มหาบารมี ๑๐ ของคุณยาย
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขออนุญาตพระเถรานุเถระเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรท่านสาธุชนลูกหลานยายทุก ๆ ท่าน
ต้นแบบของนักสร้างบารมี
คุณยายได้ประสบความสำเร็จในชีวิต ๒ อย่าง คือ คำว่า “เราเกิดมาสร้างบารมี” ยายคือผู้นำของนักสร้างบารมีที่สร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ธรรมกายคือเป้าหมายชีวิต คุณยายก็ประสบความสมปรารถนา ได้เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ยังมีโอกาสได้ศึกษาวิชชาธรรมกายจนแตกฉานเชี่ยวชาญชำนาญญาณไม่ติดขัด เป็นที่ถูกอกถูกใจของหลวงปู่วัดปากน้ำ ถึงกับได้สมญานามว่า “ลูกจันทร์เป็นหนึ่งไม่มีสอง” นี่คือมหาปูชนียาจารย์ของเรา ผู้ทุ่มเทสร้างบารมีโดยเฉพาะในเรื่องการปฏิบัติธรรมอย่างสุดฤทธิ์สุดเดชเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
คุณยายเริ่มต้นชีวิตด้วยชีวิตที่เรียบง่าย ตั้งแต่เป็นหญิงชาวนาธรรมดา มาบวชเป็นแม่ชี จากแม่ชีธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นว่าเป็นผู้ที่นั่งสมาธิดี รู้ญาณแม่นยำ เป็นที่ถูกอกถูกใจของหลวงปู่วัดปากน้ำ จากเป็นแม่ชีธรรมดา ท่านพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการฝึกสมาธิ จนได้เป็นครูจันทร์ ครูจันทร์หรืออาจารย์จันทร์
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเป็นคนแรกที่เรียกคุณยายว่า คุณยาย สมัยก่อนเรียกแม่ชีจันทร์บ้าง คุณครูจันทร์บ้าง แล้วแต่ว่าใครจะถนัดในการเรียก แต่ตอนหลังเขาก็เรียกว่า คุณยายอาจารย์จันทร์ ต่อมาคุณธรรมความดีท่านเพิ่มมากขึ้น ท่านฝึกตัวเองมากขึ้น ก็ได้ชื่อว่าเป็นมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
สุดท้ายท่านได้รับการสถาปนาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยว่า คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง รัตนะก็คือแก้ว คุณยายเป็นมหาอุบาสิกาที่ นอกจากนั่งใกล้พระรัตนตรัยแล้ว ยังได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เข้าถึงองค์พระธรรมกาย ที่เรียกว่าพุทธรัตนะ เข้าถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมรัตนะ เข้าถึงสังฆรัตนะคือองค์พระธรรมกายที่ชัดใส สว่าง ละเอียดซ้อน ๆ กันเข้าไปอยู่ภายใน นอกจากท่านเข้าถึงแล้วยังไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรัตนะภายในนั้นด้วย จึงสมควรแล้วที่ท่านได้รับฉายานามว่ามหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เหล่าศิษยานุศิษย์ที่ได้กราบท่าน ทั้งกราบคุณธรรม และกราบธรรมกายภายในที่ท่านได้เข้าถึง เราจะได้มีส่วนรู้ส่วนเห็นในธรรมนั้นด้วย
วีรสตรีแห่งศตวรรษ
หากจะกล่าวถึงว่า วีรสตรีแห่งศตวรรษ เพราะมีการทำคุณงามความดีให้บังเกิดขึ้นแก่ชาวโลก ก็ต้องบอกว่าคุณยายอาจารย์ คือวีรสตรีแห่งศตวรรษที่แท้จริง เพราะว่าท่านเกิดมาเพื่อนำพาสันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่ชาวโลกอย่างแท้จริง ท่านทำตามหลักพุทธวิธี คือสอนคนให้เป็นคนดี สอนลูกหลานทุกคนที่มาหาให้ใจหยุดใจนิ่ง ให้รักในการสั่งสมบุญ
เพื่อสรรค์สร้างสังคมมนุษย์ ท่านเกิดมาเพื่อยั้งหยุดความโฉดเขลา ท่านเกิดมาเพื่อขจัดความมัวเมา ท่านเกิดมาเพื่อไต่เต้าทางนิพพาน ลองนึกดูซิว่าจะมีสตรีท่านใดในปัจจุบันนี้ที่มีจิตมุ่งมั่น มีอุดมการณ์สูงส่งในการที่จะทำตัวเองให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ อยากจะศึกษาเรื่องราวภายในที่ชาวโลกทั่วไปเขาคิดไม่ถึง ส่วนใหญ่เขาคิดเรื่องศึกษาวิชาการทางโลกให้จบหลาย ๆ แขนง แต่คุณยายอยากจะศึกษาวิชชาธรรมกาย เพราะว่าวิชชาธรรมกายเป็นสุดยอดของสรรพศาสตร์ คุณยายจึงตั้งใจศึกษาวิชชาธรรมกาย แล้วนำความรู้เหล่านั้นซึ่งเป็นความรู้อันบริสุทธิ์ เกิดจากใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ดีแล้ว มาแนะนำศิษยานุศิษย์ให้เข้าถึงธรรมกาย ให้เข้าถึงสันติสุขภายในตามท่านไปด้วย เพราะคุณยายตระหนักเสมอว่า “สันติภาพของโลกจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากสันติสุขภายใน สันติสุขภายในต้องเกิดจากใจหยุดนิ่ง” คุณยายทำเป็นต้นแบบ แล้วก็แนะนำมาเรื่อย ๆ
พระพุทธเจ้าชนะกิเลส ยังไม่ชนะมาร
โดยทั่วไปพระบรมโพธิสัตว์เจ้าผู้มีจิตใจสูงส่ง ตั้งใจว่าจะบำเพ็ญตนเป็นพระบรมโพธิสัตว์ เพื่อนำพาสรรพสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ได้สร้างบารมี ๔ อสงไขยแสนมหากัปบ้าง ๘ อสงไขยบ้าง ๑๖ อสงไขย ขึ้นอยู่กับความเพียร ปัญญาหรือศรัทธาของแต่ละท่าน เมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยมก็ลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ แล้วนำพาสรรพสัตว์เข้าสู่ฝั่งพระนิพพานได้จำนวนหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเอาชนะกิเลสอาสวะที่นอนเนื่องอยู่ในใจ แต่ว่ายังไม่ได้เอาชนะพญามาร เพียงแค่พญามารขัดขวางหนทางการตรัสรู้ธรรมของท่านไม่ได้ หมายถึง ท่านหลุดพ้นจากความเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารได้แล้ว และก็สอนสาวกให้หลุดพ้นตาม เพราะฉะนั้นเราจึงได้ยินว่า พระพุทธเจ้าหรือเหล่าอรหันตสาวกมักถูกมารรบกวนอยู่เป็นประจำ
ในสมัยหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองเวรัญชา พญามารดลจิตดลใจให้คนทั้งเมืองไม่ให้ไปใส่บาตรพระพุทธเจ้าและอรหันต์สาวก
เมื่อคนทั้งเมืองไม่ใส่บาตร พระโมคคัลลานะซึ่งเป็นอัครสาวกผู้มีฤทธิ์มาก ได้ขออนุญาตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า จะพาพระสงฆ์ไปบิณฑบาตที่อุตตรกุรุทวีป หรือไม่ก็จะพลิกแผ่นดิน เอาง้วนดินมาให้ภิกษุได้ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ทรงอนุญาต เพราะถือว่าเป็นทิฎฐานุคติ ว่าต่อไปในอนาคตภิกษุผู้ตามมาภายหลัง เมื่อไม่มีฤทธิ์มีเดชแล้ว ญาติโยมจะได้ไม่มองว่าถ้าองค์ไหนมีฤทธิ์ก็จะทำบุญกับพระองค์นั้นมาก ๆ องค์ไหนไม่มีฤทธิ์ก็จะไม่ทำบุญ พระพุทธเจ้าทรงเห็นผลดีตรงนี้จึงไม่ได้อนุญาต
ในสมัยนั้นพญามารเองรบกวนตลอดเลย รบกวนแม้กระทั่งภิกษุ ภิกษุณี ดังนั้นในการที่จะนำพาสรรพสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน จึงมีจำนวนหนึ่ง แม้จะมีรัศมีกายสว่างไสว เหมือนอย่างพระมังคละพุทธเจ้าผู้มีรัศมีกายกลบหมื่นโลกธาตุ อายุยืน ๘๐,๐๐๐ ปี เวลาเทศนาธรรมมีเวไนยสัตว์เข้าถึงธรรมกันนับไม่ถ้วน ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะนำมาพาสรรพสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้หมด จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ทั้งอดีต ปัจจุบัน แล้วก็ในอนาคต
พระนิพพาน ที่สุดแห่งธรรม
คุณยายว่าจะต้องนำสรรพสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพานให้หมด จึงจำเป็นที่ต้องสร้างบารมีชนิดทุ่มสุดตัวสุดหัวใจ ทุ่มสุดฤทธิ์สุดเดช แล้วการสร้างบารมีนั้นจะต้องสร้างบารมีกันไปเป็นทีม คุณยายเริ่มที่จะขยายวิชชาธรรมกาย ด้วยการสร้างลูกศิษย์
เริ่มตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว จนถึงหมู่คณะของพวกเรา เป็นหมู่คณะใหญ่ที่หาได้ยากอย่างยิ่ง เป้าหมายของท่านยิ่งใหญ่มาก จึงอยากจะชี้ให้ดูว่า ทำไมปัจจุบันนี้เราได้ยินคำว่า ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมบ่อย
ถ้าหากพระบรมโพธิสัตว์เจ้าสร้างบารมีแล้ว ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำสรรพสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน คือยังไม่สามารถรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่ฝั่งนิพพานได้หมด ก็เรียกว่าเข้าสู่พระนิพพาน แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่รื้อสัตว์ขนสัตว์เข้าสู่พระนิพพานได้หมด ชนิดสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ชนะตลอด ชนะกระทั่งกิเลสในตัวเอง ชนะแม้กระทั่งพญามาร สามารถปราบมารประหารกิเลส ให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษได้สำเร็จ
คำว่าปราบมารนั้นถ้าเราไปแสวงหาทั่วโลก หาบุคคลที่จะกล่าวคำว่าปราบมารยากยิ่งนัก ผู้อ่านพระไตรปิฎกจบไม่สามารถที่จะเข้าใจว่าลักษณะตัวตนของพญามารเป็นยังไง แต่หลวงปู่วัดปากน้ำ หรือคุณยายอาจารย์ ท่านกล้าที่จะใช้คำว่า ปราบมารประหารให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ หมายความว่า เมื่อเราชนะทั้งกิเลสในตัวเอง แล้วปราบมารได้หมด นำสรรพสัตว์ทั้งหลายไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้หมด เมื่อนั้นแหละจึงถึง “ที่สุดแห่งธรรม”
ทานบารมี
ทุกคนมีสิทธิ์คิดใหญ่ มีสิทธิ์คิดที่จะบำเพ็ญตนเป็นพระบรมโพธิสัตว์เจ้าได้ เพียงแต่ว่าความคิดนั้นจะยิ่งใหญ่สักปานใดก็ได้เท่าที่ทำ แต่ถ้าเราทุ่มเทสุดตัวสุดหัวใจ อย่างน้อยเราได้สร้างบารมีร่วมกับหลวงพ่อ คุณยายไปทุกภพทุกชาติก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ในเรื่องทานบารมีนั้น คุณยายทุ่มชีวิตในการสร้างทานบารมี คือได้ทอดกฐิน ปีพุทธศักราช ๒๕๓๑ เป็นกฐินยายครั้งแรกที่คุณยายได้เป็นเจ้าภาพกฐิน แล้วก็เดินทางไปทั่วประเทศ หญิงชราวัยอายุ ๘๐ เศษ อยากจะสร้างมหาทานบารมี เดินทางขึ้นรถลงเรือ ไปเหนือล่องใต้ ไปหาลูกศิษย์ลูกหาที่ท่านรู้จัก ไปตามศูนย์กัลยาณมิตรทั้งพิษณุโลก เชียงใหม่ อุบลฯ แม้กระทั่งลงไปทางใต้ คุณยายก็ไป ภูเก็ตคุณยายก็ไป ซึ่งเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยาก จึงไม่ต้องมีการซื้อขายภายในวัด แจกอย่างเดียว นี่คือหัวใจของบรมโพธิสัตว์
พระบรมโพธิสัตว์ก่อนจะออกบวช ท่านมีทรัพย์สมบัติมากมายเพียงไร จะทำการบริจาคทานเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยออกบวช พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราบำเพ็ญมหาทานบารมีชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สละดวงตามากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า ตัดศีรษะเป็นทานมากกว่าผลมะพร้าวในชมพูทวีปทั้งสิ้น สละเลือดเป็นทาน มากกว่าน้ำในมหาสมุทร สละเนื้อให้เป็นทานเพื่อหวังพุทธญาณมากกว่าพื้นปฐพี
ศีลบารมี คุณยายเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์มาก กาย วาจา ใจของท่าน บริสุทธิ์ผุดผ่อง ท่านรักษาศีล ๘ มาตั้งแต่อายุ ๒๙ จนถึง ๙๒ ความบริสุทธิ์ของคุณยายนั้นหาใครเทียบได้ยากยิ่งนัก ความเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ของคุณยายเกิดเป็นสมาธิที่ตั้งมั่น เพราะว่าศีลนั้นเป็นบรรทัดฐานที่จะทำให้สมาธิก้าวหน้า ถ้าศีลไม่บริสุทธิ์ ใจไม่สะอาด สมาธิก็ไม่ก้าวหน้า ตรงนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ศีลคุณยายบริสุทธิ์มาก สมาธิจิตของท่านถึงมีพลังมาก ใจท่านมีพลังที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง
เนกขัมมะบารมีก็คือ การออกบวช คุณยายแม้เป็นหญิง แต่ใจท่านนั้นยิ่งชาย ใจท่านไม่คิดที่จะครองเรือน ท่านคิดอย่างเดียวว่าจะต้องศึกษาวิชชาธรรมกายกับหลวงปู่วัดปากน้ำ แม้สมัยแรกที่บอกว่า จะตามหาพ่อ ท่านก็ตามหาจนพบ นั่นคือเป้าหมายแรก สามารถที่จะอาศัยวิชชาธรรมกายไปช่วยพ่อขึ้นจากนรกได้ เมื่อสมปรารถนาแล้ว ทำไมคุณยายไม่กลับไปบ้าน เพราะคุณยายเห็นว่าสิ่งที่ดีเลิศประเสริฐกว่านั้นยังมีอยู่ คือการได้ศึกษาวิชชาธรรมกายกับหลวงปู่วัดปากน้ำ
การออกบวชของคุณยายที่นับเป็นตัวอย่างที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง ท่านยังไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปวัดปากน้ำนั้นเป็นอย่างไร เพราะท่านยังไม่เคยไป แล้วยังไม่รู้เลยว่าถ้าไปแล้วจะได้รับการต้อนรับดีไหม เพราะว่าท่านไม่มีญาติพี่น้อง ไปครั้งแรกก็เพียงแค่ไปขอปฏิบัติธรรม ๑ เดือน ขอนั่งสมาธิก่อน ๑ เดือน พอนั่งก็นั่งดีมาก พอครบกำหนดทางคุณนายจะมาพากลับ
คุณยายกับคุณยายทองสุกก็เลยตัดสินใจบวชวันนั้นเลย ไปเช่าผ้าขาวมาบวชเป็นแม่ชี หลวงปู่วัดปากน้ำปลื้มใจมาก คือท่านก็เกรงว่าคุณนายเลี๊ยบจะพาคุณยายกลับบ้าน แต่คุณยายตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ตัดจากชีวิตฆราวาส แล้วก็อุทิศตนให้กับพุทธศาสนา ศึกษาวิชชาธรรมกายเรื่อยมา ตั้งแต่นั้นมาศีล คุณยายก็บำเพ็ญเนกขัมมะบารมี ประพฤติธรรมอย่างเอาจริงเอาจังจนตลอดชีวิต
พระบรมโพธิสัตว์เจ้า เมื่อออกบำเพ็ญเนกขัมมะบารมี ท่านพยายามที่จะหาศูนย์กลางกาย พยายามที่จะหาทางดำเนินจิตเข้าสู่กลางภายใน แต่ท่านก็หาไม่เจอ การที่จะเอาใจมาหยุดนิ่งไว้ตรงกลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ค้นพบกันง่าย ๆ การค้นพบศูนย์กลางกายของหลวงปู่วัดปากน้ำนั้น จึงเป็นการค้นพบที่ไม่มีสิ่งใด ๆ มาเปรียบได้ ไม่มีสิ่งอะไรมาเปรียบได้ เพราะว่าเหมือนกับเป็นประตู ไม่ใช่ประตูสู่สวรรค์ เป็นประตูไขไปสู่อายตนนิพพาน การจะไปนิพพานได้ ใจต้องหยุดที่กลางกายฐานที่ ๗ เท่านั้น
เพราะฉะนั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแต่ละท่าน ทำได้อย่างมาก คือการบำเพ็ญตบะ จนได้ฌานสมาบัติ พอละโลกไปด้วยอานุภาพฌานสมาบัติ จะทำให้ได้ไปพรหมโลก กี่ภพกี่ชาติของท่านก็พยายามที่จะหาศูนย์กลางกายตรงนี้ เพราะนี่คือทางสู่การตรัสรู้ธรรม
ส่วนคุณยายหาศูนย์กลางกายเจอ แล้วก็รู้แล้วว่าการจะไปสู่อายตนนิพานนั้นต้องทำอย่างไร ด้วยหัวใจของความเป็นยอดนักสร้างบารมีที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน จึงตั้งใจจะสร้างบารมีเยี่ยงนี้ ย่ำธรรมไพรีเรื่อยไปจนกว่าจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้หมด
ปัญญาบารมีของคุณยายเป็นยอด ความสำเร็จทุกอย่างในวัดนี้เกิดจากความเป็นผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลมของคุณยาย ตั้งแต่เริ่มตั้งกฎระเบียบภายในวัด เช่น ไม่ให้มีการต้อนรับแขกในกุฏิ ไม่ให้นำหนังสือพิมพ์ที่ทำให้ใจเรารุ่มร้อนเข้ามาอ่านในวัด คุณยายท่านมีปัญญาเป็นเลิศว่า ทำอย่างไรจะให้คนที่มาวัด มีความคิด คำพูด และการกระทำในเรื่องเดียวกัน
ในที่สุดทุกท่านที่มาวัดก็มีจิตมุ่งไปในเรื่องเดียวกัน คือคิดว่าอย่างใจจะบริสุทธิ์หยุดนิ่ง ทำอย่างไรจะเข้าถึงธรรม ทำอย่างไรเราจะได้มีทานบารมีเยอะ ๆ ศีลจะได้บริสุทธิ์ มีความคิด คำพูด และการกระทำในเรื่องเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน
คุณยายมีปัญญาในการตัดสินใจที่น่ายกย่องมาก เริ่มต้นตั้งแต่คุณยายกล้าตัดสินใจออกจากบ้าน น่าอัศจรรย์แค่ไหนว่าอยู่กับบ้านสบาย ๆ อย่างมีความสุข แล้วก็ไม่ได้มีใครชวน ได้ยินคำว่าธรรมกายแล้วทนไม่ได้ อยากจะไปหาหลวงปู่วัดปากน้ำ อยากจะไปศึกษาวิชชาธรรมกาย พอเข้าถึงพระธรรมกาย นำพ่อขึ้นจากนรกได้แล้ว คุณยายก็ตัดสินใจอีกว่าจะไม่กลับบ้านแล้ว จะต้องไปที่วัดปากน้ำ ไปศึกษาวิชชาธรรมกาย นี่คือความเป็นคนที่กล้าตัดสิน และตัดสินใจ นั่นคือความเป็นผู้ที่มีปัญญาเป็นเลิศนั่นเอง คุณยายจึงเดินบนเส้นทางธรรมมาตลอด
วิริยะบารมี คุณยายมีความเพียรในการนั่งสมาธิ ในโลกนี้ ผู้ที่ได้ยินคำว่าธรรมกาย แบ่งความรู้สึกเป็น ๓ อย่าง คือ
๑. ได้ยินเรื่องธรรมกายแล้วอยากเข้าถึง แต่ก็ยังรู้สึกเรื่อยเปื่อย นั่งบ้างไม่นั่งบ้าง โอ้ วันนี้นั่งแล้ว พรุ่งนี้ค่อยนั่งแล้วกัน ก็จะมีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไข แต่ก็อยากเข้าถึงเหมือนกัน เพียงแต่ว่าไม่ได้รีบอะไร คือนั่งไปเรื่อย ๆ เหมือนที่คุณยายสอนว่ากำปั้นทุบดิน นั่งเมื่อไหร่ก็เหมือนเอากำปั้นทุบดิน ได้บุญทุกครั้ง
แต่คุณยายเป็นประเภทที่ ๓ คือ เร็ว ๆ พอได้ยินคำว่าธรรมกายแล้วนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องรีบมาปฏิบัติธรรม พอมีคุณยายทองสุกมาสอน ก็หาทางว่าทำยังไงจะเข้าถึงพระธรรมกาย มุ่งเต็มที่เลย สุดท้ายคุณยายก็สมปรารถนาได้เข้าถึงพระธรรมกาย
บางคนเป็นประเภทเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตั้งใจมั่นว่าฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย คอขาดบาดตาย ไม่ได้ไม่ลุกจากที่ ซึ่งก็คือหลวงปู่วัดปากน้ำนั่นเอง ท่านยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แต่พวกเราถ้าจะให้ฟ้าถล่ม แผ่นดินจะทลาย คอขาดบาดตาย คงต้องมีการสวดอภิธรรมกันแน่เลย เพราะบารมีของเรายังอ่อนอยู่
การจะนั่งสมาธิได้ดีต้องมีขันติ เพราะคุณยายนั่งกลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง คุณยายจึงมีขันติบารมีเป็นยอด คุณยายมีความอดทนมาก ถ้าไม่อดทน เหนื่อยนิดหน่อยก็ลุกไปเข้าห้องน้ำแล้ว แต่คุณยายบอกยายไม่ใช่อย่างนั้น เข้าไปนั่งก่อนคนอื่น แล้วก็ออกทีหลัง เพราะว่าอยากจะศึกษาวิชชาธรรมกาย คุณยายจึงเป็นผู้มีความอดทนเป็นเลิศ
สัจจะบารมี คุณยายเป็นคนที่มีสัจจะต่อบุญ คุณยายอ่านพระไตรปิฎกไม่ออก เพราะว่าคุณยายไม่ได้เรียนหนังสือ แต่คุณยายสามารถที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ บางคนอ่านพระไตรปิฎกได้เป็นเล่ม ๆ แต่ไม่สามารถที่ปฏิบัติตามได้ แต่คุณยายท่านจะสอนภาษาชาวบ้านว่าบุญเล็กบุญน้อยก็เก็บไปเถอะ อย่าไปดูถูกบุญว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ บุญเล็กบุญน้อย บุญใหญ่ทำไปเถอะ เก็บเพชรเก็บพลอย เก็บขยะ กวาดถนน กวาดใบไม้นี่เป็นบุญทั้งนั้น ทำเล็กทำน้อยแล้วก็บุญก็เต็มเอง คุณยายจะสอนง่าย ๆ ท่านสอนตรงกับพุทธพจน์ที่ว่า
มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ
อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ
ปูรติ ธีโร ปุญฺญสฺส โถกํ โถกํปิ อาจิณํ
บุคคลไม่ควรดูหมิ่นว่ามีประมาณน้อยจะไม่มาถึง น้ำหยดลงทีละหยด ย่อมเต็มตุ่มได้ฉันใด บุญที่เราทำทีละเล็กทีละน้อยนั้นย่อมเต็มเปี่ยมได้ฉันนั้น
อธิษฐานบารมี คำอธิษฐานของคุณยาย คือ “ขอให้ยายมีความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ” ถือเป็นอธิษฐานครอบจักรวาล อันที่จริงแล้วคุณยายอธิษฐานไว้เยอะมาก บริสุทธิ์กายก็ตั้งแต่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่เจ้าชู้ ไม่ประพฤติผิดในกาม บริสุทธิ์ วาจาคือ ไม่พูดเท็จ ส่อเสียด คำหยาบ เพ้อเจ้อ บริสุทธิ์ใจ คือ ไม่โลภ ไม่พยาบาท เห็นถูกตามทำนองคลองธรรม
การอธิษฐานอย่างนี้เป็นเหตุให้ศีลบริสุทธิ์ ผู้ที่บริสุทธิ์กาย วาจา ใจ จะทำให้ญาณทัสสนะแม่นยำ เขาเรียกว่าเชี่ยวชาญชำนาญญาณไม่ติดขัด เพราะว่าศีลบริสุทธิ์มาก
เมตตาบารมี คุณยายมีเมตตา มีมหากรุณาเป็นเลิศ มีมหากรุณาไม่มีประมาณ ยามปกติของวันเสาร์ วันอาทิตย์คนแก่ควรจะได้พักผ่อน แต่คุณยายจะต้องลงมานั่งต้อนรับแขก เพื่อให้ลูกหลานมาขอบุญ ใครตกทุกข์ได้ยากเรื่องอะไร คุณยายก็ช่วยเหลือตลอดเลย
พระเดชพระคุณหลวงพ่อเปรียบคุณยายว่าเป็นเหมือนมหาเจดีย์ เพราะว่าท่านเป็นทางผ่านของผู้รู้ ซึ่งภายในนับพระองค์ไม่ถ้วน กายท่านจึงบริสุทธิ์ เข้าไปพบกับผู้บริสุทธิ์ภายใน ใครก็ตามที่มาทำบุญกับคุณยายจึงได้บุญ
ประการสุดท้ายคืออุเบกขาบารมี คนที่มีอุเบกขาบารมีมาก จะเข้าถึงพระธรรมกายได้ง่าย จะนั่งสมาธิก็ใจหยุดนิ่งได้อย่างรวดเร็ว จะเข้าถึงธรรมได้ง่าย เพราะว่าเป็นคนที่ปล่อยวางในโลกธรรมทั้ง ๘ ไม่ว่าจะมีลาภ เสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ คุณยายไม่ได้ยึดไม่ได้ติดตรงนั้นเลย คุณยายมุ่งเรื่อง เรื่องว่าทำอย่างไรจะบริสุทธิ์ ทำอย่างไรจะไปปราบมารถึงที่สุดแห่งธรรม เมื่อคุณยายไม่ยึดติดตรงนั้น อุเบกขาธรรมของคุณยายจึงเป็นเลิศ เวลาที่ใครมาว่าร้ายคุณยาย ท่านก็นิ่งเฉย ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย หรือแม้กระทั่งเจอเรื่องดี ๆ มีคนชื่นชมคุณยาย ท่านก็ไม่ได้ดีอกดีใจออกนอกหน้า แล้วท่านก็ไม่ได้เป็นคนขี้โม้ด้วย
คำว่า “ลูกจันทร์เป็นหนึ่งไม่มีสอง”นี้ คุณยายบอกหลวงพ่อธัมมชโยรูปเดียว หลวงปู่วัดปากน้ำเป็นคนชม เนื่องจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นบุคคลไม่ปิดบังความดีของคนอื่นอยู่แล้ว ใครทำความดีนิดหน่อย ท่านก็เอาคุณความดีของบุคคลนั้นมาขยายให้ชาวโลกได้รับรู้ จะได้มีการประพฤติปฏิบัติตามยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทำให้เรารู้ว่าอ๋อ คุณยายของเราเป็นหนึ่งไม่มีสอง
นี่คือบารมี ๑๐ ทัศที่ลูกหลานคุณยาย ควรจะได้ดำเนินตามแบบอย่าง ท่านได้ดำเนินตามเยี่ยงอย่างของบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายได้อย่างเรียบร้อย เหลือแต่ตอนนี้ เมื่อนึกถึงยายคราวใด ก็ขอให้พวกเรามีกำลังใจที่จะสร้างบารมี เพื่อก้าว ก้าวสู่ความสูงส่งของชีวิตให้ได้
*********************************** จบ ***********************************