คนรักบุญ
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาและท่านสาธุชนลูกหลานคุณยายทุก ๆ ท่าน (สาธุ)
ขอเชิญนั่งกันตามสบายกันทุก ๆ คนนะ หัวข้อธรรมะที่หลวงพี่จะได้นำมาแสดงเพื่อสรรเสริญคุณธรรมของคุณยายในวันนี้หลวงพี่จะแสดงในหัวข้อธรรมที่ชื่อว่า “ปุพเพกตปุญญตา” ความมีบุญวาสนามาก่อน ซึ่งหัวธรรมนี้ก็มาในมงคลชีวิต ๓๘ ประการนั่นเอง ซึ่งเป็นมงคลที่ ๕ การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้นจะเป็นผู้ที่มีบุญวาสนามาก่อนนั้น บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้สั่งสมบุญในอดีตมามากทีเดียว สั่งสมบุญในอดีตก็หมายถึงว่าได้เป็นผู้ที่ทำบุญในกาลก่อนนี้มามาก โดยบุญในกาลก่อนนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ชนิดด้วยกัน คือ
ประการที่ ๑ บุญในช่วงไกลหมายถึงอะไร ก็หมายถึงคุณความดีที่เราได้ทำในภพชาติก่อน ๆ นั้นเอง จนมากระทั่งถึงวันที่เราคลอดจากครรภ์มารดา อันนี้เป็นบุญในช่วงไกล บุญในกาลก่อนประการที่ ๒ คือเป็นบุญในช่วงใกล้ก็หมายถึงว่าคุณความดีที่เราในที่เราได้กระทำในภพชาติปัจจุบันนี้เอง นับตั้งแต่ไหน นับตั้งแต่วันคลอดจนกระทั่งถึงวันนี้นั่นเอง เป็นบุญความดีในช่วงใกล้ทีเราทำในภพชาติปัจจุบันของเรา เราจะเป็นผู้ที่มีบุญวาสนาสั่งสมมามากน้อยแค่ไหนเราก็ดูได้จากการทำบุญของเราทั้ง ๒ ช่วงนี้นะ บุญในช่วงใกล้นี่เราก็สามารถดูได้ด้วยการระลึกถึงอดีตของเราว่าเราทำบุญมามากน้อยแค่ไหน
ส่วนบุญในช่วงไกลนี้น้อยคนนักที่จะไปรู้ได้ ว่าเราได้ทำบุญในภพชาติที่แล้ว ๆ นี่มามากน้อยเท่าไหร่ต้องอาศัยผู้ที่รู้มีญาณนี่แหละถึงจะไปรู้ได้ บุคคลผู้ที่เป็นตัวอย่างในความเป็นผู้รักบุญในความเป็นผู้ที่มีบุญวาสนามาแต่ก่อนอย่างมากนี่ก็คือคุณยายอาจารย์ของเรานั่นเอง คุณยายอาจารย์นั้นเป็นผู้ที่มีความรักบุญมาก ดังคำกล่าวของคุณยายที่ท่านได้กล่าวไว้ว่า “ยายนี่ยึดบุญเป็นใหญ่ ยายรักบุญมากที่สุด เพราะบุญช่วยยายได้ คนยังมีกิเลสเดี๋ยวก็ดีบ้าง เดี๋ยวก็ร้ายบ้าง ยายยึดบุญของยายเป็นที่พึ่ง” แล้วก็หลวงพี่เองนั้น เมื่อได้ศึกษาคำสอนของคุณยายได้อ่านมาถึงตรงนี้ว่าคุณยายนั้นเป็นผู้ที่มีความรักบุญมาก หลวงพี่ก็นึกทีเดียวว่าไม่เคยเจอคำสอนอย่างนี้เลย ไม่เคยเจอคำพูดอย่างนี้เลย ไม่ว่าจะอ่านหนังสือจากที่ใด ๆ ก็ตาม ก็ไม่เคยเจอคำสอนให้รักบุญมาก ๆ นี่เลย
หลวงพี่ก็คิดต่อไปว่า เอ้อ คุณยายมีความคิดอย่างไรนะ ถึงได้มีความคิดอย่างนี้ว่าคุณยายนี่รักบุญมาก ซึ่งคนทั่ว ๆ ไปเขาไม่คิดกันอย่างนี้ จะคิดถึงบุญก็ยังไม่คิดกันเลย หลวงพี่คิดไปคิดมานะก็คิดถึงเรื่องหนึ่งในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำนะ คงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ในสมัยหลวงพ่อปากน้ำในสมัยนั้นก็ได้เล่ากันว่าได้มีแม่ชีอยู่คนหนึ่งที่ได้ช่วยทำครัวอยู่ในโรงครัวที่วัดปากน้ำนั่นน่ะ คราวหนึ่งก็ได้เกิดป่วยเป็นโรคอย่างหนึ่ง อยู่ต่อมาไม่นานแม่ชีคนนี้ก็ได้เสียชีวิตไป ได้ตายไป หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้ใช้ให้คุณยายนี่ไปดูสิว่า แม่ชีคนนี้ที่ตายไปนี่ตายแล้วไปเกิดที่ไหน มีวิมานเป็นอย่างไรบ้าง มีบริวารเป็นอย่างไรบ้าง คุณยายก็ได้ไปดู แล้วคุณยายก็ได้มาบอกกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ และในครั้งนั้นคุณยายเองก็มีความอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมากเลยนะว่า แค่เป็นแม่ชีช่วยทำงานอยู่ในโรงครัวในวัดปากน้ำเท่านั้นน่ะ ช่วยทำอาหารเลี้ยงพระเท่านั้นทำไมถึงมีวิมานที่ใหญ่โตสวยงามกว่าชาวสวรรค์โดยทั่ว ๆ ไป
วิมานของแม่ชีคนนี้บอกว่าเป็นทองด้วยนะ ไม่ใช่เป็นเงิน แล้วก็มีบริวารเยอะแยะมากเลยในวิมานของแม่ชีนี่ คุณยายท่านมีความสงสัยอย่างนี้ก็เลยถามหลวงพ่อวัดปากน้ำไปว่า หลวงพ่อเจ้าขาทำไมเขาแค่ช่วยทำงานอยู่ในโรงครัว ช่วยทำอาหารเลี้ยงพระเท่านั้น ทำไมเขาถึงได้บุญเยอะนัก คุณยายท่านถามหลวงพ่อไปอย่างนี้นะ หลวงพ่อท่านก็ได้ตอบว่า ก็เขาทำเลี้ยงทักขิไณยบุคคล เขาทำเลี้ยงธรรมกาย ธรรมกายเป็นเนื้อนาบุญ เขาทำถูกจุดแห่งบุญ ถูกอู่แห่งบุญมันก็ได้บุญเยอะสิว่ะ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านบอกว่าอย่างนี้นะ
แล้วคุณยายก็ยังได้ถามหลวงพ่อวัดปากน้ำต่อไปว่า แล้วลูกล่ะลูกไม่ได้ทำครัว ลูกทำแต่วิชชาอยู่อย่างเดียวอย่างนี้น่ะลูกจะได้บุญแค่ไหน ลูกจะมีวิมานเป็นอย่างไร หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้ตอบคุณยายไปว่า ของเองไม่ต้องพูดหรอกวะ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วคุณยายเองก็ได้รู้เห็นเองแล้วนะว่าวิมานของตัวเองนั้นเป็นอย่างไร แต่ได้ถามหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็เพื่อเป็นการตอกย้ำในใจของคุณยายอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น นี่น่ะทุก ๆ คนนะ เมื่อได้พิจารณาถึงเรื่องนี้แล้วเมื่อก่อนนี้หลวงพี่ก็ได้ฟังเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้คิดทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อมานึกคิดอีกครั้งหนึ่งก็ทำให้มีความเข้าใจทีเดียวว่า อ๋อ ทำไมนะคุณยายถึงเป็นผู้ที่มีความรักบุญมากเลย อ๋อ มันอย่างนี้นี่เอง เพระว่าอะไรนะ เพราะว่าคุณยายของเรานี่ได้ไปรู้เห็นผลของบุญได้ในตัวของตัวคุณยายเองนะสิ ซึ่งการที่ได้ไปรู้เห็นวิมาน การได้ไปสุคติโลกสวรรค์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่ใครคนใดคนหนึ่งในโลกนี้จะทำได้
แต่คุณยายน่ะท่านทำได้ไปรู้ไปเห็นได้ ซึ่งตัวของท่านเองนั้นก็ได้ทำวิชชา ทำสมาธิอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นเวลานาน บุญกุศลที่เกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายของท่านก็มีมากมายมหาศาล รวมกันเป็นดวงบุญที่ใสสว่าง ที่สว่างไสวอยู่ศูนย์กลางกายของท่าน ท่านก็เห็นบุญของท่านได้ด้วยตัวของท่านเองอย่างนี้ แล้วผลของบุญท่านก็ยังได้เห็นต่อไปว่า ผลของบุญนั้นก็ยังส่งผลต่อไปให้เกิดทิพยสมบัติ เป็นวิมานที่มีความสวยงามมีความสว่างไสวอยู่ในสุคติโลกสวรรค์ นี่คุณยายท่านเห็นผลของบุญของตัวท่านเองอย่างนี้ จึงทำให้ตัวท่านเองมีความเชื่อมั่นในบุญ ทำให้มีความรักในบุญอย่างมากเลย
แม้แต่บุญของคนอื่นผลของบุญของคนอื่นท่านก็ยังไปรู้ไปเห็นได้ ก็แม่ชีคนที่ทำครัวนั้นไง คุณยายก็ได้ไปรู้ไปเห็นแล้วว่าแม้แต่คนอื่นที่ไปทำบุญผลของบุญก็ส่งผลได้ด้วยเช่นเดียวกัน แม่ครัวนั้นทำอาหารอยู่ในครัวมีใจที่เป็นบุญ และก็ได้ถวายอาหารกับพระซึ่งเป็นเนื้อนาบุญ ซึ่งก็เปรียบเหมือนกับการมีเมล็ดข้าวที่พันธุ์ดีแล้วก็นำไปหว่านในผืนหนาที่มีดินอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตก็เกิดผลขึ้นมามากเกินควรเกินค่าแม่ชีที่อยู่ในครัวก็เลยได้ผลบุญมากด้วยเช่นเดียวกัน นี่นะคุณยายเองได้ไปรู้ไปเห็นผลของบุญด้วยตัวของท่านเองอย่างนี้ จึงทำให้ท่านนี่มีความรักในบุญอย่างมากเลย พวกเราก็ลองถามตัวของเราเองนะ ว่าเรานั้นมีความรักในบุญแค่ไหน รักน้อยรักปานกลาง รักมาก รักมาก ๆ หรือรักบุญนี้อย่างมากที่สุด ใครอยู่ระดับไหนนะ
ถ้าเรามีความรักบุญน้อย หลวงพี่ก็อยากจะให้พวกเราได้ลองถามตัวของเราเองว่า เราทำอย่างไรเราจึงจะมีความรักบุญมากเหมือนกับคุณยายน่ะ ถ้าเราทำให้ตัวเรามีความรักบุญมากเหมือนกับคุณยายนี่แหละ ประโยชน์ใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับตัวของเรา เรามีความรักบุญมาก เราก็จะขวนขวายทีเดียวที่จะพยายามทำบุญให้ได้มาก ๆ ทีนี้เราทำอย่างไรนี่จึงจะมีความรักบุญให้มากให้มากเหมือนกับคุณยาย
ข้อแรกเลย ถ้าอยากจะให้มีความรักบุญให้มากเหมือนกับคุณยาย เราก็จะต้องขยันนั่งสมาธิให้ได้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้เลย เราก็ศึกษาวิชชาธรรมกายแล้วก็ไปดูได้ด้วยตัวของตัวเองว่า ผลของบุญนั้นจะส่งบุญอย่างไรบ้าง บุญเกิดที่ศูนย์กลางกายของเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ผลของบุญส่งผลเกิดเป็นวิมานในโลกสวรรค์จะเป็นอย่างไรบ้าง เราต้องไปดูกันอย่างนี้น่ะถึงจะมีความรักในบุญ มีความเชื่อมั่นในบุญเหมือนกับคุณยายได้ แต่ถ้าเรายังเข้าไม่ถึงพระธรรมกายจะทำอย่างไรล่ะ ก็ต้องหมั่นทบทวนคำสอนของคุณยายนี้บ่อย ๆ ทบทวนเราก็จะได้เกิดความคิดถึงบุญเกิดความรักบุญเกิดขึ้นในใจของเรา คือต้องหมั่นฟังเทศน์ฟังธรรมบ่อย ๆ แล้วความเข้าใจในบุญความรักในบุญก็จะเกิดขึ้นกับตัวของเราเอง
คุณยายนั้นไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่ารักบุญ เพียงแต่ตัวของคุณยายเองเท่านั้น แม้ว่าคุณยายจะละสังขารไปแล้ว คุณยายเองก็ยังตามคอยให้กำลังใจกับศิษย์ของท่านให้รักบุญรักการสร้างบารมีนะ ดั่งเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เธอก็มีความรักในการสร้างบุญสร้างบารมีมาก ได้ร่วมสร้างบุญสร้างบารมีร่วมกับหลวงพ่อมาตลอดเวลา แต่ครั้งหนึ่งเธอก็ความคิดว่าเธอจะหยุดทำบุญใหญ่ล่ะ เธอจะเก็บเงินไว้ใช้ลงทุนในการทำธุรกิจมีบุญใหญ่อะไรมาล่ะก็จะหยุดทำล่ะ เมื่อเรื่องนี้ได้ทราบไปถึงน้องสาวของเธอ น้องสาวของเธอก็ไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้พี่สาวมีความคิดอย่างนี้ เพราะว่าตัวของน้องสาวเองกับพี่สาวนี่เวลาทำบุญใหญ่ก็ร่วมบุญกันทำ เมื่อพี่สาวจะหยุดทำน้องสาวก็มีความคิดว่าจะทำให้ตัวเองนี่ขาดบุญใหญ่ไปด้วย
ตัวน้องสาวเองก็เลยมีความคิดนึกอธิษฐานจิต ให้คุณยายนี่ไปดลใจให้พี่สาวนี่อย่าให้มีความคิดอย่างนี้เลยนะ ให้มีความคิดที่จะสร้างบุญใหญ่ต่อไปเถอะ เมื่อมีความคิดอย่างนี้หลังจากนั่งสมาธิทุก ๆ วัน เธอก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานนะ ขอให้คุณยายนี่ช่วยไปดลใจพี่สาวของเธอให้สร้างบารมีต่อไปเถอะอย่าได้หยุดการทำบุญใหญ่เลย อยู่ต่อมาไม่นานนะตัวของพี่สาวก็ได้ฝันถึงคุณยายน่ะ คุณยายมาเข้าฝัน
ในความฝันนั้นคุณยายได้บอกว่าลูกนะอย่าหยุดนะให้เดินหน้าต่อไปนะ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอก็ระลึกถึงความฝันของเธอ เธอบอกว่าได้ยินเสียงของคุณยายน่ะมาบอกเธอได้อย่างชัดเจนทีเดียวว่า ลูกนะอย่าหยุดนะให้เดินหน้าต่อไปนะ เมื่อคิดได้ดังนั้นตัวของกัลยาณมิตรท่านนี้ก็มีความเข้าใจได้ทันทีเลยว่า คุณยายนั้นมาเตือน มาเตือนเธอนั่นล่ะว่าให้สร้างบารมีต่อไปนะอย่าหยุดนะ ก็เลยเปลี่ยนความคิดที่จะหยุดการทำบุญใหญ่น่ะมาเป็นความคิดที่จะทำบุญใหญ่ต่อไป
เมื่อความทราบถึงน้องสาว น้องสาวก็ดีอกดีใจทีเดียวว่าคำอธิษฐานของตนเองน่ะเกิดเป็นผลสำเร็จแล้ว พอมีคนมาบอกบุญให้สร้างแท่นจุดไฟแก้วน่ะ ซึ่งต้องทำบุญถึง ๑๐ ล้านบาทด้วยกัน ตัวของกัลยาณมิตรท่านนี้ก็มีความคิดที่จะทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ทีเดียว ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่เอาเลยไม่คิดเลย แล้วเพื่อน ๆ กัลยาณมิตรน่ะก็ได้มาชวนให้ได้ร่วมบุญกันคนละหนึ่งล้านบาท เธอก็รับทำทันที ปรากฏว่าเธอก็ได้ทำบุญใหญ่ สมดังใจของเธอนะที่เธอได้เปลี่ยนความคิดมา
แล้วพอต่อมาเธอก็ยังได้ฝันถึงคุณยายอีกครั้งหนึ่ง คุณยายมาเข้าฝันครั้งที่ ๒ เธอได้เล่าว่า มาครั้งนี้คุณยายได้ถือธูปมาด้วย จุดธูปมีควันลอยมา คุณยายก็ได้มาบอกว่า มานะมายายจะให้พร ขอให้ไปบอกบุญนะ บอกบุญครั้งใดขอให้สำเร็จทุกครั้งเลย และก่อนไปบอกบุญทุกครั้งขอให้นึกถึงยายนะ ให้เอายายไปด้วยนะ เมื่อเธอนั้นตื่นขึ้นมาแล้วก็มานึกทบทวนถึงความฝันว่า เอ้อ ทำไมนะคุณยายถึงมาเข้าฝันอย่างนี้นะ คุณยายถึงมาบอกอย่างนี้นะ ก็รู้เลยทีเดียวว่า โอ๋ เรานี่ไม่กล้าที่จะบอกบุญเลยนะ ไม่กล้าอายเหลือเกินที่จะไปบอกคนอื่นเขา นี่คุณยายคงจะมาเตือนเรานั่นเอง ให้ทำหน้าที่บอกบุญ
หลังจากนี้ กัลยาณมิตรท่านนี้ก็มีกำลังใจทีเดียวที่จะไปบอกบุญคนอื่น และก็ไปบอกบุญจริง ๆ ก่อนที่จะออกไปบอกบุญแต่ละครั้งเธอก็ตั้งใจนั่งสมาธิแล้วก็อาราธนาคุณยายนี่ไว้ที่ศูนย์กลางกายแล้วก็นึกอธิษฐานจิตว่า ขอให้คุณยายได้คุ้มครองไปบอกบุญครั้งใดก็ขอให้ได้รับความสำเร็จทุกครั้งเลย แล้วก็เป็นจริงดังคำอธิษฐานของเธอ เธอไปบอกบุญครั้งใดก็ได้รับความสำเร็จทุกครั้ง ซึ่งเธอก็ได้เล่าว่าแม้แต่คนที่ไม่เคยทำบุญมาก่อนเลยนี่ ก็ยังทำบุญมากับเธอด้วยเหมือนกัน หรือแม้แต่คนที่ทำบุญอย่างยากมาก ๆ เลยก็ได้ทำบุญมากับเธอ ซึ่งเธอก็ได้บอกว่าคำให้พระของคุณยายนี่สำเร็จเป็นอัศจรรย์จริง ๆ แล้วกัลยาณมิตรท่านนี้ ปัจจุบันนี้ก็ยังตั้งใจสร้างบุญสร้างบารมีอยู่อย่างเต็มที่เลย กัลยาณมิตรท่านนี้ได้ไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนียนั้นเป็นประจำ
หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็ได้ เคยคุยกับคุณยายเกี่ยวกับเรื่องของความสำคัญของบุญ ท่านได้พูดปรารภกับคุณยายว่า ยาย บุญนี้สำคัญมากนะ ทำให้สิ่งเล็กน้อยกลายเป็นสิ่งที่มีค่าได้ คุณยายก็ได้พูดตอบหลวงพ่อธัมมชโยว่า บุญสำคัญมาก ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยบุญ ยายสร้างวัดได้ก็ด้วยบุญ บุญเป็นของกลางแล้วแต่ใครจะตักตวงเอาไปเท่าไหร่ เก่งก็ตายไม่เก่งก็ตาย สำคัญตอนยังไม่ตายใครจะตักตวงบุญไปได้เท่าไหร่ คนรวยยังรวยบุญยังไม่ล้มเพราะมีบุญคุ้ม ใครจะมาทำอะไรไม่ได้ คนทุกคนในโลกอยากรวยแต่ไม่รู้จริง ๆ ว่าแล้วจะทำอย่างไรถึงจะรวย ต้องทำบุญค่อย ๆ ทำ บุญจะมากขึ้นถ้าไม่ทำแล้วจะเอาสมบัติที่ไหนติดตัวไปได้
นี่นะบัณฑิตกับบัณฑิตเขาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของบุญ ในนัยของหลวงพ่อทัตตชีโวนั้น ท่านได้พูดเกี่ยวกับเรื่องบุญไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว (๑ เมษายน ๒๕๔๔) ท่านได้บอกว่า บุคคลใดถ้ามีบุญน้อยนั้นก็จะเป็นได้แค่ตำแหน่งยันเท่านั้น คือ หมายความว่าอย่างไร คือ คนที่มีบุญน้อยนั้นเมื่อไปประสบกับปัญหาประสบกับอุปสรรคใด ๆ ก็ตามนะ ก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะหรือแก้ไขปัญหานั้นได้หรอกนะ เว้นแต่เพียงว่ายัน ๆ ไว้เท่านั้นเองนะ ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาไปได้ ถ้าจะแก้ปัญหานั้นให้ได้ก็จะต้องเป็นคนที่มีบุญมากทีเดียว
หมู่คณะของพวกเราเองนั้นมีเป้าหมายที่จะปราบมาร ที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม เราต้องอยู่ในตำแหน่งของผู้ชนะ จะอยู่ในตำแหน่งของเป็นผู้ที่ยัน ๆ ไว้ไม่ได้หรอก เราจะอยู่ในตำแหน่งที่ชนะได้นี่อีกนะ เราจะต้องทำอย่างไร ก็เราก็จะต้องมีบุญมากนั่นเอง เราจะต้องทำบุญให้มากเลย ทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จได้ นี่แหละเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณยายถึงได้รักบุญมาก เพราะว่าคุณยายเองก็มีเป้าหมายที่จะสร้างบารมีตามหลวงพ่อวัดปากน้ำไป มีเป้าหมายที่จะปราบมารที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมเหมือนกัน คุณยายของเราจึงได้รักบุญมากเพื่อที่จะได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้รับผลสำเร็จดังคำสอนของคุณยายที่ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับกำลังบุญ มีบุญอย่างเดียวอะไร ๆ ก็สำเร็จทั้งหมด เกิดมาในชาตินี้ยายตั้งใจจะสร้างบารมีให้ดีที่สุด ยายกลัวอยู่อย่างเดียว คือ กลัวว่าบุญจะน้อยกว่าคนอื่นเขา เพราะฉะนั้นตลอดเวลาที่สร้างบารมีมาในชาตินี้ ยายจึงตั้งใจมากมีความเพียรมาก ไม่อยากแพ้ใคร ไม่อยากอยู่ข้างหลังเขา อยากอยู่แนวหน้าของการสร้างบารมี” นี่นะคำพูดของคุณยายที่จะมีความตั้งใจสร้างบุญสร้างบารมีให้มากที่สุด
พวกเราเองทุกคนก็มีความต้องการที่จะร่วมบุญสร้างบารมีไปกับคุณยายกันทุก ๆ คน เราจะทำอย่างนี้ได้ เราก็จะต้องสั่งสมบุญของเรานี่ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เมื่อทำได้อย่างนี้เราจึงได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีบุญวาสนามาก่อนนั้นเอง ต่อจากนี้ไปเพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาแด่คุณยาย ขอเรียนเชิญทุกท่านได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมกันนะ
ให้ทุกคนเอาใจของเราหยุดนิ่งลงไปที่ศูนย์กลางกายของเรา หยุดนิ่ง ๆ อย่างเบา ๆ อย่างสบาย ๆ ซึ่งที่ศูนย์กลางกายของเรานี้เป็นแหล่งแห่งบุญ แหล่งแห่งกุศล ถ้าเราหยุดใจของเราได้อย่างนิ่งสนิทที่ศูนย์กลางกายของเรา กระแสแห่งบุญที่ใสสว่างก็จะเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายของเรา หยุดใจของเรานิ่ง ๆ อย่างต่อเนื่องกันไปทุก ๆ คนนะ
ต่อจากนี้ไปขอให้ทุกคนนึกถึงบุญที่เราได้ตั้งใจกระทำในวันนี้ แล้วก็นึกถวายบุญแก่คุณยายอาจารย์กันทุก ๆ คนนะ
*********************************** จบ ***********************************