บรมสมบัติ
(ม้วน 1/A)
พระสุพักตร์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เคารพอย่างสูงสุดด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานผู้มีบุญทุกๆ ท่าน (สาธุ)
นับตั้งแต่คุณยายอาจารย์ได้ละสังขารตั้งแต่วันที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๓ จวบจนถึงวันนี้วันที่ ๑๖ มิถุนายน ก็ล่วงเวลาได้ ๑๐ เดือนแล้ว ท่านทั้งหลายก็ยังมาร่วมบุญมาเอาบุญกับคุณยายอาจารย์ มาแสดงความกตัญญูกตเวทีอย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด หลายๆ ท่านพอเลิกจากที่ทำงานก็รีบออกจากที่ทำงานมาที่วัดพระธรรมกายแห่งนี้ เพื่อที่จะมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลคุณยายอาจารย์ หลายๆ ท่านก็เป็นนิสิตนักศึกษา พอเลิกที่ พอเลิกเรียนจากมหาวิทยาลัยก็มุ่งตรงมาที่วัดพระธรรมกายแห่งนี้ เพื่อที่จะมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลมาเอาบุญกับคุณยายอาจารย์ ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคในเรื่องระยะทางบ้าง เรื่องการจราจรบ้าง แต่ทุกๆ ท่านก็ยังรักที่จะมาเอาบุญกับคุณยายอาจารย์ มาแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยายอาจารย์อย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด เห็นแล้วก็เป็นที่น่าปลื้มปีติใจ หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านด้วยนะ (สาธุ)
มีคำกล่าวที่ว่าคนเราจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนมีอยู่ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งๆ นั้นไปแล้ว ตัวอย่างเช่นเศรษฐีคนหนึ่งเป็นผู้ที่มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล จะปรารถนาสิ่งใด จับจ่ายใช้สอยสิ่งใด ก็สมความปรารถนาทุกๆ ประการ แต่มีวันหนึ่งทรัพย์สมบัติของเศรษฐีผู้นี้ถึงคราวมีอันเป็นไป จะด้วยสาเหตุอันใดก็ตาม เศรษฐีผู้นี้เปลี่ยนจากผู้ที่มีความมั่งคั่ง เปลี่ยนจากผู้ที่มีความเพียบพร้อม ไปเป็นผู้ที่มีอัตคัด ขัดสน เศรษฐีผู้นี้ย่อมจะเห็นคุณค่าของทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่ของตน มากกว่าเดิมอีกหลายเท่า อุปมาเหมือนกับคนตาบอดข้างเดียว คนที่ตาบอดข้างเดียวย่อมจะรักษา ย่อมจะเห็นคุณค่าของดวงตาของตน มากกว่าคนตาดีหลายๆ เท่า
พวกเราทุกๆ ท่านย่อมจะมีสิ่งอันเป็นที่รักของตนเองทุกๆ คน ให้เราลองถามตัวเองว่าเราเคยสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักของตนไหม ถ้าเคย เมื่อสูญเสียไปแล้ว เรากลับมารู้สึกไหมว่าเรายังปฏิบัติต่อสิ่งอันเป็นที่รักนั้น เรายังรักษาสิ่งอันเป็นที่รักนั้นได้ดีเพียงพอ สมกับคุณค่าของสิ่งๆ นั้นที่มีต่อเรา
ในวันนี้หลวงพี่จะบอกสิ่งที่มีคุณค่ามากต่อชีวิตของพวกเรา เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เรียกได้ว่าเป็นบรมสมบัติเรียกได้เลยทีเดียว จะหาทรัพย์สมบัติใดๆ ในโลกนี้มาเปรียบเทียบกับสมบัตินี้ไม่ได้เลย สมบัตินี้มี ๖ ประการ จะมีอะไรบ้าง เราท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่นี้ มีสมบัติที่มีค่ามหาศาลอย่างนี้กันไหม พวกเราลองฟังดูนะ
สมบัติที่มีค่ามาก ประการแรก เรียกว่าคติสมบัติ คติสมบัตินี้คือการได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เหตุใดจึงกล่าวได้ว่าการได้อัตภาพเป็นมนุษย์นั้น เป็นสมบัติที่มีค่ามหาศาลอย่างยิ่ง ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าชีวิตทุกชีวิตนั้นจะต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร จะต้องตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย เดินทางอยู่ในวัฏสงสารอันยาวไกลนี้ เป็นระยะเวลานานแสนนาน จะไปเกิดในภพภูมิใดนั้น ก็แล้วแต่ว่าบุญหรือกรรมที่ตนเองได้ทำไว้ จะส่งผลให้ไปเกิดในภพภูมิใด ภพภูมิที่แต่ละชีวิตได้เวียนว่ายตายเกิดนั้น มีหลายร้อยหลายพันภพภูมิ จะแบ่งเป็น ๒ ภพภูมิใหญ่ๆ ได้ ๒ ภพภูมิ ก็คือ
๑. สุคติภูมิ
๒. คือทุคติภูมิ
สุคติภูมินั้นคือภพภูมิที่ดี เป็นภพภูมิของฝ่ายบุญ ฝ่ายกุศล นำชีวิตไปเกิด จะแบ่งเป็น ๓ โลกใหญ่ๆ แบ่งได้เป็น ๓ โลกใหญ่ๆ คือ
๑. มนุษยโลก
๒. เทวโลก
๓. คือพรหมโลก
แต่ละโลกนั้นก็จะแบ่งเป็นภพภูมิย่อยๆ ไปอีกหลายภพภูมิ เช่นเทวโลกนั้นก็จะแบ่งไปเป็นที่อยู่ของเทวดาอีก ๖ ชั้น ส่วนพรหมโลก็แบ่งเป็นที่อยู่ของรูปพรหมอีก ๑๖ ชั้น และอรูปพรหมอีก ๔ ชั้น ส่วนฝ่ายทุคติภูมิ ทุคติภูมินี้คือภพภูมิชั้นต่ำ เป็นภพภูมิที่ฝ่ายบาป ฝ่ายอกุศลนำไปเกิด ก็จะแบ่งเป็น ๔ ภพภูมิใหญ่ๆ คือ
๑. ภพภูมิของสัตว์นรก
๒. ภพภูมิของเปรต
๓. ภพภูมิของอสูรกาย
๔. คือภพภูมิของสัตว์เดรัจฉาน
ภพภูมิของทุคติภูมินี้ก็จะมีหลายร้อยหลายพันภพภูมิออกไป ในบรรดาสุคติภูมิ และทุคติภูมินี้รวมแล้วก็จะมีหลายร้อยหลายพันภพภูมิ ซึ่งก็จะต้องเวียนตายเกิดอยู่ในภพภูมิเหล่านี้ แต่มีภพภูมิของมนุษย์เท่านั้นที่เป็นหนึ่งในหลายร้อยหลายพันภพภูมินี้ เป็นภพภูมิที่สามารถสร้างบุญบารมีได้อย่างเต็มที่ แม้จะเป็นเทวดาที่เป็นภพภูมิที่ไปเสวยผลบุญที่ทำเอาไว้แล้วนี่ เป็นเทวดาก็ไม่สามารถสร้างบุญสร้างบารมีได้เต็มที่เหมือนกับที่เป็นมนุษย์
การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น จึงถือว่าเป็นสมบัติที่มีค่ามากมายมหาศาล
สมบัติที่มีค่ามากประการที่ ๒ เรียกว่ากาลสมบัติ หมายถึงการได้เกิดมาในคราวที่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โลกของเรานี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าจะมีพระพุทธศาสนาดำรงอยู่คู่โลกตลอดกาล ช่วงระยะเวลาที่พระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้นนั้นมีน้อยกว่าช่วงเวลาที่ไม่มีพระพุทธศาสนาอยู่มาก เพราะว่าการบังเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนานั้นหมายถึงจะต้องมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาอุบัติขึ้น ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้นต้องใช้ระยะเวลาการสร้างบารมีนานแสนนาน อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันในยุคของพวกเรานี้ พระองค์ก็ทรงบำเพ็ญบารมี สร้างบารมีมาเป็นระยะเวลา ๒๐ อสงไขย กับอีกแสนมหากัป ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานมาก การที่เราได้เกิดมาในคราวที่มีคำสอนของพระพุทธศาสนานี้ จึงถือว่าเป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่ามหาศาลอีกประการหนึ่ง
สมบัติประการที่ ๓ เรียกว่าประเทศสมบัติ คือการที่เราได้เกิดมาในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา โลกของเรานี้เป็นโลกที่กว้างใหญ่ มี เป็นที่ตั้งอยู่ของประเทศมากมายหลายประเทศ เกิดมีคนใดคนหนึ่งได้ไปเกิดในประเทศที่ไม่มีพระพุทธศาสนา ไม่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลคนนั้นก็ยากที่จะได้พบคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยากที่จะได้พบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ ยากที่จะพบหนทางแห่งการสร้างบารมี การที่พวกเราได้เกิดมาในประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองที่สุดนี้ จึงถือว่าเป็นสมบัติที่มีค่ามากอีกประการหนึ่ง
สมบัติประการที่ ๔ เรียกว่ากุลสมบัติ หมายถึงการได้เกิดในตระกูลหรืออยู่ในกลุ่มคนที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าเราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้เกิดมาพบคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังได้เกิดมาในถิ่นที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองแล้ว แต่ถ้าเราเกิดมาในตระกูลที่ไม่เห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา เราเกิดมาได้พบสังคมที่ไม่มีความศรัทธา ไม่มีความเคารพ ไม่มีความเลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตัวเราเองก็พลอยจะมีความคิดเห็นอย่างนั้นไปด้วย เพราะว่าบุคคลรอบข้างแห่งตัวเรานั้นต่างก็มีผลกับเราเป็นอย่างยิ่ง การที่เราได้เกิดมาเป็นตระกูลที่นับถือพระพุทธศาสนา ได้พบหมู่คณะที่เลื่อมใส เคารพศรัทธาในคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงเป็นสมบัติที่ใหญ่หลวงของเราอีกประการหนึ่ง
สมบัติประการที่ ๕ เรียกว่าอุปธิสมบัติ คือการได้อัตภาพสมบูรณ์ไม่พิกลพิการ ถึงแม้ว่าบุคคลคนหนึ่ง บุคคลข้างต้นนี่จะได้สมบัติครบทั้ง ๔ ประการ คือได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้เกิดมาในคราวที่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้เกิดมาในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาแล้ว แต่ถ้าเมื่อเกิดมาแล้วองคาพยพไม่สมบูรณ์ หูหนวกบ้าง ตาบอดบ้าง หรือเป็นผู้ที่มีสติไม่สมบูรณ์บ้าง บุคคลนี้ก็ไม่สามารถศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้จะปฏิบัติธรรมก็ปฏิบัติธรรมได้อย่างไม่เต็มที่ เหมือนกับบุคคลที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ โดยเฉพาะเพศชายแล้ว ถ้าเกิดมามีร่างกายไม่สมบูรณ์ พิกลพิการอย่างใดอย่างหนึ่ง ชายผู้นี้ก็จะไม่สามารถบวชในพระพุทธศาสนาได้เลย เพราะฉะนั้นการที่เราได้เกิดมาแล้วมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ จึงเป็นการที่เราได้สมบัติที่มีค่ามากมายมหาศาลอีกประการหนึ่ง
สมบัติประการที่ ๖ เรียกว่าทิฏฐิสมบัติ หมายถึงการเป็นผู้มีความเห็นถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ ผู้ที่มีความเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นอย่างไร คือผู้ที่มีความเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ตรัสรู้จริงๆ พระธรรมคำสั่งสอนนี้สามารถช่วยให้บุคคลพ้นทุกข์ได้จริง การให้ทานดีจริง อย่างนี้เป็นต้น
ถ้าใครมีความเห็นผิด เป็นมิจฉาทิฏฐิ เช่นมีความเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือพระอริยสาวกนั้นไม่สามารถบรรลุธรรมได้จริง บุญไม่มี บาปไม่มีอย่างนี้ บุคคลคนนี้ถึงแม้ว่าจะมีกัลยาณมิตรชี้ทางที่ถูกต้องอย่างไร เขาก็ไม่ยอมฟัง ความที่เป็นมิจฉาทิฏฐินี้เองก็จะมาทำลายเขาในภายหลัง การที่เราเป็นผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิมีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงนั้น นี้จึงเป็นสมบัติที่มีค่ามากมายมหาศาลอีกประการหนึ่ง
สมบัติที่มีค่ามากมายมหาศาลทั้ง ๖ ประการนี้ อันได้แก่
๑. การได้อัตภาพเป็นมนุษย์
๒. การได้เกิดมาในคราวที่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๓. คือการได้อยู่ในประเทศที่มีคำสอนของพระพุทธศาสนา
๔. คือการได้อยู่ในตระกูลหรือหมู่คณะที่เลื่อมใสศรัทธาในคำสอนของพระพุทธศาสนา
๕. คือการได้อัตภาพสมบูรณ์ ไม่พิกลพิการ และ
๖. การเป็นผู้ที่มีความเห็นถูกต้อง มีความเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิ
พวกเราในที่นี้ล้วนมีสมบัติทั้ง ๖ ประการนี้ครบทุกคน ถ้าจะเปรียบกับชาวโลกทั้งหลายแล้ว พวกเราถือว่าเป็นผู้ที่มีบุญมาก เป็นผู้ที่พร้อมต่อการสร้างบุญบารมีอย่างที่สุด เพราะฉะนั้นเราต้องอาศัยมหาสมบัติทั้ง ๖ ประการนี้สร้างบุญบารมีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การรักษาศีล หรือว่าการนั่งสมาธิเจริญภาวนา เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเราแล้ว เราจึงจะไม่เสียดายในภายหลัง เพราะว่าเราได้ใช้ประโยชน์จากมหาสมบัตินี้อย่างคุ้มค่าแล้ว
ท้ายที่สุดนี้หลวงพี่ก็ขอเชิญพวกเราได้เอาบุญละเอียดกับคุณยายอาจารย์ด้วยการนั่งธรรมะกันนะ ให้พวกเราวางใจอย่างสบายๆ ไว้ที่กลางท้อง นึกถึงคุณยายอาจารย์ให้ปรากฏอยู่ที่กลางท้องของพวกเรา ให้เราหยุด นิ่ง ลงไปในกลางของกลาง นึกขอบุญขอบารมีจากคุณยายอาจารย์กันนะ
สัพเพ….
PAGE
PAGE 6
หน้า
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\มิถุนายน\44-06-16 FW-AAT.doc