ผู้รู้อุปการะคุณที่คนอื่นทำแล้ว
(ม้วน 1/A)
พระสุรชาติ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะแห่งโลก ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระมหาเถระด้วยความเคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานของคุณยายทุกๆ ท่าน (สาธุ)
นับตั้งแต่หลวงพี่เองได้เข้าวัด ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๕ และถ้าหากว่าไม่มีคุณยายอาจารย์ ไม่มีหมู่คณะของเรา หลวงพี่เองก็ยังลอยคว้างอยู่ในห้วงวัฏฏะ ไม่รู้แม้แต่เป้าหมายของชีวิต แต่คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านได้ทำให้เราเห็น สอนให้เรารู้ และคุณยายอาจารย์ของเรา ท่านก็ได้พร่ำสอนเราให้เราได้เข้าใจชีวิตของเรามากที่สุด
ในวันนี้หลวงพี่ก็ถือโอกาสแสดงความกตัญญูต่อครูด้วยการมาสรรเสริญคุณของคุณยายอาจารย์ คุณยายอาจารย์ของเราท่านมีคุณธรรมที่มากล้น เป็นอุบาสิการ่างเล็กๆ แต่แกร่งด้วยความดี ซึ่งในวันนี้หลวงพี่จะขอเลือกคุณธรรมที่หลวงพี่มองเห็น แล้วก็อยากจะประพฤติปฏิบัติตามคุณยามาเล่าให้ฟัง คุณธรรมของคุณยายที่หลวงพี่จะพูดในวันนี้ก็คือความกตัญญูและกตเวทิตาที่คุณยายมี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ญาติโยมทั้งหลายแม้กระทั่งพระภิกษุซึ่งเป็นลูกศิษย์หลานศิษย์ของคุณยายอาจารย์ ก็ได้ทราบประวัติของคุณยายมาอย่างดีแล้ว หลวงพี่ก็จะไม่ขอเล่าประวัติให้ซ้ำ แต่ว่าจะหยิบยกเอาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความกตัญญูและความกตเวทิตาที่คุณยายมีนี้ออกมาให้พวกเราได้รู้ และการฟังธรรมในวันนี้หลวงพี่ก็อยากจะขอเชิญชวนให้พวกเราทุกๆ คน เมื่อพวกเราได้รับฟังแล้ว ขอเชิญชวนให้พวกเราทุกๆ คนได้นำไปประพฤติ นำไปปฏิบัติให้ได้เป็นเสมือนลมหายใจเข้าออก เพราะว่าคุณธรรมข้อนี้ของคุณยายทำให้มีวัดพระธรรมกาย และมีพวกเรา
คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านได้เป็นทั้งลูกศิษย์ ท่านเป็นทั้งครูอาจารย์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งแต่หลวงพี่เองจำความได้ ตั้งแต่เข้าวัดมา ก็มีคุณยายอาจารย์นี่แหละที่ประเสริฐ ทำให้หลวงพี่มองเห็นแล้วอยากจะปฏิบัติตามคุณยาย ความกตัญญูของคุณยายนั้น ในฐานะของคุณยายเป็นลูก ตอนแรกคุณยายอาจารย์เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ท่านเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษมาตั้งแต่เป็นเด็ก เพราะคุณยายอาจารย์ท่านถูกหล่อหลอมมาในสังคมอันบริสุทธิ์ เพราะเป็นสังคมของชาวไร่ชาวนา คำพูดของคุณพ่อคุณแม่นั้นได้ถือเป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์ของลูก ในตอนแรกขณะที่คุณยายอาจารย์มิได้ขอขมาคุณพ่อของคุณยาย
แล้วบังเอิญวันที่คุณยายไปนาน คุณพ่อของคุณยายได้ละโลก วินาทีนั้นคุณยายอาจารย์คิดเพียงแค่จะไปติดตามคุณพ่อของคุณยายเพื่อที่จะไปขอขมา แต่ไม่รู้ว่าการคิดอย่างนี้จะมีวิธีการอย่างไรจึงจะได้ แต่คุณยายอาจารย์ท่านไม่เคยเปลี่ยนความตั้งใจของท่านเลย เมื่อท่านตัดสินใจออกจากบ้าน และตัดสินใจยอมตนเป็นคนรับใช้เพื่อที่จะฝึกสมาธิ เพื่อที่จะฝึกฝนตนเองให้ได้ไปเจอพ่อ คุณยายยอมทุกอย่าง
ในขณะนั้นหลวงพี่คิดว่าคุณยายท่านมีความเคารพ แต่เมื่อคุณยายอาจารย์ท่านได้ใช้ญาณทัสสนะของท่าน ตามพ่อของท่านเจอ วินาทีนั้นแหละจึงเป็นวินาทีของความกตัญญู จากความเคารพปรับเปลี่ยนมาเป็นความกตัญญู และคุณยายอาจารย์ก็ช่วยคุณพ่อของท่านได้สำเร็จ ด้วยอำนาจความกตัญญูอันนั้น และผลพวงของเราที่คุณยายอาจารย์ได้ช่วยพ่อท่านสำเร็จ ท่านก็ได้มั่นใจ ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ของลูก ผู้มีความกตัญญูกตเวทิตา
ในขณะที่พวกเราฟังคุณธรรมของคุณยายในวันนี้ อยากให้พวกเราลองมองย้อนดูตัวเองว่าเราอยากจะเป็นลูกเป็นหลานของยายนี่ คุณธรรมข้อนี้ของเรามีแล้วหรือยัง ถ้ามี ดีกว่านี่มีไหม และวันนี้ก็เรื่องแรกก็คือเรื่องความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณในฐานะที่คุณยายอาจารย์เป็นลูก
คุณยายอาจารย์ยังเป็นผู้ที่มีความกตัญญูต่อครูของตัวเองในฐานะที่คุณยายเป็นศิษย์ คุณยายมีครูคนแรกก็คือคุณยายอาจารย์ทองสุก คุณยายอาจารย์ทองสุกท่านได้สอนสมาธิจนคุณยายได้บรรลุคุณวิเศษ ได้ไปช่วยคุณพ่อได้สมใจ ขณะที่คุณยายทองสุกแก่ตัวและล้มป่วยด้วยโรคบางอย่าง คุณยายอาจารย์ไม่เคยนิ่งดูดาย และคุณยายอาจารย์ท่านก็รักษาคุณยายอาจารย์ทองสุกอย่างเต็มที่เลย
หลวงพี่เองก็ยังไม่ทราบว่าโรคนั้นจะรุนแรงขนาดไหน แต่ที่มีผู้รู้ท่านเล่าให้ฟังว่ากลิ่นที่ออกมาจะเป็นกลิ่นที่แรงและเหม็นมาก คุณยายอาจารย์ท่านก็ไม่รังเกียจ เช็ดตัว แม้กระทั่งที่มีกลิ่น กลัวว่าลูกศิษย์ของคุณยายทองสุกจะรังเกียจ ก็ใช้น้ำปรุงประพรมทั้งร่างกายคุณยายทองสุก เวลาซักผ้าจนร่างกายของคุณยายนี่มีกลิ่นน้ำเลือดน้ำนองของคุณยายทองสุกติดตัว แต่คุณยายอาจารย์ท่านก็ไม่เคยปฏิเสธ จนวันสุดท้ายที่คุณยายทองสุกจะลาโลก คุณยายทองสุกก็ละโลกไปด้วยความปีติใจ และในอ้อมกอดของคุณยายอาจารย์ของเรา นี่เป็นคุณธรรมที่คุณยายอาจารย์ของเราท่านได้ทุ่มเทเพื่อครูของท่าน
และที่สำคัญที่สุด ความกตัญญูอันดับ ๓ ที่หลวงพี่จะยกให้พวกเราฟังในวันนี้ เป็นความกตัญญูที่หลวงพี่เองภาคภูมิใจที่สุด นั่นก็คือคุณยายอาจารย์ของเราท่านกตัญญูต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รับคุณยายอาจารย์ของเราเข้ามาอยู่ในวัดปากน้ำ เมื่อคุณยายอายุได้ ๒๙ ปี คุณยายอาจารย์เป็นลูกสาวชาวนา ความเป็นลูกสาวชาวนานั้นอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ ข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ ไม่มี และเมื่อคุณยายเข้าไปสู่วัดปากน้ำนั้น คุณยายอาจารย์ของเราเข้าไปสู่โรงงานทำวิชชาเลย การฝึกฝนอบรมตนเองของคุณยายอาจารย์นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณยายอาจารย์ท่านฝึกด้วยตัวของท่านเองมาตลอด
จวบจนพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำจวนจะมรณภาพ พระเดชพระคุณท่านก็ได้สั่งคุณยายเอาไว้ว่าให้คุณยายอยู่ที่วัดปากน้ำนี้แหละ จะมีเด็กรุ่นหลังๆ ที่มีบุญบารมีมากๆ พอที่จะบรรลุธรรมตามมาให้คุณยายอาจารย์รอที่วัดปากน้ำ ความกตัญญูกตเวทิตาทีมีต่อพระเดชพระคุณนั้นท่วมท้นใจยาย คุณยายอาจารย์รับปาก เมื่อรับปากแล้วคุณยายก็ต้องทำให้ได้ ปัญหาและอุปสรรคมีเยอะ แต่คุณยายอาจารย์ของเราท่านกลับ กลับทำสิ่งเหล่านั้นให้ไม่มีในใจท่าน ท่านรอเราด้วยความลำบากมานานหลายปีทีเดียว
ซึ่งเมื่อท่านรวบรวมพวกเราได้ตามคำพูดของพระเดชพระคุณแล้ว คุณยายอาจารย์ก็กลับมาสร้างวัด ก็คือวัดพระธรรมกายนี้ วินาทีแรกที่คุณยายอาจารย์ได้รับคำสั่งอยู่ให้รอพวกเรา ความรู้คุณยายทางโลกนั้นน่ะแน่นอนเราก็รู้ว่าไม่มี และเป็นอุบาสิการ่างเล็กๆ อายุก็ ๖๐ กว่าปี ถ้าเปรียบพวกเราอายุ ๖๐ ปี พวกเราคงจะปลดตัวเองออกจากการทำงาน แต่คุณยายอาจารย์ของเราความที่ท่านมีความกตัญญูต่อครูของท่าน ท่านก็ทำหน้าที่ของลูกศิษย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ศิษย์เมื่อหาครูดีได้ เมื่อฟังคำสอนของครู แล้วมาตรองคำครูได้แล้ว ศิษย์ก็ทำตาม
พวกเราลองดูนะ คุณยายอาจารย์ไม่รู้จักใครเลย ไม่รู้จะสอนคนได้ยังไงบ้าง แต่ด้วยความเคารพที่คุณยายอาจารย์มีอย่างท่วมท้น คุณยายหาวิธีการจนได้ พวกเราดูเถอะ ฝั่งซ้ายมือของพวกเราที่เห็นอยู่ และตรงหน้าที่พวกเรายังมองเห็นนั้นคือผลงาน คือทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณยายอาจารย์ท่านได้สั่งสอน ท่านได้อบรม ท่านได้ถ่ายทอดคุณธรรมความดีของท่านมาให้ วัย ๖๐ ปีของท่าน เพศภาวะของอุบาสิการ่างเล็กก็ได้พิสูจน์ธาตุแท้ของลูก อันพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านให้สมญานามว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง นี่แหละเป็นความภาคภูมิใจที่หลวงพี่เองนึกถึงทีไร ปีติใจทุกที
การได้ฟังธรรมในแต่ละครั้ง แต่ละครั้งของพระอาจารย์ที่ท่านได้ขึ้นมาแสดงธรรมนั้น ในแต่ละวัน แต่ละองค์ แง่มุมคุณธรรมความดีของคุณยายนั้นไม่มีซ้ำเลย คุณยายอาจารย์ของเรามิได้เพียงแค่เป็นศิษย์ที่ดีเท่านั้น ถ้าหากว่าจะพูดต่อไปอีกให้พวกเราได้ซึ้งใจในคุณของครูของเรา คุณยายอาจารย์ท่านก็ยังเป็นครูอาจารย์ที่สมบูรณ์แบบ เพราะหน้าที่ของครู คุณยายอาจารย์ของเราทำได้ไม่บกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะหน้าที่ของความเป็นครูนั้นมีด้วยกัน ๕ อย่าง
อย่างแรก คุณยายอาจารย์ท่านแนะนำให้ศิษย์ของท่านเป็นคนดี ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายเพราะว่าพวกเราทุกๆ คนที่นั่ง ณ ที่นี้ก็สามารถที่จะตรองตามได้ว่าด้วยคำสอนของครูนั้นเราเป็นอย่างไร
ข้อที่ ๒. คุณยายอาจารย์ให้พวกเราได้เล่าเรียนในวิชาความรู้ที่ดีๆ นั่นก็คือสอนให้พวกเรารู้จักศูนย์กลางกาย สอนให้พวกเรารู้จักผิดชอบชั่วดี บุญบาป สิ่งนี้คุณยายอาจารย์ท่านทำมาตลอดชีวิตของท่าน
ข้อที่ ๓. คุณยายอาจารย์มีความรู้เท่าไหร่ คุณยายอาจารย์ถ่ายทอดให้หมดเกลี้ยงเลย ไม่ขยักไว้แม้แต่นิดเดียว อันนี้ก็ต้องรอพวกเรา เพราะว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเป็นผู้ที่มีได้รับการถ่ายทอดมาทั้งหมด
ข้อที่ ๔. ยกย่องในหมู่ของเพื่อนฝูง
และข้อที่ ๕. ป้องกันความชั่วในทิศทั้งหลาย
ทั้ง ๒ ข้อนี้จะรวม เพราะว่าคุณยายอาจารย์ท่านทำมาตลอด จะเห็นเด่นชัดก็คือกฏของวัดพระธรรมกาย ที่คุณยายอาจารย์ป้องกันศิษย์ไว้ทุกวิถีทาง มิให้สิ่งที่เป็นมลทินมาแปดเปื้อนศิษย์ของท่านได้ อย่างเช่นไม่ให้รับแขกในกุฏิ ให้มารับแขกในส่วนกลาง หรือหลายๆ อย่างที่ท่านได้สั่งสอนศิษย์ของท่านมา และสิ่งเหล่านี้เราก็ยังสืบทอดคำสั่งสอนของคุณยายมาตลอด
แต่เนื่องจากคุณยายอาจารย์มีศูนย์กลางกายที่พระธรรมกายไหลผุดซ้อน คำสอนของคุณยายอาจารย์ของเราจึงเปรียบเสมือนคำสอนของพระ ซึ่งเป็นคุณธรรมอันขั้นสูงที่สุด แต่คุณยายอาจารย์ของเราก็ทำได้ไม่บกพร่องอีกเช่นกัน คุณธรรมของความเป็นพระของท่านนั้นสอนมาว่า
๑. ห้ามมิให้ทำชั่ว และตั้งอยู่ในความดี
ข้อ ๒. ให้ตั้งอยู่ในความดี
คุณยายเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ดีของศิษย์ สิ่งที่ควรจะปรับปรุง สิ่งที่ควรจะแก้ไข คุณยายอาจารย์ไม่เคยนิ่งดูดายเลย จะบอกจะกล่าว จะพร่ำจะสอน จะตักจะเตือนอยู่ตลอดเวลา
ส่วนข้อที่ ๓. อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจงามนั้น คุณยายอาจารย์ของเรา ไม่ว่าใครจะมีความทุกข์ร้อนอะไร ให้ท่านช่วยเหลือ อย่างเช่นเอาบุญไปให้พ่อ เอาบุญไปให้แม่ที่หลับตาลาโลกไปแล้วอย่างนี้ หรือว่าช่วยให้หายป่วยหายไข้ ให้ร่ำให้รวย คุณยายอาจารย์ท่านก็จะอนุเคราะห์ด้วยน้ำใจงาม ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยกระทำสิ่งใดให้เป็นที่ขัดเคืองหรือไม่สบายใจแก่ศิษย์เลย
ข้อที่ ๔. ให้ฟังในสิ่งที่ไม่เคยฟัง เพราะพวกเราเองก็ยังไม่หมดกิเลส บางอย่างก็ดี บางอย่างก็ไม่ดี คุณยายอาจารย์ก็จะมีอะไรดีๆ มาเล่าให้ฟังตลอดเวลา เพื่อยกใจให้พวกเรามุ่งทำความดีตลอด ข้อที่ ๔. นี้จึงเป็นอันว่าพ้นไป
ส่วนข้อที่ ๕. เมื่อฟังแล้วเกิดความสงสัย คุณยายอาจารย์ท่านก็สามารถอธิบายได้ให้ได้อย่างแจ่มแจ้ง ไม่ติดขัดหรือไม่อึมครึม ชัดเจนทุกแง่มุม อันนี้เป็นความ เป็นคุณสมบัติของคุณยายอาจารย์ที่พวกเราเองซึ้งทุกๆ คน
และข้อที่ ๖. ข้อสุดท้าย คุณยายอาจารย์ได้บอกหนทางสวรรค์ บอกหนทางพระนิพพาน บอกหนทางที่จะไปที่สุดแห่งกองทุกข์ ที่สุดแห่งธรรม ให้กับพวกเราทุกๆ คนได้พูด ได้คิด ได้กระทำตามคุณยายอาจารย์ตลอดมา
ทั้งคุณธรรมที่คุณยายอาจารย์เป็นศิษย์เป็นลูก คุณยายอาจารย์ก็กระทำได้อย่างสมบูรณ์ คุณธรรมที่คุณยายอาจารย์เป็นครู เป็นอาจารย์ คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านก็ทำได้ไม่บกพร่องเลย หน้าที่ที่คุณยายท่านได้สั่งสอนอบรมพวกเรามาเป็นระยะเวลา ๓๐ ๔๐ ปีนี้ คุณธรรมทุกๆ อย่างที่คุณยายได้ทำ ที่ได้คิด ที่ได้พูด แล้วก็ลงมือปฏิบัติ ทั้งทำให้เป็นตัวอย่าง และสั่งสอนพร่ำเตือนพวกเราให้ได้ทำตามอย่างท่าน อย่างนี้จนขณะนี้คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านได้ทอดสรีระหยาบๆ อยู่ต่อหน้าพวกเรา ท่านทำ แม้แต่วันสุดท้ายของท่าน ด้วยน้ำใจ ด้วยความห่วงใย ด้วยความรัก ที่ครูมีต่อพวกเรา
หลวงพี่ทราบ หลวงพี่เข้าใจพวกเรารู้ชัด แต่ว่า ณ บัดนี้พวกเราลองคิดนะ ลองเอาคุณธรรมที่คุณยายทำมาทั้งหมดนั้นมาไตร่ตรอง มาคิด ว่า ณ บัดนี้เราจะตอบแทนคุณของครูของเราได้อย่างไร ชีวิตทั้งชีวิตของคุณยายอาจารย์ มุ่งทำกาย ทำวาจา ทำใจ ของตัวท่านเองให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์แล้วไม่พอ คุณยายอาจารย์ยังมุ่งให้ศิษย์ของท่านเป็นอย่างท่าน ด้วยคุณธรรมอันนี้ ด้วยความรู้สึกอย่างนี้ หลวงพี่ก็จะขอเชิญชวนให้พวกเรา วันนี้และ ณ บัดนี้ ความปรารถนาของคุณยายอาจารย์ของเราในการที่จะบูชาพระรัตนตรัย บูชาครูของท่านก็ยังไม่เรียบร้อย
แต่เนื่องจากว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ท่านเคยได้เขียนบทความขึ้นมาให้พวกเราได้ฟังว่า พวกเราอาจจะได้ฟังกันแล้ว หลายๆ คนเคยได้ฟังแล้ว หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยฟัง หรือบางคนได้ฟังแล้วก็ลืม หลวงพี่เองก็จะขอยกเอาข้อเขียนของพระเดชพระคุณมาเล่าให้พวกเราฟัง เพราะความปรารถนาของคุณยายเมื่อยังไม่สำเร็จ มันเป็นหน้าที่ของลูกศิษย์ทุกๆ คนที่จะต้องสานฝันคุณยายอาจารย์ให้สำเร็จให้ได้ แต่เนื่องจากว่าพระเดชพระคุณของเรา ท่านไม่ถนัดหน้าที่นี้ ท่านก็เลยผู้มีบุญ พวกเราอยากทราบไหมเอ่ย ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเขียนว่ายังไงบ้าง หลวงพี่เองก่อนที่จะขึ้นมาแสดงธรรมในวันนี้ หลวงพี่ก็เลยได้คิดว่าอยากจะให้พวกเราได้เข้าใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรา เพราะท่านกำลังรอพวกเราอยู่ ในคำเขียนของท่านนั้น ท่านเขียนไว้ว่า
อยากให้มีใครสักคน ช่วยปลดกังวล ให้ฉันพ้นพันธนาการ
ฉันเหนื่อยล้ามานาน ในงานที่ฉัน ไม่จัดเจน
เธอรู้ใช่ไหม หน้าที่นี้ ควรเป็นของใคร
แล้วทำไม จึงไม่ยอมเข้าใจ ปล่อยให้ฉันจำต้องทนฝืนทำ
ฉันจะเหลือเวลา อีกสักเท่าไหร่ ที่จะเหลือไว้ให้
ทำงานที่แท้จริง เป็นงานที่สำคัญยิ่ง เพื่อมวลมนุษยชาติและธาตุธรรม
เวลาของฉัน เหลือน้อยเต็มที กำลังริบหรี่
เหมือนอาทิตย์ใกล้อัศดง ชีวิตฉันคงไม่ยั่งยืนยง มั่นคงเป็นหมื่นปี
โปรดเถอะท่านผู้มีบารมี ให้โอกาสฉันเสียที ได้ทำงานที่แท้จริง
ขอเพียงพวกเราเข้าใจพระเดชพระคุณ ขอเพียงพวกเราเข้าใจคุณยายอาจารย์ พวกเราจะรู้เวลาของหลวงพ่อของเราเหลือน้อยจริงๆ ความกตัญญูที่พวกเรามีนั้น หลวงพี่ซาบซึ้ง หลวงพี่เข้าใจ แต่อยากให้พวกเรา ก่อนจะนอนคืนนี้ลองถามตัวเองว่าเราได้เป็นลูกหลานคุณยายอย่างเต็มกำลังแล้วหรือยัง เราได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เป็นหลานที่ดีของมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง แล้วหรือยัง
ความปรารถนาของครูของเรานั้น มิใช่เพียงเพื่อตัวท่านเท่านั้น ท่านทำทั้งหมดเพื่อพวกเรา ท่านทำเพื่อพวกเราจริงๆ และ ๕ ปีที่หลวงพี่เพิ่งจะเข้าวัดจนถึงปัจจุบันนี้ หลวงพี่ก็พิสูจน์ด้วยตัวของหลวงพี่เอง ทั้งที่หลวงพี่เองก็ไม่เคยเข้าวัดมาเลย ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ จนถึงปัจจุบัน จากครั้งแรกที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมู่คณะนี้ทำอะไร จนทราบ จนซึ้ง จนคิดว่าความรักความห่วงใยที่คุณยายอาจารย์ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยมีต่อเรานั้น ต่อให้หลวงพี่เอาชีวิตทั้งชีวิตของหลวงพี่มาทาทับแผ่นดินนี้ หลวงพี่ก็ไม่สามารถตอบแทนคุณของคุณยายอาจารย์ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้หมด
หลวงพี่ก็เลยขอเชิญชวนพวกเราทุกๆ คน ลูกๆ หลานๆ ของคุณยายอาจารย์ ของหลวงพ่อธัมมชโย ช่วยหลวงพ่อปลดงานหยาบของท่านให้สำเร็จ เพราะในชีวิตของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านไม่เคยขอร้องลูกเลย ท่านมีแต่ให้เราตลอดเวลา และคุณยายอาจารย์ท่านก็ให้เราตลอดเวลาเช่นกัน แต่ในฐานะของหลวงพี่เป็นลูกหลวงพ่อเช่นกัน หลวงพี่ก็เลยมาเชิญชวนพวกเราทุกๆ คน พ่อเราอายุ ๕๗ แล้ว งานที่ท่านทำท่านก็ไม่ถนัดเลย เราช่วยหลวงพ่อเถอะ ปลดหยาบหลวงพ่อให้ได้ และลองถามตัวเองว่า ณ บัดนี้พวกเราได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีของหลวงพ่อ หลานที่ดีของคุณยายอาจารย์แล้วหรือยัง
เอาล่ะ วันนี้หลวงพี่จะขอเชิญชวนพวกเราปฏิบัติบูชาด้วยการทำสมาธิ
ก่อนจะนั่ง ให้นึกอธิษฐานบุญกุศลที่เราตั้งใจทำมาดีแล้ว นับภพนับชาติไม่ถ้วน บุญกุศลที่พวกเราเป็นลูกเป็นหลานที่มีความกตัญญูกตเวที ขอบุญกุศลนี้ส่งผลให้พวกเราทุกๆ คนทำใจหยุดใจนิ่งได้โดยง่าย ต่างคนต่างทำสมาธิไปนะ
จากนี้ไปให้พวกเราทุกๆ คนตั้งจิตอธิษฐาน ด้วยบุญบารมีคุณความดีที่พวกเราตั้งใจทำมานับภพนับชาติไม่ถ้วน คุณความดีที่ตั้งใจทำในชาติปัจจุบัน และบุญบารมีที่จะกระทำให้ยิ่งๆ ขึ้นไปจนถึงที่สุดแห่งธรรมตามคุณยาย ตามพระเดชพระคุณ ขออำนาจบุญบารมีทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น จงประมวลรวมที่ศูนย์กลางกายของพวกเรา นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปให้พวกเราปลดงานหยาบของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้สำเร็จ และด้วยความกตัญญูที่พวกเรามีต่อพระเดชพระคุณและหมู่คณะของเรา ขออำนาจบุญบารมีนี้ส่งผลให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยและพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ผู้เป็นครูบาอาจารย์ของเรามีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง อย่าป่วยอย่าไข้ ให้เป็นหลักแก้ว ให้เป็นร่มโพธิแก้วไทรแก้วของพวกเรา ได้สร้างต่อจนถึงที่สุดแห่งธรรม
สัพเพ…
หน้า PAGE 8
440219FW-AAT