บุคคลอจินไตย
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระบรมศาสดา อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และเหล่ากัลยาณมิตรผู้นำบุญ ลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่านนะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ พวกเราก็ได้ร่วมกันสร้างมหาทานบารมี โดยการร่วมเป็นประธานกองกฐินของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของเรา เพื่อนำไปสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ของหลวงปู่วัดปากน้ำ หลายท่านในที่นี้ก็ได้อยู่ร่วมงานในครั้งนั้นด้วย ในวันนั้นพวกเรานึกถึงภาพว่า เรามีความปีติใจที่ได้มีโอกาสสร้างบุญใหญ่ โดยการถวายมหาทานกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งในวันนั้นหลาย ๆ ท่านก็ได้มีความปีติ เห็นคุณค่าของบุญ เราก็ถึงได้ยอมสละทรัพย์สมบัติที่เราได้สะสมมาตลอดชีวิต บางทีก็เป็นทรัพย์ที่เราตั้งใจว่า จะเอาไว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิต
แต่เพราะเราเห็นคุณค่าว่า บุญนี้เป็นบุญใหญ่ และอยากตอบแทนคุณของคุณยายด้วย หลวงพี่เห็นพวกเราตั้งแถวเพื่อเตรียมถวายปัจจัยพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ณ บ้านแก้วเรือนทองของคุณยายหลังนี้ เห็นแล้วเกิดความรู้สึกว่า พวกเราเป็นยอดนักสร้างบารมีกันจริง ๆ เราทุกคนมีความปีติ แม้ว่าแถวจะยาว มือเราก็ถือพานบ้าง ถือถังบ้าง แต่ก็เห็นพวกเราตกแต่งอย่างประณีต แล้วก็ถือด้วยความปีติ ดวงตาเป็นประกาย มาน้อมถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ซึ่งหลวงพี่มีความเห็นว่าถ้าคุณยายของเรายังมีชีวิตอยู่ ท่านเห็นพวกเราสร้างบารมีอย่างนี้ ท่านจะต้องปลาบปลื้มอย่างแน่นอน และแม้ว่าคุณยายท่านจะละสังขารไปแล้ว ท่านก็คงรับรู้ได้ด้วยญาณวิถีของท่าน และท่านก็คงจะอนุโมทนาบุญชื่นชมในตัวพวกเราทุกคน ในวันนั้นที่พวกเราได้บุญใหญ่ติดตัวไปทุกภพทุกชาติ
แม้แต่คณะสงฆ์ ก็อยากจะได้บุญใหญ่นี้ด้วย ได้ร่วมปัจจัยตั้งเป็นกองกฐินขึ้นมา แล้วก็รอจนกระทั่งสาธุชนทุกท่านถวายปัจจัยหลวงพ่อเสร็จ คณะสงฆ์จึงได้มีโอกาสตั้งขบวนเข้ามาถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อบ้าง วันนั้นได้เห็นภาพการสร้างบารมีของทั้งคณะสงฆ์ แล้วก็ของพวกเรา หลวงพี่มีความรู้สึกว่าได้มาอยู่ในสถานที่ อีกมิติหนึ่งก็ได้ ที่ทุกคนตั้งใจในการสร้างความดีทุ่มเทชีวิต แล้วก็ทำด้วยความปลื้มปีติ ใบหน้าทุกคนมีความยิ้มแย้มเบิกบาน เห็นแล้วมีความสุข และทำให้เกิดกำลังใจที่จะสร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
หลวงพี่เชื่อว่าหลายท่านในที่นี้มีความรู้สึกปีติใจเช่นเดียวกับหลวงพี่ แล้วก็มีความรู้สึกปลาบปลื้มว่าเราเป็นผู้ที่มีบุญ ได้มีโอกาสสร้างมหาทานบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งท่านก็เมตตาลงรับปัจจัยให้กับพวกเราให้ได้มีโอกาสสั่งสมบุญกัน วันนั้นท่านก็ลงรับปัจจัยตั้งแต่ ๕ โมงเย็น จนกระทั่งทุ่มเศษ ท่านได้เมตตาเป็นเนื้อนาบุญให้กับเรา
บารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ถ้าท่านจะทอดกฐินสร้างมหาวิหารในครั้งนี้ หลวงพี่มีความมั่นใจว่าหลวงพ่อสามารถทำได้โดยไม่ยากเลย แต่ที่ท่านจัดให้มีการทอดกฐินในครั้งนี้เพื่อให้พวกเราได้มีโอกาสมาร่วมบุญ หลวงพี่ซาบซึ้งว่าหลวงพ่อท่านให้โอกาสพวกเรา ท่านอยากให้พวกเรามีบุญบารมีมาก ๆ จะได้สร้างบารมีและติดตามท่านไปได้ ท่านถึงได้ให้โอกาสเรารวบรวมปัจจัยมาถวายท่านในวันทอดกฐินของคุณยาย
หลวงพี่เห็นภาพนั้นก็ได้ทบทวนด้วยความภาคภูมิใจว่า ก่อนที่จะเข้ามาสร้างบารมี ณ วัดพระธรรมกายแห่งนี้ เมื่อมาเปรียบเทียบกับตัวเองตอนนี้ รู้สึกภาคภูมิใจว่า เราเห็นคุณค่าของบุญมากขึ้น เรามีความเชื่อมั่นในบุญมากขึ้น และที่สำคัญ เรามีความมั่นใจว่า เราได้ถวายมหาทานกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยกับคุณยายได้บุญจริง ๆ มีความเชื่อมั่นมาก ๆ
ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ได้เข้ามาสร้างบารมี แล้วก็นึกอัศจรรย์ว่า เพียงระยะเวลาไม่นานที่ได้เข้ามาสร้างบารมี ด้วยการฝึกฝนอบรมตนเอง ตามแนวทางที่คุณยายของเรา และพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองท่านได้วางมาตรฐานไว้ สามารถเปลี่ยนชีวิตหลวงพี่ไปได้อย่างมากมายมหาศาล หลวงพี่ได้ทบทวนดูว่าสิ่งใดที่ทำให้หลวงพี่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ แล้วก็ทำให้สาธุชนหลาย ๆ ท่านได้เข้ามาสร้างบารมีแล้ว เราเปลี่ยนแปลงได้
ก็พบว่าสาเหตุประการสำคัญนั้น นอกจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ก็เพราะว่าเรามีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ท่านเป็นทั้งพ่อทางธรรม ได้คอยชี้แนะว่าสิ่งนี้ เป็นบุญใหญ่ที่เราทำแล้วจะเป็นมหาสมบัติติดตัวเราข้ามภพข้ามชาติ จะเป็นบุญที่ย่นย่อการสร้างบารมีของเรา และท่านก็คอยให้กำลังใจว่าทำได้น่ะ คอยเชียร์ว่า ทุกคนทำได้ ให้กำลังใจ แล้วก็ยกย่องคนที่ทุ่มเทในการสร้างบุญบารมีให้กับพวกเราได้ชื่นชมอนุโมทนา ซึ่งเหล่านี้หลวงพ่อท่านเปิดโอกาส ให้เป็นบุญของเรา
ถ้าหากจะรอว่าให้เราคิดที่จะสร้างบารมีเอง ลำพังตัวหลวงพี่เองก็คงจะทำไม่ได้ขนาดนี้ อย่างน้อยทำก็คง ทำแบบนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็ไม่ได้มีความปลาบปลื้มนะ แต่ครั้งนี้เราโชคดี เรามีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เราถึงได้ทุ่มเทสร้างบารมีอย่างนี้ นับว่าเป็นความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ถ้าจะว่าไปแล้ว พระคุณของท่าน หลวงพี่คิดว่า เราไม่สามารถจะทดแทนได้หมด ไม่ว่าเราจะตายแล้วเกิดกี่ภพกี่ชาติก็ตาม
แล้วทุกครั้ง ที่มองพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็มีความซาบซึ้ง หลวงพี่ก็จะนึกไปถึงคุณยายทุกครั้งเลยว่าคุณยายท่านได้เมตตา อบรมฝึกฝนหลวงพ่อมา พวกเราทุกคนถึงได้มีครูบาอาจารย์ ที่เป็นยอดผู้นำในการสร้างบารมีอย่างนี้ ในครั้งแรกที่หลวงพี่ได้ยินคำว่าคุณยายของเราเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยซาบซึ้งเท่าไหร่นัก แต่เมื่ออยู่วัดนานมากขึ้น ก็ได้ซาบซึ้งว่าคำนี้มีความหมาย นั่นหมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ได้กลายมาเป็นวัดพระธรรมกายทุกวันนี้ ได้มีโอกาสสร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย ทั้งสถานที่ สภาธรรมกายสากล ที่ทนแดดทนฝน มหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งถ้าสร้างเสร็จสามารถรองรับมหาชนได้จำนวนล้าน แล้วก็มหาวิหารหลวงปู่วัดปากน้ำ ซึ่งกำลังจะสร้างต่อไป
นอกจากนี้ยังรวมถึงความเป็นระเบียบของพวกเรา ความสงบเสงี่ยมสง่างาม ที่พวกเราดูแล้วเหมือนกับเป็นสิ่งที่ชินตา แต่พวกเราเชื่อไหมว่า หลาย ๆ คนที่เขามาใหม่เขาเห็นแล้ว เกิดความชื่นชม อนุโมทนาว่า ทำไม พวกเราถึงได้มีระเบียบ มีความสะอาดขนาดนี้
สิ่งทั้งหลายล้วนแล้วมาจากคุณยายของเรา ที่ท่านได้ทุ่มเทเสียสละ อดทนในการสร้างวัดขึ้นมา คุณยายได้วางกฎระเบียบต่าง ๆ นับตั้งแต่คุณยายได้เริ่มสร้างวัดเมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว ในตอนนั้นคุณยายท่านอายุ ๖๐ ปี พวกเราลองนึกดูนะ คนอายุ ๖๐ ปี ส่วนใหญ่ก็คิดที่จะพักผ่อนกันแล้ว แต่คุณยายของเรา ท่านมีความอดทน และนึกถึงหมู่คณะที่จะตามมาในอนาคต ท่านจึงได้สร้างวัดขึ้นมา
หลวงพี่มาไม่ทันคุณยาย ได้มีโอกาสศึกษาจากประวัติของคุณยายจากพระอาจารย์ แล้วก็จากหนังสือประวัติของคุณยาย แล้วก็ได้มีโอกาสฟังเทปที่คุณยายท่านได้เล่าว่าในตอนที่สร้างวัด คุณยายท่านบอก ท่านเหนื่อยมากจริง ๆ เหนื่อยจนกระทั่งที่ว่าต้องล้มป่วยตั้งหลายวัน แต่สิ่งนี้ท่านทำเพื่อใคร พวกเราทุกคนในที่นี้ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว
หลวงพี่มีความประทับใจในคุณธรรมเรื่องความอดทนและเสียสละของคุณยายอย่างยิ่ง ในเรื่องความอดทนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นหนึ่งในบารมีทั้งสิบประการ ที่พระบรมโพธิสัตว์ผู้มุ่งหวังจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะต้องสร้างให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์
ก่อนที่จะเข้าถึงเรื่องของคุณยาย หลวงพี่อยากจะยกตัวอย่างการสร้างบารมีของพระบรมโพธิสัตว์สักเรื่องหนึ่ง ในสมัยหนึ่งที่พระบรมโพธิสัตว์ของเรา ก่อนที่ท่านจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงบังเกิดเป็นกษัตริย์ มีพระนามว่าพระเจ้าสิวราช ในครั้งนั้นพระองค์มีความปรารถนาอย่างยิ่งว่าจะสร้างบารมี จะสั่งสมบารมีเพื่อให้บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้
เมื่อทรงดำริเช่นนี้แล้ว ก็ทรงจัดตั้งโรงทาน ขึ้นมาในเมืองถึง ๕ แห่ง และโรงทานนี้ใครก็ตามที่ปรารถนาสิ่งของใด ๆ ก็สามารถที่จะรับได้ โดยพระองค์จัดตัวแทนในการมอบให้ และพระองค์ก็จะเป็นประธานในการถวายทานทุกกึ่งเดือน ก็ทรงทำอย่างนี้เรื่อยมาเลย ด้วยความปีติใจ
ต่อมาวันหนึ่ง เมื่อพระองค์ทรงประทับบนบัลลังก์ กำลังมอบทานนั้นเอง ก็มีพราหมณ์ตาบอดคลานเข้ามา คลานโซซัดโซเซเข้ามา เข้ามาทูลขอพระเนตร ทูลขอนัยน์ตาพระองค์ พระองค์มีความคิดว่าที่ผ่านมา เราได้ให้แต่ของนอกตัว แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสที่สำคัญเราจะได้ให้อวัยวะเป็นทาน ซึ่งถือว่าเป็นบุญบารมีที่ยิ่งยวด ก็ทรงมีความปีติใจ แล้วก็เสด็จกลับพระราชวังทันที พร้อมรับสั่งให้ผู้ติดตามนำตัวพราหมณ์ตาบอดนั้นไปด้วย
เมื่อถึงพระราชวัง พระองค์ทรงรับสั่งให้หมอหลวงจัดปรุงยาเพื่อจะมาใส่นัยน์ตาของพระองค์ ให้นัยน์ตาหลุดออกมา แม้ว่าหมอหลวงและข้าราชบริพารจะทัดทานอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะหักห้ามทานครั้งนี้ของพระองค์ได้ พระองค์รับสั่งให้หมอหลวงนำยานั้นมาถวาย
เมื่อหมอหลวงนำยามาถวาย ยานี้แบ่งเป็น ๓ ขนานด้วยกัน ขนานแรกเมื่อใส่ไปแล้ว นัยน์ตาของพระองค์ มีความรู้สึกปวดอย่างมาก ทรมานอย่างมาก แต่ก็ทรงกลั้นความเจ็บปวดนั้นไว้ พร้อมกับสั่งให้หมอหลวงนำยาขนานที่ ๒ มาให้อีก ทันทีที่ยาขนานที่ ๒ ถึงดวงตา ตานั้นก็ได้ กลิ้งกรอกอยู่ในบ่อของตา แต่ว่ายังไม่หลุดออกมา จนกระทั่งพระองค์ได้นำยาขนานที่ ๓ ใส่เข้าไปในนัยน์ตา ทันใดนั้นเองดวงตาของพระองค์ก็ได้หลุดออกมาจากเบ้าตา เลือดซึมออกมา
หมอหลวงต้องใช้มือซ้ายของหมอ ในการประคองนัยน์ตา แล้วก็ใช้มือขวา ตัดเอ็นที่มันยังรึงรัดนัยน์ตาอยู่ ให้นัยน์ตาหลุดออกมา แม้ว่าพระองค์จะทรงเจ็บปวดมากเพียงใดก็ตาม แต่ว่าความปีติใจที่จะได้ทำบุญใหญ่มันมากกว่าเมื่อพระองค์ได้รับนัยน์ตานั้น ก็ได้มอบให้กับพราหมณ์ที่มาขอ และผลบุญนี้เอง ในท้ายที่สุดดวงตาของพระองค์ก็กลับมองเห็นขึ้นมาอีกได้
ที่หลวงพี่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก็อยากจะบอกให้พวกเราว่า พระบรมโพธิสัตว์ของเราในแต่ละภพแต่ละชาติ ที่ท่านสร้างบารมีก่อนที่จะได้มาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เราได้กราบไหว้บูชา พระองค์ตั้งเป้าหมายไว้แล้วก็ทรงอดทน แล้วก็ได้เสียสละอย่างนี้ มานับภพนับชาติไม่ถ้วน บางพระชาตินี้ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สูญเสียทรัพย์ สูญเสียแม้กระทั่งชีวิต ทรงทำอย่างนี้มาอย่างตลอดต่อเนื่อง
และเมื่อศึกษาธรรมะในพระไตรปิฎก เราก็จะพบว่า ไม่ว่าพระบรมโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ กำเนิดเดรัจฉาน ก็ทรงทำอย่างนี้ตลอดมา หลวงพี่มีความรู้สึกอัศจรรย์ใจทำไมพระองค์ถึงได้มีใจที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น สิ่งที่คนทั่วไปเขาไม่กล้าแม้แต่กระทั่งจะคิด คิดที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่พระองค์ไม่เพียงแค่คิดเท่านั้น แต่ยังทำด้วย และสิ่งที่พระองค์ทำนี้ ทรงทำมาอย่างต่อเนื่อง นับเวลาเป็นอสงไขยทีเดียว ซึ่งก็แปลว่ายาวนานจนกระทั่งว่านับกันไม่ได้ จนกระทั่งบุญบารมี ๓๐ ทัศ เต็มเปี่ยมพระองค์จึงได้มาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของมนุษย์และเทวดา
หลวงพี่ได้ข้อสังเกต ๒ ประการของการสร้างบารมีของพระบรมโพธิสัตว์ว่า ท่านตั้งเป้าหมายใหญ่ ท่านกล้าคิดที่จะตั้งเป้าหมาย นอกจากนี้เมื่อท่านตั้งเป้าหมายแล้วว่าสิ่งใดที่เป็นความดีที่ท่านปรารถนา คือท่านปรารถนาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อตั้งใจอย่างนี้แล้วก็ทรงอดทนทุกอย่างเพื่อให้เป้าหมายได้บรรลุผล
ดังนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราท่านจึงเป็นบุคคลอจินไตย คนทั่วไปที่เขาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธอย่างจริงจัง เขาอาจจะมีคำถามในใจว่า ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราถึงได้มีลักษณะที่พิเศษ แตกต่างจากคนอื่น ซึ่งเราในฐานะที่เป็นชาวพุทธ เราก็ได้ทราบกันดีอยู่แล้ว ก็เพราะว่าพระองค์ทรงสั่งสมเหตุที่มันไม่ธรรมดาเป็นอจินไตย ที่คนทั่วไปไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ แต่พระองค์ทำได้
ดังนั้น เมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยม ก็ไม่แปลกที่พระองค์จะได้ลักษณะที่สมบูรณ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะกายมหาบุรุษที่พร้อมในการสร้างความดีทุกอย่าง มีมหาสมบัติจักรพรรดิที่เรียกว่าตักกันไม่พร่อง สามารถนำสมบัติมาเลี้ยงดูมนุษย์ในยุคนั้น ๆ ได้ อย่างที่ไม่ต้องขัดเคืองในการหาเลี้ยงชีพ และที่สำคัญด้วยความอดทนที่พระองค์ทรงสั่งสมมานี้เอง ทำให้พระองค์เมื่อตรัสรู้แล้วก็สามารถเทศนาสั่งสอนโปรดสัตว์โลกให้ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้อย่างมากมาย
ทีนี้เราย้อนมาดูคุณยายของเรา คุณยายของเรานั้น ท่านได้บำเพ็ญตนตามแบบอย่างพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายในกาลก่อน ประวัติของคุณยายนั้นหลวงพี่เชื่อว่า พวกเราในที่นี้ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กว่าที่คุณยายท่านจะได้มีโอกาสมาศึกษาธรรมะจากหลวงปู่วัดปากน้ำนั้น เส้นทางการสร้างบารมีของท่าน ท่านต้องอดทนอย่างมาก คำว่าเต็มไปด้วยขวากหนาม น้อยไปสำหรับคุณยาย เพราะว่าท่านออกจากบ้าน ตัวคนเดียว แล้วก็ยอมทุกอย่าง อดทนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นคนรับใช้เขา อดทนต่อคำเสียดสี กระทบกระทั่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ และจะได้ศึกษาธรรมะได้สำเร็จ และในที่สุดคุณยายก็ทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้
ในเรื่องการสร้างความดีของคุณยายนั้น หลวงพี่มีความประทับใจในส่วนตัวที่ว่าในเรื่องการตั้งเป้าหมายของคุณยาย คนส่วนใหญ่ไม่ว่าเขาจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความดี แต่เมื่อตั้งเป้าหมายไปแล้ว หลาย ๆ ครั้งก็ได้มีการล้มเลิกเป้าหมายนั้นกลางคัน หรือว่าหย่อนลงไป แต่คุณยายของเราไม่ใช่ ไม่เป็นเช่นนั้นเลย นับตั้งแต่คุณยายของเราท่านได้ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่วัดปากน้ำ ได้รู้เป้าหมายของชีวิตว่า การเกิดมาของคุณยายมีเป้าหมายใหญ่ คุณยายต้องเกิดมาสร้างบารมี และเพื่อนำพาหมู่คณะทั้งหลายไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ตั้งแต่คุณยายรู้เป้าหมายนี้ คุณยายท่านก็มุ่งมั่นอยู่กับเป้าหมายนี้ตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ในเวลาที่คุณยายท่านสบายใจ ท่านก็จะพูดเสมอว่า ใครจะไปนิพพานก็ไปเถอะ ยายไม่ไปหรอก ยายจะอยู่ปราบไอ้ดำ คำพูดของคุณยายคำนี้เป็นคำที่สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของท่าน ท่านตั้งใจที่จะสร้างบารมีตามอย่างพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ จนกระทั่งสามารถไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมได้
และเมื่อคุณยายท่านตั้งเป้าหมายไว้อย่างนี้แล้ว ด้วยดวงปัญญาของท่าน ท่านก็รู้ว่าการจะไปให้ถึงเป้าหมายคือที่สุดแห่งธรรมนั้นไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย การที่จะนำพาหมู่คณะหมู่ใหญ่ไปได้นั้น จำเป็นจะต้องมีกำลังบุญ กำลังบารมีอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ จะต้องทุ่มเทชีวิต เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการทำความดี แล้วก็จะต้องพยายามที่จะลด ละ เลิก นิสัยที่ไม่ดีให้หมดไป เพราะเมื่อคุณยายท่านศึกษาค้นธรรมะไปมากเข้ามากเข้า ท่านก็รู้ว่าอุปสรรคของชีวิตล้วนมาจากวิบากกรรมที่เราเคยทำไม่ดีไว้ในอดีต
และเมื่อคุณยายท่านตั้งเป้าหมายไว้อย่างนี้แล้วว่า เราจะต้องมีบุญบารมีมาก คุณยายท่านก็บากบั่นสร้างบุญบารมีตลอดชีวิตของท่าน หลาย ๆ ท่านถ้ามีโอกาสได้มาพบคุณยาย ในสมัยที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ เราก็คงจะรู้สึกอัศจรรย์ใจว่า ทำไมคุณยายถึงได้ทุ่มเท สร้างบุญมากขนาดนี้ เราเห็นแล้วเรารู้สึกแปลกใจ แล้วก็รู้สึกว่าอยากจะทำความดีตามคุณยาย ทั้งนี้ก็เพราะว่าคุณยายท่านรู้ถึงคุณค่าของบุญ
คุณยายได้เคยกล่าวไว้ว่า ชาตินี้ยายกลัวอยู่อย่างเดียว ยายกลัวว่าบุญจะน้อยกว่าคนอื่นเขา เพราะว่าถ้าคุณยายมีบุญมาก ทุกอย่างที่ปรารถนาก็จะสำเร็จ ที่จะทำก็จะสำเร็จทุกอย่าง ใครก็มาขวางไม่ได้ ด้วยอำนาจของบุญ ดังนั้นการมีบุญมากจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จะทำสิ่งใดก็ทำได้ทุกอย่าง และก็สำเร็จทุกอย่างด้วย
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคุณยายของเรา ถึงได้ทุ่มเทสร้างบุญบารมีมากขนาดนี้ นอกจากนี้คุณยายท่านคำนึงถึงพวกเราที่จะตามมาสร้างบารมีกับคุณยาย คุณยายท่านได้เคยกล่าวไว้ว่าการที่จะช่วยคนอื่นได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบุญมาก ดังนั้น เราจะเห็นว่าคุณยายท่านถึงได้รักแล้วก็ทุ่มเทในการสร้างบุญบารมีอย่างมาก
นอกจากนี้ท่านยังได้ย้ำสอนพวกเราให้ขวนขวายในการทำความดีตามท่านไปด้วย เรื่องการแก้ไขนิสัยของตัวเรา คุณยายท่านก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ท่านรู้ว่าตราบใดก็ตาม ถ้าพวกเรายังไม่หมดกิเลส ในภพชาติต่อ ๆ ไปที่ต้องเกิดมาสร้างบารมีอีก ถ้าจะให้สร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบาย สำเร็จดังใจนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีให้หมดไปให้ได้ คุณยายท่านก็ได้เป็นต้นแบบในการแก้ไขข้อบกพร่องของตัวท่านเองตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นงานหยาบที่เป็นรูปธรรม ความสะอาดของคุณยาย ความเป็นระเบียบของข้าวของที่คุณยายจัดไว้ สิ่งเหล่านี้เราทุกท่านก็ได้ทราบกันดีอยู่แล้ว
และคุณยายท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า ยายได้รู้ ได้เข้าใจว่าสุดยอดของการฝึกตนนั้นก็คือการปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงวิชชาธรรมกายให้ได้ ซึ่งเราทุกคนในที่นี้ที่เป็นลูกหลานคุณยายเราก็ได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่คุณยายของเรา ท่านได้ทำอย่างแตกฉานมาตลอดชีวิตของท่าน ชีวิตของยายจึงมีแต่ความบริสุทธิ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ
คุณยายท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า ยายมองดูดวงบุญ ดวงธรรมในตัวของตัวของยาย เห็นสว่างไสวไปหมด เห็นแล้วก็ดีใจ ดูผังเก่า ๆ ที่ทำมาทั้งหมด มองไม่เห็นความไม่ดีเลย เห็นแต่ความดีล้วน ๆ เห็นแต่ความบริสุทธิ์ตลอดทั้งหมด เห็นอย่างนี้แล้ว ยายมองเห็นการสร้างบารมีของยายว่าคว้าธงชัยอย่างแน่นอน เพียงแต่ประคับประคองให้หมดชาตินี้ ชาติต่อไปจะสมบูรณ์ทุกอย่าง อะไรไม่ดี จะไม่เจออีกเลย ยายชนะแน่นอน ต้องปราบมารสำเร็จแน่นอนด้วย เพราะยายสั่งสมความดีไว้มาก
สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า คุณยายของเราท่านได้อุทิศชีวิตของท่านในการสั่งสมความดีมาตลอดชีวิต แล้วก็ได้พากเพียรในการแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีของท่านให้หมดไปอย่างต่อเนื่อง คุณยายท่านได้เป็นต้นบุญต้นแบบในการสร้างบารมีของพวกเรามาโดยตลอด
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้เคยกล่าวสรรเสริญคุณธรรมของคุณยายไว้ว่า คุณยายนั้นเป็นบุคคลที่พิเศษ ใจของท่านมุ่งไปที่สุดแห่งธรรมตลอดเวลา สนใจแต่เป้าหมาย ไม่สนใจในเรื่องปลีกย่อย ท่านทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด การทำความดีของคนอื่น มีระยะเวลาที่ไม่แน่นอน แต่ความดีของคุณยายนั้นไม่ได้ทำเพียงวันเดียว แต่คุณยายท่านทำความดีจนกระทั่งชนะใจทุกคน ชนะกาลเวลา ช่วงชีวิตของคุณยายจึงมีแต่ความงดงาม เยี่ยมยอด สง่างาม
ในวันนี้ แม้ว่าคุณยายท่านจะละสังขารจากพวกเราไปแล้ว แต่วิชชาธรรมกายที่ท่านได้สืบทอดจากหลวงปู่วัดปากน้ำ และวัดพระธรรมกายที่คุณยายได้อดทนสร้างมา ก็ยังอยู่มาถึงพวกเรา คุณยายท่านได้ใช้ชีวิตในการดำเนินรอยตามพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายในกาลก่อน ท่านเป็นต้นแบบผู้กล้าที่จะตั้งเป้าหมายใหญ่ และบากบั่นทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จมาตลอดชีวิตของท่าน เพราะความดีที่คุณยายได้ทำอย่างต่อเนื่องนี้เอง คุณยายจึงเป็นแหล่งรวมของความบริสุทธิ์ ที่ใครก็ตามได้มาทำบุญกับคุณยาย ย่อมจะได้บุญใหญ่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนว่า การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่ยาก การได้มาพบพระพุทธศาสนา ก็เป็นสิ่งที่เกิดได้ยาก แต่ที่สำคัญและยากที่สุดเรามีบุญ โชคดี ได้มาพบวิชชาธรรมกายที่หลวงปู่วัดปากน้ำท่านได้ค้นพบกลับมา ได้มีโอกาสมาพบคุณยาย ซึ่งท่านได้เป็นต้นแบบในการสร้างบารมีให้กับพวกเราได้เห็น และก็ได้เป็นแบบอย่างให้เราเกิดกำลังใจที่จะทำความดีตามท่าน ซึ่งตรงนี้หลวงพี่ถือว่าเป็นพระคุณที่คุณยายท่านมีต่อพวกเรา
และถ้าพวกเรามีโอกาสที่จะสามารถตอบแทนคุณของคุณยายได้ หลวงพี่ก็มีความเชื่อมั่นว่าเราก็อยากที่จะทำ และโดยเฉพาะในช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เปิดโอกาส ให้มีการร่วมบุญประธานกองกฐินคุณยาย เพื่อสร้างมหาวิหารหลวงปู่วัดปากน้ำ ซึ่งเป็นบุญใหญ่ เพราะว่าพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำท่านเป็นพระบรมโพธิสัตว์ เพราะว่าท่านมุ่งที่จะสร้างบารมีไปจนกว่าจะขนสรรพสัตว์เข้าสู่พระนิพพานให้หมด ซึ่งเป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายที่ใหญ่ ซึ่งหลวงปู่ท่านก็ได้ทำมาตลอดชีวิตของท่าน และก็ได้สืบทอดมาถึงคุณยาย
ดังนั้น การที่เราได้มีโอกาสได้มารับทราบข่าวบุญในครั้งนี้ หลวงพี่ว่าพวกเราโชคดีที่ได้มีโอกาสมาตักตวงบุญใหญ่ ที่จะเป็นเสบียงติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการทดแทนพระคุณของคุณยายด้วย เพราะว่าสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่คุณยายท่านได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่า ปรารถนาจะสร้างมหาวิหารเพื่อบูชาธรรมหลวงปู่วัดปากน้ำ
และในช่วงสุดท้ายนี้ก่อนที่พวกเราจะได้แยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจต่อไป หลวงพี่ก็ขอเรียนเชิญทุกท่านได้ปฏิบัติธรรมบูชาคุณแด่คุณยายของเราในช่วงท้าย แล้วก็จะเป็นช่วงต้นในการที่เราจะได้ตั้งใจที่จะทำความดี ตั้งใจที่จะสร้างทานบารมีครั้งนี้ตามคุณยายของเราต่อไป
เราก็ทบทวนถึงคุณธรรมของคุณยาย ที่ท่านได้สร้างความดีของท่านมาตลอดชีวิต เป็นต้นบุญต้นแบบให้กับพวกเรา และให้พวกเราทุกคนตั้งใจมั่น ว่าเราจะตั้งใจสร้างความดีตามคุณยายของเราไป สิ่งใดก็ตามที่เป็นความปรารถนาของคุณยาย เรามีโอกาสทำได้ เราก็จะทุ่มเททำให้เต็มที่ หลวงพี่ว่าบุญนี้เราจะได้น้อมถวายแก่คุณยาย แล้วก็จะได้เป็นบุญติดตัวของเราไปในภพชาติเบื้องหน้า ให้เราได้เกิดมาร่วมสร้างบารมีกับคุณยายไปทุกภพทุกชาติ แล้วเราก็นึกอธิษฐานจิตกับคุณยายไปสักครู่หนึ่งนะ
********************************** จบ **********************************