คุณยายอาจารย์และการปกครองหมู่คณะในยุคบุกเบิกสร้างวัด (๔)
(ม้วน 1/A)
พระฐิตสุทโธ : ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และกัลยาณมิตรทุกๆ ท่าน (สาธุ)
ตราบใดที่ทายกทายิกายังให้ทาน ยังรักษาศีล ยังเจริญภาวนาอยู่ พระพุทธ พระพุทธศาสนาของเราก็จะดำรงอยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่ทายกทายิกาไม่เข้าวัดปฏิบัติธรรม ไม่ทำทาน ไม่รักษาศีล พระพุทธศาสนาของเราก็ไม่สามารถจะดำรงอยู่ได้ วัดพระธรรมกายของเราก็เหมือนกัน ตราบใดที่สาธุชนทั้งหลายยังเข้าวัดรักษาศีล ยังทำทาน ยังเจริญภาวนาอยู่ วัดเราก็ยังดำรงอยู่ได้
คุณยายเห็นความสำคัญอันนี้ ตั้งแต่บ้านธรรมประสิทธิ์ ซึ่งตอนนั้นเรายังเป็นกลุ่มเล็กๆ คนที่เข้าบ้านธรรมประสิทธิ์เป็นจำนวนร้อย ยายจะให้การต้อนรับทุกๆ คนที่ไปบ้าน รักษาศรัทธาทุกๆ คนที่ไปที่บ้านธรรมประสิทธิ์ จะให้การต้อนรับด้วยกิริยาที่อ่อนน้อมถ่อมตน เมื่อเราย้ายมาอยู่ที่คลองสามนี่ โดยใช้ชื่อว่าศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม คนจากจำนวนร้อยเพิ่มเป็นจำนวนพัน จากศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมเป็นวัดพระธรรมกาย คนที่เข้าวัดก็เพิ่มจากจำนวนพันเป็นจำนวนหมื่น จนกระทั่งปัจจุบันนี้นี่ เรายังใช้ชื่อวัดพระธรรมกาย แต่ว่าอีกอันหนึ่งเราเรียกว่าศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก
ซึ่งปัจจุบันนี้คนเป็นเรือนแสนปฏิปทาของคุณยายก็ไม่เปลี่ยนแปลง คือยังมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้การต้อนรับสาธุชนที่มาที่วัดนี้ด้วยความอบอุ่น ปฏิปทาอันนี้ของคุณยาย ยายถือว่าทุกๆ คนที่มาที่วัดนี้ ถ้าเขายังมีศรัทธาอยู่ เขามีศรัทธาอยู่ วัดเราก็อาศัยแรงศรัทธาที่เขามีอยู่นี่ ทำให้เราไม่ลำบากเรื่องอาหารขบฉันก็ดี หรือแม้จะปัจจัยในการก่อสร้างก็ดี
อาตมาจะยกตัวอย่างสมัยที่เราย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์มาอยู่ที่นี่ ที่คุณยายได้วางกฎเกณฑ์ไว้ว่าพระของเราไม่ต้องออกบิณฑบาต ไม่รับกิจนิมนต์ข้างนอก ยายบอกยายจะเลี้ยงเอง การที่เราไม่ได้ออกไปบิณฑบาตนี่ เพราะว่าพระเรามีอยู่ไม่มากนัก กิจกรรมก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าเราออกไปบิณฑบาต เราจะใช้เวลาในการออกไปบิณฑบาตนี่มากพอสมควร หรือถ้าเรารับกิจนิมนต์ข้างนอก ญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด มาแล้วไม่พบพระ ศรัทธาก็จะเสื่อมถอยลงได้
คุณยายได้กฎเกณฑ์ไว้ว่าพระไม่ต้องบิณฑบาต ยายจะเลี้ยงเอง ในยุคนั้นนี่อาหารที่เราทำ ส่วนหนึ่งนี่จากเออ เด็กวัดที่ยายมอบหมายให้ดูแลเรื่องครัว จะเป็นส่วนเสริม อาหารหลักของเรานี่ได้จากอาหารที่ญาติโยมนี่นำมาจากที่บ้าน อาจจะใส่หม้อใส่ปิ่นโตมา แล้วอีกส่วนหนึ่งจากร้านอาหาร เพราะว่าตอนนั้นนอกจากพระแล้วก็มีเด็กวัดจำนวนมากพอสมควร อาหารหลักจะต้องมี เพราะงั้นอาหารส่วนหนึ่งเราสั่งจากร้านอาหาร
ร้านอาหารที่ว่านี่ก็เป็นห้องแถวไม้ ๒ ห้อง อยู่ที่บางขันธ์ เป็นห้องแถวไม้ ๒ ห้องอยู่ที่บางขันธ์ ซึ่งเราสั่งประจำ อาหารส่วนหนึ่งก็ใช้เลี้ยงพระ แล้วก็เลี้ยงญาติโยมด้วย อาหารที่สั่งก็ตอนนั้นคิดว่าประมาณ ๒ อย่าง ไม่มากนัก แต่ว่าเป็นหม้อ สั่งมาเป็นหม้อใหญ่นะ
อีกส่วนหนึ่งได้จากญาติโยมที่มา ใส่ปิ่นโตมาบ้าง ถ้าวันไหนญาติโยมที่มามาก อุบาสกที่ดูแลในครัวก็ไม่ต้องทำอาหาร แต่ว่าถ้าเกิดวันไหนอุบาสกดูแล้วนี่ญาติโยมไม่ค่อยมีมาก ก็จะทำอาหารเสริมขึ้นอีกสัก ๒-๓ อย่าง เพราะฉะนั้นญาติโยมที่เอาอาหารมายุคนั้นนี่จะเข้าไปถึงในครัว ซึ่งยายจะให้การต้อนรับ ให้จัดอาหารได้ เพราะงั้นในครัวนี่ยายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะ เป็นจุดแรกที่ญาติโยมเข้ามานี่ เข้ามาด้วยศรัทธานี่จะได้ทำบุญ
เพราะงั้นอยู่ในครัวนี่ คุณยายจะดูเจ้าหน้าที่ในครัว เจ้าหน้าที่ในครัวนี่จะต้องเป็นคนที่เออ มีมนุษย์สัมพันธ์ ให้การต้อนรับญาติโยมที่นำอาหารมา ก็มีเหมือนกันที่ลูกศิษย์คุณยายบางคนซึ่งอาจจะเป็นคนเข้มงวดเข้าไปอยู่ในครัว บางทีญาติโยมที่มาทำอะไรไม่ถูก ก็จะดุญาติโยม ถ้าคุณยายรู้เข้า คุณยายก็สั่งบอกไม่ให้มายุ่งในครัวนะ ลูกศิษย์คุณยายที่เข้มงวดทั้งหลายนี่ คุณยายจะสั่งไม่ให้ยุ่งในครัว ยายจะสั่งว่าเวลาคนมา ให้ไปนั่งสมาธินะ ในครัวไม่ต้องไปยุ่งกะเขา เพราะคุณยายเห็นว่า เล็งเห็นว่าคนที่มาใหม่นี่ ถ้ามีคำพูดหรือกิริยาต่างๆ ที่ไปกระทบ ศรัทธาเขายังไม่มั่นคง ก็อาจจะทำให้ศรัทธาเขาเสื่อมถอยได้ เพราะงั้นในครัวในจุดนี้ ยายจะดูแลเองอย่างใกล้ชิด
อาจจะ เหตุที่ยายเคยเห็นสมัยวัดปากน้ำ เป็นคนอยู่ในครัวบางคนนี่แสดงกิริยาอาการไม่เหมาะสม หรือพูดไม่เหมาะสม ยายเห็นแล้วนี่ยายดูว่าถ้ากิริยาก็ดี คำพูดก็ดี เหล่านี้ ถ้าไปกระทบกับคนที่ยังศรัทธาไม่เหนียวแน่น ก็อาจจะทำให้เกิดศรัทธาลดถอยลงได้ เพราะฉะนั้นในยุคนั้นนี่ซึ่งคนยังไม่มากนัก ยายเข้าไปดูแลเองอย่างใกล้ชิด
อาหารที่เราสั่ง นอกจากเลี้ยงพระแล้วก็เลี้ยงญาติโยมนะ หรือตอนอบรมธรรมทายาทก็ดี ซึ่งมีผู้มาอบรมนี่หลายสิบคน จากหลายสิบก็เพิ่มเป็นร้อย อาหารเราเองนี่ เด็กวัดเราเองไม่ใช่มืออาชีพ ไม่ใช่พ่อครัวโดยอาชีพ เพราะงั้นทำอาหารนี่รสชาติแค่พอทานได้นะ เมื่อคนจำนวนมากนี่ทำ เจ้าหน้าที่เราไม่พอ เพราะฉะนั้นก็ตัดปัญหาส่วนนี้ เราจะสั่งอาหารจากร้านอาหารมาเป็นหม้อ แล้วก็มาจัดถวายพระส่วนหนึ่ง แล้วให้พวกธรรมทายาทส่วนหนึ่งนะ
ร้านอาหารที่ว่านี่ ปัจจุบันนี่ได้ขยายใหญ่โตขึ้น ย้ายจากเออ ถนนที่เข้าคลอง ตอนนั้นอยู่ริมสะพาน เอ่อ อยู่ใกล้ๆ สะพาน ก่อนถึงสะพานประมาณ ๖-๗ ห้อง สะพานข้ามคลอง คลองหนึ่ง ปัจจุบันนี่ย้ายที่ที่เดิมไปตั้งริมถนนนะ ซึ่งเรารู้จักกันนะในนามของภัตตาคารกังเจียมทู้ แต่เดิมเป็นร้านเล็กๆ เพราะงั้นก็เคยมีผู้โจมตีว่าพระวัดเรานี่สั่งอาหารจากภัตตาคารนี่ ก็อาจจะถูกเพราะชื่อเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่ใช่ภัตตาคาร เป็นแค่ร้านอาหาร ห้องแถวไม้ ๒ ห้องเท่านั้นเอง
อาหารที่เราสั่งมา แต่ตอนหลังนี่แม่ครัวเรามากขึ้น เราก็รับไม่ไหวนะ เพราะว่าเขาต้องใช้บุคลากรเขามาก เราก็เลยต้องมีครัว มีแม่ครัวเอง การที่เรามีครัวเอง มีแม่ครัวเองนี่ จุดแจกอาหารเราก็จะมากขึ้น การบริการเราจากบริการอาหารอย่างเดียวนี่ ก็ต้องมีการบริการน้ำนะ มียาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่ถือเป็นฝ่ายบริการของวัด แผนกบริการ จริงๆ แผนกบริการของวัดนี่ถือเป็นบุคคลต้อนรับบุคคลแรกที่ญาติโยมมาพบ ตั้งแต่ยามที่เฝ้าประตูคอยปิดเปิดให้รถเข้าก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่คอยให้การต้อนรับ ชี้สถานที่ว่าเออห้องน้ำไปด้านโน้นก็ตาม สถานที่ประกอบพิธีอยู่ด้านนี้ก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรงนี้ถือเป็นแผนกบริการของวัด ซึ่งมีมาก
ญาติโยมที่มาที่วัดนี่ ถ้าแผนกบริการของเรานี่ให้การต้อนรับที่ดี เขาก็จะมีศรัทธา แต่ถ้าแผนกต้อนรับของเรานี่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม หรือคำพูดไม่เหมาะสม คนที่มาถ้าเป็นผู้มาใหม่ ก็จะนึกว่าเอ๊ะ วัดนี้ที่บอกว่าเป็นสถานที่ฝึกคน แต่เจ้าหน้าที่ในวัดเองนี่กลับแสดงกิริยาอาการที่หยาบ ไม่ต้อนรับคน เขาก็จะเสื่อมศรัทธาได้ หรือบางคนที่มีศรัทธา ที่มีศรัทธาอย่างเหนียวแน่น มาวัดนาน เมื่อมากระทบคำพูดก็ดี กิริยาก็ดีที่ไม่เหมาะสมขึ้น ก็อาจจะทำให้จิตใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธาที่จะมานั่งสมาธินี่นะ มีสิ่งรบกวนขึ้นได้ เพราะว่าแต่ละคนนี่ยังต้องการมาฝึกตัวเอง ซึ่งต่างจากคุณยาย คุณยายซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของเรานี่ท่านฝึกตัวท่านมา จนกระทั่งเรายอมรับว่าท่านเป็นบุคคลที่เรายอมฝากตัวเป็นศิษย์ แต่พวกเรานี่บางครั้งมากระทบอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมนะ คำพูดที่ไม่เหมาะสมจากคนข้างเคียงหรือคนอื่นที่แสดงออกมานี่ วันนั้นเราอาจจะนั่งสมาธิใจไม่รวมเลยก็ได้นะ
ใครก็ตามถ้าพบเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น ก็ขอให้ระลึกว่าตอนนี้วัดเราใหญ่ขึ้น คนมีมาก เมื่อคนมีมากนี่บางครั้งนี่การอบรมก็อบรมไม่ถึง หรือบางครั้งอบรมถึงนี่ แต่บางครั้งนิสัยวาสนาเขามีมา ติดตัวมาช้านาน ก็เหมือนสมัยที่มาอยู่วัดใหม่ๆ ซึ่งลูกศิษย์คุณยายบางคนนี่ ยายต้องบอกว่าคุณไปนั่งสมาธิ ไม่ต้องไปยุ่งกับเขานะ ซึ่งตอนนี้นี่เราไม่มีการกลั่นกรอง ใครมีศรัทธามาช่วยก็ช่วย บางครั้งคนที่มีศรัทธามาช่วยนี่ บางครั้งเหนื่อยเข้า งานมันหนัก เหนื่อยเข้าก็อาจมีอารมณ์ บางครั้งนี่คนที่มารับบริการ มาไม่ถูกจังหวะ ก็ระบายอารมณ์ใส่ ซึ่งอันนี้นี่เป็นสิ่งที่คุณยายไม่ได้สอน หรือว่าหลวงพ่อทั้งสององค์ก็ไม่ได้สอน แต่ว่าเป็นนิสัยประจำตัวเขา ถ้าเขาแสดงกับพวกเราที่มีศรัทธามั่นคง ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ก็อย่างน้อยสุดเราก็ยังศรัทธาวัดอยู่ เพียงแต่วันนั้นอาจจะนั่งสมาธิแล้วใจไม่รวม มีอาการขุ่นมัวได้ แต่ว่าถ้าเขาไปแสดงกับคนอื่น เป็นคนใหม่ แน่นอนเลย ศรัทธาเขายังไม่มั่นคง เขาจะหมดศรัทธา แล้วอาจจะไม่มาเหยียบวัดนี้อีกก็ได้
เพราะฉะนั้นใครก็ตามนะ ถ้าพบเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อย่าดูดาย อย่าดูเฉยๆ นะ ขอให้ช่วยกัน เพราะสิ่งเหล่านี้เหมือนกองไฟเล็กๆ แต่หลายๆ กองก็สามารถจะแผดเผาวัดเราให้มอดไหม้ได้ เพราะฉะนั้นใครก็ตามถ้าเห็นภาพเหล่านี้นะ ช่วยบอกด้วย ถ้าไม่มีโอกาสที่จะบอกก็ช่วยเขียนจดหมาย บอกวันเวลาสถานที่มา ซึ่งเราเองนี่จะได้ช่วยกันแก้ไขปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ เพราะวัดเราไม่ได้หยุดแค่นี้ เป้าหมายหลวงพ่อนี่ต้องการคนมามากกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อคนมากกว่านี้ คนที่ทำหน้าที่บริการของวัดนี่ก็จะต้องมากขึ้นด้วย เราจะได้ช่วยกันกลั่นกรองปรับปรุงคนที่ทำหน้าที่เป็นคนต้อนรับคนแรกของวัด ปรับปรุงเอาคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์อันดี เพื่อจะได้ช่วยกันรักษาศรัทธาญาติโยมที่มาที่วัดนี่ ให้มีศรัทธายิ่งขึ้นไป
เพราะว่าบุคคลที่มาใหม่นี่ต้องผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการนี่หลายๆ คน กว่าจะได้มาเห็นหน้าหลวงพ่อ เพราะว่ากว่าพิธีกรรมต่างๆ จะเริ่มขึ้นก็ ๓ โมงครึ่งตอนเช้า ที่หลวงพ่อนั่ง แต่บางคนอาจจะมาแต่เช้า เมื่อมานี่ก็จะไปเข้ารับบริการเรื่องน้ำก็ดี เรื่องอาหารก็ดี อาจะเห็นเจ้าหน้าที่บริการของวัดเรานี่ ซึ่งแสดงอาการไม่เหมาะสม หรือคำพูดไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาได้ เพราะงั้นใครก็ตามที่เป็นคนเก่า ช่วยแจ้ง ถ้าแจ้ง ถ้าให้ดีก็แจ้งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ เพราะตอนนี้ท่านเองนี่ก็ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยแทนยาย หรือถ้าไม่สะดวกส่งมาที่อาตมาได้ อาตมาจะรวบรวมถวายท่าน
เพราะว่าถ้าเราช่วยกันนี่ เชื่อว่าวัดเราคนที่มานี่จะเพิ่มขึ้น แต่ว่าถ้าเขามาแล้วนี่พบเห็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างที่ว่านี่ หลายๆ จุดเข้า ตอนนั้นคนที่เข้าวัดจะลดลง เมื่อคนเข้าวัดลดลง สิ่งที่เรามุ่งหวังว่าเราจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปให้ทั่วโลกนี่ รู้สึกว่าจะห่างไกลความจริง เพราะงั้นการรักษาศรัทธานี่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรายังรักษาศรัทธาคนที่เข้าวัดได้นี่ เชื่อว่าวัดพระธรรมกายของเรานี่ยังมั่นคงไปอีกนาน ถึงแม้ตอนนี้นี่วัดเราจะพยายามเออ ผู้ที่ไม่หวังดีต่อวัดเราจะพยายามโดดเดี่ยววัดเรา สร้างกระแสต่างๆ โจมตีเพื่อให้คนเสื่อมศรัทธาวัดเรา แต่ถ้าคนที่เข้ามาที่วัด มาพบมาเห็นภาพที่ดีๆ กลับไปนี่ ก็เชื่อว่ากระแสข่าวลบต่างๆ จะไม่สามารถทำลายศรัทธาเขาได้ แต่ว่าถ้าเขามาแล้ว มาเห็นสิ่งที่ทำให้ศรัทธาเขาเสื่อมถอยลง แน่นอนเลยว่าต่อไปนี่วัดเรา คนที่เข้าวัดก็จะน้อยลงน้อยลง จนกระทั่งวัดเรานี่ไม่สามารถจะดำรงอยู่ได้
สิ่งอะไรก็ตามนะ นอกเหนือจากที่อาตมากล่าวนะ นอกจากจุดบริการ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการแล้วนี่ เจ้าหน้าที่แผนกอื่น ถ้าโยม ญาติโยมที่มาเห็น ได้พบได้เห็น อันไหนที่เป็นจุดรั่วไหลของวัด ก็ขอให้ทำหน้าที่ของเจ้าของบ้าน เจ้าของวัด ช่วยกันแก้ไขหรือปกป้อง หรือถ้าแก้ไขปกป้องไม่ได้ ก็บอกให้เจ้าหน้าที่ของวัดช่วยกันแก้ไข อย่าดูดายปล่อยให้มันเป็นไปเรื่อยๆ
ยกตัวอย่าง เรื่องความสะอาด ปัจจุบันนี้เราเองนี่ไม่สามารถพูดได้เต็มปากแล้วว่าวัดเราสะอาดที่สุด เพราะว่าหลังจากงานบุญแต่ละวัน เจ้าหน้าที่ของเราออกเก็บขยะ ปรากฏว่าขยะถูกทิ้งไม่เป็นที่ แทนที่จะอยู่ในถุง ในถังขยะหรือถุงขยะ กลับทิ้งอยู่ในที่ ในพื้นที่นี่เป็นจำนวนมาก นอกจากขยะแล้วนี่ เศษก้นบุหรี่ต่างๆ ก็มีมาก ซึ่งสมัยก่อนนี่ตอนวัดเรา คนมาจำนวนพันนี่ สิ่งเหล่านี้ไม่มี เพราะเราจะช่วยกันดู ถ้าใครสูบบุหรี่ เราก็จะช่วยกันเตือน บอกเขาบอกขอ วัดเราเองนี่เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ เพราะงั้นใครก็ตามที่สูบบุหรี่นี่ เวลาเข้าไปขอนะ ไปพูดกับเขาดีๆ เจ้าหน้าที่ของเราพูดกับเขาดีๆ เขาก็จะยอมรับ แต่ปัจจุบันนี่บางคนที่มานี่เป็นผู้ใหม่มาก ยังไม่รู้กฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ของวัด คนที่ไปชักชวนมาก็ไม่ได้ชี้แจงให้ทราบว่าวัดเรามีข้อวัตรปฏิบัติอย่างไรบ้าง เมื่อมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร เพราะฉะนั้นการฝึกปฏิบัติตัวต่างๆ นี่บางครั้งนี่เราดูแล้วไม่งาม ไม่ค่อยงาม ภาพที่ออกมานี่ทำให้คนที่ไม่เข้าใจนี่เกิดการเสื่อมศรัทธาได้
แต่ถ้าเราเองที่มาวัดนานๆ เห็นภาพเหล่านั้นเข้า ขอให้ช่วยกันบอก ช่วยกันตักเตือน ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมอันดีของวัดเรา เพื่อที่วัดของเรานี่จะได้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้ผู้ที่มาแสวงหาบุญได้อาศัยเป็นสถานที่สร้างบุญบารมียิ่งๆ ขึ้นไป วันนี้ก็อยากจะฝากญาติโยมที่มานี่ขอให้ทำหน้าที่ของเจ้าของบ้านหรือเจ้าของวัด ถ้าพบสิ่ง ได้พบได้เห็นสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ นี่ ขอให้แจ้งมาให้ผู้บริหารของวัดได้ทราบ เราจะได้ช่วยกันอุดช่องโหว่เหล่านั้น
วันนี้ขอให้ทุกคนตั้งใจทำสมาธิพร้อมกัน
สัพเพ (หมด 1/A)
หน้า PAGE 6
440115FW-AAT