ถึงฟ้ามืด ก็สว่างไสว ด้วยใจยาย
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐสุด กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูกหลานคุณยายผู้มีใจใสทุกท่าน (สาธุ)
งามท้องฟ้า สวยใส มีสายรุ้ง
งามน้ำใจ ใฝ่ผดุง มุ่งฟ้าใส
งามเอ่ยงาม ยิ่งนี้ ที่ดวงใจ
ถึงฟ้ามืด ก็สว่างไสว ด้วยใจยาย
หลายหมื่นพันชีวิต ไม่เคยมีใครเลยที่สามารถประทับรอยเท้าบนพื้นทรายได้อย่างจีรัง เพราะอีกไม่นานรอยเท้านั้นก็จะถูกกระแสคลื่นแห่งท้องทะเลทรายพัดกวาดให้จางหายไป เหมือนกับชีวิตของคนเรา ที่เกิดขึ้นมาแล้ว หาความยั่งยืนมั่นคงในชีวิตไม่ได้ ไม่ช้าไม่นานก็จะถูกกระแสคลื่นแห่งกาลเวลา พัดกวาดให้จางหายไป คงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำ
ซึ่งประวัติเรื่องราวการสร้างบารมีของคุณยาย เป็นบทบันทึกที่ควรค่าแก่การจดจารึกไว้ในความทรงจำอันล้ำค่า ซึ่งพวกเราผู้เป็นลูกหลานคุณยายทุกท่าน ได้ทราบกันดีว่าคุณยายของเราคือผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา คือผู้ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย คุณยายของเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าชีวิตหนึ่งที่เกิดขึ้นมานั้น สามารถสร้างความดีได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไร้พรมแดน ชีวิตอันยิ่งใหญ่ จิตใจอันงดงามของคุณยาย ซ่อนอยู่ภายในวิถีชีวิตที่สันโดษ เรียบง่าย ในร่างกายที่บอบบาง ด้วยแววตาที่สุกสว่าง แต่เปี่ยมด้วยพลังแห่งนักสู้ ผู้ที่ไม่รู้จักคำว่าท้อแท้
แม้ว่าคุณยายของเราจะไม่รู้จักหนังสือเลยสักตัวเดียว แต่คุณยายก็เป็นผู้ที่รู้จักตนเอง รู้จักทุกสิ่ง รู้จักทุกอย่าง จากธรรมะอันลึกซึ้ง ซึ่งเป็นของจริง แล้วได้ถ่ายทอดมายังลูกหลานของคุณยายด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย ไร้ขอบเขตแห่งคุณค่าและความหมาย คุณยายของเราได้เป็นผู้ที่ชื่อว่ารักษาทะนุถนอมสิ่งสำคัญอันล้ำค่า และสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตหนึ่งของการเกิดมา นั่นก็คืออะไร
อยากให้พวกเราได้ลองหวนระลึกตรึกตรองดูว่าในชีวิตประจำวันของเรานั้นต้องประสบกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา ทั้งที่มาจากความรับผิดชอบในครอบครัว จากตำแหน่งหน้าที่การงานแล้วก็ยศถาบรรดาศักดิ์ จากการศึกษาบ้าง บางครั้งต้องทำงานหนัก ทั้งหนักแรง หนักมือ หนักหัว หนักตัว แต่ว่าอย่า ไม่ให้หนักเข้าไปถึงใจ เพราะว่าหนักแรง หนักมือ หนักหัว ไม่น่ากลัวเท่ากับหนักใจ เพราะว่าเมื่อใดที่ใจหนัก อุปสรรคก็จะตามมา
บางครั้งบางคราวอาจจะมีของตก ของแตก แต่ใจของเราต้องไม่เป็นใจที่ตก ใจที่แตก เพราะของตก ของแตก ไม่น่ากลัวเท่ากับใจที่ตก ใจที่แตก เพราะเมื่อใดที่ใจตก ใจแตก เราจะไม่สามารถจำแนกแยกสิ่งที่ดีแล้วก็ไม่ดีออกจากกันได้เลย
หรือแม้ว่าบางครั้งบางคราว อาจจะมีของเสียของหาย แต่ใจของเราต้องไม่เป็นใจที่เสีย ใจที่หาย เพราะของเสีย ของหาย ไม่น่ากลัวเท่ากับใจที่เสีย ใจที่หายเลย เพราะเมื่อใดที่ใจเสีย ใจหาย เราจะไม่สามารถผ่อนคลายความกังวลใจได้เลย
และหากสมมติว่าในขณะที่เราอยู่ท่ามกลางความมืด ฝนคะนอง เต็มไปด้วยเมฆดำบดบัง จะมีใครสักกี่คนที่คิดว่าฟ้ามืดแต่ใจอย่ามืด ฟ้ามืดไม่น่ากลัวเท่าใจมืด ฝนตกและใจอย่าตก ฝนตกไม่น่ากลัวเท่ากับใจตก ตัวเปียกแต่ใจอย่าเปียก ตัวเปียกไม่น่ากลัวเท่ากับใจปวกเปียก
และที่หลวงพี่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็เป็นธรรมชาติที่สำคัญของใจคนเรา ใจจึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การทะนุถนอม เป็นจอมขวัญ ควรค่าแก่การทุ่มเทดูแลเอาใจใส่ และ
ใจดวงเดียว ดวงนี้ ควรรักษา ด้วยสูงค่า กว่าสิ่งใด ในทุกสิ่ง
อย่าชักช้า เร่งฝึกใจ ไม่ประวิง ปล่อยใจดิ่ง เข้ากลาง ตามพุทธองค์
แล้วก็การรักษาใจที่ดีที่สุด นั่นก็คือการฝึกใจของเราให้หยุด ให้นิ่ง ให้เป็นสมาธิ เพราะใจที่เป็นสมาธิ จะเป็นใจที่มีความบริสุทธิ์ ไร้มลทินใด ๆ ทั้งสิ้นเลย จะเป็นใจที่มีพลัง มีความเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ ความอิ่มใจ ความพอใจ ความสุขใจ จนยากที่จะลืมเลือนเลยทีเดียว
คุณยายของเราจึงได้เป็นผู้ที่ชื่อว่าเป็นหนึ่ง หนึ่งไม่มีสองรองจากใคร ทั้งในเรื่องของการทำวิชชา หรือในเรื่องของการดูแลเอาใจใส่ ใจของท่านตัวเอง ให้ใสสะอาดเสมอ และคุณยายของเราก็ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า สิ่งที่ยายสอน จะเป็นสมบัติติดตัวเราไป จำคำยายไว้ และเก็บรักษาสมบัติที่ยายให้นี้ ให้ดีที่สุด ต่อไปภายหน้าจะได้เอาตัวรอด
และหากจะถามพวกเราว่าสิ่งใดคือสิ่งที่คุณยายรักมากที่สุดในชีวิตของท่าน ลูกหลานคุณยายหลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบดีว่าสิ่งที่คุณยายรัก แล้วก็รักมากเป็นที่สุด นั่นก็คือธรรมะภายในนั่นเอง คุณยายของเรามีใจจรดจ่อกับธรรมะของท่านทั้งวันทั้งคืน ธรรมะของคุณยายจึงละเอียดอ่อน ประณีตตลอดเวลา คุณยายของเราเคยได้ให้กำลังใจในการนั่งสมาธิกับลูกศิษย์ว่า ไม่ยากหรอกที่จะได้ธรรมะ ถ้ารักธรรมะจริง หลวงพี่จึงอยากจะถามนิดสักหน่อยได้ไหมนะ
รักธรรมะ รักดวงธรรม กันแค่ไหน
รักหยุดนิ่ง รักจริง สักเท่าใด
รักษาใจ ให้นิ่งสุด หยุดให้นาน
จะรักแท้ แค่เพียงพูด พิสูจน์รัก
ให้ประจักษ์ ต้องทำแน่ แก้สงสัย
หากรักจริง ต้องทำจริง นิ่งเรื่อยไป
อย่างใส ๆ ให้ใจติด ชิดใกล้กลาง
หากแม้ว่าเราจะมีสมบัติพระจักรพรรดิมาครอบครอง หรือเอามากองไว้ตรงหน้า ก็เปรียบได้เพียงเศษธุลีเท่านั้น เพราะว่า ไม่สามารถเทียบเคียงกับจิตใจของเราที่ฝึกมาดีแล้วได้เลย เพราะใจของเราที่ฝึกมาดีแล้ว ย่อมทำอะไรได้เหนือความคาดหมายของปุถุชน เหนือเหตุผลของคนทั้งหลาย เพราะการนั่งสมาธิเป็นบุญละเอียดอ่อน
แก้ไขสิ่งที่ไม่ดี ให้ดี สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้
สิ่งที่ไม่สำเร็จ ให้สำเร็จ จากสิ่งที่ยาก ให้เป็นง่าย
สิ่งที่เหลือวิสัย ก็ให้อยู่ในวิสัย
แล้วถ้าหากเรามีจิตใจตั้งมั่น หยุด นิ่งแล้วก็เฉยอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างเนืองนิจแล้วล่ะก็ จะสามารถพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเราในทางที่ดีขึ้น
จากอ่อนแอ ก็จะเป็นเข้มแข็ง จากหมดแรง เป็นเปี่ยมพลัง
จากสิ้นหวัง เป็นสมหวัง จากว้าวุ่น มาเป็นสงบ
จากว้าเหว่ เป็นอบอุ่น จากห่อเหี่ยว เป็นเบิกบาน
จากทุกข์ เป็นสุข อย่างไม่มีขอบเขตเลยทีเดียว
แล้วก็วันเวลาที่ให้กับการนั่งสมาธินั้นก็ไม่มีสูญเปล่า มีคุณค่าเสมอ เหมือนกับชีวิตของคุณยายของเราที่ท่านทุ่มเททั้งชีวิตแล้วก็ชีวิตให้กับการนั่งสมาธิ ดิ่งเข้ากลางเพียงอย่างเดียว เป็นบุคคลตัวอย่างที่รักธรรมะมาก ๆ รักวิชชาธรรมกายเป็นที่สุด
ในสมัยก่อนนี้เขาก็จะนั่งสมาธิกันตลอด ๒๔ ชั่วโมงเลยนะ จะแบ่งกันเป็นกะ กะละ ๖ ชั่วโมง กลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง นั่งทำความบริสุทธิ์กัน แก้ไขสาเหตุแห่งความทุกข์ ซึ่งการนั่งธรรมะรวดเดียวถึง ๖ ชั่วโมงนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ๆ เลย แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณยาย แล้วก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับท่านด้วย เพราะว่าท่านนั้นเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ไม่ห่วงใยอะไรทั้งสิ้น เอาชีวิตของท่านเป็นเดิมพันเลยทีเดียว ธรรมะของคุณยายจึงเชี่ยวชาญ
และท่านเองตลอดชีวิตก็ไม่เคยหยุดยั้งการสร้างบารมีเลยแม้แต่วินาทีเดียว เพื่อให้สันติสุขที่แท้จริงบังเกิดขึ้นกับโลก ให้วิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแผ่ขยายไปเป็นที่พึ่งแก่มวลมนุษยชาติ ตามมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งตลอดเวลาที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้ช่วยเหลือทุกคนเลย โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมของท่าน แม้ว่าบางคนจะมาเพื่อลองภูมิก็ตาม หรือพูดในสิ่งที่ไม่เป็นอันควร สิ่งที่ไม่สมควร คุณยายท่านก็มีเมตตาช่วยเหลือทุกครั้ง
เหมือนกับบางคนที่มากราบคุณยาย แล้วก็บอกว่าจะผ่าตัด คุณยายท่านก็นั่งนิ่ง ๆ เงียบไปสัก ๕ นาที แล้วก็บอกว่า คุณ จะผ่าตัดไปทำไม ผ่าแล้วก็ไม่มีอะไร คุณไม่ได้เป็นอะไร เขาก็แย้งว่าได้นัดกับหมอที่จะผ่าตัดไว้แล้ว ท่านก็เลยบอกอีกว่าก็ตามใจคุณ ถ้าจะผ่าตัดก็ภาวนา สัมมา อะระหัง ไว้นะ แล้วเขาก็ไปนะ พอผ่าตัดเสร็จปุ๊บ เขาก็มารายงานคุณยายอีกว่าหมอบอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้นเลย คุณยายของเราก็เมตตาบอกว่าก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้ว่าผ่าตัดแล้วมันเป็นอย่างไร
บางเรื่องก็เหลือเชื่อ แต่ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ใครได้ ใครที่เพิ่งมาหาคุณยายใหม่ ๆ มากราบท่าน พบคุณยายทักครั้งแรกก็ตกใจ แล้วก็เข้าใจว่าคงจะมีใครสักคนแอบมาบอกท่านว่าเป็นอย่างนั้นบ้าง เขาเป็นอย่างนี้บ้าง เช่นมีอยู่ครั้งหนึ่งสามีภรรยาคู่หนึ่งมาด้วยกัน พอมากราบคุณยายเสร็จ ท่านก็บอกว่า คุณ เลิกเล่นม้าเสียเถอะ ฝ่ายสามีก็ตกใจ คิดว่าภรรยาแอบมาบอก ภรรยาจึงบอกว่าฉันก็มาพร้อมกับคุณน่ะแหละ นี่ก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่งทีเดียว ที่คุณยายสามารถรับรู้เรื่องราวที่เหลือวิสัยได้
และหากจะมองถึงในชีวิตประจำวันของคนเรานั้น เราจะหลีกเลี่ยงไปไม่ได้เลย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพบกับความกลัว ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าความกลัวที่แท้จริงนั้นก็เกิดจากความไม่กล้านั่นเอง ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ทำให้เกิดความท้อแท้ ท้อถอย ไม่แน่ใจ ไม่กล้าสู้ มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอุปสรรค เป็นปัญหาไปหมด ถ้าเกิดมาค้นพบ คิดค้น เราก็จะรู้ว่าแท้ที่จริงนั้นอุปสรรคไม่ได้อยู่ข้างนอกตัวเราเลย แต่ว่าอยู่ที่ใจของเรานั่นเอง หากเรามัวแต่กลัวปัญหา ไฉนเลยเราจะประสบความสำเร็จได้ ให้เราทำเหมือนกับว่านายพรานเมื่ออยู่ที่ป่า ย่อมไม่กลัวเสือ เหมือนนักรบ เมื่ออยู่สมรภูมิ ย่อมไม่กลัวหอกและดาบ บัณฑิตนักปราชญ์ผู้ฉลาดในการสร้างบารมีเช่นพวกเราก็เหมือนกัน ก็ย่อมไม่กลัวความยากลำบาก
พวกเราทุกคนก็ย่อมทราบดีว่ามีอยู่ทุกหน มีอยู่ทุกแห่ง มีอยู่ทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เลย แต่จะให้ทำอย่างไรให้ปัญหานั้นไม่เป็นอุปสรรคขวางความสำเร็จของเรา เมื่อมีปัญหาเราก็ต้องใช้ปัญญาแก้ แล้วก็อย่านำปัญหาข้างนอกมาเป็นปัญหาในใจ เหมือนกับปลาที่หากิน ก็ต้องว่ายทวนน้ำ ว่าวที่ลอยขึ้นสูงได้ในอากาศ ก็ต้องต้านแรงลม นักสร้างบารมีที่จะแข็งแกร่งได้ ต้องไม่เห็นปัญหาเป็นอุปสรรค จงทำใจของเราให้เหมือนสายน้ำที่มุ่งหน้าไปสู่ทะเล แม้ว่าจะเจอโขกหินหรือสิ่งกีดขวางใด ๆ ก็ไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย ไหลหลบหลีกเอาชนะอุปสรรค จนออกสู่ทะเลได้
ทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ที่ใจของเราคิด จะคิดให้สำเร็จหรือจะคิดให้ล้มเหลว ก็อยู่ที่ตัวของเราเอง ซึ่งตลอดชีวิตของคุณยาย คุณยายไม่เคยท้อถอยต่ออุปสรรคใด ๆ เลย มีแต่ความเพียรพยายาม มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการที่จะสร้างความดี โดยไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรค แล้วก็ความยากลำบากเลย
และหากจะพูดถึงการสร้างบารมีของคุณยายนั้น ก็เปรียบประดุจดังวีรบุรุษที่กล้าปีนป่ายสู่ยอดเขาสูง เพื่อเด็ดเอาสมุนไพรอันล้ำค่า กล้าดำดิ่งสู่ก้นทะเลลึกเพื่อครอบครองมุกเม็ดงาม คุณยายของเรา มีความกล้าหาญ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะฝัน แล้วก็กล้าที่จะกระทำต่อสิ่งที่ดี ๆ เสมือนกับเมล็ดพืชพันธุ์เพชร ที่กล้าเจริญเติบโตออกจากเมล็ด เพื่อมาเป็นต้นไม้ใหญ่เติบโตในภายหน้า ให้หมู่สกุณานกกามาอาศัย
และหากจะพูดถึงคุณธรรมอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ เลย ซึ่งคุณยายของคุณยายนั้นก็เป็นกำลังใจให้กับอนุชน ให้คนรุ่นหลังได้ประพฤติปฏิบัติตาม นั่นก็คือความกตัญญูกตเวทีของท่านนั่นเอง คุณยายมีความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ แล้วก็มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมมาก จนเข้าถึงพระธรรมกายภายใน เพื่อที่จะขอขมาแล้วก็ช่วยพ่อให้พ้นจากนรก ซึ่งเป็นการตอบแทนพระคุณของพ่อที่ทำได้ยากอย่างยิ่ง แล้วก็อีกทั้งการดูแลเอาใจใส่ อุปัฏฐากรับใช้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์คนแรกของท่าน นั่นก็คือคุณยายทองสุขได้อย่างยอดเยี่ยม แม้กระทั่งคุณยายทองสุขได้ละสังขารจากโลกนี้ไป คุณยายของเราก็ได้ทดแทน ได้ตอบแทนด้วยการจัดงานของท่านอย่างสมเกียรติเลยทีเดียว
และใครก็ตาม ถ้าหากได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวความกตัญญูของท่านแล้วล่ะก็ ก็จะทำให้เกิดกำลังใจในการที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณของตนเองเช่นกัน เหมือนกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งหลวงพี่รู้จักเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างดี ก็ได้มีโอกาสเข้าวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณปี ๒๕๓๐ แล้วก็น้องคนนี้ก็ได้มีโอกาสเข้ามาวัดมาอย่างสม่ำเสมอ ตลอดต่อเนื่องเรื่อยมา โดยมีคุณแม่ของเขาคอยเป็นกัลยาณมิตร คอยชี้ทิศในการสร้างความดี แล้วก็ชี้แนะแนวทางในการทำความดีให้
น้องคนนี้ก็เหมือนกัน ได้มีโอกาสที่จะรับรู้เรื่องราวความกตัญญูกตเวทีของคุณยายจากในหนังสือ ในห้องสมุดบ้าง จากพระอาจารย์ที่มาเล่าให้ฟังบ้าง ก็เกิดแรงบันดาลใจเหมือนกันว่าสักวันหนึ่ง จะต้องหาโอกาสที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณของตนเองเช่นกัน ซึ่งในระหว่างที่น้องคนนี้เรียนอยู่ ม.ปลาย ก็ประมาณปี ๒๕๓๔ ซึ่งในช่วงนี้ แม่ของน้องคนนี้เขาก็ได้ชักชวนให้เขามาอบรมธรรมทายาท น้องคนนี้ก็ตอบตกลงในทันที เพื่อที่ว่าจะได้เป็นผู้ที่ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่
เมื่อเขาตกลงใจแล้ว ก็เข้ามาอบรมธรรมทายาท เมื่อประมาณปี ๒๕๓๔ ก็คือเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วนั่นเอง การบวชในรุ่นนั้นคือรุ่นที่ ๑๙ ก็มีความเข้มข้นตามฉบับธรรมทายาทเลยทีเดียว ซึ่งน้องคนนี้ก็มีความมุ่งมั่นว่าจะต้องเดินธุดงค์ให้ได้ เนื่องจากการเดินธุดงค์เป็นการท้าทายความสามารถอย่างยิ่ง แต่ว่าเนื่องจากในปีแรกที่น้องคนนี้ตั้งใจจะเดินธุดงค์ เนื่องจากจะต้องไปเรียนก่อน เนื่องจากโรงเรียนนั้นเปิดเรียน ทำให้ได้เก็บความเสียดายไว้ในความทรงจำ แล้วก็คิดในใจว่าสักวันจะต้องกลับมาอบรมอีก
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เมื่อมีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งที่ ๒ คือในปีต่อมา ประมาณปี ๒๕๓๕ น้องคนนี้ก็ได้กลับมาอบรมธรรมทายาทอีกครั้งหนึ่ง เป็นรุ่นที่ ๒๐ โดยการชักชวนของคุณแม่ของเขานั่นเอง ซึ่งคุณแม่ของเขาก็ได้ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให้ตลอดเลย การอบรมในครั้งนี้ก็สนุกสนานเบิกบาน เพราะว่าได้อบรมแล้วก็ฝึกฝนอบรมตนเอง น้องคนนี้มีความตั้งใจอยู่อย่างสม่ำเสมอว่าจะต้องตอบแทนพระคุณของคุณแม่ แล้วก็ผู้มีพระคุณ จึงตั้งใจอบรม แล้วก็ฝึกฝนอบรมตนเองอย่างเต็มที่ ในช่วงท้ายมีการเดินธุดงค์อีกครั้งหนึ่ง น้องคนนี้ก็ตั้งใจเหมือนกันว่าจะต้องเดินธุดงค์ให้จงได้ และแล้วความตั้งใจนั้นก็เป็นผลสำเร็จ แต่ว่าเหมือนมีกรรมเก่าแต่ปางก่อน แต่ว่าเป็นกรรมดี เราคงจะจำกันได้นะว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๓๕ ช่วงนั้นบ้านเมืองของเราก็เกิดความไม่สงบเกิดขึ้น นั่นก็คือเป็นช่วงของพฤษภาคมทมิฬนั่นเอง การเดินธุดงค์ในรุ่นนั้นเป็นการเดินระยะสั้นที่สุด เพราะว่าเป็นการเดินเพียงวันเดียว เพราะในช่วงบ่ายก็ได้รับคำสั่งให้กลับมาที่วัดโดยด่วนในบ่ายวันนั้นนั่นเอง เป็นอันว่าน้องคนนี้อบรมมาแล้ว ๒ ครั้งก็ได้เดินธุดงค์เพียงวันเดียว
และจากครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งที่ ๒ จากครั้งที่ ๒ ก็ย่อมมีครั้งที่ ๓ เพราะว่าในปีต่อมา คือปี ๒๕๓๖ มีการอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๒๑ น้องคนนี้ก็ได้กลับมาเยือนสถานที่แห่งความเป็นมงคล ด้วยการขอสมัครเข้ามาอบรมธรรมทายาทอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ ๓ หากเป็นนักฟุตบอลก็เรียกว่าการทำแฮฟฟิค ยิง ๓ ประตูซ้อน แล้วธรรมทายาทคนนี้ก็ได้รับสิ่งที่ดี ๆ จากการอบรมไปมากทีเดียว ซึ่งในช่วงท้ายก็มีการเดินธุดงค์อีก น้องคนนี้ก็มีความตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะต้องเดินธุดงค์ให้ได้ แต่ไม่ง่ายเหมือนที่คิด เพราะว่าเนื่องจากอากาศแปรปรวนตลอดทั้ง ๗ วัน ฝนตกสลับกับแดดออก แล้วก็ระยะทางนั้นก็ไกลมาก นับร้อยกิโลเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ได้จากการเดินธุดงค์ในครั้งนี้ก็ได้ประทับจิตติดไปในใจของน้องคนนี้ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว เพราะว่าเส้นทางการเดินธุดงค์นั้นก็ลำบากยากเข็ญเหมือนกัน และเมื่อประทับใจที่สุดก็คือเมื่อได้เดินเข้ามาที่หน้าประตูโบสถ์ จากประตูสแตนเลสหน้าโบสถ์ จนถึงบันไดโบสถ์ ภาพที่เห็นประทับใจธรรมทายาทรุ่นนี้มาก เพราะว่าเป็นภาพของกัลยาณมิตรทั้งหญิงและชาย ท่านชายจะนั่งชิดอยู่แนวกลาง ท่านหญิงอยู่นั่งด้านหลังต่อไป ผู้ชายที่อยู่ชิดแนวกลางนั้นก็จะคอยเอาผ้าที่เย็นสบายมาประคบเท้า มานวดเท้า แล้วก็มาถูที่เท้าของพระภิกษุสามเณรรุ่นนั้น ส่วนผู้หญิงก็จะคอยซักผ้าแล้วก็ส่งผ้ามาให้กับผู้ชายที่อยู่ด้านหน้า และตลอดเส้นทางก็โปรยด้วยกลีบกุหลาบ แล้วก็โปรยดอกมะลิ ซึ่งเป็นความประทับใจของธรรมทายาทรุ่นนี้ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว
และธรรมทายาทก็คือน้องคนนี้ก็ได้มาอบรมจนจบโครงการ จากนั้นก็ได้เรียนต่อ จากการอบรมถึง ๓ ครั้ง ก็ได้มีเหตุการณ์ในสิ่งที่ดี ๆ เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่นว่าผลการเรียนของน้องคนนี้ก็ดีเป็นลำดับ จนเมื่อจบการศึกษาก็ได้เรียนเกรดนิยม เกียรติประวัติ ได้คะแนนอับดับ ๑ ของคณะเลยทีเดียว ได้เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลประจำสถาบัน
แล้วก็มีสิ่งที่ประทับใจน้องคนนี้ไปอีกนานแสนนานอีกเหมือนกัน นั่นก็คือได้มีโอกาสทำให้แม่ของตนได้เสียน้ำตา แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติใจ เพราะว่าเมื่อปี ๒๕๓๘ น้องคนนี้ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียน ให้เป็น ลูกกตัญญูนะ เป็นลูกกตัญญู จึงจำเป็นจะต้องเชิญคุณแม่ของตนมาเป็นคุณแม่ตัวอย่าง แล้วก็ได้มีการพูดสุนทรพจน์เล็ก ๆ ให้กับนักเรียนแล้วก็ผู้เป็นลูกฟัง แล้วก็น้ำนัยน์ตาที่ไม่ได้รับเชิญ ก็แสดงออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย ตรงนี้ก็เป็นความปีติใจที่ว่าได้เห็นความปลาบปลื้มใจของคุณแม่ของน้องคนนี้ออกมาโดยที่มีความสุขแล้วก็มีความยินดีอย่างยิ่ง
และสิ่งต่าง ๆ อย่างนี้ก็เป็นที่ประทับใจของน้องคนนี้ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว หลังจากเมื่อน้องคนนี้เรียนจบ ประมาณปี ๒๕๓๙ น้องคนนี้ก็ได้มาทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณลาดพร้าวซอย ๑ ซึ่งช่วงชีวิตการทำงานในช่วงนั้น น้องคนนี้ก็ได้มาบอกว่าเป็นช่วงชีวิตที่ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยมาก ๆ กว่าจะได้เงินเดือนก้อนแรกขึ้นมาแลกกับหยาดเหงื่อและแรงกายเป็นจำนวนมาก
แต่น้องคนนี้ก็มีความปีติ แล้วก็ประทับใจไม่รู้ลืมเลย เพราะว่าเมื่อเงินเดือนก้อนแรกออกมาแล้ว น้องคนนี้ก็ได้เอาซองปัจจัยนี้ แล้วก็เอาเงินเดือนทั้งหมดประมาณ ๘,๐๐๐ บาท ซึ่งตอนนั้นประมาณปี ๒๕๓๙ ก็ถือว่ามากพอสมควร ก็เอาปัจจัยทั้งหมดใส่ไปในซอง แล้วก็นึกอธิษฐานขอบุญกุศลจากที่ได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูในครั้งนี้ ให้เขามีความสุขทั้งกายสุขทั้งใจ เพื่อทดแทนความเหน็ดเหนื่อยของคุณแม่ของเขาที่ได้เลี้ยงดูลูกแล้วก็ครอบครัวด้วยหัวใจของความเป็นแม่เสมอมา
แต่ว่าน้องคนนี้ก็ทำได้เพียง ๙ เดือนเศษ ๆ เพราะว่าเดือนที่ ๑๐ คุณแม่ของน้องคนนี้ก็ได้ชักชวนให้น้องคนนี้ได้มาบวชเป็นพระภิกษุ ซึ่งน้องคนนี้ตั้งใจอยู่แล้วว่าครั้งหนึ่งจะต้องมาบวชเป็นพระภิกษุ เพื่อทดแทนพระคุณของแม่ของตนแล้วก็ครอบครัว จากนั้นก็ตกลงในทันที แล้วก็ขอลางานจากผู้จัดการได้เพียงเดือนเศษ เมื่องานได้แล้วก็เข้ารับอบรมในทันที และในช่วงเวลา ๒ สัปดาห์สุดท้าย ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยให้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ ซึ่งการไปปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพราะว่าเนื่องจากเหลือเพียงอีก ๒ วันสุดท้ายก็จะถึงกำหนดที่จะต้องลงจากพนาวัฒน์ เพื่อมาร่วมงานในอาทิตย์ต้นเดือน จากนั้นจึงลาสิกขา
พระภิกษุรูปนี้ก็คิดหนักเป็นอย่างมากว่าจะทำอย่างไรดี เราจะสึก หรือไม่สึกดี ได้หยิบ กระดาษเปล่ามาคู่หนึ่ง แล้วก็เขียนแบ่งเป็น ๒ หน้าว่าข้อดี ข้อเสีย ของการบวชอยู่ต่อ แล้วก็ข้อดี ข้อเสียของการลาสิกขา พระภิกษุรูปนี้ก็คิดอยู่ทั้งวัน คิดอยู่ทั้งคืน จนได้ข้อสรุปมาว่าบวชอยู่ต่อนะ และพระภิกษุรูปนั้นก็ได้ตัดสินใจบวชอยู่ต่อ
และในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐ เป็นวันสำคัญของชาติไทยเลยทีเดียว เพราะว่าเป็นวันแรงงานแห่งชาติ แล้วก็เป็นวันที่พระภิกษุรูปนี้ตั้งใจที่จะเป็นแรงงานให้กับพระพุทธศาสนาอีกเช่นกัน แล้วก็จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ประมาณเกือบ ๔ ปีแล้ว ที่พระภิกษุรูปนี้ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มเงาบวรพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง แล้วก็คุณยายคอยให้เป็นกำลังใจให้สร้างความดีต่อไป แล้วก็นอกจากแรงบันดาลใจจากการที่ได้รับรู้เรื่องราวการสร้างคุณงามความดี สร้างบารมี แล้วก็ความกตัญญูของคุณยายแล้ว พระภิกษุรูปนี้เขาก็มีบทความสั้น ๆ ที่เป็นข้อคิดสะกิดใจที่เป็นแรงบันดาลให้สามารถบวชสร้างบารมีอยู่มาเรื่อย ๆ บทความนี้ก็มีใจความอยู่ว่า
แม่จำได้ไหม จากเล็กจนโต แม่ชอบซื้อยาคูลให้ผมดื่มมาตลอด แม่รู้ไหมว่านอกจากแลตโตบาซิลัสแล้ว ผมยังได้สัจธรรมบางอย่างจากเครื่องดื่มจุลินทรีย์ขวดเล็ก ๆ นี้ ยาคูลมีบอกวันหมดอายุ แต่แม่ไม่มี ใครจะรู้ว่าแม่จะหมดอายุเมื่อไหร่ คำขวัญหนึ่งซึ่งคนโง่ ๆ อย่างผมจำได้อย่างขึ้นใจยิ่งกว่าคำขวัญวันเด็ก นั่นก็คือแม่ไม่ใช่ยาคูล รีบกตัญญูก่อนหมดอายุ และนี่ก็เป็นข้อความที่ดี เป็นข้อความที่สะกิดใจให้คนเรา ไม่เกิดความประมาทในการที่จะตอบแทนพระคุณ
แล้วก็ในค่ำคืนนี้พระภิกษุรูปนั้นก็ได้มีโอกาสมาตอบแทนพระคุณของคุณยาย ที่ท่านได้เป็นต้นแบบ แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจให้สามารถที่กำลังใจสร้างบารมีได้อยู่ ณ จนทุกวันนี้ และพระภิกษุรูปนั้นก็ได้มานั่งอยู่ ณ ที่ตรงนี้แล้ว ได้มาแสดงธรรมให้กับลูกหลานคุณยาย ผู้มีใจใสทุกท่าน ให้ได้ฟัง ณ ที่ตรงนี้ ซึ่งเป็นสิ่ง การแสดงธรรมในวันนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะว่าอะไร เพราะว่าอาสนะผืนนี้ทำให้หลวงพี่ทั้งสั่น ทั้งตื่นเต้น อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยทีเดียว แล้วก็ต้องขอขอบใจพวกเราทุก ๆ คนเลย ที่ได้เสียสละเวลาส่วนตัวอันมีค่ามาตอบแทนพระคุณของคุณยาย ด้วยการมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลของท่านในค่ำคืนนี้ บุญนี้ก็จะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติเลยทีเดียว
แล้วก็นับอีกว่าเป็นความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต เพราะว่าในการสร้างบารมีนั้น เราก็ไม่รู้ว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึงเมื่อไหร่ วันนี้ทุกท่านก็เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต มาเก็บเกี่ยวผลบุญคุณงามความดีอย่างเต็มที่ เพราะว่าเราเองจะอยู่ในโลกอีกไม่นานกี่ปี ควรใช้พลังที่มีทุ่มเทให้สุดใจ แม้ว่าเราจะต้องลาจากไป ก็จะได้ปีติและภาคภูมิใจว่าได้เกิดมาสร้างบารมี
โอกาสนี้หลวงพี่ก็ขอเชิญชวนพวกเราทุกท่านได้ร่วมกันกลั่นกาย วาจา ใจของเรา ให้ใส สะอาด ให้บริสุทธิ์กันด้วยการนั่งหลับตา ทำสมาธิโดยพร้องเพรียงกันนะ
ให้ทุกท่านได้น้อมนำใจของเรา กลับมาไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นึกถึงบุญกุศลที่พวกเราทุกท่านได้เสียสละเวลาอันมีค่า มาสร้างคุณงามความดีกัน ณ ค่ำคืนนี้ ให้นึกถึงดวงบุญบารมี นึกให้ชัด ให้ใส ให้สว่าง นึกถึงบุญเพื่อนำมาซึ่งความปีติ และภาคภูมิใจให้เป็นประวัติศาสตร์ในการสร้างความดี และค่ำคืนนี้ให้พวกเราทุกคนได้รักษากาย วาจา ใจของเรา ให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์กันทุกคนเลยนะ
*********************************** จบ ***********************************