แนวทางการศึกษาที่มีนิพพานเป็นแก่นสาร
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในอดีต ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตทั้งหลาย กราบคารวะพระมหาเถรานุเถระ พระเถรานุเถระ อีกทั้งพระคุณเจ้าผู้เป็นสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานคุณยายทุกท่าน (สาธุ)
เริ่มต้นวันนี้ขอแจ้งข่าวดีให้กับลูกหลานคุณยายทุกท่านได้ทราบว่าวันนี้เป็นวันแห่งความเป็นสิริมงคล ที่อุโบสถของวัดพระธรรมกายของเราได้มีการประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทพระธรรมทายาท รุ่น ๕๗ ปีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เป็นจำนวนถึง ๖๐ รูป ก็ขอให้ได้อนุโมทนาบุญโดยทั่วถึงกันนะ (สาธุ)
อีกข่าวหนึ่งที่ทุกท่านคงจะทราบกันบ้างแล้ว ก็คือปีนี้วัดพระธรรมกายได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีนักศึกษาบาลีสอบได้มากที่สุดของประเทศไทยเป็นปีที่ ๕ ติดต่อกัน กล่าวคือปีนี้วัดของเราส่งนักศึกษาบาลีสอบถึง ๒๘๐ รูป สอบได้ ๑๘๓ รูป โดยในจำนวน ๑๘๓ รูปมีจำนวน ๑๕๕ รูปสามารถสอบได้ครบทุกวิชา ส่วนอีก ๒๘ รูป ยังต้องสอบซ่อมอีกเป็นบางวิชา สรุปแล้ว ถือว่าเป็นสถิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีสำนักไหนหรือวัดไหนสามารถทำได้สูงสุดถึงขนาดนี้ได้
และถ้าแยกแยะรายละเอียดบางประโยค สำหรับเปรียญเอก คือตั้งแต่เปรียญ ๗-๘ - ๙ ปีนี้วัดเราก็สูงสุดเป็นปีที่ ๔ ติดต่อกัน เฉพาะปธ. ๙ ซึ่งเป็นปธ.สูงสุด ปีนี้วัดเราเป็นแชมป์คือสอบได้ถึง ๖ รูป โดยใน ๖ รูปนี้เป็นสามเณร ๑ รูป
จะเห็นว่าวัดพระธรรมกายของเราขยายงานทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ จนปรากฏผลงานแก่สังฆมณฑลเป็นที่น่าภาคภูมิใจและถือเป็นนิมิตหมายอันดีว่า วัดเรายิ่งขยายงานได้รุ่งเรืองมากเท่าไร พวกเราผู้เป็นลูกหลานยายทุกท่านในที่นี้ ยิ่งต้องร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีกันทุก ๆคนเลยนะ นอกจากจะรวยเร็ว รวยแรงแล้ว ต้องรวยนิรันดร์ด้วยนะ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ อาตมาได้มีโอกาสได้ต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาโท ซึ่งมาดูงานวัดพระธรรมกายหลาย ๆ ท่านที่มาก็อยากจะรู้ว่าการที่วัดตกเป็นข่าว มีเรื่องเป็นราวมานี่ เป็นจริงหรือเปล่า และทราบมาว่าคณะนักศึกษากลุ่มนี้กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนายั่งยืน อาตมาก็มีโอกาสได้ไปเป็นหนึ่งในคณะเพื่อต้อนรับ ก็ได้โอกาสไปพูดไปคุย แล้วก็พาชมวัด แค่พานักศึกษาไปชมโบสถ์เท่านั้นเอง ทุกคนอุทานว่าทำไมสร้างได้เรียบง่าย แข็งแรงอย่างนี้ อาตมาก็เลยอธิบายต่อว่าโบสถ์ของเราแข็งแรงมาก และยังสามารถลดปัญหาการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ในภายหลัง เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าวัดเรามองการณ์ไกล ถือเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนจริง ๆ
ในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปและกำลังดำเนินรอยตามแบบแผนโลกตะวันตกที่เขาเรียกว่าโลกาภิวัฒน์ ทุกวันนี้เขากำลังตื่นตัวกันว่าประเทศไทยเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกแล้วหรือยัง เพราะในขณะที่โลกกำลังเคลื่อนไปสู่ความเป็นสังคมแห่งความหลากหลาย และย่อมนำมาซึ่งความสับสน มักจะมีคำถามว่า พวกเราหรือว่าประเทศไทยมีการเตรียมประชาชนเพื่อรองรับกับเหตุการณ์นี้แล้วหรือยัง แต่เนื่องจากว่าเป็นการมองการณ์ไกลของพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยาย ท่านได้วางระเบียบแบบแผน ตลอดจนแบบอย่างของวัดเราไว้อย่างดีงาม โดยเฉพาะญาติโยมที่มาวัด จะเห็นว่าทุกคนแต่งชุดขาว ถือเป็นการสร้างธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามให้เกิดขึ้น ไม่ได้มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ได้มีทำให้เกิดความแปลกแยกแตกต่างกัน เหมือนกันหมด มาก็มาอย่างเรียบง่าย อยู่กันแบบเรียบง่าย สิ่งนี้แหละคือการเตรียมประชาชนให้รู้จักวิถีชีวิตแบบชาวพุทธ ที่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้เป็นอย่างดี
แม้บางท่านจะเป็นเจ้าภาพใหญ่ แต่ก็ไม่มีความถือตัว มีหลายท่านที่เห็นแล้วน่าประทับใจ เช่น ตอนเพลเวลาพระภิกษุสาเณรไปฉันภัตตาหาร เจ้าภาพผู้ใหญ่หลายท่านช่วยกันประเคนภัตตาหารด้วยมือตนเอง ประเคนเสร็จก็กลับไปนั่งรับประทานอาหารแบบเรียบง่ายจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญ แต่ก็ทำตัวเองเรียบง่าย
โดยเฉพาะโครงการอบรมธรรมทายาทที่วัดเราทำมาต่อเนื่องหลายสิบปี อาตมาถือว่าสิ่งนี้แหละคือเป็นการเตรียมรองรับกับเหตุการณ์ในอนาคตของเมืองไทยได้อย่างดี เป็นการฝึกเยาวชนให้อยู่ง่ายกินง่าย เช่น ให้อยู่กลด ได้ปฏิบัติธรรม ได้เรียนรู้ว่าอะไรคือความต้องการ อะไรคือสิ่งที่จำเป็นที่แท้จริงก็สามารถแยกแยะได้อย่างถูกต้อง อาตมาคิดว่าวัดพระธรรมกายของเราที่คุณยายท่านได้สร้าง และพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เป็นผู้บุกเบิกตั้งขึ้นมานี้นี่แหละเป็นการเตรียมประชาชนได้อย่างดีที่สุด ถ้าทั่วประเทศได้มีโครงการอย่างนี้ และมีการเตรียมคนอย่างที่คุณยายท่านได้วางแบบแผนไว้ หรือทำอย่างที่หลวงพ่อได้หล่อหลอมพวกเราไว้ แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือโลกทางตะวันตก หรือทางตะวันออก จะมีเหตุการณ์ผันผวนอย่างไร ประเทศไทยก็จะยังเป็นปิ่นนานาประเทศ ก็ยังจะมีความสงบร่มเย็น ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกับต่างประเทศเขาเป็นกัน
เนื่องจากการแสดงธรรมในพิธีสวดพระอภิธรรมของคุณยาย ณ เรือนทองแห่งนี้ ถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับชีวิตตัวเองของผู้เทศน์ ซึ่งพระภิกษุทุกรูปที่ขึ้นมาเทศน์ ณ ที่นี้ ถือว่าเป็นการเอาบุญใหญ่กับคุณยาย ดังนั้น ต่อไปนี้ อาตมาอยากจะให้ผู้ฟังได้บุญใหญ่นี้ด้วย จึงขอเชิญทุกท่านนั่งหลับตา เอาใจจรดศูนย์กลางกายอย่างสบาย ๆ
เมื่อทุกคนนั่งขัดสมาธิ หลับตาดีแล้ว ก็น้อมใจตรึกไปที่ศูนย์กลางกายอย่างสบาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อร่างกายทุกส่วน ให้ผ่อนคลาย จะเป็นกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ที่แก้ม หัวคิ้ว หน้าผาก ริมฝีปาก ให้ผ่อนคลาย สบาย ๆ บริเวณกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ ต้นคอ ท้ายทอย หัวไหล่ บนบ่าทั้ง ๒ ข้าง ต้นแขน ช่วงแขน ข้อศอก จนถึงปลายนิ้วมือทุกนิ้ว ให้ผ่อนคลายสบาย ๆ อย่าเกร็ง อย่าตึง อย่าเครียด
วันนี้เป็นวันศุกร์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งสัปดาห์ หลาย ๆท่าน ได้ตรากตรำทำงาน รับผิดชอบในหน้าที่ต่าง ๆ มาอย่างเหน็ดเหนื่อย เมื่อทุกท่านได้ตั้งใจมาบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ก็มุ่งที่จะสั่งสมบุญ ทำความดีงาม นำสิ่งที่พิเศษที่สุดให้เกิดขึ้นแก่ตัวเอง ดังนั้น การปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิในท่านี้ นอกจากเป็นการพักผ่อนแล้ว ยังถือว่าเป็นการพักผ่อนแบบอริยะ เป็นการพักผ่อนที่ได้บุญกุศล โดยเฉพาะท่านั่งที่เรานั่งอยู่ในครั้งนี้ เป็นท่านั่งของมีชัยชนะ เป็นท่านั่งของพระโพธิสัตว์ผู้ได้บำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรม
เมื่อปรับท่านั่งสบายดีแล้ว เราก็น้อมใจของเราตรึกไว้ที่ศูนย์กลางกาย ทำใจให้ใส ทำใจให้สบาย ทำใจให้บริสุทธิ์ โดยใจวางเบา ๆ ที่ศูนย์กลางกายดีแล้ว ให้ทุกท่านนึกถึงภาพคุณยาย นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ผู้ที่ได้บุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายของเราขึ้นมา ท่านได้สร้างโบสถ์เป็นสง่างาม แข็งแรง มั่นคง ซึ่งโบสถ์วัดพระธรรมกายที่เราได้เห็น หรือที่เราจำได้ ล้วนเกิดจากน้ำพักน้ำแรงหมู่คณะพระภิกษุสงฆ์ ผู้บุกเบิกได้สร้างสรรค์ขึ้นมา ซึ่งวันนี้ก็ได้เป็นที่รองรับการบรรพชาอุปสมบทของพระภิกษุธรรมทายาทถึง ๖๐ รูป
นอกจากอุโบสถแล้ว ท่านก็ได้บุกเบิกสร้างศาสนสถานต่าง ๆ เพื่อการสืบทอดอายุพระศาสนา ปรากฏเป็นความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้น จากเนื้อที่ ๑๙๖ ไร่ จนขยายมาเป็น ๒,๐๐๐ ไร่ จนขยายออกเป็นวัดสาขาทั่วประเทศ และขยายออกไปทั่วโลก
สิ่งเหล่านี้...จุดเริ่มต้นเกิดจากคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่มีจิตเมตตา ได้เป็นต้นบุญต้นแบบ เป็นทั้งผู้สู้ ผู้สร้าง แล้วก็เป็นผู้สอน นำสิ่งที่ดีงามปรากฏให้เกิดขึ้นแก่ชาวโลก จนเป็นที่ประจักษ์ของพวกเราทุกคน และสามารถเกิดเป็นวัดพระธรรมกายขึ้นมาได้ ถือว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยาย เป็นผู้ที่มีอัจฉริยะ มีความชาญฉลาดเป็นอย่างยิ่ง แต่น่าสังเกตว่า แม้งานจะขยายกว้างไกล แผ่ขยายไปเท่าไหร่ ชาวโลกทั้งหลาย หรือมหาชนทั้งหลายได้รู้จักในนามวัดพระธรรมกาย หรือรู้จักในนามหมู่คณะชาววัดพระธรรมกาย แต่ไม่มีใครรู้จักเลยว่าผู้สร้างผู้บุกเบิกเริ่มต้นหรืออผู้ให้กำเนิดนั้นก็คือคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง นี่เอง หรือก็คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อของพวกเรานี่เอง
กล่าวได้ว่าวัดพระธรรมกายแม้จะมีชื่อเสียงอย่างไร แต่ทุกคนก็รู้เพียงภายนอกในนามวัดพระธรรมกาย จนภายหลังเมื่อได้เข้ามาวัดแล้ว เมื่อเห็นสถานที่อันสงบ ร่มรื่น สะอาด เป็นระเบียบ ถึงได้รู้ว่าผู้บุกเบิกก็คือคุณยาย คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อ นับเป็นความสูงส่งในจิตใจของท่านที่ยกเอาหมู่คณะเป็นใหญ่ ไม่ได้เอาตัวเองเป็นใหญ่ หรือไม่ได้เอาชื่อเสียงของตัวเองเป็นใหญ่ ดังเช่น หลาย ๆ วัด หลาย ๆ สำนัก มหาชนจะเข้าไปกราบไปไหว้ ไปปฏิบัติธรรม เพราะชื่อเสียงของเจ้าสำนัก ของเจ้าอาวาส หรือว่าบางสำนักบางวัดคนเข้าไปเพราะว่าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น แต่ที่เข้ามาวัดพระธรรมกายนั้นเป็นเพราะชื่อเสียงหมู่คณะอันงดงามของพวกเราทุกคน เมื่อได้เห็นแล้วก็มีศรัทธาเลื่อมใส ถึงได้เข้าฟังธรรมะจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามเส้นทางของพระรัตนตรัย ท่านสร้างวัดมาเป็นเวลาเกือบ ๓๑ ปี เพิ่งจะมีไม่กี่ปีมานี้ จากการนำเสนอของสื่อแขนงต่าง ๆ ถึงได้มีมหาชนสังคมทั้งหลายได้รู้จักว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และถึงได้มีคนรู้จักว่าผู้บุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายนั้นก็คือคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง นี่เอง
แต่น่าเสียดายอย่างยิ่ง แทนที่สื่อต่าง ๆจะเห็นความเหนื่อยยากลำบาก เห็นความอุตสาหะทุ่มเท โดยเฉพาะคุณยายได้เริ่มสร้างวัดด้วยเงินกองทุนเริ่มต้น ๓,๒๐๐ บาท แล้วก็ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ นำหมู่คณะฝ่าฟันกันมาปีแล้วปีเล่า จนงานแผ่ขยายทุกวันนี้ เขาทั้งหลายเหล่านั้นไม่ได้มองถึงจุดนี้ ไม่ได้เข้าใจถึงจุดนี้ มองแต่เฉพาะภายนอก เห็นความยิ่งใหญ่ของวัดพระธรรมกายที่ปรากฏในปัจจุบัน แล้วสรุปว่าเป็นวัตถุนิยม
แต่หากจะมองลึกสักนิดหนึ่งจะเห็นว่าวัดพระธรรมกายของเรา มีบุคลากรเป็นศาสนทายาท มีการเผยแผ่คำสอน เผยแผ่ศาสนธรรมตามพุทธวิธี ถ้าหากได้มองเห็นถึงความตรากตรำลำบากที่เราได้ฝ่าฟันกันมา น่าจะคิดได้ว่ากว่าจะเกิดเป็นวัดพระธรรมกายขึ้นมาได้ ถ้าหากมโนปณิธานไม่ยึดมั่นมุ่งในพระนิพพานเป็นแก่นสารอย่างแท้จริง หรือหากคุณธรรมไม่สูงส่งจริงแล้ว ก็คงไม่สามารถฝ่าฟันมาถึงจุดนี้ได้ ทำให้อาตมาเกิดความคิดว่า ปัจจุบันมักเน้นทางด้านปริยัติ โดยขาดการปฏิบัติ จึงทำให้คนทั้งหลายไม่ได้เข้าลึกถึงแก่นแท้ของธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในที่นี้ อาตมาขอถือโอกาสยกตัวอย่างขึ้นมา ๒ เรื่อง มีนักวิชาการท่านหนึ่งเป็นชาวต่างประเทศ อาตมาเคยไปเรียนหนังสือกับท่าน ท่านเป็นดอกเตอร์ทางด้านปรัชญา ท่านให้ข้อคิดว่าถ้าหากเรียนรู้ทางด้านปริยัติมากเกินไป ก็จะทำให้เป็นคนช่างคิด เป็นเจ้าเหตุเจ้าผล เน้นหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ มักจะมีแนวความคิดอิงการศึกษาแบบตะวันตก เพราะฉะนั้น ดอกเตอร์ท่านนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่ศึกษาแบบนี้ มักจะเป็นนักคิด หน้าจะนิ่ว คิ้วจะขมวด แววตาจะครุ่นคิด เมื่อศึกษาแล้ว ก็มักจะชอบประวาทะโต้วาที ใครมีเหตุผลมากกว่า หรือใครโต้วาทีได้ดีกว่า คนนั้นก็ได้รับการยกย่องสรรเสริญว่าเป็นนักปราชญ์ อนุสาวรีย์อันเป็นแบบอย่างของบุคคลที่ศึกษาแบบนี้ เช่น อริสโตเติล เพลโต้ โสเครติส ซึ่งเป็นนักปราชญ์ทางด้านตะวันตก แต่ละคนล้วนแต่มีใบหน้าเคร่งเครียด หน้านิ่วคิ้วขมวด แววตาครุ่นคิด ถ้าท่านใดได้ไปเห็นรูปปั้นของบุคคลเหล่านี้ จะเห็นว่าล้วนแต่เป็นรูปปั้นของบุคคลที่มีแววตาครุ่นคิด นี่คือการศึกษาซึ่งมุ่งไปทางด้านความคิด การถือเหตุผล อิงวิทยาศาสตร์
แต่อาจารย์ดอกเตอร์ทางปรัชญาคนนี้ก็ชี้ให้อีกมุมหนึ่งว่าทางด้านตะวันออก มีลักษณะตรงกันข้ามการศึกษาแบบตะวันตกที่กล่าวมา การศึกษาแบบนี้ คนที่เป็นต้นแบบ จะเป็นนักปราชญ์หรือศาสดาท่านใด ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะสงบเย็น เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น มีพระวรกายสงบ นิ่ง เย็น เห็นแล้วเย็นตาเย็นใจ ไม่ได้มีลักษณะหน้านิ่วคิ้วขมวด เหมือนอย่างนักปราชญ์แบบตะวันตก อาตมาก็มาคิดต่อว่า ในพระพุทธศาสนาได้จำแนกการศึกษาที่ทำให้เกิดปัญญา ดังนี้
เบื้องต้นเรียกว่าสุตตมยปัญญา เป็นการศึกษาให้ รู้จำ
อย่างที่ ๒ ก็คือจินตมยปัญญา เป็นการศึกษาให้ รู้จริง
อย่างที่ ๓ ก็คือภาวนามยปัญญา เป็นการศึกษาให้ รู้แจ้ง
ความรู้แบบตะวันตก ก็คงจะหยุดเฉพาะ “รู้จำกับรู้จริง” แต่ยังไม่ถึง “รู้แจ้ง”เหมือนอย่างทางด้านตะวันออก เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้จากความรู้แจ้ง เป็นความรู้เกิดจากภายใน แต่หลายคนที่ยังชอบความเป็นผู้สามารถเอาชนะบุคคลด้วยการประวาทะ เพราะจะได้มีชื่อเสียงได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์มากกว่า จึงเลยละเลยที่จะเรียนรู้ให้รู้แจ้ง แต่ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้สอน ท่านก็มุ่งให้ทุกคนได้เข้าสู่ความเป็นผู้รู้แจ้ง ไม่ได้มุ่งแค่รู้จำรู้จริง เวลาทำสมาธิท่านก็สอนไม่ให้ใช้ความคิดฟุ้งซ่าน แต่ให้ประจักษ์ในประสบการณ์ภายในและรู้ได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเอาชนะใคร
ส่วนเรื่องที่ ๒ มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านเป็นดอกเตอร์ทางด้านศาสนา และเป็นบาทหลวงด้วย ท่าน ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าศึกษาศาสนาอิงทางด้านวิทยาศาสตร์มากเกินไป คนก็จะมุ่งเอาแต่เรื่องเหตุผลมากขึ้น โดยลืมไปว่าวิทยาศาสตร์หรือความเป็นเหตุเป็นผลนั้นเป็นเพียงแฟชั่นในยุคหนึ่งเท่านั้น
โดยยุคก่อน ๆ แฟชั่นของผู้ยิ่งใหญ่ก็คือความเป็นกษัตริย์ ซึ่งจะต้องเป็นนักปกครองและมีความเป็นนักรบ ถ้าเมื่อไรบุคคลในยุคนั้นปรารถนาจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินก็จะต้องเรียนรู้ทางด้านการเป็นนักรบ เป็นขุนศึกหรือเป็นผู้ที่ชำนาญในการสงคราม แต่ต่อมาพอโลกเปลี่ยนแปลงไป มีการเกษตรกรรม มีการอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ก็เริ่มมีการนิยมแฟชั่นทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะมีเหตุผลและเป็นรูปธรรมคือจับได้ต้องได้ บุคคลที่ได้รับการยอมรับในยุคนี้คือนักวิทยาศาสตร์และนักปราชญ์ทั้งหลาย อาจารย์บาทหลวงท่านนี้ท่านกล่าวว่าอนาคตต่อไปนี้ วิทยาศาสตร์ก็คงจะถึงจุดอวสาน เพราะว่าสิ่งที่อธิบายได้ด้วยเหตุผลนั้นมันถึงเพียงแค่จินตมยปัญญาเท่านั้น จะต้องมีสิ่งอื่น ๆ เจริญรุ่งเรืองพัฒนามากขึ้นกว่านี้ ที่จะสามารถให้คำตอบในสิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้และอธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ความรัก เราวัดปริมาณความรักให้เห็นไม่ได้ว่ากี่ลิตรกี่กิโล เป็นต้น ดังจะเห็นว่าโลกตะวันตกกำลังสนใจเรื่องจิต สนใจเรื่องความรู้จากภายในใจกันมากขึ้น
เพระฉะนั้นที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อหรือคุณยายท่านได้สอน …เป็นเพราะท่านเห็นแจ้งในธรรม ท่านจึงสอนเพื่อมุ่งที่จะให้เราได้เป็นผู้รู้แจ้ง ให้เป็นผู้ที่ได้ไปรู้ไปเห็นในประสบการณ์ที่นอกเหนือจากการอธิบายด้วยเหตุด้วยผล และก่อให้เกิดศรัทธาในพระศาสนาเป็นเบื้องต้น แล้วมุ่งสู่ความเป็นผู้มีปัญญาในเบื้องปลาย เห็นความสว่างไสวภายในแล้ว ก็นำไปสู่ความหลุดพ้น โดยเฉพาะบรรดาตำราทั้งหลายในโลกจะเป็นจากเรื่องธรรมะหรือเรื่องคำสอนอื่น ๆ ก็ตาม แม้จะมีการศึกษาเรียนรู้มากมายเท่าไร ความรู้ทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องเป็นไปเพื่อการรู้เท่าทันตัวของเราเองและรู้แจ้งในตนเอง โดยตำราทั้งหลายหรือหนังสือธรรมะทั้งหลาย หรือแม้จะเป็นคัมภีร์ทั้งหลาย วัตถุประสงค์ที่ถูกต้องแล้ว เมื่อได้เรียนรู้ ได้อ่าน ได้ศึกษา จะต้องมาถึงจุดหนึ่ง คือ จะมุ่งมองเข้าหาตนเอง มองสิ่งภายนอกเป็นเพียงสิ่งเปลือกนอก การเรียนรู้เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง แล้วก็จะรู้ว่า “มันเป็นเช่นนั้นเอง” เกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจิตกลับเข้ามาสู่ภายใน
แต่ยิ่งกว่านั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านไม่ได้สอนเฉพาะให้จิตน้อมกลับมาสู่ภายในตัวเองเท่านั้น ท่านยังสอนให้เราเข้าสู่ภายในลึกลงไปในกลางกาย เข้าสู่ความสว่างไสวภายใน หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ลึกลงไปในกลางกาย จะเห็นว่ามากว่าจินตมยปัญญา และพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็จะสอนต่อให้เราเข้าไปลึกเข้าไป จนเห็นกายภายในต่าง ๆ ซึ่งอยู่ภายในตัวของเราทุกคน
และพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านยังกล่าวไว้ว่าการปฏิบัติธรรมเป็นสุดยอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต ท่านเคยเปรียบเทียบไว้ว่า ขณะเราทานอาหารเราก็หายใจไปด้วย เราไม่ได้รอว่าทานอาหารเสร็จค่อยหายใจ หรือว่าหายใจเสร็จค่อยทานข้าว เพราะฉะนั้นธรรมะที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้สอนนั้นสามารถปฏิบัติได้ในขณะที่เราดำเนินชีวิตในวิชาชีพต่าง ๆ
เมื่อบุคคลใดก็ตามตั้งแต่ปุถุชนจนถึงเป็นผู้ปกครองเป็นนายกฯ หรือเป็นรัฐมนตรีก็ตาม เมื่อใจอยู่ในธรรม หรือเมื่อใจอยู่ในบุญก็ย่อมสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่เรียนมาได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์
สิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง แม้จะดูว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ เป็นภาษาง่าย ๆ แต่เป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ดังนั้น การที่คุณยายท่านได้สอนให้เราทั้งรู้ทั้งเห็นธรรม อยู่ในบุญอยู่ในธรรม จากนั้นก็ได้ถ่ายทอดสืบมายังพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคณะสงฆ์ และจนถึงพวกเราทั้งหลาย จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราจะได้ยึดถือประพฤติปฏิบัติต่อไป
ในยุคนี้ บุคคลที่จะเป็นแบบอย่างและเป็นผู้ยืนยันให้เราสามารถมั่นใจมีศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสนาได้ ก็จะเห็นว่าคุณยายของเรานี่เองเป็นปูชนียาจารย์จริง ๆ เป็นบุคคลสำคัญที่ให้ความมั่นใจต่อศรัทธาในพระพุทธศาสนา แม้จะไม่ได้เป็นผู้มีตำแหน่งทางด้านวิชาการในฐานะเป็นนักปราชญ์ที่ชาวโลกทั้งหลายยกย่องสรรเสริญ แต่สิ่งที่คุณยายสอนนี้มีคุณค่าข้ามภพข้ามชาติไปถึงที่สุดแห่งธรรม อีกกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นปีถึงจะมีบุคคลสำคัญเช่นนี้บังเกิดขึ้น จึงเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่พวกเราทั้งหลายได้มาพบมาเจอมาเห็นคุณยาย ได้มาฟังธรรมะจากท่าน และก็ได้ฟังธรรมะสืบทอดมาตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้สอน และได้หล่อหลอมพวกเรามาจนถึงปัจจุบันนี้ จนกลายเป็นหมู่คณะที่งดงาม
เพราะความชาญฉลาดอัจฉริยะของคุณยายเช่นนี้ จึงบังเกิดมีหมู่คณะมีวัดพระธรรมกายซึ่งกำลังจะแผ่ขยายไปทั่วโลกนี่เอง
เมื่อทุก ๆ ท่านได้เข้าใจในความโชคดีของเราแล้ว ก็ขอให้ทุกท่านตรึกนึกถึงภาพของคุณยายไว้ที่ศูนย์กลางกาย นึกภาพคุณยายชัดใสสว่างอยู่ในกลางกาย นึกน้อมจิตของเราอยู่ในกลางคุณยายที่กลางกาย กลางความใส กลางความบริสุทธิ์ นึกน้อมบูชา นมัสการคุณยายผู้เป็นปูชนียาจารย์ ซึ่งพวกเราทั้งหลายได้เป็นผู้ที่ได้รับรู้ธรรมรสที่คุณยายท่านได้รับการถ่ายทอดสืบต่อมาจากครูบาอาจารย์ คือพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี ที่ได้สืบทอดมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อน้อมสักการะด้วยการปฏิบัติบูชาคุณยายจนใจเราเกลี้ยงใจเราใส ใจเราบริสุทธิ์ ก็ให้นึกขอพรจากคุณยาย ขอให้บุญบารมีรัศมีกำลังฤทธิ์ คุณงามความดีทั้งหลายของคุณยายที่ท่านได้สั่งสมมามากมายมหาศาลเกินจะนับจะประมาณได้
โดยขออาราธนาให้บุญบารมีทั้งหลายเหล่านี้ได้ปกป้องคุ้มครองรักษาลูกหลานคุณยายทุก ๆ คน ให้มีแต่ความสุขมีแต่ความเจริญ ให้ประสบผลสำเร็จในชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม นึกน้อม…ขอบุญบารมีของคุณยายให้มาเติมบุญเติมบารมีในตัวของเราให้ยิ่ง ๆขึ้นไป เพื่อที่จะให้เราได้ดำเนินรอยตามแบบอย่างอันดีงามของคุณยาย ขอบุญบารมีทั้งหลายเหล่านี้ได้มากลั่นกาย วาจา ใจของหลานคุณยายทุก ๆ คนให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ให้กายของเราเป็น “กายแก้ว” ให้เป็นกายมหาบุรุษ อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้ ให้ร่างกายแข็งแรงอายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีตามคุณยาย ขอให้บารมีของคุณยายบุญของคุณยายได้มากลั่นวาจาของเราด้วย ขอให้วาจาของเราเป็นวาจาบริสุทธิ์ เป็นปิยวาจา จะพูด จะถ่ายทอดสิ่งใดให้มีแต่คนศรัทธาเลื่อมใส ชนะใจทุก ๆ คน ให้มีเสียงไพเราะดุจเสียงเท้ามหาพรหม ให้มีความอ่อนหวานเหมือนเสียงนกการเวก ให้เป็น “วาจาแก้ว” และขอบุญบารมีของคุณยายได้มากลั่นใจของเราด้วย ให้กลั่นใจของเราเป็น “ใจแก้ว” เป็นใจที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ไม่คิดอาฆาตพยาบาทมุ่งร้าย จองเวรจองกรรมเป็นศัตรูกับใคร ให้ใจสว่างบริสุทธิ์เป็นดวงใสที่ทรงคุณอันพิสุทธิ์สว่างไสว
เมื่อกราบขอพรคุณยายและดวงบุญของเราใสสว่างสะอาดบริสุทธิ์ดีแล้ว เราก็นึกแผ่บุญแผ่กุศล ให้เป็นรัศมีและเป็นอานุภาพแห่งความเมตตาความปรารถนาดี ออกจากศูนย์กลางกายของเรา แผ่ไปยังบุคคลรอบข้างให้มีความเย็นกายเย็นใจ แผ่ไปยังบรรพบุรุษทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านจะไปอยู่ในภพภูมิใดก็ตาม ขอให้บุญอันเกิดจากการมาบำเพ็ญกุศลของลูกหลานคุณยายในครั้งนี้ ให้ไปถึงบรรพบุรุษทั้งหลายเหล่านั้นทุก ๆ ท่าน ขอให้มีแต่ความสุข เสวยสุขในทิพพิมานยิ่ง ๆ ขึ้นไป
นึกแผ่บุญแผ่เมตตานี้ไปยังญาติพี่น้องบิดามารดา สัมพันธชนทั้งหลาย ตลอดจนชาวโลกทั้งหลาย ให้พวกเขาเหล่านั้น แม้เราจะรู้จักก็ตามไม่รู้จักก็ตาม และไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะมีเชื้อชาติใดภาษาใด เผ่าพันธุ์ไหน เราก็นึกแผ่เมตตาแผ่บุญแผ่กุศลจากจิตใจของลูกหลานคุณยายทุก ๆ คนนี้ ให้เขาเหล่านั้นมีแต่ความสุข ใครมีทุกข์ให้พ้นทุกข์ ใครมีสุขอยู่แล้วให้มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป นึกแผ่เมตตาไปยังบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย จะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อย สัตว์ไม่มีเท้า สัตว์มากเท้า สัตว์ที่เกิดในกำเนิดทั้ง ๔ จะเป็นสังเสทชะ ชะลาพุชะ อัณฑชะ โอปปาติกะ จะมองเห็นตัวก็ตาม มองไม่เห็นตัวก็ตาม ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายมีแต่ความสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น
เมื่อใจใส ใจสะอาด ใจบริสุทธิ์ดีแล้ว ก่อนที่ทุกท่านจะได้ลืมตา ขอเชิญได้ตั้งจิตอธิษฐานให้เป็นอธิษฐานบารมี ขอบุญกุศลที่ลูกหลานคุณยายทุก ๆ คนได้สั่งสมมาดีแล้ว จงส่งผลดลบันดาลให้ทุกท่านอุดมสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยสมบัติทั้งหลาย ขอให้ลูกหลานของทุก ๆ ลูกหลานของคุณยายทุก ๆ คน ณ ที่นี้ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติ มีทรัพย์สมบัติหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ด้วยบุญในตัวอันบริสุทธิ์นี้ขอให้ดึงดูดสายสมบัติ เป็นสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ได้เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญจะได้ใช้ทรัพย์นี้เกื้อหนุนค้ำจุนพุทธศาสนา จะประกอบหน้าที่การงานสิ่งใด จะจับจะทำอะไรให้เป็นเงินเป็นทอง พบแต่คำว่าสำเร็จ สำเร็จ สำเร็จ เกินควร เกินคาด
มีทรัพย์สมบัติแล้วให้ลูกหลานคุณยายทุก ๆ คน คือ ตัวเราเองนี้ ขอให้เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยบริวารสมบัติ ตั้งแต่ในบ้านของเรามีลูกมีหลานก็ขอให้ว่านอนสอนง่ายอยู่ในโอวาท ให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข เป็นครอบครัวแก้ว ครอบครัวธรรมกาย ทุกคนมีศีลเสมอกัน ศรัทธาเสมอกัน ทิฐิเสมอกัน เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ออกจากบ้านไปติดต่อการงานกับบุคคลใดหรือไปที่ทำงานก็ตามให้เจอแต่คนดี เจอแต่บัณฑิต เจอแต่นักปราชญ์ เจอแต่คนที่นำคุณประโยชน์ ผลประโยชน์มาให้ ส่วนคนภัยคนพาล คนคดคนโกงอย่าได้มากล้ำมากลาย ขอให้ได้มีคุณสมบัติ ตั้งแต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดรู้แจ้งแทงตลอดทั้งทางโลกทางธรรม ให้มีรูปสมบัติมีบุคลิกลักษณะงดงาม ใครเห็นแล้วก็ศรัทธาเลื่อมใส ชนะใจทุก ๆ คน
และก็สุดท้ายให้ได้มีนิพพานสมบัติ ตั้งแต่มีศรัทธาตั้งมั่นในพระศาสนามั่นคงไม่หวั่นไหว จะมีข่าวลือข่าวลวงข่าวล้อให้เราต้องออกจากเส้นทางแห่งความดีงามนี้ ก็ไม่สามารถทำได้ ขอให้ใจเรามั่นคงด้วยศรัทธา และเมื่อมีศรัทธาดีแล้วก็ขอให้มีโอกาสได้ฟังธรรมะของพระอริยเจ้า เมื่อฟังธรรมะแล้วก็ขอให้มีจิตเลื่อมใสเกิดแรงดลใจ อยากจะปฏิบัติธรรมตามที่ท่านสอน เมื่อปฏิบัติธรรมแล้วก็ขอให้ได้มีดวงตาเห็นธรรม เข้าถึงธรรมกายโดยง่าย รู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกายโดยง่าย บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่ายโดยเร็วพลัน ให้ทุกคนตั้งจิตอธิษฐานให้เป็นอธิษฐานบารมีติดอยู่ในกลางดวงใสสว่างในกลางกายของทุก ๆ ท่านเลยนะ
*********************************** จบ ***********************************