ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

แม้อยู่ต่างแดน

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระบุญชู : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และกัลยาณมิตรลูกหลานยายผู้มีบุญทุกท่าน (สาธุ) ก่อนอื่นหลวงพี่ก็ต้องขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านที่ได้มาร่วมในบุญพิธีจุดไฟแก้วของโยมแม่จุรี สุทธิผล และอุบาสิกาถวิล วัติรางกูล ด้วยนะ (สาธุ) เมื่อวานนี้ถ้าใครได้อยู่ในช่วงหลังจากที่พิธีเสร็จแล้ว จะพบว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านยังไม่กราบ ท่านมีความเบิกบานมาก ได้มีการถ่ายรูปกันกับลูกๆ พระเณร อุบาสก อุบาสิกา หลายจุดด้วยกันนะ ที่แท่นจุดไฟแก้ว และบริเวณปทุมเจดีย์ ได้ทราบมาว่าในช่วงที่มีการกล่าวสดุดีนักรบวีรกรรมของท่านทั้งสอง มีพวกเราหลายๆ คนที่ต้องหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัยรักในท่านทั้งสอง เหตุการณ์ทำให้หลวงพี่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงชีวิตของทุกๆ คนที่มีโอกาสได้เกิดมาเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะตัวของหลวงพี่เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าการได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ท่านเคยอุปมาไว้เหมือนกับเต่าตาบอด ๑๐๐ ปีจึงจะโผล่ขึ้นมาที่ผิวน้ำในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เมื่อใดก็ตามที่เต่าตัวนั้นโผล่ขึ้นมาแล้วพอดีกับคอของเต่าลอดเข้าไปในห่วงตาเดียว เมื่อใดเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น นั่นเป็นความยากที่พวกเราทุกๆ คนจะได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ความยากยิ่งกว่านั้นก็คือเมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ทำอย่างไร เราจึงจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณค่า และสร้างบารมีได้ให้ถึงที่สุดโดยที่เราไม่ขาดทุนชีวิต สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นคือต้องมีสัมมาทิฐิ ซึ่งมีทั้งหมด ๔ ประการ อันที่ ๑. คือเชื่อเรื่องกรรม ว่าทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว อันที่ ๒. เชื่อเรื่องของผลของกรรม เพราะผลของความดีย่อมให้ความสุข ผลของความชั่วย่อมก่อให้เกิดความทุกข์ และประการที่ ๓. สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน เหมือนกับคำของยายที่กล่าวไว้เสมอว่ามนุษย์ที่แท้จริงแล้วก็มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นที่เราจะนำติดตัวไป บุญคือผลของการทำความดี ส่วนบาปก็คือผลที่จะ ที่เกิดขึ้นจากการทำความชั่ว และอันสุดท้ายคือความเชื่อในพระปัญญา ในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระองค์ตรัสรู้ได้จริง ข้อที่ ๔. นี้สำคัญมาก เป็นจุดที่แตกต่างจากความเชื่อต่างๆ ในโลกนี้ เพราะว่าถ้าเผื่อเราเชื่อในข้อ ๔. แล้ว เราจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองว่ามนุษย์มีความสามารถ สามารถที่จะพัฒนาตัวเองจาก ถึงแม้จะเป็นจุดต่ำที่สุด ให้มีคุณสมบัติสูงขึ้นสูงขึ้น มีความบริสุทธิ์มากขึ้นมากขึ้น จนในที่สุดได้บรรลุถึงจุดสูงสุด เฉกเช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสัมมาทิฐิทั้ง ๔ ข้อนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยคุณธรรม ๒ ประการคือ อันที่ ๑. จะต้องมีกัลยาณมิตร เช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ ครูอาจารย์ผู้มีคุณธรรมที่ช่วยอบรมชี้ทางที่ถูกต้องให้กับเราในขั้นต้น และประการที่ ๒. คือโยนิโสมนสิการ ตนเองจะต้องรู้จักพิจารณาอย่างแยบคายในขั้นตอนต่อมา และนำมาปฏิบัติจนได้ผล สิ่งเหล่านี้ฟังดูแล้วเป็นเรื่องพื้นๆ เหมือนกับว่าเราเคยรู้เรื่องมาแล้ว แต่การดำเนินชีวิตให้ถึงจุดนี้อย่างสมบูรณ์เป็นเรื่องที่ ไม่ใช่เกิดขึ้นได้ง่าย บุคคลในโลกนี้ส่วนมากจะใช้เวลาในการแสวงหาชั่วชีวิต แสวงหาความสมบูรณ์ของชีวิต แต่ก็ไม่เคยพบ แล้วไม่เคยเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้คือเรื่องสัมมาทิฐิ เมื่อสัมมาทิฐิไม่เกิดขึ้น การแสวงหาสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องก็จึงไม่เกิดขึ้น สำหรับตัวของหลวงพี่เองได้มีโอกาสใช้ชีวิตในซีกโลกตะวันตกเกือบ ๑๐ ปี ได้พบปะข้อมูลจากบุคคลต่างๆ ที่มา ที่มีความคิดที่หลากหลาย มีภาษา วัฒนธรรม พฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป พบได้ว่าในส่วนลึกๆ ของทุกๆ คนชีวิตจะมีปัญหาอันเดียวกัน เหมือนกันที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ปัญหาเหล่านี้ก็คือความกลัวว่าวันหนึ่งจะต้องตาย ความไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ความไม่รู้ว่าเกิดมาจากไหน ตายแล้วจะไปไหน สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนปัญหาโลกแตก ที่มนุษยชาติต่างแสวงหาคำตอบ เมื่อใดก็ตามที่ไม่มีบุคคลที่มีความรู้อย่างสมบูรณ์บังเกิดขึ้นมาเป็นกัลยาณมิตรให้กับชาวโลก คำตอบของสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่บังเกิดขึ้น เมื่อไม่พบคำตอบ ก็ได้แต่ตั้งสมมุติฐานทฤษฎีต่างๆ เพื่อปลอบใจตัวเองให้หายหวาดกลัว หวาดกลัวต่อความตายเป็นที่สุด และหลอกตัวเองให้เพลิดเพลินไปกับชีวิตในแต่ละวัน เมื่อครั้งหลวงพี่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา มีอยู่คราวหนึ่งเกิดเป็นข่าวครึกโครมในหน้าหนังสือพิมพ์ คิดว่าคงเป็นข่าวไปทั่วโลก มีการฆ่าตัวตายหมู่ ด้วยความเชื่อว่าความตายจะเป็นเหมือนกับทางผ่านหรือเป็นตั๋วเดินทางที่จะนำบุคคลทั้งหลายเหล่านั้นให้เข้าไปพบความรู้ที่สมบูรณ์ ไปพบกับสิ่งที่ เขาคิดว่ามีอำนาจเหนือธรรมชาติที่จะไขความลี้ลับทั้งมวลของชีวิตได้ หลวงพี่คิดว่านับ สิ่งเหล่านี้นับเป็นบทพิสูจน์ เป็นการพิสูจน์ที่มีราคาแพง เพราะต้องแลกด้วยชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วความเชื่อต่างๆ ในโลกนี้ที่มีหลากหลาย ต่างก็จะมีลักษณะเช่นนี้เช่นเดียวกับความเชื่อประเภทนี้คือว่าจะมีบทพิสูจน์ที่เกิดขึ้นหลังความตาย เพราะงั้นใครก็แล้วแต่ที่ต้องการพิสูจน์ก็ต้องรอตายแล้ว จึงจะรู้ ซึ่งฟังสั้นๆ ง่ายๆ แต่ต้องทุ่มทั้งชีวิต แต่ก็มีคนทุ่ม ทุ่มให้สิ่งเหล่านี้ แทบจะกล่าวได้ว่าเกือบจะครึ่งโลกนะ ซึ่งเมื่อความรู้ไม่สมบูรณ์ ปัญหาก็เกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้ชนยุคใหม่เริ่มมีปัญญามากขึ้น ก็เริ่มสงสัยและค้นคว้า เริ่มไม่แน่ใจในความเชื่อเก่าๆ จะประกาศตัวออกมาเป็นผู้ที่ เรียกตัวเองว่าผู้ไม่มีศาสนามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนสิ่งที่จะบอกให้รู้ว่าขณะนี้ชาวโลกกำลังรอคอย รอคอยความรู้ที่สมบูรณ์และบทพิสูจน์ของผู้ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันที่มนุษย์สามารถทำตามได้ และจะทำได้ก่อนตาย ทำให้หลวงพี่นึกถึงวิชชาธรรมกายและคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา คุณยายนับว่าเป็นบทพิสูจน์ที่เป็น เป็นบุคคลที่มีชีวิตที่ใครก็แล้วแต่ถ้าได้เข้ามาสัมผัสแล้วมาเรียนรู้ซึมซับเอาคุณงามความดี คุณธรรมของคุณยายแล้ว จะต้องหมดสงสัย สัมมาทิฐิจะเกิดขึ้น การดำเนินชีวิตเพื่อการสร้างบารมีเพื่อจุดมุ่งหมายที่สูงส่งคือเพื่อไปถึงที่สุดแห่งธรรมก็จะเกิดขึ้น ครั้งแรกที่หลวงพี่ได้พบกับคุณยายสมัยนั้นเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีที่ ๒ รู้จักคุณยายครั้งแรกจากหนังสือเดินไปสู่ความสุข จากนั้นก็มาวัด ครั้งแรกที่อ่านหนังสือ อ่านเรื่องราวของคุณยาย เรื่องตามหาพ่อ มีความรู้สึกว่าอยากจะเจอคุณยาย อยากจะมาวัดพระธรรมกาย ซึ่งสมัยนั้นเรียกกันติดปากว่าศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม เมื่อมาแล้วก็มีความรู้จักว่าคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ปีถัดมา ปี ๒๕๒๒ ได้มีโอกาสเข้าอบรมธรรมทายาทและอุปสมบทหมู่ เป็นธรรมทายาทรุ่นที่ ๑๐ หลังจากนั้นก็ได้ เข้ามารับบุญช่วยเหลือกิจการงานบุญต่างๆ ตลอดมา เมื่อจบการศึกษาก็ได้ทำงานอยู่สักพักหนึ่ง ต่อมาได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศในระดับปริญญาโท ในระหว่างนั้นเองก่อนเดินทางไปต่างประเทศก็ได้เข้าไปกราบลาคุณยาย คุณยายท่านได้เมตตาให้โอวาท แต่ก่อนที่คุณยายจะให้โอวาท คุณยายก็จะเล่าเรื่อง เล่าเรื่องต่างๆ ในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ฟังเช่นเรื่องที่คุณยายปัดลูกระเบิด เรื่องที่เราเคยฟังกันคุ้นหูว่าไอ้ขี้ไต้ เรื่องการสร้างวัดพระธรรมกาย เรื่องการที่สามารถนำหลวงพ่อทั้งสองมาบวชได้ จะพูดวนไปก็วนมา ซึ่งหลวงพี่พอฟังแล้วก็มีความปีติใจแทนคุณยายไปด้วย สายตาที่มองของคุณยายเป็นสายตาที่บริสุทธิ์เหมือนกับจะไม่รับรู้เอาอารมณ์ต่างๆ ภายนอก เป็นสายตาเชื่อมโยงเข้าสู่ภายใน ทำให้นึกถึงสมัยที่นางวิสาขาได้ทุ่มเงิน ๒๗ โกฏิเพื่อสร้างบุปผาราม วันที่มีการเฉลิมฉลองวัดบุปผาราม นางวิสาขาก็จะอุทานในลักษณะเช่นเดียวกัน ความปีติใจเหล่านี้คงมีสภาพเดียวกันกับคุณยายของเรา จึงได้กล่าวอย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก่อนที่จะกราบลาคุณยาย คุณยายได้กำชับเป็นช่วงสุดท้ายว่าไป ให้เดินทางไปต่างประเทศให้ ให้นึกถึงบุญเมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ให้เอาบุญเป็นที่พึ่ง ให้นึกถึงบุญ จะกำชับอยู่แต่คำนี้นะ เมื่อหลวงพี่กราบลาคุณยายแล้ว ทันทีที่หันหลังให้คุณยาย คุณยายก็ยังพูดไล่หลังตามมาอีกว่าแล้วกลับมาหายายอีกนะ ซึ่งคำพูดเหล่านี้เหมือนเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าวันหนึ่งเราจะต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อประโยชน์ที่สูงสุดให้กับที่เราจะสร้างให้กับตัวเองและผู้อื่น คำว่าให้นึกถึงบุญเป็นคำสั้นๆ แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง การมาวัดพระธรรมกายทำให้ทุกๆ คนได้รู้จักว่าบุญคืออะไร หลวงพี่เมื่อมาวัดพระธรรมกาย เมื่อได้ฟังคำสอนของหลวงพ่อทั้งสอง คุณยาย ก็มีความเข้าใจว่าบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เบื้องหลังสิ่งที่ดีงามทั้งปวง บุญเป็นกระแสที่ละเอียดอ่อน ที่จะคอยหล่อเลี้ยงชีวิตให้ประสบความสุข ความสำเร็จในชีวิต เมื่อเรานึกถึงบุญบ่อยๆ บุญก็จะทับทวี และกระแสของบุญก็จะนำพาเอาแต่ความสุข ความสำเร็จมาสู่ชีวิต จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปได้โดยง่าย เพราะงั้นเมื่อเวลาเดินทางไปต่างประเทศ นึกถึงเมื่อครั้งเดินทางไปสหรัฐครั้งแรกแล้วก็อดใจหายไม่ได้ ถ้าไม่ใช่บุญแล้วก็คงต้องประสบความลำบากมาก เพราะว่าคุณยายายบอกว่าให้นึกถึงบุญ หลวงพี่ก็นึกแต่เรื่องบุญ เมื่อก่อนเดินทางก็ตั้งอธิษฐาน อธิษฐานว่าการไปครั้งนี้ไปเพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกา ไปเพื่อที่จะซึมซับเอาสิ่งที่ดีงามมาใช้ประโยชน์กับตัวเอง หมู่คณะ ประเทศชาติ ศาสนา ด้วยความปรารถนาที่ดีงามนี้ ก็ขอให้ใครก็แล้วแต่ อย่าทำอันตรายเราได้เลย ให้ได้รับการต้อนรับอย่างดี แล้วก็แปลกนะ ไปด้วย ด้วยสภาวะที่ไม่รู้จักใครเลย สภาพไม่ต่างกับสมัยคุณยายของเราที่หนีออกจากบ้านเพื่อจะต้องการเรียนวิชชาธรรมกายที่วัดปากน้ำ หลวงพี่ไม่รู้จักใครสักคนหนึ่ง ไม่รู้จักเพื่อน ไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น แต่ด้วยความปรารถนาที่บริสุทธิ์ เมื่อไปแล้วก็ได้พบกับหมู่คณะที่ไม่ใช่ญาติ แต่ก็ให้ความเกื้อหนุนให้ความดูแลช่วยเหลือยิ่งกว่าญาติ จนในที่สุดเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านมาด้วยดี ทุกครั้ง บางครั้งถึงแม้ดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุคับขัน สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ อาจจะบังเกิดขึ้นได้กับชีวิต แต่ก็เหมือนกับมีพี่เลี้ยงที่เรามองไม่เห็น คอยทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม แล้วก็คลาดแคล้วตลอดมา ไปศึกษาต่อต่างประเทศได้ประมาณ ๙ เดือน คุณแม่นะ โยมมารดาป่วยเป็นโรคมะเร็ง หลวงพี่ก็บินกลับมาที่เมืองไทย ในช่วงนั้นโยมแม่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท กลับมาครั้งนั้นมี จะเดินทางอยู่ ๒ ที่ในแต่ละวัน คือโรงพยาบาลกับวัด ทันทีที่รู้ว่าคุณแม่ป่วย ก็นำเอารูปถ่ายของคุณแม่เขียนชื่อแล้วก็อายุ บอกสาเหตุของโรคมาให้โยมพี่อารีพันธ์ นำไปให้คุณยาย คุณยายก็ถาม ถามความเป็นมาต่างๆ คุณยายก็ยังพูดกำกับท้ายว่านี่เพราะยายประพฤติพรหมจรรย์ ยายถึงแข็งแรง และยายถึงได้มีอายุยืน เหมือนกับจะเตือนให้ว่า ให้หลวงพี่ประพฤติพรหมจรรย์ ให้ทุกคนได้ประพฤติพรหมจรรย์ พรหมจรรย์จะเป็นสิ่งที่ดีงาม ที่ส่งเสริมชีวิตให้ยืนยาวเพื่อการสร้างบารมีได้นาน แต่คุณยายก็ไม่ได้ ไม่ได้รับปาก ไม่ได้ให้ความหวังอะไรมากนัก แต่หลวงพี่ก็มั่นใจว่าทันทีที่คุณแม่อยู่ในความดูแลของคุณยายแล้วหมดห่วง จนภายหลังต่อมาโยมแม่ก็เสียชีวิต หลังจากก็ไปพบคุณยายอีกครั้งหนึ่ง ทันทีที่เห็นหน้า คุณยายก็เอา บอกพี่อารีพันธ์บอกให้เอารูปมาคืน คุณยายบอกว่ายายช่วยแล้ว เอาไปไว้บนชั้นดาวดึงส์นะ หลังจากนั้นก็ได้เดินทางกลับไปศึกษาต่อจนจบการศึกษา แล้วก็ได้มีโอกาสทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาอยู่ช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่สหรัฐอเมริกาก็มีเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ หลวงพี่คิดว่าคงเป็นบุญนะฮะที่ทำให้รอดพ้นมาได้ตลอดเวลา เพราะทุกครั้งก่อนนอนหลวงพี่จะสวดมนต์ แล้วก็ทำใจนิ่งๆ ก็นึกขอบารมีหลวงพ่อ คุณยายตลอด ยิ่งถ้าบางครั้ง สมัยนั้นหลวงพี่ทำ เออ ตอนทำงาน ไปทำหน้าที่เป็น marketing นะฮะ เป็นนักการตลาด จะต้องดูแลครอบคลุมไปถึง ๑๑ รัฐ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ไล่จากฟอริด้าขึ้นไปถึงนอรท์คอรอไดน่า ไปถึงเท็กซัส การเดินทางจะเดินทางบ่อย บางครั้งก็ไปกับผู้อำนวยการ ไปกับไดเรทเตอร์ มีอยู่บางครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยนั้นก่อนที่เฮอริเคน แอนดรู จะพัดไปที่ทางใต้ของฟลอริด้า หลวงพี่ไปที่ฟลอริด้ากับไดเรคเตอร์นะฮะ ผู้อำนวยการ ก็ไป หลังจากเยี่ยมเออ พ่อค้าต่างๆ ทำธุรกิจเรียบร้อยแล้วก็กลับมาพักที่โรงแรม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ก็ในค่ำคืนวันหนึ่ง วันนั้นหลวงพี่กลับมาด้วยกันนะฮะ แต่หลวงพี่จะขึ้นไปห้องพักทีหลัง ก็เผอิญช่วงนั้น ที่โรงแรมเขาจะมีลิฟท์อยู่ ๒ ที่ ภายนอกโรงแรม แล้วก็ภายในโรงแรม ปกติเขาจะขึ้นลิฟท์ที่ภายในล็อบบี้ที่ห้องรับรอง แล้วก็ขึ้นไปตามบนชั้นๆ ต่างๆ ที่พัก แต่ในวันนั้นลิฟท์เสีย ลิฟท์ก็ต้องไปขึ้นข้างนอก ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ซึ่งหลวงพี่ก็ ก็ไม่ได้คิดอะไรนะฮะ ใจนี่คิดแต่เรื่องดีๆ นะฮะ เพราะคุณยายสอนให้นึกถึงบุญ และพอไปถึงที่ลิฟก็หันหลัง หันหน้าเข้าหาลิฟ หันหลังให้กับบุคคลที่เดินตามมา ซึ่งก็สังเกตเห็นว่ามีชาวชิวา ตัวดำ ๒ คนนะฮะเป็นวัยรุ่นเดินมาข้างหลัง ก็ไม่ได้คิดอะไรนะฮะ คิดแต่เรื่องดีๆ เขามาถึงเขาก็ทุบ ต่อยแขน ชิงเอากระเป๋าไป ซึ่งเออ ช่วงนั้นกำลังเผลอนะฮะ เพราะว่าต่อยทีเดียวมันก็หลุดแล้ว ก็ดึงกระเป๋าไป เสร็จแล้วก็วิ่งออกไปที่ปั๊มน้ำมัน วิ่งไปทางปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ใกล้ๆ ในขณะนั้นไม่ทราบเป็นยังไงฮะ ไม่ตื่นเต้นแล้วก็ ในทางตรงกันข้ามกลับนึกว่าสงสารเขาฮะ ว่าเขาเอาไปทำไม ของพวกนั้นก็ จริงๆ แล้วไม่ใช่ของหลวงพี่ มันเป็นของที่ทำงาน เพราะงั้นถ้าเอาไป ก็ไปขายคงไม่ได้ราคาเท่าไหร่ ถ้าเผื่อเอากลับมาคืนก็จะดีนะ เพราะว่าจะได้ตัดปัญหายุ่งยากต่างๆ แล้วก็ไม่ได้คิดอะไร เดินไปที่แคชเชียร์ที่ฝ่ายต้อนรับของโรงแรม ก็ไปถามว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้ว ทำยังไงดี บอกให้แจ้งตำรวจ ถามว่าแจ้งตำรวจแล้วเมื่อไหร่จะได้ของคืน เขาบอกว่ายาก เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ได้หรอกนะ แต่ว่าให้บันทึกประจำวันไว้เถอะ ก็หลวงพี่ก็ถามไปหาตำรวจ กำลังคุยอยู่กับตำรวจนะ ยังไม่ทันเสร็จ ก็มีตำรวจสายตรวจเข้ามา ถือกระเป๋าใบนั้นเข้ามา แล้วก็ในกระเป๋ามีนามบัตรหลวงพี่ด้วย เขาก็ถามกัน เขามาถามบอกว่าคนๆ นี้นามสกุลยาวๆ นามสกุลหลวงพี่นะ รัตนกมลโชติ ๑๕ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ คนๆ นี้อยู่ที่ไหน ก็พอดีหลวงพี่ก็กำลังติดต่ออยู่ ก็บอกว่าหลวงพี่เองนะ คืนนั้นไม่ต้องนอนเลย ไปที่โรงพัก แล้วก็กว่าจะเสร็จเรื่อง ซึ่งก็ถามตำรวจว่าทำไมถึงได้ จับได้รวดเร็วเหลือเกิน ตำรวจก็บอกว่าไม่รู้เป็นยังไง ปกติก็ไม่ใช่เป็นเส้นทางที่เขาจะต้องมาตรวจสอบในบริเวณนั้น แต่คืนนั้นไม่ทราบเป็นยังไง มีความรู้สึกว่าอยากจะเข้ามาในเส้นทางนี้ก็เลี้ยวรถเข้ามาก็เห็นนะ เห็นเด็กวัยรุ่น ๒ คนนี้มีพิรุธ วิ่งตรงไปที่สถานีน้ำมัน ที่ปั๊มน้ำมัน ก็โดยความเป็นตำรวจก็รู้ว่าเป็นขโมย ก็วิ่งจับได้ ซึ่งหลวงพี่ก็คิดว่าเป็นบุญนะ บุญที่ช่วยสนับสนุนมาตลอด แล้วไม่ใช่เรื่องเดียว มีมากมายหลายเรื่องนะ บางเรื่องไปเกิดไกลถึงอัฟริกานะ ซึ่งพูดไปแล้วคุณยายในสมัยแรกๆ ที่หลวงพ่อธัมมะไปเจอครั้งแรก ที่วัดปากน้ำจะรู้ในชื่อของคุณครูจันทร์นะ คุณครูจันทร์ ถ้าพูดไปแล้วคุณยายเป็นยิ่งกว่าครูนะฮะ มีคุณสมบัติของครูที่ดี ที่ครบถ้วน ๕ ประการตามสิงคาลกสูตรนะ อันที่ ๑. คือแนะนำดี แนะนำดี แนะนำยังไง แนะนำ ๓ อย่างคือประโยชน์ปัจจุบัน คุณยายก็ ถ้าใครได้ใกล้ชิดคุณยาย คุณยายจะอบรมทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหยาบทั้งละเอียด ให้สามารถอยู่ในโลกนี้ ในปัจจุบันนี้ได้อย่างผาสุกนะ ประโยชน์ในอนาคต ถ้าสมัยก่อนใครใกล้ชิดกับคุณยาย คุณยายเวลาเตือน จะเตือนทีเตือนข้ามชาติว่าอย่าทำอย่างนี้มันบาป ประโยชน์อย่างยิ่งคือพระนิพพาน ที่สุดแห่งธรรม ประการที่ ๒. ครูที่ดี ให้เรียนดีนะ ให้เรียนดีเป็นยังไง สอนลูกศิษย์อย่างเอาใจใส่ เมื่อลูกศิษย์มีปัญหาก็แก้ไข ให้กำลังใจ มีคำๆ หนึ่งที่ให้กำลังใจได้ยอดเยี่ยมคือ ครั้งหนึ่งหลวงพ่อทัตตะเมื่อมาวัดใหม่ๆ ก็ได้ถามคุณยายว่าแล้วอย่างตัวผมจะเรียนวิชชาธรรมกายได้ไหม จะนั่งสมาธิได้ไหม คุณยายก็บอกสั้นๆ แต่เป็นคำพูดที่มีพลัง เป็นคำพูดที่ส่งเสริมกำลงใจได้อย่างเยี่ยม คุณยายบอกว่าคุณยายเองหนังสือก็ไม่รู้ ก ข้อ ไม่กระดิก ยายยังนั่งได้เลย แล้วพวกคุณมีปริญญาตรี ปริญญาโท ทำมั้ยจะนั่งไม่ได้นะ บอกลูกศิษย์นะด้วยดีในศิลปะวิทยาทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ถ้าใครได้ใกล้ชิดกับคุณยายแล้ว คุณยายจะถ่ายทอดนะวิชชาธรรมกาย ถ้าใครทำได้คุณยายก็จะถ่ายทอดให้ทั้งหมดนะ ท่านก็ยกย่องลูกศิษย์ให้ปรากฏในหมู่เพื่อนฝูงนะ ซึ่งคุณธรรมข้อนี้ก็จะเห็นได้เมื่อสมัยสร้างวัดใหม่ๆ คุณยาย ใครก็แล้วแต่ที่มาเรียนธรรมะ คุณยายจะไล่ให้ไปเรียนกับหลวงพ่อธัมมชโย ท่านบอกว่าให้ไปเรียนกับหลวงพ่อเพราะว่าคุณยายได้สอนไปหมดแล้วนะ ยกย่องลูกศิษย์นะ แล้วก็ประการสุดท้าย ทำความป้องกันในทิศทั้งหลาย อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้เด่นชัดนะว่าคุณยายพยายามประคับประคองตลอดนะ ไม่เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นที่เราเห็นด้วยตา แต่สิ่งที่เราไม่เห็นแต่คุณยายก็มีมากมายนะ ครั้งหนึ่งในปี ๒๕๓๓ ขณะนั้นหลวงพี่อยู่ที่สหรัฐอเมริกาก็มีเพื่อนกัลยาณมิตรนะที่วัดส่งบทความซึ่งหลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เล่าเรื่องคุณยาย ในวันเกิดคุณยายไปให้เป็นกำลังใจในช่วงนั้นนะ กล่าวถึงการเป็นครูวิชชาธรรมกายนะ ท่านบอกว่าในเออ ในครั้งนั้นมีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นนะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือในวันหนึ่งมีลูกศิษย์ของอาจารย์ท่านอื่นรถคันหนึ่งคว่ำนะ อุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคันรถเลย คุณยายนั่งสมาธิไป เสร็จแล้วคุณยายไปพบเข้า คุณยายบอกยายช่วยเขาไปสวรรค์หมดเลย ไม่ให้ลงนรก คุณยายบอกว่าถ้าหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ อาจารย์ท่านนั้นคงจะถูกหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าเอา ว่าทิ้งลูกศิษย์ แต่อาจารย์วิชชาธรรมกายสอนแล้วจะต้องตามคุ้มครอง ตามคุ้มครองลูกศิษย์และครอบครัว การช่วยเหลือตลอดเวลานะ เวลายายนั่งเข้าที่ ยายก็จะคุ้มครองลูกศิษย์และครอบครัวตลอดเวลานะ ฉะนั้นเมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำสม่ำเสมอคือนั่งสมาธิให้เยอะ ให้สายบุญของเราเชื่อมประสานกับคุณยาย แล้วให้มีความเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ของเราว่าเราได้เกิดมาในชาตินี้มีโชคดีมากแล้วที่ได้มาเจอครูบาอาจารย์เช่นนี้ เช่นคุณยาย หลวงพ่อทั้งสอง มันเหลือเพียงแต่ว่าเราจะเก็บเกี่ยวคุณธรรมของท่านได้มากน้อยเพียงใด เราจะปฏิบัติธรรมได้มากน้อยเพียงไหน เพราะงั้นในช่วงเวลานี้ก็ขอเชิญชวนทุกๆ ท่านร่วมกันปฏิบัติบูชาให้กับคุณยายอาจารย์มหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของเราทุกๆ คนนะ (หมดม้วน 1/A) (ม้วน 1/B) ก็ขอให้ทุกๆ ท่านนึกน้อมเอาคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นครูบาอาจารย์ของเรา ให้นึกน้อม ให้ภาพของคุณยายปรากฏชัดใสแจ่มที่ศูนย์กลางกาย ที่กึ่งกลางท้องของเราทุกๆ คน วางใจเบาๆ สัมผัสเบาๆ รับรู้เบาๆ ให้ใจของเราได้ซึมซับเอาความดี คุณธรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในคุณยายของเรา ให้คุณธรรมทั้งหลายเหล่านั้นให้หลั่งไหลเข้ามาชำระกาย วาจา ใจของเราให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ นึกน้อมเบาๆ ทุกๆ คนนะ สัพเพ… หน้า PAGE 9 440108FW-AAT