เกิดมาเป็นผู้ให้
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของพวกเราทั้งหลาย กราบนมัสการมาด้วยความเคารพแด่พระมหาเถระ พระเถระผู้มีพรรษากาลมากกว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานคุณยายทุก ๆ ท่าน
วันนี้นับเป็นวันมหามงคลอีกวันหนึ่งที่พวกเราลูกหลานคุณยายทุกท่านได้พร้อมใจกันมาร่วมบำเพ็ญกุศล และประพฤติปฏิบัติธรรม ณ บ้านคุณยายแห่งนี้กันอีกวาระหนึ่ง คุณยายอาจารย์ท่านเคยบอกกับพระภิกษุ สามเณร ทุกรูปว่า พวกท่านทั้งหมดนี่นะ เป็นลูกยายทั้งนั้นเลย ยายไม่ได้แต่งงาน พวกท่านก็เลยไปอาศัยท้องคนอื่นเขาเกิด หลวงพี่มีความรู้สึกว่าหากคุณยายอาจารย์ท่านได้มานั่งสนทนาอยู่กับพวกเราผู้เป็นลูกหลานทุกคน ณ ที่นี้ในเวลานี้ ท่านก็จะกล่าวกับพวกเราทุกคนในที่นี้เหมือนกันว่าทุกคนเป็นลูกหลานของยายทั้งนั้นเลย
ที่หลวงพี่มีความมั่นใจเช่นนั้นก็เพราะว่าบุคคลผู้ที่เป็นลูกหลานเท่านั้น จึงจะมีสิทธิที่จะมาใช้สมบัติที่พ่อแม่ได้หาเอาไว้หรือได้สร้างเอาไว้ให้ พวกเราทุกคนในที่นี้มีสิทธิที่จะมาใช้วัดพระธรรมกายในการสร้างบุญสร้างบารมี มีสิทธิที่จะมาที่บ้านยายแห่งนี้เพื่อมาร่วมกันบำเพ็ญกุศล มาประพฤติปฏิบัติธรรมในทุกค่ำคืน และถ้าหากเราไม่ใช่ลูกหลานคุณยาย อย่าว่าแต่มีสิทธิเลย แม้แต่คิด ยังไม่คิดที่จะมา ดังนั้นหลวงพี่จึงเชื่อมั่นว่าพวกเราทุก ๆ คนคือลูกหลานคุณยายที่แท้จริง
สำหรับตัวหลวงพี่เองก็ขอใช้สิทธิในฐานะที่เป็นลูกหลานของคุณยายรูปหนึ่ง เรียกว่าเต็มสิทธิเลย คือขอมาบวชสร้างบารมี อาศัยวัดพระธรรมกายที่คุณยายสร้างมาให้พวกเรานี่ ขออยู่เลย ไม่ไปไหน ท่านใดที่ตั้งใจหรือมีความประสงค์อยากจะใช้สิทธินี้ หลวงพี่ก็ขอเชิญนะ แต่ถ้าอย่างไร อย่างน้อย ๆ หลวงพี่อยากจะให้ทุกท่านได้มาใช้สิทธิในการประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกับคุณยายอาจารย์ ณ บ้านคุณยายแห่งนี้กันให้ได้ทุกค่ำคืน หรือให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะมีโอกาสเอื้ออำนวย
หลวงพี่ได้อ่านโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งท่านได้ให้ไว้กับลูกพระภิกษุสามเณร หลังพิธีกรานกฐินในวันทอดกฐินที่ ๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้กล่าวถึงคุณยายไว้ว่า คุณยายแม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่วัดพระธรรมกายและลูกหลานของท่านซึ่งเป็นพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ก็ยังอยู่ในสายตาของท่านอยู่
และหลวงพ่อยังได้กล่าวต่อไปถึงว่า หากลูกพระ ลูกหลานสามารถปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว คุณยายของเราซึ่งท่านละสังขารไปแล้ว ท่านก็จะดีใจ และยิ่งถ้าใครสามารถติดต่อกับท่านได้ ไปมาหาสู่ท่านได้ โดยอาศัยวิชชาธรรมกายแล้ว ท่านยิ่งชอบ นี่ต้องรู้ความในใจของท่านเสียก่อน ใครสามารถไปสื่อสารกับท่าน ติดต่อกับท่านได้โดยอาศัยวิชชาธรรมกาย นั่นคือสิ่งที่ท่านพึงปรารถนา และจะดีใจมากทีเดียว
หลวงพี่ได้รับฟังความรักความผูกพันของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยกับคุณยาย จากหลวงพี่ชัยยันต์ คุณชโย ซึ่งท่านได้รับฟังจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยโดยตรง หลวงพ่อได้กล่าวว่า หลวงพ่อมีความรัก และความผูกพันกับคุณยายอย่างมาก นับตั้งแต่ได้พบคุณยายครั้งแรก จนกระทั่งบัดนี้ แม้คุณยายจะได้ละสังขารไปแล้วก็ตาม แต่ความรักและความผูกพันของหลวงพ่อที่มีต่อคุณยายนั้น ไม่เคยเสื่อมคลาย เพราะคุณยายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของหลวงพ่อ
และเมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลวงพ่อท่านได้ฝันไปว่าหลวงพ่อได้รับแขกอยู่ด้วยความปีติเบิกบาน และในขณะที่หลวงพ่อรับแขกอยู่ด้วยความปีติเบิกบานนั้น คุณยายก็ได้ปรากฏขึ้นในสถานที่นั้นด้วย ซึ่งยังความปีติเบิกบานให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างล้นพ้น แต่มีเพียงพระเดชพระคุณหลวงพ่อเท่านั้นที่สามารถเห็นคุณยายอาจารย์ได้ ลูกหลานคนอื่น ๆ ไม่สามารถจะเห็นคุณยายอาจารย์ได้ด้วยตาเนื้อ
หลวงพ่อท่านจึงบอกกับคุณยายว่า ยาย ขอให้ลูกหลานทุก ๆ คนเห็นคุณยายด้วยตาเนื้อเหมือนหลวงพ่อด้วย คุณยายก็ตอบหลวงพ่อว่าค่ะ แล้วลูกหลานทั้งหมดก็เห็นคุณยายด้วยตาเนื้อ ต่างก็ปีติยินดี เข้ามากราบขอพรคุณยาย พูดคุยกับคุณยาย คุณยายท่านก็พูดคุยกับลูกหลานด้วยความรัก ความเมตตา แล้วหลวงพ่อก็บอกกับคุณยายต่ออีกว่าขอให้ยายมาให้ลูกหลานเห็นทุกวัน คุณยายก็ตอบหลวงพ่อว่าค่ะ
แล้วหลวงพ่อก็ตื่นขึ้นมา ตื่นขึ้นมาด้วยความปีติยินดีที่แผ่ซ่านออกมาจนถึงกายเนื้อของหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านบอกว่าแม้หลวงพ่อกับคุณยายจะมีความรัก และความผูกพันกันอย่างมากเพียงใดก็ตาม แต่เวลาคุณยายคุยกับหลวงพ่อ คุณยายจะพูดเพียงสั้น ๆ เท่านั้น และที่คุณยายมาให้หลวงพ่อเห็น ก็เพราะว่าคุณยายทราบว่าหลวงพ่อมีภาระมาก มีเครื่องกังวลที่ร้อยรัดหลวงพ่ออยู่อย่างมากมาย หลวงพ่อปรารถนาที่จะไปทำวิชชา แต่เพราะภาระและเครื่องกังวลต่าง ๆ ทำให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่สามารถที่จะไปทำวิชชาตามที่ท่านปรารภนาไว้ได้ คุณยายท่านจึงมาเพื่อให้กำลังใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั่นเอง
ความรักความผูกพันของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และคุณยายนั้น ยังมีมาถึงลูก ๆ หลวงพ่อ ลูกหลานคุณยายทุกคน ซึ่งพวกเราทุกคนก็ต่างตระหนักและซาบซึ้งได้เป็นอย่างดีกันอยู่แก่ใจของตัวเองแล้ว แม้หลาย ๆ ครั้งหลวงพ่อจะไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดให้พวกเราได้ยินได้ก็ตาม แต่พวกเราได้เห็นสิ่งที่หลวงพ่อได้ประพฤติได้ปฏิบัติ ความรักความห่วงใยที่ท่านแสดงออกต่อลูก ๆ ตลอดเสมอมา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใดผู้หนึ่งโดยทั่วไปได้ จะเกิดขึ้นได้เฉพาะบุคคลผู้เป็นลูกของหลวงพ่อจริง ๆ
และความรัก ความผูกพันของหลวงพี่ที่มีต่อหลวงพ่อ คุณยาย และวัดพระธรรมกาย สามารถเพิ่มพูนขึ้นได้เหมือนกันนะ ตอนที่หลวงพี่ไปปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ความรัก ความคิดถึงหลวงพ่อ คุณยาย และวัดพระธรรมกายนี่เพิ่มพูนขึ้น ไม่ใช่ว่าปกติหลวงพี่ไม่ได้รักท่านนะ แต่ว่าพอไปอยู่ไกล ๆ ทำให้รักหลวงพ่อ รักคุณยาย รักวัด รักหมู่คณะเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งตรงนี้เองทำให้หลวงพี่ได้เห็นถึงความมีบุญลาภอันดีของลูกหลวงพ่อ ลูกหลานคุณยายที่อยู่ในประเทศไทย มีบุญมากที่สามารถจะเดินทางมาวัดพระธรรมกาย มาปฏิบัติธรรมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ในทุกวันอาทิตย์ มาปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลร่วมกับคุณยายอาจารย์ได้ในทุก ๆ วัน
พี่น้องกัลยาณมิตรชาวต่างประเทศนั้น หลาย ๆ ท่านไม่เคยพบคุณยาย หลาย ๆ ท่านก็ยังไม่เคยมาพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ จะพบก็เพียงแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวที่ท่านได้เดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยสม่ำเสมอ แต่ทุก ๆ ท่านมีความรู้สึกเหมือนกับ ลูก ๆ หลวงพ่อ ลูกหลานคุณยายที่ประเทศไทยเช่นกัน คือมีความรักคุณยาย รักหลวงพ่อ รักวัดพระธรรมกาย และรักการสร้างบุญสร้างบารมี
หลาย ๆ คนมาวัดอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน มาศูนย์ปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อมาสวดมนต์ทำวัตรนั่งสมาธิเจริญภาวนาปฏิบัติธรรม และโดยเฉพาะในคืนวันเสาร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ทุกท่านก็จะมารวมกันที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมของแต่ละรัฐ เพื่อรับฟังและรับชมสัญญาณการถ่ายทอดจากวัดพระธรรมกาย บางรัฐเป็นเวลาดึกถึง ๓ ทุ่ม บางรัฐเป็นเวลาทุ่มหนึ่งหรือ ๖ โมงเย็น ทุกคนมารอคอยด้วยใจจรดใจจ่อว่าวันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะลงมาปฏิบัติธรรมร่วมกับลูก ๆ ไหม วันนี้สัญญาณการถ่ายทอดจะสะดุดติดขัดไหม บางครั้งในระหว่างการรับฟังการถ่ายทอด สัญญาณขาดหายไปเป็นสิบนาที บางครั้งสัญญาณหายไปแล้ว กลับมาแล้วก็หายไปอีก เป็นอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา
และในภาคบ่ายที่วัดพระธรรมกายเรานี้ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะเป็นเวลาดึกมาก หลาย ๆ ท่านต้องกลับไปบ้าน หลาย ๆ ท่านจะต้องพักผ่อน ตัวหลวงพี่เองก็ต้องพักผ่อน ไม่สามารถจะอยู่ร่วมฟังโอวาทพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ท่านจะให้ลูก ๆ ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ประเทศไทยนี้ได้ เพราะในวันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ หลวงพี่จะต้องนำสาธุชนกัลยาณมิตรเจริญภาวนาและปฏิบัติธรรม ดังนั้นในวันอาทิตย์รุ่งขึ้น ทุกวันอาทิตย์ สิ่งแรกหลังจากที่หลวงพี่สวดมนต์นั่งสมาธิเสร็จในช่วงเช้า ก็คือหลวงพี่จะมาเปิดคอมพิวเตอร์ เข้าไปดูใน Internet ว่าเมื่อวานพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ให้โอวาทอย่างไรกับลูกไว้บ้าง เราจะได้เอาโอวาทนี้มาเปิดให้แก่ลูก ๆ ที่อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมนี่ได้ดูและได้ฟังกัน เพื่อจะเป็นขวัญและกำลังใจให้ลูก ๆ ได้ไปทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตร ไปทำหน้าที่ลูก ๆ ของหลวงพ่อได้เต็มภาคภูมิ
และมีอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งหลวงพี่ได้ตระหนักเห็นถึงความรัก ความผูกพันของหลวงพ่อที่ท่านมีต่อลูก ๆ หลวงพี่ไม่ได้จดโอวาทวันนั้นไว้ แต่ใจความที่หลวงพี่ยังจำได้ติดใจก็คือหลวงพ่อท่านพูดว่าหลวงพ่อไม่รู้ว่าพ่อแม่ในทางโลกเขารักลูกอย่างไร แต่หลวงพ่อรักลูก หลวงพ่อปรารถนาจะให้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของหลวงพ่อแก่ลูก ๆ หลวงพ่อก็มาพิจารณาว่าในชีวิตของหลวงพ่อ ไม่มีสิ่งใดที่จะดีไปยิ่งกว่าวิชชาธรรมกาย หลวงพ่อจึงปรารถนาจะให้ลูกทุกคนได้เข้าถึงพระธรรมกาย
หลวงพี่ได้ชมและฟังโอวาทในวันนั้นด้วยความรู้สึกรักหลวงพ่อเพิ่มขึ้น ทำให้หลวงพี่ระลึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่อยู่ในใจของหลวงพี่ตลอดเวลา คือเหตุการณ์เมื่อสมัยปี ๒๕๓๘ ปีนั้นหลวงพี่บวชได้ ๖ พรรษา ได้มีโอกาสขึ้นไปปฏิบัติธรรมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่ดอยสุเทพ ในช่วงปี ๒๕๓๘ นั้น ลูกในองค์กรทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา จะสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นไปปฏิบัติธรรมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อครั้งละ ๑ สัปดาห์บ้าง ๒ สัปดาห์บ้าง
ในการปฏิบัติธรรมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ จะเป็นอันรู้กันว่าถ้าวันใดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่มีภารกิจที่จะต้องออกไปข้างนอก ลูก ๆ จะต้องมาถึงห้องปฏิบัติธรรมก่อนเวลาประมาณ ๑๕ นาที หลวงพ่อในช่วงเวลานั้นท่านมีภารกิจที่ถือว่าหนักมาก ทุกวันหลวงพ่อจะต้องนั่งรถตะเวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ นับระยะทางเป็นร้อย ๆ กิโล เพื่อจะไปแสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับลูก ๆ ของท่าน
และมีวันหนึ่งซึ่งเป็นช่วงบ่าย วันนั้นหลวงพ่อท่านไม่ได้ไปทำภารกิจข้างนอก ก่อนเวลาประมาณ ๑๕ นาที พวกหลวงพี่ทยอยกันเดินมา ประมาณ ๕ รูป ก็ตรงตามเวลา คือก่อนเวลา ๑๕ นาทีก็ เมื่อเดินมาถึงใกล้จะขึ้นบันไดที่ห้องปฏิบัติธรรมที่เรือนตำหนัก ก็เห็นหลวงพ่อธัมมชโยท่านเดินออกมาจากห้องพัก และหลวงพ่อก็เดินตรงไปนั่งที่ตั่งที่หลวงพ่อนั่งปฏิบัติธรรมกับลูก ๆ พวกหลวงพี่ทั้ง ๕ รูปก็รีบเดินขึ้นไป แล้วก็กราบพระประธาน แล้วก็กราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็รีบนั่งประจำที่
หลวงพ่อท่านก็ถามพวกหลวงพี่ที่อยู่ในเวลานั้น ๕ รูปว่า เบื่อนั่งธรรมะกันหรือยังจ๊ะ ซึ่งคำถามนี้หลวงพี่มั่นใจว่าลูกหลวงพ่อทุกคนมีคำถามอยู่ในใจเป็นแม่นมั่นแล้ว และหลวงพี่ทั้ง ๕ รูปก็พร้อมใจกันตอบว่ายังไม่เบื่อครับ หลวงพ่อก็พูดต่อไปอีกว่าอย่าเบื่อนั่งธรรมะกันนะจ๊ะ เพราะถ้าเราเข้าถึงธรรมะ ธรรมะนี้จะเป็นที่พึ่งของตัวเราเอง จะเป็นที่พึ่งของมวลสรรพสัตว์ และจะเป็นที่พึ่งของธาตุธรรม
และหลวงพี่ก็ยังได้กล่าวกับพวกหลวงพี่อีกว่าท่านอยากจะให้ลูก ๆ ทุกคนได้ธรรมะ อยากจะให้ลูก ๆ ได้ทำวิชชากันเป็น แล้วท่านก็ปรารภไปถึงว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมานั้น ท่านเกิดอาพาธ สุขภาพท่านก็ไม่แข็งแรง น้ำหนักท่านก็ลดลง วันนั้นท่านบอกว่า ท่านเลยได้นิมนต์หลวงพ่อทัตตะขึ้นมาสั่งดีเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงลูก ๆ และองค์กร ท่านบอกว่าท่านพยายามฝืนสังขารอยากจะสอนให้ลูก ๆ ได้ธรรมะ ได้ทำวิชชากันไปเป็น
หากลูกหลวงพ่อทุกท่านได้สังเกตก็จะทราบได้ว่าแม้ในภาวะปัจจุบัน หลาย ๆ ครั้งพระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่สามารถที่จะปฏิบัติธรรมกับเราได้ตลอดทั้งวัน ท่านจะต้องลุกออกไปก่อน นั่นก็เป็นเพราะว่าสุขภาพของหลวงพ่อถูกรุมเร้าด้วยโรคาพาธต่าง ๆ ทำให้ท่านไม่สามารถที่จะอยู่ปฏิบัติธรรมกับลูก ๆ ได้ตลอดทั้งวัน
แต่จริง ๆ แล้วหลวงพ่อท่านรักที่จะมาปฏิบัติธรรมกับลูก ๆ หลวงพี่สังเกตได้จากทุกครั้งที่ได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อบนดอย หลวงพ่อท่านจะมาก่อนเวลาเสมอ หลาย ๆ ครั้งท่านมานั่งรอ รอว่าเมื่อไหร่ลูก ๆ ของท่านจะมานั่งสมาธิกับท่านนะ เมื่อไหร่ท่านจะได้มีโอกาสมานั่งปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิกับลูก ๆ ของท่าน ท่านจะ เหมือนกับท่านเฝ้ารอเวลานี้ แม้ท่านจะภารกิจมากมายเพียงใดก็ตาม ท่านก็จะแบ่งเวลารีบกลับมา เพื่อจะได้มาปฏิบัติธรรมกับลูก ๆ ได้มาสอบถามประสบการณ์ได้มาแก้ไขธรรมปฏิบัติให้กับลูก ๆ ทุกครั้งไป
หลวงพี่ขอย้อนไปเมื่อปี ๒๕๓๗ ปีนั้นในวันมาฆบูชา เราได้มีพิธีหล่อรูปเหมือนทองคำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพี่ในปีนั้นได้มีโอกาสไปรับบุญอยู่ที่ศูนย์ประสานงานบุญ สำนักศรัทธาภิบาล และได้มีโอกาสร่วมงานกับหลวงพี่เถรธัมโม ซึ่งในสมัยนั้นท่านยังเป็นโยมพี่ผจญ นิลแพทย์อยู่ แต่ครั้งนี้ท่านก็ได้เล่า ได้เล่าโอวาทที่ท่านได้ฟังมาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวให้หลวงพี่ฟัง หลวงพ่อท่านพูดว่าพวกเราทั้งหลายที่ได้เข้าวัดมาสร้างบารมีกันนี้ ถึงขณะนี้จะดูว่าเราเหมือนไม่มีความสำคัญอะไรมากมายก็ตาม แต่ความจริงนั้นพวกเราทุก ๆ คนมีคุณค่ามาก วันใดที่เราได้เข้าถึงธรรมกาย ได้ไปรู้ไปเห็น วันนั้นเราจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของตัวเราเอง และวันนั้นคนที่จะดีใจที่สุด หลวงพี่ผจญในเวลานั้นหันมาถามหลวงพี่ว่าหลวงพี่ทราบไหมครับว่าใคร
หลวงพี่เองซึ่งบวชมาได้ ๖ พรรษาในเวลานั้น มีความปรารถนาอย่างยิ่งว่าในการบวชครั้งนี้ เราจะต้องเข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ อยากจะเข้าถึงพระธรรมกาย ก็คิดว่าถ้าเราเข้าถึงพระธรรมกายได้ เราคงจะดีใจมากที่สุดในชีวิต ดีใจมากกว่าอะไรทั้งมวลที่เราเคยดีใจมาก ก็เลยตอบโยมพี่ผจญไปว่า ตัวของเราเอง
โยมพี่ผจญจึงพูดต่อไปว่า หลวงพ่อทัตตะท่านบอกว่า เมื่อพวกเราเข้าถึงพระธรรมกาย คนที่จะดีใจที่สุดนั่นก็คือหลวงพ่อธัมมชโย ท่านจะดีใจว่าท่านได้ประคับประคอง ลูก ๆ ของท่านมาถึงในจุดที่ลูก ๆ สามารถจะมีธรรมะเป็นที่พึ่งให้กับตัวเองได้ หลวงพี่ได้รับฟังเช่นนั้นก็ทำให้ได้ตระหนักและซาบซึ้งความรักของพระเดชพระคุณหลวงพ่อต่อลูก ๆ ยิ่งขึ้น และคำ ๆ นี้เป็นคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ผู้สร้างบารมีเคียงข้างพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความรักและความเคารพในตัวพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยตลอดมา
แม้ตัวหลวงพ่อทัตตชีโวเอง ท่านก็เคยกล่าวไว้กับลูก ๆ เสมอว่าตัวหลวงพ่อธัมมชโยและตัวท่านนั้นไม่ได้อยู่ในฐานะ Number one หรือ number two แต่อยู่ในฐานะของศิษย์และอาจารย์ ที่หลวงพี่ได้พูดมา ตั้งใจขึ้นมาแสดงธรรมในครั้งนี้ ก็เพราะว่ามีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะประกาศพระคุณความรัก ความเมตตา ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยายอาจารย์ที่มีต่อพวกเราที่เป็นลูกหลานทุก ๆ คน
และหลวงพี่ก็ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนให้ลูกหลานของคุณยาย ของหลวงพ่อทุกคน ได้มาร่วมกันประพฤติปฏิบัติธรรมกับคุณยายอาจารย์ ณ บ้านคุณยายแห่งนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลวงพี่อยากจะชักชวนให้ทุกท่านได้มาปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังใจให้แก่ตัวเอง มาเพื่อให้คุณยายท่านได้เติมบุญเติมบารมีให้กับตัวพวกเรา มาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
หลวงพี่เองหลายครั้งก็ปลีกเวลามานั่งปฏิบัติธรรม ณ บ้านยายแห่งนี้ เพราะตระหนักถึงคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่ว่าทุกครั้งที่ลูกหลานยายมาปฏิบัติธรรม กับคุณยาย ณ บ้านยายแห่งนี้ คุณยายจะเอาลูกหลานไปกลั่นแก้เติมบุญเติมบารมีให้ตลอดเวลา
ถ้าเราได้มาปฏิบัติธรรม ณ บ้านคุณยายแห่งนี้เราก็จะรู้ซึ้งถึงคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อนี้ได้ดี ตัวหลวงพี่เองทุกครั้งที่ได้ปฏิบัติธรรม ก็มีความปีติในความมีบุญของตัวเองว่าเราสามารถมีเวลาที่จะมาฝึกฝนอบรมตัวเอง มาศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาปฏิบัติธรรม ที่หลวงพี่มีเวลาเช่นนี้ได้ก็เพราะคุณยายอาจารย์ ผู้เป็นผู้นำ เป็นศูนย์รวมดวงใจของหมู่คณะ ที่ท่านได้สละทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งชีวิตของท่าน เพื่อสร้างวัดพระธรรมกายให้กับพวกเรา ได้มาใช้ในการสร้างบุญสร้างบารมี
เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว พระเถระรุ่นบุกเบิก ตลอดจนหมู่คณะรุ่นบุกเบิกทุก ๆ ท่านได้ทุ่มเทเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างวัดพระธรรมกาย ให้เป็นศรีสง่า ให้พวกเราเห็นในทุกวันนี้ ตลอดถึงสาธุชนลูกหลานคุณยาย ลูกหลวงพ่อทุก ๆ คนที่ทำนุบำรุงพระศาสนา เป็นเสบียงส่งเสริมวัดพระธรรมกายตลอดมา ทำให้หลวงพี่มีโอกาสที่จะได้สร้างบุญสร้างบารมี ในเพศพระภิกษุนี้มาเป็นเวลา ๑๒ พรรษา บุญใดที่หลวงพี่ได้สร้างสมอบรมมาในเพศบรรพชิต เพศพระภิกษุนี้ด้วยดีแล้ว ขอให้ทุก ๆ ท่านได้มีส่วนแห่งบุญทั้งหมดทุกประการของหลวงพี่ด้วย
หลวงพี่ได้ยินจากลูกหลานคุณยายหลาย ๆ ท่านที่มาปฏิบัติธรรม ณ บ้านคุณยายแห่งนี้ ถึงผลการปฏิบัติธรรมที่ดีขึ้น ประสบการณ์ภายในที่ก้าวหน้าขึ้น บางท่านบอกว่ามานั่งที่บ้านยายแล้วไม่อยากจะลุกไปไหน แล้วเวลานั่ง นั่งเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร ธรรมะก็ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ บางท่านบอกว่าผลการปฏิบัติธรรม ประสบการณ์ภายในดีขึ้นทุกครั้งที่มานั่งปฏิบัติธรรมกับคุณยาย ณ บ้านยายแห่งนี้ บางท่านก็บอกว่าดวงแก้ว องค์พระ ผุดขึ้นตลอดเวลาทุก ๆ ครั้งที่ได้มานั่งปฏิบัติธรรมกับคุณยาย ณ บ้านคุณยาย
ถ้าพวกเรามาปฏิบัติธรรมกันได้อย่างสม่ำเสมอ มาปฏิบัติธรรมกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็จะดีใจ และคุณยายท่านก็จะดีใจ หากครั้งใดที่เราคิด มีข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเกิดมีกำลังใจที่ท้อถอยในการประพฤติปฏิบัติธรรม
หลวงพี่อยากจะให้ทุก ๆ ท่าน ระลึกนึกถึงคำสอนคุณยายที่ว่า เมื่อใดที่เรารู้ว่าเราทำไม่ดี ถูกเขาหลอก เขาใช้สอยแล้ว ก็ตั้งต้นใหม่ว่าต่อแต่นี้ไปจะต้องไม่ประมาท พยายามทำความดีให้มาก ไม่ท้อแท้ ท้อถอย อย่างโบราณเขาว่า สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง สองขาโด่เด่ มันก็ซวนเซไปบ้าง นี้เป็นธรรมดา พลาดไป ซวนเซไป ก็ตั้งหลักใหม่ ทำความดีให้มาก ๆ ล้มแล้วก็ตั้งต้นใหม่ ไม่ยอมท้อถอย
คิดว่าเหลือเวลาอยู่ในโลกไม่มากเท่าไร มีโอกาสทำความดีได้เท่าไร ก็ต้องทำให้มากเข้าไว้ ภพชาติต่อไปจะได้ไม่ต้องตกเป็นบ่าวเป็นทาสเขาอีก ถ้าภพชาตินี้เอาชนะได้ ต่อไปก็จะชนะทุกภพทุกชาติ ภพชาตินี้จึงสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นจะต้องอดทนและอดกลั้นให้เป็นพิเศษ ต้องมีสติปัญญา ต้องไม่ประมาท ต้องมีความบริสุทธิ์ ทำความดีในภพชาติสุดท้ายนี้ให้ดีที่สุด ที่ไม่ดีอย่าให้มีติดตัวไปได้ ต้องเอาชนะให้ได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ จะได้ชนะไปจนกระทั่งหมดลมหายใจ
ในวันคล้ายวันเกิดของคุณยายเมื่อวันที่ ๔ มกราคมที่ผ่านมานั้น ลูกหลานยาย ต่างพร้อมใจกันถวายของขวัญวันเกิดอันล้ำค่าแด่คุณยายอาจารย์ ณ บ้านคุณยายแห่งนี้ หลวงพี่เองในวันนั้นได้ตั้งความปรารถนาที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ติดตามสร้างบารมีกับหลวงพ่อและคุณยายอาจารย์ ไปจนถึงที่สุด
และหลวงพี่ก็ได้จดบันทึกความตั้งใจ ความปรารถนาของหลวงพี่ในครั้งนั้นเอาไว้ เพื่อเป็นการตรึกระลึกนึกถึงของขวัญอันล้ำค่าที่หลวงพี่ได้ถวายแด่คุณยายอาจารย์ หลวงพี่จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้ตั้งความปรารถนา เพื่อจะน้อมถวายเป็นของขวัญวันเกิดอันล้ำค่าให้แด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ถ้าเราจำได้ เราก็จดจำ ถ้าเราจำไม่ได้ ให้เราจดบันทึกเอาไว้ ปฏิบัติธรรมทุกครั้งให้เรานำมาระลึกนึกถึงความปรารถนา ความตั้งใจที่เราจะมอบถวายเป็นของขวัญแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ และในวันคล้ายวันเกิดของท่าน ในวันคุ้มครองโลกวันที่ ๒๒ เมษายนนี้ เราจะได้มาพร้อมใจกัน
เกิดมา เป็นผู้ให้ เชื่อมดวงใจ คนทั้งโลก
ดับร้อน และทุกข์โศก พาทั้งโลก ให้ร่มเย็น
ให้ธรรม นำชีวิต มิเคยคิด ความยากเข็ญ
สอนให้ หยุดนิ่งเป็น ให้รู้เห็น ความเป็นจริง
สร้างพระ สร้างคนดี อุทิศพลี แล้วทุกสิ่ง
สร้างวัด ที่แท้จริง เพื่อชายหญิง เข้าถึงธรรม
เพราะรู้ โลกร้อนรน ด้วยเวียนวน ในบ่วงกรรม
หมดทุกข์ พบสุขล้ำ หากพบธรรม พระสัมมา
จึงสู้ อย่างเบิกบาน ด้วยปณิธาน อันหาญกล้า
อุปสรรค แม้หนักหนา ไม่นำพา ให้เสียธรรม
มาเกิด เพื่อการนี้ ทั้งชีวี เปี่ยมค่าล้ำ
มาเกิด เพื่อน้อมนำ พระสัทธรรม สู่ใจชนม์
พระราชภาวนา วิสุทธิ์ ผู้ผ่องผุด สุดจินยล
ผู้ให้แก่ ปวงชน นำทุกคน พ้นบ่วงมาร
ในที่สุดนี้ หลวงพี่ขอเชิญทุกท่านตั้งใจปฏิบัติธรรมกันสักครู่นะ นั่งสบาย ๆ ปรับร่างกายของเราให้ผ่อนคลาย เบาสบาย หลับตาแค่เบา ๆ สบาย ๆ กันนะ ระลึกนึกถึงคุณยายอาจารย์ กราบอาราธนาคุณยายอาจารย์ให้ได้มาสิงสถิตในกาย วาจา ใจของเราทุกคน ให้คุณยายสิงสถิตในกาย วาจา ใจ ให้ศูนย์กลางกายของเราซ้อนเป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์กลางกายของคุณยาย ให้ศูนย์กลางกายของคุณยายซ้อนเป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์กลางกายของเรา ให้ใจของเราเป็นใจของยาย ใจของยายก็เป็นใจของเรา เรานึกภาวนา ใจหยุดนิ่ง ใจหยุดนิ่ง ๆ ภาวนาอย่างสบาย ๆ ให้เราเป็นยาย ยายเป็นเรา เราเป็นยาย ยายเป็นเรา ให้เรานึกภาวนาไปนิ่ง ๆ ภาวนาไปสบาย ๆ กันสักครู่หนึ่งนะ
*********************************** จบ ***********************************