ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

นึกไม่ถึง ว่าจะโชคดีอย่างนี้

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระภูวนาท : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่เคารพทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูกหลานยายทุกๆ คนนะ (สาธุ) วันนี้ก็ได้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้มาแสดงธรรมประกาศพระคุณของคุณยาย ซึ่งความรู้สึกตอนนี้ก็คือตื่นเต้น แล้วก็หัวใจสั่น แต่สั่นในที่นี้นี่สั่นสู้นะ ไม่ได้สั่นเพราะกลัว สั่นดับเบิลสั่นเลย สั่นแรกนี้ก็คือสั่นที่เห็นลูกหลานคุณยายนี่มาแสดงความกตัญญูต่อท่านนี่เยอะ และตัวของหลวงพี่เองนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มาแสดงธรรมคนเยอะขนาดนี้ สั่นที่ ๒ นี่ก็คือความสั่นเพราะความปีติ เมื่อนึกถึงบุญที่จะได้รับจากการที่มาประกาศคุณของคุณยายนี่ เพราะว่าคุณยายนี่ หัวใจของท่านนี่เยี่ยงพระโพธิสัตว์ ใครที่ทำงานกับคุณยายนะ ก็จะได้บุญอย่างมหาศาล หลวงพี่เห็นข้อดีในตรงนี้เลยขึ้นมาแสดงธรรม บุญใดที่ได้เกิดจากการแสดงธรรม ขอให้ญาติโยมที่นั่งอยู่ในที่นี้ ได้มีส่วนในบุญนั้นกันทุกคนเลยนะ (สาธุ) เมื่อรับสาธุกันแล้ว ก็นั่งฟังให้กำลังใจกันก่อน อย่าเพิ่งลุกไปไหน หลังจากที่หลวงพี่เองนี่ รีๆ รอๆ ว่าเอ๊ะจะเทศน์ดีหรือไม่เทศน์ดีนี่ อยากจะเทศน์นะ แต่ แต่ก็ยังลังเล แต่เมื่อได้มีหลวงพี่พระมหาฉัตรชัย ฉัตตัญชโย ซึ่งท่านมาสอนวิชชาสมาธินี่ ท่านมีกุศโลบายอันยอดเยี่ยมเลย ท่านให้พระนักศึกษานี่ซึ่งหลวงพี่เองเป็นพระนักศึกษาอยู่ ได้ทำรายงานเกี่ยวกับคุณธรรมของท่าน พอได้ทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมของผู้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติของคุณยายทั้งสิ้นเลย ตอนทำไปนี่ก็ได้ศึกษาอ่านหาความรู้ อ่านไปอ่านไป โอ้ ยิ่งซาบซึ้ง จากที่ตัวเองนี่ซาบซึ้งอยู่แล้วนี่ ยิ่งซาบซึ้งยิ่งไปอีก เรื่องที่เคยอ่านมาแล้ว เรื่องที่เคยได้ยินมาแล้วนี่ พออ่านเข้าไปใหม่ ก็ยิ่งซาบซึ้งจนอัดอั้นตันใจไม่ไหว จึงต้องขึ้นมาแสดงธรรมประกาศพระคุณของคุณยายให้กับลูกหลานยายได้ฟังในที่นี้กันทุกๆ คน การขึ้นมาแสดงธรรมครั้งนี้ พระอาจารย์ที่เคยมาแสดงธรรมทุกๆ รูปนี่ ต่างเตรียมตัวกันมาอย่างดี ตัวของหลวงพี่เองนี่ก็เตรียมตัวมาอย่างดี ได้เรียบเรียงเรื่องราวคุณธรรมและแง่คิดอีกแง่มุมหนึ่งนี่มาเสนอ แต่เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของคุณธรรมที่คุณยายมีอันจะไม่นับจะประมาณนี่ ซึ่งไม่อาจจะมาถ่ายทอดในเวลาอันน้อยนิดนี้ได้หมด แต่ก็จะมาพูด มาถ่ายทอดให้กับพวกเรานี่ได้ฟังกันเพื่อเป็นกำลังใจในการที่จะประกอบคุณงามความดี ในการที่จะติดตามคุณยายนี่สร้างบารมีต่อไป ในความโชคดีทั้งหลายนี่ ในที่นี้จะบอกถึงความโชคดีซึ่งพวกเรานี่มองข้ามกันไป ซึ่งพวกเรานี่นึกไม่ถึง ซึ่งหลวงพี่เองนี่ก็คือมีเหมือนกัน แล้วก็มีกันทุกๆ คนด้วย ก็คือความโชคดีครั้งที่ ๑ นี่ก็คือความโชคดีที่พวกเราทุกคนนี่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ บางคนฟังแล้วก็อาจจะคิดว่ามันจะโชคดียังไงเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกข์ก็ทุกข์ แต่จริงๆ แล้วนี่เกิดมาเป็นมนุษย์นี่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกไว้เลยว่าการเกิดขึ้นของมนุษย์นี่เป็นการยาก เกินกลับได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์นี่เป็นการยาก เทวดานี่เวลาเขาจะจุติลงมาจากสวรรค์ เพื่อนๆ เทวดาก็จะมาอวยพรกันบอกว่า เออ ขอให้ท่านได้เกิดมาเป็นมนุษย์นะ เพราะว่ามนุษย์นี่เป็นเพศเดียวที่สามารถสะสมบุญบารมีไปได้ นี่เป็นความโชคดีอันดับที่ ๑ ของพวกเรา ความโชคดีอันดับที่ ๒ คือพวกเราได้เกิดมาในช่วงเวลาที่ดี มีพระพุทธศาสนา มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเกิดมาไปในยุคของยุคหิน ตอนนี้พวกเราก็คงจะนั่งกันอยู่ในถ้ำแล้ว คงไม่ได้ฟัง ฟังสวดพระอภิธรรมแล้วก็ฟังคุณธรรมของคุณยาย แล้วก็ความโชคดีประการที่ ๓ ก็คือเกิดมานี่ในประเทศที่สงบสุข แถมยังอุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร แล้วก็มีพระพุทธศาสนาด้วย ถ้าเกิดให้เลือกนี่ ให้เป็นคนร่ำรวยแต่ว่าไปเกิดประเทศอิรัก มีแต่สงครามนี่ ร้อนก็ร้อน น้ำจะหากินนี่ก็ไม่รู้จะหาได้หรือเปล่า เรื่องบุญไม่ต้องไปนึกถึง คงทำกันได้ยาก แต่พวกเราทุกคนในที่นี้นี่ โอ้โฮ โชคดีเหลือเกิน ได้เกิดมานี่ในประเทศไทย ซึ่งมีพระพุทธศาสนานี่เป็นศาสนาประจำชาติอยู่ ความโชคดีอันดับต่อไปก็คือความโชคดีที่พวกเรานี่ได้เกิดมาเป็นครอบครัวชาวพุทธ อย่างตัวของหลวงพี่เองนี่เกิดมาเป็นครอบครัวของชาวพุทธแท้ๆ พ่อแม่นี่ให้ความรัก ความดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ให้ความอบอุ่น จึงได้มีหลวงพี่ได้ทุกวันนี้ แล้วก็พอตื่นเช้ามานี่นะ จะต้องมีหน้าที่ไปคอยเฝ้าพระ ระวังหมาให้พระ พระมาบิณฑบาตนี่ หน้าที่จะต้องตื่นเช้า ไม่ว่ากลับดึกแค่ไหนก็ต้องตื่นมาให้ทัน เสร็จแล้วพอโตขึ้นมาหน่อยนะ ก็ไปเที่ยวตามประสากระแสของวัยรุ่น แต่กลับดึกยังไงนี่ บางทีกลับเช้าเลย กลับมานี่ ต้องแอบปีนหน้าต่างขึ้นบ้าน แต่ปีนขึ้นบ้านนี่ ได้ยินพร้อมเสียงสวดมนต์ของโยมพ่อ นี่คือความโชคดีของหลวงพี่ที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่เป็นสัมมาทิฏฐิ จึงมาประกาศคุณของโยมพ่อโยมแม่ไว้ให้ลูกหลานยายในที่นี้ได้ทราบด้วย ว่าถ้าเกิดไม่มีคุณพ่อคุณแม่ให้ความรัก ความอบอุ่นแล้วนี่ ก็คงจะไม่สามารถมานั่งอยู่ ณ ที่ตรงนี้ได้ แต่ความโชคดีที่ยิ่งกว่าที่หลวงพี่ได้พูดออกไป ที่ได้กล่าวออกไปแล้วนี่ ก็คือความโชคดีทุกคนนี่ได้มาเป็นลูกหลานของคุณยาย ลองคิดดูให้ดีๆ ว่าคนบนโลกนี่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านคน ไม่ใช่เฉพาะบนโลก นอกโลก นอกจักรวาล นักวิทยาศาสตร์นี่เพิ่งค้นพบว่าจักรวาลเรานี่ไม่ได้มีจักรวาลเพียงแค่จักรวาลเดียว แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้บอกว่าจักรวาลนี่มีเป็นอนันตจักรวาล แสนโกฏิจักรวาล ฉะนั้นมนุษย์นี่มีไม่รู้จะเท่าไหร่ แต่จะมีใครสักกี่คนที่ได้มานั่งอยู่ ณ ที่นี้ที่ได้มาเป็นลูกหลานของคุณยาย ซึ่งมีความปรารถนาที่จะรื้อสรรพสัตว์ขนสรรพสัตว์ทั่วทั้งแสนโกฏิอนันตจักรวาลไปให้หมด นี่ นี่คือความโชคดีของพวกเราทุกคนที่ได้มาเป็นลูกหลานของคุณยาย จากคำบอกเล่าของโยมพี่อารีพันธ์ ซึ่งเป็นอุปัฏฐากของคุณยายนี่ โยมพี่อารีพันธ์นี่ไปไหนก็ต้องเจอพร้อมกับคุณยายเสมอ เปรียบเสมือนว่าพระพุทธรูปที่ไหนนี่ ก็จะต้องมีโต๊ะหมู่บูชาที่นั่น เห็นดอกไม้ที่ไหนก็นึกถึงแจกันที่นั่น ท่านได้กล่าวไว้ว่าคนทั่วไปนี่ ยิ่งอยู่ด้วยกันก็ยิ่งเห็นข้อผิดพลาดของกันและกัน แต่ว่าตัวของพี่อารีพันธ์เองนี่อยู่กับยาย ไม่เคยเห็นข้อผิดพลาดของคุณยายเลย กลับได้เห็นคุณธรรมที่เพิ่มพูนขึ้นยิ่งๆ ขึ้นไปของท่าน คุณยายนี่ท่านบริสุทธิ์งดงาม ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด สมกับที่พวกเราทุกคนในที่นี้ได้มาเป็นลูกหลานของท่าน หลายๆ คนคงจะรู้สึกเหมือนหลวงพี่คือเมื่อเข้าวัดครั้งแรกนี่ รู้สึกลึกๆ ว่าเออ ที่ที่นี้นี่ เราผูกพันเหลือเกิน เหมือนได้กลับมาอยู่ที่บ้านเก่าอีกครั้ง ก็มาวัดครั้งแรกนี่ มากับโยมแม่ โยมแม่ก็พามาบวชยุวธรรมทายาท ตอนแรกก็ไม่อยากมา แต่พอมาเห็นบรรยากาศแล้ว มาแล้วก็ไม่อยากกลับ แต่ว่าแม่ไม่ยอม เพราะว่าเห็นว่ายังเล็ก ยังเล็กมาก ยังน่ารักน่าชังอยู่ตอนนั้น แต่พอโตขึ้นมาหน่อย รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระตุ้นเตือนบอกว่าเออ ถึงเวลาแล้วนะที่จะต้องมาบวช ตอนอยู่มหาวิทยาลัยนั่นเอง ก็คือเอ๊ะ ชีวิตเราเกิดมาทำไม เริ่มคิดได้ ก็แสวงหา ก็เลยมาบวช แต่มาบวชก็เลยรู้ว่าอ๋อ ไอ้สิ่งที่มากระตุ้นเตือนจิตใจเรานี่ก็คือคุณยายกับหลวงพ่อนี่ท่านใช้บุญไปตาม อย่างพวกเราทุกคนนี่ที่มานั่งที่นี้ได้นี่ คุณยายท่านเคยบอกว่านี่ ยายไปตามมานะ คุณ พระก็เหมือนกัน คุณยายก็บอกว่านี่ ยายมาตาม ตามคุณมานะนี่ อย่าสึกกันนะ คุณยายเจอพระนี่ คุณยายก็จะบอกว่าอย่าสึกนะท่าน อยู่ช่วยยายสร้างบารมีนะ ยายจะพูดอย่างนี้เสมอ จำได้ว่าพรรษาแรกนี่ ที่บวชมาก็ต้องอยู่ที่เต๊นท์แจ่มจันทร์ แล้วก็ปักกลดอยู่ที่ลานกัลปพฤกษ์ มีบ้านน้อยก็คือกลด นั่งกับดิน มีความสุข เวลาจะเดินไปฉัน ก็ต้องเดินไปฉันที่สภาธรรมกายหลังจาก ระหว่างทางเดินนี่ก็ต้องผ่านบ้านคุณยาย ถ้าเกิดครั้งใดนี่ที่พูดคุยกันเรื่องไร้สาระหรือว่าเรื่องทางโลกนี่ แต่พอผ่านหน้าบ้านคุณยายทีไรนี่นะ ทุกคนจะเงียบพร้อมกันเลย เป็นอัตโนมัติเลย นี่แสดงให้เห็นว่าคุณยายนี่เป็นผู้ที่ใครเห็นนี่ ใคร ใครสัมผัสแล้วนี่ เพียงแค่เห็นหลังคาบ้าน หรือว่าเห็นแค่กุฏิท่านนี่ ก็ยังอยากจะทำความดี ไม่อยากจะทำความชั่ว เอาใจไว้ที่ศูนย์กลางกายทันทีเลย พระคุณของคุณยายนี่ที่มีต่อพวกเราทั้งหลาย มีมากมายจะคณานับไม่ได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนี่ท่านก็ได้บอกเอาไว้ว่าหากไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีหลวงพ่อ ก้ไม่มีวัดพระธรรมกาย แล้วก็ไม่มีพวกเราที่จะมาสร้างบารมีอย่างมีความสุขจนทุกๆ วันนี้ คุณยายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย ขาดซึ่งคุณยายก็ไม่สามารถจะมีวัดพระธรรมกายอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ แล้วก็ไม่มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่จะเป็นหลักชัยให้กับพวกเราทุกคน และที่สำคัญพวกเราทุกคนนี่อาจจะต้องเวียนว่ายอยู่ในกระแสแห่งโลก ไม่รู้เป้าหมายของชีวิต แล้วก็ตกไปสู่ฝ่ายบาป ฝ่ายอกุศล แล้วก็ลงนรกในที่สุด การดำเนินชีวิตของพวกเรานี่ในห้วงวัฏสงสารอันยาวไกลนี้ ก็เปรียบเสมือนการเดินทางในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ยากเหลือเกินที่จะด้นเดาว่ามรสุมนี่จะพัดมาเมื่อใด นาวาชีวิตของพวกเรานี่จะอับปางลงเมื่อใด และจะถึงฝั่งเมื่อใด แต่พวกเราทุกคนโชคดีที่มีผู้นำทางที่ชาญฉลาด ผู้นำทางที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าอุปสรรคจะยากเย็นสักเพียงใดนี่ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนไปถึงฝั่งคือพระนิพพานได้ ชีวิตของพวกเราก็เหมือนกัน ในการดำรงชีวิตจำเป็นจะต้องมีครูบาอาจารย์นี่ชี้นำให้ถูกทาง คุณยายนี่ได้มาสร้างวัดพระธรรมกายนี่ เป็นสถานที่ที่ทำให้พวกเรานี่เข้าไปถึงฝั่งได้ พระคุณตรงนี้มีมากจนไม่อาจจะบรรยายออกมาได้แล้ว แต่ว่าเรานี่สามารถจะตอบแทนพระคุณของท่านได้นี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้ให้โอวาทพระภิกษุสามเณร ในวันเข้าพรรษาบอกว่าเราจะตอบแทนครูธรรมกาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายได้นี่ก็คือต้องปฏิบัติบูชากับท่าน ท่านทำยังไง ก็ให้พวกเราทำอย่างนั้น กับอามิสบูชาให้ท่าน เพราะว่าพระคุณของครูธรรมกายทั้งสองนี่ มีคุณูประการกับเราและชาวโลกนี่มาก จนนับจะประมาณไม่ได้เลย การบูชาคุณท่านนี่ด้วยการปฏิบัติบูชานี่ ก็คืออย่างที่บอกไปแล้วว่าท่านทำอย่างไร ก็ให้เราปฏิบัติอย่างนั้น และยิ่งตอนนี้สรีระของท่านทั้งสองนี่ ของหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ได้จากพวกเราไปแล้ว แต่สรีระของคุณยายนี่ยังอยู่ ก็เปรียบเสมือนว่าตัวของท่านยังอยู่ บุญอะไรก็ตามที่คิดว่าจะได้กับคุณยายนี่ให้ทุกๆ คนรีบกระทำ รีบตักตวง รีบปฏิบัติบูชาต่อท่าน การที่พวกเรามาฟังสวดพระอภิธรรม มาทำกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ มานั่งสมาธิ สวดมนต์กันทุกๆ วัน นั่งสมาธิทุกๆ วันนี่ ก็ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติบูชาต่อท่าน และจะยิ่งเป็นการปฏิบัติบูชาตอบแทนคุณท่านได้ถึงที่สุดนี้ก็คือให้ทุกคนนี่เข้าถึงธรรมะภายในกัน จะได้เป็นพยานไปบอกคนทุกคนได้ว่านี่ เป็นของจริง มีจริง และทำง่ายด้วย แค่เพียงหยุดใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย แต่อีกประการหนึ่งก็คืออามิสบูชา พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอกว่าตรงนี้ก็สำคัญ ขาดไม่ได้ ถึงแม้นว่าจะรองจากปฏิบัติบูชา แต่ว่าสำคัญ เพราะว่าชีวิตของคนเรานี่เกิดมานี่ มัวแต่แสวงหาปัจจัย ๔ จนไม่มีเวลาที่จะทำบุญกัน ต้องมาเลี้ยงครอบครัว แต่ถ้าเกิดทำอามิสบูชากับท่านนี่ ทำบุญกับท่านนี่ เกิดไปชาติหน้าชาติใดนี่ เกิดมานี่ก็ไม่ต้องมาแสวงหาปัจจัย ๔ เกิดมานี่ก็จะมีปัจจัย ๔ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ทรัพย์สมบัติต่างๆ นี่ รอพวกเราอยู่เลย เอาไว้สร้างบารมีอย่างเดียว อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านไปถามโยมท่านหนึ่ง ท่านถามว่าเอ้าทำอาชีพอะไรล่ะ โยมท่านนี้ก็บอกว่า อ๋อ ไม่ได้ทำอะไรเจ้าค่ะ อาชีพของหนูก็คือสร้างบารมี อาชีพสร้างบารมี ก็คือว่าเกิดมานี่ก็รวยเลย ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ทิ้งมรดกไว้ให้เลย พวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ เออ ใครที่ได้ถวายผ้าไตร ผ้าไตรกฐินคุณยายนะ ผ้าไตรอะไรนะ ผ้าไตร เออ จำกันได้ไหม ผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติ ซึ่งผ้าไตรตรงนี้นะ พระทุกรูปนี่บรรจงพับ พับนี่เอาใจเข้าศูนย์กลางกาย พับอย่างดี พับอย่างประณีต นอนกันดึก ถ้าเกิดอันไหนไม่ได้มาตรฐานนี่นะ เอาไปพับใหม่ เรียกได้ว่าพับได้ ๕๐๐ ผืนแล้วนี่ เอามาตรวจสอบดูนี่ โอ๊ย ไม่ได้เอาไปพับใหม่ เหลือประมาณสักร้อยกว่าผืนเท่านั้นเอง คัดอย่างดี ทำอย่างดี เพื่อที่จะให้พวกเราทุกคนนี่เอามาบูชาธรรมคุณยายกัน เล่าถึงตรงนี้แล้วนี่ ก็ทำให้นึกถึงในสมัยพุทธกาลที่พระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระน้านางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ ได้ทำจีวรอย่างประณีตเลย เตรียมดินอย่างดีใส่อ่างทองคำ เตรียมเมล็ดพันธุ์อย่างดี รดน้ำทุกวัน แล้วน้ำที่รดนี่ เป็นน้ำนม น้ำหอม ดูแลประคบประหงมอย่างดี พอลูกฝ้ายออกมานี่ ก็เก็บด้วยมือของตัวเอง ปั่นทำเป็นด้ายนี่ ทำเองทุกขั้นตอนเลย ทั้งๆ ที่ใช้คนอื่นทำได้แต่ก็ไม่ทำ ทำเอง บรรจง ประณีต แล้วก็จ้างช่างหูกมา ใ ห้ช่างหูกนี่ทอ ช่างหูกสมัยนั้นเป็นช่างหูกที่ฝีมือเยี่ยมที่สุด แล้วก็โรงหูกที่ทอนี่ก็ประดับดอกไม้อย่างดี ก็ได้ผ้าสาฬกมา ๒ ผืน ก็จะไปถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอน้อมนำไปถวายแค่นั้นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าดูก่อน พระนางปชาบดี ผ้าที่ท่านจะมาถวายนี่ ให้ถวายแก่หมู่สงฆ์เถอะ เพราะจะมีอานิสงส์มาก เราตถาคตนี่สรรเสริญการให้สังฆทานให้แก่หมู่สงฆ์นี่มากกว่าให้เราตถาคต คือให้หมู่สงฆ์นี่ก็เหมือนกับให้ตถาคต แล้วก็ให้หมู่สงฆ์ด้วย พระนางฟังอย่างนี้ก็เกิดปีติใจ ก็เลยถวายแก่คณะสงฆ์ แต่ไปถวายที่องค์ลดหลั่นลงไปก็ถวายพระสารีบุตร พระสารีบุตรก็ไม่รับ ถวายพระอสีติมหาสาวกทั้งหลายนี่ ที่ท่านนั่งลดหลั่นกันไปนี่ ก็ไม่มีองค์ใดรับเลย จนมาถึงองค์สุดท้ายนี่เป็นพระบวชใหม่ ชื่อว่าพระอชิตะ บวชใหม่ สดๆ ซิงๆ เลย ก็มองซ้ายามองขวา อ้าวไม่มีใครแล้ว เราคนสุดท้ายแล้วนี่นะ ก็เลยรับ พอรับเท่านั้นเอง พระนางปชาบดีโคตมีนี่ร้องไห้ทันทีเลย เสียว่าโอ้ อะไรกันนี่ ผ้าเรานี่อุตส่าห์ตั้งใจทำ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ท่านก็จะคลายความเสียใจของพระนางก็เลยอธิษฐานบาตรให้พระอานนท์ไปเอาบาตรมา อธิษฐานบาตรบอกว่าบาตรใบนี้ไม่ว่าผู้มีฤทธิ์สักปานใด ขออย่าได้นำกลับมาได้เลย ท่านอธิษฐานบาตรเช่นนี้ปุ๊ป ท่านก็โยนไปในอากาศแล้วก็บอกสาวกทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายจงไปเอาบาตรมาให้เรา สาวกก็เหาะกันไปเลยนะ เหาะกันไปหาบาตร แต่ก็ไม่มีผู้ใดพบ แต่พระภิกษุบวชใหม่นี่ ชื่ออชิตะนี่ไม่ได้เหาะไม่ได้ไปไหนเลย ก็นั่งอยู่กะที่นั่นแหละ แต่เพียงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ข้าพเจ้าผู้มีนามว่าอชิตะ ได้บวชเข้ามาบรรพชาในบวรพุทธศาสนา ด้วยตั้งมั่นหมายมั่นจะตรัสรู้พระสัพพัญญูในอนาคตกาล รื้อสัตว์ขนสัตว์ไปให้พ้นจากภัยของวัฏสงสาร เสมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเจ้าของบาตร บรมครูของข้าพเจ้าในขณะนี้ขอให้บาตรของพระบรมศาสดา มาประดิษฐานในมือของเรา แล้วก็เหยียดมือออกไป ปรากฏว่าบาตรก็ตกมาใส่มือของพระอชิตะ ทำให้พระนางปชาบดีโคตมีนี่ เกิดปีติโสมนัส แล้วก็เดินทางกลับพระราชวังไป แต่พระอชิตะนี่คิดว่าจีวรนี้ไม่เหมาะสมกับเราเลย เหมาะสมกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากกว่า ก็เลยเข้าไปในกุฏิของท่าน เอาผ้าสาฬกนี่ฉีกมา ๔ ส่วน แล้วก็ทำเป็นม่าน แล้วอีกผืนหนึ่งนี่ก็ทำเป็นเพดาน เพราะผ้านี้งดงามมาก เสร็จแล้วท่านก็อธิษฐานบอกว่าด้วยการถวายผ้านี้ เป็นการถวายไม่ได้หวังรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ หรือคุณสมบัติใดๆ ทั้งสิ้น แต่ขออานิสงส์ที่ข้าพเจ้าถวายอามิสบูชานี้ ขอให้เกิดมาได้บรรลุพระสัพพัญญูขนสรรพสัตว์ทั่วไปได้อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเห็นได้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ยังให้พระอชิตะ ผู้เป็นพระบวชใหม่แต่มีความปรารถนาสัมมาสัมโพธิญาณนี่ เป็นตัวแทนคณะสงฆ์ในการรับผ้าไตรอันนี้ จะป่วยกล่าวไปใยกับคุณยายซึ่งพวกเราทุกคนในที่นี้ได้มาร่วมเป็นประธานกฐินกับท่าน ซึ่งหัวใจของท่านนี่เยี่ยงพระโพธิสัตว์ มีความปรารถนาที่จะพาสรรพสัตว์ทั้งหลายตลอดแสนโกฏิอนันตจักรวาล เข้าพระนิพพานให้หมด ไม่ให้เหลือเลยแม้สักตัวเดียว ไม่ว่าตัวเล็กตัวใหญ่จะขนไปให้หมด แม้นความปรารถนาของท่านจะยังไม่บรรลุผล แต่ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาลนี้ จะมีใครสักกี่คนเล่าที่ปรารถนาจะปราบพญามารให้หมดสิ้น หนึ่งในบุคคลนั้นก็ได้นอนทอดร่างอยู่ต่อหน้าพวกเรา เรือนทองของท่าน ร่างเล็กๆ ของคุณยายได้เก็บหัวใจอันยิ่งใหญ่ไว้ เปรียบเสมือนเมล็ดโพธิ์ เมล็ดเล็กๆ แต่ได้เก็บความยิ่งใหญ่เอาไว้ภายใน สมดังคำที่พวกเราทั้งหลายนี่ได้สวดสรรเสริญท่าน ก่อนฟังสวดพระอภิธรรมว่า ยายเป็นเช่นโพธิ์พฤกษ์ ให้ระลึกและพึ่งพา ศิษย์ดั่งสกุณา ได้อาศัยใต้บารมี หลายๆ ครั้งที่หลวงพี่เองนี่มองดูรูปของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ระลึกถึงคุณท่าน แต่ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปร่วมสร้างบารมีกับท่านได้อีก แต่ ณ เวลานี้พวกเราทุกคนยังมาทันที่จะสร้างบารมีกับคุณยาย โดยที่สรีระหยาบของท่านนี่ยังอยู่ หวังว่าพวกเราทุกคนนี่คงจะไม่ปล่อยโอกาสอย่างนี้ให้ผ่านไป ดังนั้น ณ เวลานี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านนี่ปฏิบัติบูชาท่าน ด้วยการนั่งหลับตา นึกถึงคุณธรรมของคุณยายที่ท่านได้มีต่อเรา จะนับจักประมาณไม่ได้ หลายๆ ท่านในที่นี้อาจจะไม่มีดอกไม้มาบูชาคุณยาย แต่การบูชาคุณยายได้นั้น ไม่ได้ทำได้วิธีเดียว หลวงพ่อธัมมชโยก็ได้บอกไว้แล้วว่าการบูชาคุณของคุณยายนั้นให้บูชาด้วยธรรมปฏิบัติ และอามิสบูชา โดยให้จิตเรานี่มุ่งไปที่ท่าน ให้คำมั่นสัญญากับท่าน เหมือนดังคำสวดสรรเสริญที่พวกเราได้สวดกันว่า ศิษย์มั่นคำสัญญา แทนมาลาบูชาคุณ ให้เราตั้งจิตอธิษฐาน ตอกย้ำลงไปว่าพรรษานี้เราจะปฏิบัติไม่ให้ขาด และจะสถาปนาวิหารพระมงคลเทพมุนีนี่ให้สำเร็จสมดังความปรารถนาที่ท่านได้ตั้งใจเอาไว้ เพื่อเป็นการบูชาพระคุณของคุณยาย ตั้งจิตอธิษฐานกันให้ดีๆ นะ สัพเพ …. PAGE PAGE 9 หน้า FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\กรกฎาคม\44-07-21 FW-AAT.doc