันน่าปลื้มปีติเมื่อคืนนี้ ต้องบอกว่ายังติดตาตรึงใจยังไม่หายเลย ตอนนี้ยังหลับตายังเห็นแบงก์ลอยๆ อยู่เลย
บุญใหญ่ที่พวกเราได้สั่งสมไปเมื่อคืนนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง ประมาณ ๒, ๓ ชั่วโมงเองนะ เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าสิ่งที่พวกเราทำไปเมื่อคืนนี้ จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ จนถึงที่สุดแห่งธรรมเลย ก็ต้องขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านนะ
เมื่อเสร็จงานแล้ว อยากจะให้พวกเราพิจารณาเป็นประจำเลย เพื่อที่เราจะได้ทำใจได้ ให้พิจารณาอย่างนี้ว่าเรามีความรวยเป็นธรรมดา เราจักล่วงพ้นความรวยไปไม่ได้ จำได้ไหมเอ่ย เพราะว่าบุญบารมีที่เราสร้างขนาดนี้นี่ เราจะล่วงพ้นความรวยไปไม่ได้
วันนี้จะขอน้อมนำ จะขอแสดงธรรมเกี่ยวกับคุณธรรมของคุณยาย เรื่องความเคารพ หรือว่าคารวะ ๖ ตามประสบการณ์ที่หลวงพี่ได้เข้ามาสร้างบารมีกับหมู่คณะนี้ แล้วก็ได้เห็น แล้วก็ได้ศึกษามา คำว่า ความเคารพหรือคารวะ หมายถึงความเอื้อเฟื้อ ความใส่ใจ มองเห็นความสำคัญที่จะปฏิบัติต่อสิ่งนั้นๆ ให้ถูกต้องและเหมาะสม มีหลักๆ อยู่ ๖ ประการด้วยกัน
ความเคารพ ในคารวะ ๖ เป็นความเคารพอันดับแรก ที่ทุกๆ คนต้องจดจำไว้ในใจ คือความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ที่ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ มีคำว่า สัมมา คือไม่ต้องมีคนไปสั่งสอน ตรัสรู้ด้วยตัวของท่านเอง เรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่คุณยายของเราท่านได้ปฏิบัติ ต้องบอกว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมด้วย
ความเคารพขั้นแรก ก็คือคุณยายมีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือคุณยายตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ตั้งใจบูชาพระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยการปฏิบัติบูชา เราจะเห็นเป็นประจำทุกเดือนที่วัดพระธรรมกาย อาทิตย์ต้นเดือนก็คือพิธีบูชาข้าวพระ ถ้าเราสังเกตดีๆ คุณยายจะเลือกภาชนะที่ใส่บูชาข้าวพระ ต้องเลือกอย่างดี ดีขนาดไหน ถ้าภาชนะมีตำหนินิดหนึ่ง มีรอยนิดหนึ่ง คุณยายไม่เอาเลยนะ เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นการถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการแสดงความเคารพแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยนะ ที่สำคัญคือเราถวายไปอย่างไร เราก็จะได้อย่างนั้น แล้วจะได้ทับทวีนับอสงไขยไม่ถ้วนด้วย เพราะฉะนั้นคุณยายก็จะเน้นถึงจุดนี้เป็นอย่างมาก วัตถุทุกอย่างที่ถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องถวายด้วยความประณีต
หลวงพี่ได้เห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือ จากโยมพี่อารีพันธุ์เล่าให้ฟังว่า คุณยายตอนที่ตั้งใจเป็นประธานกฐินครั้งแรก พอคุณยายได้รับผ้าไตรมาปุ๊บนี่นะ คุณยายท่านก็กลั่นผ้าไตรถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกวันเลย คุณยายกลั่นทุกวัน ถวายทุกวัน กลั่นทุกวัน ถวายทุกวัน จนถึงวันทอดกฐิน พวกเรารับผ้าไตรไปแล้วก็ต้องกลั่นถวายทุกวันกันเช่นกันนะ ต้องกลับไปแล้วกลั่นถวายทุกวัน จะได้เป็นบุญเป็นบารมีของเรายิ่งๆ ขึ้นไปด้วยนะ วันนั้นเราก็จะได้บุญอย่างเต็มที่ด้วย ที่สำคัญ ถ้าเรากลั่นทุกวันถวายทุกวันนะ ใจของเราก็เป็นบุญเป็นสมาธิ แล้วอาจจะเข้าถึงพระธรรมกายภายในคืนนี้เลยก็ได้นะ
สิ่งที่หลวงพี่เห็นคุณยาย แล้วก็วัดพระธรรมกายนะ คือที่ที่บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือหลวงพี่สังเกตเอานะ ก็อาจจะเป็นอีกแง่มุมหนึ่ง คือหลวงพี่ได้ยินพระมหาเถระ พระครูปลัดภูเบศ ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนสร้างโบสถ์ คุณยายและหมู่คณะต้องดูนะว่าหินที่ไปทำผนังโบสถ์ เราไปสังเกตดู หินที่เอาไปทำผนังโบสถ์ ถ้าเราดูผิวเผิน จะดูเหมือนเอาสีไปทา แต่ถ้าไปสังเกตเข้าไปลึกๆ แล้ว จะเป็นหินเกร็ด เกร็ดเล็กๆ สีขาว สะอาดตา ปกติถ้าหินเกร็ดแบบนี้รวมกันอยู่จะหลากสีนะ แต่นี่ เพื่อบูชาพระพุทธเจ้านะ สร้างโบสถ์ ประดิษฐานปฏิมากรพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างด้วยความประณีต คัดหินที่เป็นสีดำออกหมด ไม่เหลือแต่เม็ดเดียว ตรงนี้ต้องบอกว่าคุณยายท่านตั้งใจมากที่จะแสดงความเคารพกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือความเคารพประการแรก ๑ หนึ่งในคารวะ ๖ ของคุณยาย
ส่วนประการที่ ๒ คือความเคารพในธรรมะหรือความเคารพในพระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า บางคนอาจจะถามว่า คุณยายอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่ใช่หรือ แล้วคุณยายจะไปอ่านธรรมะได้ยังไง เคยสงสัยไหมคำนี้ ก็ต้องบอกว่าธรรมะหรือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านศึกษาผ่านหลวงปู่วัดปากน้ำ เพราะฉะนั้นทุกคำพูดของหลวงปู่วัดปากน้ำ คุณยายจะจดแล้วก็จำ จดของคุณยายในที่นี้ ไม่ได้เอาสมุดมาจด เพราะคุณยายเขียนไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่ไปได้อัดเทปไว้ด้วยนะ แต่คุณยายจะเข้ากลางของกลาง กลางของกลาง แล้วก็ให้พระธรรมกายช่วยจำ พอต้องการรู้เรื่องอะไร คุณยายก็หยุดใจนิ่ง แล้วก็ไปเซิท (Sert) เหมือนเซิทใน Internet แต่คุณยายเร็วกว่าเยอะ คอมพิวเตอร์ไม่ทันคุณยายหรอก
ความเคารพในพระธรรมอีกอย่างหนึ่ง ตอนที่คุณยายนั่งธรรมะ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั่งทำวิชชากันตลอดเลย ทั้งวันทั้งคืนค้น คุณยายมีความเคารพในหลวงปู่วัดปากน้ำมากเลย วันนั้นหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านสั่งว่า ถ้าวิชชาธรรมกายช่วยเหลือไม่ได้ ก็จะยอมตายกันตรงนี้แหละ ถ้าใครกลัวก็ออกไป แล้วที่อยู่ก็ล็อกประตูเลย
คุณยายของเราไม่ได้ลุกออกไป คุณยายก็นั่งดิ่งเข้าศูนย์กลางกายไป อยู่กับหลวงปู่วัดปากน้ำ ตายเป็นตายตรงนั้น แสดงว่าคุณยายมีความเคารพในพระธรรมและเคารพในหลวงปู่วัดปากน้ำเป็นอย่างมาก
ส่วนข้อที่ ๓ มีความเคารพในพระสงฆ์ คุณยายมีความเคารพในพระสงฆ์หรือว่า หลวงปู่วัดปากน้ำ มีความเคารพอย่างมาก ต้องบอกว่าความเคารพของคุณยายมีมากขนาดไหน คุณยายกลัวหลวงปู่วัดปากน้ำยิ่งกว่ากลัวความตาย ถ้าหลวงปู่ส่งให้ไปตายก็ไป ขนาดนั้นเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นความเคารพในพระสงฆ์ของคุณยายมีอย่างจะนับจะประมาณมิได้เลย ถ้าใครเข้าวัดตอนแรกๆ สังเกตเห็นเลยว่าคุณยายมีความเคารพมาก
แม้พระภิกษุที่เพิ่งบวชมาวันเดียว ตอนหลวงพี่บวชพรรษา ๑ พรรษา ๒ ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ มีหลวงพี่ที่ท่านบวชจากอุบาสก ท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนท่านอยู่กับคุณยายคือเคยเป็นอุปัฏฐากคุณยาย ทำทุกอย่างเลย เป็นลูกศิษย์ ช่วยปั่นจักรยาน ช่วยอะไรทุกอย่างเลย แต่พอบวชปุ๊บ วันแรกคุณยายเห็น คุณยายยกมือท่วมหัวเลยนะไม่ได้คิดว่าคนนี้เป็นลูกศิษย์ สอนมากับมือ แต่คิดว่านี่คือพระสงฆ์ เป็นพระรัตนตรัย เป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย เพียงแค่ภิกษุบวชวันเดียว คุณยายก็มีความเคารพอย่างสูงเลยนะ แล้วก็สิ่งที่เป็นจุดเด่น เป็นวัฒนธรรมคู่กับวัดพระธรรมกายอีกอย่างหนึ่งที่คุณยายของเรา ได้เป็นต้นแบบ คือการคุกเข่ารับพระ พอพระสงฆ์เดินผ่าน
พรุ่งนี้จะมีพระสังฆาธิการ พระระดับบริหารประเทศ มาที่วัดพระธรรมกายเป็นจำนวนหมื่นกว่าองค์ เราก็ใช้คุณธรรมที่คุณยายเป็นต้นแบบให้เรา คือพอพระท่านเดินผ่านปุ๊บ เราก็คุกเข่าพนมมือแล้วก็นมัสการท่าน ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ท่านเดินไปตรงไหนให้เราแสดงความเคารพ จะเป็นวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีงามอีกอย่างหนึ่ง ที่ติดแน่นแฟ้นอยู่คู่กับวัดพระธรรมกาย โดยที่มีคุณยายของเราเป็นต้นแบบ
ความเคารพข้อต่อไปคือความเคารพในเรื่องการศึกษา ถ้าเราศึกษาประวัติของคุณยาย ประวัติการสร้างบารมีของหมู่คณะ ตอนที่คุณยายยังไม่ได้พบหลวงปู่วัดปากน้ำ คุณยายเจอคุณยายทองสุขที่บ้านคุณนายเลี๊ยบ ตอนนั้นคุณยายเป็นคนรับใช้ของบ้านคุณนายเลี๊ยบ คุณยายทองสุขได้ไปสอนธรรมะให้คุณนายเลี๊ยบถึงที่บ้าน คุณยายตั้งใจว่าทำยังไงถึงจะได้ศึกษาธรรมะกับคุณยายทองสุข คุณยายก็อุปัฏฐากคุณยายทองสุขทุกอย่าง เพื่อจะได้เรียนธรรมะแล้วก็ต้องทำงานบ้านด้วย ต้องรีบทำงานบ้านให้เสร็จ พอถึงเวลาก็จะได้เรียนธรรมะกับคุณยายทองสุข พร้อมกับคนที่เขาศึกษาธรรมะกัน
หลังจากเรียนแล้ว คุณยายก็ทำการบ้านด้วยนะ คุณยายทำการบ้าน ทำยังไง คุณยายรีบทำงานให้เสร็จเรียบร้อย คุณยายก็ขึ้นไปชั้นดาดฟ้า ไปทบทวนความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากคุณยายทองสุข สุดท้ายคุณยายสามารถที่จะใจหยุดดิ่งเข้ากลาง เข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ นี่ก็เป็นความเคารพในการศึกษาอีกประการหนึ่ง
ความเคารพในการศึกษาของคุณยายตอนที่เข้ามาทำวิชชากับหลวงปู่วัดปากน้ำ ตอนนั้นกะละ ๖ ชั่วโมง ๒ กะ ตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึง ๖ โมงเช้านะ แล้วก็ตั้งแต่เที่ยงวันถึง ๖ โมงเย็น ปกติคนอื่นก็จะเข้าตรงเวลา เข้าตามเวลา แต่คุณยายด้วยที่มีความเคารพในการศึกษามาก คุณยายจะเข้าก่อนครึ่งชั่วโมง เพื่อจะไปฟังว่ากะที่แล้วหลวงปู่วัดปากน้ำสอนไปถึงไหนแล้ว พอครบ ๖ ชั่วโมง หรือ ๖ ชั่วโมงครึ่งแล้ว คุณยายอยู่ต่ออีกครึ่งชั่วโมง เพื่อที่จะดู จะฟังหลวงปู่วัดปากน้ำสอนชุดนี้ให้ทำอะไรบ้าง ตรงนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นคุณธรรมอย่างมากเลยนะของคุณยาย
ท่านที่เป็นนักศึกษาอยู่ ควรนำ คุณธรรมตรงนี้ของยายไปใช้อย่างยิ่ง เวลาจะเข้าแลคเช่อร์ในมหาวิทยาลัยก็เข้าก่อน เข้าห้องเรียนก่อนนะ ไปรอ อาจารย์ไปรอคุณครูก่อนนะ พอคุณครูออกจากห้องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ ดูเก็บอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือให้เรียบร้อยนะ หลวงพี่ก็ ตรงนี้นี่จะเป็นการให้ การเคารพกับการศึกษา แล้วก็ครูบาอาจารย์เขาก็จะเมตตาสั่งสอนให้เรา แล้วเราก็จะได้ความรู้ยิ่งๆ ขึ้นไปด้วย
ความเคารพในความไม่ประมาท ข้อที่ ๕ หลวงพี่ได้ดูในคำสอนของคุณยายเล่มที่ ๒ ที่บอกว่าเหมือนหุ่นเชิด คำว่าเหมือนหุ่นเชิดของคุณยายก็คือมนุษย์เรา จะเปรียบเสมือนหุ่น เป็นหุ่นตัวหนึ่งที่มีโปรแกรมนะ ๒ โปรแกรมเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตัวมนุษย์เปรียบเสมือน hard ware จะมีโปรแกรม ตรงนั้นจะเป็นโปรแกรมดีหรือเป็นโปรแกรมไวรัสก็แล้วแต่ คุณยายก็เปรียบเสมือนว่าคุณยายจะทำตัวของตัวเอง ให้ใจอยู่ในบุญ ก็คือไม่ประมาท เมื่อใจอยู่ในบุญปุ๊บ คิดก็คิดดี ทำก็ทำดี พูดก็พูดดี
เมื่อไหร่คอมพิวเตอร์โดนไวรัส เครื่อง hank ทำงานไม่ได้ มนุษย์เราก็เหมือนกัน คล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์เลย ถ้าเราพลั้งพลาดให้ใจตกไปอยู่ในอกุศลปุ๊บ คิดก็คิดไม่ดี คิดพยาบาท คิดเบียดเบียนคนอื่น พอพูดก็พูดไม่ดี เพราะใจเราคิดไม่ดี พูดออกไปก็พูดไม่ดี แล้วไปถึงการกระทำ การกระทำจะดีได้ไหม ถ้าคิดไม่ดี พูดไม่ดี การกระทำก็ทำไม่ดีแน่นอน
อีกข้อความหนึ่งที่คุณยายพูดถึงเรื่องความไม่ประมาทคือบุญเล็กบุญน้อยก็ให้อธิษฐาน เราทำบุญทุกๆ บุญ ให้เราอธิฐานนะ ให้เหนี่ยวพระนิพพานไว้ ให้อธิษฐานให้เป็นบุญเป็นกุศล แล้วบุญตรงนั้นที่เราทำ จะได้นำมาใช้สร้างบารมีอย่างเต็มที่อย่างเต็มกำลัง ไม่ปล่อยให้บุญที่เราทำไปเป็นอย่างอื่น หรือไม่นำมาสร้างบารมี ให้เราอธิษฐานกำกับบุญ เหมือนเราตั้งผัง อธิษฐานจิตก็เหมือนกับการตั้งผัง เหมือนเราจะสร้างบ้าน เราต้องมี master plan มีผัง มี land scape อะไรเรียบร้อย เราสร้างบุญก็เหมือนกัน เราจะเอาบุญไปทำอะไร เราต้องอธิษฐานจิตนะ แนบไปให้เรียบร้อย บุญนี้ก็จะได้ส่งถูก ถูกเวลา ถูกกาล แล้วก็จะนำมาใช้สร้างบุญสร้างบารมีได้เต็มที่
อีกอย่างหนึ่งคือรักษาใจให้ดี เหมือนกับหุ่นเชิดนั่นแหละ คือรักษาใจ ให้เป็นกุศลตลอดเวลา ให้กุศลาธรรมาอยู่ในใจตลอดเวลา เราจะคิดดี พูดดี แล้วก็ทำดี ถ้าเราทำได้อย่างนี้ตลอดทุกวินาที ทุกอนุวินาที จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท
ความเคารพในประการสุดท้ายคือการปฏิสันถาร เราสามารถที่จะนำไปใช้พรุ่งนี้ได้เลย เพราะพรุ่งนี้อยากจะให้ทุกๆ คนที่มานั่งอยู่ในที่นี้ และสาธุชนที่มาวัดเป็นเจ้าของวัด ตอนนี้คุณยายของเราไม่ได้อยู่ปฏิสันถารญาติโยมที่มาวัด ต้องอาศัยลูกหลานยายตอนนี้ที่ยังนั่งอยู่ ทำหน้าที่แทนคุณยาย ทำหน้าที่ปฏิสันถาร
เริ่มตั้งแต่กิริยามารยาทของเรา ให้เขาเห็นปุ๊บก็เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใส เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา กิริยามารยาทเครื่องแต่งกายต่างๆ ให้เรียบร้อย ให้เขาเห็น หมู่คณะของเรา เจ๋งจริงๆ อะไรอย่างนี้ ปกติเราก็เจ๋งอยู่แล้ว ก็แสดงความเจ๋งให้เขาเห็นหน่อย จะได้ เป็นหมู่คณะที่อยู่ในใจของพระมหาเถระ ที่ท่านอยากจะเห็นสาธุชนเป็นอย่างนี้
ถ้าเราสังเกตคุณยาย ถ้าใครมาทันตั้งแต่เริ่มแรก ตอนที่หลวงพี่อยู่พรรษาหนึ่งก็จะเห็น คุณยายจะยกมือก่อนตลอดเลย ยกมือไหว้ สวัสดีทุกๆ คน สวัสดี คุณยายไหว้ทุกๆ คน คนที่มาหาคุณยาย ไม่ว่าลูกเด็กเล็กแดง อายุขนาดไหน คุณยายไหว้หมด ตรงนี้ต้องบอกว่าความเคารพในการปฏิสันถารของคุณยายดีเยี่ยมเลยนะ
หลวงพี่ก็ยัง ก็เคยสงสัยเหมือนกัน ทำไมคุณยายต้องไหว้คนที่มีอายุน้อยกว่า ทั้งๆ ที่ภูมิธรรมของคุณยาย ธรรมะของคุณยาย หาคนที่จะเทียบเท่าไม่ได้แล้ว เราไปไหว้ท่าน เราไปหาท่าน แล้วท่านไหว้ เราจะบาปไหม แม้เราเป็นพระ ความจริงก็ยังไม่บรรลุธรรมอะไร แต่คุณยายเราก็รู้ๆ อยู่ว่าคุณยายเป็นยังไง แต่พอมาศึกษา ก็ได้คำตอบว่าที่คุณยายไหว้ เพราะคุณยายอยากให้ทุกๆ คนที่พบคุณยายจิตเป็นกุศล พอจิตเป็นกุศลปุ๊บ ไม่คิดล่วงเกินคุณยาย พอไม่คิดล่วงเกินก็เท่ากับคุณยายได้ปิดประตูอบายให้กับทุกๆ คน
แล้วอีกอย่างหนึ่งเมื่อวานที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ได้พูดเน้นถึง วันนี้หลวงพี่ก็อยากจะเน้นอีกครั้งหนึ่งนะก็คือการเข้าห้องน้ำ การเข้าห้องน้ำ เราจะไม่ถอดรองเท้าวางไว้หน้าห้องน้ำแล้วนะ เราต้องเตรียมถุงพลาสติกใส่รองเท้าของเรานะ แล้วก็นำรองเท้าของเรานี่เข้าไปในห้องน้ำด้วย เราจะไม่วางไว้หน้าห้องน้ำ เพราะว่าถ้าวางหน้าห้องน้ำ อาจจะเกิดการสูญหายได้นะ คิดถึงความรู้สึกของเราก็ได้ สมมติว่าเราใส่รองเท้ามาวัด ขากลับเดินเท้าเปล่า จะมีความรู้สึกยังไงนี่ ก็ต้องบอกว่าพอเราทำอย่างนี้ปุ๊บ ทุกคนที่เห็นปุ๊บ เขาจะได้ทำตามด้วย
ก็ต้องฝากไว้นะ เรื่องการเข้าห้องน้ำ เรื่องการปฏิสันถารบุคคลที่มาวัด รวมทั้งพระภิกษุสามเณรทุกๆ องค์ด้วย แล้วก็ต้องเป็นต้นแบบให้ชาวโลก ก็ความเคารพทั้ง ๖ ประการ หรือว่าคารวะ ๖ ต้องบอกว่าคุณยาย ทำได้อย่างดีเยี่ยม ได้อย่างเยี่ยมยอดเลย แล้วเราก็ดูว่าตัวของเรานี่ทำได้อย่างคุณยายไหม ดูซิว่า เราทำได้ขนาดไหน แล้วเรามีวิธีการที่จะทำได้อย่างคุณยายไหม เราต้องฝึกยังไง
ก็ต้องบอกว่าตรงนี้นี่เป็นคุณสมบัติของผู้ศึกษาวิชชาธรรมกาย อย่างน้อยๆ เลย คนที่จะศึกษาวิชชาธรรมกายได้นี่ต้องมีความเคารพทั้ง ๖ ข้อนี้ ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไปแล้ว ต้องบอกว่า หมดสิทธิ์ศึกษาวิชชาธรรมกาย เราหมดสิทธิ์รวยแล้ว หมดสิทธิ์ไปนรกแล้ว ต้องบอกว่าสิทธิ์นี้นะ สิทธิที่จะศึกษาวิชชาธรรมกายนะ อย่าสละสิทธิ์นะ ตรงนี้ต้องสงวนสิทธิ์ไว้ สำหรับทุกๆ คน
ข้อคิดที่จะฝากไว้ในช่วงเข้าพรรษานี้ จะขอน้อมนำโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะที่ได้ให้ไว้ตอนเข้าพรรษา ที่พระอุโบสถ ว่าพรรษานี้ อยากให้เป็นพรรษามหาบูชา บูชาใครบ้าง ก็บูชาตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระนิพพานทุกๆ พระนิพพานเลยนะ แล้วบูชาผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ บูชาคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง หรือว่าผู้สืบสานวิชชาธรรมกายมาถึงพวกเรานะ
การบูชาก็มีอยู่ ๒ ลักษณะ หรือมีอยู่ ๒ อย่าง หลักๆ ก็คือปฏิบัติบูชา ก็อย่างที่พวกเราทำอย่างทุกวันนี่แหละ คือการเจริญสมาธิภาวนา แล้วทำจนกว่าเราจะเข้าถึงพระธรรมกายที่ใสสว่างที่ศูนย์กลางกายนะ ใสสว่างที่ละเอียดสุดละเอียด จะได้ศึกษาวิชชาธรรมกายในที่สุดนะ นี่ก็คือการบูชาประเด็นแรก
การบูชาประเด็นที่ ๒ คืออามิสบูชา ความจริงหลวงพี่อยากจะฟันธงไปตรงๆ นะว่ามาช่วยกัน สถาปนามหาวิหารหลวงปู่วัดปากน้ำในช่วงพรรษานี้ ต้องปิดตั้งแต่วันครูธรรมกายนี้ หรือวันที่ ๒ กันยายนนี้นี่ ให้เราตั้งเป้าไว้เลย ตั้งเป้าแล้วก็ต้องให้เข้าเป้าด้วย ตั้งเป้าแล้วเราก็ทำนะ ถ้าทุกคนรวมใจนี่นะ ความจริงเราก็รวมใจกันได้แน่นอนนะ แต่ให้เราได้ปิดได้เร็วที่สุดเลย อย่างเมื่อคืนนี้ต้องบอกว่าปลื้มปีตินะ แล้วก็เกินครึ่งไปแล้ว ได้ข่าวว่าก็ต้องบอกว่าอามิสบูชานี่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะปักหลักวิชชาธรรมกายให้รู้ว่าเราสร้างมหาวิหารหลวงปู่วัดปากน้ำ
หล่อหลวงปู่วัดปากน้ำเป็นทองคำนี่ ให้เมื่อเราหลับตาลาโลกนี้ไปแล้ว ต้องให้คน ลูกหลานเรามาสงสัยว่า เอ๊ะ บุคคลท่านนี้นี่ทำไมต้องหล่อเป็นทองคำนะ ทองคำถึง ๑ ตันนี่นะ แล้วก็สร้างมหาวิหารอย่างดีนี่ทำไม เขาก็ต้องมาศึกษาวิชชาธรรมกาย แล้วก็จะได้ฝึกสมาธิ ศึกษาวิชชาธรรมกาย แล้วก็จะได้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้ตามมโนปณิธานของหลวงพ่อ และหมู่คณะของเรา
หลวงพี่ไปเปิดพระไตร ได้ยินเรื่องราวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ ๒ พระองค์ แล้วรู้สึกว่าติดตาตรึงใจ แล้วอยากจะเป็นอย่างท่านจังเลย ก็คือพระปทุมุตรพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมัยท่านตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ท่านไม่มีเดียรถีย์ หรือว่ามีนิครนถ์ที่จะเป็นศัตรูเลย ชอบมากเลย ถ้าหมู่คณะเราไม่มี นี่ดีเลยนะ ก็เลยมาดู ว่าท่านทำยังไงถึงไม่มีศัตรูเลยในการสร้างบารมีของท่าน
การสร้างบารมีของท่านคือท่านเจอใครนะ ท่านชวนทำบุญหมดเลยนะ พอเจอ หันไป ให้ทุกคนหันไปทางด้านซ้ายซิจ๊ะ หันไปก็ กองของเธอเต็มหรือยังจ๊ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยปิดนะ สร้างมหาวิหารหรือยังจ๊ะ นะ ถ้าเราพูดไปอย่างนี้ตลอดนะ เดี๋ยววันที่บุญบารมีของเราเต็มเปี่ยมนี่ เราจะไม่มีศัตรูเลยที่จะมาขัดขวางการสร้างบารมีของเรา อยากได้อย่างนี้ไหมนี่ ถ้าอยากได้ต้องทำให้ได้ด้วยนะ เราก็จะไม่ต้องมานั่ง โอ๊ย โดนอีกแล้ว โอ๊ย แห้งอีกแล้ว เหี่ยวอีกแล้ว ต่อไปเราจะมีแต่โอ้ละล่อง ล่องละลอยไป นิรันดร์อนันตชัยตลอดเลยนะ
แล้วก็ประทับใจพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งก็คือ พระมังคละสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์นี้นี่ท่านมีรัศมีกายอย่างไม่มีประมาณ แสงสว่าง ฉัพพรรณรังสีนี่ หมื่นโลกธาตุ แสงสว่างอย่างนี้ต้องบอกว่าแยกไม่ออกเลยว่า กลางวันหรือกลางคืนนะ ต้องดูนกว่าออกบินหากินตอนไหน ก็คือเวลาเช้า รัศมีสว่างไปทั้งหมื่นโลกธาตุเลย อยากรู้ไหม ท่านทำยังไง
คือท่านให้ทานอย่างไม่เหลือเศษ ต้องบอกว่า นี่ ชาติก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้าชาติสุดท้ายนี่ ท่านถวายลูกเป็นทานนะ แต่หลวงพี่ก็ไม่ได้บอกให้ถวายลูกนะ อยากให้ถวายแต่ต้อง ดูในรายละเอียดอีกนะ ก็คือท่านถวายลูกเป็นทาน โดยที่ตอนนั้นมียักษ์ตนหนึ่งปลอมมาเป็นพราหมณ์มาขอลูก ท่านก็ให้ ท่านให้ลูกไปปุ๊บ พอห่างไปได้สักระยะหนึ่งนี่นะ พราหมณ์คนนั้นก็ปลอมกลับกลายเป็นยักษ์มีเขี้ยวโง้ง นัยน์ตาดำ ผิวเหมือนต้นตาลไหม้นะ แล้วก็จับลูกของพระโพธิสัตว์องค์นี้นี่ เคี้ยวกินเหมือนเคี้ยวเหง้าบัว จับปุ๊บแล้วเคี้ยวปุ๊บนะ เลือดก็พุ่งออกมาจากปากเลยนะ
แต่ท่านก็ไม่นึกอะไร ความจริงลูกก็เป็นสุดที่รักนะ แต่ท่านรักในพระโพธิญาณยิ่งกว่า ทันทีที่ท่านคิดได้อย่างนี้นะ เลือดพุ่งออกมาจากปากปุ๊บนี่ แสงพุ่งออกมาจากตัว ออกเป็นหมื่นโลกธาตุเลย อยากได้อย่างนั้นไหม เพราะงั้นต้องมาช่วยกันปิดให้เต็มพันกองเร็วๆ นะ ก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้นะ ถ้าเราทำให้ได้อย่างนี้นะ ตัดสินใจ ถวายลูก อย่างโยมที่มีลูกชายบวชนะ บอกถวายลูก ตัดสินไม่เหลือเศษ ตั้งใจถวายให้ลูกชายบวชอยู่ในพระศาสนาเต็มที่ มีลูกที่บวช เป็นอุบาสก อุบาสิกา ก็ให้อย่างมีความรัก หรือว่าไม่มีความเยื่อใยเลยนะ แล้วเราก็จะได้อานิสงส์อย่างนี้ ดีไหมนี่
ก็สมควรแก่เวลานะ สุดท้ายก็คงต้องขอเรียนเชิญทุกๆ ท่านได้ปฏิบัติบูชา แด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์กันนะ ให้พวกเราตรึกระลึกถึงบุญ นึกถึงบารมีของเรา ที่เราสั่งสมกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ให้เป็นดวงกลม ใส สว่างอยู่ที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็จรดใจของเรานิ่งไปตรงกลางของกลาง ทำใจของเราให้ปีติเบิกบาน ทำใจของเราให้ใส ให้สว่าง ให้ใจของเราหยุดในหยุด หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง นิ่งในนิ่ง สว่างออกไปอย่างไม่มีประมาณทั่วแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาลเลย
แล้วเราก็นึกน้อมบุญบารมีที่เราได้สร้างสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ได้บูชาธรรมแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และให้เรานึก แผ่ความเมตตา แผ่ความปรารถนาดีให้ไปกับมนุษย์และสรรพสัตว์ทุกๆ ชีวิตที่ยังเวียนว่ายตายเกิด กำเนิดอยู่ในวัฏสงสารนี้ แผ่ออกไปอย่าง ไม่ให้เหลือเศษแม้แต่นิดเดียว ให้แบบคว่ำหม้อ โดยไม่มีความรู้สึกเสียดาย เสียใจ หรือตระหนี่ในใจเลย ให้ใจเราเต็มเปี่ยมด้วยบุญด้วยบารมี ให้เต็มไปด้วยพลัง พลังใจที่ไม่มีประมาณ แล้วก็นึกอธิษฐานจิตให้พวกเราทุกๆ ท่านได้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้รู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกาย ให้ศึกษาได้แคล่วคล่อง เชี่ยวชาญ ชำนาญอย่างไม่ติดขัด เป็นที่ถูกอกถูกใจหลวงพ่อ ให้ความรู้บริสุทธิ์ รู้ถูก เห็นถูก รู้ได้รอบตัว เห็นได้รอบตัว ทุกอย่างให้เป็นธาตุธรรมที่สำเร็จด้วยใจ
ขออย่าได้ยินดีในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สิ่งล่อลวงของพญามารขออย่าได้เจอะเจอ ให้รู้ญาณแม่นยำ ให้ได้ทำวิชชาตลอดไป ให้ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ให้ติดหลวงพ่อไปทั้งหยาบและละเอียด ให้เป็นพระธรรมกายไปทุกภพทุกชาติ ให้ได้สำเร็จวิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ วิโมกข์ ๘ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ และจรณะ ๑๕
ด้วยอานุภาพของพระธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรมกายของหลวงปู่วัดปากน้ำ พระธรรมกายของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง จนทุกประการเทอญ
********************************* จบ *********************************