ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

โซ่ไม่แก้กุญแจไม่ไข จะไปได้อย่างไรละเจ้า

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานคุณยายทุก ๆ ท่าน (สาธุ) พวกเราคงคุ้นกับคำว่าพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราทั้งหลาย คุณยายอาจารย์ของพวกเราผู้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยก็ย่อมเป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราเช่นกันด้วย คุณยายเป็นที่พึ่งที่ระลึกแก่หลวงพี่อย่างไรบ้าง แล้วทั้งแก้นิสัยหลวงพี่อย่างไร หลังจากอบรมธรรมทายาทภาคฤดูร้อน ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ หลวงพี่ได้มาวัดช่วงแรก ๆ ได้มาเฉพาะงานบุญใหญ่ โดยร่วมกับกัลยาณมิตรชาวลำพูนและเชียงใหม่ พาสาธุชนมา แต่หลังจากนั้นอีก ๒-๓ ปีก็ได้มาทุกอาทิตย์ต้นเดือน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ค่อย ๆ มีความศรัทธาในพุทธศาสนามากขึ้น เข้าใจคุณธรรมคุณยายและหลวงพ่อมากขึ้น เวลามาทุกครั้งมักจะไปกราบหลวงพ่อ คุณยายบางทีก็ได้ไปกราบ บางทีก็ไม่ได้ไปกราบ แล้วก็ยังไม่เคยขออะไรคุณยายช่วงนั้น แต่ว่าสิ่งที่สะกิดใจหลวงพี่ช่วงที่มาวัดช่วงนั้น ก็ได้ฟังธรรมจากป้าหวิน ซึ่งสะกิดใจครั้งแรกมากหน่อย คือที่ป้าหวินเล่าบรรยากาศที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ช่วงที่มีการตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ หลวงพี่ได้ฟังที่ป้าหวินเล่าให้ฟังว่าคนอื่นเขาตั้งสัจจะกันหมดแล้ว เพราะเขาเป็นโสด ส่วนป้าหวินก็นึกว่าไม่มีอะไร คุณยายหันไปทางป้าหวินแล้วก็บอกว่าคุณจะไปกะยายก็ตั้งมา ป้าหวินพูดถึงความรู้สึกให้ฟังตอนนั้น หลวงพี่รับความรู้สึกได้เลยว่าลำบากขนาดไหน หลวงพี่เริ่มสะกิดใจว่าถ้าเราจะตามยายก็ต้องประพฤติพรหมจรรย์ ขณะนั้นจะประพฤติพรหมจรรย์อย่างไรยังไม่ได้คิด ยังไม่คิดจะบวช แต่ที่คิดจะบวช เกิดขึ้นมาที่เรียกว่าฉุกคิดขึ้นมาอย่างแรงตอนประมาณปี ๒๕๓๒–๓๓ ได้อ่านที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านพูดในการแสดงนิทรรศการหลวงพ่อวัดปากน้ำ เขียนไว้ว่า พายเถอะนะ พ่อพาย ตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า โซ่ไม่แก้ กุญแจไม่ไข จะไปได้ อย่างไรละเจ้า โดยเฉพาะประโยค ๒ บรรทัดสุดท้าย ที่ว่าโซ่ไม่แก้ กุญแจไม่ไข จะไปได้อย่างไรละเจ้า คิดถึงว่าต้องบวชนะ เราไม่แก้แล้วใครจะแก้ให้ แต่ว่าก็คิดอยู่ในใจ นับจากนั้นมา เวลามาทุกอาทิตย์ต้นเดือนจะอธิษฐานบวช หลังจากที่อธิษฐานอย่างอื่นเรียบร้อยแล้ว ก็จะอธิษฐานบวช บวชแล้วก็อธิษฐานต่อด้วยว่า บวชแล้วก็ขอให้ได้บวชได้ตลอด ต่อมาอีกสักหน่อย ก็อธิษฐานเพิ่มขึ้นมาอีกว่า บวชก็อยากจะเป็นพระยาย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพระยายต้องทำยังไง นึกได้แต่เพียงแค่ว่าอยากให้ยายตัดผมให้แทนพ่อแม่ ธรรมดาลูกผู้ชายจะบวชนี่ พ่อแม่จะตัดผมให้ก่อนปลงผม หลวงพี่ก็อธิษฐานไปอย่างนั้นแหละ เพราะดูว่าอธิษฐานเผื่อ ๆ ไม่คิดว่าจะได้ตัดหรอก เพราะว่าสภาพของหลวงพี่นี่มันยากมากที่จะมาบวช ยังมองไม่เห็นหนทาง แต่ก็อธิษฐานไว้เพราะว่ายังครองเรือนอยู่ แล้วคนที่ยายจะตัดผมให้จะต้องมาฝึกตัวที่วัดนาน เป็นอุบาสก อุบาสกถึงจะได้ตัด แต่ไม่รู้ยังไงถึงคิดให้อธิษฐานอย่างนั้น ก็ฝัน ๆ ไป บุญบันดาลช่วงนั้นปฏิบัติธรรมที่สวนบัวรีสอร์ท เดือนมิถุนายน จบคอร์สไปรับของขวัญ ของที่ระลึกจากพระอาจารย์ คือหลวงพี่ณรงค์ ทันตจิตโต ขณะกำลังรับของขวัญของที่ระลึก ท่านก็บอกว่าคุณสุเมธ พรรษานี้โอกาสดีแล้ว บวชเถอะ หลวงพี่งงพักหนึ่ง แต่ว่าคงเป็นบุญ ตัดสินใจเงยหน้าขึ้น เงยหน้าขึ้นไม่ถึง ๑๐ วินาทีจึงรับปากพระอาจารย์ว่า ครับ พอครับเท่านั้นแหละ ค่อยมาเอ๊ะทีหลังว่าเอ๊ะ เขาจะอนุญาตหรือเปล่า แต่ก็มาขออนุญาตทางที่บ้าน ก็เป็นบุญอีกไม่ขัดข้อง ก็ปี ๒๕๓๖ จึงได้หิ้วกระเป๋าออกจากบ้านมา เตรียมตัวบวช เตรียมบวชครั้งนี้นี่ คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก คงไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก คิดว่าคงจะง่าย ๆ เหมือนธรรมทายาท แต่พอจะบวชเข้าจริง ๆ ปรากฏว่ามีพิธีขลิบผมคือตัดผม คุณยายจะต้องเป็นคนตัดผมให้ โอ้โฮ หลวงพี่ดีใจมากเลยวันนั้น ยังจำภาพนั้นไม่รู้ลืม ภาพนั้นยังเป็นที่ระลึกจนถึงทุกวันนี้ ฝันที่เป็นจริง หลังจากโกนผมเสร็จแล้ว วันรุ่งขึ้นจะไปบวช เจ้าหน้าที่พิธีกรรมก็พาไปกราบคุณยายอีกที ขอโอวาทคุณยาย ๆ ก็ให้พร พรต่าง ๆ ของคุณยายกลับจำไม่ค่อยได้ แต่ว่าจำได้ชัดเจนอย่างหนึ่งคือพวกเราบวชพร้อมกัน ๖ คนตอนนั้น หลังจากที่ยายให้โอวาทและให้พรเสร็จแล้ว ก็คลานออกมาจากห้อง หลวงพี่ออกเป็นคนสุดท้าย ตอนนั้นใจกล้า (ปกติไม่เคยขอใครง่าย ๆ) ไม่เคยขอยาย วันนั้นใจกล้า หันหลังกลับมาหาคุณยาย พูดกับคุณยายว่า คุณยายครับ ผมบวชเที่ยวนี้นี่ คิดว่าจะไม่ลาสิกขา ขอบุญคุณยายช่วยผมด้วยครับ คุณอารีพันธ์ก็เร็วดั่งใจ ลูบขาคุณยายถี่ ๆ และบอกคุณยายคุมบุญให้ด้วยคุณยาย ยายไม่พูดอะไร แต่พยักหน้า หลวงพี่ก็คลานออกมาแล้วก็ ยังงง ๆ อยู่นะว่าเอ๊ะ คุณยายช่วยหรือเปล่านะ คิดในใจ แต่ก็ไม่เป็นไร ตัดสินใจไปแล้ว หลังจากบวชได้ ๑ วัน คุณยายก็นำหนังสือพระปาฏิโมกข์และหนังสือสวดมนต์ไปถวายให้พระบวชใหม่คนละ ๒ เล่ม หลวงพี่ยังเก็บอยู่ทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เก็บเปล่านะ ก็ไปสวดจนได้ สิ่งที่หลวงพี่ได้พึ่งก่อนบวช และหลังบวชจากนั้นมานี่ รูปอันนั้นแหละ รูปที่คุณยายตัดผมให้หลวงพี่เป็นที่ระลึก เห็นแล้วเป็นที่เตือนใจ แม้แต่ว่าใจยังไม่เคยตก แต่บางทีก็ท้อ แต่ว่าไม่ตก แต่บางทีก็ล้า พอเห็นรูปนี้ก็มีกำลังใจทุกที แม้แต่รูปคุณยายหลาย ๆ อย่าง รูป ๘๐ ปีบ้าง อายุ ๘๔ ปีบ้าง ถ้าช่วงไหนอกุศลวิตก หมายถึงว่าสิ่งที่ไม่ดีเข้าไปครอบงำใจเรา ถ้าเราดูรูปคุณยาย แล้วก็จะหายไป หรือแม้แต่เราดูรูปคุณยาย สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่เข้ามา หรือแม้เรานึกถึงคุณยาย ถ้าเราไม่เห็นรูป เราก็สามารถสู้กับอกุศลได้ คุณยายนี่เป็นที่พึ่งได้แม้แต่รูปภาพ หลังจากบวชมาระยะหนึ่ง ฝึกอบรมมาตามลำดับขั้นของพระบวชใหม่ ภายใน ๕ พรรษา หลวงพี่ก็เอะใจเหมือนกันนะ ธรรมดาคนเรามีข้อบกพร่อง ไม่ว่าจะขนาดไหน ถ้ายังไม่หมดกิเลส ยังมีข้อบกพร่องอีกเยอะ ก็เลยสังเกตว่าเพื่อน ๆ ภิกษุด้วยกันนี่ ก็ไม่เคยเตือน พระพี่เลี้ยงก็ไม่เคยเตือนว่าเออ ท่านนี่นะมีข้อบกพร่องอันนี้ ควรจะแก้อันนี้อันนี้ เอะใจเหมือนกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีข้อบกพร่องเลย แต่ก็ทราบความจริงภายหลังเหมือนกัน มีเพื่อนภิกษุด้วยกัน ท่านก็อายุยังน้อย ห่างกัน ๒๐ ปี ท่านว่าหลวงพี่เป็นผู้ใหญ่ ไม่มีใครเขากล้าเตือนหรอก หลวงพี่ต้องเตือนตัวเอง เออ จริงด้วยมาบวชก็ตอนอายุมากแล้ว เหมือนอย่างที่หลวงพ่อเทศน์บ่อย ๆ ว่ามาบวชอายุมากนี่มันจะดื้อ ไม่มีใครเขากล้าเตือนหรอก ไม่รู้ตัวเองดื้อขนาดไหน เพราะว่ายังไม่มีใครเตือนสักที จนกระทั่งพรรษาที่ ๕ เลย ๕ พรรษาไปหน่อย เริ่มเห็นข้อบกพร่องที่ชัดเจนมาก ที่ประสบด้วยตนเองในท่ามกลางสงฆ์ หลวงพี่เสนอความเห็นในท่ามกลางสงฆ์ รวมทั้งสามเณรนะ ไม่ใช่เฉพาะสงฆ์ ในสามเณรด้วย ทั้งภิกษุด้วยกัน เสนอไปแล้วถูกโต้กลับ คือว่ามันไปกระทบคนอื่นเขา เราก็คิดว่าเราพูดจริง ก็เลยถูกโต้กลับ ตอนนั้นนี่ความรู้สึกยังไง บอกไม่ถูกเลยนะ พุ่งพล่าน ในใจนี่พุ่งพล่าน ปากนี่เงียบ ตัวนี่นิ่ง แต่ในใจนี่โอ้โฮ ร้อนพุ่งพล่านเลยว่า เราพูดผิดไปหรือ ผิดตรงไหน หาสาเหตุใหญ่เลยว่าผิดตรงไหนนะ คิดไม่ออก แต่ตอนนั้นกิเลสขึ้น รู้เลยว่าพุ่งพล่าน ขุ่นเลยนะ คิดอย่างนี้ รู้ไหม ดี ไม่ง้อ ไม่สนแล้ว ต่อไปจะไม่พูดอีก คิดอย่างนี้นะ แล้วก็ผลลัพธ์หรือ โอ้ หลาย ๆ รูป เห็นหน้าหลวงพี่นี่ ไม่อยากเห็นหน้า หลบเลยนะ หรือไม่พูดด้วยเลย เออนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก หลวงพี่ก็เลยได้คิดขึ้นมาเหมือนกัน เดชะบุญก็ไม่มีใครเตือนอีกนะ มีแต่เขาหัวเราะกัน หลวงพี่พระอาจารย์ท่านก็หัวเราะว่าเออ หลวงพี่นี่กล้าพูดนะ ท่านก็ไม่บอกว่ามันดีไม่ดียังไง หลวงพี่มาได้คิด ด้วยบุญที่ช่วงนั้น ใจค่อนข้างจะวนเวียนอยู่ในบุญ กิจวัตรกิจกรรมติดอยู่ในบุญมาก อย่างแรกฝึกท่องปาฏิโมกข์ ท่องอยู่นั่นแหละ อันที่ ๒ กิจวัตรกิจกรรม ทำวัตรกับสามเณร นั่งสมาธิไม่ได้ขาด อันที่ ๓ ช่วยเณรทวนไวยากรณ์ หลวงพี่จะเป็นคนดูให้ แล้วเณรท่อง หลวงพี่ดูหนังสือ สามเณรจะได้ท่องไวยากรณ์ได้ หลวงพี่ท่องไม่ได้หรอก แต่ก็ดูให้ ใจวนเวียนอยู่อย่างนี้ แล้วที่สำคัญประการหนึ่ง คือโอวาทของคุณยายที่สามเณรเปิดทุกเช้า ช่วงเข้า หลาย ๆ โอวาทนี่ก็ชอบ ยิ่งฟังก็ยิ่งชอบ เพราะว่าปฏิบัติได้เลย แต่ที่ สะกิดใจช่วงนั้นมาก ๆ คือโอวาทที่ว่าเราต้องเข้ากับคนทุกคนให้ได้ คุณยายว่าอย่างนี้ เขาไม่พูดกับเรา เราก็พูดกับเขา เดี๋ยวเขาก็พูดกับเราเองทำให้ได้คิด ได้คิดไม่พอ แล้วนึกถึงคุณยายว่า โอ๊ยตาย คุณยายนี่นะ คุณธรรมท่านสูง เรามองไม่เห็น นึกไม่ได้เลยว่าสูงกว่าเราขนาดไหน ท่านยังลดมานะ ไม่มีมานะทิฐิกะใครเลย แม้แต่ผู้ที่คิดร้ายกับท่าน มาจับผิดท่าน ท่านยังไม่คิดร้ายเลย ท่านยังไม่ถือเลย แล้วเรามีอะไร ต้องมาอาศัยท่าน พึ่งท่านทุกอย่าง ก็เลยใจอ่อนโยนลง ก็เลยดำเนินการแก้ไขตัวเองได้ เข้าหา แล้วก็อ่อนน้อมถ่อมตัว แม้คนที่เราสะดุดใจมากที่สุด ก็ได้ผล ทุกคนก็ดีด้วย ที่ได้พูดด้วย หลวงพี่ดีใจมากช่วงนั้นที่สามารถเห็นข้อบกพร่องตัวเอง และสามารถอาศัยครูบาอาจารย์ คำสอนของคุณยายช่วยตัวเองได้ แม้ว่าสิ่งที่แก้นั้นมันไม่หมดหรอก เพราะว่ามันเป็นกิเลสที่ละเอียด มันเป็นความถือตัว มันเป็นมานะ กิเลสเรียกว่ามานะ ความถือตัวนี่เป็นอันตรายต่อความสามัคคีอย่างยิ่ง ถือตัว ไม่ว่าจะถือตัวว่าตัวเองเหนือกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา ถือตัวว่าแย่กว่าเขา ถือทั้ง ๓ อย่างนี่ ปิดกั้นความมีปัญญาของตัวเองอย่างรุนแรง แล้วถ้าถือจัด ๆ เข้า ความสามัคคีของหมู่คณะก็ไม่มี ดีที่ว่าลูกหลวงพ่อเป็นผู้มีบุญมาก พร้อมที่จะรับความดี ทำดีด้วย พูดดีด้วย เราลดมานะ เขาก็ดีกะเรา หลวงพี่สบายใจช่วงนั้น ไปที่ไหนก็มีความรู้สึกว่าโลกนี้มันกว้าง คนอื่นที่ฟังหลวงพี่แล้วรับไม่ได้ ก็โลกกว้างขึ้น เห็นก็สบายใจ เพราะว่าไปที่ไหนก็ไม่ทิ้ง เห็นใคร ๆ ก็เป็นที่รักของเรา แม้ว่าเราใจยังไม่เท่ายาย แต่อาศัยคำสอนท่าน มาแก้ไขข้อบกพร่องตัวเองได้ ที่พูดมาเช่นนี้ก็ใช่ว่ามันจะหมด ต้องแก้ทุกวัน ไอ้ตัวนั้นมันจะขึ้นมาอยู่เรื่อย ไม่ว่าจะแย่กว่าเขา จะเสมอเขา จะเหนือกว่าเขานี่ ๓ ตัวนี่แหละ เลยต้องปรับใจของเราให้นิ่ง ๆ ให้ได้ ให้เอาอย่างคุณยายให้ได้ แล้วที่สาเหตุอันหนึ่งที่หลวงพี่คิดได้ ที่สามารถแก้ไขได้ เพราะว่าสาเหตุสำคัญคือ เราอยู่ในบุญ กิจวัตรกิจกรรมเราอยู่ในบุญ ทำให้ใจเราละเอียด แม้จะแก้ได้ช้า ไม่ใช่แก้ได้ปุ๊บปั๊บนะ ใช้เวลาตั้ง ๕-๖ เดือน แต่ว่าการตัดสินใจนี่ตัดสินใจไว แต่วิธีการมันจะตามมา ค่อย ๆ ละมุนละม่อม แม้แต่อย่างอื่นก็เช่นกัน พวกเราที่มาวัดนาน มาสร้างบารมีนาน ๆ นี่ ลองสังเกตดูก็ได้ การตัดสินใจในการแก้ไขตัวเอง หรือว่าสร้างบุญช้า หลาย ๆ คนต้องพลาดไปก็มี โดยเฉพาะบุญที่หลวงพ่อท่านเปิดโอกาสให้พวกเราทำ ใครช้าหรือไม่ได้ทำ หรือเผลอไปนิดเดียว ผ่านไปแล้วก็ผ่านเลยนะ แม้แต่ตัวหลวงพี่เอง ถ้าตอนนั้นนะยังไม่ตัดสินใจบวช หลังการปฏิบัติธรรมใหม่ ๆ ใจกำลังเป็นบุญ ถ้ากลับมาบ้าน ค่อยตัดสินใจ เดี๋ยวปรึกษากันดูก่อน ไม่แน่อาจจะไม่ถึงวันนี้ เพราะการตัดสินใจที่ไว ถ้าเป็นบุญแล้วตัดสินใจไว อย่างอาทิตย์ต้นเดือนที่ผ่านมาหลวงพ่อท่านชวนอุบาสก ลูก ๆ หลวงพ่อที่ยังหนุ่มยังแน่น ให้มาบวชสวนกระแสในช่วงนี้ สวนกระแสนี้ต้องใช้บุญเยอะ บุญที่ได้ก็ต้องเยอะ ใครที่ยังแข็งแรงอยู่ รีบตัดสินใจไว ๆ เพราะว่าการตัดสินใจช้า วันข้างหน้าก็ไม่แน่ว่าจะได้บวชหรือเปล่า เพราะว่าชีวิตเรามันไม่แน่ อยู่ถึงวันไหน หรือว่าปีไหนก็ไม่รู้ ให้ตัดสินใจไว ๆ แม้ในพุทธกาลที่การตัดสินใจช้าของพราหมณ์ในเรื่องจุลกะสาฎก พราหมณ์ที่มีผ้าผืนเดียว ภรรยา ๒ คนมีผ้าผืนเดียว ช่วงที่พราหมณ์ไปฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พราหมณ์อยากจะถวายแต่ว่าคิดถึงภรรยาว่าเดี๋ยวไม่มีผ้าจะนุ่ง ก็เลยอดใจจนกระทั่งยามต้นก็อดไม่ได้ ความตระหนี่ยังครอบงำอยู่ พอช่วงกลางก็ยังไม่ตัดสินใจ จนกระทั่งตัดสินใจถวายผ้า ยามสุดท้าย ถ้าพราหมณ์ตัดสินใจไวกว่านั่น สมบัติจะเยอะกว่านี้อีกมากมาย พวกเราก็เช่นกัน เวลาเจอบุญอะไร รีบตัดสินใจไว ๆ อย่างที่มีมาในพุทธพจน์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้นะ ลองฟังดูนะ อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ, ปาปา จิตฺตํ นิวารเย, ทนฺธํ หิ กรโต ปุญฺญํ, ปาปสฺมึ รมตี มโนติ. ความว่า บุคคลพึงขวนขวายในกรรมอันงาม พึงห้ามจิตจากกรรมอันลามก เพราะเมื่อบุคคลทำบุญช้าอยู่ ใจย่อมยินดีในบาป คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกของเราทั้งหลาย คุณยายเหนือจากวีรสตรีใด ๆ ในโลก เพราะคุณยายปิดนรก เปิดสวรรค์ เปิดหนทางพระนิพพาน ให้ทั้งตนเองและชาวโลกได้ ดังนั้นพวกเราให้ตั้งใจเอาบุญกับคุณยาย เพื่อจะได้ตามยายไปได้ โดยตั้งใจปฏิบัติบูชา ติดตามยายไปนะ *********************************** จบ ***********************************