บุญจากการร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศล
(ม้วน 1/A)
พระเทพวิมลโมลี : เรียนท่านประธานจัดงานบำเพ็ญกุศล ขอเจริญพรเหล่ากัลยาณมิตรที่มาร่วมงานในวันนี้ทุกท่าน (สาธุ)
วันนี้ท่านทั้งหลายได้ร่วมบำเพ็ญกุศลคือจักได้ จัดงานให้มีอาราธนาพระสงฆ์ให้มาสวดพระอภิธรรม เพื่อจะได้น้อมนำเอาบุญกุศลอุทิศไปให้กับคุณยาย อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ด้วยความรำลึกนึกถึงคุณูประการที่คุณยายได้ดีกับท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายได้ชื่อว่ามาแสดงออกถึงความเป็นญาติกัน ความเป็นญาติกันนั้น ก็คือว่าเป็นญาติทางธรรม ในทางภาษาบาลีใช้ว่า ญาติธัมโม โสญาติธัมโม ก็คือมาแสดงถึงความเป็นญาติเป็นมิตรกัน ความเป็นญาตินั้นเป็น ๒ มี ๒ ประการ
คือประการแรกนั้นก็เป็นญาติโดยสายโลหิต ก็คือว่าเราเป็นพี่น้องกัน นับกัน ๗ ชั่วโคตร เรียกว่าเป็นญาติทางสายโลหิต
แต่ว่าคำว่าญาติธรรมนั้นก็หมายถึงว่าเราไม่ได้เป็นญาติกันทางสายโลหิต แต่ว่ามาประพฤติธรรมร่วมกัน มีความเออ เอื้อเฟื้อเผยแผ่ต่อกันและกัน รัก นับถือกัน สนิทสนมกันเสมือนหนึ่งว่าเป็นญาติ ก็นับว่าเป็นญาติธรรม หรือว่านับถือท่านผู้นั้นว่าเป็นญาติของเราได้
ฉะนั้นงานวันนี้ท่านทั้งหลายได้มาแสดงน้ำใจถึงความเป็นญาติกันว่ามีงานอะไรก็แสดงออกมาร่วมงาน ถือว่าท่านทั้งหลายได้แสดงออกถึงความเป็นญาติกันในทางธรรม
ประการที่ ๒ ได้ชื่อว่าท่านทั้งหลายได้บูชาท่านผู้ตาย คือท่านผู้ตายนั้นมีคุณความดีอย่างไร เมื่อสมัยที่มีชีวิตอยู่ เราก็ไม่ลืมความหลัง ว่าครั้งหนึ่งหรือหลายๆ ครั้ง เราได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากท่านผู้ตาย หรือว่าท่านผู้ตายนั้นได้ให้ ได้กระทำประโยชน์อะไรให้กับเรา แม้เพียงนิด เราก็ไม่ลืมคุณงามความดีนั้น มาจัดงานบำเพ็ญกุศลให้ได้ด้วยรำลึกนึกถึงคุณความดีของท่าน อย่างนี้ได้ชื่อว่าท่านทั้งหลายนั้นได้บูชาสักการะท่านผู้ตาย
ประการที่ ๓ ได้ชื่อว่าท่านทั้งหลาย ได้ให้กำลังกับพระสงฆ์ ถือว่าเป็นการบำรุงพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาจะอยู่ได้ยืนยาวมั่นคงนั้น ต้องอาศัยพระสงฆ์นั้นเป็นหลัก พระสงฆ์เป็นผู้ปฏิบัติ เป็นผู้นำของญาติโยมก็คือประพฤติปฏิบัติพระธรรมวินัย ตราบใดที่ยังมีพระสงฆ์เล่าเรียนศึกษาประพฤติปฏิบัติ ตราบใดพระพุทธศาสนาก็ยังมั่นคงอยู่ตราบนั้น การที่พระสงฆ์จะอยู่ได้สุขสบายก็เพราะอาศัยญาติโยมนี่ให้ความเคารพนับถือ ให้ความอุปถัมภ์บำรุงเช่นถวายปัจจัย ๔ เช่นในวันนี้ได้นำเอาปัจจัยมาถวาย มีปัจจัย ๔ มีผ้าเป็นต้น ได้มาถวายให้กับพระสงฆ์ ถือว่าท่านทั้งหลายได้ให้กำลังกับพระสงฆ์ ได้ชื่อว่าทนุบำรุงพุทธศาสนา
และประการที่ ๔ สุดท้าย ได้ชื่อว่าท่านทั้งหลายได้บำเพ็ญกุศลให้เกิดขึ้นกับตัวของท่านเอง เมื่อบุญกุศลนั้น บุญนั้นก็คือเป็นสิ่งที่จะชำระจิตใจของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ เมื่อเราได้มาบำเพ็ญกุศลนี่ ก็ถือว่าเราสร้างกำไรให้เกิดขึ้นกับชีวิตของเราเอง เพราะคนเราทุกคนที่เกิดมานั่น ต้องอาศัยบุญด้วยกันทั้งนั้น จึงได้เกิดมาเป็นมนุษย์ได้ การเกิดเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ว่าจะเกิดได้ง่ายๆ เป็นการเกิดได้ยาก ดังบาลีพระพุทธภาษิตที่ตรัสไว้ในธรรมบทขุททกนิกาย ว่า
กิจฺโฉ มนุสฺสปฺปฏิลาโภ แปลว่าการกลับได้อัตภาพเป็นมนุษย์นี่แสนยาก
ที่ว่ายากนั้นก็คือว่าจะต้องสร้างสมบุญกุศลให้มาก ถ้าบุญกุศลน้อยแล้ว ไม่สามารถจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ และบุญกุศลนี้เองจะช่วยให้เรานั้นได้มีความสุขทั้งในปัจจุบันชาติ ทั้งในปรภพภายภาคหน้า ว่าสิ่งอื่นทั้งหลายนั้นเป็นที่พึ่งของเราไม่ได้ ทรัพย์สมบัติต่างๆ นั้นเป็นที่พึ่งให้กับเราได้ในเฉพาะชาตินี้เท่านั้น เมื่อเราหมดลมแล้ว เราตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ก็ตกเป็นของคนอื่น ตกเป็นของลูกของหลานสืบๆ กันไป เรานำไปไม่ได้
แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ติดตามเราไป นำไปได้ ก็คือว่าบุญกุศลนี่เอง เพราะฉะนั้นผู้ที่ฉลาดจึงได้เสียสละทรัพย์สินเงินทองที่เป็นทรัพย์ภายนอก บริจาคทำบุญสร้างสาธารณะสถาน ทำบุญกุศลต่างๆ เพื่อทำทรัพย์ภายนอกให้เป็นทรัพย์ภายใน หรือว่าทำโลกียทรัพย์ให้เป็นอริยทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่จะติดตามตัวไปได้เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว เพราะเมื่อเราตายไปแล้ว ตามหลักพุทธศาสนาว่าเราจะพึ่งใครไม่ได้ นอกจากบุญกุศลที่เราได้สร้างไว้เท่านั้น ดังนั้นเมื่อเราสร้างไว้แล้วนี่ ก็อุ่นใจได้ว่าเราจะมีที่พึ่งในชาติหน้า ข้อนี้สมด้วยพุทธภาษิตที่ตรัสไว้ว่า
ปุญญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปณินํ
แปลว่าบุญกุศลทั้งหลายเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก ก็คือว่าเรานั้นยังจะต้องเวียนว่ายตายเกิด เราก็ต้องสร้างบุญสร้างกุศลไว้เพื่อเป็นที่พึ่งของเราในชาติหน้าภพหน้า
วันนี้คณะเจ้าภาพก็ได้บำเพ็ญกุศลเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์ทั้งหมดได้ทำการสวดพระอภิธรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว บัดนี้ (เทปสะดุด) ท่านเจ้าภาพทุกท่านได้ตั้งใจกรวดน้ำรับพร พระสงฆ์จะได้อนุโมทนาเป็นภาษามคธสืบต่อไป
หน้า PAGE 1
440325EW-BBT