ฤทธิ์ของคำอธิษฐาน
(ม้วน 1/A)
(ช่วงต้นเป็นการกล่าวสัมโมทนียคาถาของพระเทพวิมลโมลี ไม่ได้ถอด เพราะแยกไฟล์ต่างหาก 440325EW-BBT)
พระอนุชา : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระมหาเถระและพระเถระผู้มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม …สหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร และท่านสาธุชนผู้มีบุญทุกท่าน (สาธุ)
ในวันนี้ถือเป็นวาระโอกาสอีกวันหนึ่งที่เป็นวันที่ทุกท่านได้มาร่วมกันในงานสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายบุญกุศลนี้แก่คุณยายของเรา ถ้าจะพูดถึงคุณยายของเราแล้ว สิ่งที่ท่านได้ทำมาตลอดก็คือการสร้างบารมี ถ้าถามว่าบารมีทั้ง ๑๐ ประการนั้น คุณยายท่านทำได้ครบหรือไม่ ต้องตอบได้เลยว่าคุณยายของเรา ท่านทำบารมีสร้างบารมีทั้ง ๑๐ ประการได้ครบทุกประการ และทำอย่างยิ่งยวด แล้วก็ทำมาตลอดชีวิต ตั้งแต่ท่านเข้าวัดมา จนกระทั่งท่านละสังขาร ท่านทำบารมีมาอย่างเต็มที่ แล้วก็เป็นตัวอย่างให้แก่พวกเรา ทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่ควรน้อมนำทั้งสิ่งที่ท่านทำ และคำสอนของท่านที่ท่านเมตตาอุตส่าห์สอนเรามาตลอด
บารมีทั้ง ๑๐ ประการนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าถามว่าเราจะหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ได้นี่ เราจะต้องทำบารมีทั้ง ๑๐ ประการนี้มากน้อยเพียงใด บารมีทั้ง ๑๐ ประการนี้นี่ต้องเต็มเปี่ยมมากขนาดที่ว่าในฐานะภาคปฏิบัติ ผู้ที่มีรู้มีญาณเห็นเลยว่าดวงเรามีทั้ง ๑๐ ประการ ๑๐ ดวงนี้ต้องใหญ่มากขนาด ๑ คืบทีเดียว ถ้าเปรียบก็คือเท่าลูกฟุตบอลนั่นเอง ทั้ง ๑๐ ประการต้องใหญ่เต็มทั้ง ๑๐ ดวง ๑๐ บารมี เราจึงจะหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ เข้าพระนิพพานได้
ถ้าใครบอกว่าเราอยากจะเข้าพระนิพพานในชาตินี้ ยังไงจะไม่มาเกิดอีกแล้ว เราพูดได้ แต่เราจะเข้าได้หรือไม่ เข้าไปพระนิพพานได้หรือไม่ จะหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ในชาตินี้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับบารมีทั้ง ๑๐ ประการนี้ว่าเต็มทั้ง ๑๐ ดวงหรือไม่นั่นเอง ซึ่งนี่ผู้มีรู้มีญาณย่อมเห็น
สำหรับวันนี้จะขอนำในเรื่องบารมีที่สำคัญประการหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วคุณยายท่านก็ทำ แล้วก็แนะนำเราอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าเราจะเข้าใจมากน้อยเพียงใดหรือไม่ และนำมาปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละคน กรณีในเรื่องที่สำคัญประการหนึ่งที่จะขอน้อมนำมาให้แก่ทุกท่านในวันนี้ก็คือเรื่องของอธิษฐานบารมีนั่นเอง
ถ้าจะแยกบุคคลชาวพุทธเรา ถ้าจะแยกออก อาตมาก็คิดว่าคงจะพอแยกได้เป็น ๓ กลุ่มด้วยกัน
ผู้ที่ทำบุญแล้ว แล้วก็ไม่อธิษฐานนี่ นี้ก็มีอยู่ บางคนก็คิดว่าการอธิษฐานเป็นความโลภ จริงหรือไม่ เดี๋ยววันนี้เราจะได้เข้าใจกัน
กลุ่มที่ ๒ ก็คือผู้ที่คิดว่าทำบุญแล้วควรอธิษฐาน แต่ตัวเองก็อธิษฐานไม่เป็น อธิษฐานผิดๆ ถูกๆ ซึ่งหลายๆ ครั้งเราเองก่อนเข้าวัดมาพบคุณยาย เราก็อธิษฐานผิด อธิษฐานพลาดกันมา ก็เป็นด้วยกันแทบทั้งนั้น อันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของชาวพุทธ
กลุ่มแรก คือทำบุญแล้วไม่อธิษฐาน
กลุ่มที่ ๒ ทำบุญแล้วอธิษฐาน แต่อธิษฐานผิดๆ นี้น่ากลัวมาก เพราะว่าบุญกุศลก็เปรียบเสมือนเงินนั่นเอง บุญกุศลนี่เปรียบเสมือนเราหาเงินได้ ถ้าเราใช้เงินเป็น เงินนั้นก็เกิดประโยชน์ แต่ถ้าใช้ประโยชน์ไม่เป็น เงินนั้นนอกจากไม่เกิดประโยชน์ จะเป็นโทษเป็นภัยแก่ชีวิตของเราอย่างมากทีเดียว
ประการที่ ๓. เมื่อทำบุญแล้วก็อธิษฐานถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม นี้เป็นบุคคลที่มีปัญญา ซึ่งจะได้อย่างนี้จะต้องพบครูบาอาจารย์ที่รู้จริง มีรู้มีญาณเข้าใจโลกและชีวิต เข้าใจภพ ๓ เข้าใจเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด เข้าใจในเรื่องของการบรรลุธรรม การเข้าถึงพระนิพพาน หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ได้จริง
ซึ่งพวกเราทั้งหลายในที่นี้โชคดี เราทุกท่านนี่ได้พบคุณยาย ได้พบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้พบหมู่คณะ ณ วัดพระธรรมกายแห่งนี้ เราโชคดีอย่างมากมายมหาศาล จึงทำให้เรานี่รู้จักวิธีสร้างบุญแล้วก็อธิษฐานเป็น
ทีนี้ อาตมาจะขออธิบายขยายความในส่วนที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ บุคคลกลุ่มแรก ทำบุญแล้วไม่อธิษฐาน ถามว่าทำบุญแล้วไม่อธิษฐานนี่ ผลบุญส่งผลให้หรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่าผลบุญนั้นเมื่อเราทำแล้วนี่ ย่อมส่งผลให้แก่ทุกๆ คนเลย ไม่มีเว้นถ้าเราทำบุญแล้ว บุญย่อมส่งผลให้ แต่ถ้าเราไม่อธิษฐาน บุญส่งผลให้เรามีความสุขความเจริญ ยกตัวอย่างง่ายๆ บุญที่เราทำทานข้ามภพข้ามชาติมาดี เราทำบุญในอดีตชาติมาดี เกิดมาชาตินี้ก็ร่ำรวย หรือบุญจากการรักษาศีล ถ้าเรารักษาศีลอย่างดีข้ามภพข้ามชาติมา ศีล ๕ ศีล ๘ เกิดมาชาตินี้ก็รูปร่างสง่างาม ถ้าหากว่าเราทำบุญมาดี ทำบุญให้ทาน รักษาศีล เกิดมาก็รวย เกิดมาเป็นชายก็หล่อ เป็นหญิงก็สวย แต่ถ้าไม่อธิษฐาน บุญอาจจะส่งผลให้ก่อบาปได้
ตรงนี้ฟังแล้วหลายท่านอาจจะสงสัยเป็นไปได้ยังไง ถ้าเรายก ถ้ายกตัวอย่างก็คือว่า ถ้าถามทุกๆ ท่านในที่นี้ว่าในสังคมของเรานี่มีบ้างไหมที่คนที่มีทรัพย์แล้ว เวลาที่เกิดโทสะไม่พอใจ ขัดเคืองใจใครขึ้นมา จะขัดผลประโยชน์ก็ตาม หรืออะไรก็แล้วแต่ จะโดนรังแกอะไรก็แล้วแต่ โกรธเคืองขึ้นมาแล้วก็เอาเงินไปจ้างมือปืนยิงเขาเลย มีไหม หลายๆ ท่านก็จะคงจะตอบได้ว่ามี ก็มีอยู่ บุคคลที่ไปผิดพลาดอย่างนั้น หรือบุคคลที่เกิดมาแล้ว รูปร่างหน้าตาดี จะเป็นชายก็หล่อ หรือเป็นหญิงก็สวย เสร็จแล้วก็ความหล่อความสวยตัวเองนี่ ทำให้เพศตรงข้ามเข้ามาหา แล้วก็ยุ่งกับเขาไม่เลือกใคร มีไหม ทุกท่านในที่นี้ก็คงตอบได้ว่ามีอยู่ ในสังคมของเรา
ก็นั่นแหละคือผลบุญที่ส่งผลให้เขาได้ความพร้อม แต่ความพร้อมในตัวแทนที่จะเอามาสร้างบุญ ก็เอาไปก่อบาป ชาตินี้ถ้าก่อบาปมากๆ สั่งสมบาปไว้มากๆ บุญที่ทำมา กลับกลายเป็นส่งผลให้มาทำบาปได้มาก และเมื่อชาตินี้ทำบาปมาก ก็อันตรายทีเดียว เมื่อละโลกไปแล้วจะไปอยู่ที่ใด ทุกท่านเราคงตอบได้ เพราะว่าสั่งสมบุญก็ต้องไปในหนทางที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้นะ นี่เพราะฉะนั้นการทำบุญแล้ว ถ้าไม่อธิษฐาน อาจจะทำให้ประมาทพลาดพลั้งไปอย่างนี้ได้ เพราะงั้นการทำบุญแล้วไม่อธิษฐานนี่ ถือว่ายังไม่ดีนัก มีผลที่ทำให้เราไปผิดพลาดได้
แล้วถามว่าทำอย่างไร ถ้าหากว่าเราทำบุญแล้วจึงควรอธิษฐาน แต่ก่อนจะไปถึงกลุ่มที่ ๓ คือทำบุญแล้วอธิษฐานถูกต้อง ก็ขอพูดถึงกลุ่มที่ ๒ ก่อน กลุ่มที่ ๒ นี้ทำบุญแล้ว แล้วอธิษฐานนี่ อธิษฐานผิด ผิดพลาด ถามว่าทำไมถึงอธิษฐานผิด เพราะว่าไม่พบครูบาอาจารย์ ผู้เป็นบัณฑิตที่แท้จริง ที่รู้แจ้งเห็นจริงในภพ ๓ ในการเวียนว่ายตายเกิด ในการบรรลุมรรคผลนิพพาน เขาอาจจะเจอครูบาอาจารย์ หรือจะเจอเพื่อนที่ชักชวนกันทำความดีก็จริง แต่ไม่เจอกัลยาณมิตรที่มีรู้มีธรรม มีรู้มีญาณที่รู้แจ้งเห็นจริง เพราะงั้นจึงมีสิทธิอธิษฐานผิดๆ ได้ หรืออาจจะไม่เจอเลย แล้วก็คิดว่าตัวเองอธิษฐานอย่างนี้คงได้
จะตกตัวอย่างเป็นอุทาหรณ์ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอดีตในสมัยพุทธกาล ขอยกตัวอย่างฝ่ายชายก่อน ฝ่ายชายนี้มีชายหนุ่มอยู่คนหนึ่ง เป็นหลานของอนาถบิณฑิกะ เศรษฐี หลานของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีคนนี้ เป็นบุคคลที่เคยอธิษฐานทำบุญข้ามภพข้ามชาติมาดี แต่เขาอธิษฐานตกอยู่ในกิเลส แล้วก็ทำให้ชีวิตตัวเองน่ะ แทบจะต้องถูกประหาร แต่ว่าดีว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงมาโปรด
เรื่องคือ เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า หลานอนาถบิณฑิกะเศรษฐีคนนี้ เนื่องจากเป็นหลานของเศรษฐี แน่นอนว่ามีทรัพย์มาก ผู้ชายคนไหนก็ตามมีเงินมาก มีทรัพย์มาก เขาเรียกว่าบุคคลเนื้อหอม ฝ่ายตรงข้าม เพศตรงข้าม ทุกๆ หลายๆ คนก็พร้อมที่จะกระแซะเข้ามา เข้ามาหา เพราะว่าเห็นแล้วว่าบุคคลนี้มีทรัพย์ก็อยากเข้ามา เข้ามาหา มาคุ้นมาเคย ปรากฏว่าหลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีคนนี้ ไม่ว่าผู้หญิงคนใดก็ตามที่เข้ามาหา ก็ยุ่งกับเขาหมดเลย ผิดศีลข้อ ๓ ศีลข้อกาเม แล้วก็ถูกจับได้ ถูกจับได้
โทษของการผิดศีลในข้อนี้ ในสมัยพุทธกาล ถ้าหากผิดแล้ว โทษมีสถานเดียวคือต้องเข้าหลักประหาร ฟันคอขาดทีเดียว แต่ว่าความดี บารมีของปู่คืออนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่คุ้มอยู่ บารมีคุ้มเกล้าอยู่ ปรากฏว่าแม้กฎหมายนั้นจะหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยกเว้นไว้สำหรับบุคคลซึ่งเป็นหลานของอนาถบิณฑิกะเศรษฐี เพราะทางบ้านเมืองเกรงว่าจะกระเทือนใจท่านเศรษฐี ท่านเศรษฐีสะเทือนใจแล้ว จะไม่ทำบุญ พระภิกษุจะอดกันหมด เพราะฉะนั้นจึงปล่อยตัวไป จับได้ครั้งแรก จับได้อีกครั้งที่ ๒ แทนที่จะกลับตัวกลับใจก็ปล่อยไป ก็ยังไม่กลับตัวกลับใจ จนกระทั่งจับได้ตั้งหลายครั้ง
ครั้งสุดท้ายเขาก็เลยจับเข้าหลักประหาร เตรียมฟันคอแล้ว เพราะว่าให้โอกาสมาหลายครั้งแล้ว แต่ว่าไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ปรากฏว่าวันนั้นกำลังจะถูกประหาร เพชรฆาตเตรียมดาบพร้อมที่จะฟันคอแล้วนี่ แต่ด้วยบุญเก่าที่หลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีสร้างมาดี บุญส่งผลมาทันตา ขออภัย บุญส่งทัน ทันเวลา วันนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจดูเวไนยสัตว์ว่าบุคคลใดจะสามารถบรรลุหมดกิเลสเป็นพระอริยเจ้าได้ หลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่ เข้ามาอยู่ในข่ายพระญาณของพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าทรงเห็นเลยว่าถ้าพระองค์ไม่ไปโปรดนี่ หลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐี ต้องคอขาดวันนี้ ถูกประหารแน่นอน
ด้วยพระเมตตามหากรุณา พระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์ พระองค์ก็เสด็จไป พอไปถึงปั๊บ พระองค์ใช้ฤทธิ์ของพระองค์ที่เรียกว่าอิทธานุภาพ ทรงระลึกชาติให้ ให้ภาพในอดีตชาติของหลานอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่ ปรากฏขึ้นมากลางอากาศเหมือนหนังกลางแปลงนี่ พระองค์ไม่ได้เห็นพระองค์เดียว แต่ให้หลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีคนนี้เห็นด้วย เห็นเป็นภาพยนตร์เหมือนภาพยนตร์ฉายขึ้นมาเป็นหนังกลางแปลง ลอยขึ้นมากลางอากาศ
พอหลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีเห็น เห็นอัตชีวประวัติของตัวเอง ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงใช้ฤทธิ์ของพระองค์ให้เห็นว่าข้ามภพข้ามชาติมานี่ ตัวเองต้องถูกเขาทำร้ายฆ่าตายนี่ ตายไม่ดีพูดง่ายๆ อายุสั้นพลันตายเพราะถูกเขาทำร้าย ทำไมถูกทำร้ายเพราะไปยุ่งลูกเมียชาวบ้านมาเยอะ ไปติดสาวๆ ไว้ สามีเขาก็ตามเล่นงาน เอาถึงตายทีเดียว ตายเพราะไปผิดศีลข้อ ๓ นี่ ถูกเขาเล่นงาน คนเจ้าชู้นี่ส่วนหนึ่งไม่ได้ตายดี อายุสั้น ก็ถูกทำร้ายตายอย่างนี้ทุกชาติทุกชาติ
จนกระทั่งกระดูกที่รวมกันแล้วนี่สูงท่วมทับเป็นภูเขา สูงเป็นดอยอินทนนท์เลยอย่างนั้นน่ะ คิดดูว่าคนเราตายนี่ชาติหนึ่งเผาแล้วกระดูกก็เหลือแค่กองเล็กๆ แต่นี่กระดูกสูงท่วม ถ้ารวมกันแล้วสูงท่วมเป็นภูเขานี่ คิดดูก็แล้วกันว่าผิดศีลข้อ ๓ นับภพนับชาติมามากน้อยเพียงใด ท่านสาธุชนก็คิดเอาเองก็แล้วกันว่าซากมากมายมหาศาลอย่างนั้นทีเดียว
แล้วถามว่าทำไมถึงพลาดในเรื่องนี้มาเยอะ พลาดมามาก เพราะว่าอธิษฐานผิด อธิษฐานผิด พอหลานชายของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่เห็นอดีตชาติตัวเองเท่านั้นแหละ เห็นแล้วมันสลดใจ สลดใจว่าเราทำไมเป็นคนอย่างนี้นะ เราทำไมเป็นคนอย่างนี้ แย่จริงๆ แล้วใจก็สลด ใจที่ฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ก็สงบลงเป็นสมาธิ
พอเป็นสมาธิ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธองค์นี่ก็ทรงแสดงเทศนาต่อ หลานชายอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่ก็ส่งใจไปตามกระแสพระธรรมเทศนา จึงเข้าถึงธรรม บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันอยู่ตรงนั้นเอง พอเป็นพระโสดาบันปั๊บ โซ่ตรวนขื่อคาที่ล็อคมือล็อคเท้าอยู่ หลุดหมดเลย หลุดหมด ด้วยอำนาจของบุญของการได้เป็นพระอริยเจ้านั่นเอง เพชรฆาตก็จึงไม่กล้าฆ่า ก็เลยปล่อยตัว รู้ว่านี่เป็นพระอริยเจ้าแล้ว ก็เลยรอด รอดตาย นี่ถ้าพระพุทธองค์ไม่ทรงไปโปรดล่ะก็ ก็ต้องเป็นผีหัวขาดอยู่ตรงนั้นเอง
ถามว่าอดีตชาติของหลานชายอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่ ทำบุญแล้วอธิษฐานอย่างไร มีชาติที่เป็นเหตุที่ทำให้มาผิดศีลข้อ ๓ นับภพนับชาติไม่ถ้วนนี่ ชาตินั้นเกิดเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นนักมวย เป็นแชมเปี้ยนโลก ขึ้นสังเวียนครั้งใดล่ะก็ ชกชนะทุกครั้ง ชกทีไรก็ชนะทุกที แต่เป็นนักมวยที่ใจบุญสุนทาน พอชกชนะแล้วได้เงินรางวัลมา ก็เงินไปทำบุญ ไปเลี้ยงพระ ไปทำบุญทุกอย่างที่ตัวเองทำ สามารถทำได้ และในชาตินั้นมีโอกาสได้สร้างพระเจดีย์ ได้สร้างพระเจดีย์ แต่ไม่มีกัลยาณมิตร นี่โทษของการไม่มีกัลยาณมิตรน่ากลัวอย่างนี้ แม้อยู่ในศาสนา มาพบพระพุทธศาสนาแล้ว รู้จักการสร้างบุญแล้ว แต่เพราะไม่มีครูอาจารย์ ไม่มีกัลยาณมิตร เพราะฉะนั้นจึงอธิษฐานผิด
พอทำบุญแล้วก็อธิษฐานว่าด้วยบุญที่ข้าพเจ้าได้สร้างในครั้งนี้ ขอส่งผลให้ข้าพเจ้าเกิดไปกี่ภพกี่ชาติ ไม่ว่าจะพบหญิงคนไหนก็ตาม ยกเว้นผู้ที่เป็นแม่และญาติ นอกนั้นขอให้ได้เป็นภรรยาของข้าพเจ้าทั้งหมดเถอะ ใจใหญ่นะ แต่ใหญ่ด้วยกิเลส กามราคะมันหุ้มใจ จึงมีเรื่อง เป็นเรื่องมาตลอดทุกชาติ แล้วก็ต้องถูกเขาฆ่าตายมาทุกชาติทุกชาติอย่างนี้ จนกระทั่งชาติสุดท้ายเกือบ เกือบเป็นหัวขาดอยู่นี่แล้ว นี้เป็นอุทาหรณ์ว่าเรา ท่านชายท่านใดก็ตามทำบุญแล้ว เรื่องอธิษฐานให้เราหล่อ มีแฟนสวยๆ มีแฟนเยอะๆ ล่ะก็ อย่าเด็ดขาด ไม่งั้นแล้วชะตา จะตกที่นั่งลำบากอย่างนี้
ทีนี้ พูดถึงตัวอย่างของการใช้แล้ว จะขอยกตัวอย่างของฝ่ายหญิงบ้าง มีน้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์น้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ถ้าเอ่ยชื่อแล้วหลายๆ ท่านที่มาวัดเป็นประจำได้ฟังธรรมะจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ จากพระอาจารย์ทั้งหลาย คงจะเริ่มคุ้น แล้วก็เริ่มนึกออกว่าน้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์คือใคร
น้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์นี่เป็นผู้หญิงที่สวยมาก ผู้หญิงในสมัยพุทธกาล คนที่สวยนี่ สวยมาก มากๆ นี่ มากขนาดไหน คนที่สวยมากๆ ในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกคือเจ้าหญิงสิริมหามายา ก่อนที่พระเจ้าสุทโธทนาจะได้อภิเษกกับเจ้าหญิงสิริมหามายา เสด็จพ่อของเจ้าชายโสนะส่งพราหมณ์ ๘ คน ไปหาหญิงผู้มีบุญ ตระเวนไปทั่วแคว้นนั้นแคว้นนี้ก็ไม่เจอ จนกระทั่งวันหนึ่งตระเวนไปถึงเมืองหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงสนมกำนัลเดินเล่นกันในอุทยาน พราหมณ์ทั้ง ๘ คนก็รู้เลยว่าจะต้องมีเจ้าหญิง แล้วก็มาเดินเสด็จประพาสชมสวนชมดอกไม้ในอุทยาน ก็เลยเดินเลียบๆ เคียงๆ ไป ไปข้างอุทยาน เพียงแค่เห็นพระสิริโฉมของเจ้าหญิงสิริมหามายา ในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่าพราหมณ์ทั้ง ๘ คนช็อคสลบล้มไปทุกคนเลย สวยขนาดคนเห็นแล้วสลบไปเลย ก็ไม่ทราบว่าสวยขนาดไหน แต่สวยขนาดไหน
แต่พระนางสิริมหามายา ขออภัย นางสิริมาซึ่งเป็นน้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์นี่ก็เป็นหญิงที่สวยมากคนหนึ่ง แต่ว่าบุคคลใดก็ตามนี่ในยุคนั้นเขามีกฎหมู่อยู่ว่าหญิงใด ยกเว้นราชธิดาและลูกของมหาอำมาตย์ ลูกของมหาเศรษฐี ถ้าเป็นหญิงสาวลูกชาวบ้านธรรมดา ถ้ามีความงาม งดงามมาก มากๆ เลยนี่ สวยงาม พูดง่ายๆ สวยในซอย ไม่ได้สวยในเมือง ถ้าสวยในซอยล่ะก็ ความสวยนั้น ส เสือ จะเริ่มหลุดหาย แต่ ซ โซ่ จะโผล่มาแทน ส เสือ ทันที ชะตาจะต้องเป็นอย่างนั้นทันที เพราะกฎหมู่ในยุคนั้นว่าหญิงใดที่สวยมากๆ ถ้าเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา จะต้องมานั่งในเก้าอี้ตำแหน่งนี้ ตำแหน่งที่เรียกว่าหญิงงามเมือง โสเภณีประจำเมืองนั่นเอง แล้วใครจะมาร่วมหลับนอนด้วยก็ได้ ก็มาจ่ายค่าตัว แล้วก็มาร่วมหลับนอนกับนางคนนั้นได้
เพราะฉะนั้นนี่สิ่งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ ถามว่านางสิริมาบุญแล้วเป็นอย่างไร เวลาทำบุญแล้วก็ชอบ รักสวยรักงามมาก ใจตกอยู่ในกรรมราคะ แล้วก็ไม่มีครูบาอาจารย์ที่เป็นกัลยาณมิตรให้ ก็เลยอธิษฐานอยู่เสมอๆ ว่าด้วยบุญที่ข้าพเจ้าทำในครั้งนี้ จะทำทานก็ตาม จะรักษาศีลก็ตาม อธิษฐานอยู่เสมอเลยว่าด้วยบุญที่ข้าพเจ้าทำในครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าเกิดไป ขอให้สวยเช้งวับ ให้สวยที่สุดในเมืองเลย อะไรอย่างนี้ ชอบที่จะอธิษฐานอย่างนี้อยู่เสมอๆ เพราะฉะนั้นบุญก็ส่งให้ แต่กรรมก็มีติดมา ทำให้ต้องมาตกที่นั่งลำบาก ต้องอยู่ในฐานะที่เป็นหญิงงามเมือง นี่คือชะตาของบุคคลที่ทำบุญแล้วอธิษฐานผิดๆ ตกอยู่ในกามราคะ
ยังมีอีก ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ อาตมาก็ได้พบได้เจอบุคคลเหล่านี้ เจออยู่บ้าง มีบางคนเวลาทำบุญแล้ว ชอบอธิษฐาน อธิษฐานว่าอย่างไร อธิษฐานว่ามีเวรมีกรรมทำมามากน้อยเพียงใด ข้ามภพข้ามชาติขอให้ตามมาเถอะ ให้ตามมา ข้าพเจ้าจะขอชดใช้ให้หมดในชาตินี้ อธิษฐานหนักแน่นทีเดียว แต่ด้วยความมีแต่ปัญหาในชีวิต ปัญหาเยอะแยะมากมาย สร้างบุญแล้วแทนที่จะมีความสุขกาย สบายใจ ปัญหารุมเร้าตลอดเวลา บางคนก็ไม่ใช่มีปัญหามาจากที่อื่น แต่เป็นเรื่องสุขภาพ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่โรค ไม่ใช่วัณโรค แต่วันละโรค โรคเต็มตัวหมดเลย นี้คือคน บุคคลที่ไม่มีกัลยาณมิตร อธิษฐานผิดๆ พลาดๆ มาก็เจออย่างนี้แหละ
อาตมาเองไปพบบุคคลเหล่านี้ก็แนะนำเขาว่าอย่าอธิษฐานอย่างนี้ อย่าอธิษฐานอย่างนี้นะ ให้เปลี่ยนคำอธิษฐาน ภายหลังเขาอธิษฐานใหม่ อธิษฐานเป็น ปัญหาที่มีอยู่ก็หมดไป กลับกลายเป็นว่าเออ มีโชคมีลาภ มีความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นมาแทนที่ อย่างนี้ก็มี ก่อนจะแนะนำถึงบุคคลที่สามารถอธิษฐานยังไงจึงเรียกว่าอธิษฐานถูกต้องตามครรลองคลองธรรม
ก็ขอยกตัวอย่างบุคคลที่อธิษฐานผิดพลาดอยู่ ถ้าทุกท่านนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ เราคงจะนึกออกว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งมีชาวต่างประเทศ ชาวอังกฤษได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา มาบวชที่เมืองไทยนี่ มาบวชที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นชาวยุโรปชุดแรกเลยที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาบวชกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านให้ลูกศิษย์ที่ได้ธรรมกายนั่งเข้าที่ แล้วก็ตรวจดูว่าทำไมชาวยุโรป ชาวอังกฤษเหล่านี้นี่ คนนี้ถึงมาบวช ดั้นด้นมา มาหาหลวงพ่อ แล้วก็มาบวชกับท่าน มาเรียนวิชชาธรรมกาย
พอตรวจดูแล้วด้วยวิชชาธรรมกาย ก็พบว่าจริงๆ แล้วชาวอังกฤษคนนี้คือลูกศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำในอดีตนั่นเอง แต่เวลาทำบุญแล้วอธิษฐานพลาด อธิษฐานไม่เป็น อธิษฐานยังไง ที่ว่าอธิษฐานพลาด อธิษฐานไม่เป็น ชอบอธิษฐานว่าขอให้ไปเกิดในที่ที่มีความสุข มีความสบาย มีเครื่องอำนวยความสะดวก มีทุกๆ อย่างสุขสบาย ชอบอธิษฐานอย่างนั้นให้ไปเกิดในที่สบายๆ ก็เลยทำให้ส่งผลให้ไปเกิดเป็นชาวยุโรป ซึ่งเขามีสวัสดิการ มีชีวิตอย่างดี เขามีชีวิตที่ดีทีเดียวในเรื่องความเป็นอยู่ ในเรื่องกายทุกๆ อย่างพร้อมบริบูรณ์ นั่นทำให้ส่งผลอย่างนั้น
แล้วเวลากลับมาก็ยาก ยากที่จะมาเรียนรู้ธรรมะ เพราะอะไร เพราะเมื่อไปเกิดเป็นชาวยุโรป วัฒนธรรมของเขานี่ การจะมานอบน้อมเคารพกราบไหว้ครูบาอาจารย์ไม่มี ไม่ได้ปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก เพราะงั้นถึงแม้จะรู้คุณค่าของพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย แต่ในใจลึกๆ ก็ยังมีความถือตัว ความทนงตัว เวลาที่มาเรียนรู้กับครูบาอาจารย์ ยังมีความถือตัวลึกๆ ความทนงอยู่ ความเคารพก็เลยอาจจะหย่อนไป แล้วประกอบกับเวลาที่มานี่ ต้องต่อ ต้องทำพาสปอร์ต แล้วก็ต่อวีซ่า มาได้ไม่นานก็ต้องกลับ มันเป็นอุปสรรค รวมทั้งภาษา ทุกๆ อย่าง ภาษา วัฒนธรรม นิสัยที่ถูกหล่อหลอมมาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน เลยทำให้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้วิชชาธรรมกายในระดับที่ลึกซึ้ง คืออธิษฐานจิตแล้วเป็นอย่างนี้
หรือถ้าท่านใดอธิษฐานว่าขอให้เกิดกี่ภพกี่ชาติให้มาเกิดในเมืองไทยไปทุกชาติ อย่างนี้ไม่ถูกนะ อย่างนี้ล่ะก็ถือว่าอธิษฐานเริ่มจะพลาดแล้ว เพราะเมืองไทยของเรา จริงอยู่ พระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในยุคนี้ ยุคของพวกเรา แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่า อีกหลายพันปี หรือเป็นหมื่นปีข้างหน้านี่ พระพุทธศาสนาจะอยู่ในเมืองไทย เราไม่รู้ เราตอบไม่ได้เลยว่าพุทธศาสนานี่ในเมืองไทยจะเจริญรุ่งเรืองอยู่ตลอดไป เพราะหลักของไตรลักษณ์ก็คือเมื่อมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป นี้เป็นธรรมดา อาจจะเจริญอีกหลายพันปี และอาจจะเสื่อมไปเมื่อผ่านเป็นหมื่นปี หรือแสนปี เราไม่ทราบ ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นการอธิษฐานว่าขอให้เกิดในเมืองไทยทุกชาติ อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง
และถามว่าบุคคลกลุ่มที่ ๓ ที่ได้อธิษฐานถูกต้องตามทำนองคลองธรรม อธิษฐานอย่างไร อันนี้อาตมาจะขอเข้าในประเด็นสำคัญ บุคคลที่อธิษฐานถูกต้องก็คือไม่ว่าจะทำทาน ไม่ว่าจะรักษาศีล ไม่ว่าจะสวดมนต์ นั่งสมาธิเจริญภาวนาทุกครั้ง ขอให้อธิษฐานอย่างน้อยๆ ก็ขอให้อธิษฐานว่าขอให้บุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในครั้งนี้ส่งผลให้ข้าพเจ้าหมดกิเลสบรรลุมรรคผลนิพพานโดยเร็วพลันเทอญ อธิษฐานอย่างนี้ พูดง่ายๆ ว่าทำบุญ ทั้งทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้อธิษฐานว่าขอให้บุญนี้ส่งผลให้ข้าพเจ้าหมดกิเลส บรรลุมรรคผลนิพพาน ในปัจจุบันชาตินี้เทอญ
อธิษฐานอย่างนี้ อธิษฐานอย่างนี้ถูกเป้าหมาย ถูกเป้าหมายของการสร้างบุญ เพราะว่าการสร้างบุญเราต้องการขจัดกิเลส ทำทานทำไม เพื่อขจัดกิเลส รักษาศีลทำไม เพื่อขจัดความโกรธ แล้วเราฟังธรรม เรานั่งสมาธิเจริญภาวนาทำไม เพื่อขจัดความหลง ความไม่รู้ ความโง่นั่นเอง เพราะงั้นการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา การฟังธรรม เป็นการขจัดโลภ โกรธ หลงโดยตรง โดยตรงทีเดียว
ปู่ย่าตายายไทยเราท่าน ท่านฉลาด ฉลาดในการสอนลูกหลานโดยเฉพาะ ผูกเป็นคำคล้องจองให้แก่ลูกหลาน อาตมาจำได้โยมแม่เคยสอนเมื่อตอนเด็กๆ หลายๆ ท่านเมื่อ อาตมาจะกล่าว สิ่งเหล่านี้หลายๆ ท่านคงร้องอ๋อ ว่าเราก็เคยได้ยินปู่ย่าตายายของเราแนะนำมา ตั้งแต่เราตัวเล็กๆ เลย เวลาที่ตักข้าวจะทำบุญตักบาตร เวลาที่เราทำบุญตักบาตร ปู่ย่าตายายไทยท่านฉลาด ท่านผูกเป็นคำคล้องจองให้ลูกหลานได้จำคำอธิษฐานได้อย่างง่ายๆ ท่านกล่าวไว้ว่า
ข้าวของข้าพเจ้า ขาวดังดอกบัว ยกขึ้นเหนือหัว ถวายแด่พระสงฆ์ จิตใจจำนง ตรงต่อพระนิพพาน ท่านกล่าวไว้อย่างนี้นะฮะ ข้าวของข้าพเจ้า ขาวดังดอกบัว ยกขึ้นเหนือหัว ถวายแด่พระสงฆ์ จิตใจจำนง ตรงต่อพระนิพพาน
นี่คือสิ่งที่ท่านแนะนำลูกหลานเอาไว้ จำได้ถึงทุกวันนี้ แต่จริงๆ แล้วของเดิมมีมากกว่านี้ มีมากกว่านี้ ท่านกล่าวไว้ยังไง กล่าวว่า
ข้าวของข้าพเจ้า ขาวดังดอกบัว ยกขึ้นเหนือหัว ถวายแด่พระสงฆ์ จิตใจจำนง ตรงต่อพระนิพพาน ขอให้พบพระธรรมดวงแก้ว ขอให้แคล้วบ่วงมาร นิพพานะปัจจโยโหตุ
เพิ่มมาอีก ๒ ช่วง ขอให้พบพระธรรมดวงแก้ว ขอให้แคล้วบ่วงมาร นิพพานะปัจจโยโหตุ นี่คือของดั้งเดิม ของปู่ย่าตายายไทย นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการอธิษฐานถูกต้อง ถ้าอธิษฐานอย่างนี้ บุญก็จะส่งผลให้เกิดไปกี่ภพกี่ชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ไม่มีตกต่ำ
ทีนี้ ถ้าถามว่ามีคำอธิษฐานที่แนะนำให้อธิษฐานได้ถูกต้องแล้วก็ครอบคลุมในเวลาสั้นๆ มีหรือไม่ มี มีคำอธิษฐานที่อธิษฐานโดยใช้เวลาเล็กน้อย แต่ครอบคลุมหมด คำอธิษฐานนั้นก็ ครูบาอาจารย์ท่านได้แนะนำไว้ ให้อธิษฐานว่ายังไง อธิษฐานอย่างนี้ว่าเวลาทำบุญ จะให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้ทุกท่านอธิษฐานอย่างนี้นะ อธิษฐานว่าขอให้บุญที่ข้าพเจ้าทำในครั้งนี้ ส่งผลให้ข้าพเจ้า สมบูรณ์บริบูรณ์ ส่งผลให้ข้าพเจ้าสมบูรณ์บริบูรณ์ ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพาน ฟังอีกครั้งนะฮะ ให้อธิษฐานว่า ให้บุญที่ข้าพเจ้าทำในครั้งนี้ ส่งผลให้ข้าพเจ้าสมบูรณ์ บริบูรณ์ ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพาน
ถามว่าอธิษฐานอย่างนี้ถูกต้องเป็นกิเลสหรือเปล่า ก็ต้องถามสาธุชนในที่นี้ว่าถามทุกๆ ท่านในที่นี้แหละว่าคนเราถ้าเกิดมาจน ๗ โง่นี่ ถามว่ามีใครอยากได้บ้าง ถ้าใครอยากได้ยกมือขึ้น ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่คนเดียว ถ้าถามว่าถ้าเราเกิดมานี่รวย เกิดมารูปร่างสมประกอบ สง่างาม แล้วก็เกิดมาฉลาด รวย แข็งแรง สง่างาม แล้วก็ฉลาด มี ๓ ประการนี้ ถามว่าจะทำให้เราสามารถแสวงหาความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตัวเองได้ง่ายไหม ก็จะทำให้เราแสวงหาความเจริญใส่ตัวได้ง่าย
ตั้งแต่เกิดมาก็จนเสียแล้ว จะเรียนหนังสือหนังหาก็ยาก ไม่มีค่าเล่าเรียน ยากแล้วตั้งแต่หาความรู้ความสามารถใส่ตัว เกิดมาจน ก็ลำบาก เกิดมาสุขภาพร่างกายไม่ดี ไม่สมประการ ก็ลำบากอีก พิกลพิการลำบาก จะสร้างความดี ทำความดีอะไรเจ็บไข้ได้ป่วยมีโรคประจำตัว แค่โดนแดดนิด โดนฝนหน่อยเป็นลม เลยไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องทำความดีอะไรต่างๆ นั่งสมาธิหน่อยเมื่อย เมื่อยแทบตาย ปวดแทบตาย ร่างกายมันไม่สมประกอบ นั่งก็ได้ไม่นาน นั่งไปก็ไม่สงบ อะไรอย่างนี้ หรือแม้เกิดมารวย เกิดมารูปร่างสมประกอบสง่างาม แต่สติปัญญาน้อย ก็ลำบากอีก รวย รูปร่างสง่างามแต่ปัญญาน้อย เดี๋ยวเราก็โดนเขาหลอกเอาเงินไปใช้ อะไรสารพัด โดนเขาเบียดเบียนรังแกได้
เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมี ๓ ประการนี้เป็นพื้น พื้นฐานของชีวิต เกิดมาให้มีทรัพย์ เกิดมาให้รูปร่างสง่า สมประกอบไม่พิกลพิการ รูปร่างสง่างามนี้อธิษฐานในใจ ให้ตั้งจิตอย่างนี้ว่าสง่างาม สมประกอบ ชนิดว่าใครเห็นแล้วให้เกิดความศรัทธาอยากสร้างความดีตาม เห็นแล้วกิเลสหมดไปเลยนะ ให้รูปร่างสง่า เพราะความสง่างาม ลักษณะของผู้นำ เห็นแล้วก็น่าสง่างาม เหมือนในหลวงของเรานี่ แต่ว่าถ้าเป็นสวยหรือหล่อแบบพระเอก นั่นยั่วยวนกิเลส นั่นอีกแบบหนึ่งนะ คนละอย่างกัน
แล้วลาภ ยศ สรรเสริญ สุขล่ะ ทำไมต้องมี ถ้าถามว่าถ้าเกิดเราเป็นบุคคลที่มีฐานะตำแหน่งใหญ่โต นอกจากเรามีทรัพย์แล้ว รูปร่างสง่างามแล้ว มีปัญญามาก เรายังมีตำแหน่งหน้าที่บริหารบ้านเมือง แล้วเราก็เอามาสร้างความดี มียศ ตำแหน่ง มีสรรเสริญ มีความสุข พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นดีไหม ทุกท่านคงตอบว่าดี เราจะสามารถสร้างความดี สร้างบารมีได้เยอะ ถ้าเราในที่นี้ท่านใดเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นรัฐมนตรี เราจะทำความดีให้มากกว่านี้ หลายร้อยเท่าทีเดียว ถ้าเราเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี หรืออย่างน้อยๆ เป็นอธิบดีนี่ เป็นอธิบดีตามกรม กองต่างๆ เราจะสร้างความดี สร้างบารมีได้เยอะมากทีเดียว สร้างในระดับประเทศทีเดียว เพราะอำนาจคุมประเทศ เวลาที่จะทำความดี จะสนับสนุนคนทั้งประเทศได้ สร้างความดีได้มาก สร้างบุญบารมีได้เยอะ
แต่เมื่ออธิษฐานแล้ว ให้เกิดมานี่ มีรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขแล้วนี่ ต้องผูกไว้กับมรรคผลนิพพาน ก็คือว่าขอให้ข้าพเจ้านี่มีสิ่งเหล่านี้ครบแล้ว แต่ขอให้มีไป มีเพื่อเป็นไปเพื่อการบรรลุมรรคผลนิพพานเถอะ นี่ต้องผูกไว้ประการสุดท้าย ขอให้เป็นไปเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน เป็นไปเพื่อถึงที่สุดแห่งธรรม เมื่ออธิษฐานอย่างนี้แล้ว บุญกุศลที่เราสร้างไว้ก็จะส่งผลให้ ให้เป็นไปตามนั้น ส่งผลให้ได้ตามนั้น นี้คือสิ่งที่ควรอธิษฐาน
เมื่ออธิษฐานเป็นประจำ บุญอันนี้ที่เราอธิษฐานเป็นประจำ ก็จะกลายเป็นบารมี กลายเป็นอธิษฐานบารมีติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป ส่งผลให้เราได้อย่างนี้ไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งจะเข้าสู่พระนิพพานหรือถึงที่สุดแห่งธรรมนะ
ทีนี้ ถามว่าแล้วคุณยายนี่ ท่านอธิษฐานไว้ สิ่งที่คุณยายอธิษฐานนี่ก็มีหลายอย่าง บางครั้งท่านอธิษฐานนี่ก็คือความตั้งปรารถนาซึ่งเป็นการวางผังชีวิตในอนาคตระยะยาวทีเดียว แต่ในบางครั้งคุณยายก็อธิฐานเป็นคำแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเราก็สามารถเดินตามรอยเท้าท่านได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ บางท่านเคยได้ยิน บางท่านเคยมาทำบุญ มาสร้างบารมีเป็นประจำทุกอาทิตย์ต้นเดือน แต่ในบางช่วงจะต้องถูกย้าย ย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดไกลๆ ทีเดียว แต่ก็รู้คุณค่าของบุญ ก็เลยอธิษฐาน อธิษฐานว่าถึงแม้จะอย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาสร้างบุญบูชาข้าวพระทุกๆ ต้นเดือน อย่าได้ขาดเลย พออธิษฐานอย่างนี้เป็นประจำ ปรากฏว่าบุญก็ส่งผล บุญนี่ สิ่งที่อธิษฐานไว้เมื่อสร้างบุญก็ส่งผล ให้ได้มาสร้างบุญบูชาข้าวพระทุกๆ ต้นเดือนเลย ไม่มีอุปสรรคขัดขวางเลย นี้คือสิ่งที่เราสามารถน้อมนำบุญมาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ การอธิษฐานจึงถือว่ามีผลต่อการสร้างบารมีอย่างยิ่ง ทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และวางผังชีวิตในระยะยาวของเราทีเดียว
อาตมาก็จะขอสรุปในเรื่องของการอธิษฐานไว้ในที่นี้ ด้วยคำที่ได้เคยอ่านในหนังสือเดินไปสู่ความสุขที่ได้พิมพ์ออกมา เป็นการเสี่ยงบุญตามบุคคลที่เคยสร้างบุญกันมา ให้มาช่วยกันสร้างวัดตั้งแต่รุ่นแรกๆ เลย ได้เขียนไว้อย่างนี้ว่า
หาเงินได้ ใช้เงินไม่เป็น จนตลอดชาติ
หาเงินได้ ใช้เงินเป็น รวยตลอดชีพ
หาบุญได้ ใช้บุญไม่เป็น นิพพานไม่ใกล้
หาบุญได้ ใช้บุญเป็น นิพพานไม่ไกล
จากนี้ไปขอเรียนเชิญทุกท่านให้น้อมนำใจของเรา มาหยุดนิ่งอยู่ภายในที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเรา ให้นึกน้อมบริกรรมนิมิตองค์พระ หรือดวงกลมใส ให้หยุดนิ่งอยู่ภายใน นึกสบายๆ นึกได้มากน้อยเพียงใดก็เรานึกไป อย่าตั้งใจมากเกินไป ให้เรานึกเท่าที่เราทำได้ ใจของเราถ้าเราไม่บังคับ แล้วค่อยๆ น้อมประคองไป แม้บริกรรมนิมิตจะยังไม่ชัด ไม่ใสสว่าง แต่ให้เราเมื่อนึกน้อมมาไว้ตรงนี้อยู่เป็นประจำ อยู่เสมอๆ โอกาสที่ใจเราจะใส สว่าง ก็มีได้ แล้วก็จะเป็นไปเอง ให้ทุกท่านทำใจสบายๆ หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายสักครู่หนึ่งนะ
(สัพเพ….จบ)
PAGE
PAGE 13
หน้า
FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\พระทั่วไป\Edit\44-03-25 EW-AAT.doc