ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นฐานของคนดี
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบคารวะพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก และเจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ)
๑. นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
๒. ภูมิ เว สปฺปุริสานํ กตญญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นฐานของคนดี
อันพืชพันธุ์ ต้องพสุธา หางอกไม่
ต้องเรือนไร้ พื้นดินร้าง ตั้งตรงไหน
นรชน เจริญขึ้น พื้นฐานใจ
รู้คุณใคร กตเวที ผู้มีพระคุณ
ต้นไม้ได้ให้ร่มเงากับพวกเรา ก็เพราะว่ามีแผ่นดิน บ้านเรือนที่เราได้อยู่อาศัย ก็เพราะว่ามีผืนดินที่เราได้ปลูก วัดพระธรรมกายเองก็ได้คุณยายอาจารย์เป็นผู้วางรากฐานให้โดดเด่น ให้รุ่งเรืองในเรื่องของการประพฤติปฏิบัติธรรมเสมอมา
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่าบุคคล ๒ จำพวกนั้นหายากได้ในโลก คือ
บุคคลผู้บุพการี และบุคคลผู้กตัญญูกตเวที
ผู้มีอุปการะก่อนถือว่าเป็นบุพการี ผู้ที่รู้อุปการะแล้วไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ระลึกถึง เมื่อมีโอกาสก็ได้ทดแทนคุณในภายหลัง ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวที คุณยายชื่อว่าเป็นบุพการีของพวกเราทุก ๆ คน ลูกหลานคุณยายทุกคนก็คงรู้อยู่แก่ใจว่าเราจะกตเวทีคือการตอบแทนพระคุณคุณยายได้อย่างไร ใครรู้คุณเช่นนี้แล้ว ทำดีตอบแทนพระคุณคุณยาย ก็จะเป็นฐานให้ได้กระทำความดีที่ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ดังในสมัยพุทธกาล ได้มีพราหมณ์ผู้มีอายุมากท่านหนึ่งชื่อว่า ราธพราหมณ์ ไม่ได้รับการเหลียวแล ดูแลจากบุตรภรรยา จึงได้เข้าไปอาศัยเลี้ยงชีพอยู่กับพระภิกษุในวิหาร โดยได้ช่วยพระภิกษุปัดกวาดเสนาสนะ และคอยอุปัฏฐากพระภิกษุในวิหาร พระภิกษุทั้งหลายก็ได้สงเคราะห์ท่านด้วยดี แต่พราหมณ์นั้นยิ่งอยู่วัดนานขึ้น ก็มีศรัทธา อยากจะบวช แต่ก็ไม่มีภิกษุรูปใดบวชให้ มีความตั้งใจ แต่ว่าไร้อุปัชฌาย์ ทำให้ร่างกายซูบผอม เพราะศรัทธาอยากบวช
เมื่อพระศาสดาทรงทราบเหตุที่พราหมณ์ซูบผอม และทรงทราบถึงอัธยาศัยที่จะบรรลุอรหัตผลของพราหมณ์ท่านนี้ จึงรับสั่งให้ประชุมสงฆ์ แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ใครระลึกถึงอุปการะของพราหมณ์กันได้บ้าง พระสารีบุตรทูลว่าพระเจ้าข้า ข้าพระองค์ระลึกถึงคุณของพราหมณ์นี้ได้ว่า ครั้งหนึ่งเคยได้เที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ พราหมณ์ได้สั่งให้คนของตนตักบาตร ๑ ทัพพีแก่ข้าพระองค์ พระศาสดาก็ตรัสว่าดีแล้ว ดีแล้ว สารีบุตร ก็สัตบุรุษทั้งหลายเป็นผู้กตัญญูกตเวที ถ้าอย่างนั้นเธอจงให้พราหมณ์นั้นได้บรรพชา จงให้พราหมณ์นั้นอุปสมบทเถิด พระสารีบุตรจึงให้พราหมณ์นั้นบวชในสำนักของตน
แต่เมื่อบวชแล้ว ข้าวปลาอาหารก็ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ก็ได้อาศัยพระสารีบุตร คอยดูแลในเรื่องอาหาร เรื่องธรรมะ เรื่องบุคคล แล้วก็อยู่ในโอวาทของพระสารีบุตร ในกาลไม่นาน ท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ พระสารีบุตรได้ชื่อว่าเป็นพระสาวกยอดกตัญญู ระลึกถึงอุปการะ แม้ข้าวทัพพีเดียว ก็ยังราธพราหมณ์ให้บวช ราธพราหมณ์บวชเป็นพระราธ ก็โชคดีนะ เพราะเคยตักบาตรข้าว ๑ ทัพพี ถึงทำให้ได้บวช แล้วก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ไม่งั้นก็คงแย่เหมือนกัน ไม่มีอุปัชฌาย์
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้กราบเรียนคุณยายว่าเพราะเหตุใด พระสารีบุตรถึงมีปัญญามาก คุณยายก็ได้กราบเรียนว่า เพราะว่าพระสารีบุตรนั้น ได้เป็นผู้มีความกตัญญูนั่นเอง
พวกเราลองกลับมาดูคุณยายของเราบ้าง ท่านได้ตั้งโรงทาน เพราะปรารถนาไว้ว่าใครก็ตามจะเป็นเด็กวัดหรือผู้ที่มาวัดเรา ก็จะสามารถเลี้ยงได้ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมาร่วม ๓๐ ปี หลวงพี่ก็นึก ๆ ดูนะว่าโอ้ เรานี่นะ ฉันข้าวปลาอาหารคุณยายไปไม่รู้ว่าเท่าไหร่แล้ว นับไม่ได้ทีเดียว
แล้วก็ยังมีพระเณรมาเป็นเนื้อนาบุญให้กับคุณยาย แล้วก็พวกเราอีกเป็นเรือนแสนทีเดียว แต่วันนี้หลวงพี่ก็นึกว่าสาเหตุที่พวกเราได้มีวันนี้ก็เพราะว่าคุณยายได้กตัญญู รู้คุณแล้วก็กตเวที ตอบแทนคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งท่านเองได้สั่งคุณยายไว้ว่าให้ช่วยเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ขยายไปทั่วโลก และด้วยความมุ่งมั่นของคุณยายที่ จะขอขมาต่อพ่อ ซึ่งเป็นความปรารถนาอันสูงสุดของคุณยาย ก็ได้ยอดครูคนแรกคือคุณยายทองสุขที่ได้แนะนำ ทำให้ความปรารถนาของคุณยายนั้นสัมฤทธิ์ผล จนไปช่วยคุณพ่อได้ ทำให้กายของพ่อนั้นไปอยู่ทิพยวิมาน ชั้นดาวดึงส์
แต่เมื่อคุณยายทองสุขล้มเจ็บลง คุณยายก็ได้ปรนนิบัติ ได้ดูแลคุณยายทองสุขอย่างดีเยี่ยม ซึ่งโรคที่คุณยายทองสุขได้เป็นนั้น ถือว่าเป็นโรคที่ร้ายแรง โดยเฉพาะวาระสุดท้ายเป็นช่วงที่มีกลิ่นที่รุนแรง มีของเสียที่น่ารังเกียจ แต่เพราะว่าคุณยายมีกำลังใจที่เยี่ยม แล้วก็สำนึกถึงพระคุณของครูเหนือสิ่งอื่นใด ก็สามารถที่จะปรนนิบัติ เพื่อตอบแทนพระคุณของครูให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะแลกด้วยสุขภาพของคุณยาย เพราะว่าหลังจากนั้นคุณยายก็ได้เจ็บป่วย เพราะว่าได้ตรากตรำมาตั้งนาน
ถึงตรงนี้ หลวงพี่มีความรู้สึกว่าการดูแลปรนนิบัติของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงต่อคุณยายทองสุขนั้น หลวงพี่เข้าใจว่าคุณยายมีปีติเป็นรางวัล เพราะว่าได้ตอบแทนคุณของครูอย่างถึงที่สุด แล้วก็ไม่สามารถที่จะให้ใคร ๆ มาตำหนิได้ เพราะว่าท่านได้จัดงานให้สมเกียรติ สมเป็นทหารเอกของกองทัพธรรม อันนี้หลวงพี่ประทับใจมากเลย เพราะว่าชีวิตของหลวงพี่เองก็ไม่ใช่เทวดามาคอยผสม ไม่ใช่พระพรหมมาช่วยลิขิต ก็มีหมู่ญาติมิตรมาช่วยบันดาล ที่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะว่าตำนานของคุณยายมันกระชากใจนึกว่า คุณยายได้ปรนนิบัติคุณยายทองสุขในช่วงนี้ ท่านใช้กำลังใจขนาดไหน
หลวงพี่ได้มีโอกาสมาวัด ก็ด้วยคำแนะนำของครูท่านหนึ่ง ตอนนี้ท่านก็ได้มาบวชมาเป็นเพื่อนสหธรรมิกอยู่ที่วัดของเรา ช่วงที่ท่านแนะนำหลวงพี่มาวัดใหม่ ๆ หลวงพี่ก็ได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลทหารแห่งหนึ่งที่ฝั่งธนฯ เป็นช่วงที่หลวงพี่ได้ตระหนักว่าคุณยายต้องใช้กำลังใจขนาดไหน เพราะที่ตึกสูตินารีเวชกรรม ก็มีแม่ของเพื่อนท่านหนึ่งได้มาป่วยที่ตึกนี้ แล้วก็เป็นโรคเดียว และระยะเดียวกับคุณยายทองสุข แม้ในตอนนั้นหลวงพี่มีอุปกรณ์ช่วยตั้งเยอะแยะเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาดับกลิ่น น้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วก็เสื้อผ้าจะเป็นผ้าปิดจมูกอะไรต่าง ๆ ก็ยังแทบจะไม่ไหว แต่ก็ทำได้ เพราะว่าเห็นแก่เพื่อน เพื่อนบอกว่าให้ช่วยหน่อยนะ หลวงพี่ก็เลยได้กำลังใจจากคุณยาย และคิดว่ายายเอง ดูแลคุณยายทองสุขดุจเดียวกับผู้บังเกิดเกล้าทีเดียว
แม่ของเพื่อน ก็เหมือนกับแม่ของเรา มันก็เป็นกำลังใจให้หลวงพี่ ได้ปรนนิบัติแม่เพื่อน ในวันที่ท่านทานข้าวไม่ได้ เนื่องจากไม่มีแรง ถ้าใครเป็นพยาบาลคงนึกออกนะว่ามะเร็งระยะสุดท้ายกลิ่นมันอมตะขนาดไหน หลวงพี่ก็ได้นึกถึงบุญแล้ว อธิษฐานว่า ขอให้โยมแม่ของเราจงปราศจากทุกข์โศกโรคภัย โรคร้าย ๆ อย่างนี้อย่าได้เกิดกับคุณแม่ของหลวงพี่เลย
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างนี้จึงทำให้หลวงพี่ศึกษาประวัติคุณยายได้อย่างจับจิตทีเดียวว่า คุณยายไปช่วยคุณพ่อได้แล้ว ตัวเราเอง คือตัวหลวงพี่เองตอนนั้นเห็น ภาวะที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะว่าอยู่ตึกสูตินารี ก็มีการทำคลอด ก็จะมีผู้ที่มาให้กำเนิด หลวงพี่เข้าใจเองว่ามันน่าจะเรียกว่าตึกรอดชีวิตหลังคลอด มีความรู้สึกว่าการที่จะคลอดใครหรือว่ากำเนิดใครได้สักคนหนึ่ง มันต้องแลกด้วยชีวิต หลวงพี่นึกถึงโยมแม่ของหลวงพี่ว่าโยมแม่ต้องหลั่งเลือดอย่างน้อย ๆ ๖ ครั้ง ถึงได้พระองค์ที่มานั่งอยู่ตรงนี้ เพราะหลวงพี่เป็นบุคคลที่ ๖ แต่สรุปรวมแล้ว ต้องหลั่งเลือดถึง ๙ ครั้ง ข้าง ๆ ก็เป็นหมอตำแย ขนาดที่มีเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด มีหมอมีพยาบาลให้กำลังใจ ก็ยังมีคนเสียชีวิตเลย
ตรงนี้หลวงพี่ได้คิดว่า เราจะไปช่วยพ่อเหมือนคุณยายก็คงไม่ได้ จะทดแทนบุญคุณพ่อบุญคุณแม่จะทำยังไงดี ก็นึกว่า น่าจะบวชดู ก็เลยได้ไปคุยกับคุณพ่อ โดยยกเรื่องที่บอกว่า คุณยายสามารถไปช่วยพ่อในอบายได้ แต่ผมเองตอนนี้ ชีวิตเคยบวชเณรครั้งเดียว จะช่วยตัวเองก็ไม่รู้จะรอดหรือเปล่า ดังนั้นพ่ออย่ามาหวังพึ่งเชียวนะ (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองรอดหรือเปล่า ก็พูดให้พ่อได้คิด
แล้วก็มีความรู้สึกว่าทำไงนะ เราถึงจะไม่ไปสู่อบาย เพราะเห็นแล้วว่ายังไงเสีย ขนาดแค่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ยังทรมาน ใจจะขาดเลย ทุกครั้งที่โยมแม่ของเพื่อนบอกหลวงพี่บอกว่าเจ็บจนจะขาดใจเลยลูกเอ๊ย หลวงพี่ก็ได้ปลอบกับท่าน นึกถึงตอนที่ คุณยายทองสุขบอกกับคุณยายว่าไส้ทะลุแล้ว คุณยายของเราก็บอกว่าพุ่งไปนิพพานเลยพี่ (หัวเราะ) แต่หลวงพี่ก็นึกแค่กลาง ๆ บอกว่านึกถึงพระแล้วกัน นึกถึงพระ นึกถึงบุญที่โยมแม่ได้ทำมา
ถึงตรงนี้แล้ว หลวงพี่ก็ได้เล่าเรื่องคุณยายให้พ่อฟังบ่อย ๆ ท่านก็คงมีบุญอยู่บ้าง เพราะว่าตอนนี้คุณพ่อเองก็ได้บวชเป็นหลวงพ่อ มา ๖ พรรษา เพราะว่าด้วยความที่หลวงพี่บอกว่าไม่รู้จะช่วยตัวเองได้หรือเปล่านะ พ่ออย่าหวังพึ่งเลยนะ เห็นไหม พ่อนั้นคงกันเหนียวนะ เพราะท่านไม่เคยบวชมาเลยนะ แต่ท่านก็เลยได้บวชมาถึง ๖ พรรษาแล้วนะ โยมแม่เองวันนี้ก็ได้มานั่งฟังสวดอภิธรรม แล้วก็ได้มานั่งฟังธรรมจากพระลูกชาย ก็ถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท ครอบครัวของหลวงพี่ ถ้าไม่ได้คุณยาย ป่านนี้หลวงพี่ก็คงไปเป็นทหารเรือ เขาเรียกเฮฮานาวี เพราะเมาเสียก่อน ก่อนที่จะเมาคลื่น
ตรงนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เปรียบกัลยาณมิตรว่าเหมือนกับดั่งดวงแก้วส่องทาง เป็นผู้นำแสงสว่างสู่ชีวิต เพราะว่าหลาย ๆ ชีวิตไม่รู้ว่าเกิดมาทำอะไร ถ้าไม่ได้ไปฝึกงาน ไม่ได้ไปเรียนพยาบาล ก็คงคิดว่ายังไม่ใช่เรา ไม่รู้สภาวะตรงนั้นจริง ๆ หลวงพี่โชคดี พอมาบวชก็ได้ซาบซึ้งธรรมะมากขึ้น แล้วก็ได้มีโอกาสเข้าไปตอบแทนคนที่ชวนหลวงพี่บวช ก็ได้ครอบครัวเขียวไสวนี่แหละ นำแสงสว่างมาสู่ครอบครัวของหลวงพี่ ซึ่งท่านก็ทุ่มเทนะ มีลูกชายก็บวช เรียนครุศาสตร์ ตัวท่านเองก็สละทางโลก จากเป็นครูของหลวงพี่ ก็มาเป็นพระอยู่ที่วัดนี้
หลวงพี่ได้มีโอกาสไปอบรมนักเรียนที่ต่างจังหวัด มีนักเรียนได้ตั้งคำถามถามหลวงพี่ได้น่ารักมากเลยนะ เขาบอกว่าหลวงพี่ หลวงพี่ดูตรงไหนว่าศีลธรรมของเด็ก ๆ เสื่อมไป เป็นคำถามที่น่ารักมากเลยนะ หลวงพี่ก็นึกว่า เราก็เทศน์กลาง ๆ นะ มีเด็กถามคำถามที่แบบน่าประทับใจ หลวงพี่ก็นั่งนิ่ง ๆ แล้วก็นึกดูว่า พวกเราดูอย่างนี้ก็แล้วกัน ตอนเช้าตอนที่พวกเราลงทะเบียน สังเกตว่าปากกาอาจารย์ยังต้องล่ามเชือกเลย (หัวเราะ) ล่ามเชือกให้นึกถึงสายยางมา แล้วก็ลากกันไปลากกันมา แล้วก็หลวงพี่ได้ไปดูห้องน้ำ ตรงนี้ยิ่งเห็นชัดเลยบอกว่าขันในห้องน้ำยังล่ามโซ่ แสดงว่า ศีลในข้อที่ ๒ ดูได้ประมาณได้ว่าเขาเอง ไม่ต้องพูดถึง
ขณะที่จบการอบรม ญาติโยมของผู้ปกครองของเด็ก ก็มาถามพระ คำถามเดียวกันเลย ไม่รู้ว่าเตี๊ยมกันไว้หรือเปล่าบอกว่าหลวงพี่เจ้าคะ ศีลธรรมที่หลวงพี่ว่ามันเสื่อมไป หลวงพี่ดูได้จากตรงไหน หลวงพี่ก็บอกว่าโยม ปกติเคยไปวัดไหม บอกเคยไป ไปทุกวันไหม บอกไปเฉพาะวันพระ หลวงพี่ก็นึกออกทันทีเลย ปกติแล้ว คนทั่วไปจะไม่สนใจว่าข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ ก็คือถ้าคนที่ไม่เข้าวัดทำบุญจริง ๆ แล้ว จะดูปฏิทิน ขออภัยนะ บางฉบับก็ไม่มีนะว่าข้างขึ้นข้างแรมเมื่อไหร่ แต่ว่าก็ได้พระนี่แหละเป็นผู้ที่บ่งบอกว่าวันนี้ขึ้นหรือแรม ๑๕ ค่ำ (หัวเราะ) คุณโยมทราบไว้ว่าดูจากตรงไหน ทราบไหม ก็คงทราบ ก็ดูที่พระท่านปลงผม คือโยมไม่ทราบเลยว่าวันพระวันไหน อาศัยพระโดยดูว่า วันนี้พระท่านปลงผม ถึงนึกได้ ออกมาใส่บาตร โยมก็ชอบใจมากเลย บอกว่า ตอบตรงใจเลย เมื่อเช้าวันพระนะ ใครก็คงได้เห็นว่าพระเราปลงผม จึงได้ไปใส่บาตรกัน
แล้วก็มีสิ่งที่ประทับใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าหลังจากการอบรมไปแล้ว ก็มีโอกาสได้ไปนั่งปฏิบัติธรรมบ้านกัลยาณมิตรที่อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา พอปฏิบัติธรรมเสร็จ คุณยายก็ค่อย ๆ เข้ามาหาที่ข้างหน้าแล้วก็บอกว่า หลวงพี่เจ้าคะ โยมประทับใจมากเลย มีหลานชายหญิงคู่หนึ่งของยาย บอกไปอบรมที่วัด เมื่อกลับมาก็ช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะหมู่ แล้วก็จัดแจกันถวายพระ ซึ่งปกติแล้ว ยายคนนี้จะทำเฉพาะวันพระ แต่หลังจากเด็ก ๆ จัดแจกันแล้ว บูชาพระด้วยดอกไม้ ช่วงเวลาที่เขาดูทีวีตอนเย็น เขาไปสวดมนต์กัน ยายก็ต้องตามไปสวดมนต์ด้วย บอกแปลกใจมาก เป็นเรื่องที่ดีมากเลย ยายถึงมีกุศลศรัทธาบอกว่า ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน จะขอฝากหลวงพี่ไปบวชด้วย โอ้ นี่คุณยายท่านประทับใจ
หลวงพี่ก็มีความรู้สึกว่าถ้าเราเองได้ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรแล้ว คนที่รอเราอยู่มีเยอะมาก แล้วก็ถือว่าเป็นบุญพิเศษของพวกเราที่จะได้ทำหน้าที่เชิญชวนเยาวชนไทย หลวงพี่มีความรู้สึกว่าในขณะที่เขาปิดเทอม อยากให้น้อง ๆ เหล่านี้ ปิดความสับสนวุ่นวายของตัวเองที่มันตามมาพร้อมกับความเจริญ แล้วก็เอากำลังกาย กำลังใจที่มีอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยการรับโอกาสจากพวกเรา แล้วเข้ามาสู่เส้นทางสีขาว โดยการอบรมธรรมทายาทชายหญิง เพราะว่าเส้นทางนี้ ยังความอยากให้หยุด ยังความทุกข์ให้โศก ยังความตายให้เป็น ยังความเป็นให้ปลื้มนะ จะยังความอึมครึมทั้งหลายให้สว่างได้ เพราะว่าธรรมทายาทหญิงชายที่พวกเราได้แนะนำมา เชื่อว่าก็จะมาเป็นพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา แล้วก็พวกเราที่ได้มานั่ง ณ ที่แห่งนี้
คุณยายได้เป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ก็เสมือนว่าสิ่งที่ได้ตระหนักเช่นที่ได้ไปฝึกทำคลอด จริง ๆ ยากมาก คุณยายท่านได้เสียสละในส่วนที่ว่าแรงกายแรงใจของท่าน เพื่อที่จะมีวัดพระธรรมกายขึ้นมา ก็เพื่อที่จะปลูกฝังอุดมการณ์เป้าหมายและปณิธานว่าพวกเราเกิดมาสร้างบารมี
วันนี้วันที่ ๒๔ พรุ่งนี้วันที่ ๒๕ ยังมีเวลาอีก ๑ วัน เพราะวันพรุ่งนี้ มัชฌิมชายหญิง ธรรมทายาทชายหญิงก็จะเริ่มเข้าอบรมกันแล้ว มีเวลา ๑ วัน หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้ากับพวกเราที่ได้ไปเชิญชวน แต่ถ้าเชิญชวนใครไม่ทันนะ ก็เอาตัวเองนั่นแหละมาอบรมไว้ก่อน เพราะมีเวลาน้อย
อดีตของพระเจ้าจัณฑปัชโชติ คือ คนรับใช้ที่ถูกเจ้านายใช้ให้เอาภัตตาหารไปถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าไปมาด้วยฝีเท้าอันเร็วขอให้ได้พาหนะ ๕ อย่าง และระหว่างทางที่ร่างกายถูกแดดเผา ขออาชญาจงแผ่ไปเช่นกับแสงอาทิตย์”
หลวงพี่อยากจะยกตัวอย่างเรื่องในสมัยพุทธกาลว่ามีบุรุษท่านหนึ่ง ท่านได้เป็นคนธรรมดาอย่างพวกเรานี่แหละ แล้วก็ได้ฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้เกิดกุศลศรัทธาอย่างแรงเลย ที่ตั้งใจจะทำบุญกับพระ ๕๐๐ รูป ก็คิดว่าจะทำยังไงถึงจะทำบุญกับพระ ๕๐๐ รูปได้ ตัวท่านเองก็มีดวงปัญญา แล้วก็ประกอบด้วย กำลังใจที่เข้มแข็ง ท่านก็ได้ชักชวนคนอื่น ๆ ทำบุญร่วมกันเพื่อจะเลี้ยงพระ ๕๐๐ รูป พอท่านคิดแล้ว ท่านก็เดินไป ฝ่าเปลวแดด เท้าที่ร้อนระอุก็คงเหมือนกับพวกเราช่วงนี้ที่ออกไปนิมนต์พระ แต่หน้าตาของเขาก็เบิกบาน ท่านก็ชวนบ้านโน้น ชวนบ้านนี้ ด้วยจิตใจที่แจ่มใส ก็มีบางบ้านที่เห็นด้วย บางบ้านที่ร้าย ๆ ก็เชิญออกไปข้างนอกเลย ไล่ออกไปข้างนอกก็มี
แต่ในที่สุดท่านก็สามารถรวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เลี้ยงพระภิกษุ ๕๐๐ รูปได้ โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วท่านก็ตั้งใจอธิษฐานว่าด้วยความยากลำบากในการสร้างบารมีในครั้งนี้ เกิดมาภพไหน ชาติไหนก็ตาม ก็ขอให้มีเดชดั่งอาทิตย์ แล้วก็ให้แทงตลอดในคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้ได้เป็นผู้นำไปทุกภพทุกชาติ
แม้ว่าท่านจะผิวคล้ำ ดำเกรียมจากแสงแดด เดี๋ยวมันก็ลอกขาวนวลได้ ใจของท่านสว่างไสว เบิกบานในขณะที่ทำทานในวันนั้น เมื่อบุญส่งผล ในที่สุดท่านก็ได้มาเป็นกษัตริย์ ชื่อว่าพระเจ้าจัณฑปัชโชติ ตำแหน่งผู้นำตรงนี้ ไม่ใช่ว่าจะได้มาโดยง่าย ต้องได้มาด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ด้วยหัวใจที่เบิกบาน นั่นเป็นสมัยพุทธกาล
ในปีนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ได้เมตตาที่เปิดโอกาสให้พวกเราที่จะได้รับบุญใหญ่กับพระภิกษุสามเณรเพียงแสนรูปอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าพระภิกษุสามเณรที่ท่านอยู่ตามวัดต่าง ๆ ท่านก็ต้องการกำลังใจ แม้ว่าตัวท่านเองจะมีอริยทรัพย์ภายในที่จะมีกุศลศรัทธา ตั้งใจที่จะ สืบสานสืบทอดอายุพระศาสนาให้ยืนยาว แต่ท่านก็ขัดสนเรื่องทุนทรัพย์ หลวงพ่อ พระเดชพระคุณก็เลยเปิดโอกาสให้พวกเราอีก ครั้งหนึ่งปีหนึ่งว่า ครั้งนี้เราจะร่วมกันรับบุญถวายทุนการศึกษาแด่พระภิกษุสามเณร ในวันคุ้มครองโลกในปีนี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าใครก็ตามที่ได้มาในปีที่แล้ว ก็จะได้ประจักษ์แก่สายตาว่าทัสนานุตริยะ เป็นสิ่งที่ปีติ อิ่มเอิบเบิกบานใจของเรา ติดตาตรึงใจของเรามาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลก
ที่ทำได้ก็เพราะว่าคุณยายได้สร้างวัดให้แก่พวกเรา เราเองก็ได้รับกุศลจากตรงนั้น ได้รับบุญใหญ่จากตรงนั้น ก็เป็นแห่งเดียวในโลกก็ว่าได้ พวกเราก็จะได้น้อมอุทิศส่วนกุศลทั้งหมดนี้ให้กับคุณยาย ให้กับบรรพบุรุษของพวกเรา ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว พวกเราก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่กตเวที คือแทนคุณของคุณยาย ถ้าเราจะไปทำบุญกับพระเณรเป็นแสน ๆ รูป ก็คงต้องเสี่ยงภัย ไม่รู้ว่าจะเจออุบัติเหตุหรือเปล่านะ แต่ตอนนี้สถานที่แห่งนี้คุณยายได้สร้างไว้ให้เรา พระเณรก็มีพระมหาได้อาราธนานิมนต์มา เราก็เตรียมปัจจัยให้พร้อม รวมใจกันให้ดี กองทุนละ ๒,๐๐๐ บาท เชื่อว่าพวกเราก็จะได้ทำบุญกับพระสามเณร เรือนแสนทีเดียวนะ
คุณยายได้กล้าคิดแล้วก็สร้างชีวิตของท่านให้เป็นตำนาน นำศิษย์ทั้งหมดทั้งหลาย รวมทั้งพวกเราสู่เส้นทางสร้างบารมี คิดว่าเป็นบุคคลที่ให้อุปการะก่อน ก็เพราะว่าท่านได้กตัญญูรู้คุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ แม้ว่าท่านจะไม่รู้หนังสือ ความรู้ที่ได้ ก็ได้มาจากการปฏิบัติธรรมภายใน ถ้าเราได้โอกาสระลึกถึงพระคุณของคุณยาย เราก็จะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เพราะว่าชีวิตของเรานั้นจะไม่ยั่งยืนมั่นคง ไม่นาน แต่อาศัยคลื่นกาลเวลาก็จะพัดกราดชีวิตของพวกเราให้ราบเรียบไป
พวกเราถ้าจะตอบแทนพระคุณของคุณยายแล้ว เชื่อว่าขณะนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดเลย ขณะที่ร่างของท่านยังอยู่กับพวกเรา เราก็จะได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญอันเป็นเยี่ยม จำนวนเรือนแสนทีเดียวนะ บุญนี้ภัยธรรมชาติก็ไม่สามารถที่จะพัดพากระแสคลื่นกาลเวลาไปได้
และอีกบุญหนึ่งที่ได้เต็มไปแล้วก็คือการเชิญชวนธรรมทายาท เชื่อว่าเป็นของยาก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากนะ เราก็จะทำความยากให้สำเร็จนะ เป็นการตอบแทนคุณของคุณยาย พวกเราก็จะปีติใจ จารึกไว้ในใจของพวกเรา
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้วัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ว่าชีวิตของมนุษย์นั้น ถ้าใครสามารถทำเพื่อนมนุษย์ไปสู่จุดที่เขาปรารถนาได้ ให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ให้รู้จักเป้าหมายของชีวิตได้ ให้เขามีกำลังใจ ก้าวไปสู่เป้าหมายชีวิตนั้นได้อย่างเต็มที่ โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคทั้งปวง บุคคลนั้นมีชีวิตที่ทรงคุณค่า เป็นชีวิตของพระอริยเจ้าในสมัยพุทธกาลเลยทีเดียว
หลวงพี่ก็ขอยกคำกลอนจากสักการวจนาในหนังสือคำสอนของยายให้พวกเราฟัง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่หลวงพี่ประทับใจว่าตำนานของคุณยายนั้นเกิดขึ้นมาแล้วก็จะจารึกลงในจิตใจของลูกหลานยายไปตราบนานเท่านาน
รักธรรมะ รักบุญ รักสะอาด
ยายฉลาด สอนศิษย์ เป็นนักหนา
พูดให้ฟัง ทำให้ดู จนเจนตา
เรารู้ค่า บารมี นี้เพราะยาย
ยิ่งได้ฟัง คุณธรรม ความดีท่าน
ยิ่งมุ่งมั่น สร้างบุญ ให้สุดสาย
ทั้งสร้างเอง บอกผู้อื่น ไม่ดูดาย
ขอเทิดยาย ยอดแบบอย่าง นักสร้างบารมี
คุณยายได้พิสูจน์แล้วว่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ภายในใจของเรา เมื่อคุณยายอยู่ในบุญ ทุกอย่างก็สำเร็จได้ด้วยบุญ เพราะคุณยายมีความกตัญญูกตเวทีเป็นพื้นฐาน สมดั่งพุทธภาษิตที่ได้ยกไว้ในเบื้องต้นนี้ว่า
พวกเราได้รู้ และได้ตั้งใจที่จะตอบแทนพระคุณของคุณยาย ด้วยการเชิญชวนหมู่ญาติของพวกเราร่วมบุญกองทุนถวายทุนการศึกษาแด่พระภิกษุสงฆ์สามเณร ในการตอบปัญหาธรรมะพระแท้ พร้อมกับเชิญชวนเหล่าธรรมทายาทหญิงชาย ไม่ว่าจะเป็นยุวะ มัชฌิม ธรรมทายาทชายหญิง พวกเราชื่อว่าได้ทำหน้าที่เป็นลูกหลานยายที่สมบูรณ์ บุญเหล่านั้นก็จะเป็นอุปการะให้พวกเราได้สร้างบารมีติดตามคุณยาย และพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้ได้ไปที่สุดแห่งธรรมโดยพร้อม ๆ กัน
ดังนั้นช่วงนี้เราก็ได้มีกำลังใจที่จะออกไปทำหน้าที่เชิญชวนร่วมกองบุญกองทุน ออกไปทำหน้าที่เหล่าธรรมทายาท เรามาตรึกระลึกถึงบุญนั้น คือก่อนทำก็ให้ดีใจ และขณะที่เราไปทำ ก็จะได้ชื่นใจ พอเราตามระลึกถึงก็จะได้มีภาพปีตินี้เกิดขึ้นกับเราตลอดไป พวกเราก็ค่อย ๆ รวมใจระลึกถึงพระคุณของคุณยายไปพร้อม ๆ กันนะ
วันนี้ก็เป็นวันพระ เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์ ทั่วสังฆมณฑลจะได้ชำระกาย วาจา ใจ ได้ฟังพระปาฏิโมกข์ ทำความสะอาดบริสุทธิ์ ให้กลั่นธาตุกลั่นธรรม เห็น จำ คิด รู้ให้สะอาด บริสุทธิ์
พวกเราก็เช่นเดียวกัน ได้อาราธนาศีล ได้ฟังสวดอภิธรรม และได้ฟังธรรม แล้วก็น้อมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามากลั่นกาย วาจา ใจของเรา ให้ใจเรานั้นแช่มชื่น เบิกบาน แล้วก็นึกถึงพระคุณของคุณยายด้วยการน้อมนำรูปยายมาไว้ที่กลางกายของเรา ตัวเรานั้นก็จะได้สะอาดทั้งกาย วาจา และใจ ติดตามคุณยายไปด้วย (สัพเพฯ)
*********************************** จบ ***********************************