กัลยาณมิตรเป็นที่สุดของพรหมจรรย์
(ม้วน 1/A)
พระถาวร : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย กราบพระมหาเถระ พระเถระนุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร ยอดกัลยาณมิตร และสาธุชน ลูกหลานยายทุกๆ ท่าน (สาธุ)
วันนี้เป็นอีก ๑ วันของชีวิตมนุษย์ที่หมุนเวียนไปตามวัฏจักรของสังสารวัฏ ที่ผ่านไปในแต่ละวันเร็วอย่างกะนกบิน เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน แต่เวลาของยอดกัลยาณมิตรนั้นเป็นเวลาของบุญกุศล แตกต่างจากเวลาของชาวโลกทั่วๆ ไป ถ้าหากเราทั้งหลายหันมองรอบกายของเรานั้น จะมีสักกี่คนที่ได้ใช้ชีวิตช่วงเวลาช่วงนี้เป็นไปเพื่อบุญกุศล น้อยคนทีเดียว เอาใกล้ตัวเรานี่เอง รอบๆ ปทุมธานี ช่วงเวลานี้บางคนก็อาจจะต้องดิ้นรนทำมาหากิน บางท่านก็ต้องเดินทาง ใช้เวลาอยู่บนรถรา บางท่านอยู่กับกระแสของบาปอกุศล กับอบายมุข
จะมีสักกี่คนที่ได้มีโอกาสสั่งสมบุญกุศล เว้นเสียจากยอดกัลยาณมิตรทั้งหลายผู้เห็นคุณค่าของบุญ ได้เดินทางไกลมาสั่งสมบุญกุศลเหมือนกับเป็นกิจวัตรที่ไม่ขาดเลย เปรียบประดุจลมหายใจที่เราขาดไม่ได้ฉันใด ยอดกัลยาณมิตรผู้ที่มีบุญมีบารมีเป็นที่ตั้ง ก็ขาดจากการสั่งสมบุญไม่ได้ฉันนั้น
โดยเฉพาะสิ่งที่สำคัญที่สุด หากเราหันมองรอบๆ ตัวของเรา หันมองช่วงประวัติศาสตร์การสร้างบารมีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่ทำให้เรามีความรู้สึกว่ามีคุณค่า มีความรู้สึกว่ามีความสุขที่สุด เราก็จะตอบตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิเลย ก็คือการได้ทำหน้าที่ของผู้ให้ ให้อย่างเต็มหัวใจ ให้อย่างมีความสุข และให้ได้บ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ จิตใจอย่างนี้แหละที่ทำให้เรามีความรู้สึกว่ามีความสุขและภาคภูมิใจ
เราท่านทั้งหลายในที่นี้เคยให้กันทั้งทรัพย์ ให้ทั้งวาจาอันไพเราะต่อหมู่มหาชน แล้วยังให้โอกาสที่สำคัญ โอกาสดีๆ ให้แก่คนอื่น ทำหน้าที่กัลยาณมิตร ชักชวนผู้คนทั้งหลายได้มาสั่งสมบุญกุศล โดยเฉพาะการให้ประเภทที่ ๓ นี่นะ คือการให้โอกาสของชีวิต ถ้าไม่มีการให้ประเภทนี้ สิ่งที่ประเสริฐทั้งหลายในโลกนี้ สิ่งที่สวยสดงดงามทั้งหลาย ในวัดพระธรรมกายของเราแห่งนี้จะไม่บังเกิดขึ้นเลย แม้กระทั่งพระพุทธศาสนา หมู่สงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งหลาย ภาพอุบาสก อุบาสิกาผู้มีศีลาจารวัตรอย่างงดงาม ก็จะไม่บังเกิดขึ้น สถานที่แห่งนี้จะไม่บังเกิดขึ้น และเหตุการณ์ ณ วันนี้ก็จะไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้น
การให้โอกาสชีวิตที่ดีนั้น แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าเอง พระองค์เมื่อถึงโอกาสนั้นมาถึง หวนระลึกนึกถึงแล้วยังทรงแย้มพระสรวลทีเดียว ย้อนหลังไปเมื่อสมัยพุทธกาล ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังเดินทางจะไปยังแคว้นโกศล ระหว่างทางพระองค์ได้หยุด หยุดอยู่สักครู่หนึ่ง ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่เมืองเวภาลิกะนิคม เวภาลิขะนิคม เพราะอะไรหนอ ใครที่สามารถหยุดการเดินทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ เพราะเหตุการณ์อะไรหนอถึงทำให้พระองค์หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วแย้มพระสรวล
พระอานนท์ได้เห็นเหตุการณ์อย่างนั้น ก็ได้ตรัสถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระ ธรรมดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่จะแย้มพระสรวล โดยไม่มีเหตุอันควรนั้นไม่มีเลย ไม่ทราบว่าเป็นเพระอะไรหนอ พระองค์ถึงได้แย้มพระสรวล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าให้พระอานนท์ฟังว่าดูก่อน อานนท์ ดินแดนแห่งนี้เมื่อนานแสนนาน เคยเป็นที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง คือพระกัสสปะสัมมาพุทธเจ้า และ ณ ดินแดนแห่งนี้แหละ ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญคือการได้ให้โอกาสอันสำคัญแก่ชีวิตของมหาบุรุษท่านหนึ่ง
พระอานนท์ได้ทูลถามให้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงเรื่องราวให้ฟัง พระองค์ก็ได้ตรัสเล่าให้พระอานนท์ฟังว่าดูก่อน อานนท์ ณ ดินแดนแห่งนี้ในสมัยก่อน พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประทับอยู่ยาวนานถึงตลอด ๑ เดือน มีอุปัฏฐากคนสำคัญของพระองค์ชื่อว่าฆฏิกาละมานพ เป็นนายช่างปั้นหม้อ ฆฏิกาละมานพนั้นมีพ่อและแม่ตาบอด และมีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งชื่อโชติปาละ หลายๆ ท่านฟังเรื่องราวนี้แล้ว อาจจะจำกันได้ เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะนำเรื่องนี้มาเล่าให้เราฟังบ่อยๆ
ฆฏิกาละนั้นมีความศรัทธาในพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าแม้ตัวเองไม่อยู่บ้าน ก็ให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นสามารถมารับภัตตาหารในบ้านได้เลย เมื่อถึงคราวที่ได้เล็งเห็นแล้วว่าโชติปาละนั้นเป็นผู้มีปัญญา ขอเพียงแค่ได้มีโอกาสมาพบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ก็จะได้เป็นบุคคลสำคัญในพระพุทธศาสนา คิดอย่างนั้นก็พยายามชวนโชติปาละให้มาเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อฆฏิกาละได้เอ่ยปากชวน ชวนว่าโชติปาละเพื่อนรัก ขอเรียนเชิญท่านได้ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกันเถอะ โชติปาละก็ได้ตอบไปว่าประโยชน์อะไรกับการเข้าเฝ้า เข้าไปพบกับสมณะโล้นผู้นั้น มีประโยชน์อะไรหรือ ฆฏิกาละก็ได้กล่าวเชิญชวนอีกเป็นครั้งที่ ๒ ไปเถอะ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะการได้เข้าเฝ้ากับพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ได้เจอพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นความดี โชฏิปาละก็ได้ตอบปฏิเสธไปเหมือนเดิมว่าประโยชน์อะไรกับการได้เข้าไปพบกับสมณะโล้นนั้น แม้ครั้งที่ ๒
ฆฏิกาละก็ยัง ยังไม่ยอมละทิ้งความเพียรพยายาม ก็ได้กล่าวเชิญชวนอีก โชติปาละไปเถอะ ไปกราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกัน เพราะการได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นความดี โชฏิปาละก็ได้กล่าวปฏิเสธเหมือนเดิมอีก ว่าประโยชน์อะไรกับการเข้าไปหาสมณะโล้นผู้นั้นถึง ๓ ครั้ง ๓ ครา
ฆฏิกาละก็ได้เดินไป ชวนเพื่อนบอกว่าเพื่อนรัก น้ำน่ะในสระน้ำเย็น สดชื่น เราไปอาบน้ำอาบท่ากันดีกว่า โชติปาละคิดอย่างนั้นก็เดินทางไปด้วยกัน ระหว่างที่อาบน้ำ ดำผุดดำว่ายอยู่นั่น ฆฏิกาละก็ยังใช้ความพยายามอีก เมื่อขึ้นมาก็ถึงกับกล่าวชวน ไปเถอะ โชติปาละ ณ ที่นี่ไม่ไกลจากอารามของพระผู้มีพระภาคเจ้าเท่าไหร่นัก ไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกัน ฆฏิกาละก็ได้ โชติปาละก็ได้กล่าวปฏิเสธอีกว่าประโยชน์อะไรกับการไปหาสมณะโล้นนั้น ฆฏิกาละก็กล่าวอีกแม้ครั้งที่ ๒ กล่าวเชิญชวนอีกแม้ครั้งที่ ๓ ก็ถูกปฏิเสธเหมือนเดิมว่าประโยชน์อะไรกับการเข้าเฝ้าสมณะโล้นท่านนั้น
คราวนี้ ฆฏิกาละได้เดินไปเอามือจับที่ชายพก โชติปาละบอกว่าปล่อยชายพกเราเสียเถอะ ฆฏิกาละได้ปล่อยจากชายพกนั้น และเอามือไปจับที่ศีรษะ จับที่ผมของโชติปาละ จับแล้วก็ทำท่าที่จะดึงให้ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้ ฆฏิกาละบอก ก็คิดในใจว่าทำไมหนอเพื่อนของเรา โชติปาละก็คิดว่าทำไมหนอเพื่อนของเรา โชติปาละก็คิดว่าทำไมหนอเพื่อนของเราฆฏิกาละนี้ ผู้มีฐานะอันต่ำ ถึงขนาดใช้มือดึงมวยผมของเรา คงไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดาแน่ เมื่อคิดอย่างนั้นก็เลย ปล่อยมือของท่านไปเสียเถอะ ตกลงเราจะไปกับท่าน เมื่อคิดอย่างนั้นก็เลยไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกัน
โชติปาละเมื่อได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็เข้าไปในนั่งในที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฆฏิกาละเมื่อนั่งในที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ก็ได้แนะนำให้โชติปาละได้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและได้แนะนำว่าดูก่อนพระ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ นี่คือโชติปาละ สหายรักของข้าพระองค์ ขอพระองค์ได้แสดงธรรมแก่โชติปาละเถอะ เมื่อโชติปาละได้สนทนาปราศรัยกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพอสมควรแล้ว ก็ได้ฟังพระธรรมเทศนา
พระผู้มีพระเจ้าหวังจะเตือนสติโชติปาละ จึงได้กล่าวว่าโชติปาละ ท่านได้เกิดมาเพื่อความปรารถนา ฐานะอันต่ำเลย ท่านนั้นเคยปรารถนาถึงสัพพัญญุตญาณเช่นเดียวกับเราตถาคตทีเดียว เมื่อกล่าวเช่นนี้โชติปาละก็ได้คิด และด้วยบุญบารมีเก่า จึงตัดสินใจออกบวช ขอบรรพชาในทันที เมื่อได้คุยกับเพื่อนฆฏิกาละด้วยกัน ชวนฆฏิกาละบวช ฆฏิกาละก็บอกว่าตัวท่านนั้นมีพ่อแม่ที่ตาบอดอยู่ ยังไม่สามารถออกบวชได้ ขอท่านจงบวชเถอะ เสร็จแล้วได้พาโชติกาละไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วขออนุญาตทูลขอบรรพชาให้กับโชติปาละ เมื่อออกบวช เมื่อออกบวชแล้วครบเวลา ๑ เดือน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้เสด็จจากไปจากดินแดนแห่งนั้น
เหตุการณ์เพียงแค่นี้ทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงขนาดแย้มพระโอษฐ์ทีเดียวหรือ สำคัญขนาดไหน พระอานนท์เอง ในขณะนั้นก็คิด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตอบพระอานนท์ บอกว่าอานนท์ เธออย่าพึงคิดว่าโชติปาละท่านนั้นคือคนอื่นหรืออย่างไร แท้ที่จริงแล้วโชติปาละผู้นั้นคือเราตถาคตนี่เอง
จากเหตุการณ์อย่างนี้นี่ เราจะได้เห็นว่าการให้ในสิ่งที่สำคัญนั้น นอกจากจะให้ของที่ดี ให้ของที่เลิศ ให้ทรัพย์สมบัติ ให้ทานด้วยวัตถุสิ่งของ ให้วาจาอันงดงามแล้วนี่ สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งของการให้ที่สำคัญที่สุดก็คือการให้โอกาสดีๆ แก่บุคคลอื่น แก่บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเราทุกๆ คน
เหมือนกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลังจากที่ท่านได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย หลวงพ่อก็ได้ให้โอกาสดีๆ แก่ลูกศิษย์ลูกหา พยายามเผยแผ่วิชชาธรรมกาย สั่งสอน แนะนำ ชักชวนให้ลูกศิษย์ลูกหาได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อได้เข้าถึงธรรม การสงเคราะห์ญาติทั้งหลายในโลก ท่านได้แยกการสงเคราะห์ไว้ ๒ อย่าง คือ
การสงเคราะห์ด้วยอามิส ๑
และสงเคราะห์ด้วยธรรม ๑
พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญการสงเคราะห์ด้วยธรรม หลวงพ่อวัดปากน้ำได้สงเคราะห์ญาติของท่าน ญาติในทางธรรมทั้งหลายคือลูกศิษย์ลูกหาด้วยความรัก ด้วยความเอ็นดู ให้ธรรมะแก่ทุกๆ คน จนกระทั่งคุณยายได้สืบทอดวิชชาธรรมกายนั้น แล้วก็ด้วยความกตัญญูในหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ได้ให้โอกาสในการเข้าถึงธรรมแก่ลูกศิษย์ลูกหาทั้งหมดเลย ให้โอกาสแก่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ทุ่มเทเสียสละทุกอย่างเพื่อหวังให้ลูกศิษย์ทั้งสองของท่าน คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้มีโอกาสเข้าถึงธรรม และได้เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนา จนกระทั่งพลิกผืนนาฟ้าโล่งมาเป็นวัดพระธรรมกาย ณ ปัจจุบันนี้
ยายนี่ถึงขนาดพูดออกมาทีเดียวว่ากว่าจะห่ำหั่น ๒ องค์นี้ลงได้ ยายเหนื่อย เหนื่อยมาก จะเห็นถึงความเสียสละของคุณยายในการที่จะให้โอกาสแก่ใครสักคนหนึ่งที่จะได้มาสู่เส้นทางธรรม ท่านเสียสละและทุ่มเทแล้วใช้ความพยายามอย่างยิ่ง
ยอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญทั้งหลาย การทำหน้าที่กัลยาณมิตรนั้น แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อยอย่างไร แต่เป็นการเหนื่อยที่คุ้มค่า คุ้มกับการลงทุนอย่างยิ่งทีเดียว หลวงพี่เองรู้สึกเลยว่าถ้าตัวเองไม่มีโอกาสได้เจอกัลยาณมิตรซึ่งเป็นเพื่อนรัก ก็คงไม่มีโอกาสได้มาศึกษาพระธรรมวินัย ได้มาบวช ณ อาวาสแห่งนี้ และชีวิตก็คงไม่สามารถที่จะดึงตัวเองจากห้วงของนรกอย่างแน่นอน
ด้วยชีวิตของนักศึกษาเองที่ต้องใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ เรียนแล้วก็เล่น แต่ด้วยหัวใจของยอดกัลยาณมิตรคือเพื่อนที่เป็นนักศึกษา ชวนมาอบรมธรรมทายาท ชวนแล้วชวนเล่า ชวนแล้วชวนเล่าผ่านไป ๑ ปี เราฟังก็เฉยๆ แต่เพื่อนก็ยังใช้ความพยายาม พยายามอย่างมากทีเดียว ทั้งๆ ที่ในช่วงนั้นนี่วัดพระธรรมกายมีข่าวคราว เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ข่าวที่ออกหน้าหนังสือพิมพ์เหมือนกับยุคปัจจุบัน เพื่อนมาชวน แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไร อาจจะคิดบ้าง แต่ก็คิดว่าผลัดไปก่อน ผลัดไปก่อน
แต่เพื่อนก็พยายามหาโอกาสชวนมาที่วัด ชวนมาบอกว่าให้มาเที่ยวงานวัด ชวนมาเที่ยวงานวัด ก็ตั้งใจว่าเออ มาวัดพระธรรมกาย ก็คงจะมีชิงช้าสวรรค์ คงจะมีหนังกลางแปลง คงจะมีอะไรต่างๆ เหมือนงานวัดทั่วๆ ไปเขามีกัน แต่ก็ผิดคาด มาแล้วก็เจอคนใส่ชุดขาวสวยงามไปหมดเลย มาแล้วอยากประพฤติปฏิบัติธรรม เมื่อได้มีโอกาสมาบวช ก็ได้เห็นคุณค่า ทำให้รักเพื่อนคนนี้ และจะไม่มีวันลืมเลย
เมื่อถึงคราวที่ตัวเองได้มาบวช ก็ทำหน้าที่ชักชวนคนอื่นบ้าง อย่างเมื่อปีที่แล้วนี่ รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ คือเมื่อได้รับมอบหมายให้เปิดโรงเรียนพระปริยัติสามัญ ก็ได้ชักชวนไปตามสามเณรมาบวช เด็กที่จบป. ๖ พ่อแม่ยังไม่พร้อมที่จะอุปถัมภ์ ส่งเสียให้ลูกเรียน
ก็ธรรมดาเด็กบ้านนอกทั่วๆ ไป พอชวนก็ดื้อบ้าง ซนบ้าง แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง ๓ เดือน ๔ เดือน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่พร้อมเลย ที่พักก็ยังเป็นแค่กุฏิ ที่เป็นหลังคามุงหญ้าคา รั่วไปหมดเลย ลูกเณรก็ต้องนอน เอาถังเหลืองๆ มารองไว้ข้างๆ หู น้ำก็หยดรั่วลงมา นอนๆ อยู่ก็ใบหญ้าคาก็ปลิวลงมา นอนหลับตาไปนี่นะ ฟังเสียงน้ำหยดไป หลังคาก็รั่ว อยู่กันไป ๓ เดือน ๔ เดือน กว่าจะบอกบุญสร้างหลังคากุฏิมาได้นี่ หลังคากุฏิตอนนี้บอกบุญกันมาได้ กว่าจะได้บุญมานี่ ๘๐,๐๐๐ บาท โอ้โฮ เหนื่อยสายตัวแทบขาดทีเดียว ออกบอกบุญกัน สร้างกุฏิกันขึ้นมา
หลายคนมองว่าโอ้ กุฏิแค่ ๘๐,๐๐๐ บาท ไม่กี่สตางค์ ลูกเณรช่วยกันทำหมดเลย สร้างอาณาจักรแห่งธรรมของตนเองด้วย ๒ มือ ก็เลยเล่าให้ลูกเณรฟังว่าคนมีเงิน ๘๐,๐๐๐ นะ เขาอาจจะสร้างอาคารที่พัก หลบแดดหลบฝนได้เหมือนกับของลูกเณร แต่ว่าเขาสร้างได้เหมือนไม่ทั้งหมด เพราะอาคารของเรานั้นสร้างด้วยใจ เงินมันสร้างได้แค่โครงเหล็ก หลังคากระเบื้อง แต่สิ่งที่สิงสถิตอยู่ในอาคารแห่งนี้ก็คือความทุ่มเทที่ลูกเณรทุกคนช่วยกันไปบอกบุญ ลูกเณรทุกคนก็ภาคภูมิใจ
แล้วพอผ่านไปนี่แค่ ๓-๔ เดือน เห็นการเปลี่ยนแปลงของสามเณรทุกองค์ แล้วก็ชื่นใจ ชื่นใจว่าโอ้ ที่เราไปชวนคนมาด้วยความยากลำบาก ผลไม่ต้องรอภพชาติต่อไปเลย สามเณรเดินบิณฑบาต ใหม่ๆ มีคนใส่ไม่กี่เจ้า ๗-๘ เจ้า ไม่กี่วันก็ขึ้นมาเป็น ๑๕ ผ่านไปก็ ๒๐ เอ่อ ผ่านไป ๓๕ ตอนหลังๆ นี่พระเณรวัดอื่นเห็นเณรวัดเราเดินไปบิณฑบาต ตั้งแถวเหมือนเณรวัดเราเลย เรียงตามความสูง ข้ามถนนก็พร้อมกัน ลูกเณรแค่ ๓ เดือนนี่เป็นต้นแบบในการสร้างความดีได้
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ภัตตาหารไม่พอฉัน แล้วก็เป็นช่วงที่กำลังบอกบุญกองทุนสามเณร เพราะเราก็ไม่พร้อมอะไรสักอย่าง มีแต่หัวใจที่อยากจะทำ เงินทองก็ไม่ค่อยมี ลูกเณรก็ได้ไปทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรเหมือนกัน พอไปทำหน้าที่ชักชวนคนมาทำบุญ เขาก็มีต้อนรับบ้าง ไม่ต้อนรับบ้าง บางบ้านเห็นลูกเณรไปก็ทำบุญมา ๒๐ บาทบ้าง ๕ บาทบ้าง ๒ บาทบ้าง เมื่อสามเณรไปทำหน้าที่ชวนคนมาสร้างกุฏิ เขาร่วมบุญมา ระหว่างทางก็เย็นแล้ว พระพี่เลี้ยงก็ถาม สามเณร ฉันปานะอะไรลูก พระอาจารย์จะซื้อให้ สามเณรตอบ ฟังแล้วก็ชื่นใจ พระอาจารย์ไม่เป็นไรหรอกครับ กลับไปฉันที่วัดเราก็ได้ ปานะที่บ้าน ที่วัดเราก็มี เงินทองหายากครับ ฟังแล้วก็ชื่นใจว่าเออ เด็ก ๑๓ ขวบคิดได้ เงินทองหายาก
ผ่านไม่นาน ๕ เดือน ๖ เดือน สวดมนต์เสียงแจ้ว นั่งฉันตัวตรง โยมที่เขาอยู่ข้างนอก ไม่เคยสัมผัสพระเณรวัดพระธรรมกาย ที่ไปอยู่วัดสาขาข้างนอก เมื่อได้มีโอกาสมาทำบุญ เขามองเขาทึ่ง ใหม่ๆ เขาไม่เคยมาวัด เขาคิดว่าวัดเรารวย เขาก็ไม่มา พอไม่มา เขาก็นิมนต์เราไปรับภัตตาหาร สามเณรเราก็ไปรับภัตตาหาร
มีอยู่ร้านหนึ่งเป็นร้านเสริมสวย ร้านเสริมสวย ลูกเณรก็เข้าไป เขาก็เสริมสวยกัน เจ้าของร้านก็มาถวาย พอถึงตอนที่สามเณรรับภัตตาหารนี่ รับเสร็จก็จะกลับวัด ก็ให้พรเป็นอริยประเพณี ก็ให้พรสัมโมทนียะ ก็กล่าวสัมโมทนียคาถาก่อนให้พร โยมที่กำลังไดร์ผม เป่าผมกันอยู่ นั่งโกรกผมกัน ตอนแรกก็คุยกันเสียงดังโขมงโฉงเฉงไปหมดเลย เงียบกันหมด แล้วก็เงี่ยหูฟัง เมื่อสามเณรกลับไปแล้วเขาก็ถาม เณรวัดไหนกันนี่ ให้พรเพราะจังเลย ไม่เคยได้ยินสามเณรให้พรเพราะอย่างนี้มาก่อนในชีวิต
พอเดินไปบิณฑบาตในต่างจังหวัด เขาใส่บาตรเสร็จ ธรรมเนียมเขาก็จะให้พร สามเณรก็ให้พรบอกว่าโยมป้า ให้โยมป้านี่นะได้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ให้โยมป้ารวยเยอะๆ มีเงินเยอะๆ ให้โยมป้าอายุยืนๆ ให้โยมป้ามีแต่ความสุข ความเจริญ เสร็จแล้วสามเณรก็เดินไป โยมชื่นใจเลย ชื่นใจถึงขนาดมาถาม เอ๊ะ สามเณรวัดไหนนะนี่ พอรู้ว่าสามเณรวัดไหน นี่หรือวัดสาขาวัดพระธรรมกายหรือ
มีหลายคนเขายืนมอง มองว่าอ๋อ สาขาวัดพระธรรมกาย แล้วก็ไม่ใส่บาตร เราก็เดินทุกวัน สามเณรถามว่าพระอาจารย์ครับ ทำไมมาเดินที่นี่ เขาไม่ใส่กันเลย มีแต่คนมอง ไม่มีใครเขาใส่กันเลย ก็บอกสามเณร เส้นทางอื่น วัดอื่นเขาเดินอยู่แล้ว เราเดินเส้นนี้แหละ ถ้าด้วยกำลังบุญของเรานี่ เดี๋ยวเขาก็มาใส่กันเอง เดินตั้งแต่ร้านแถวนั้น เขาไม่ตื่นมาใส่บาตร เราเดินทุกวัน เดินจนกระทั่งเขาตื่นมาใส่บาตร คราวนี้เขาใส่บาตรกันทุกวัน ใส่จนกระทั่งเรามีภัตตาหารขบฉัน สามเณรไปบิณฑบาต ๑๒ รูป เลี้ยงได้ทั้งวัดเลย ๕๐ คน ยังเหลือไปเลี้ยงวัดจีนข้างเคียงอีก เลี้ยงคนทั้งวัดจีนได้อีก ๒๐ กว่าคน บิณฑบาตมื้อเช้ามื้อเดียวนี่ สามเณรเพิ่งบวชมาได้แค่ ๖ เดือน ๗ เดือน
หลวงพี่ อึม ชื่นใจจังเลย คุ้มกับการที่ไปตามคน ชวนคน ทำหน้าที่กัลยาณมิตร โดยเฉพาะช่วงนี้จะครบรอบอีก ๑ ปี ในการที่ได้ทำหน้าที่ชวนคน หลวงพี่ก็เลยถามลูกเณรว่า สามเณร ปีนี้กุฏิเราคับแคบจังเลย เรากุฏิหลังเดียว แต่นอนกัน ๓๘ รูป อึดอัดไหมครับ ไม่อึดอัดครับ ถ้ามีน้องๆ เข้ามาอีก ๕๐ รูปนี่ รับกันไหวไหมนี่ ต้องบอกบุญสร้างกุฏิกันเองนะ เงินทองก็ไม่มี อยู่กันได้ครับ และคิดว่าจะเลี้ยงน้องไหวไหม ไหวครับ เออ ความจริงพระอาจารย์ก็ยังไม่พร้อม เราอยู่กันอย่างนี้ไปก่อนก็ได้ ยังไม่ต้องชวนใคร
แต่ถ้าปีที่แล้วพระอาจารย์คิดอย่างนี้ พระอาจารย์กับลูกเณรคงไม่มีโอกาสได้มาร่วมสร้างบารมีด้วยกัน เณรก็อึ้ง แล้วก็ถามว่าเช่นกันกับปีนี้ ถ้าเราไม่พร้อมที่จะรับน้องๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ร่วมสร้างบารมีกับหมู่คณะเราอีกหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปอยู่ทิศทางไหน อาจจะไปเรียน ม. ๑ ม. ๒ ที่อื่นก็ได้ ครั้งนี้ครั้งสำคัญนะ อาจะเหนื่อยกันนิดหนื่ง ไหวครับพระอาจารย์ แล้วถ้าบิณฑบาตได้แค่นี้ล่ะ ได้เท่าวันนี้ ไม่พอที่จะเลี้ยงน้องนี่ จะทำยังไง สามเณรจะทำยังไง มีเณรองค์หนึ่งกล้าหาญชาญชัยมาก ชูมือขึ้นแล้วก็บอกว่าให้น้องฉันก่อนครับ เออฟังแล้วก็ชื่นใจ ให้น้องฉันก่อนครับ เดี๋ยวที่เหลือเป็นของพวกผมเองครับ ฟังแล้วก็ชื่นใจ ไม่รู้ว่าจะเหลือหรือเปล่านี่นะ
นี่คือหัวใจของคนที่มีบุญที่เราให้โอกาสแก่ชีวิตคน ไม่ใช่แค่ให้ข้าว ให้คำพูดอันงดงาม แล้วยังให้โอกาส ที่สำคัญคือให้โอกาสของชีวิต เหมือนยอดกัลยาณมิตรฆฏิกาละได้ให้โอกาสที่สำคัญแก่ชีวิต แก่โชติปาละผู้ที่ ณ ปัจจุบันได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมณะโคดมของพวกเราในปัจจุบันชาตินี้ จนกระทั่งได้มีพุทธศาสนาสืบมาจนกระทั่งถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ ถึงคุณยาย ถึงหลวงพ่อธัมมะ จนกระทั่งมีวิชชาธรรมกาย มีวัดพระธรรมกาย มีหลวงพี่ทั้งหลาย ได้มาเป็นเนื้อนาบุญของพวกเราทุกๆ คน ได้มีลูกพระลูกเณรของพวกเรายอดกัลยาณมิตร ได้มีหมู่คณะพวกเรามาร่วมสร้างบารมีกัน ก็เป็นเพราะหัวใจของยอดกัลยาณมิตรให้โอกาส
ครั้งนี้ก็โอกาสสำคัญ เจอใครก็ชักชวน มาอบรมธรรมทายาท มาบวชมัชฌิม มาบวชสามเณร แม้กระทั่งเป็นหญิงก็มาอบรมธรรมทายาทหญิง มัชฌิมหญิง ให้โอกาสอันสำคัญแก่ชีวิต และสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เกิดเป็นความภาคภูมิใจแก่พวกเราทุกๆ คน
การให้ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีงาม และเต็มไปด้วยความสุข คนทั้งหลายในโลกที่จะมีความสุขจากการให้นั้น เขาจะไม่รู้เลยว่าความสุขของการได้ให้โอกาสที่สำคัญแก่ชีวิต ได้ชวนคน ได้ทำหน้าที่ชวนคนมาบวช มาอบรม มาฝึกฝนอบรมตนเองนั้น ได้มามีโอกาสสั่งสมบุญบารมีนั้นเป็นอย่างไร เขาจะไม่มีโอกาสรู้เลยถ้าเขายังไม่เคยได้มีโอกาสชักชวนคน มาสร้างคุณงามความดี
เหมือนหลวงพี่เอง ถ้าไม่มีโอกาสได้ชวนลูกเณรมาบวช ก็คงไม่มีความปลื้มปีติใจในวันนี้ ความภาคภูมิใจว่าเราได้ให้ชีวิตอันงดงามแก่พี่น้องนักสร้างบารมี หลายท่านในที่นี้เคยทำหน้าที่ชักชวนคนมาบวช และให้โอกาสอันงดงามเป็นเจ้าภาพงานบวชบ้าง หลวงพี่ก็ขออนุโมทนานะ ทุกท่านได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพงานบวช โดยเฉพาะหลวงพี่เองมาบวชที่วัดพระธรรมกายนี่ ก็เพราะได้ยินว่าบวชฟรีนี่แหละ ถ้าไม่มีคำว่าบวชฟรี บอกสงสัยไม่ได้มาบวช แต่ความจริงบวชฟรีหลวงพ่อก็ไม่รู้จะเอาตังก์มาจากที่ไหน ตังก์มาจากเจ้าภาพทุกๆ คน แต่ ๓,๐๐๐ บาทที่ท่านทั้งหลายเป็นเจ้าภาพบวชพระธรรมทายาทในตอนนั้น อย่างน้อยๆ ก็ได้หลวงพี่องค์หนึ่งนี่นะที่มานั่งอยู่ที่นี่ อยากจะสร้างบารมีกับหลวงพ่อ ร่วมกับหมู่คณะพวกเราทุกๆ คน
แล้วเราจะได้ชื่นใจ เมื่อเวลาเราหลับตาลาโลกไป หันมามองโลกใบนี้ด้วยทิพยจักขุ ณ ดินแดน ณ สถานแห่งนี้ แล้วคงจะแย้มยิ้มกันทุกๆ คนเมื่อเห็นภาพอันงดงาม การสร้างคุณงามความดี ชักชวนคนมาบวช คงจะเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราที่ทรงแย้มพระสรวล เมื่อเห็นดินแดนอันงดงามนี้เป็นที่ที่เพื่อนรักของท่านครั้งหนึ่งได้เคยถึงขนาดดึงผมของท่านเข้าวัด เข้ามาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงขนาดดึงมวยผม แต่แทนที่จะโกรธ กลับเป็นภาพแห่งความประทับใจ ยิ้ม และถึงขนาดหยุดการเดินทางชั่วขณะหนึ่ง ไปแคว้นโกศล พระอานนท์ถึงขนาดปูสังฆาฏิ ๔ ชั้น แล้วอาราธนาเชิญนั่งประทับเสียก่อนเถอะ
การประทับนั่งของพระบรมศาสดาถึง ๒ พระองค์ด้วยกัน เชิญประทับนั่งก่อนเถอะ ก่อนที่จะเสด็จต่อไปยังแคว้นโกศล
ของพวกเราเมื่อหลับตาลาโลกไป มาถึงที่นี่นะ ก็คงจะ แหม กล่าวเชิญชวนกัน เอ้า ป้ามานั่งตรงนี้ก่อนเถอะ ลุงมานั่งตรงนี้ก่อนเถอะ ที่นี่เราเคยนั่งด้วยกัน นั่งแถวหน้าด้วยกัน นั่งทุกๆ วัน นั่งทุกๆ อาทิตย์ นั่งทุกๆ วันที่มีงานของคุณยาย แล้วเราจะระลึกนึกถึงเลยนะ โอ้โฮ ช่วงที่ร่างสรีระของคุณยายยังอยู่ เราไม่ขาดเลย เรามานั่งตรงนี้แหละ ตรงแถวหน้านี่ ติดโบว์ตรงนี้นี่ เป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมไม่เคยขาดเลย แล้วเรามาหวนระลึกนึกถึง โอ้ คนเราชีวิตเผลอแผลบเดียว ตายกันแล้วนะ หมดชีวิตแล้ว
แล้วโอกาสครั้งสำคัญอย่างนี้มีไม่เท่าไหร่ เมื่อถึงคราวที่จะต้องสลายร่างยายนี่ ภาพอย่างนี้ต่อให้มีสมบัติหมื่นล้าน แสนล้าน มีภูเขาทอง จะมาทำบุญเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมมานั่งฟัง สวดอภิธรรม มันก็มีโอกาส ไม่มีโอกาส สมบัติอันมหาศาลทั้งหลายนี่ถ้าจะทำ ต้องทำในช่วงที่มีโอกาสเท่านั้นแหละ ถึงจะได้เป็นของที่มีคุณค่า และก็สมกับมูลค่าของทรัพย์สินนั้น แล้วของนั้นจึงจะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความปีติใจของพวกเราทุกๆ คน
วันนี้ท่านทั้งหลายได้มาใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ได้มาร่วมกันบำเพ็ญกุศลให้กับคุณยายสวดอภิธรรม แล้วก็ฝากให้ทุกท่านทั้งหลายได้ทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรต่อๆ ไป อาจจะเหนื่อยนะ แต่จะเป็นการเหนื่อยที่มีแต่ความสุข และจะเป็นความสุขที่ไม่มีวันลืมเลย จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม คือความสุขจากการได้ให้โอกาสในการเข้าถึงธรรมของผู้มีบุญทั้งหลายที่ยังมาไม่ถึง
การให้ทั้งหลายในโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญอย่างยิ่ง ได้ทรงสรรเสริญการให้ไว้ตอนหนึ่งในมหาปทายีสูตรว่า
ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้รับของที่พอใจ
ผู้ให้ของที่ดี ก็ย่อมได้รับของที่ดี
ผู้ให้ของที่เลิศ ย่อมได้รับของที่เลิศ
ผู้ให้ของที่ประเสริฐ ย่อมเข้าถึงฐานะอันประเสริฐ
นรใดให้ของที่ดี ให้ของที่เลิศ ให้ของที่ประเสริฐ
นรนั้นไม่ว่าจะบังเกิด ณ ที่ใด ย่อมเป็นผู้ที่มียศ มีอายุยืน ณ ที่นั้น
เราท่านทั้งหลาย ถ้าได้ไปชักชวนกัน ชวนคนมาสร้างคุณงามความดี ได้มาบวชธรรมทายาท ได้มาสั่งสมบุญกุศล ได้มาเลี้ยงพระเลี้ยงเณร มาสวดฟังอภิธรรม เราได้ให้สิ่งที่ดี สิ่งที่เลิศ สิ่งที่ประเสริฐ ถึงคราวเราบ้าง ไม่ว่าจะบังเกิด ณ ที่ใด ก็ย่อมเป็นผู้ที่มียศใหญ่ มีอายุยืน ณ ที่นั้นๆ แล้วการที่ได้สงเคราะห์ญาติทั้งอามิส แล้วก็ทั้งทำ จะได้อานิสงส์คือลักษณะมหาบุรุษ ๓ อย่างคือ
จะได้ลักษณะหน้าอก เหมือนอกของราชสีห์
อย่างที่ ๒ จะได้แผ่นหลังอันเต็ม ไม่มีร่อง
จะได้ลำคออันกลม แข็งแรง งดงาม
ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓ ทั้ง ๓ ประการ และที่สำคัญที่สุด สำคัญตรงนี้น่ะซิ คือจะไม่มีวันถูกลืมเลยไปทุกภพทุกชาติ ถ้าเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูกกัน ก็อาจจะลืมกันบ้าง แต่ถ้าเป็นยอดกัลยาณมิตร จะไม่มีวันลืมเลย เหมือนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ แม้จะผ่านไปยาวนานถึง ๑ พุทธธันดร ยาวนานขนาดนั้น ยังนึกถึงเพื่อนที่เคยดึงมวยผมเข้าไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีเดียวนะ ถึงกับหยุดการที่จะเดินไปยังแคว้นโกศล ชั่วขณะระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็แย้มพระสรวลทีเดียว ระลึกนึกถึงคุณของเพื่อน ระลึกนึกถึงความสำคัญของการทำหน้าที่กัลยาณมิตร
หลวงพี่ก็ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลาย หลายท่านที่ได้ทำหน้าที่ทั้งได้ทำทาน แล้วก็ชวนคนมาบวชตลอด ยกลูกให้มาบวชบ้าง ชวนหลานบ้าง ก็ขอให้ทำหน้าที่ต่อๆ ไป เราจะได้ชื่นใจกัน ชวน ๑ คนก็ชื่นใจ ๑ ครั้ง ชวนหลายๆ คนก็ชื่นใจหลายๆ ครั้ง ชวนกันมันทั้งโลก ก็ชื่นใจไปทั้งโลก เดินไปที่ไหนก็ชื่นใจว่าที่นี่เราก็ชวนคน ที่นั่นเราก็ชวนคน จะมีแต่ดินแดนแห่งความแย้มสรวล ดินแดนแห่งความปลื้มปีติใจ ในทุกที่ทุกสถาน
ท้ายสุดนี่เราจะได้นั่งหลับตาเอาบุญใหญ่ในช่วงท้ายนี้ ให้เรานั่งเอาใจนิ่งๆ หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ระลึกนึกถึงกัลยาณมิตรผู้ยิ่งใหญ่ของเราท่านหนึ่ง ที่สรีระกายของท่านยังตั้งอยู่ต่อหน้าของเรา เรือนทองของท่านผู้เป็นที่รักที่เคารพยิ่ง ผู้ที่ได้ให้โอกาสอันงดงามในการได้ร่วมมาสร้างบุญสร้างกุศลของพวกเรา ที่ท่านได้เหนื่อยยากสร้างวัดพระธรรมกายขึ้นมา ทำให้มีพวกเราในวันนี้
แล้วเราจะได้นึกซ้อนความรู้สึกชีวิตจิตใจแล้วก็ดวงจิตอันบริสุทธิ์ของคุณยาย ให้ซ้อนสนิทนิ่งที่ศูนย์กลางกายของเรา ให้เราได้ติดในกลางยาย ทั้งหยาบและละเอียด ให้อยู่ในความคุ้มครองปกป้องรักษาของคุณยาย และให้บุญกุศลที่เราเคยสั่งสมบุญบารมีกับคุณยายมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ให้มาคุ้มครองปกป้องรักษาพวกเราทุกคนให้มีแต่ความสุข ความสำเร็จในหน้าที่การงาน ให้ได้ทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรได้อย่างสมบูรณ์ อย่างเต็มภาคภูมิที่สุด เราได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ตามติดคุณยายอาจารย์ ให้ได้เป็นศิษย์รักของท่าน ได้เป็นขุนพลผู้กล้าแห่งกองทัพธรรม ที่มีความองอาจ ได้อยู่แถวแนวหน้าของการสร้างบารมี ตามติดพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปทุกภพทุกชาติ
ตราบใดที่จอมทัพธรรม คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อยังก้าวทัพมุ่งมั่นเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางหนทางที่ไม่ได้โรยกลีบกุหลาบ เต็มไปด้วยขวากหนาม แต่ตราบใดที่หลวงพ่อยังมุ่งมั่นไป ด้วยใจที่ผ่องใส และด้วยความเมตตาที่จะยกตนและสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากกองทุกข์ ตราบใดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อยังมุ่งมั่นเดินไปข้างหน้า ก็ขอให้มีเราเดินก้าวตามตะวันธรรม ตามติดและติดตามท่านในขบวนรถด่วนรถสุดท้ายนี้ไปทุกภพทุกชาติ อย่าได้หลุดจากวงบุญท่านเลย
ให้เรารักศีล รักพรหมจรรย์ ให้ได้เป็นที่รัก ที่พึงพอใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เป็นแก้วสารพัดนึกของท่าน งานการอะไรที่รับปากท่านเอาไว้ ก็ขอให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์
สัพเพ…
หน้า PAGE 13
440310FW-AAT