ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ฤทธิ์จากความรับผิดชอบ - ปัญญาเยี่ยมยอดจากความกตัญญู

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระอารักษ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นประทีปเอกของโลก ขอกราบแทบเท้าพระเดชพระคุณพระเทพกิติปัญญาคุณ ขอกราบแทบเท้าพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ และมหาเถรานุเถระทุกรูปที่มีพรรษากาลมากกว่ากระผม เรียนเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรท่านสาธุชนผู้เป็นลูกหลานยายทุกคน (สาธุ) วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราได้มาเอาบุญร่วมกันในการที่มาฟังสวดพระอภิธรรมและมาประชุมร่วมกัน เพื่อระลึกถึงคุณของพระคุณของคุณยายผู้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จทั้งมวลของเราทั้งหมดเลย วันนี้อยากจะยกถึงประเทศๆ หนึ่งที่เขากว่าจะก่อกำเนิดขึ้นมาได้นี่ยากลำบากมากอย่างน่าอัศจรรย์ คล้ายๆ กับเหตุการณ์ที่เราเจอะเจอกันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ก็พูดถึงการก่อกำเนิดของประเทศอิสราเอล ประเทศอิสราเอลเป็นชนชาติซึ่งเร่ร่อนพเนจรมาอยู่หลายพันปี เกือบ ๔,๐๐๐ ปีนั่นแหละ แต่บรรพบุรุษของยิวนั้นมีความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะประทานแผ่นดินที่อุดมด้วยน้ำผึ้งและน้ำนมให้กับชนชาติยิวเอาไว้ในอนาคต ชาวยิวนั้นได้เร่ร่อนมาเป็นเวลาเกือบ ๔,๐๐๐ ปี ไปอยู่ที่ไหนก็ตาม แม้จะเป็นคนที่เก่ง คนที่ฉลาด จะอยู่ที่ยุโรปก็ตาม ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศยุโรป เพราะคนยิวเป็นคนฉลาด บ้านเมืองไหนเศรษฐกิจไม่ดี ถ้าคนยิวเข้าไปแล้วก็สามารถที่จะพัฒนาประเทศนั้นให้เจริญขึ้นมาได้ แต่คนยิวก็อาภัพ เมื่อเจริญแล้วก็จะขับไล่ออกจากประเทศนั้น เหมือนกันหมดเลยทั่วโลก กระทั่งเมื่อร้อยปีที่ผ่านมาเอง ก็มียิวอยู่กลุ่มหนึ่งก็มีความคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะมีประเทศของตัวเราเองนี่แหละ มาเป็นลูกไล่ของทุกชาติเลย แม้กระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็ถูกฮิตเล่อร์นี่สั่งฆ่าไปตั้ง ๖ ล้านคน ตอนที่ยิวประชุมกันก็เมื่อประมาณสักร้อยปีที่ผ่านมานั่นเอง ก็มีปัญญาชนผู้นำยิวก็คิดถึงดินแดนที่พระเจ้าประทานให้ ใกล้ๆ กับภูเขาไซออน ในดินแดนปาเลสไตล์ เป็นดินแดนที่พระเจ้าเรียกว่าน้ำผึ้งหรือน้ำนมนั่นเอง ยิวกลุ่มนี้ก็เลยมีการประชุมกัน และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องสร้างประเทศขึ้นมาให้ได้บนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ตอนที่ชาวยิวประชุมกันในยุโรป คนที่เป็นฝรั่งเขาทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ เขาก็ค่อนข้างจะหัวเราะเยาะ นึกว่าเป็นการประชุมที่ขำขัน ไม่นึกว่ามันจะเป็นความจริง จากนั้นคนยิวก็ระดมทุนจากคนยิว ในยุโรปและอเมริกา แ ล้วก็มาซื้อแผ่นดินที่เป็นทะเลทรายซึ่งไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเลย ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี แต่ความที่ยิวมาซื้อนั่นเอง ราคาแผ่นดินก็สูงขึ้นมาเรื่อยๆ เจ้าของก็เป็นเจ้าแขกตุรกีหรือชาวปาเลสไตล์บ้าง ก็ขายให้ราคาแพง ชาวยิวก็เต็มใจซื้อ และทุ่มไปหลายหมื่นล้านบาทนี่เพื่อซื้อประเทศที่ตัวเองจะอยู่ปัจจุบันนี้ เมื่อซื้อแล้วก็ค่อยๆ ส่งคนอพยพมา แรกๆ ก็ส่งพวกที่ทนหน่อยคือชาวไร่ชาวนารุ่นแรกๆ เพราะแผ่นดินที่ได้มามันแล้งมาก มาถึงก็ปลูกต้นไม้ก่อนเลย ๕ ล้านต้นนี่ ปลูกไปเรื่อยๆ พอสักระยะหนึ่งก็ส่งอีกชุดหนึ่งมีความรู้เพิ่มขึ้น มีเกษตร พวกเกษตรทั้งหลายนี่แหละ แล้วก็ส่งพวกผู้มีความรู้เรื่องพ่อค้า พวกนักการเมืองต่างๆ กระทั่งนักการทหาร ก็ทะยอยมาเรื่อยๆ กระทั่งคนยิวก็หนาแน่นในแผ่นดินตรงนี้ที่แห้งแล้ง และเมื่อเกิดสงครามโลก ชาวยิวก็ช่วยเหลือรัฐบาลอังกฤษเป็นอย่างดี กระทั่งเมื่อเสร็จสงครามโลก สหประชาชาติก็จึงมีมติแบ่งแผ่นดินที่แห้งแล้งนี่เป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็เป็นของปาเลสไตล์ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นของยิวนั่นเอง ให้ชื่อว่าเป็นประเทศอิสราเอล ทันทีที่ประกาศเอกราชให้ รุ่งขึ้นก็มีกองทัพจากอีก ๕ ชาติซึ่งเป็นฝ่ายที่ไม่ชอบยิวก็คืออาหรับ ๕ ชาติ ซึ่งประกอบด้วยอียิปต์ ซีเรีย เลบานอน อีรัก จอร์แดน ก็ส่งแม่ทัพนายกองนี่ยกทัพมาเลย ๕ ทัพพร้อมๆ กัน แล้วก็มีความคิดว่าจะขับยิวตกทะเลภายใน ๗ วันนี่ แม่ทัพที่คุมทัพมาก็มีความเชื่อมั่น เพราะรู้สึกว่าเพิ่งตั้งประเทศใหม่ๆ นี่จะมีอะไรไปสู้ ๕ ชาติก็รวมพลมาเลย แต่ก็แปลกนะ ตั้งใจว่า ๗ วันก็สามารถที่จะขับชาวยิวตกทะเลได้ภายใน ๗ วัน แต่เขาไม่รู้ว่านี่ยิวนี่สู้กันทุกๆ คน คนยิวนั้นมีความรู้สึกว่ารอคอยมาตั้งหลายพันปี สิ่งที่บรรพบุรุษฝันกันมาตั้งหลายพันปีนี่ ถ้าแพ้วันนี้มันก็สูญสลาย เพราะฉะนั้นเองยิวทุกคนสู้ แล้วก็ยอมตายหมด ไม่มีถอย แม้จะไม่มีพร้อมเลยในเรื่องต่างๆ ทุกหนทุกแห่งมีความคิดตรงกัน เราถอยไม่ได้อีกแล้ว ถ้าตายก็ตายพร้อมกับแผ่นดินนั้นแหละ ด้วยอำนาจใจที่มุ่งมั่นอย่างนั้นมีอุดมการณ์ที่จะปกป้องประเทศชาติ แม้กองทัพของฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีจำนวนมากกว่าทั้งอายุ เอ่อ ยุทโธปกรณ์ก็ทันสมัยกว่า ดีกว่า แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถจะชนะศึกได้ภายใน ๗ วัน ตามที่ตั้งใจเอาไว้ กระทั่งยืดเยื้อไปตั้ง ๑ เดือนก็ยังทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายฝ่ายอาหรับก็เริ่มจะหมดแรง อาหรับเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราไม่ชนะ ยิวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราชนะกันจริงๆ เพราะว่าความมุ่งมั่น มีอุดมการณ์ต่างหากล่ะ เหนือกว่าชาวอาหรับ ก็มีการพักรบกัน ตอนหลังสหประชาชาติเข้ามาไกล่เกลี่ย พักรบกัน อีก ๑ เดือนก็สู้กันใหม่ ชาวอาหรับก็มีความหวังอยู่นั่นแหละว่า ๑ เดือนก็เลยสะสมอาวุธใหญ่เลย และมุ่งมั่นว่ามาครั้งที่ ๒ ชนะแน่ คราวนี้ชนะแน่ๆ เลย มาอีก ปรากฏว่าคราวนี้สู้กัน ๑๐ วัน ท่าทางจะแย่ จะแพ้อิสราเอลอีก ก็มี สหประชาชาติก็ส่งคนมาไกล่เกลี่ย ก็พักรบไปอีก คราวนี้พักนานเกือบ ๒๐ ปี เพราะ ๒๐ ปีนี่อาวุธทันสมัยเพิ่มขึ้นมากมาย ตั้งใจว่าลุยคราวนี้ก็คงสามารถเอายิวตกทะเลไปอีกเป็นครั้งที่ ๓ ปรากฏว่าผิดคาดชาวยิวใช้เวลา ๖ วัน สามารถตีโต้กลับในปี ๒๕๑๐ ทุกประเทศนี่แพ้หมดเลยนี่ แพ้ใน ๖ วัน สงคราม ๖ วันที่ ในวงการที่เขาทำสงครามกันก็ สะเทือนไปทั่วโลกเหมือนกัน ๖ วันนั่นแหละ ยิวก็สยบหมดทุกทิศเลยนั่นแหละ แล้วก็สามารถตั้งประเทศมั่นคงอยู่ในปัจจุบันนี้ ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ก็พูดถึง หมายถึงแผ่นดินที่เราอยู่ตรงนี้ก็คล้ายๆ กัน แผ่นดินที่คุณยายท่านสู้เหนื่อยยาก กว่าจะพลิกท้องนาที่แห้งแล้งเลย เริ่มต้น แผ่นดินทะเลทรายที่ชาวอิสราเอลเขาพลิกกันมานี่ มันแล้งจริงๆ แล้งมาก ไม่มีต้นไม้เลย เขาสู้ด้วยอำนาจใจ สู้ว่าเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เขาจะปกป้องเชื้อสายของเขาเองให้คงอยู่ในโลกนี้ต่อไป แผ่นดินของเราก็เหมือนกัน จุดเริ่มต้นมาก็ได้จากการมีผู้บริจาค ทุ่มเทกันมาให้เหมือนกัน ด้วยความยากลำบาก ตั้งแต่แผ่นดิน ๒๐๐ ไร่ที่เราได้มานี่ แต่เดิมก็แห้งแล้ง ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี อาศัยคนซึ่งบุกเบิกต่างหากล่ะที่เขาต้องนับถือใจคนรุ่นแรกๆ ซึ่งมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ คุณยาย บุกเบิกกันมา จากท้องนาที่แล้งเลย พลิกมาเป็นป่าที่ร่มรื่นเขียวได้ เป็นจุดเริ่มต้นที่พวกเรารวบรวมนักสร้างบารมีในยุคนั้นมา กระทั่งเป็น ๒,๐๐๐ ไร่นี่ ก็เกิดจากการที่พวกเหล่าผู้นำบุญนี่แหละ พูดง่ายๆ ลงขันซื้อแผ่นดินนี้จริงๆ ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใคร แต่ก็มาจากพวกเรานี่ ผู้เห็นคุณค่าของโครงการนี้ เห็นคุณค่าของสิ่งนี้ เห็นคุณค่าของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในโลกต่อไป และมั่นใจเลยทุ่มเทมาตลอดเลยนี่ แผ่นดิน ๒,๐๐๐ ไร่ เราจะรวบรวมปัจจัยได้เราต้องใช้เวลาถึงเกือบ ๑๐ ปี ตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๒๔ กระทั่งถึง ๒๕๓๑ เรียกว่า ๘ ปีเต็มนี่ ที่พวกเราผู้นำบุญนี่ทุกท่านได้เหน็ดเหนื่อยกันมาก ในการที่จะชักชวนให้กับผู้มีบุญทั้งหลายมาบริจาคกัน เพื่อซื้อแผ่นดินนี้ให้ได้เป็นจำนวน ๒,๐๐๐ ไร่ เป็นภารกิจที่ยาวนานมาก ภารกิจหนึ่งของพวกเราถึง ๘ ปีเต็ม แล้วเราก็เป็นไทในวันที่คุณยายท่านรับเป็นประธานกฐิน ครบ ๘๐ ปี ปัจจัยก้อนนั้นก็เป็นปัจจัยที่ส่งให้แผ่นดินนี้ แผ่นดินที่ได้โดยยากลำบาก ก็เป็นไทแก่ตัว แผ่นดิน ๒,๐๐๐ ไร่ ณ แผ่นดินตรงนี้เราจึงเป็นรากฐานให้พวกเรามาสร้างบารมีถึงปัจจุบันนี้ วันนี้อยากจะชื่นชมพวกเรา โดยเฉพาะเหตุการณ์ ๒ ปีที่ผ่านมา ไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตั้งประเทศของอิสราเอล ถึงคล้ายๆ กัน เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ตอนเริ่มเหตุการณ์อัศจรรย์ตะวันแก้ว พวกเราทุกคนในที่นี้นี่ แกร่งมากๆ แกร่งเกินคาด นึกถึงฝ่ายตรงข้ามซึ่งเขาไม่ปรารถนาดีต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราน่ะแหละ ไม่ปรารถนาดีต่อวัดพระธรรมกาย ต่อพระพุทธศาสนา ได้มีการรวมตัวกันกระทั่งทำร้ายป้ายสีทุกรูปแบบเลย ใช้อำนาจทุกๆ อย่างเพื่อที่จะมุ่งมั่นให้คนเขามองดูว่าเราเหมือนกับเป็นบุคคลซึ่งเป็นผู้ร้ายในสังคม ไม่ควรจะมาเกาะเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเขาถล่มทุกทางเลย ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งคือวันที่ ๒๕ สิงหาคม วันที่พวกเราทราบข่าวทางทีวี ทราบว่าจะมีทหาร มีตำรวจจะมาจู่โจมจับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะของเรา พวกเรานี่แกร่งจริงๆ เลย พอทราบข่าวทางทีวีพวกเราเดินทางเข้าวัด ตั้งแต่ ๒ ทุ่มนี่ออกข่าวทางทีวีนี่แหละ ทุกชั่วโมงเขาออกข่าว เราก็เข้ากันทั้งวันทั้งคืนเหมือนกัน ซึ่งสังเกตหลวงพ่อธัมมชโยท่านยังปลื้มเลย ท่านยังเล่าเลยบอกว่าปลื้มใจลูกๆ ที่มาช่วยกันปกป้องแผ่นดินตรงนี้ ไม่ให้คนพาลเข้ามายึดเอาไปทำอย่างอื่น บางคนกำลัง ถ้าเป็นฝ่ายสตรีนี่ ฝ่ายอุบาสิกานี่แหละกำลังมีไอ้ เขาเรียกว่าม้วน ที่ม้วนผม โรลม้วนผมยังอยู่เลย รู้ข่าวนี้ไม่ได้แกะออกนะ เข้าวัดทันทีเลยนี่ มา มันเป็นการวัดว่าจิตใจพวกเราแข็งแกร่งมากเลย แกร่งเกินกว่าฝ่ายที่เขาไม่มีอุดมการณ์ คนพาลนี่แม้เขาจะมีฤทธิ์ แต่ไม่มีอุดมการณ์ ตอนนั้นสถานการณ์เหมือนกับเราไม่น่าจะชนะ สถานการณ์คล้ายๆ กับทุกหนทุกแห่งเขาบุกมา แต่อาศัยจิตใจที่พวกเรานี่เข้มแข็ง ห้าวหาญมากในการรับผิดชอบหมู่คณะ น่ายกย่อง ถ้าเราจำกันได้ แล้วก็น่ายกย่องจริงๆ ๒ ปีที่ผ่านมา มีสิ่งใดที่ถ้าจะช่วยปกป้องวัด ปกป้องหลวงพ่อได้นี่ พวกเราพร้อมเสมอ ๒ ปีที่ผ่านมาทุกเรื่องเลย พวกเราจะคอยสัญญาณตลอดเวลาเลยว่าให้ทำอะไร บางครั้งบางวิธีการมีผู้รู้แนะนำว่าจะเป็นวิธีการช่วยให้เราสามารถที่จะต่อสู้ได้อีกรุ่น เช่นบางครั้งเราก็ต้องออกไปทำหน้าที่เพื่อเอาลายชื่อรัฐธรรมนูญบ้างนี่แหละ ไปทุกหนทุกแห่งเลย เพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพในการประกอบพิธีกรรมในการทำงานของเราว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญนี่ไม่ได้ผิด เพื่อเป็นการให้สังคมรู้ทราบ พวกเราก็พร้อมไปทุกหนทุกแห่งเลย ไปไหน ทุกหมู่บ้านทุกตำบลไปหมด ในกรุงเทพฯ เราก็ไปกัน ถึงคราวซึ่งเห็นควรว่าจะทำอย่างไรนั้น เราจะไม่มีคำถามเลย จุดนี้นี่เป็นจุดที่น่าชื่นชม แม้กระทั่ง ๒ ปีที่ผ่านมา ปัจจัยทั้งหลายที่หล่อเลี้ยงทั้งองค์กร กระทั่งการขยายงานเราไม่ได้หยุดหรอก ก็มาจากพวกเราทั้งหมดแหละ กลุ่มคนที่เขาทำบุญก็คือกลุ่มพวกเรามั่นคงเหนียวแน่น แต่ละท่านตั้งเป้าหมายเลยว่าช่วงปีนี้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมานี่ จะไม่ซื้อของใหม่ใช้เลย นั่นแหละจะเอาวัดกับหลวงพ่อเป็นหลักก่อน โบนัสที่ได้มาปีนี้ก็เทให้กับหลวงพ่อ เทให้กับวัดหมดเลย ไม่ได้เก็บเอาไว้เลยนั่นแหละ แม้บรรยากาศที่ผ่านมาก็คล้ายๆ กัน ทุกคนใจเป็นอย่างนี้ ทำให้นึกถึงว่าสิ่งที่พวกเราจะได้นี่ นึกถึงเมื่อวันคล้ายวันเกิด วันแซยิคของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวของเรา ซึ่งท่านให้นัยยะสำคัญมากแก่พวกเราว่าบุคคลใดที่มีความกตัญญูเป็นเลิศ จะเป็นผู้ที่มีปัญญามากในอนาคต บุคคลใดที่มีความรับผิดชอบต่อหมู่คณะมาก ก็จะเป็นผู้ที่มีเลิศมาก เพราะความรู้อันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะของเราท่านก็สงสัยมานานว่าทำไมนี่พระสารีบุตรเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเลิศทางปัญญา พระโมคคัลานะนี่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เลิศทางฤทธิ์นี่ เพราะสาเหตุอันใด ท่านมีโอกาสได้กราบเรียนถามยาย คุณยายของเราตอนที่เริ่มสร้างวัดใหม่ๆ คุณยายท่านก็นั่งเข้าที่ ตรวจตราดูแล้วก็ตอบว่าพระสารีบุตรนั้นเลิศทางปัญญาเพราะว่าเป็นผู้มีความกตัญญูมาก พระโมคคัลลาน์เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อหมู่คณะ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พวกเราจะได้ไง อย่างเพราะว่าคุณยายของเราท่านมีเคารพ รัก พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำอย่างยิ่งเลย ท่านไม่อยากให้ครูบาอาจารย์ของท่านผิดหวัง จะเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตาม ท่านกลัวมาก กลัวคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะว่า ว่าเป็นขี้ไต้ ถ้าคนอื่นอาจจะเฉยๆ แต่คุณยายท่านยอมไม่ได้ ไม่ยอมให้หลวงพ่อวัดปากน้ำเรียกเป็นขี้ไต้เลย จะต้องฝึกฝนตัวทุกอย่าง จะเป็นงานหยาบก็ดี งานละเอียดก็ดีนี่ จะฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่ กระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ต้องยกย่องชื่นชมว่าคุณยายเป็นหนึ่งไม่มีสอง เพราะก่อนที่คุณยายท่านมีความเคารพรัก มีความกตัญญูอย่างสูงสุดทีเดียว แม้กระทั่งเมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณะภาพไปแล้วเมื่อปี ๐๒ คำสั่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้ฝากถึงคุณยายให้ช่วยกันรักษาวิชชาธรรมกาย แล้วก็ขยายไปทั่วโลกต่อไป ความที่คุณยายของเรานี่แหละมีความกตัญญูมาก ไม่ปฏิเสธเลย ลูกศิษย์ลูกหาได้รับคำสั่งมาเหมือนกัน บางคนพอ เมื่อหลวงพ่อท่านไม่อยู่แล้ว ก็กลับบ้านบ้าง ลาสิกขาบทบ้าง แต่คุณยายท่านไม่ใช่อย่างนั้น ท่านมีความกตัญญูมาก เมื่อคำสั่งใดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งเอาไว้ ท่านก็รับปฏิบัติทันที รับทำมาตลอด แม้จุดเริ่มต้นยังมองไม่เห็นทางอะไรเลย ท่านใช้เวลาถึง ๔๐ ปีในการรักษาคำๆ นี้ มีทั้งความกตัญญู และความรับผิดชอบต่อวิชชาธรรมกายอย่างเยี่ยมยอดที่สุด สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านใช้เวลา ๔๒ ปี ตั้งแต่วันที่หลวงพ่อท่านเข้าถึงธรรม เข้าถึงพระธรรมกายที่วัดโบสถ์บางคูเวียง ในปี ๒๔๖๐ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านจากโลกนี้ไปก็ ๒๕๐๒ ๔๒ ปี กว่าจะปักหลักให้วิชชาธรรมกายนี่มั่นคงที่วัดปากน้ำได้ ขจรขจายไปทั่วแผ่นดินไทยในตอนนั้นได้ คุณยายเราก็รับคำสั่ง แล้วก็ทำงานหนักมาตลอด ๔๐ กว่าปีเหมือนกัน ตั้งแต่ ๒๕๐๒ กระทั่งถึง ๒๕๔๓ ก็เรียกว่าความทุ่มเทของคุณยายนั้นก็เกือบจะเท่าๆ กับช่วงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านยังอยู่ ๔๒ ปีในการสืบทอดวิชชาธรรมกายมา ตั้งแต่เริ่มที่บ้านหลังเล็กๆ ซึ่งมีไม่กี่คน กระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะเรามาถึง พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะมาถึง หมู่คณะเริ่มต้นจึงเกิดขึ้น บ้านหลังเล็กๆ แล้วขยายมาเป็นบ้านธรรมประสิทธิ์โตขึ้น สามารถรวบรวมนักสร้างบารมีได้เป็นร้อย ๒๐๐ คน แล้วขยายมาจนปัจจุบันนี้ นี่ก็เพราะว่าคุณยายเราท่านมีความกตัญญู ไม่มีคำว่าบ่น ไม่มีคำว่าเบื่อหน่ายหรือท้อแท้ในการสร้างบารมีเลย มีความคิดอย่างเดียวว่าจะทำยังไงให้ครูบาอาจารย์สมหวัง สิ่งใดที่ครูบาอาจารย์สมหวังแล้ว แม้จะต้องทุ่มเทเหนื่อยทั้งชีวิตก็ยอม เพราะงั้นคุณยายท่านเป็นอย่างนั้น คุณยายท่านจึงมีปัญญามาก ความที่ท่านมีความกตัญญูต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านจึงมีปัญญามาก มากกระทั่งมาวางแผน แล้วก็รากฐานให้กับวัดพระธรรมกาย กติกาหลายๆ อย่างนี่ที่คุณยายวางเอาไว้นี่มีผลอย่างมากในการที่เราปลอดภัยในการสู้ศึกในปัจจุบันนี้ เช่นกติกาที่คุณยายท่านมีคำสั่งห้ามพระรับแขกบนกุฏิบ้าง จะรับแขกอะไรก็ตาม ต้องไปที่ศาลา ศาลาฟังธรรม ศาลาจาตุม หรือศาลาดุสิต เป็นเขตของ ของการแสดงธรรมแล้วก็รับแขก พอเริ่มสร้างวัดก็แบ่งออกเป็น ๓ เขต เขตของอุโบสถคือเขตของพุทธาวาส ธรรมาวาสก็เขตของการแสดงธรรม สังฆาวาสก็เขตพระสงฆ์ เขตพระสงฆ์นั้นห้ามโยมเข้าไปเลยเด็ดขาด ถึงเวลา ๖ โมงเย็นนั้นโยมทุกคนถูกเชิญออกจากวัดหมด ถ้าต้องการจะมาฟังธรรมหรือมาถวายเพลก็ตาม พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ กติกาบางอย่างนี่มีผลมากมาถึงปัจจุบันนี้ แล้วความที่คุณยายต้องแข็ง เห็น เห็นภัยในอนาคต เพราะความที่ท่านทุ่มเทกตัญญูเป็นพิเศษ ท่านจึงมีปัญญามากนี่ มาวางรากฐานให้พวกเราปัจจุบันนี้ได้ การสู้ศึกครั้งนี้ก็ถือกฎนี้มีส่วนสำคัญยิ่ง ทำให้ข้อหาที่เขาจะใส่ร้ายป้ายสี พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรานี่ทำไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นเองก็อยากให้พวกเรานึกถึง นึกถึงบุญ นึกถึงความที่เราได้มีความกตัญญูต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ต่อคุณยาย ๒ ปีที่ผ่านมานี่ให้ดีใจไว้เถอะ สักวันเมื่อเราทุ่มเทกันมากๆ เข้าไปเรื่อยๆ ตัวเรานี่แหละก็จะเป็นผู้ที่มีปัญญาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และความที่เรารับผิดชอบหมู่คณะอย่างเต็มที่นี่ เอาชีวิตเข้าแลก เพื่อจะหาบุคคลอย่างเรานี่ไม่มีอีกแล้ว ทำให้นึกถึงคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านเคยตรัสเอาไว้ว่า ว่าไม่มีอำนาจใดๆ ในโลกจะสามารถทำลายพุทธศาสนาได้ ยกเว้นเมื่อใดก็ตามที่ชาวพุทธเสื่อมคำสอน เขาเห็นพวกเราแล้ว ก็คิดว่าถ้าพระพุทธองค์ทรงอยู่ก็คงชื่นชมว่าพวกเรานี้แหละ จะเป็นกำลังสำคัญของชาวพุทธ ในยุคที่ชาวพุทธกำลังถูกรังแกอยู่ ย่ำยีอยู่ แต่พวกเราก็มีความมั่นคง ปฏิบัติตามคำสอนทุกอย่างเลย ทั้งทานก็ดี ศีลก็ดี ภาวนาก็ดี เราครบหมดเลย แล้วทำอย่างเต็มที่ด้วย อย่างมหาทานบารมีนี่พวกเราทำเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ภาวะอย่างนี้ ภาวะที่เศรษฐกิจของชาติยังไม่ได้ฟื้นดี เงินสดก็หายากมาก แต่พวกเรานี่แหละทุ่มเทนี่ สังเกตเลยเทศกาลเทแล้วเทอีก มีเกิดขึ้นเรื่อยๆ เลย กระเป๋าพวกเรานี่เป็นกระเป๋าวิเศษ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะเคยบอกว่ากระเป๋าพวกเรานี่แปลกดี ตอนเริ่มต้นทำบุญนี่เหมือนไม่มี แต่ถึงเวลานี่ทันทุกทีเหมือนกัน ถึงเวลาตั้งใจทำอะไรก็ตาม พอถึงเวลากำหนด เราก็ทันทุกครั้งเหมือนกัน เป็นกระเป๋าวิเศษทีเดียว คือแตกต่างจากกระเป๋าเศรษฐีในโลก กระเป๋าเขาใหญ่มากเลย สมบัติก็มากมาย แต่เหมือนน้ำเค็ม กินก็ไม่ได้ อาบก็ไม่ได้ ของเขากระเป๋าจะมีเต็มแต่เหมือนไม่มี จะมาทำทานนี่นะ ยากมาก มีความตระหนี่ครองใจอยู่นี่แหละ แม้สมบัติจะมีสักร้อยล้าน จะทำบุญสัก ๑๐ บาท ร้อยบาท ก็ยังตระหนี่เลย กระเป๋าไม่มี มีแต่เหมือนไม่มี แตกต่างจากกระเป๋าผู้นำบุญนี่ อัศจรรย์ หลวงพี่อัศจรรย์จริงๆ เห็นหน้าคนเก่าๆ นี่แหละ มาอีกแล้ว ในช่วงเทศกาลนี่อะไรก็ตาม พวกเราก็เข้าแถว ก็ถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ เดี๋ยวก็ทำโป้งให้คุณยาย เดี๋ยวก็ทำโป้งให้หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อคราวที่เทศกาลแซยิคของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ เราก็ตั้งแถวเหมือนกันเทกันอีก น่าอัศจรรย์โดยแท้เลย แล้วสักวันหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อถามบอกว่ากระเป๋าเราต่อไปก็จะเป็นกระเป๋าที่ไม่พร่องจริงๆ ในอนาคต ความที่เราตั้งเหตุอย่างนี้แหละ เทแล้วก็เทอีก เพราะฉะนั้นเรานี้แหละจะเป็นขุมกำลังที่สำคัญมากของพุทธศาสนา ของวิชชาธรรมกาย ให้ดีใจและภูมิใจเถอะ โดยเฉพาะ ๒ ปีที่ผ่านมา ภารกิจปกป้องวิสัยการทุกอย่างคลี่คลายมา ค่อนข้างจะดีขึ้นมาโดยตามลำดับ นี่ก็เข้าสู่ปีที่ ๓ แล้ว ที่เรายังมั่นคงอยู่นี่ ส่วนหนึ่งอาศัยความทุ่มเทจริงๆ ของพวกเราด้วย ที่มาปกป้องกันทุกครั้ง ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ หลวงพี่จึงดีใจไงว่าสักวันพวกเราก็จะมีฤทธิ์มากๆ ความที่เรามารับผิดชอบหมู่คณะ มาปกป้องหลวงพ่อ มาปกป้องวัดพระธรรมกาย ปกป้องพุทธศาสนา กิจพิเศษต่างๆ ที่พวกเราได้มา เราก็ทุ่มกันเต็มที่ทุกครั้งเหมือนกัน นี่แหละเราจะได้นักรบกล้าแห่งกองทัพธรรมเกิดขึ้นมากมาย แผ่นดินตรงนี้จึงเป็นแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครก็ตามถึงแผ่นดินตรงนี้ที่เรานั่งอยู่กัน คนเหล่านี้จะจิตใจสูงส่งขึ้น ที่ท้อแท้ก็จะไม่ท้อแท้ จะมีกำลังใจ จะอาจหาญร่าเริง แผ่นดินจึงมีความหมาย เพราะงั้นแผ่นดินที่ได้มาโดยยากนี่แหละ เป็นแผ่นดินที่ต้องรักษาไว้ให้ดี รักษาเอาไว้เผื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังเขาจะได้รับรู้สิ่งเหล่านี้ แล้วจะได้มีอุดมการณ์อย่างพวกเรา พรุ่งนี้วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๔ ก็จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณยายของเราจะมาครบ ๙๒ ปีเต็มในวันพรุ่งนี้ ก็อยากจะบอกข่าวดีว่าพรุ่งนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านก็จะมานั่งสมาธิกับพวกเราที่นี่ในเวลาบ่าย ๓ โมงพรุ่งนี้ ท่านใดก็ตามที่อยากจะร่วมบุญกับคุณยาย ในคราววาระครบ ๙๒ ปีเต็มพรุ่งนี้ ก็ขอเชิญชวนว่าพรุ่งนี้บ่าย ๓ โมง มาก่อนก็มาที่นี่แหละ ใครสะดวกมาตั้งแต่ตอนเพลนี่เราก็จะมีการถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์กันที่สภาจากหลังเล็กก่อน เพื่ออุทิศกุศลนี้ให้คุณยายของเรา ตอนบ่าย ๓ นี่แหละ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะจะมานั่งที่นี่กับเราด้วย จะคุมบุญให้พวกเรา และรับปัจจัยที่เราจะตั้งใจบูชาธรรมกับคุณยายก็ จะทำพิธีกันห้องนี้เลย ถือว่าเป็นบุญพิเศษ วันที่ วันของคุณยาย ก็แจ้งนี้ให้ทราบโดยทั่วหน้ากัน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรานี่แหละ จะช่วยกันสืบทอดมโนปณิธานต่อไป หากเรามีความเข้มแข็งอย่าง ๒ ปีที่ผ่านมา เป้าหมายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ท่านมีคำสั่งมาถึงคุณยายของเราน่ะแหละ ให้เราเอาวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก คุณยายท่านก็ถ่ายทอดมโนปณิธานนี้มาถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อเราทั้ง ๒ องค์ กระทั่งมาถึงพระอาจารย์ทุกรูป มาถึงพวกเราทุกคนนี่แหละ หากจิตใจเราเป็นอย่างนี้ ในชาตินี้ เราต้องทันเห็นแน่นอน ไอ้ที่ชาวโลกเห็นธรรมกาย เห็นพุทธศาสนาไปทั่วโลกนี่เป็นไปได้ อาศัยกำลังใจ ความเข้มแข็งของพวกเรานี่มันเป็นไปได้ ทัน เพราะฉะนั้นให้ดีใจว่าเราเกิดในยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ยุคที่เราได้มีช่วงสืบทอดทั้งปกป้องด้วย ทั้งขยายไปทั่วโลก มันจะเป็นยุคที่มีบุญมหาศาลเกิดขึ้น จะหายุคไหนที่เราได้บุญอย่างยุคนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะฉะนั้นให้รักษาสรีระร่างกายของเรานี่ให้แข็งแรงเอาไว้ และทุ่มเทไปเถอะทั้งชีวิตและจิตใจ ให้สร้างบารมีกระทั่งเราหมดลมหายใจกันไปเลย ตัวอย่างที่คุณยายท่านทำเอาไว้เป็นตัวอย่างแล้ว แม้กายท่านหมดลม แต่จิตท่านยังโชติช่วงในการสร้างบารมีอยู่ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย กายหยาบในโลกมนุษย์ แม้จะหมดสภาพแล้ว แต่กายทิพย์ของคุณยายที่อยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ท่านก็ยังคงทำหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ไม่เคยทอดทิ้งเป้าหมายการสร้างบารมี ไม่เคยติดทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเราลูกหลานยายก็ต้องเป็นอย่างนั้นกันทุกๆ คน ในช่วงสุดท้ายจะได้เชิญชวนพวกเราได้ปฏิบัติธรรม ซึ่งถือว่าการปฏิบัติธรรมนี้ก็เป็นมรดกธรรมอันล้ำค่า ซึ่งติดต่อเนื่องยาวนานจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นั่นแหละ มาถึงวันนี้ก็ ๘๓ ปี วิธีการที่เรานั่งอยู่เป็นของที่สูญหายไปแล้ว ๒,๐๐๐ กว่าปี เพิ่งคืนมาสู่โลกไม่กี่ปีเท่านั้นเอง มันก็เป็นหน้าที่อีกอย่างหนึ่งของพวกเรา ซึ่งก็มีความทั้งกตัญญู ทั้งรับผิดชอบต่อวิชชาธรรมกายด้วย โอกาสนี้เราจะได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมร่วมกัน ขอเชิญทุกท่านนะ นั่งขัดสมาธิ เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้ายนะ นิ้วชี้ข้างขวาก็จรดหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักของเราพอสบาย (หมดม้วน 1/A) (ม้วน 1/B) ตั้งกายตรงให้พอสบายนะ แล้วก็ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายให้เบาสบาย เพราะกายที่สบายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเข้าถึงธรรมะภายใน กายและใจสัมพันธ์กัน กายสบายเดี๋ยวใจก็สบายด้วย ถ้าใจสบาย เดี๋ยวก็จะสามารถเข้าถึงธรรมะได้อย่างง่ายดาย ทุกครั้งที่เรานั่งสมาธิ พึงปรับกายให้สบายเสียก่อน สบายคือสบายทั้งตัว ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายที่ตึง หรือเกร็งหรือฝืน หรือเครียด จะนิดเดียวก็ไม่ได้ ตั้งแต่การหลับตา หลับสบายคล้ายนอนหลับ เพียงแค่ผนังตาปิดลูกนัยต์ตาเท่านั้นเอง ใครรู้สึกว่าหลับตาแล้วตึงๆ ที่หัวตาหรือหัวคิ้ว ก็แสดงว่าเกินส่วน ยังไม่สบาย ก็ต้องปรับ หลับตาสบายๆ นี่ คล้ายๆ กับเห็นลางๆ นะ เหมือนหลับครึ่งลูกนัยต์ตา เราก็ปรับให้ดีนะ ถ้าหลับตาไม่ถูกตั้งแต่ต้นมันก็ไม่เห็นธรรมะไปตลอด หลับสบาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อเราทีละส่วน ตั้งแต่หน้าผากเรา ศีรษะ หัวไหล่ทั้ง ๒ ลำตัว ใต้แขน กระทั่งปลายนิ้วมือ ปลายขากระทั่งปลายนิ้วเท้านี่สบายหมดทั้งตัวเลย เมื่อกายสบายดีแล้ว ก็ปรับใจของเราให้สบาย ใจจะสบายได้ต้องปลดกังวลจากเรื่องราวภายนอกทั้งหมดเลย เรื่องที่บ้าน ที่ทำงาน การศึกษาเล่าเรียน แม้แต่เรื่องการจะสร้างบารมีก็วางไว้ก่อน แล้วก็ยังใจเราให้แช่มชื่นให้เบิกบาน ให้ดีใจว่าเราเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งได้ธำรงรักษามรดกธรรมอันล้ำค่าคือวิชชาธรรมกายนี่ไง พวกนี้มีบุญมากทีเดียว ได้มาถึง มาทราบถึงวิธีการอย่างนี้ แล้วก็น้อมใจเรามาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายของเรา นิ่งๆ เบา สบาย นิ่งโดยที่ไม่ได้บังคับหรือพยายาม นิ่งๆ เบาๆ เบาคล้ายๆ กับขนนกที่ลอยในอากาศ บางเบา เหมือนขนนกที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เบาสบาย การวางใจที่ศูนย์กลางกายก็เป็นอย่างนี้ นิ่งๆ เบา สบาย แล้วก็ประคองความนิ่งเราไปเรื่อยๆ หยุดนิ่งเป็นตัวสำเร็จตั้งแต่เบื้องต้น กระทั่งเข้าถึงพระอรหันต์ คำๆ นี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านได้ชี้แนะให้กับพวกเรา ตั้งแต่ยังมืดๆ นี่ ยังฟุ้งอยู่ ไม่เห็นอะไรเลย กระทั่งเห็นความสว่างภายใน เข้าถึงดวงธรรมภายในได้ เข้าถึงกายในกาย เข้าถึงพระธรรมกายได้ ก็อาศัยหยุดกับนิ่งอย่างเดียว ไม่ได้อาศัยวิธีการอื่นเลย อาศัยหยุดกับนิ่งตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เริ่มต้น ท่ามกลาง กระทั่งที่สุด ใช้วิธีเดียวกันตลอด นี่คือความอัศจรรย์ของวิชชาธรรมกาย อาศัยหยุดกับนิ่งอย่างเดียวเลยนี่ หยุดในหยุด นิ่งในนิ่งไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเราก็ต่างคนต่างทำกันให้ดีนะ เมื่อใจเราใส สะอาด บริสุทธิ์ดีแล้ว ต่อนี้ไปเราจะได้นึกน้อมบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากการที่เราได้มาร่วมกันฟังสวดพระอภิธรรมในวันนี้ นึกรวมบุญทั้งหมดนึกน้อมถวายแด่คุณยายอาจารย์ของเรา ให้ท่านมีความสุขยิ่งขึ้นไปในสัมปรายภพ แล้วก็นึกขอพรจากคุณยาย และคุณยายนี่นะ เอาบุญบารมีจากท่านให้คุ้มครองรักษาพวกเรา ให้สามารถสร้างบารมีได้ตลอดรอดฝั่ง คุณยายของเรามีความกตัญญูต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำอย่างไร มีความรับผิดชอบต่อวิชชาธรรมกายอย่างไร ก็ขอให้พวกเราเป็นอย่างนั้น มีความกตัญญู ต่อทั้งพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ และมีความปีติ อาจหาญร่าเริงในการรับมอบหมายงาน จะเป็นงานหยาบๆ หรืองานละเอียดก็ดี ให้มีความอาจหาญและให้มีปัญญาที่จะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะในวาระอันใกล้ที่จะถึงนี้คือวันที่ ๗ มกราคม ก็ขอให้เรามีบุญมากๆ และสามารถตามผู้มีบุญทั้งหลายมาร่วมกัน ในวันประชุมจุดไฟแก้วให้แก่คุณป้าถวิล แล้วกับคุณโยมย่าจุรี ซึ่งคือโยมแม่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ ให้มีมหาชนมาร่วมงานกันไม่มีประมาณ และในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่เราจะร่วมกันทำพิธีมหาวิสุทธิรัตนเตโชให้กับคุณยายอาจารย์ของเรา ก็ให้พลังธรรมผู้ที่พอเหมาะพอดี สามารถยังสาธุชนที่ไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส ที่เลื่อมใสก็เลื่อมใสยิ่งขึ้น ให้ฟังเราแล้วปีติเบิกบาน ให้มาร่วมกันอย่างล้นหนักแน่นเป็นอัศจรรย์ทีเดียว ขอให้พวกเรานี่เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาไปทุกชาติ กระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม สัพเพ… หน้า PAGE 12 440103โ”