แบบอย่างของความไม่ประมาท
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ผู้มีพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กราบคารวะพระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญลูกหลานคุณยายทุกๆ ท่าน
จากการที่หลวงพี่ได้อ่านคำสอนของคุณยายอาจารย์ และพระอาจารย์ที่ได้มาถ่ายทอดคุณธรรมของคุณยาย คุณยายเป็นแบบอย่างในเรื่องคนจริง ขยันขันแข็ง โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิบัติธรรม คุณยายเป็นเหมือนธงชัยของหมู่คณะ ทำให้หลวงพี่นึกถึงหัวข้อธรรมเรื่องความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ความไม่ประมาทเป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง กล่าวได้ว่าคำสอนในพระพุทธศาสนาทั้งหมด เมื่อสรุปแล้ว ก็คือคำสอนให้เราไม่ประมาท ดังจะเห็นได้จากปัจฉิมโอวาท ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราจะเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง มีความเสื่อมเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
ทีนี้เรามาดูว่าความไม่ประมาทคืออะไร ความไม่ประมาทก็คือการมีสติกำกับตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำในสิ่งใด ๆ ไม่ยอมถลำไปในทางที่เสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี เพราะฉะนั้นเราจะต้องทราบว่าสิ่งที่เราไม่ควรประมาทอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันนั้นมีอะไรบ้าง และคุณยายอาจารย์ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการดำเนินชีวิต
ประการที่ ๑ ความไม่ประมาทในเวลา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า วันหนึ่งที่ผ่านไปนั้นเหมือนการเดินเข้าสู่หลุมฝังศพ พระองค์จึงตรัสพุทธภาษิตว่า คนไม่ประมาทคือคนคำนึงว่าวันคืนล่วงไป ล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่ ให้หมั่นเตือนตัวเองอย่างนี้ แล้วมันจะทำให้เราไม่ประมาท วันคืนล่วงไป ล่วงไป ให้เราทำแต่ความดี อย่ามัวทำในสิ่งที่ไร้สาระ ดังคำสอนของคุณยายที่ท่านสอนว่าชีวิตคนร่อยหรอลงไปทุกวัน รีบทำความดีให้มาก ๆ อย่าปล่อยเวลา เสียดายเวลาที่ผ่านไป เพราะมันทำให้ชีวิตของเราผ่านไปด้วย ให้ทำแต่ความดี ทำบุญก็โกยบุญไป ทำบาปก็แบกบาปไป
ประการที่ ๒ ความไม่ประมาทในชีวิต คือมีสติเตือนตนอยู่เสมอว่าอย่าคิดว่าตัวเรายังเป็นเด็กอยู่ จึงเที่ยวเล่นไปวัน ๆ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุว่า อายุสังขารในหมู่สัตว์เป็นภาวะชั่วประเดี๋ยว เมื่อจะทรงแสดงธรรมให้พระภิกษุได้สลดใจ จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่า ความว่าครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดพญาหงส์ มีหงส์ ๙๐,๐๐๐ เป็นบริวาร อาศัยอยู่ ณ ภูเขาจิตตกูฏ พระเจ้าพาราณสีเห็นพญาหงส์พระโพธิสัตว์ จึงบังเกิดความรัก ทรงกระทำสักการะต่อพญาหงส์พระโพธิสัตว์ พญาหงส์พระโพธิสัตว์จึงได้ทูลกับพระราชาว่า อายุของสัตว์นั้นย่อมสั้น ย่อมสลาย ย่อมถึงความสิ้น พระราชาได้ฟังโอวาทแล้ว ก็ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ทรงเจริญมรณานุสสติตลอดไป
เหมือนดังคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่ท่านสอนว่า เราแก่ไปทุกวันแล้วนะ อย่านึกว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ คนเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้เวลา เพราะฉะนั้นต้องรีบเข้าวัด ก่อนที่จะหามเข้า เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน ชีวิตก็หมดไปวัน ๆ เราแก่แล้วนะ อย่านึกว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ ให้คิดถึงความแก่ตลอดเวลา ถ้ายังทะนงว่าเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ ก็จะทำให้เราหลงตกนรกได้ง่าย ๆ เอาบุญละเอียดให้มากกว่าบุญหยาบ เพราะบุญละเอียดทำให้หลุดจากกิเลส เราต้องคิดอย่างนี้ จึงทำให้เราไม่ประมาทในเวลาและความชรา
ประการที่ ๓ ความไม่ประมาทในความไม่มีโรค คือมีสติ เตือนตนอยู่เสมอว่าอย่าคิดว่าเรายังแข็งแรงอยู่อย่างนี้ตลอดไป ถ้ากรรมชั่วในอดีตตามมาทัน อาจป่วยเป็นโรคไม่สบายเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นในขณะที่สุขภาพยังดีอยู่นี้ ต้องรีบขวนขวายสร้างความดีให้เต็มที่ เต็มกำลัง เหมือนดังคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่ท่านสอนว่าแม้ยายป่วย ก็อยู่ในบุญมาก ไม่ทิ้งบุญเลย วันหนึ่งป่วยใหม่ ๆ ยายมองดูธรรมะของยายแล้ว เห็นพระธรรมกายใสมาก ๆ ใสที่สุด สว่างที่สุด ก็มองธรรมะของยายไปเรื่อย ๆ พอลืมตามองดูโลกตอนกลางวัน ยังเห็นว่ากลางวันมืดเลย เพราะฉะนั้นธรรมะที่สำคัญที่สุด ให้พวกเราจำคำยายไว้ให้ดี แล้วพยายามนั่งธรรมะให้มาก ๆ
ประการที่ ๔ คือความไม่ประมาทในชีวิต มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่าอย่าคิดว่าเรายังมีชีวิตอยู่สุขสบายดี เราจะยังมีชีวิตอยู่อีกนาน เพราะจริง ๆ แล้วเราอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ต้องรีบสร้างความดีทุกรูปแบบ ทุกโอกาส ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุว่าความเร็วของพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้นเร็วกว่าความเร็วของบุรุษ ความเร็วของเทวดาที่ไปข้างหน้าพระจันทร์และพระอาทิตย์ เร็วกว่าความเร็วของบุรุษ และความเร็วของพระจันทร์และพระอาทิตย์ อายุ สังขารสิ้นไปเร็วนั้น ๆ เร็วกว่าความเร็วนั้น ๆ
จากนั้นพระศาสดาจึงทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าว่าครั้นเมื่อพระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลหงส์ เมื่อเห็นน้องทั้งสองบินแข่งกับพระอาทิตย์จนถึงเที่ยงวัน เมื่อน้องชายบินไม่ไหวแล้ว ก็เลยพาบินลงที่กรุงพาราณสี เมื่อพระราชาพระราชทานข้าวตอกและทาน้ำมันที่หุงตั้งพันครั้ง ได้ตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่าไปไหนมา พระโพธิสัตว์จึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้แก่พระราชาได้ทรงทราบ ก็ทรงให้นายขมังธนู ๔ คน มายิงคนละทิศ พระโพธิสัตว์สามารถจับลูกธนูทั้ง ๔ โดยไม่ให้ตกถึงพื้น
แล้วจึงแสดงธรรมว่าอายุสังขารสิ้นไปเร็วกว่าความเร็วนั้น ๆ จึงไม่ควรประมาทในชีวิต เราต้องเร่งความดีให้สุดชีวิต เหมือนดังคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่ท่านสอนว่า ยายนึกถึงความตาย จึงได้ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า คิดว่าเวลามันไม่รอ เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เดี๋ยวพรุ่ง ไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ ยายรีบ ๆ ทำไว้เป็นบุญติดตัวไป คนเราตายไปแล้ว เอาอะไรไปไม่ได้ เอาไปได้แต่บุญกับบาป คนเราเหมือนหุ่น บุญบาปพาไป ทำบุญ บุญเชิด ทำบาป บาปก็เชิด เราต้องไม่ประมาทในชีวิต
ประการที่ ๕ ความไม่ประมาทในการงาน มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่าจะทำงานทุกอย่างที่มาถึงมือให้ดีที่สุด ทำอย่างทุ่มเทไม่ออมมือ ทำงานไม่คั่งค้าง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เหมือนดังคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่ท่านสอนว่า ยายไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่มาขวางหน้า เมื่อจะต้องทำอะไร ยายจะมานะ บุกบั่น ยายจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จให้จงได้
และท่านยังสอนว่าคนทำงานยังไม่ยาก หาไม่ยากหรอก แต่คนต้องเก็บงานและคนตามเก็บงานเหนื่อยมาก คนที่ทำว่าเหนื่อยแล้ว แต่คนตามเก็บเหนื่อยกว่ามาก กว่าจะเก็บเสร็จก็สะบักสะบอม ใครทำแบบนี้คือทำแล้วไม่รับผิดชอบ ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ บริวารก็จะทิ้งเหมือนเรา เราต้องมาเหนื่อย ตามเก็บเหมือนกัน ต้องเหนื่อยข้ามชาติ ลงมือทำอะไรแล้ว ต้องทำให้จริง คุณยายท่านทำได้สำเร็จทุกเรื่อง ไม่มีอะไรที่ไม่ได้จากท่านเลย
เมื่อคุณยายบอกบุญกฐินยักษ์กฐินยายครั้งแรกนั้น ใจท่านเต็มเปี่ยม ท่านพูดได้ทุกครั้ง ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ พูดได้ทุกวัน ทุกครั้ง ตลอดเวลา ท่านพูดว่าเอาบุญกับยายนะ บอกบุญกฐิน ใครมีน้อย มีมาก บอกเขาไปเถอะ เขาทำจะได้บุญติดตัวข้ามชาติเขาไป เพราะฉะนั้นมีโอกาสครั้งสำคัญของชีวิตที่เราจะมีสิทธิร่วมบุญกับคุณยายอาจารย์ เป็นมหากฐิน Super big giant เพื่อสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ๑,๐๐๐ กองนี้ให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ เราต้องทุ่มชีวิตและจิตใจ เพราะอานิสงส์ของการสร้างมหาวิหารนั้นเป็นอานิสงส์แห่งบุญอันยิ่งใหญ่ไพศาลไม่มีประมาณ ผู้ใดพลาดจากบุญนี้ ย่อมได้ชื่อว่าพลาดจากขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่
ประการที่ ๖ คือความไม่ประมาทในการศึกษา คือมีสติเตือนตนอยู่เสมอว่าจะขวนขวายหาความรู้อย่างเต็มที่ อะไรที่ควรอ่าน ควรท่อง ก็จะรีบอ่าน รีบท่อง ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ เหมือนดังคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่ท่านสอนว่า พวกเราอยู่วัด การที่เราเข้าวัดนี่ต้องเสียสละทุกอย่างทางโลกจึงเข้ามาอยู่วัดได้ เมื่อเราอยู่วัดแล้ว ต้องพยายามทำความดี ต้องคิดเสียว่า เสียสละทางโลกแล้ว เข้ามาอยู่วัดก็เพื่อทำความดี ต้องทำความดีให้สุดชีวิตทีเดียว ให้สมกับความตั้งใจของเราที่มาอยู่วัด งานทุกอย่างต้องช่วยกันทำ ช่วยกันดูแล เมื่อมีงานก็ร่วมกัน ช่วยกันทำงาน เมื่อว่างงานก็หาเวลานั่งธรรมะให้ใจใส อ่านหนังสือบ้าง จะได้มีความรู้กว้างขวางเป็นบัณฑิต
ถ้าเอาใจจรดเข้าไปข้างในศูนย์กลางกาย ความรู้ก็จะกว้างขวางไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเอาใจไว้ข้างนอกตัว ความรู้ก็จะถูกบีบให้แคบลง คุณยายอาจารย์ท่านรู้จักตนเอง รู้จักทุกสิ่ง จากธรรมะซึ่งเป็นของจริง ด้วยปัญญาอันสว่างไสวของคุณยายอาจารย์ วัดพระธรรมกายอันสง่างามจึงได้ปรากฏบนผืนแผ่นดินนี้
ประการที่ ๗ คือความไม่ประมาทในการปฏิบัติธรรม คือมีสติเตือนตนอยู่เสมอว่าจะปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ย่อท้อ โดยเริ่มตั้งแต่บัดนี้ซึ่งเรากำลังทำอยู่ เพราะทราบดีว่าการปฏิบัติธรรมนั้นทำให้เกิดความสุขแก่ตนทั้งโลกนี้และโลกหน้า และเป็นวิธีการเดียวเท่านั้นที่ทำให้เราบรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม เหมือนดังคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่ท่านสอนว่า การนั่งธรรมะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตเรา ต้องคิดอยู่เสมอว่าต้องเข้าถึงธรรมะให้ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เราต้องหมั่นนึกถึงบ่อย ๆ ทุกๆ เวลา ไม่ว่าเราจะเดินหรือทำอะไรก็ตาม เมื่อมีเวลาก็ให้นึกถึงมากๆ
เหมือนอย่างยาย เมื่อยังไม่เห็นธรรมะ ก็พยายามนั่ง ขยันนั่งจนเห็นธรรมะ จากเห็นธรรมะได้ก็ไปขาดรู้ได้ การขาดรู้คือการทำใจหยุดนิ่งสนิทสมบูรณ์ จนกระทั่งหลุดจากกายหยาบ ไปติดข้างในละเอียด เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วจึงถอน การขาดรู้ทำให้จิตบริสุทธิ์มาก มีพลังมาก จิตขยาย ความรู้กว้างขวางมาก และมีญาณแม่นยำ ความรู้ของคุณยายจึงก้าวหน้า เพราะยายนิ่งจริงๆ การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเราทุกคน ถ้าเราไม่หาความสุขในชาตินี้ ชาติหน้าก็หาไม่พบ ถ้าจะพบก็ต้องพบในชาตินี้
เมื่อก่อนยายนั่งสมาธิกลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง เดี๋ยวนี้ยายแก่แล้ว อายุ ๘๔ ปี นั่งเดี๋ยวเดียวก็เมื่อยแล้ว เลยนอนดิ่งธรรมะไป ตอนนี้เรายังไม่รู้หรอก ถ้าเราแก่เราถึงจะรู้ว่าเมื่อยหลัง ปวดหลังเป็นอย่างไร ตอนยังหนุ่มยังสาวไม่รู้หรอก ยายห่วงธรรมะและรักธรรมะมาก ๆ
เราจะสังเกตว่าคำสอนของคุณยายที่คุณยายสอนให้พวกเรามีความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต จะเกี่ยวกับเรื่องบุญในทุก ๆ เรื่อง ให้เราสั่งสมบุญทุกครั้งที่คุณยายสอน จะสอนเกี่ยวกับการสร้างบารมีเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่าน เพื่อให้ทุกคนไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้นเราต้องรีบสั่งสมบุญบารมี ด้วยการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาให้เป็นประจำ โดยเช้าใดยังไม่ทำทาน เช้านั้นอย่าเพิ่งทานข้าว วันใดยังไม่ได้ตั้งใจรักษาศีล วันนั้นอย่าเพิ่งออกจากบ้าน คืนใดยังไม่ได้นั่งสมาธิ ยังไม่ได้สวดมนต์ คืนนั้น เราก็อย่าเพิ่งนอน
ต่อจากนี้ขอเรียนเชิญทุกท่านนั่งหลับตา สำรวมกาย วาจา ใจ เพื่อให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ หยุดนิ่ง ก็ให้เราปรับร่างกายของเราให้ผ่อนคลาย ให้สบาย ก็ให้เรานึกถึงคุณยายอาจารย์ไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของพวกเราทุก ๆ คน นึกกลั่นท่านให้ใส สะอาด ให้บริสุทธิ์ จากนั้นก็ให้พวกเรานึกน้อมเอาบุญที่เราได้ร่วมกันฟังสวดพระอภิธรรม ฟังธรรมและตั้งอยู่ในความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ตั้งใจรักษาศีลและเจริญภาวนา เอาบุญนี้ให้กับคุณยายอาจารย์ของพวกเราทุก ๆ คน ก็ให้ใจของเราหยุด ใจของเรานิ่ง
********************************* จบ *********************************