องค์คุณของบัณฑิต ๔ ประการ
(ม้วน 1/A)
พระสุทธิพันธ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตร ผู้นำบุญทุกท่าน (สาธุ)
ถ้าบุคคลพบผู้มีปัญญาใด ซึ่งเป็นผู้กล่าวตักเตือนชี้โทษ เป็นเหมือนผู้ชี้ขุมทรัพย์ให้ พึงคบผู้มีปัญญา ผู้เป็นบัณฑิตเช่นนั้น เพราะว่าเมื่อคบท่านผู้นั้นเช่นนั้นมีแต่คุณอย่างประเสริฐ ไม่มีความเสื่อมเลย จากพุทธพจน์นี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสบอกให้เราทราบว่าเมื่อพบผู้มีปัญญา ผู้เป็นบัณฑิต ควรคบหาท่านผู้นั้น การคบหาท่านนั้นจะมีแต่คุณอย่างเดียว
พวกเราทั้งหลายในที่นี้ล้วนโชคดีอย่างยิ่ง เพราะว่าพวกเราทุกคนได้รู้จักบัณฑิต ได้พบเห็นบัณฑิต ได้รับคำสั่งสอนจากบัณฑิต บัณฑิตผู้นั้นคือคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเราทั้งหลาย คุณยายท่านเป็นบัณฑิต ไม่ใช่เพราะเรียนจบปริญญา จบท่านไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คุณยายท่านจึงไม่ใช่ปริญญาชน แต่คุณยายคือผู้ที่สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา คุณยายจึงเป็นปัญญาชนที่แท้จริง แม้คุณยายจะเป็นสตรี แต่คุณยายก็เป็นบัณฑิต
น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต
อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา
แปลว่าบุรุษจะเป็นบัณฑิตในที่ทั่วไปก็หามิได้ ถึงสตรีที่มีปัญญาเห็นประจักษ์ในเหตุการณ์นั้นๆ ก็เป็นบัณฑิตได้ คุณยายประจักษ์แจ้งในทุกสิ่งเพราะท่านเป็นผู้มีธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้ง เป็นผู้เข้าถึงพระธรรมกาย เป็นผู้มีญาณทัสสนะกว้างไกล คุณยายจึงเป็นที่พึ่งให้กับพวกเราทุกคน พระคุณของคุณยายที่มีต่อเรานั้นมากมายขนาดไหน และยากจะตอบแทนได้หมดสิ้น ซึ่งพวกเราทุกคนย่อมทราบอยู่ในใจกันดีอยู่แล้ว
อาตมากล่าวสรรเสริญคุณยายว่าเป็นบัณฑิต นั่นเป็นเพราะเหตุใด คำตอบก็คืออาตมาเห็นถึงคุณของบัณฑิตในตัวของคุณยายอยู่ ๔ ประการ ซึ่งได้กล่าวสรรเสริญคุณยายว่าท่านเป็นบัณฑิต องค์คุณของบัณฑิต ๔ ประการนั้นเป็นไฉน องค์คุณของบัณฑิต ๔ ประการนั้นก็คือ
๑. กตัญญู หมายถึงการเป็นผู้รู้อุปการะคุณท่าน ที่ทำแล้วต่อตน
๒. อัตตสุทธิ หมายถึงการทำตนให้บริสุทธิ์จากบาป
๓. ปาริสุทธิ หมายถึงการทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์
๔. สังคหะ หมายถึงการสงเคราะห์แก่ชุมชนทั้งหลาย
องค์คุณของบัณฑิตข้อแรก ที่มีอยู่ในตัวของคุณยายก็คือความกตัญญู หากมีใครสักคนหนึ่งมากล่าวต่อหน้าเราว่าคุณยายของคุณน่ะไม่เห็นจะมีความกตัญญูอยู่ตรงไหน เราสามารถกล่าวได้เลยว่าคำกล่าวของคนๆ นี้เชื่อถือไม่ได้ ไม่เป็นความจริง เพราะคุณยายเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความกตัญญูเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าในช่วงชีวิตของคุณยายนั้น เราสามารถเล่าให้คนทั้งโลกได้ฟังอย่างภาคภูมิได้ว่าคุณยายนั้นมีความกตัญญูต่อบิดา บุพการีผู้ให้กำเนิด เพราะว่าแม้เพียงคำพูดของบิดาเพียงประโยคเดียว คุณยายยังให้ความเคารพเชื่อฟัง และเป็นเหตุให้พวกเรามีคุณยายที่ยอดเยี่ยมอย่างปัจจุบันนี้ และมีความกตัญญูต่อมิตรสหาย ความกตัญญูของคุณยายที่มีต่อบิดานั้น ยากที่จะหาใครเทียบได้
และความกตเวทีคือการตอบแทนคุณของบิดานั้น ก็ยากที่จะหาใครทำได้เท่า ในเรื่องนี้หากใครได้เคยฟังประวัติของคุณยาย คงจะจำได้ว่าเมื่อคุณยายยังเป็นเด็กนั้น คุณยายมีความเคารพเชื่อฟังในคำของบิดามารดามาก เพราะคำของบิดามารดานั้น คุณยายถือว่าเป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นความจริง เช่น มีอยู่มาวันหนึ่ง เมื่อตอนที่คุณยายยังเป็นเด็กนั้น คุณพ่อของคุณยายเป็นคนชอบกินเหล้า เมื่อกินแล้วก็เมา บ่นพึมพำ ตามประสาคนเมา บนแคร่ใต้ถุนบ้าน แม่ของคุณยายรำคาญเสียงบ่นนั้น ก็เลยด่าพ่อของคุณยายไปว่าไอ้นกกระจอก อาศัยรังเขาอยู่ พ่อของคุณยายได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโมโห แล้วก็ตะโกนตอบไปว่าลูกทุกคนได้ยินใช่ไหม แม่ด่าพ่อ
เพราะความที่คุณยายรักแม่มาก กลัวว่าแม่จะถูกตี ลูกคนอื่นก็กลัวพ่อหมด ยายเลยตอบไปว่าเปล่าหรอกพ่อ แม่ไม่ได้ด่าพ่อ พ่อของคุณยายโกรธจัดมาก ก็เลยพูดขึ้นว่าลูกทุกคน เอ็งว่าแม่ไม่ได้ด่าพ่อ ให้มันหูหนวก ๕๐๐ ชาติ เพราะประโยคนี้เพียงประโยคเดียวของคุณพ่อของคุณยาย จึงทำให้คุณยายนั้นรู้สึกกลัวมาก กลัวว่าหูจะหนวก คุณยายคิดมาตลอดว่าจะ ขออโหสิ ตอนพ่อจะตาย แต่คุณยายก็ไม่มีโอกาส คุณยายเสียใจมาก คิดอยู่ตลอดเวลา ว่าจะทำอย่างไร จึงจะอโหสิพ่อได้
พวกเราทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามีบุคคล ๒ จำพวก ที่กระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายๆ ทั้ง ๒ ท่านคือใคร นั่นก็คือบิดา ๑ มารดา ๑ หากมีบุตรคนใดคิดที่จะตอบแทนคุณของบิดามารดาแล้ว หากบุคคลนั้นคิดว่าจะประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง ประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง แม้เขามีอายุอยู่ตลอดร้อยปี แล้วพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้นแม้ว่าจะพึงถ่ายอุจจาระ ปัสสวะ บนบ่าทั้ง ๒ ของเขานั่นแหละ การทำอย่างนั้นไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้ว หรือทำตอบแทนแล้วแก่บิดามารดาเลย หรือว่าบุตรคนใดจะสถาปนาบิดามารดาในราชสมบัติ เป็นอิสราธิปัตย์ในแผ่นดินใหญ่ อันมีรัตนะ ๗ ประการมากมายเหล่านี้
การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้ว หรือทำตอบแทนแล้วแก่บิดามารดาเลย การตอบแทนคุณบิดามารดายากถึงเพียงนี้ แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเสียเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังตรัสไว้อีกว่าหากบุตรจะกระทำตอบแทนคุณบิดามารดานั้น จะต้อง
๑. ยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธา ในพระพุทธศาสนา
๒. ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีล
๓. ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคะ
๔. ยังมารดาบิดาผู้มีธรรมทราม ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญา
ด้วยเหตุ ๔ ประการนี้ การกระทำอย่างนั้น ชื่อว่าอันบุตรทำแล้ว ทำตอบแทนแล้วแก่บิดามารดา ทุกท่านในที่นี้ที่ยังมีบิดามารดาอยู่ ย่อมตอบแทนคุณบิดามารดาได้อย่างนี้ แต่ว่าในตอนนั้นคุณยายท่านไม่มีโอกาส เพราะว่าบิดาได้ละโลกไปก่อนแล้ว แต่เพราะความตั้งใจจริง ความอดทน ความพยายามที่จะขออโหสิให้ได้ ในที่สุดคุณยายก็พบเห็นหนทางที่จะสามารถพบพ่อได้ แม้ว่าจะละโลกไปแล้ว นั่นก็คือการไปเรียนธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
หลังจากนั้นไม่นาน คุณยายก็ได้ไปเจอคุณยายทองสุก สำแดงปั้น ได้เรียนธรรมะ และได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ได้ใช้พระธรรมกายไปหาพ่อในนรก ได้ขออโหสิต่อพ่อในนรก และช่วยพ่อให้พ้นจากนรกได้สำเร็จ นี่คือการตอบแทนคุณของคุณยายที่มีต่อบุพการี ที่เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่จะหาใครทำได้เทียบเท่า
อีกเรื่องหนึ่งที่เด่นชัดอยู่ในความรู้สึกของอาตมาก็คือคุณยายมีสหธรรมิก มีกัลยาณมิตรที่มีพระคุณต่อท่าน และคุณยายได้ตอบแทนคุณของกัลยาณมิตรท่านนั้นอย่างดีที่สุด เรื่องราวของบุคคลท่านนั้นก็คือคุณยายทองสุก ผู้เป็นครูบาอาจารย์คนแรกของคุณยายที่ได้สอนธรรมะให้คุณยายเป็นบุคคลแรก พระคุณของคุณยายทองสุกที่มีต่อคุณยายก็คือสอนธรรมะให้คุณยายจนเข้าถึงพระธรรมกาย ความสุขที่ได้เข้าถึงพระธรรมกายนั้น คุณยายถึงกับรำพึงว่าเราได้ธรรมะขั้นต้นๆ ยังสุขใจเพียงนี้ ถ้าได้เข้าถึงธรรมะขั้นสูงที่ลึกซึ้ง จะมีความสุขสักเพียงไหน นี่ถ้ามีใครเอาทองคำหนักเท่าตัวเรา มาแลกธรรมะ ไม่เห็นไม่ให้เราเห็นธรรมะอีก เราจะไม่มีวันยอม ในโลกนี้ไม่มีอะไรช่วยเราได้ มีแต่ธรรมะนี่เอง ที่เป็นที่พึ่งที่แท้จริงของเรา
คุณยายและคุณยายทองสุกท่านเป็นกัลยาณมิตรให้กันและกัน ทั้ง ๒ ท่านได้สร้างบารมีมาด้วยกัน บวชวันเดียวกัน คอยดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันตลอดมาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต คุณยายคิดที่จะตอบแทนคุณยายทองสุกอย่างเต็มที่ คิดว่าทำเต็มที่แล้ว จะได้ไม่เสียใจทีหลังเหมือนครั้งพ่อของคุณยาย ตอนที่คุณยายยังอยู่บ้านหลังเล็ก คุณยายก็ซักเสื้อผ้าให้ รีดผ้าให้หมดเลย ช่วยดูแลเก็บรักษาสมบัติให้ คุณยายมีเงินเท่าไหร่ก็ให้คุณยายทองสุกหมด ตอนเจ็บ คุณยายดูแลทำให้ทุกอย่าง แม้ตอนตาย ถึงคุณยายจะไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว แต่คุณยายก็จัดงานให้อย่างเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด เพราะคุณยายคิดว่าท่านเป็นครูบาอาจารย์ต้องตอบแทนคุณให้เต็มที่ที่สุด ถ้าตายแล้วจะได้ไม่เสียใจทีหลัง คิดว่า ทำแล้วสบายใจ ก็เลยตั้งใจทำอย่างเต็มที่
เรื่องราวของ ๒ นักสร้างบารมีนี้ประทับซาบซึ้งอยู่ในใจของอาตมายิ่งนัก และอยากให้พวกเราทุกคนเป็นกัลยาณมิตรให้กันและกัน คอยประคับประคองดูแลกันให้อยู่ในเส้นทางบุญ เส้นทางแห่งการสร้างบารมี ไม่อยากที่จะให้ใครต้องหลุดไป หากใครได้ทำผิดพลาดไปบ้าง หนักนิดเบาหน่อย ก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะกัลยาณมิตรนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์เลยทีเดียว ดังนั้นขอให้พวกเราทุกคนนำเรื่องราวของคุณยายและคุณยายทองสุกเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตสืบต่อไป
องค์คุณของบัณฑิตประการที่ ๒ ก็คืออัตตสุทธิ หมายถึงการทำตนให้บริสุทธิ์จากบาป พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ แปลว่าใครไม่ทำบาป คนนั้นก็บริสุทธิ์
ชีวิตของคุณยายมีความบริสุทธิ์มาก ดูตัวอย่างได้เช่น เมื่อตอนท่านอายุได้ ๒๖ ปี ก็ถือศีล ๕ ได้บริสุทธิ์ แม้ว่าก่อนหน้านั้นท่านจะพลาดไปบ้าง แต่ก็พลาดอยู่แค่ข้อเดียว นั่นก็คือชอบตบยุง แต่พออายุได้ ๒๖ ปี ท่านก็สอนตัวเองได้ว่านี่ยุง เล็กกว่าเราตั้งเยอะ ยังไปรังแก ไปฆ่ามัน ตบมันมา ๒๖ ปีแล้ว ยุงจะลดลงสักตัวก็ไม่มี พอคิดได้อย่างนี้ จึงได้ตั้งใจถือศีล ๕ ตั้งแต่นั้นมา พออายุได้ ๒๘ ปีก็รักษาศีล ๘ ได้บริสุทธิ์ จนกระทั่งคุณยายละสังขารไป
คุณยายยังอธิษฐานอยู่เสมอว่าข้าพเจ้าอย่าได้ไปฆ่าใคร และใครก็อย่าได้มาฆ่าข้าพเจ้าทุกภพทุกชาติตราบกระทั่งเข้าสู่พระนิพพาน หรือบางทีคุณยายก็อธิษฐานว่าเกิดมาปุ๊ป ก็ขอให้มศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ รู้หมดตั้งแต่เกิด รู้พระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รู้หมดทุกอย่าง ให้เชี่ยวชาญตั้งแต่เกิดเลย
คำพูด วาจาของคุณยายก็บริสุทธิ์ ไม่เคยด่าว่าใครด้วยโทสะ ด้วยความโกรธ มีใครหลายต่อหลายคนเถียงยาย ทะเลาะกับยาย จะเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหรือเป็นผู้ใหญ่กว่าที่เวลามีอารมณ์ ก็ว่ายาย ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ซิ คุณยายท่านจะเงียบ ยอมแพ้เขาไปก่อน ให้เขาพูดๆ และว่าไป และเอาชนะทุกคนด้วยความเงียบก่อน ใครพูดก็ให้พูดไป พอเหนื่อยก็หยุดเอง ยายเงียบอย่างเดียว ท่านเอาชนะทุกอย่าง เอาชนะทุกคนอย่างนี้ แล้วก็ดิ่งธรรมะ ดูภายใน ทำแค่นี้อย่างนี้เอง
ใจของคุณยายก็บริสุทธิ์ มีแต่พระธรรมกายใส สว่าง มีธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้ง ความลับจึงไม่มีสำหรับยาย เพราะฉะนั้นใครทำอะไรที่ไหน คุณยายรู้หมด เพียงแต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้นเอง ดังนั้นเราจึงต้องควรระวังกาย วาจา ใจของเราให้ดี ให้คิด พูด ทำ แต่สิ่งที่ดีๆ มีความบริสุทธิ์จากกิเลส จากบาปทั้งหลายโดยเฉพาะใจของเรานั้น ตัวของเราประกอบด้วยกายและใจ โดยใจจะเป็นผู้คอยควบคุมกายให้ทำหรือไม่ให้ทำสิ่งต่างๆ ตามที่ใจต้องการ
ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ทุกอย่างมีใจเป็นใหญ่ สำเร็จได้ด้วยใจ ถ้าใครมีใจชั่วเสียแล้ว การพูดการกระทำของเขา เขาก็ย่อมชั่วตามไปด้วย เพราะการพูดชั่ว ทำชั่วนั้น ความทุกข์ก็ย่อมตามสนองเขา เหมือนวงล้อเกวียน ที่หมุนเวียนตามบดขยี้รอยเท้าโคที่ลากไป แต่ถ้ามีใจบริสุทธิ์ การพูด การกระทำก็ย่อมบริสุทธิ์ตามไปด้วย เพราะการพูด การกระทำที่บริสุทธิ์ดีงามนั้น ความสุขก็ย่อมตามสนองเขาเหมือนเงาที่ไม่พลาดไปจากร่างฉะนั้น
องค์คุณประการที่ ๓ ที่มีอยู่ในตัวของคุณยายก็คือปาริสุทธิ หมายถึงการทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์จากบาป พวกเราทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นหนี้บุญคุณของคุณยายด้วยกันทั้งสิ้น นั่นก็คือถ้าหากว่าคุณยายไม่รับคำสั่งของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ขอให้ลูกศิษย์ของท่านทุกคน และคุณยายช่วยกันสั่งสอนวิชชาธรรมกายสืบไปอย่างไม่ย่อท้อ จนกว่าจะสิ้นชีวิตแล้ว วัดพระธรรมกายก็จะไม่มี พวกเราทุกคนก็จะไม่สามารถรวมตัวกันได้อย่างนี้
คุณยายท่านสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเราทุกคนและญาติพี่น้องที่จะตามมาในภายหลัง ท่านสร้างไว้ทำไม คำตอบก็คือเพื่อให้เราได้สร้างบารมีอย่างเต็มที่ ได้ทำบุญ ได้นั่งสมาธิ ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ได้ทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นกับตัวเราให้มากที่สุด ให้ทำที่พึ่งในตัวของเราให้เกิดขึ้น บ่อยครั้งที่คุณยายจะสอนว่าเราเกิดมาแล้ว พบพระพุทธศาสนาแล้วก็ต้องสร้างบุญบารมีให้คุ้มค่าเพื่อให้บุญบารมีของเราเต็มเปี่ยม จะได้พ้นทุกข์ได้ เกิดมาแล้ว จะเป็นอะไรก็ตาม มีฐานะอย่างไรก็ตาม จะอย่างไรก็ทนเอา เราเกิดมาแล้วนี่ จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ กรรมเราทำไว้อย่างไร ก็ได้อย่างนั้น ถ้าอยากให้ดีกว่านี้ก็ต้องทำความดีให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ในเมื่อเกิดมาแล้วทุกคนก็ต้องตายทั้งนั้น ตัวเราเองก็ต้องตายด้วย และไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่
เราต้องขวนขวายหาบุญกุศลติดตัวเราไปให้มากๆ สมบัติอย่างอื่นเราก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ เราเกิดมาแล้วอย่างนี้ก็ต้องทนเอา ทนเอาเถอะ ทำให้ดีที่สุด ทำตัวของเราให้ดีที่สุด และพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุดในอนาคตข้างหน้าจะได้แต่สิ่งที่ดีๆ เราทำก็ตาย ไม่ทำก็ตาย ฉะนั้นเราทำดีกว่า ทำสุดความสามารถของเรา อย่าขี้เกียจนั่งธรรมะ พยายามนั่งธรรมะให้มากๆ เพื่อให้จิตใจมีสมาธิหนักแน่น ถ้าเราไม่มีสมาธิแล้ว อกุศลก็เข้าถึงจิตใจเราได้ง่าย บาปก็เกิดแก่ใจเรา แค่เราทำสมาธิให้มั่นคง บุญกุศลก็เกิดขึ้นแก่ใจเราเสมอๆ บาปอกุศลก็แทรกเข้าไม่ได้
นี่คือคำสอนของคุณยายที่ให้กับพวกเรา เป็นคำสอนที่ใช้ได้ไม่หมด ใช้ได้ข้ามภพข้ามชาติ อาตมาจึงอยากขอให้พวกเราทุกคน จดจำคำสั่งสอนของคุณยายไว้ให้ดี ใส่ใจให้มาก และพยายามถ่ายทอดสืบต่อไปให้ลูกหลานได้รับทราบ หากใครมีหนังสือของคุณยาย หนังสือคำสอนของยายก็นำมา ให้หมั่นนำมาอ่าน หมั่นนำมาศึกษา ค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ ทำไป เราก็จะสมความปรารถนา และสมความปรารถนาของคุณยายที่ได้อดทนพร่ำสอนให้พวกเราจนถึงวาระสุดท้ายที่ต้องละสังขารจากพวกเราไป
องค์คุณของบัณฑิตประการที่ ๔ ที่มีอยู่ในตัวของคุณยายก็คือสังคหะ หมายถึงการทำสงเคราะห์แก่ชุมชนทั้งหลาย คุณยายท่านไม่ใช่ญาติของเรา ไม่ใช่พี่น้องของเรา แต่เราก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคุณยาย ท่านไม่ใช่ญาติ แต่ก็เหมือนญาติ และเป็นยิ่งกว่าญาติเสียอีก เปรียบเหมือนต้นโพธิ์ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้หมู่นกกาได้มาอาศัย เป็นเหมือนพระอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ให้แสงสว่างแก่คนทั้งโลก
เมื่อตอนที่คุณยายยังแข็งแรง พวกเราหลายคนมีโอกาสได้มากราบคุณยาย บางคนมาขอบารมีคุณยายให้ช่วย เรื่องที่ขอให้ช่วยนั้นมีมากมายหลายอย่างตั้งแต่เกิดจนตายเลยทีเดียว บางคนมาขอลูกกับคุณยาย บางคนมาขอให้หายป่วยไข้ บางคนมาขอให้ได้รับความก้าวหน้าในชีวิต หน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน บางคนไม่อยากตาย ก็มาขอบารมีให้ช่วยแก้ไขจากร้ายให้กลายเป็นดี บางคนตายไปแล้ว ญาติพี่น้องก็มาขอให้คุณยายาช่วย ใครกำลังประสบภัยเช่นไฟไหม้ น้ำท่วม เพียงอธิษฐานขอบารมีคุณยายให้ช่วยคุ้มครองรักษา ท่านก็ ก็สามารถพ้นภัยนั้นได้ แม้จะอยู่ห่างไกลก็ตาม
คุณยายเคยพูดไว้ว่า ยายอยู่ที่ไหน ยายก็รักษาสมบัติที่นั่น รักษาสมบัติของคนอื่นให้เหมือนของเรา ของยายเอง ยายก็รักษา ของคนอื่น ยายก็รักษา ภพชาติต่อไปเราก็สามารถรักษาสมบัติของเราได้ และมีคนช่วยดูแลรักษาให้เป็นอย่างดี สมบัติก็ไม่วิบัติ นี่คือความเมตตาของคุณยายที่มีต่อเรา ทำให้เรา ท่านก็ได้บุญ คุณยายจึงสอนไว้ว่าเราเกิดมา ควรทำประโยชน์สักอย่างหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ตัวของเราเอง ถ้าทำให้ตัวเองได้ และยังทำให้คนหมู่มากได้ ชีวิตนี้เกิดมาคุ้มแล้ว
เพราะคุณยายท่านสงสารคน อยากจะช่วยเหลือคน ท่านจึงช่วยหมด ทั้งคนรวย คนจน วิธีช่วยของคุณยายก็คือชวนคนทำบุญ คนรวยท่านก็ชวน คนจนท่านก็ชวน ท่านเห็นว่าคนรวยนั้นทำบุญเก่าไว้ดี จึงมีสมบัติ ถ้าไม่ชวนเขาทำบุญ บุญเก่าเขาก็จะหมด ภพชาติต่อไปก็จะจนและลำบาก ส่วนคนจนนั้นบุญเก่าทำมาน้อย ถ้าเราไม่ชวนเขาทำบุญ ภพชาติต่อไปเขาก็จะจนยิ่งกว่าเดิมอีก คุณยายสงสารทั้งคนรวย คนจน จึงชวนทำบุญจะได้มีสมบัติติดตัวไป คุณยายจึงเปรียบประดุจพระโพธิสัตว์ที่ประกอบไปด้วยเมตตา
อุปมาดั่งอุทกวารีที่สะอาด เย็น ใส ในธาราแม่น้ำใหญ่ ย่อมแผ่ความเย็นฉ่ำชุ่มชื่นใจให้แก่สัตว์ทั้งหลายทุกถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นหมี หมา ไก่ป่า กระทิงเถื่อน ซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือจะเป็นมนุษย์ทั้งหลายตั้งอยู่ในเพศพันธุ์วรรณะใด จะเป็นยาจก คนตาบอด หูหนวก วณิพกก็ดี หรือจะเป็นคนมั่งมีทรัพย์ มียศ เป็นเศรษฐี เมื่อมีความปรารถนาบ่ายหน้าลงมาวักดื่มกินในธารานั้นแล้ว อุทกวารีย่อมให้รส แผ่ความเย็นชื่นเข้าไปในทรวงอกทุกถ้วนหน้า จะได้เลือกว่าผู้นั้นดี ผู้นั้นชั่ว หรือว่าประการใดๆ ก็มิได้มีเลย นี่คือใจของคุณยาย
ลูกหลานคุณยายทุกท่าน ชีวิตของคุณยายเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเรา คุณยายเป็นบัณฑิต มีคุณอันประเสริฐอย่างนี้ หากเราจะตอบแทนคุณของคุณยายแล้ว เราต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน ท่านให้ทำอย่างไร เราต้องทำตาม ทำความดีให้มาก รักษาทะนุบำรุงวัดของคุณยาย วัดที่คุณยายสร้างมาเป็นมรดกที่คุณยายมอบให้ และทำให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้มีงานอยู่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องทำให้สำเร็จเพื่อคุณยาย นั่นก็คือการสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ใครที่ยังไม่ได้ร่วมบุญก็ให้รีบทำ ใครที่ทำแล้ว ก็อยากจะให้ทำอีก ทำให้มากๆ ทำหลายๆ กองเราจะได้บุญมาก
ซึ่งแม้แต่พระเอง พระภิกษุสามเณรก็ไม่น้อยหน้าโยม ตั้งใจที่จะร่วมบุญนี้ให้อย่างเต็มที่ พระภิกษุหลายรูปท่านทุ่มเทอย่างสุดกำลัง สุดใจเลยทีเดียว หลายๆ รุ่น หลายๆ รูป ยกตัวอย่างเช่นรุ่น ๑๓ ถ้าหากว่าคุณโยมลองไปถามท่านดูว่ารุ่นของท่านนั้นทุ่มเทสร้างบุญบารมีกับการสร้างมหาวิหารนี้เพียงใด ทุกคนก็จะได้รับคำตอบที่เป็นมหาปีติอย่างยิ่ง และเมื่องานทุกอย่างสำเร็จ วัดของเราก็จะเป็นวัดพระธรรมกายที่เป็นวัด ที่จะเป็นที่พึ่งให้กับชาวโลกผู้แสวงหาหนทางพ้นทุกข์ มุ่งสู่ความบริสุทธิ์ ต้องการสั่งสมบุญบารมี และเพื่อทำความปรารถนาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ความปรารถนาของหลวงพ่อธัมมโช ความปรารถนาของคุณยายที่ต้องการให้คนทั้งโลกเข้าถึงสันติสุขภายใน เข้าถึงพระธรรมกายด้วยกันทุกคนให้เป็นความจริงให้ได้
ดังนั้นต่อจากนี้ไป ขอเชิญพวกเราทุกคนหลับตาทำสมาธิภาวนา กลั่นจิตใจ ทำใจหยุดใจนิ่งให้มีความบริสุทธิ์ เข้าถึงพระธรรมกายกันสักครู่หนึ่งนะ
สัพเพ …..
PAGE
PAGE 9
หน้า
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\กรกฎาคม\44-07-14 FW-AAT.doc