ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

รักษานิมิตด้วยสัปปายะ ๗

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระมหาประดิษฐ์ : ขอนอบน้อม แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นสัพพัญญู เป็นบรมครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระเถรานุเถระ ผู้เจริญด้วยพรรษากาล สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้มีความศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัยทุกท่าน (สาธุ) ก่อนอื่นหลวงพี่ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้มาร่วมพิธี ฟังสวดพระอภิธรรมอยู่ ณ ขณะนี้ด้วย (สาธุ) ท่านกัลยาณมิตรลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่าน การที่คนคนหนึ่ง ซึ่งคิดจะเป็นคนดี อยากจะสั่งสมบุญบารมีให้ได้มากที่สุด ถามว่าเขาคนนั้นควรจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ถึงจะไม่พลาด และได้ผลสูงสุด ตอบได้เลยว่าเขาคนนั้นจะต้องหาครูบาอาจารย์ให้พบเสียก่อน อาจารย์ที่ว่าดีน่ะ ดีแค่ไหนล่ะ ก็ดีแค่สอนศิษย์ ชนิดพาไปดูนรก สวรรค์ ไปเห็นผลบุญ ผลบาปได้ ยิ่งสามารถสอนให้ได้เข้าถึงพระนิพพานได้จะดีที่สุด เข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ตั้งใจฟังคำสั่งสอนของท่าน นำไปไตร่ตรองจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยตนเอง และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านอย่างถูกต้อง ครบถ้วนทุกประการนั่นแหละ จึงจะพอพูดได้ว่า พอจะเอาดีได้บ้าง ท่านสาธุชนลูกหลวงพ่อหลานคุณยายทั้งหลาย ที่ท่านทั้งหลายได้มาเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรมก็ดี ได้มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมก็ดี บุญบารมีย่อมเกิดแก่ทุกท่านแน่นอน แต่ที่พิเศษนอกเหนือไปกว่านั้นก็คือ ท่านที่มาเป็นประจำจะเกิดความรู้สึก อยากจะได้อย่างคุณยาย อยากจะมีบุญบารมีมากๆ อย่างคุณยาย เมื่อเกิดความรู้สึกเป็นเช่นนี้แล้ว เราจะทำอย่างไรถึงจะได้อย่างท่านบ้าง อยากได้อย่างยาย ก็ต้องทำอย่างยาย คุณยายทำอย่างไร คุณยายก็ พอได้ทราบข่าวว่า มีครูดี คือหลวงพ่อวัดปากน้ำเกิดขึ้นในโลก ท่านสามารถสอนธรรมะชนิดที่พาลูกศิษย์ไปพิสูจน์นรก สวรรค์และนิพพานได้ คุณยายก็มีความตั้งใจมั่นที่จะต้องเรียนธรรมะกับท่านให้ได้ ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน แล้วท่านก็เริ่มวางแผน สำหรับตัวท่านเอง เริ่มรักษาศีล ๕ ตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี สำหรับแม่และน้องๆ ท่านก็ช่วยจัดการงานทั้งที่บ้านและในนา ทำไป ทำไปด้วยความขยันหมั่นเพียร จนได้รับฉายาว่าแข้งเหล็ก เมื่ออายุท่านได้ ๒๕ ปี ได้เห็นครอบครัวของท่านมีการเป็นอยู่ดีขึ้น หมดหนี้หมดสินเขา ท่านจึงตัดสินใจสละทุกอย่าง ทั้งเงินทองและที่นา อันเป็นส่วนที่ท่านจะได้ สละให้แก่แม่และน้องๆ จนหมด ออกจากบ้านมุ่งไปเรียนธรรมะ เหมือนพระโพธิสัตว์ออกบวช ยอมตนเป็นคนรับใช้ที่บ้านคุณนายเลี้ยบ ทานบดีคนสำคัญของวัดปากน้ำ เพื่อเอาเป็นสะพานเชื่อมไปถึงวัดปากน้ำ ตั้งใจทำงานในหน้าที่อย่างดี จนเป็นที่รัก เป็นที่ไว้วางใจจากเจ้าของบ้าน ได้รับการยกฐานะจากคนรับใช้ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าของคนงานในบ้านนั้น แล้วท่านยังเจียดเวลาอันมีน้อยนิด มาปรนนิบัติคุณยายทองสุก ซึ่งหลวงพ่อวัดปากน้ำส่งไปสอนธรรมะที่บ้านนั้น อยากได้บุญ อยากได้โอกาสเรียนธรรมะ และในที่สุดท่านก็ได้รับอนุญาติจากเจ้าของบ้าน ให้มาเรียนธรรมะด้วยได้ รู้สึกเป็นความดีใจที่ความปรารถนาของท่านใกล้ความสำเร็จเข้าไปแล้ว ท่านได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง พยายามหาเวลานั่งธรรมะให้ได้ทุกๆ วัน และที่สำคัญคือใจของท่าน จดจ่ออยู่กับธรรมะตลอดเวลาทุกอิริยาบถ และในที่สุด ท่านได้รับผลสำเร็จ คือเข้าถึงพระธรรมกาย ณ บ้านคุณนายเลี๊ยบนั่นเอง ชีวิตในช่วงนี้นี่เองที่ยกฐานะคุณยายจากคนธรรมดา ขึ้นมาเป็นปูชนียบุคคล เป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นอาจารย์ ผู้สร้างอาจารย์ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระธรรมกาย และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกายในทุกเรื่อง ที่คุณยายได้รับความสำเร็จในชีวิตมากมายเช่นนี้ ก็เพราะเนื่องมาจากว่าท่านได้ครูดีนั่นเอง และตั้งใจทำตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์อย่างถูกต้องครบถ้วน หลวงพี่เองได้มีโอกาสพบคุณยาย และได้เข้าใกล้คุณยายก็ตอนที่ท่านอายุถึง ๘๒ ปีแล้ว ซึ่งตอนนั้นโยมพี่อารีพันธ์ พาคุณยายมาเยี่ยมพระธรรมทายาทบวชใหม่รุ่นปี พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งมีหลวงพี่รวมอยู่ด้วย คุณยายท่านพูดว่ายายไม่มีครอบครัว แต่ยายมีลูกเยอะ ท่านทั้งหมดนี้น่ะ เป็นพระลูก พระหลานของยายนะ พระในวัดทั้งหมด ก็เป็นพระลูก พระหลานยายนะ หลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ ยายก็บวชให้ ให้ตั้งใจเอาแต่บุญไปเยอะๆ ใครทำบาปก็แบกบาปไป ใครทำบุญก็โกยบุญไป โยมพี่อารีพันธ์ก็จะคอยถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ คุณยายก็จะเล่าให้ฟัง แม้แต่เรื่องที่ท่านเคยเป็นชาวนา เคยไปช่วยพ่อขึ้นจากนรก และเรื่องปัดลูกระเบิด หลวงพี่ก็ยังทันได้ฟังจากปากคุณยาย ซึ่งทำให้เกิดศรัทธาในวิชชาธรรมกาย มั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก คุณธรรมประการสำคัญที่ทำให้คุณยายเข้าถึงธรรมะได้ไว และก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องก็คือ คุณยายรู้จักสลัดตัดใจจากสิ่งที่ไม่เอื้อประโยชน์ ต่อความเจริญของธรรมะ ดั่งจะเห็นได้จาก คุณยายตัดใจออกจากสถานที่อันไม่เอื้อประโยชน์ต่อธรรมะ จากการที่คุณยายตัดใจออกจากบ้าน อันเป็นที่รักของตนเอง ซึ่งไม่เป็นสัปปายะเลย ตัดใจออกจากบ้านคุณนายเลี๊ยบที่เป็นสัปปายะน้อยกว่า ไปยังวัดปากน้ำซึ่งเป็นสัปปายะมากกว่า เลิกนั่งเลิกนอนแต่ในที่อันเป็นสัปปายะต่อธรรมะ ธรรมะของท่านจึงได้ก้าวหน้าตลอดมา อีกประการหนึ่ง คุณยายตัดใจจากการเที่ยวเตร่ คือท่านไม่เที่ยวไปในที่ต่างๆ เที่ยวชมนกชมไม้ เที่ยวไปในสำนักอื่นที่ล่ำลือกันว่าดี ว่าดัง คุณยายไม่สนใจ ได้ครูดีแล้ว ได้ที่ดีแล้ว ลุยธรรมะอย่างเดียวเรื่องอื่นไม่สนใจเลย อีกประการต่อมา คุณยายไม่พูดคุยในเรื่องที่ไม่เป็นสาระ เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์คุณยายจะไม่พูด และคุณยายไม่พูดเล่น พูดจริงตลอด อีกประการหนึ่งคือเรื่องของการนินทา ซึ่งเป็นธรรมดาของคนทั่วไป แต่สำหรับคุณยายไม่เคยนินทาว่าร้ายใครเลย เคยได้ฟังจากพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ท่านบอกว่า ตลอดเวลาที่อยู่กับคุณยาย ไม่เคยได้ยินคุณยายนินทาใครเลย มีแต่สอน แนะนำ ตักเตือน ว่าอย่างนี้ดีควรทำ อย่างโน้นไม่ดีควรเลิก อีกประการหนึ่งคุณยายตัดใจจากบุคคลที่ไม่จริงใจต่อธรรมะ คนเหลาะแหละเลอะเทอะคุณยายไม่ชอบ ยิ่งถ้าใครมาอยู่ในวัดแล้ว หากส่อแววจะก่อเรื่องชู้สาวคุณยายจะไล่ออกจากวัดไปเลย ดั่งที่หลวงพ่อทัตตชีโวท่านเคยเล่าให้ฟังว่า คุณยายไล่คนงานออกไปหลายคู่เนื่องจาก ไปหยอกกัน คือคนงานผู้หญิงไปหยอกกับคนงานผู้ชายให้คุณยายเห็น คุณยายท่านไล่ออกไปเลย ประการต่อมาคุณยายตัดใจเรื่องรสชาติของอาหาร อยู่ง่าย เลี้ยงง่าย คิดแต่เพียงแต่ว่าจะรับประทาน ขอให้มีกำลังนั่งธรรมะ ไม่ได้คำนึงถึงรสชาติอะไรเลย อย่างประวัติของคุณยายตอนเรียนธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อก็จะถามธรรมะที่ละเอียดนุ่มลึกไปเรื่อยๆ คุณยายก็ตอบได้ทุกเรื่อง แต่พอหลวงพ่อวัดปากน้ำถามเรื่องอาหารว่า ปลาสลิดมันอร่อยที่ตรงไหน คุณยายกลับตอบไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมหลวงพ่อวัดปากน้ำจึงวกกลับมาถามเรื่องอาหาร และอีกตอนหนึ่งที่หลวงพ่อทัตตชีโวท่านจะสังเกตอาการป่วยของคุณยาย จากอาหารของท่าน ปกติคนป่วยจะรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ ยิ่งถ้าเริ่มป่วยหนักจะรับประทานไม่ได้เลย แต่สำหรับคุณยายแล้วจะป่วยหนัก ป่วยเบาอย่างไร ท่านรับประทานอาหารเหมือนเดิม จะรู้อาการป่วยของคุณยายก็ต่อเมื่อ ถามท่านเอาว่าวันนี้รับประทานอาหารมีรสไหม ถ้าท่านส่ายหน้าก็แสดงว่าเริ่มป่วยหนักแล้ว อีกประการหนึ่งคุณยายตัดใจเรื่องลมฟ้าอากาศ ฝนจะตกหรือฝนจะแล้ง จะร้อนเกินไป จะหนาวเกินไป คุณยายไม่บ่น ไม่ว่า พัดลมจะมีหรือเปล่า แอร์มีหรือไม่มีคุณยายไม่กังวล ถึงเวลานั่งธรรมะท่านเป็นนั่ง อีกประการต่อมาคุณยายตัดใจได้เรื่องอิริยาบถ รู้จักความสม่ำเสมอแห่งอิริยาบถ คือไม่นอนมากจนเกินไป ไม่นอนน้อยจนเกินไป ถึงเวลานอนเป็นนอน ถึงเวลาตื่นก็ตัดใจลุก ไม่ติดพัน ไม่อ้อยอิ่ง ถึงเวลานั่งธรรมะก็ตัดใจนั่ง ได้เวลาเลิกก็ต้องเลิก ยืน เดิน นั่ง นอน สม่ำเสมอกัน จึงทำให้ท่านแข็งแรงไม่ค่อยเจ็บป่วย ฉะนั้นธรรมะของคุณยายจึงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วงขาดตอน คุณธรรมประการสำคัญสุดท้ายที่คุณยายมีคือความสันโดษมักน้อย สังเกตจากประวัติตอนที่พระอาจารย์สุวิทย์ วิชเชสโก เล่าเอาไว้ว่า คุณยายมีสมบัติส่วนตัวไม่มากชิ้น แต่ละชิ้นท่านใช้อย่างทนุถนอม ใช้อย่างรู้คุณค่า แม้จะดูไม่มีราคา แต่รู้สึกว่ามีค่ามากเหลือเกิน อย่างกระติกน้ำร้อน ตราอูฐสมัยก่อน ที่โครงสร้างด้านนอกเป็นสังกะสี ข้างในเป็นหลอดแก้วสุญญากาศ ท่านใช้ตั้งแต่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ แม้ย้ายมาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ท่านก็ยังใช้ต่อไปอีกหลายปี จนเก่ามากๆ ใครจะซื้อกระติกน้ำร้อนใบใหม่มาให้ท่าน ท่านก็ไม่ใช้ ท่านพอใจที่จะใช้ใบเก่านั้นแหละ จนลูกศิษย์ทำของท่านแตกนั่นแหละ ท่านจึงยอมใช้ใบใหม่ สมบัติของท่านแม้ดูไม่ค่อยมีราคา แต่ว่าช่างมีค่าเสียเหลือเกิน เพราะท่านได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว คุณธรรมทั้ง ๗ ประการข้างต้นของคุณยายดังที่ได้กล่าวมา เป็นคุณลักษณะของผู้ทำวิชชา เพราะตรงกับวิธีรักษาสมาธิ และวิธีทำสมาธิให้ก้าวหน้า ซึ่งปรากฏจารึกอยู่ในปกรณ์วิเศษชื่อว่าวิสุทธิมรรค เป็นคัมภีร์เก่า เก่ากว่า ๑,๕๐๐ ปี ซึ่งเขียนโดยพระพุทธโฆษาจารย์ ตอนที่ว่าด้วยวิธีรักษานิมิตว่า อาวาโส โคจโร ภสฺสํ ปุคฺคโล โภชนํ อุตุ อิริยาปโถติ สตฺเตเต อสปฺปาเย วิวชฺชเย สปฺปาเย สตฺต เสเวถ เอวญฺหิ ปฏิปชฺชโต นจิเรเนว กาเลน โหติ กสฺสจิ อปฺปนาฯ. แปลความว่า พระโยคาวาจร พึงเว้น ๗ สิ่งคือ อาวาส การเที่ยวไป การพูดคุย บุคคล โภชนะ ฤดู และกิริยาบถ อันไม่เป็นสัปปายะเสีย พึงเสพ ๗ สิ่งที่เป็นสัปปายะ เพราะเมื่อปฏิบัติอยู่อย่างนี้ อัปปนาจะมีได้โดยการไม่นานเลย ท่านกัลยาณมิตร ลูกหลวงพ่อหลานคุณยายทุกท่าน ถ้าตั้งใจจริงทุกสิ่งย่อมสำเร็จได้ ดังคำที่คุณยายสอนเอาไว้ ในหนังสือคำสอนยายว่า คนเราจะทำอะไรก็ตาม ขอให้ทำให้จริง ดูแต่ยาย ความรู้ก็ไม่มี ปริญญาก็ไม่ได้ มีแต่จริงอย่างเดียว ยายยังสร้างวัดได้ แล้วยายก็พิจารณาดูว่าที่เขาทำกันไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ เพราะเขาทำไม่จริง เจออะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่สู้แล้ว ทั้งๆ ที่เขาจบปริญญาสูงๆ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ส่วนยายความรู้ก็ไม่มี ก.ข.ก็ไม่กระดิกหู ไม่จบอะไรสักอย่าง ยายมีแต่จริงตัวเดียว ทำได้สำเร็จ แล้วยายก็มองไปในอนาคตว่า คนเราถ้าชาตินี้ไม่จริง ชาติต่อๆ ไปก็ล้มเหลว เอาดีอะไรไม่ได้ ฉะนั้นเวลาทำอะไร ก็ทำให้จริงเสียตั้งแต่ชาตินี้ ต่อจากนี้ไปขอเชิญชวนทุกท่าน นั่งสมาธิสักครู่หนึ่ง หลับตาของเราพอสบายๆ นึกถึงคุณยาย เอาไว้ที่กลางกายของเรา นึกให้ท่านชัดๆ สงสัยกายของท่านใสสะอาดบริสุทธิ์ เป็นกายที่สว่างไสว นึกถึงคุณธรรมความดีของท่าน เริ่มตั้งแต่ท่านสลัดตัดใจออกจากบ้าน เดินทางมาอยู่บ้านคุณนายเลี๊ยบ ตั้งใจเรียนธรรมะกับคุณยายทองสุ ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรคนแรกของท่าน จนเข้าถึงพระธรรมกาย และก็จากบ้านคุณยานเลี๊ยบ ไปเรียนธรรมะต่อกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ไปทำวิชชา ได้สร้างครูบาอาจารย์ ได้นำหมู่คณะมาสร้างวัดพระธรรมกายให้เราได้อยู่อาศัย ให้เราได้สร้างบารมี นึกถึงพระคุณของท่าน ให้ซึ้งในใจของเรา ว่าคุณยายช่างมีพระคุณต่อเรา ต่อชาวโลกมากเหลือเกิน นึกให้ใจของเราเลื่อมใสในท่านมากๆ นึกอธิษฐานว่าเราอยากจะได้อย่างคุณยาย ตั้งแต่นี้ไปเราจะขยันนั่งสมาธิอย่างคุณยาย จะรู้จักสลัดตัดใจจากสิ่งที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อธรรมะเหมือนอย่างคุณยาย ตั้งใจ ตั้งใจของเราอย่างคุณยาย นึกสบายๆ นึกให้เห็นคุณยายที่กลางท้องใสๆ นึกอาราธนาบุญ บารมีที่คุณยายได้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้ทำวิชชา ได้ช่วยทุกมนุษย์ ช่วยมนุษย์ให้พ้นจากทุกข์ ช่วยชีวิตสรรพสัตว์ เป็นครูบาอาจารย์ของเรา ด้วยบุญของคุณยายก็ให้เราสามารถมีจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถปฏิบัติธรรมได้อย่างคุณยาย ได้เข้าถึงธรรมะอย่างคุณยาย ได้มีบุญบารมีเยอะๆ อย่างคุณยาย ให้ใจเราสบายๆ ให้บุญหล่อเลี้ยงใจของเรา (นั่งสมาธิ) สัพเพสัทธา… PAGE PAGE 6 หน้า FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\พระทั่วไป\Edit\44-04-05 FW-AAT.doc DATE \@ "d/M/yy" 8/6/01