การให้ของผู้ให้
กราบนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบคารวะพระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และท่านสาธุชนยอดกัลยาณมิตรลูกหลานทุกท่าน (สาธุ)
จักต้องมี ตำนาน ได้บันทึก
จดระลึก รอยสลัก เป็นอักษร
จักต้องมี ลำนำ เป็นคำพร
เป็นอนุสรณ์ คุณยายไว้ ในสกนธ์
ประวัติศาสตร์ ย่อมจารึก ประวัติศาสตร์
คุณยายผู้ รักสะอาด ทุกแห่งหน
คุณยายผู้ รู้แจ้ง ค่าของคน
คุณยายผู้ ฝึกตน จนรุ่งเรือง
ท่านสร้างพระ ให้เป็นพระ ธำรงศาสน์
รวมนักปราชญ์ ร่วมภิรมย์ ห่มผ้าเหลือง
เพื่อสืบทอด ธรรมกาย ให้รุ่งเรือง
ชาติฟูเฟื่อง งามสดใส ในแผ่นดิน
ในวันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ หลวงพี่เองรู้สึกปลื้มปีติใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสมาแสดงธรรมปรารภบุคคลผู้มีความสำคัญ บุคคลผู้เป็นประวัติศาสตร์ของนักสร้างบารมี และหลวงพี่ก็ได้เลือกวัน เป็นวันประวัติศาสตร์ของชีวิตเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เอาไว้ ก็คือเป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงพี่เอง
ก่อนที่หลวงพี่จะได้เล่าถึงเหตุการณ์ประทับใจเกี่ยวกับเรื่องของคุณยายได้ยินได้ฟังมา ได้เล่าขาน หรือเรื่องราวที่ได้ประสบพบเจอด้วยตนเอง หลวงพี่มีบุญมาให้ท่านอนุโมทนาก่อน วันนี้หลวงพี่ตั้งใจสั่งสมบุญตั้งแต่เช้า โอกาสได้ไปปล่อยปลา แล้วก็บูชามหาธรรมกายเจดีย์ พอรอบสายก็ได้มีโอกาสนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมที่บ้านยายแห่งนี้ แล้วตอนบ่ายก็ไปปฏิบัติธรรมบูชาหลวงพ่อวัดปากน้ำ และค่ำคืนวันนี้หลวงพี่ก็สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง ด้วยการมาแสดงธรรมต่อหน้าคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเราทุกคน (สาธุ)
หลวงพี่เองเข้ามาวัดในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ แล้วก็มีโอกาสเข้าบวชในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งหลวงพี่เองรู้สึกเสียดายนิด ๆ ที่ตัวเองนั้นเข้ามาวัดช้าไปนิดหนึ่ง คำว่าช้าไปนิดหนึ่งในที่นี้หมายถึงว่าช้าที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับครูบาอาจารย์ แล้วก็ได้รับการถ่ายทอดคุณธรรมจากท่าน แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการถ่ายทอดคุณธรรม และก็ได้ใกล้ชิดกับคุณยายโดยตรง แต่ก็มีโอกาสได้ประสบกับเหตุการณ์ที่ประทับใจไม่มีวันลืม
นั่นก็คือเป็นเรื่องของการให้ของคุณยาย คุณยายเป็นบุคคลผู้รักในการให้เป็นอย่างยิ่ง ท่านเองได้ทุ่มเทชีวิต ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าไปกับการให้ ท่านยกฐานะของตนเป็นผู้ให้อยู่เสมอ หลวงพี่เองมีความประทับใจเกี่ยวกับการให้ของยาย เพราะว่าการให้ของคุณยายนั้นได้สอนให้กับพวกเราได้รู้จักว่าเราต้องรู้จักให้ แล้วก็ให้โดยที่ไม่คิดว่าเป็นสิ่งเล็กน้อย
พวกเราเองที่มาในภายหลังคงทราบดีว่าพวกเราทุกคนนี้ อยู่ในฐานะของศิษย์ ได้พึ่งใบบุญของคุณยาย ซึ่งได้สร้างวัดให้กับพวกเราได้อยู่ นอกจากคุณยายจะเป็นผู้มีอุปการะต่อลูกศิษย์ของท่านทุกคนแล้ว ท่านยังเป็นต้นบุญต้นแบบของผู้ให้ ที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับศิษย์และทุกคน ๆ คน อย่างบริสุทธิ์ใจ และปีติใจทุกครั้งที่ได้ทำหน้าที่ของผู้ให้
เราคงเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของพระนางมหาปชาบดีที่ได้นำผ้าไตรจีวรไปถวายแก่พระพุทธเจ้า ในครั้งนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็รับไว้เพียงแค่ผืนเดียว แต่อีกผืนหนึ่งนั้นนี่ ท่านก็ส่งต่อไปให้กับคณะสงฆ์เรื่อย ๆ จนถึงพระภิกษุบวชใหม่ ซึ่งพอพระนางมหาปชาบดีนี่ พอเห็นว่าพระภิกษุบวชใหม่นี่ได้รับผ้าไตรนี่ ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าคิดว่าตนเองคงจะได้บุญน้อย แล้วก็ตัวเองนี่ เห็นพระภิกษุรูปนั้นนี่เพิ่งบวชใหม่ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าหากทำทานไปแล้ว ไม่ตัดขาดออกจากใจ ก็พลอยจะนึกเสียใจ
แต่คุณยายท่านไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ไม่เคยคิดเลยว่าทำบุญกับพระบวชใหม่ ลูกศิษย์คงจะได้บุญน้อย แต่ท่านจะทำบุญกับพระบวชใหม่อย่างสุขใจ ตั้งแต่หลวงพี่เข้ามาบวชเพียงไม่กี่ปีนี่ หลวงพี่จำได้ว่าได้รับของต่าง ๆ จากคุณยายนี่มากมายทีเดียว คุณยายท่านเบิกบานนะเวลาที่ท่านให้น่ะ ท่านชอบให้พระภิกษุสามเณร เวลาท่านให้ ท่านจะมีรอยยิ้ม มีความสุขมากทีเดียว
ก็เท่าที่จำได้ในตอนสมัยที่อบรม ตอนนั้นบวชแล้วนี่ ตอนเย็น ๆ คุณยายท่านจะชอบไปถวายปานะกับพวกเราที่ไซด์อบรม ตอนนั้นจำได้ว่าคุณยายท่านไปถวายช็อกโกแลต ไซด์อบรมที่เนินประดู่ หลวงพี่เองก็อยู่ที่เต็นท์แจ่มจันทร์ พอหลวงพี่ที่เป็นตัวแทนรับช็อกโกแลตจากคุณยายแล้ว ก็รีบแจกจ่ายกันทันที แม้เราอยู่กันคนละฝั่งของไซด์นี่ ก็รีบส่งมาให้เลย แล้วก็แจกกันอย่างทั่วถึง แล้วก็บอกว่านี่เป็นขนมยาย เป็นปานะ ช็อกโกแลตจากคุณยาย หลวงพี่เองก็รู้สึกว่าแหม ปานะของคุณยายนี่ ช่างมีรสชาติที่ดีกว่าปานะอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลย เป็นเพราะได้จากคุณยาย
สำหรับเรื่องหรือว่าเหตุการณ์ที่ประทับใจอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการให้ของคุณยาย ก็คล้ายๆ กับที่พระอาจารย์หลาย ๆ รูปนี่ ท่านเคยขึ้นมาเล่าให้พวกเราฟังแล้วนะ เพราะว่าเหตุการณ์นี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่พระภิกษุ สามเณร ที่มาบวชในภายหลังจะทราบดีว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ไม่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เลย นั่นก็คือเรื่องของการรับบาตรจากคุณยาย การที่หลวงพี่บอกว่าไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ นั้น เพราะอะไร เพราะว่าปกติแล้วนี่ การจะออกไปรับบิณฑบาตนี่ก็จะเป็นพระภิกษุบวชใหม่ ที่เพิ่งบวชมา แล้วก็จะมีแบ่งบุญกันไปรับบิณฑบาตที่หน้าวัด
แล้วก็อีกประการหนึ่งก็คือการที่จะได้รับบิณฑบาตจากคุณยายนี่ คุณยายท่านไม่ได้ออกมาใส่บาตรบ่อย ๆ บางทีท่านออกมาเป็นระยะ ๆ ติดต่อกันหลายวัน บางทีนี่ ท่านก็ออกมาเพียงวันหนึ่ง แล้วก็หายไปนานทีเดียว
แล้วการที่จะออกไปบิณฑบาตนี่ ต้องมีการแบ่งบุญกันไป แบ่งบุญกันไป วันหนึ่งก็ประมาณ ๙ รูปบ้าง ๑๐ รูปบ้าง แบ่งบุญกันไป ซึ่งนี่หลวงพี่ก็คิดว่าเป็นการยากอยางยิ่งที่จะมีโอกาสได้รับบาตรจากคุณยาย
ก็จำได้ว่าในตอนนั้นเอง พระชุดแรกที่ออกไปบิณฑบาต ได้รับบาตรจากคุณยาย แต่ละรูปไม่มีใครรู้เลยว่าตัวเองนี่จะได้รับบาตรจากคุณยาย แล้วก็ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณยายท่านออกมาใส่บาตร ตักบาตรกับพระเณรลูกหลานของท่าน พอชุดแรกออกไป นี่วันแรกนี่รู้สึกปลื้มปีติมาก กลับมานี่ก็แบ่งขนมให้กับทุกคนได้ขบฉันกัน พอวันที่ ๒ นี่เป็นวันของหลวงพี่ได้มีโอกาสรับบุญ ก็นึกในใจเอ๊ะ วันนี้นี่เราจะได้รับบาตรจากคุณยายหรือเปล่า ก็นึกอธิษฐานจิตเลยนะว่าขอให้ได้รับบาตรจากคุณยาย
มาที่พัก มองเห็นในระยะไม่ไกลนักว่า แล้วความปรารถนาก็สมหวัง เมื่อในขณะที่เดินกลับเห็นคุณยายอยู่กับโยมพี่อารีพันธุ์ ยืนดักรออยู่ตรงหน้ากุฏิของคุณยาย พอมาถึงนี่ เออพี่อารีพันธุ์ก็นิมนต์ แล้วหลวงพี่ก็ได้รับบาตรจากคุณยาย จำได้ว่าตอนนั้นนี่รับบาตรจากคุณยายเป็นรูปที่ ๒ พอรับบาตรนี่ หลวงพี่ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าหลวงพี่ทำใจจรดนิ่ง ๆ นิ่งนึกถึงพระธรรมกายที่ศูนย์กลางกายนี่ อยากจะให้คุณยายนี่ได้บุญเยอะ ๆ แล้วตอน ตอนที่รับบาตรจากคุณยายนี่ ก็นึกอธิษฐานในใจว่าขอให้บุญนี้ ที่คุณยายได้ใส่บาตรของเรานี่ ให้คุณยายมีสุขภาพแข็งแรง แล้วก็เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรในการสร้างบารมีของลูกหลานตลอดไป
ซึ่งปกติเวลาพวกเราใส่บาตรและรับพรจากพระ ปกติพระท่านจะบอกว่าให้ทุกคนเข้าถึงพระธรรมกาย ให้แตกฉานในวิชชาธรรมกาย ได้ไปศึกษาวิชชาธรรมกาย แต่ตอนนั้นหลวงพี่เองไม่ได้อธิษฐานให้คุณยายให้เข้าถึงพระธรรมกาย หรือว่าไปศึกษาวิชชาธรรมกาย ก็เพราะรู้อยู่เต็มอกนะว่าคุณยายนี่ท่านเป็นแหล่งของบุญ ตัวของท่านนี่เป็นประดุจพระเจดีย์ มีพระธรรมกายสิงสถิตอยู่ สิงสถิตอยู่นับพระองค์ไม่ถ้วน แล้วคุณยายท่านก็สามารถศึกษาวิชชาธรรมกายได้อย่างเชี่ยวชาญ สามารถไปดูนรก ไปดูสวรรค์ ไปดูนิพพาน ดูทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต หลวงพี่เองก็รู้สึกว่าพรที่ประเสริฐที่สุดในตอนนั้นที่หลวงพี่คิดได้นี่ ก็คงเป็นเรื่องของให้คุณยายสุขภาพแข็งแรงนั้น
ซึ่งถ้าเปรียบเทียบดูแล้ว หลวงพี่ก็นึก ๆ ดูก็คงจะเหมือนกับยาจกนะ ที่ต้องการจะตอบแทนคุณพระราชา มีเงินอยู่น้อยนิด แต่ไม่รู้จะหาอะไรมาตอบแทนท่านได้นะ ก็ตั้งใจ เอ้า ทรัพย์สมบัติน้อยนิดนี่แหละก็ให้คุณยายไป อันนี้ก็นึกอธิษฐานอย่างนั้น ก็คงจะคล้าย ๆ กับยาจก คล้าย ๆ กับยาจกที่อยากจะตอบแทนคุณพระราชา
พอหลวงพี่ได้รับบาตรจากคุณยายแล้วนำกลับไซด์นี่ หลวงพี่ก็รีบจัดแจงเลยว่านำถวายพระอาจารย์ แล้วก็แบ่ง แล้วก็แบ่งขนมกันคนละนิดละหน่อยนะ เท่าที่ได้ บิกันเศษเสี้ยวเลยนี่ แล้วก็แบ่งกันให้ทั่วถึงทุกรูปนะ ไม่ได้เก็บเอาไว้ฉันคนเดียวหรอก เพราะว่ารู้ว่านี่เป็นขนมยายนะ พวกเราบอกว่าขนมยายนี่ทำให้เข้าถึงธรรม เพราะฉะนั้นนี่โอ้โฮ ปลื้มปีติกันมากเลย แล้วก็ทำให้ทุกรูปนี่ ตั้งใจปฏิบัติธรรม บอกว่าจะเอาตัวของเรานี่ เป็นเนื้อนาบุญให้กับคุณยาย ให้พวกเราเป็นทางผ่านของบุญนะ คุณยายท่านอุตส่าห์เลือกพวกเรานี่เป็นเนื้อนาบุญแล้ว ก็ตั้งใจประคองใจไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา
การให้ของคุณยายนี่สามารถยกใจของผู้รับได้ เป็นการยกใจของพวกหลวงพี่ทุกรูปให้ตั้งใจปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิเจริญภาวนา ซึ่งหลวงพี่คิดว่านะ ไม่เพียงแต่ขนมยายหรอกนะที่ทำให้ภิกษุสงฆ์นี่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ตั้งใจฝึกฝนอบรมตัวเอง
แม้แต่ข้าวปลาอาหารที่ญาติโยมทุกท่านได้นำมาถวาย ก็มีส่วนที่ทำให้พระภิกษุสงฆ์นี่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม เพราะหลวงพ่อทัตตชีโว ตลอดจนพระอาจารย์ทุกรูปที่ให้การอบรมนี่ ท่านจะสั่งสอนเสมอนะ ก่อนจะขบฉันอะไร ให้พิจารณาก่อนนะ พวกเราถูกสั่งสอนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นก่อนขบฉันทีไรนี่ พิจารณาแล้วพิจารณาอีกนะ ว่าอาหารนี้น่ะ ข้าวปลาอาหารนี้ญาติโยมได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย แล้วเราจะมีบุญอะไรล่ะที่จะเอาไปให้ญาติโยม จะขบฉันแต่ละทีคิดแล้วคิดอีกนะ
ยิ่งถ้าดีเท่าไหร่ ประณีตเท่าไหร่นี่ โอ้ ยิ่งคิดหนักเลยนะว่าโอ้โฮ มาขนาดนี้นี่ เรานี่บางทีอยู่ข้างนอกยังไม่มีโอกาสได้ขบฉัน นี่มีโอกาสเห็น ได้ลิ้มลองรสดี ๆ อย่างนี้เลย เราจะเอาบุญอะไรให้ญาติโยม ซึ่งอันนี้นี่ก็สามารถยกใจของพระภิกษุสามเณรทุกรูปนี่ ทำให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ตั้งใจที่จะนั่งสมาธิประคองใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย และหลวงพี่ว่าถ้าเกิดท่านเข้าถึงธรรม ขยายท่อธารแห่งบุญได้ขยายมากเท่าไหร่ นั่นคือบุญของทุกท่านที่ได้มีโอกาสได้สนับสนุนให้ภิกษุสามเณร นี่ก็เป็นขนมยายที่สมารถยกใจของพวกเราทุกคน
อีกเรื่องหนึ่งที่หลวงพี่ประทับใจเกี่ยวกับเรื่องการให้ของคุณยายนะ ก็จำได้ว่าทุก ๆ ปีนี่ คุณยายท่านจะมีของขวัญอันล้ำค่ามาให้กับทุก ๆ คน ลูกพระ ลูกเณร อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งของขวัญอันล้ำค่านี้ก็จะให้ในวันเกิด ปรากฏว่าหลวงพี่จำได้ว่าในปีนั้นนี่เป็นปี ๒๕๔๐ คุณยายก็มีของขวัญพิเศษมาให้กับทุก ๆ คน ซึ่งของขวัญชิ้นนี้ก็คือธนบัตรใบละ ๕๐ เป็นธนบัตรใหม่เอี่ยมเลยนะ เป็นธนบัตรใหม่เอี่ยม ซึ่งจำได้ว่าตอนนั้นรู้สึกว่าจะเพิ่งมีการนำออกมาใช้
หลวงพี่เองนะ พอได้ธนบัตรใบนั้นมานี่ ตอนแรกนี่รู้สึกว่าอยากจะเอาธนบัตรใบนั้นเก็บไว้กับตัว เก็บไว้ เพราะรู้ว่าของที่คุณยายให้นี่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ของที่คุณยายให้นี่ ไม่ใช่ราคาแค่ ๕๐ บาท เหมือนกับราคาของธนบัตรใบนั้น แต่ค่าของราคาที่คุณยายให้นี่มันสูงส่ง เพราะเกิดจากจิตใจอันยิ่งใหญ่ของคุณยายที่ใส่ลงมาในของสิ่งนั้น หลวงพี่นี่คิดว่าของสิ่งนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ เพราะคุณยายคือผู้ให้นี่ เป็นผู้ที่ทั้งบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ พอคิดอย่างนี้ก็เลยอยากจะเก็บธนบัตรใบนั้นเอาไว้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว
แต่เผอิญช่วงนั้นนี่ มีการบอกบุญหล่อองค์พระธรรมกาย เออ องค์พระบรมพุทธเจ้า ประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์พอดีเลย ซึ่งหลวงพี่เองก็คิด เกิดความคิดมาเอ๊ะ ปกตินี่เวลาจะทำบุญ บางครั้งนี่เราไม่มีปัจจัย แต่ว่าโอกาสจะได้สั่งสมบุญอย่างนี้นี่ ครั้งเดียวเท่านั้น แต่คราวนี้เรามีปัจจัยที่ได้รับจากคุณยายแล้วนี่ ก็น่าที่จะสร้างความดีนั้น เราจะเอาบุญใหญ่ตรงนี้ ในที่สุดก็เลยตัดสินใจ เอาธนบัตรใบนั้นมาทำบุญ ถึงแม้ว่าธนบัตรใบนั้นไม่ได้อยู่ติดกายหลวงพี่ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ว่าสิ่งที่หลวงพี่ได้รับก็คืออริยทรัพย์ เป็นอริยทรัพย์ที่ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ
และอีกประการหนึ่งก็คือธนบัตรใบนั้นน่ะ ทำให้หลวงพี่นี่ได้ทำตัวเป็นเนื้อนาบุญ เอาบุญต่อให้กับคุณยาย คุณยายถวายมา เราไปทำบุญต่อ คุณยายจะได้บุญต่อกับหลวงพี่นี่ มากทับทวียิ่งๆ ขึ้นไป นี่ก็เป็นเรื่องความประทับใจของคุณยาย
และในปีที่ผ่านมานี้ หลวงพี่เองนี่อาจจะไม่ได้รับของขวัญอันล้ำค่าจากคุณยาย แต่ในความรู้สึกของหลวงพี่แล้วนี่ หลวงพี่รู้สึกว่าตัวเองได้รับของขวัญอันล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่ได้รับจากคุณยาย จำได้ว่าวันนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวนี่ท่านได้รวบรวมพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ประชุมกันทางด้านหลัง ด้านหลัง Stage นี่คือด้านหน้าพระประธานน่ะ ท่านเรียกประชุมทั้งหมดเลย จากนั้นท่านก็มาเล่าเกี่ยวกับคุณยาย เรื่องว่าคุณยายท่านละสังขาร หลวงพี่พอได้ฟังเรื่องนั้นก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย แต่พอได้เห็นสัจจะของชีวิตบางประการนะว่า จริง ๆ แล้วชีวิตของเราเป็นของน้อย แล้วก็ไม่สามารถที่จะดำรงอยู่คงกระพันได้ คุณยายเองแม้ท่านจะฝึกฝนตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม เรียกว่าท่านสร้างบุญบารมีมาตลอดชีวิตนี่ ท่านก็ยังไม่สามารถที่จะหลีกหนีภัยอันนี้ไปได้นะ ก็ได้สัจธรรมตรงนี้ขึ้นมาทีเดียวเลย
พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็เล่าถึงว่าเหตุการณ์ ก่อนที่ท่านจะละสังขารว่าคุณยายท่านได้รวบรวมปัจจัย จากลูกศิษย์ลูกหาที่สนิทใกล้ชิด แล้วก็ผ้าไตรอีก ๑ ผืนนี่ แล้วก็น้อมถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ เป็นประธานผ้าไตรกฐินครั้งสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่ท่านได้ทำในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่
ซึ่งจากเหตุการณ์ตรงนี้เอง หลวงพี่คิดว่าคุณยายท่านได้ใช้ชีวิตและร่างกายของท่านเป็นต้นแบบในการให้ดู ให้พวกเราได้รู้ว่าคุณยายนี่ท่านสามารถที่จะให้ และก็ให้ได้จนแม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต ท่านจากไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ หลวงพี่เองพอได้ฟังดังนั้นนี่ ก็รู้สึกว่าปลื้มปีติ และรู้สึกตัวเองนี่จะต้องสร้างบารมีให้ได้อย่างคุณยาย เพราะคุณยายนี่ท่านเป็นต้นแบบให้เราดูแล้ว นี่ก็คือเหตุการณ์ประทับใจและก็เรื่องราวที่เกี่ยวกับการให้ที่หลวงพี่ได้ประสบพบเจอมา
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะนำมาเล่าให้กับทุกท่านได้ฟัง ก็คือพวกเราคงทราบในช่วงนี้นี่มีการอบรมธรรมทายาท สำหรับปีนี้นี่ถือว่าเป็นปีที่ ๒๙ ปีหน้าจะครบปีที่ ๓๐ แล้ว โครงการอบรมธรรมทายาทนี่ปกติแล้ว สามารถที่จะฝึกอบรมคนและสั่งสอนคนให้สามารถที่จะได้รู้เป้าหมายชีวิตแล้วก็สามารถที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ก็เรียกว่าได้สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นมากมายให้กับสังคม บางส่วนที่ท่านผู้มีศรัทธา เข้ามาเป็นอุบาสก อุบาสิกาในวัด แต่บางส่วนที่ท่านมีศรัทธายิ่ง ๆ ขึ้นไปที่เป็นอุบาสก ท่านก็ตั้งใจบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา บวชอุทิศชีวิตตน เข้ามาในพระพุทธศาสนา
ถ้าพูดถึงการบวชอุทิศชีวิตนี่ ในภาษาบาลีเขาเรียกว่าการบวชถวายอก มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ซึ่งบุคคลที่บวชถวายอกแล้ว ก็ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แต่ว่าประเพณีนี้ก็ลดน้อยถอยลงมา ถอยลงมาจนน้อยลงแล้ว พร้อม ๆ กับความเสื่อมถอยลงของพระพุทธศาสนา
แต่ว่าหลวงพี่คิดว่าประทีปแสงสว่างของพุทธศาสนาก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของเรานี่ ท่านได้สืบสานมโนปณิธานจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็ได้เผยแผ่วิชชาธรรมกายตามลูกศิษย์ลูกหา มีการนำโดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย แล้วก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวนี่มาสร้างหมู่คณะ รวบรวมเป็นหมู่คณะมาถึงปัจจุบันนี้
ถ้ามองไปแล้วนะ การที่พวกเราทุกคน ทุกรูป ทุกท่านในที่นี้นี่ ที่มีโอกาสมานั่งอยู่ตรงที่นี้นี่ ก็เรียกว่าเป็นพระคุณของคุณยาย ที่ท่านได้อุตส่าห์ทุ่มเทเสียสละแรงกายแรงใจ ประคับประคองพวกเรามา จนเป็นหมู่คณะใหญ่ ได้มีโอกาสมาสร้างบุญบารมีแบบนี้ หลวงพี่เองรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณตรงนี้ของคุณยาย เพราะหลวงพี่เองนี่ก็เป็นเด็กหนุ่มที่ก่อนมาบวชก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เอาจริงเอาจังกับชีวิตทางโลก มีความปรารถนาว่าเออ สักวันหนึ่งเราจะได้ประสบความสำเร็จในชีวิต แล้วก็จะได้มี เป็นสิ่งที่ชาวโลกเขาปรารถนากัน แต่เพราะมีหมู่คณะ
หลวงพี่เองถึงได้มานั่งอยู่ตรงจุดนี้ ได้มีโอกาสได้ประพฤติพรหมจรรย์ ได้มีโอกาสมาสร้างบารมีในเส้นทางสายนี้ พร้อมหมู่คณะของเรา เพราะมีคุณยายซึ่งเป็นต้นแบบในการประพฤติพรหมจรรย์ มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพี่เองรู้สึกซาบซึ้งใจในคุณธรรมของคุณยายที่ท่านเป็นต้นแบบในการประพฤติพรหมจรรย์จริง ๆ
คุณยายนี่นับว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก มองดูซิว่าในสมัยก่อนนี่ ในช่วงชีวิตของคุณยายนี่ที่จะคิดว่าเราเองจะประพฤติพรหมจรรย์หาได้ยาก มีแต่คิดว่าเราเองจะมีครอบมีครัว แต่งงานเมื่อโตขึ้น ประกอบการงานเลี้ยงชีพ มีครอบครัว ที่จะคิดว่ามาประพฤติพรหมจรรย์อย่างคุณยาย ไม่มี แต่ที่ได้ศึกษาจากชีวิตประวัติของคุณยาย ก็ทำให้ได้ทราบว่าคุณยายนี่ท่านมีอัธยาศัยรักในการประพฤติพรหมจรรย์นี่ ตั้งแต่สมัยท่านยังสาว หลวงพี่เคยอ่านเจอในหนังสือ คุณยายท่านเล่าว่าตอน ตอนสาว ๆ นี่ก็มีหนุ่ม ๆ ชอบคุณยาย มาเลียบ ๆ เคียง ๆ ดูคุณยาย มาคุยเรื่องเที่ยว เรื่องอะไรบ้าง พอคุณยายเจอท่านก็จะปัดไป คุยเรื่องไถนา เรื่องอะไรไป พอมาบอกรักนี่ ก็จะปัดบอกว่าคุณยายไม่รัก และคุณยายก็ตั้งใจนะว่าเราจะไม่แต่งงาน ไม่มีครอบครัว ไม่มีความรู้สึกว่าอยากจะมีครอบครัว แล้วก็อธิษฐานเลยว่าขอให้ตัวเองนี่ได้ประพฤติพรหมจรรย์ทุกชาติ และคุณยายท่านก็เป็นได้ดั่งใจจริง ๆ นี่คือสมัยที่คุณยายท่านเป็นสาว ๆ
และก็ตอนท่าน ท่านถูกพ่อแช่ง แล้วก็มีความตั้งใจว่าจะออกแสวงหาครูบาอาจารย์ที่จะพาไปนรกสวรรค์ได้ พอท่านได้ทราบข่าวเกี่ยวกับหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ ตอนที่ท่านอายุ ๑๕ ปี พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำสามารถพาไปดูนรกสวรรค์ได้นี่ ท่านก็ตั้งใจรักษาศีลเลย ประพฤติพรหมจรรย์ทีเดียวนะ เราก็ลองคิดดูแล้วกันว่า อายุของท่านเพียงเท่านั้น แต่ท่านสามารถที่จะคิดได้ว่าการประพฤติพรหมจรรย์เป็นสิ่งดี การรักษาศีลเป็นสิ่งดี ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยากอย่างยิ่งในเด็กสาวเช่นนั้น แต่คุณยายท่านก็คิดได้
พอได้มีโอกาสเจอ คุณนายเลี๊ยบ ตั้งใจ เสาะแสวงหาธรรมนี่ ตัดสินใจครั้งใหญ่ คุณยายท่านตัดสินใจครั้งใหญ่ออกจากบ้านนี่ตอนอายุ ๒๕ ปี ตอนนั้นนี่ ท่านตัดสินใจนะ ออกจากบ้านครั้งใหญ่ คิดว่าถ้าเกิดเราอยู่กับบ้านนี่ โอกาสที่จะแสวงหาธรรมะ โอกาสที่จะได้ศึกษาธรรมะนี่เป็นสิ่งที่ยากเหลือเกิน ก็เลยตัดสินใจออกจากบ้าน ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้นะ หลวงพี่คิดว่าเป็นการตัดสินใจครั้งที่ยิ่งใหญ่มาก เหมือนกับเจ้าชายสิทธัตถะตัดสินใจที่จะละพระโอรสคือราหุล แล้วก็พระนางสิริมหามายา สละออก โดยคิดว่าพระโพธิญาณนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่า ท่านถึงได้สละ แล้วก็ไม่อาลัยใยดีกับความเสน่หาที่บังเกิดขึ้นเลยนะ ก็หันหลังกลับเลย
คุณยายท่านก็เช่นเดียวกัน ท่านมีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็ตัดสินใจที่จะออกจากบ้าน ประพฤติพรหมจรรย์ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว จริง ๆ แล้ว ทรัพย์สมบัติตอนนั้นเรียกว่ามากมายพอที่จะเลี้ยงคุณยายตลอดจนอายุขัย สามารถที่จะทำให้คุณยายมีชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย แต่คุณยายก็ไม่ได้สนใจเลย พระพุทธองค์จึงตรัสไว้ชัดเจนเลยว่า เครื่องผูกคือที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้ ทำด้วยโซ่ตรวน เป็นแค่จองจำที่ไม่มั่นคง ส่วนบุตรภรรยา แก้วมณีทั้งหลายนี่ ถือว่าเป็นเครื่องจองจำที่มั่นคงกว่า
ซึ่งเราก็คงเห็นแล้วว่านี่ทรัพย์สมบัติหรือว่าสิ่งต่าง ๆ ที่มาขัดขวางคุณยายในการที่จะออกประพฤติพรหมจรรย์ ไม่สามารถที่จะขัดขวางมโนปณิธานของคุณยายที่จะออกจากบำเพ็ญเนกขัมมะได้เลย พอคุณยายออกบำเพ็ญเนกขัมมะแล้วนี่ ท่านเข้าทำวิชชาวัดปากน้ำ การได้เข้าทำวิชชานี่ ถือว่าท่านเป็นยอดเยี่ยมของนักทำวิชชา เวลาท่านทำวิชชานี่ ถามหลวงปู่วัดปากน้ำถามอะไรนี่ ท่านสามารถตอบได้หมด
มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงปู่วัดปากน้ำถามคุณยายว่ามนุษย์เกิดกามชั่วไก่กระพือปีก เทวดาเสพกาม ๓ เดือน กามเป็นอย่างไรวะ คุณยายท่านตอบไม่ได้ คุณยายท่านตอบไม่ได้ ก็ต้องไปถามคนที่มีเหย้ามีเรือน เอ๊ะ กามคืออะไร พอไปถามคนมีเหย้ามีเรือน เขาก็ตอบมาว่าอ๋อ ก็มีลูกมีเมียไงล่ะ คุณยายท่านก็อายเกือบแย่เหมือนกัน นี่แสดงให้เห็นว่าคุณยายนี่ท่านมีบุญบารมีมากที่ท่านไม่เคยมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน ก็ทำให้ท่านสามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้
ซึ่งเรื่องตรงนี้ก็คงคล้าย ๆ กับเรื่องราวของพระมหากัสสปะ พระมหากัสสปะก่อนที่ท่านจะบวชก็เป็นมานพหนุ่ม ชื่อว่าปลิผลิมานพ ตั้งแต่ท่านเกิดมาไม่มีความเยื่อใย สนใจเรื่องการแต่งงานมีครอบมีครัว พอโตขึ้น บิดาก็ออกไปแสวงหาลูกสาวเศรษฐีเหมือนกันที่สมควรแก่ฐานะของตนเอามาให้ พอแสวงหามาเจอนี่ ก็กะมาให้แต่งงานกัน พอทั้งคู่แต่งงานกันนี่ปรากฏว่าด้วยความที่ตัวเองมีบารมีสั่งสมมามาก มีบารมีสั่งสมมามาก แล้วก็ถึงเวลาแล้วที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นทั้งคู่เมื่อแต่งงานกันแล้วนี่ ก็ไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกันเรื่องกาม ล่วงเกินกันเลย วิธีการของท่านที่ทำก็คือเอาดอกไม้มาขวางเอาไว้ แล้วอธิษฐานว่าถ้าเกิดใครมีจิตกำหนัดหรือว่าจิตที่ยินดีในเพศตรงข้ามซึ่งกันและกัน ให้ดอกไม้นี่เหี่ยว ปรากฏว่าเป็นอย่างนี้ถึง ๑๐ ปีนะ ดอกไม้นั่นก็ไม่เคยเหี่ยวเลย นี่แสดงถึงความเป็นผู้มีบุญของท่านที่สั่งสมมาดี ท่านถึงได้ไม่มีเรื่องเหล่านี้
คุณยายก็เช่นเดียวกัน เป็นบุคคลที่มีบุญเก่าสั่งสมมาดี ไม่ได้มีความคิดเลยนะว่าเออ กามเป็นยังไง ไม่สนใจ ไม่ยุ่งเกี่ยวเลย คุณยายเองนะ นอกจากอัธยาศัยส่วนตัวของท่านที่จะรักการประพฤติพรหมจรรย์แล้วนี่ ท่านยังเป็นต้นแบบแล้วก็สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาทุกคนให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์
พวกเราคงได้ยินเรื่องราวที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อหรือว่าพระอาจารย์ทั้งหลายได้เคยเล่าว่าตอนที่คุณยายเริ่มเผยแผ่วิชชาธรรมกาย เริ่มสร้างบ้านธรรมประสิทธิ์นี่ พอคนมามาก ๆ เข้านี่ ก็เริ่มจะมีเรื่องเหล่านี้ขึ้นแล้ว เรื่องชู้สาวอะไรต่าง ๆ คุณยายก็มีวิธีการป้องกัน ก็จับแยกกัน ให้ผู้หญิงนั่งบนบ้าน ผู้ชายนั่งข้างล่าง เป็นวิธีการป้องกันเรื่องชู้สาวนี้ที่จะเกิดขึ้น
หรือ คุณยายวางมาตรการว่าสมัยนั้นนี่ปฏิบัติธรรมร่วมกันนี่ คุณยายก็ให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเป็นผู้นำฝ่ายชาย ดูแลผู้ชาย ให้ป้าเข่งแขดูแลผู้หญิง เป็นผู้นำฝ่ายหญิง ดูแลผู้หญิง เวลาจะกลับบ้านให้ป้าเข่งแขไปส่งผู้หญิงก่อน ไปส่งขึ้นรถเมล์เสร็จเรียบร้อย ฝ่ายชายถึงจะตามไป ก็เป็นมาตรการที่จะป้องกันลูกศิษย์ของท่านให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์
โดยเฉพาะพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง พวกเราหลายท่านคงได้ยินนะที่คุณยายท่านเคยเล่าว่าจริง ๆ แล้วตอนหนุ่ม ๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองนี่ ถือว่ามีความหล่อมากเลย เพราะฉะนั้นนี่จะชอบมีสาว ๆ มายุ่งกับหลวงพ่อทั้งสอง คุณยายก็หาวิธีการ กันให้ไม่ให้ผู้หญิงเหล่านั้นมายุ่งกับหลวงพ่อ และเพื่อต้องการให้หลวงพ่อได้บวช ยายกลัวหลวงพ่อทั้งสองจะไม่ได้บวช นี่ก็เป็นวิธีการที่จะป้องกันให้ลูกศิษย์ลูกหาของท่านได้ประพฤติพรหมจรรย์
คุณยายก็มักจะสรรเสริญคุณของการประพฤติพรหมจรรย์ไว้เสมอว่า ชีวิตของเรานี่ ถ้าประพฤติพรหมจรรย์นี่ก็เหมือนนกน้อยในอากาศ มีอิสระบินไปไหนก็ได้ แต่ถ้าเกิดมีเหย้ามีเรือนมีครอบมีครัวแล้วนี่ มีเงินร้อยบาท ตัวเราเอง ทำบุญได้ ๕๐ บาท ถ้ามีสามีมีร้อยบาท ก็ทำบุญได้แค่ ๒๕ บาท มีลูกคนหนึ่งก็ทำบุญได้แค่ ๕ บาท หรือถ้ามี ๓ คน หนี้ท่วมหัวเลย คุณยายท่านสรรเสริญเรื่องเหล่านี้บ่อย
พวกเราเองที่มีครอบครัวก็คงจะทราบกันดีว่าเออ เป็นยังไงกันบ้างว่าเออ เราคนเดียวนี่ขันธ์ ๕ คนเดียวก็ลำบากแทบแย่แล้ว พอมีสามี มีลูกก็แบกภาระแบกขันธ์ ๕ คนอื่นเข้าไปอีก ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากขึ้นเลย เพราะฉะนั้นคุณยายก็เลยอยากจะส่งเสริมทุกคนให้ปฏิบัติธรรม ซึ่งอานิสงส์หรือคุณของการประพฤติพรหมจรรย์นี่จะทำให้บุคคลที่ได้ประพฤติพรหมจรรย์นี่สามารถที่จะตัดโลกียวิสัย แล้วก็มุ่งสู่โลกุตตระภูมิ มุ่งสู่อริยะภายในได้ง่าย
ซึ่งตรงนี้เองคุณยายเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดเลยฮะ ในสมัยวัดปากน้ำนี่ บุคคลที่สามารถทำวิชชาขาดรู้ได้ ก็มีอยู่แค่ ๒-๓ คน ใน ๒-๓ คนนั้นนี่ก็คือคุณยายของเรา เพราะคุณยายนี่ท่านเป็นบุคคลที่ประพฤติพรหมจรรย์แล้วก็ ธาตุธรรมในตัวของท่านบริสุทธิ์เหลือเกิน ธาตุธรรมในตัวของท่านบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ ไม่ได้ผ่านเรื่องต่าง ๆ มาเลย เรื่องครอบครัวต่าง ๆ ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นนี่ท่านจึงสามารถทำวิชชาขาดรู้ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วนะ พวกเรานักปฏิบัติธรรม คุณยายท่านเคยเล่าไว้ว่าจริง ๆ พวกเราเกิดมานี่ที่จะสร้างบารมี นักสร้างบารมีที่เกิดมาแล้ว เขาจะเกิดมาเป็นหมู่เป็นทีม เขาจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้แก่กันและกัน แต่ตอนพวกเราที่ลงมาเกิด ก็มาเป็นทีมเหมือนกัน
แล้วพอมาเกิด ก็ถูกมารมันปัด ถูกมารมาก่อกวน บางส่วนก็ไปเกิดเป็นผู้หญิง พอไปเกิดเป็นผู้หญิงแล้วนี่ โอกาสที่จะสร้างบารมี แล้วก็มีโอกาสน้อย แต่ที่เกิดเป็นผู้ชายนี่ มารก็เอา เอากามมาล่อ ให้ผู้ชายเป็นคนเจ้าชู้ บางส่วนที่ทำงาน ใจเกาะเกี่ยวกับผู้หญิงมาก ๆ นี่ก็ไม่มีโอกาสได้บวช แต่ส่วนแม้จะบวชแล้วก็ตาม มันก็ยังส่งดอกไม้พญามารมาล่อ นี่ก็คือสิ่งที่คุณยายท่านบอกเสมอ ๆ
ซึ่งในวันนี้เอง หลวงพี่ได้พยายามหยิบยกเรื่องนี้มาให้เล่ากับทุกคน หลวงพี่คิดว่าตัวเราเองนี่เป็นบุคคลที่โชคดีแล้วที่มีโอกาสเกิดมาเป็นเพศชาย แล้วก็ได้มีโอกาสมาบวช ได้มีโอกาสมาประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่หลวงพี่ได้ถ่ายทอดให้กับทุก ๆ คนไปนี่ จะเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คนได้รู้ว่าการประพฤติพรหมจรรย์นี่เป็นสิ่งที่ดีนะ เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็ถ้ามีโอกาสหลวงพี่ก็อยากจะชักชวนพวกเรานี่ได้ประพฤติพรหมจรรย์
ซึ่งในที่นี้ คนหลายคนที่เป็นแม่บ้านก็อย่าเพิ่งเสียใจ เอ๊ะเรานี่จะมีโอกาสได้ประพฤติพรหมจรรย์หรือเปล่า จริง ๆ การประพฤติพรหมจรรย์นี่มีได้หลายระดับ ในเบื้องต้นถ้าเราตั้งใจถือ ตั้งแต่รักษาศีล ๕ ถ้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปก็ถือศีล ๘ จะเริ่มจากสัปดาห์ละ ๑ วันนะ ขยับไป ๒ วัน ๓ วัน ขยับไปเรื่อย ๆ หรือถ้าถือศีล ๘ ได้ก็ถือศีล ๘ วันพระบ้าง ให้ถืออย่างนี้จะได้เป็นการประพฤติพรหมจรรย์
สำหรับฝ่ายชายนี่ที่มีครอบมีครัวนี่ ก็ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ถือศีล ๕ ถือศีล ๘ หรือจะตัดสินใจดีแล้วว่าเราจะบวชนี่ หลวงพี่ว่าก็เป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนานะ ซึ่งตอนนี้นี่โครงการอบรมก็ได้เปิด รุ่น ๕๗ ก็รับเข้ามาบวชแล้วนะ ประมาณ ๔๐ ท่าน รุ่นที่ ๒๙ ก็นี่เข้ามาอบรมแล้วนี่ ประมาณร้อยสี่สิบ
ที่กล่าวมานี้ก็เป็นเหตุการณ์ และประสบการณ์ที่ประทับใจก็หวังไว้อย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในใจของทุกคน ไปให้ทุกคนได้มีโอกาสนำไปประพฤติเป็นแบบอย่างต่อไป
แล้วถ้าพวกเราลองมองขึ้นไปดูที่รูปของคุณยาย เราจะเห็นท่านและร่างกายที่ได้ทอดทิ้งไว้ ณ เบื้องหน้าของเรานี้ คุณยายนั้นได้รับมโนปณิธานจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่จะให้เผยแผ่วิชชาธรรมกาย วันนี้คุณยายละสังขารไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะต้องช่วยกันสืบสานมโนปณิธานของหลวงปู่ ของคุณยาย ต่อไป
ตอนนี้นี่ชาวโลกเขากำลังรอพวกเราอยู่ เขาไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าการสร้างบารมีเป็นเช่นไร เพราะโลกขาดต้นแบบ ชาวโลกถึงได้ตกอยู่ในความมืด พวกเราเองทุกคนโชคดีที่ได้มีโอกาสมาพบหมู่คณะ หลวงพี่ก็อยากให้ทุกคนเดินตามอย่างยาย ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ให้ตัวเองนี่เข้าถึงพระธรรมกาย เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ก็ได้มีโอกาสไปชักชวนชาวโลกนี่ให้ทุกคนเขาได้มีโอกาสมาสร้างความดีอย่างพวกเรา และให้มวลมนุษยชาติทั้งหลายนี่ ให้ได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราทุกคนเกิดมาสร้างบารมี
สุดท้ายนะ หลวงพี่ก็ขอเรียนเชิญทุกคนได้มีโอกาสนั่งหลับตารวมใจนึกถึงคุณยายกันสักครู่หนึ่งให้ทุกท่านนั่งหลับตา จรดใจของเรานิ่ง ๆ ไว้ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ใครที่เข้าถึงดวงธรรม ก็เอาใจหยุดไปในกลางดวงธรรม ที่เข้าถึงองค์พระภายใน ก็เอาใจหยุดไปที่องค์พระภายใน ที่เข้าถึงกายภายใน ก็เอาใจหยุดไปตรงกายภายใน หยุดไปตรงกลางของสภาวธรรมที่ทุกท่านได้เข้าถึง ให้เรานึกน้อมคุณยาย ไปตั้งไว้ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ กลั่นคุณยายของเราให้ใส สว่าง ให้ใส สว่าง
*********************************** จบ ***********************************