มีบุญวาสนามาก่อน
(ม้วน 1/A)
พระราชจันทโมลี ขอถวายความนับถือแด่ท่านประธานสงฆ์ ณ ที่นี้ คือท่านเจ้าคุณภาวนา พร้อมด้วยเพื่อนสหธรรมิกทั้งหลาย และขอเจริญพรแก่ญาติโยมสาธุชน ผู้ใจบุญ ใจกุศลทุกๆ ท่าน (สาธุ)
อาตมาภาพพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับเกียรติอันสูงส่ง มาเป็นประธานในการสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่คุณโยมอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งได้ละสังขารไปเป็นเวลานานพอสมควร ผู้ที่เป็นกัลยาณมิตรในฐานะเป็นศิษย์ ได้ร่วมจิตร่วมใจกันบำเพ็ญกุศลส่วนนี้ถวายมาโดยลำดับ แสดงความกตัญญูกตเวที ซึ่งมีอยู่ในน้ำใจของท่านทั้งหลาย โดยเฉพาะพระสงฆ์ในวัดพระธรรมกาย ซึ่งนับว่าเป็นกำลังอันสำคัญยิ่ง นอกจากจะได้บำเพ็ญสิ่งอันเป็นประโยชน์แก่ตน แก่บุคคลอื่นอย่างมากมายมหาศาล
และคุณโยมยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ความจริงในสมัยสิบกว่าปีก่อนนี้ อาตมาเคยมาพบท่าน แล้วก็เคยคุยกันพอสมควร ตั้งแต่สถานที่นี้ยังเป็นท้องนา ยังไม่ได้เป็นของวัดพระธรรมกายนานพอสมควร เป็นเวลา ๒ ครั้ง เพราะได้ทราบกิตติศัพท์จากคุณ ท่านผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี คุณการุณย์ บุญมานุช ได้กล่าวถึงกิตติศัพท์ของท่านผู้นี้บ่อยๆ ท่านก็เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
มาบังเกิดมาก็มาเจอกัน ก็ได้พูดคุยถามบางสิ่งบางอย่าง ท่านยังระลึกนึกถึงว่าอ้อ คุณศึกษาที่พูดเก่งๆ นั่น ฉันรู้จัก แต่ท่านผู้นั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะมา เพราะตอนนี้พูดไม่ได้
ได้เห็นแล้ว ตอนนั้นท่านอายุประมาณราวๆ ๘๑ หรือ ๘๒ ท่านบอกเอง อยู่กุฏิเล็กๆ แต่รู้สึกว่ามองถึงสังขารร่างกายก็น่าจะถึง ๘๑ ปีในขณะนั้น แต่ท่านยืนยันว่าอายุ ๘๐ กว่า หรือจะเป็นเพราะบุญบารมีอย่างหนึ่ง ที่ฉายแสงออกมาอย่างนั้น ให้มองดูเสมือนหนึ่งคนมีอายุ ๖๐ เศษๆ แต่ท่านยืนยันของท่าน
แล้วก็กลับไปคุยกับท่านผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด นายการุณย์ บุญมานุช ท่านบอกว่าจริง ในเรื่องของคนปฏิบัติธรรม และได้ทราบกิตติศัพท์ในการปฏิบัติธรรมของท่านว่าเป็นศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ทำให้เกิดความศรัทธา เสมือนหนึ่งว่าเราได้อยู่ใกล้กับผู้เห็นธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงในขณะนั้น เพราะอาตมานั้นก็สนใจในเรื่องของการปฏิบัติของหลวงพ่อวัดปากน้ำ แล้วจากนั้นมาก็ไม่มีโอกาสที่จะมาสู่สถานที่นี้เป็นเวลาสิบกว่าปีด้วยกัน
ทางวัดธรรมกายก็นิมนต์หลายครั้งหลายหน ก็ตั้งใจเอาไว้ว่ามีโอกาสต้องมาให้ได้ ก่อนนี้เขาไม่ได้นิมนต์เรายังมาได้ แต่เมื่อเขานิมนต์ทำไมเรามาไม่ได้เลย วันที่ ๒๐ เมษาที่ผ่านมา ทางวัดก็ทำหนังสือนิมนต์ไป โทรศัพท์ไปก่อน แล้วทำหนังสือตามไป ก็บอกว่าติดไปกัมพูชาเสียแล้ว เสียค่าทัวร์ไปหมื่นกว่าบาทแล้ว ก็คงจะต้องเอาไว้คราวหลัง
คราวนี้บังเอิญมีโอกาส และวันที่ ๕ สิงหา ก็ยังติดภารกิจยังแบ่งรับแบ่งสู้ แต่คิดว่าก็คงจะมาได้อีกครั้งหนึ่ง (สาธุ) มาเห็นแล้วทำให้ตื่นตาตื่นใจ เพราะผู้มีบุญทั้งหลายนั้นมารวมกันอยู่ในสถานที่นี้ทั้งหมด (สาธุ) ตรงกับที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าผู้มีบุญอยู่ที่ไหน เทวดาเดือดร้อนที่นั่น ทีนี้มันจะไม่อย่างนั้น คนที่ไม่ใช่สัมมาทิฏฐิก็จะเดือดร้อน โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
อาตมานี้มีความเชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งว่าถ้าคนสัมมาทิฏฐิ คนมีบุญอยู่ที่ไหน เทวดาปกปักษ์รักษาคุ้มครองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์องค์เณร หรือจะเป็นประชาชนรวมกันอยู่ ยังมีความเชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งที่เคยประพฤติปฏิบัติมาอย่างหนึ่ง ฉะนั้นผู้มีบุญนี่ไม่ได้เดือดร้อน ทำอะไรสำเร็จทุกอย่าง (สาธุ)
ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ต่างคนต่างมีบุญมีบารมี เรามาสร้างสมอบรมบุญวาสนาบารมี เพื่อบุพเพกตปุญญตาของตนสืบต่อไป และอาตมายังเคยพูดอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้พูดในสถานที่นี้ ผู้ที่เข้าวัดเข้าวา พระสงฆ์องค์เณรที่บวชอยู่ได้นานๆ นี่ เพราะท่านเหล่านี้มีบุพเพกตปุญญตามาก่อน ถ้าไม่มีบุพเพกตปุญญตาที่เคยสั่งสมอบรมมา ท่านทั้งหลายคงไม่มีโอกาสที่จะมาร่วมกันปฏิบัติธรรม เสียสละทุกสิ่งทุกอย่างได้มากมายถึงขนาดนี้ คงเป็นไปยาก
ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าถึงแม้เราจะมีบุพเพกตปุญญตา สร้างสมอบรมกันมาก็ยังไม่เหมือนกัน ทุกคนอยากเป็นคนดี อยากมีความสุข อยากพ้นจากความอยู่ร้อนนอนทุกข์ ตามหลักของพระพุทธศาสนาก็คงจะเป็นที่ทราบกันดีว่าบ่อเกิดของบุญ มีจุดใหญ่ๆ อยู่ ๓ สายด้วยกัน ๓ สายนี้เกิด ต้องผู้ที่บำเพ็ญบุพเพกตปุญญตามา แต่ก็ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นทาน คนไม่มีบุพเพกตปุญญตาก็ให้ทานไม่ได้ ถ้าเขาสร้างมาอย่างนี้ เขาก็ให้ได้เฉพาะทาง แต่ที่จะสร้างมาเพื่อรักษาศีล ก็น้อยลงแล้ว
ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน สร้างกันมามากมายในสายนี้ แต่พอขึ้นมาอีกสายหนึ่ง สายบำเพ็ญศีล คนไม่มีบุพเพกตปุญญตา ก็มาประพฤติปฏิบัติรักษาไม่ได้ เราจะเห็นได้ว่าพอขึ้นมาถึงศีล ๘ ก็ดี อุโบสถศีลก็ดี น้อยแล้ว บุพเพกตปุญญตาส่วนนี้ไม่เสมอกัน นี่เราจะเห็นได้เลยว่าน้อย ไม่มากนัก เมื่อมาอีกสายหนึ่ง ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา ยิ่งน้อยลงไปอีก เกิดขึ้นจากผู้บำเพ็ญบารมีมาสมบูรณ์แล้ว
ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่ามีไม่มากนัก ภาวนามัยน้อย ถึงในสถานที่นี้อาจจะเป็นพัน เป็นหมื่น แล้วก็ยังไม่มาก ควรจะมากกว่านี้ ในสายของการรักษาศีลหรือในสายของการเจริญภาวนา แต่ก็น่าชื่นใจท่านทั้งหลาย ถ้าพุทธศาสนิกชนรวมตัวกันอย่างนี้ คิดว่าพระพุทธศาสนานั้นยังเจริญรุ่งเรืองสถาพรต่อไปอีกนานแสนนาน
ฉะนั้น อาตมาภาพในฐานะประธานสงฆ์ในวันนี้ ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมยินดีแด่ท่านสาธุชนทั้งหลาย ที่ได้แสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีแก่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เพราะท่านทั้งหลายก็เปรียบเสมือนหนึ่งเป็นลูกเป็นหลาน จะเป็นลูกเป็นหลานโดยสายโลหิตก็ดี หรือเป็นลูกเป็นหลานในฐานะเป็นศิษยานุศิษย์ก็ดี ต่างคนก็ต่างแสดงน้ำใจของตน ถือว่าท่านผู้นี้ให้กำเนิดแก่วัดพระธรรมกาย แผ่นดินตรงนี้จึงเป็นแผ่นดินของนักบุญโดยเฉพาะ เป็นแผ่นดินที่อุดมไปด้วยทาน ศีล ภาวนาแน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างถ้าหากเราไม่ปลุก เราไม่เสก สิ่งนั้นจะเกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ไม่ได้เลยท่านทั้งหลาย
อาตมาไปกัมพูชา ไปเห็นปราสาทนครวัตแล้ว ทีนี้ว่ากว้างใหญ่ไพศาล ก็คิดว่ายังรองอันดับลงมา แต่ก็ควรที่จะได้รับการยกย่อง คิดว่าอย่างน้อยก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ติดอับดับเหมือนกันในยุคปัจจุบันนี้ เพราะผ่านพ้นมา ๓–๔๐๐ ปีก็ไม่มีสิ่งใดบังเกิดขึ้น ฉะนั้นจึงสมควรแล้วท่านทั้งหลาย อย่างน้อยเราก็แสดงความกตัญญูแด่ผู้มีอุปการะคุณแก่วัด แสดงความกตัญญูแด่คุณพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ในฐานะที่ทุกท่านเป็นสาธุชนคือเป็นคนดีโดยทั่วกัน
จึงขออำนวยอวยพรให้ทุกๆ ท่านที่ได้บำเพ็ญกุศลนิมนต์พระสงฆ์จำนวน ๒๐๐ รูปมาสวดพระอภิธรรม อุทิศส่วนกุศลส่งไปให้แด่ดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในคราวครั้งนี้ ถ้าหากท่านจะยั้งทราบด้วยญาณวิถีทางใดทางหนึ่งของตนแล้ว จะได้รับอนุโมทนาสาธุการเพื่อความสุข เกษมสำราญในสถิตสถานนั้นๆ สมความมุ่งมาดปรารถนาของท่านทั้งหลายโดยทั่วกันทุกท่านเทอญ (สาธุ) (หมดหน้า 1/A)
PAGE
PAGE 2/ NUMPAGES 4
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับถอดเทปเทศน์งานคุณยาย\2544\กรกฎาคม\44-07-29 EW-BBT.doc