ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

การสวดอภิธรรมคือยอดบุญยอดกุศล

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระราชวิสุทธิโมลี : จงเกิดมีแด่อุบาสก อุบาสิกาที่มาร่วมในพิธีสวดอภิธรรม เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่คุณโยมอุบาสิกา ผู้ถึงแก่มรณะไป การนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระอภิธรรมนั้นถือว่าเป็นการรักษาจารีตประเพณีของพระอริยเจ้า มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ตามนัยยะแห่งพุทธประวัติที่ได้ศึกษาเรียนรู้กัน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้ได้ ๖ พรรษาแล้ว มาอนุสรณ์ถึงพระคุณแห่งพระพุทธมารดา เมื่อพระองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์แล้ว ได้ไปจำพรรษาบนดาวดึงส์ และได้แสดงอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เพื่อโปรดพุทธมารดาซึ่งไปบังเกิดเป็นเทวดาอยู่เป็นเวลาถึง ๓ เดือน ยังผลให้เกิดมรรคผลแด่เทวดาตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์ จนถึงชั้นสูงสุด เมื่อออกพรรษาพระองค์เสด็จลงจากชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเราชาวพุทธยังยึดถือว่าเป็นวันเทโวโรหนะ มีการบำเพ็ญกุศลกันอย่างใหญ่โต โดยนัยยะนี้พุทธบริษัทจึงได้ถือเอาเป็นแบบอย่างว่าเมื่อผู้ที่เราเคารพนับถือถึงแก่กรรมลง จึงได้อาราธนาพระสงฆ์มาสวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เพื่อประโยชน์ ๒ ประการ ๑. เพื่อจะแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อผู้ที่จากไป ๒. เป็นการศึกษาธรรมะขั้นสูงที่เรียกว่าปรมัตธรรม ในทางพระพุทธศาสนา โดยเป็นการศึกษาทางภาษา ให้พระท่านได้มาสาธยายให้เราฟัง ยังมีท่านสาธุชนชาวพุทธบางคนมีความเข้าใจไม่ตรงตามความเป็นจริง คือเข้าใจว่าการฟังพระสวดอภิธรรมนั้น ไม่ได้บุญ ไม่ได้กุศลแก่ผู้ฟัง แต่ไปเป็นบุญเป็นกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อันที่จริงในขณะฟัง ถ้าเราฟังด้วยอาการสงบ ทำสมาธิให้เกิดขึ้นในจิตใจ จนสามารถที่จะยกจิตขึ้นสู่ไตรลักษณ์ คือความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ สภาวะที่หาตัวตนอันแท้จริงถาวรมิได้ ก็สามารถที่จะทำให้เกิดสติ ปัญญา เกิดญาณขึ้นมาได้ในวิถีชีวิต ถ้าหากว่าเราสามารถทำญาณหรือปัญญาให้เกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นมหาบุญ เป็นมหากุศล เป็นจิตฝ่ายโลกุตตระที่เพิ่มพูนกุศล บุญบารมีให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการสวดพระอภิธรรมจึงถือว่าเป็นยอดบุญ ยอดกุศล ท่านทั้งหลายวันนี้ท่านรำลึกนึกถึงคุณโยมอุบาสิกา ซึ่งเป็นผู้มีคุณูประการต่อวัดธรรมกาย เป็นผู้ให้กำเนิดวัดประการหนึ่ง เป็นผู้ให้กำเนิดธรรมแก่ผู้ที่ได้เคยศึกษาปฏิบัติจากท่านมาประการหนึ่ง เรียกว่าท่านเป็นผู้ให้กำเนิดสติปัญญา แม้ท่านจะจากเราไปด้วยร่างกายสังขารตามวัย ตายอายุ แต่สิ่งที่ยังควรอยู่ คือคุณงามความดี ท่านเหยียบย่ำเข้ามาในวัดพระธรรมกาย จะเป็นมุมใดมุมหนึ่งก็ตาม เสมือนหนึ่งว่าเราได้เหยียบย่ำบนความอบอุ่น ความเอื้อเฟื้อ ความเมตตาของคุณโยม ที่ท่านได้เป็นผู้ริเริ่ม และยังได้ถ่ายทอดวิชชาธรรมกายให้แก่สานุศิษย์ผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา จนเกิดความเจริญมั่นคงดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ นับว่าคุณโยมนั้นมิใช่มีประโยชน์เพียงแก่วัดธรรมกายหรือญาติโยมเท่านั้น ยังเป็นผู้มีคุณูประการต่อพระพุทธศาสนาในส่วนแห่งธรรมปฏิบัติ คือสามารถฝึกฝนอบรมกุลบุตรกุลธิดาให้เข้าถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนสามารถ่ายทอดวิชชานี้ไปสู่บุคคลได้อย่างกว้างไกล เมื่อถึงคราวท่านจากเราไป ทุกท่านมีน้ำใจเคารพรัก ทุกท่านมีน้ำใจกตัญญูกตเวทิตา คิดอยู่เสมอว่าด้วยวิธีการใดที่จะเพิ่มบุญเพิ่มกุศลให้แก่คุณโยมของเราได้ ก็ขวนขวายปฏิบัติ ประพฤติทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ตั้งแต่วันที่คุณโยมถึงแก่กรรม จึงถึงวันนี้และยังไม่มีเวลากำหนดว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด สุดแต่ศรัทธาของสานุศิษย์และสาธุชนยังมั่นคงอยู่ตราบใด กิจการเช่นนี้ก็ยังจะต้องเป็นไป กล่าวในส่วนแห่งคุณโยมยายผู้ล่วงลับไปแล้ว ถ้าหากาว่าคุณโยมยายท่านทราบได้ด้วยญาณวิถีอันใด ท่านก็คงจะยิ้มเหมือนกับในภาพที่เรานำมาประดิษฐานไว้ เคียงกับภาพ กับศพของท่าน ยิ้มด้วยความเบิกบาน ยิ้มด้วยความตื่นในธรรมที่เห็นว่าท่านทั้งหลายมีความเคารพนับถือบูชาด้วยการบูชาธรรม เคารพนับถือโดยนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่ท่านถ่ายทอดไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน การบูชาบุคคลที่ควรบูชาด้วยปฏิบัติบูชานั้น ย่อมยังผลให้เกิดความเจริญ อาตมาภาพในฐานะประธานสงฆ์ที่มาสาธยายพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ในวันนี้ จึงขออนุโมทนาสาธุการกับพระเถรานุเถระ ฝ่ายที่เป็นเจ้าภาพญาติโยมทุกท่าน และขอตั้งใจอธิษฐานว่า ***อิมินา กตปุญเญนะ ด้วยบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายบำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นจวบจนวันนี้ ขอบุญนี้จงสำเร็จดังมโนปณิธานที่ท่านทั้งหลายตั้งไว้ ต่อนี้ไปพระสงฆ์ทั้งมวล จะได้อนุโมทนายะถาสัพพี เพื่อเป็นแรงส่งบุญส่งกุศล ขอท่านสาธุชนได้ตั้งใจกรวดน้ำ และรับพรจากพระสงฆ์ ณ โอกาสบัดนี้ ยะถา หน้า PAGE 3 440225EW-BBT