ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุกที่มองไม่เห็น

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระวศิล : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นมัสการพระเถรานุเถระ และเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาทุกท่าน (สาธุ) ธรรมดานักโทษย่อมไม่ยินดีในเรือนจำฉันใด ภิกษุทั้งหลายเธอจงเห็นภพทั้งหลายเป็นประดุจดังเรือนจำ ตราบใดที่พวกเราทั้งหลายยังไม่ได้บรรลุธรรม ตราบนั้นเธอทั้งหลายยังติดอยู่ในคุกคือภพทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเร่งรีบหาหนทางออกจากคุกโดยเร็วเถอะ คนเป็นจำนวนมากไม่แน่ใจว่าเขาจะทราบหรือเปล่าว่าตัวเองติดคุกอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้เห็นภพทั้งหมดนั้นเป็นประดุจดังเรือนจำ เป็นเสมือนคุกที่ขังสัตวโลกอยู่ ตราบใดที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมนี่ ตราบนั้นก็ยังต้องเวียนตายเกิดอยู่ในคุกคือที่เป็นไปด้วยความทุกข์ทรมานอย่างไม่มีวันสิ้นสุดทีเดียว และพระองค์ก็ยังได้ทรงเมตตาชี้ให้เห็นว่านั่นคือคุก ที่เต็มไปด้วยความทุกข์แล้ว ทรงบอกวิธีหนทางที่ออกจากคุกคือภพทั้งหลายนั้นอีกด้วย คุกคือภพทั้งหลายที่เต็มไปด้วยความทุกข์นั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๗ แดนใหญ่ๆ ทีเดียว แดนที่ ๑ นั้น เป็นแดนที่ทุกข์สาหัสสากรรจ์ทีเดียว คือแดนนรกซึ่งเป็นที่ทรมานสัตว์นรกที่ทุกข์สาหัสสากรรจ์มากทีเดียว ส่วนแดนที่ ๒ นั้น เป็นที่คุมขังเปรต อสูรกาย ซึ่งมีความหิวเป็นอารมณ์อยู่เป็นนิจ ส่วนในแดนที่ ๓ นั้น พวกเราก็พอ ยังพอมองเห็นด้วยตาเปล่า นั่นคือภูมิของเดรัจฉาน มีทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ และสัตว์อากาศ ที่ถูกบีบด้วยความหิวโหย ต่างก็ไล่เบียดเบียนกัดกินซึ่งกันและกัน ไม่เว้นแต่ละวันที่เราพอสามารถเห็นด้วยตาเนื้อ ส่วนแดนที่ ๔ เป็นมนุษย์ภูมิ เป็นแดน เป็นทั้งตลาดบุญ แล้วก็เป็นตลาดบาป ซึ่งภูมิมนุษย์นี้เหมาะสม มีร่างกายที่เหมาะสมต่อการสร้างบุญบารมี มีโอกาสสร้างบุญบารมี เปิดสวรรค์พระนิพพานได้ทีเดียว และในเวลาเดียวกันก็สามารถก่อบาป ก่อเวรกรรม ตกนรกถึงโลกันต์ทีเดียว นี้คือภพภูมิมนุษย์หรือแดนที่ ๔ ทั้ง ๓ แดนนี้ ถ้าจัดกันแล้วนี่เป็นภพแดนที่ทุกข์ทรมาน ซึ่งคำว่าอบายนั้นแปลว่าปราศจากทุกข์ ซึ่งไม่มีความสุขเลย ก็ได้แก่สัตว์นรก เปรต อสูรกาย แล้วก็สัตว์เดรัจฉานที่เราได้เห็นด้วยตาเนื้อ พระพุทธองค์ทรงตรัสเรียกว่าอบายภูมิ อบายแปลว่าปราศจากสุข ทุกข์โดยส่วนเดียว ซึ่งภพทั้ง ๓ หรือแดนทั้ง ๓ นี้เป็นที่ขังของสัตวโลก ที่ก่อบาปก่อกรรมเอาไว้ ส่วนมนุษย์ภูมิเป็นภพภูมิที่ประเสริฐกว่า มีโอกาสที่จะสร้างบุญสร้างบารมีได้มากทีเดียว เป็นรอยต่อระหว่างภพชั้นต่ำกับภพชั้นสูงทีเดียว ส่วนแดนที่ ๕ นั้นท่านเรียกว่าเทวภูมิ ก็เป็นแดนของผู้เสวยบุญ คือเป็นช่วงรับผลบุญที่ตัวเองได้ทำไว้ในมนุษยโลก ก็เป็นภพภูมิที่ไม่สามารถบำเพ็ญอะไรได้เท่าที่ควร เพราะเป็นภพภูมิของการเสวยผลบุญจากกุศลกรรมที่ตัวเองได้บำเพ็ญไว้ ส่วนอีกภพ แดนที่ ๖ และแดนที่ ๗ นั้นก็จัดเป็นภูมิอันประณีตละเอียดขึ้นไป ซึ่งเป็นรูปภพกับอรูปภพ แต่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าทั้งหมดนี้นี่ เป็นเรือนจำ เป็นดั่งคุกที่ขังสัตวโลกอยู่ พอจะสรุปได้ภพภูมิชั้นต่ำก็คือสัตว์นรก เปรต อสูรกาย และสัตว์ภูมิเดรัจฉานนี่ จัดเป็นคุกภพภูมิชั้นต่ำทีเดียว ส่วนภพภูมิชั้นกลาง ท่านก็จัดให้เห็น เป็นภพภูมิที่ผ่อนคลายจากทุกข์ได้บ้าง ก็มีทั้งสุขทั้งทุกข์ เป็นโลกียสุขก็ได้แก่มนุษย์และเทวดา ส่วนภพภูมิที่ละเอียดขึ้นไป มีสุขประณีตได้รับความผ่อนคลายจากทุกข์ แต่นั่นก็จัดเป็นสามิสุข คือเป็นสุขยังเจือด้วยความทุกข์ที่ละเอียด เพราะรูปพรหม อรูปภพ ก็ยังเจือด้วยทุกข์ที่ละเอียด ยังตกอยู่ในนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นของที่ละเอียดได้เห็นยาก รู้ได้ยาก นี้คือสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสแก่พระภิกษุทั้งหลาย ให้เห็นภพทั้งหมดเป็นประดุจดังเรือนจำ เป็นประดุจดังคุก ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ภพทั้งหลาย ชนจำนวนมากจะทราบหรือไม่ว่าตัวเองติดเองติดคุกอยู่ เพราะเป็นสิ่ง คุกนั้นไม่มีกำแพง เป็นรูปธรรมไม่เห็นกัน และภพภูมิบางภพนั้นก็ประณีต เป็นที่น่ารื่นรมย์ อยู่ในประสาทอันวิจิตร ก็ยากที่จะมองออกว่าตัวเองนั้นยังอยู่ในเรือนจำ ดั่งพุทธองค์ได้ทรงตรัส พระองค์ได้ตรัสให้กับพระอรหันต์เช่นกัน เธอทั้งหลายจงมาดูโลกอันตระการดุจราชรถ ที่พวกคนเขลาพากันหมก ท่านผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ ท่านชี้ให้เห็นโลกที่วิจิตรตระการนั้นเป็นภาพมายา ยังเป็นภาพที่ไม่แท้จริง ให้มาดูโลกอันวิจิตร ดุจราชรถ ราชรถของเทวดาสวยสด งดงามมาก ก็เป็นสิ่งที่ เป็นภาพที่ยังไม่ได้แท้จริง ท่านผู้รู้ทั้งหลาย ท่านผู้รู้ในที่นี้หมายถึงผู้มีดวงตาเห็นธรรม รู้แจ้งโลกตามความเป็นจริง เห็นภพทั้งหลายนั้นเป็นประดุจดั่งเรือนจำ เป็นประดุจดั่งคุกที่ขังสัตวโลกอยู่ ท่านผู้รู้ทั้งหลายหาข้องอยู่ไม่ นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้นำจากพระไตรปิฎกมาเล่าให้พวกเราได้ฟัง ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้นพระองค์ได้ทรงชี้ให้เห็นถึงทุกข์ที่สัตวโลกถูกขังอยู่นั้น และพระองค์ได้ทรงเมตตาชี้หนทางให้ออกจากคุกคือภพทั้งหลายอีกด้วย ซึ่งเป็นที่พึ่งอันยิ่งใหญ่ของชาวโลกในช่วงนั้น ในช่วงสมัยพุทธกาลที่พระองค์ยังพระชนม์ชีพอยู่ ท่านก็โปรดสัตว์โลกให้ออกจากสังสารทุกข์นี่ได้พอประมาณ ตามบุญบารมีในช่วงนั้น โดยรู้สัจธรรมที่แท้จริง ได้สอนให้สัตว์โลกได้เข้าใจชีวิตที่แท้จริง ความสุขที่แท้จริง และแล้วพระองค์ก็ทรงบำเพ็ญโลกนาโถ เป็นที่พึ่งใหญ่ของชาวโลก นำสัตว์โลกออกจากภพไปสู่ฝั่งพระนิพพาน และแล้วคำสอนของพระองค์หลังจากที่ทรงพระปรินิพพานได้ไม่นานนัก คำสอนอันประเสริฐ ประทีปแก้วอันประเสริฐนี้ก็ริบหรี่ เลือนลางลงไปจากกลางใจของสัตวโลก เข้าสู่ภาวะมืดอีกครั้งหนึ่ง จวบกระทั่งมีบุรุษเลิศ จุติเกิดปีพุทธศักราช ๒๔๒๗ ท่ามกลางความมืดมิดแห่งสังสารวัฏ ผู้มีสัมมาทิฐิเพียงคนเดียวอุบัติขึ้นในโลก ย่อมขจัดมืดของอวิชชา ยังโลกให้สว่าง ประทีปแก้ว พุทธประทีปแก้ว ได้บังเกิดขึ้นสว่างอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือการบังเกิดขึ้นของพระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งท่านบังเกิดขึ้นมาเพื่อประโยชน์ใหญ่แก่ชาวโลก โดยการยังหนทางส่องสว่างเนื้อความแห่งโลกุตตระธรรม อันเป็นธรรมข้ามโลก กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เป็นสัจธรรมที่ตรงจุดเป้าหมายของการบรรลุธรรมอีกครั้งหนึ่ง ท่านเลยกล่าวอยู่เสมอว่าจะเกิดเป็นอะไรก็ตามไม่เยี่ยม พระนิพพานเป็นเยี่ยม ที่พวกเราเคยได้ยินคำสอนของท่าน การบังเกิดของท่านยิ่งใหญ่ เป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทีเดียว และท่านก็ได้ทำหน้าที่ชี้ทางพระนิพพานแก่ศิษยานุศิษย์มากมาย จนกระทั่งหมดอายุขัยของท่าน และท่านยังเมตตาส่งต่อจุดประทีปแก้วอีกดวงหนึ่งให้เจิดจ้าสว่าง เป็นดวงประทีปธรรมที่ส่องนำชีวิตของสัตว์โลกให้สว่างต่อไป ประทีปแก้วท่านนั้นก็คือคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งเป็นประทีปแก้วดวงที่ ๒ สืบสายธาตุสายธรรมอันบริสุทธิ์ มายังใจของสัตว์โลก ซึ่งวันนี้จะพรรณนาพระคุณของคุณยายนี่ ก็คงจะพรรณนาได้ยากมากทีเดียว ดั่งคล้ายๆ สมัยพุทธกาล จะสรรเสริญผู้มีคุณใหญ่แล้วนี่ จะหาคำที่พอเหมาะ จะหาภาษาที่ไพเราะ พระสารีบุตรเป็นพระอรหันต์องค์เดียว เป็นอัครสาวกทรงปัญญามาก ท่านยังกล่าวว่าใครๆ ที่ชมว่าท่านสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าได้ดีที่สุด ได้เยี่ยมที่สุด กินใจลึกซึ้งที่สุด แต่พระสารีบุตรท่านก็บอกว่าพระคุณของพระพุทธเจ้านี่ บางสิ่งบางอย่างท่านก็รู้ ท่านก็เห็น ก็นำมาอธิบายพรรณนาได้ บางอย่างรู้ บางอย่างเห็น แต่ไม่สามารถเอามาพรรณนาได้ ซึ่งติดด้วยภาษา เพราะภาษาสื่อสารกันนั้นมีตั้ง ๓ ภาษา คือ ๑. ภาษาใจนี่ ซึ่งเข้าใจอะไรได้กว้างกว่า ลึกซึ้งทีเดียว แต่พอเหลือแค่ภาษาพูดนี่ ก็จะติดด้วยสำนวน จนด้วยภาษา เหลือแค่เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าเป็นภาษาเขียนก็จะลดลงไปตามลำดับ ทีนี้ ถ้าเราจะกล่าวสรรเสริญคุณยายของเรานี่ ก็คงคล้ายๆ พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาล ท่านยากต่อคำที่จะมาพรรณนาพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า เพราะพระอรหันต์แต่ละรูปเป็นล้านๆ องค์ทีเดียว ในสมัยพุทธกาล เมื่อท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วนี่ ต่างก็ซาบซึ้งในพระคุณของพระพุทธเจ้า ต่างก็กล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้ากันเยอะแยะมากมาย แต่ท่านบอกว่ายังไม่เต็มอิ่ม ยังไม่เต็มใจทีเดียว เพราะพระคุณของท่านยังมีอีกมากที่เราไม่สามารถมาบรรยายได้ ดังเช่นพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธองค์ ผู้ทรงปัญญาอันยิ่ง อุปมาว่าที่ท่านสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่ดูละเอียดลึกซึ้งได้กินใจ ได้ดีที่สุดนั้นน่ะท่านอุปมาเหมือนน้ำในแม่น้ำใหญ่นี่ที่ผ่านรูก้นเข็มเท่านั้นเอง หมายถึงแม่น้ำใหญ่กว้างขวางนี่สุดลูกหูลูกตา แล้วเอาก้นเข็มหย่อนลงไปในน้ำ คำสรรเสริญของท่านที่ดูลึกซึ้งได้เยี่ยมที่สุด สรรเสริญคุณของพระพุทธองค์นี่ ท่านบอกที่สรรเสริญมาทั้งหมด เพียงแค่น้ำที่ผ่านรูเข็มเท่านั้นเอง นอกจากนั้นน้ำอีกมากมายมหาศาล ก็เปรียบกับพระคุณ พุทธคุณของพระองค์อีกมากมายเยอะแยะนั้น ยังไม่รู้จะเอามาพรรณนาอย่างไร เหมือนในสมัยปัจจุบันนี่ เราจะถามว่าพระอาทิตย์นี่มีคุณประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาติมีกี่อย่าง มีกี่ข้อ ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีความเข้าใจอะไรได้ลึกซึ้งมากมายทีเดียว ก็จะเห็นคุณของพระอาทิตย์นี่ สุดที่จะพรรณนาอีกเหมือนกัน มากมายทีเดียวเลย นั่นคุณของพระอาทิตย์ที่มีต่อมวลมนุษยชาติ แต่นั่นเป็นดวงอาทิตย์ที่ยังไม่มีชีวิตจิตใจนี่ แล้วก็ให้แสงสว่างมนุษย์เฉพาะกลางวันเท่านั้นเอง ส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีพระคุณใหญ่มากกว่าพระอาทิตย์มากมายมหาศาลทีเดียว พระองค์ทรงให้แสงสว่างทางปัญญาแก่มนุษย์ และเป็นการให้แสงสว่างทั้งกลางวันกลางคืนทีเดียว ตลอดไปจนไม่มีวันสิ้นสุดทีเดียว นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในสมัยพุทธกาลที่พระอรหันต์ทั้งหลายที่บรรลุธรรมแล้วนี่เกิดความซาบซึ้งในพระคุณ ในพุทธคุณของพระพุทธองค์ ก็ยังสาธยายพรรณนาพระคุณของผู้มีบารมีธรรมอันสูงสุดได้ยาก พระคุณของยายก็เช่นกัน จะมาพรรณนากันพระคุณของท่านก็มีมาก สุดที่จะพรรณนา แต่พอจะแยกพระคุณของท่านให้เห็นชัดๆ ๒ ประการ ประการแรก คือพระคุณหรือคุณธรรม คุณ สรรเสริญในส่วนที่เป็นคุณธรรมในตัวของท่าน ประการที่ ๒ สรรเสริญพระคุณในส่วนที่เป็นคุณประโยชน์ต่อชาวโลก พอจะแยกพระคุณของท่านได้ ก็เพียงเท่านี้นี่ เช่นการสรรเสริญคุณธรรมภายในตัวของยายนี่ ซึ่งพวกเราทุกท่านก็คงจะได้ยินได้ทราบกันอย่างซาบซึ้งแล้ว แต่มีคำหนึ่งซึ่งเด่นชัดมากคือคำที่ว่าคุณยายนั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง คำว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง เหมือนเป็นคำที่รับรองคุณธรรมของยายทุกๆ เรื่องทีเดียวเลย เพราะคุณธรรมทุกๆ ข้อ ทุกเรื่องของคุณยายนี่เป็นหนึ่งไม่มีสองดั่งสรรพนามของท่านทีเดียวนี่ จะเป็นเรื่องของความอดทนก็ตามนี่ ยายเป็นผู้มีน้ำอดน้ำทนเป็นเลิศทีเดียว ตั้งแต่ที่เราได้ทราบกัน อยากจะเรียนธรรมะมากทีเดียวนี่ อดทนจนกระทั่งยอมไปเป็นคนรับใช้ เพื่อจะได้หาโอกาสเรียนธรรมะ อดทนที่จะได้เจอหลวงพ่อวัดปากน้ำ หรือแม้กระทั่งที่ท่านเจอพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้วนี่ ชีวิตในวัดปากน้ำของยาย ท่านก็มีน้ำอดน้ำทน รูปร่างของยายนี่ดูผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นนี่ ผู้คนทั้งหลายในนั้นก็เข้าใจว่ายายป่วยเป็นโรค ก็มีอาการรังเกียจท่าน ท่านมีน้ำอดน้ำทนมากทีเดียว เป็นหนึ่งไม่มีสอง เช่นในเรื่องของความสะอาด เป็นเรื่องของรักระเบียบเป็นชีวิตจิตใจนี่ ซึ่งหาใครๆ ในโลกนี่ อาตมาว่าก็ยังไม่เจอที่ยายจะรักความสะอาด และรักความระเบียบ มากมายถึงขนาดนี้ ทั้งเรื่องรักความสะอาด และยายก็เป็นศิษย์เอกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ศิษย์เอกก็เป็นหนึ่งอีกเช่นกัน และคุณธรรมในตัวของยายเป็นผู้สืบสายธรรมมาถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ถึงพวกเรา นี่สรรเสริญในส่วนที่เป็นคุณธรรมในตัวของท่าน ที่เราพอจะทราบได้ แต่ถ้าให้สาธยายกันจริงๆ ก็มีความซาบซึ้ง ลึกซึ้ง ก็ไม่รู้จะหาคำสรรเสริญใดๆ มาพรรณนาให้ได้มากไปกว่านี้นี่ นี่คือสรรเสริญในส่วนที่เป็นคุณธรรมในตัวของท่าน จริงๆ มีเยอะแยะมากมาย ส่วนประการที่ ๒ สรรเสริญคุณธรรมซึ่งเป็นคุณประโยชน์ต่อชาวโลก ซึ่งอันนี้ให้ใหญ่ยิ่งทีเดียวเลยนี่ เพราะว่านักสร้างบารมีบางท่าน เช่นพระปัจเจกพุทธเจ้าท่านมีคุณธรรมในตัว มีความดีในตัวจริง แต่ท่านไม่สอนใคร ท่านมีคุณธรรม มีคุณงามความดีในตัวจริง แต่ท่านไม่สอนใคร นั่นคือพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่คุณยายของเรานั้น บรรลุธรรม เห็นธรรมอันประเสริฐเยี่ยมยิ่งแล้วนั้น ยังคุณประโยชน์ใหญ่ให้ชาวโลกได้รู้ธรรมตามท่านไปด้วย รู้ธรรมนั้นตามท่านไปด้วย แต่เราจะสรรเสริญคุณธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชาวโลกนั้น ท่านรู้เห็นและได้ธรรมะชั้นสูงแล้วนี่ ท่านก็ใช้วิชชาธรรมกายดับทุกข์ ดับโศก ดับทั้งโรคภัยตลอดชีวิตของท่านที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ จนกระทั่งสังขารร่วงโรยนี่ ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์ใหญ่ เช่นตั้งแต่ได้ช่วยคุณพ่อให้พ้นจากดินแดนที่ทุกข์ทรมาน ซึ่งก็ยากที่จะหานักสร้างบารมีที่มีคุณใหญ่ถึงขนาดนี้ และตามหมู่คณะ ท่านตามหมู่คณะ ตามทั้งคน ตามทั้งสมบัติ ตามทั้งคนนี่ ตามคนแล้วท่านก็ฝึกคนอีกด้วย ฝึกคนให้มีคุณธรรม แล้วก็ตามรักษาคน ซึ่งเป็นครูชั้นเยี่ยมทีเดียว ทั้งตามคน ทั้งฝึกคน และก็ตามรักษาคน นี้คือประโยชน์ใหญ่ต่อชาวโลกที่ยายได้ทำ ได้มีให้พวกเราได้เห็น วางแผนให้หมู่คณะเมื่อยายตามมาแล้วนี่ วางแผนทั้งหมดตั้งแต่เริ่มวางแผนให้หมู่คณะประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งเราก็ได้ทราบ ซึ่งตอนนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะเป็นผู้ปริญญาณอยู่พรหมจรรย์เป็นคนแรก บูชาธรรมให้แก่ยาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่ เราก็พอบรรยายคุณ แล้วก็เห็นพระคุณของท่านอันยิ่งใหญ่ทีเดียว ทั้งตามมานี่ และทั้งฝึก ทั้งรักษา ซึ่งเราจะเห็นครูที่ยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้ในภพในโลกทั้งหลายนี่ ก็คงจะหาได้ยาก คงจะมีคล้ายๆ แบบพุทธองค์ เป็นผู้ที่ฝึก เป็นสารถีนี่ที่ฝึกมนุษย์อันเยี่ยมที่สุดทีเดียวนี่ และพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่ขยายสันติสุข สันติธรรมออกไปกว้างขวาง คุณประโยชน์ที่มีต่อชาวโลกนั้น ที่อันยิ่งใหญ่ ก็คือการพลิกผืนนานี่ สถาปนาให้เป็นวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นแหล่งต้นบุญต้นแบบ และบัดนี้ที่เราได้ทราบ เป็นแหล่งต้นบุญต้นแบบขยายออกไปทั่วโลกแล้วนี่ อย่าว่าแต่ในประเทศไทยเลย นี้ก็เป็นส่วนคุณประโยชน์อันมหาศาลที่ทำให้มวลมนุษย์ชาติทั้งหลายได้รู้ความจริงของชีวิต ได้รู้สัจธรรมอันประเสริฐนี้นี่ ดวงประทีปธรรมนี้ได้ถูกจุดต่อจากดวงแล้วดวงเล่านี่ขยายออกไปมากมายทีเดียว ฉะนั้นพวกเราซาบซึ้งพระคุณอันยิ่งใหญ่ของยาย ก็คงจะพรรณนาได้อย่างที่ได้กล่าว อย่างเช่นพระอรหันต์ท่านจะสรรเสริญคุณใหญ่ของพระพุทธองค์ ก็คงจะพรรณนาให้ครบถ้วนได้ยาก เราเป็นศิษย์นั้นนี่ เมื่อซาบซึ้งในพระ ให้ถึงที่สุดทีเดียวนี่ เนื้อแท้ของการประกาศคุณท่าน ตอบแทนคุณท่าน ที่จะให้ครบทั้ง ๒ อย่างทีเดียวเลยนี่ ก็คือทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา อามิสบูชานี่ พวกเราทุกท่านก็ได้ทำกันอย่างเต็มที่ ที่ก็ยังไม่เห็นมีใครตั้งแต่สร้างชาติมานี่ อามิสบูชาก็บูชาท่านอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติของท่าน คือการหล่อรูปเหมือนเป็นทองคำอันบริสุทธิ์ให้แก่ยาย ซึ่งได้ยินได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะท่านบอก จริงๆ ก็ยังไม่เต็มใจเท่าไหร่ ถ้ามีอะไรที่เป็นวัตถุที่บริสุทธิ์นี่ยิ่งกว่านี้นี่ ท่านก็บอกว่าอยากจะทำให้ดียิ่งกว่านี้อีก แต่ในตอนนี้ ณ เวลานี้ทองคำเป็นวัตถุอันบริสุทธิ์ที่มีคุณค่า ก็หล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำอันบริสุทธิ์ นี่พวกเราก็จัดว่าบูชา เป็นอามิสบูชาที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว ถึงจะเป็นแค่อามิสบูชา และเมื่อท่านถึงคราวที่ท่านละสังขารแล้วนี่ ดวงตะวันธรรมได้ลับขอบฟ้าไปแล้วนี่ เหลือทิ้งไว้ร่องรอยแห่งความดีอีกเยอะแยะในมนุษยโลก เราก็ยังได้ประกาศคุณจัดพิธีสวดพระอภิธรรมบูชาธรรม มากว่า ๕ เดือนแล้ว ซึ่งก็ได้ทำกันต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้จัดเป็นอามิสบูชาเท่านั้น ส่วนปฏิบัติบูชานี่ เป็นสิ่งที่ยายปรารถนา เหมือนกับพระพุทธเจ้า คืออยากให้ศิษย์ปฏิบัติบูชา แต่เราบูชาครบทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาด้วย ก็ถือว่าเป็นศิษย์ที่ทำครบทั้ง ๒ ประการทีเดียว การที่จะปฏิบัติบูชาให้ถูกเนื้อแท้จริง ก็คือปฏิบัติบูชาโดยการทำตามคำสอนของยายน่ะ ซึ่งถูกประเด็น ถูกเป้าหมายทีเดียว คุณธรรมของยายทุกๆ ข้อที่เราได้รับทราบหรือได้เห็น อย่างเช่นเรื่องความอดทนก็ดีนี่ เรื่องความรักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจก็ดีนี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถปฏิบัติตามของท่าน ตามปฏิปทาของท่าน และที่สำคัญที่สุดนี่ท่านรักวิชชาธรรมกาย และรักที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายนี่ให้กว้างขวางไปทั่วโลกทีเดียวนี่ และสิ่งหนึ่งที่เปิดเทปฟังเสียงยายนี่ ยังก้องอยู่ในหูนี่ ท่านบอกลูกหลานยายนี่ ให้ช่วยมาสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีนี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่ก็ยังก้องอยู่ในใจ เสียงท่านยังก้อง ท่านอยากจะให้สร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีนี่ ซึ่งพวกเราทุกท่านก็ตั้งใจที่จะสร้างเหล่านี้นี่เป็นอามิสบูชาที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว บูชาแด่ผู้มีพระคุณอันใหญ่ต่อชาวโลก ทั้งหมดนี้เป็นคำสรรเสริญทั้งในส่วนคุณธรรมของท่าน ทั้งในส่วนคุณประโยชน์ต่อชาวโลกซึ่งมีมากมายนัก ศิษย์ซาบซึ้ง แล้วก็ยึดมั่นคำสัญญา ยึดคำสอนของท่าน เพื่อปฏิบัติบูชานี่ แทนมาลาบูชาคุณของท่าน ก็ขอให้พวกเราทุกคนน้อมใจหยุด ปฏิบัติบูชาท่าน โดยกลั่นใจให้ผ่องผุด บริสุทธิ์ ผ่องใส ณ ศูนย์กลางกายด้วยกันทุกท่านทุกคน สัพเพ… หน้า PAGE 3 440303FW-AAT