ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณของครูบาอาจารย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ ผู้มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรน้องสามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนผู้เป็นกัลยาณมิตรที่อุทิศชีวิตเป็นลูกศิษย์หลานคุณยายทุกๆ ท่านนะ มีบทบาลีบทหนึ่งกล่าวว่า ยาทิสํ วปเตพีชํ ตาทิสํ ลภเตพลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น คนทำเหตุดี ย่อมได้รับผลดี คนทำเหตุชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เคยกล่าวเป็นคำพูด ซึ่งเป็นคำกล่าวของหลวงปู่วัดปากน้ำ บางตอนไว้ว่า “ยังหนุ่มยังแน่น รีบโกยรีบพาย ตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า เราจะต้องรีบโกยรีบพายกันนะ ใครจะพร่องก็ช่างเขา แต่สำหรับเราเองต้องให้สมบูรณ์ ภพชาติสุดท้ายแล้ว ต้องเอาสิ่งที่ดีๆ ติดตัวไป ไปคว้าธงชัยของชีวิตให้ได้ ที่จะให้ถอยหลังกลับไม่มีอีกแล้ว มีแต่รุดหน้าไปเรื่อยๆ ที่ว่าภพชาติสุดท้าย เพราะว่าก่อนๆ นั้นทำจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ภพชาตินี้ต้องจริงที่สุด ไม่มีใครยอมใครแล้ว ฉะนั้นต้องอธิษฐานล้อมคอกไว้ให้ดี ให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ ตลอดไป ให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ทุกภพทุกชาติตลอดอายุขัย ตราบจนกระทั่งเข้าสู่พระนิพพาน คนไม่ดี ไม่มีศีล ไม่มีสัตย์ อย่าไปคบ อย่าได้พบเลย ที่สุดในโลกเราก็มีแต่บุญและบาป มีแต่ธาตุกับธรรมเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเลย มนุษย์เป็นเพียงหุ่นที่ถูกเชิดด้วยบุญและบาป” อายุนี่คือเวลาพาชีวิต กรรมลิขิตปรุงแต่งแห่งสังขาร บุญบันดาลมาบังเกิดเฉพาะกาล เราผองท่าน ร่วมเร่งสร้างวิหารหลวงปู่ ดุสิตวิมานคือบ้านแสนประเสริฐ รีบกอบโกยเถอะ เปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ มีคุณยายหลวงพ่อท่านนำไป แม้นยากไกลสักเพียงใด ไม่หวั่นเลย ถ้าเราไม่มีพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ไม่มีท่าน ไม่มีคุณยาย ไม่มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ เราอาจจะกระจัดกระจาย เป้าหมายไม่ชัดเจน ลองผิดลองถูกอยู่เรื่อยไป ไม่รู้ว่าเรามาจากไหน เกิดมาทำอะไร อะไรคือเป้าหมายของชีวิต ไม่รู้อย่างเด็ดขาด เหมือนเกิดมาตายฟรี เกิดมาฟรีฉะนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะท่านเคยได้ให้โอวาทว่า “มนุษย์อยู่ได้ด้วยความหวัง หวังว่าสักวันหนึ่งนี่จะรวยมั่งมี เป็นเศรษฐี ความหวังที่จะทำให้มนุษย์นี่อยากมีชีวิตอยู่นั่นเอง เรานักสร้างบารมีนี่ เราต้องอยู่อย่างมีความหวัง มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงธรรมกายให้จงได้” ดังนั้นเมื่อมีครูสอนให้เราคิด พูด ทำ อย่างถูกต้อง เป็นแนวทางให้ไปสู่สุคติ นี่คือสุดยอดบุญที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำมีต่อเรา ถ้าหากหมดยุคของท่าน ขาดคุณยายเสียแล้ว ซึ่งเป็นผู้สืบทอดวิชชาธรรมกาย เราคงจะลำบาก มีชีวิตที่อันตราย แต่เพราะคุณยายท่านอดทน และเสียสละมาก เราจึงมีโอกาสที่ดีอย่างนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเคยตั้งคำถาม ถามครูบาอาจารย์ทั้งหลายว่าบรรดาครูบาอาจารย์ที่เรียนมา นับประมาณได้ร้อยกว่าท่าน มีอยู่ในความทรงจำของเราด้วยความเคารพนับถืออย่างยิ่ง ถึงขนาดเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ตามดูแลรักษาทีเดียว ถ้าตาย ก็ตั้งใจจัดงานศพ ครูบาอาจารย์ประเภทนี้ที่ค้างอยู่ในใจของเรามีสักกี่คน ลองคิดนะ แต่คำตอบที่ได้ก็ได้คำตอบว่ามี ๑ ท่านบ้าง ๒ ถึง ๓ บ้าง ๒ ถึง ๓ ท่านบ้าง บางทีก็ ๗ ท่านสูงสุด แต่ไม่เกิน ๑๐ เลย จะเห็นได้ว่าเหลืออีก ๙๐ % หายไปไหน อาจารย์ทุกๆ ท่าน บางท่าน ก็ดุแสนที่จะประมาณ ตีก็เก่ง ในใจก็เกลียดอยู่แหละ ทั้งๆ ที่ท่านดุมาก แต่ก็รักเคารพท่าน เพราะท่านมีความกรุณา มีความบริสุทธิ์ใจ และที่สำคัญท่านมีปัญญาด้วย มิฉะนั้นท่านจะเอาอะไรมาสอนเรา คุณสมบัติของการเป็นครูอาจารย์ที่ดี ที่โลกต้องการนั้นน่ะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ ท่านให้ว่ามี ๓ ลักษณะก็คือ มีความบริสุทธิ์ มีปัญญา มีกรุณา มีความบริสุทธิ์เป็นยังไง ต้องไม่เป็นผู้ที่ ไม่แสบ ทำความเดือดร้อนให้แก่ตนและคนอื่นไม่มี ต้องเป็นผู้มีวินัยคือมีศีล จะศีล ๕ ศีล ๘ หรืออะไร หรือศีล ๒๒๗ ก็แล้วแต่ มีปัญญาด้วยการที่ไม่โง่นั่นเอง แสวงหาความรู้ ต้องมีความเคารพเชื่อฟังเป็นบรรทัดฐานเลยทีเดียว ความมีกรุณาก็ด้วยไม่แล้งน้ำใจนะ ต้องมีความอดทน ให้อภัย ให้โอกาสต่อลูกศิษย์ของตนเองนั่นเอง คนที่รู้คุณคน เขาเรียกคนมีความกตัญญู ในสมัยหนึ่งพระยามิลินทร์ได้กล่าวถึงคุณอาจารย์แก่พระนาคเสนเถระเจ้า มีนัยยะถึง ๒๕ ข้อ ดังที่หลวงพี่จะกล่าวต่อไปนี้ ๑. ดูแลศิษย์อยู่เนืองๆ จะสังเกตว่าลูกศิษย์ของท่าน ถ้าบางครั้งไปทำผิดทำพลาด อาจารย์จะออกรับหน้าเสมอ บางครั้งยังไม่รู้เลยว่าเรื่องนั้นลูกศิษย์ไปทำไว้เมื่อไหร่นะ แต่ท่านก็ตามดูเลยทีเดียว ตามดูเหมือนกับพวกเรานี่อยู่ในกลางไส้ของท่าน ทุกๆ คนไม่ว่าจะไปทำหน้าที่เป็นกองเสบียงก็ดี เผยแผ่ก็ดี จะทำวิชชาก็ดี หรือบูรณะอะไรก็ดี อยู่ในกลางของท่านตลอด ท่านรู้ว่าเราอยู่ไหนหมดนะ กตัญญูแปลว่ารู้คุณ แต่ถ้ามีร่วมกตัญญูมาด้วยล่ะก็ บางทีอาจจะแปลว่าหากรู้ว่าคุณประสบอุบัติเหตุที่ไหน เราอาจจะตามไปเก็บ ฉะนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านจะส่งเสริมเราเลยนะ ให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ถ้าพลาดพลั้งเสียชีวิตมา ก็ยินดีรับส่งเลยนะ ในฐานะที่เราทำเต็มที่ สถานสุคติโลกสวรรค์ที่รองรับบ้านเก่าของเรา จะเป็นที่ที่พวกเราจะต้องไปอยู่กันนั้นรอเราอยู่แล้ว บริวารก็รอเราอยู่นะ ๒. นี่ ต้องเป็นผู้ที่รู้จักคนที่ควรคบไม่ควรคบ ๓. รู้ว่าศิษย์นี่ประมาทหรือไม่ประมาท ก็เคยมีอาจารย์บางท่านนะ รู้ว่าลูกศิษย์ประมาท ก็อยากจะให้ลูกศิษย์ได้เข้าถึงธรรมโดยง่าย เอาล่ะ เย็นนี้ ไหนๆ ก็ไหนแล้ว อยู่มานานแล้ว เราไปนั่งธรรมะกันเถอะ ที่ไหนดี ที่ป่าช้านะ ที่นั่นบรรยากาศน่านั่งมาก ดูอะไร ดูดอกไม้พระอริยะนะ ซากศพที่ป่าช้าส่วนใหญ่เขาก็จะมีพวกศพที่เขามาทิ้งไว้ ขึ้นอืดบ้างหาให้ลูกศิษย์เอาศพให้อย่างดีเลย กำลังอืดใหม่ๆ เลยนะ กำลังพุพองเต็มที่ ให้นั่งเลยต่อหน้าศพนั้นแหละ แล้วอาจารย์ก็ไปนั่งไกลๆ อีกหน่อยหนึ่ง สัก ๒๐ วา นั่งๆ ไป ดึกแล้วตอนนั้น ดึกแล้ว ลูกศิษย์ก็นั่งไปลืมตามายังเห็น อ้อ อาจารย์ยังอยู่ เอ้าอาจารย์ยังอยู่ก็นั่งต่อไป เข้าเที่ยงคืนแล้ว ลืมตามา อาจารย์ก็ยังอยู่อีก เอ้า นั่งต่อไปอีกนะ เอาแล้วนั่งต่อไปเรื่อยๆ เอ๊ะชักเมื่อยแล้ว นั่งๆ ไป นั่งๆ ไป ยังไงครูบาอาจารย์ก็ยังอยู่ เป็นเพื่อนใจเราอยู่แล้ว เผอิญว่าที่นั่งกรรมฐานศพมันเส้นเอ็นมันยังไม่ตายสนิท ยังยืดอยู่ ก็เลยขยับตึ๊กตั๊กๆ ในโลงนั่นแหละ สะดุ้งกลัวแล้วซิ ลืมตามาอีกทีหนึ่ง ไม่เห็นอาจารย์แล้ว เออทำไงดี ซ้ายก็ไม่มี ขวาก็ไม่มี ถ้ามันลุกขึ้นมาอีกที จะทำยังไงดีหว่า เราก็อึม ตั้งใจเลยโบราณบอกไว้ ถ้าลุกวิ่ง พวกผีจะวิ่งไล่ตาม เอาล่ะไหนๆ นั่นคืออดีตมนุษย์นะ เราก็มนุษย์ อีกหน่อยก็เป็นอดีต ก็นั่งเข้าที่ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหังไปเรื่อยๆ สัมมาอะระหังไปเรื่อยๆ สว่างได้เหมือนกันนะ ตอนเช้าอีกทีหนึ่ง นั่นอาจารย์คอยจะประคองไม่ให้ศิษย์ประมาทเสมอ ๔. รู้เวลาที่ศิษย์เข้านอน ๕. รู้เวลาที่ศิษย์เจ็บไข้ ๖. รู้ว่าศิษย์ได้อาหารหรือยังไม่ได้ ดูอย่างคุณยาย ท่านดูแลครัวเองเลย เพื่อที่จะให้ลูกหลานศิษย์ของท่านอิ่ม และได้มาสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ ๗. รู้คุณวิเศษต่างๆ อันนี้นี่พวกเราก็สัมผัสมาแล้วอาทิคุณยายสามารถที่จะระลึกชาติได้หรือสามารถรู้ว่าคนอื่นคิดอะไรได้ ดังเช่นตอนหนึ่งที่พี่อารีพันธุ์ถามคุณยายทานยาหรือยัง ยาอะไร ยายกินมาหมดแล้วนะ (ยาในที่นี้ หมายถึง อภิญญา) อย่างที่เราเคยได้ยินมา ๘. รู้จักแจกแจงอาหาร แบ่งอาหารให้แก่ศิษย์นะ ที่ว่าไปเมื่อกี้ ๙. รู้จักปลอบศิษย์ไม่ให้กลัว ๑๐. สอนศิษย์ประพฤติตามเยี่ยงอย่างคนดี ๑๑. รู้จักอุปจาระแห่งบ้าน ๑๒. รู้จักอุปจาระแห่งวิหาร คุณยายเคยพูดถึงเรื่องการทำความสะอาดธรณีสงฆ์ไว้อย่างนี้นะ คนที่ทำความสะอาดธรณีสงฆ์ ไม่ว่าจะไปอยู่สวรรค์ชั้นใดก็ตาม จาตุมหาชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต ผิวพรรณก็วรรณะ เออ ผิวพรรณวรรณะก็ผุดผ่องกว่าเทวดาองค์อื่นๆ คนที่จะทำความสะอาดอย่างนี้มีน้อย เทวดาที่จะมีผิวพรรณสว่างไสวอย่างนั้นก็มีน้อย ถ้ามีแรงเราก็ทำไปนะ ใครทำได้ สั่งสมบุญเอาไว้มากๆ ก็แล้วกัน คุณของครูบาอาจารย์ข้อที่ ๑๓. ก็ไม่ควรเล่นหัวตลกคะนองกับศิษย์ ๑๔. รู้จักอดโทษให้ศิษย์ ๑๕. ควรตั้งใจทำดีต่อศิษย์ ๑๖. ควรประพฤติให้เป็นระเบียบต่อศิษย์น่ะ คุณยายก็วางระเบียบเลยนะ ขั้นตอนการทำความสะอาดห้องน้ำก็ดี การดูแลวัดก็ดี คุณยายจะแนะให้ทำ นำให้ดู อยู่ให้เห็น และเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกๆ คน ๑๗. ควรคิดอยากให้ศิษย์รู้ศิลปะ ๑๘. สอนความรู้ให้ศิษย์โดยสิ้นเชิง ๑๙. ควรคิดแต่ในทางให้ศิษย์เจริญ ๒๐. คิดแต่อยากให้ศิษย์ชอบเล่าเรียน ๒๑. และมีจิตเมตตาต่อศิษย์ ถ้าเราเคยได้ยินจากโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านมักจะสอนพระสอนสามเณร และอุบาสก อุบาสิกาในวัดเสมอว่า “เราจะต้องเรียนจริง ทำจริง ต้องพึ่งวิชาที่เรียนนี้ให้ได้ ให้ศักดิ์สิทธิ์ทีเดียว ครูได้อย่างไร เราต้องให้ได้เหมือนครู อย่างนี้เรียกว่าคนมีปัญญา เรียกว่าคนฉลาด” ยามนี้ ถ้าเราจะสังเกตวัดเรา ตั้งใจที่จะทำสอบบาลีสนามหลวงก็ได้อันดับ ๑ ของประเทศมาแล้วหลายสมัยเหมือนกัน มาดูต่อนะ คุณของอาจารย์ ๒๓. คือไม่ทิ้งศิษย์เวลาที่อันตราย ๒๔. ไม่ประมาทกิริยาต่อศิษย์ ลูกศิษย์ที่ดูแลคุณยายส่วนใหญ่แล้วจะไม่เห็นคุณยายนอนให้เห็นเลย ทั้งท่านั่ง ท่าเดิน ท่ายืนของคุณยายก็ดูสง่า อย่างที่เราเห็นๆ กัน เมื่อสมัยคุณยายยังไม่ละสังขารนั้น และที่สำคัญ ข้อสุดท้ายก็คือ ๒๕. ควรประคองผู้พลาดพลั้ง ถ้าจะเล่าถึงชีวิตของหลวงพี่เองและของพวกเราทุกๆ คน บางครั้งก็อาจจะเจอมรสุมชีวิตที่เกือบตายก็มี อยากตายก็มี หรืออาลัยกับชีวิตก็มี ชีวิตของหลวงพี่เองก่อนที่จะมาบวช ก็เจออุปสรรคเหล่านี้เหมือนกัน ทั้งที่มีชีวิตอยู่ในทางโลกก็สุขสบายดีนะ แต่พอมาสร้างบารมีนะอย่างเต็มที่ อุปสรรคก็มีบ้าง แรกเลย ก็ประสบอุบัติเหตุ เกือบตายเหมือนกัน ตอนอายุ ๒๕ ต่อมาต่อมา ประมาณ ๒ เดือน ก็ประสบสิ่งที่กระทบใจอย่างรุนแรงก็คือ เพื่อนคนอื่นเขาจบการศึกษา แต่เรามันไม่จบการศึกษา มีความรู้สึกว่าไม่อยากจะมองหน้าใคร คิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ในความรู้สึกลึกๆ ก็มีสิ่งมาเตือนย้ำว่าเรามาสร้างบารมี มาทำความดี เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่อย่าไปสำมะคัญ เมื่อมาวัดก็รู้สึกท้อแท้เหมือนกัน แต่พอมาเจอพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะท่านเคยพูดในสภา จำได้บางส่วน (พ.ศ. ๒๕๓๙) ว่ามีปัญหาก็แก้ไปนะ มีอุปสรรคอะไร หมู่คณะก็จะคอยกลั่นแก้ให้ประสบความสำเร็จให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ก็มีกำลังใจสู้ต่อ แต่เจ้ากรรมเจอกับความอาลัยที่สุดในชีวิต ไม่สามารถที่จะช่วยให้ทรัพย์สินทั้งหลายรอดพ้นจากไฟได้ เมื่อกลับไปดูสถานที่บ้านเกิดตัวเองนั้นก็รู้สึกท้อใจเหมือนกัน กว่าจะมาบวชได้แทบไม่มีทางเลย เมื่อตั้งตนได้ปีหนึ่ง ก็ได้มาบวช บวชแล้วก็ตั้งใจ แต่พอสร้างบารมีไป สร้างบารมีไป ก็ท้ออีกเหมือนกัน ภาพหนึ่งที่เกิดขึ้นมาก็คือมีครั้งหนึ่งที่ครูบาอาจารย์คือพระเถระท่านหนึ่ง ท่านสอนไว้เนื่องๆ ว่า นอกจากความอดทนแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเราสามารถสร้างบารมีต่อขึ้นไปอีก ก็คือความกตัญญูนี่แหละ อึม ก็จริงเหมือนกัน แต่พอรู้สึกท้อขึ้นมา ภาพหนึ่งที่เกิดขึ้นมา คือตอนที่ตัวเองเคยเข้าวัดเมื่อปี ๓๔ นี่ ยังทันคุณยาย ตอนนั้นยังเป็นธรรมทายาทโกนผมอยู่ ทำความสะอาด ใช้ทางมะพร้าวกวาดพวกเศษอาหารแถวครัวยามา คุณยายได้มาทัก คุณยายทักตอนแรกก็ต้องสวัสดีก่อนนะ พูดหลายประโยคมากเลย แต่จำได้ประโยคเดียว คืออย่าง “พวกเราเป็นลูกหลานของคุณยายนะ” ตอนนั้นมีฟังอยู่ประมาณสัก ๔-๕ คน ในจำนวนนั้นได้ไปสร้างชมรมพุทธร่วมกันนะ ที่จังหวัดตากให้บังเกิดขึ้น แต่มีความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งก็คือในบรรดา ๔ ท่านที่ไปสร้างชมรมพุทธ มีหลวงพี่รอดมาคนเดียว ๑ ในนั้นเสียชีวิต ๑ ในนั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ ๑ ในนั้นปีหนึ่งมาสัก ๓ ครั้งต่อปีนี่ที่วัดเรา ก็ถือว่ายอดแล้ว มีภารกิจมาก ก็มีความภาคภูมิใจ คำหนึ่งที่คุณยายพูดก็คือพวกเรานี่เป็นลูกหลานของยายนะ เพราะตอนนั้นยังไม่ค่อยแน่ใจ เออ ยังไม่ทราบว่าคุณยายเป็นใคร เห็นพนมมือกันก็พนมมือ ไม่กล้าจะพูดอะไร คุณยายพูดสั้นๆ แค่นี้ก็จำมา มีความรู้สึกภาคภูมิแล้วก็ตั้งใจสร้างบารมีอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่พอท้อๆ ภาพนี้ก็ขึ้นมาอีก ก็สร้างบารมีขึ้นมาอีก อย่างนี้เช่นกันกับพวกเรา ถ้ามีภาพที่ความทรงจำที่ดีแก่ครูบาอาจารย์ เก็บระลึกไว้ให้ดีแล้ว เอามาเป็นกำลังใจในการสร้างบารมีของเรากันนะ ในการตอบแทนคุณ ก็คือกตเวทิตานั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเราท่านให้นัยยะไว้ว่าพรรษานี้เป็นพรรษามหาบูชา ซึ่งหมายถึงการบูชาที่ยิ่งใหญ่ คือการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บูชาครูบาอาจารย์ของเราคือพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ และคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งท่านได้สืบทอดและถ่ายทอดวิชชาธรรมกายจนถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะของเรา และมาถึงพวกเรานั่นเอง ท่านทั้งสองมีคุณูปการต่อเรา และชาวโลกเป็นอย่างมาก พระคุณของท่านยิ่งกว่าพ่อแม่ของเรา ซึ่งแม้นว่าเราจะนำท่านทั้งสองมานั่งบนบ่าให้ขับถ่าย สิ้นเวลาเป็นโกฏิเป็นกัป เราก็ไม่สามารถตอบแทนท่านได้อย่างหมดสิ้น การจะบูชาท่านอย่างที่เรียกว่ามหาบูชานั้น เราจะต้องทำสิ่งที่ท่านชอบและถูกใจท่าน จึงจะถือว่าเป็นยอดของการบูชา สิ่งที่ท่านชอบมีอยู่ ๒ อย่างด้วยกันก็คือปฏิบัติบูชา และอามิสบูชา ปฏิบัติบูชานั้นวัดเราชื่อว่าวัดพระธรรมกาย อย่าให้มีเพียงชื่อ เราอยู่ใกล้แหล่งวิชชาอย่างใกล้ชิด เหมือนใกล้เกลือกินด่าง ให้ปฏิบัติกันอย่างจริงจัง นั่งให้ถูกหลักวิชชา อย่าได้มีข้อแม้ อามิสบูชานั้น วันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านได้ลงที่ ๓ อาศรม หลวงพี่ก็ขอนำโอวาทบางตอน ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะได้ปรารภกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านไว้บางส่วนนะ ท่านว่าอย่างนี้ว่า ตัวหลวงพ่อเองคิดว่าชาตินี้ ชาติที่แล้วๆ มาคงทำบุญไม่ใช่น้อย จึงมีศรัทธามาบวช แม้นไม่น้อย แต่ก็ยังอดอยากแทบตายในระหว่างสงครามโลกก็ดี พ่อแม่ก็ไปคนละทาง บุญทานก็ส่งผลไม่ถนัด เดือดร้อนสาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอด จึงอยากสร้างทานที่พอกินไปเป็นกัปๆ จึงได้ขยายวัดให้มหาชนได้สร้างบุญใหญ่ เพิ่มอีก ๒,๐๐๐ ไร่ จะได้มีเสบียงติดตัวไปเยอะๆ ท่านคิดเป็นกัปๆ ไม่ใช่คิดเป็นชาติๆ เป้าหมายชัดเจน ถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะถ้าในบางชาติไปแล้วไม่พบพระพุทธศาสนา อาจจะไม่ได้สร้างเสบียงเพิ่ม เหมือนอย่างนี้ เหมือนชาวนาแบ่งข้าวเปลือกไว้กินบ้าง ไว้ขายบ้าง ไว้ทำพันธุ์ ลืมคิดไปว่าถ้าฝนแล้งจะทำยังไง ถ้าแล้งติดๆ กันทำยังไง ยิ่งถ้าเราเกิดไปภพชาติหน้า แล้งข้ามชาติอีก ยิ่งแย่เลยนะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้เคยให้โอวาทไว้ว่าเรากำลังทำ กำลังสร้างวิหารที่ประดิษฐานผู้รู้ที่ไม่มีใครเหมือนในโลก ในแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล ในภพทั้งสาม ตลอดถึงนิพพานถอดกาย ก็ลองคิดดูว่าเราจะได้บุญกันขนาดไหน บุญที่เราจะได้นั้น มากเสียจนกระทั่งไม่ทราบว่าจะหยิบยกตรงไหนออกมาพูดถึงอานิสงส์ของบุญ ถ้าหากเราบริสุทธิ์มาก มีความตั้งใจมาก ทุ่มเทเอาชีวิตเป็นเดิมพันมาก คิดก่อน พูดก่อน ทำก่อน ก็จะได้ถึงอัครมหาเศรษฐีเลย ท้ายสุดนี้ หลวงพี่อยากให้ทุกๆ ท่านได้นั่งหลับตานึกถึงคุณของครูบาอาจารย์ เพราะว่าพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เพราะว่ามีพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ผู้เป็นผู้นำของพวกเราทั้งหลาย เพราะว่ามีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ผู้เป็นอาจารย์ของพวกเราทั้งหลาย เพราะมีคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เราจึงมีวันนี้ เพราะบุญที่ท่านให้ทำ ย้ำเป้าหมาย สั่งสมบารมีให้ถึงพร้อม น้อมพระธรรมกาย แผ่ขยายรัศมีไป สู่ใจชาวประชา ให้มีกำลังฤทธิ์ พิชิตอุปสรรค ให้มีอำนาจ สิทธิ ปกปักษ์ และรักษา ให้เฉียบขาด แม่นยำ ทุกเวลา ให้ความปรารถนาทั้งปวง สำเร็จเทอญ จะอุทิศชีวิตทั้งหมดนี้ เพื่อสร้างความดีไม่เคยหวั่น จะเร่งสร้างทั้งคืนและทั้งวัน เพื่อชีวิตแสนสั้นนั้นมีราคา จะอุทิศชีวิตความดี บารมีทั้งหมดนี้ เป็นอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา แด่บรมครูปูชนียา-จารย์ของพวกเรา ตามติดและติดตามให้ได้ตลอดรอดฝั่ง จนถึงที่สุดแห่งธรรม เราก็นึกอธิษฐานจิต นึกถึงคุณครูบาอาจารย์ ขอความปรารถนาให้สำเร็จ ติดตามตามท่านไปทุกภพทุกชาติกันทุกคนเลยนะ ************************* จบ *************************