ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สมุดบันทึกที่ทรงคุณค่า บนรถสามล้อสีแดง ตอนที่ ๓

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระประดิษฐ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกๆ รูป นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ รูป และเจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาลูกหลานยายทุกๆ คน (สาธุ) ก็หลังจากที่ได้บำเพ็ญกุศลเอาบุญกับคุณยาย และเนื่องจากเป็นลูกหลานคุณยายท่านนี่ เราก็คงจะต้องปฏิบัติบูชานะ เป็นสิ่งที่คุณยายท่านรักนะฮะ รักมาก แต่ก่อนที่จะปฏิบัติบูชานั่งธรรมะ ก็คงต้องเล่าเรื่องของคุณยายด้วย เพื่อจะได้เป็นแนวทางให้สำหรับกัลยาณมิตรหลายๆ ท่าน ที่เคยมาทันคุณยายช่วงที่ท่านยังแข็งแรง รับแขกทุกวันอาทิตย์ ก็จะได้ทบทวนย้อนหลังไปด้วยนะ บางท่านก็มาทีหลัง มาตั้งแต่คุณยายท่าน ช่วงท่านอายุมาก แล้วก็ไม่ได้มารับมาพูดคุย หรือไม่ได้กราบท่าน หรือบางท่านอาจจะมาตั้งแต่ช่วงนี้เองนะฮะ ช่วงที่คุณยายท่านได้ละสังขารไป ก็เราก็จะได้ย้อนกลับนะ นึกถึงคุณธรรมของคุณยายท่านก่อน แล้วเราก็จะได้ทราบว่าบุญเราเยอะขนาดไหน ดังนั้นก็คงจะต้องลองสอบถามทุกๆ คนดูนะ ท่านใดที่เคยมาแล้วเคยกราบคุณยายวันอาทิตย์บ้าง ลองยกมือให้ดูนิดหนึ่ง ยกสูงๆ เลยนะสูงๆ เอ้า เอ้าอนุโมทนาบุญทุกคนนะ ใครมาไม่ทันบ้าง ยกสูงๆ อีกเหมือนกัน จะแบ่งบุญให้ นะ เอ้า ให้มีส่วนในบุญทุกคนนะ เมื่อวันที่ ประมาณวันที่ ๑๑ ๑๒ ธันวานะ ไปปฏิบัติธรรมที่ภูเรือ เช้าวันที่ ๑๒ ถ้าจำไม่ผิด ขึ้นไปบนยอดของภูเรือ ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำนะ ขึ้นไป ถึงที่โน่นประมาณ ๖ ๖ โมงเช้า เป็นสิ่งที่ดีใจ แล้วก็คงเป็นบุญ (กระแอม) ฟ้ายังไม่ค่อยสว่าง พระจันทร์สว่างมาก พระจันทร์ยังค้างฟ้าอยู่ มองไปทางตะวันออก พระอาทิตย์ก็ขึ้นอีกแน่ะ สักพักเดียว เราเห็นทั้งพระอาทิตย์ เห็นทั้งพระจันทร์ สว่างไสวมาก แล้วเราก็นึกถึงว่า เรามีบุญเหมือนกันนะ เรานี่หมายถึงทุกๆ คนนะ ไม่ใช่หลวงพี่นะ ทุกๆ คนน่ะมีบุญมาก ที่มาทันได้ร่วมบุญกับคุณยายท่าน แล้วก็มาได้สร้างบุญสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ให้เรามาทัน แม้ท่านใดอาจจะมาไม่ทันกราบท่าน ช่วงที่ท่านแข็งแรง ก็มาทันคุณยายท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ยังคลุมบุญให้เราอยู่ ในกุฏิในที่พัก หรือแม้แต่จะมาช่วงนี้ก็ตาม สรีระหยาบ กายหยาบของคุณยายท่านก็ยังอยู่นะ ให้เราได้กราบไหว้ ขอบุญของบารมี ก็ยังเป็นบุญของทุกๆ คน เมื่อพูดถึงตอนนี้ก็ต้องนึกถึงคำพูดของคุณยายนะ เวลาท่านแข็งแรง ประมาณ ๑๙ ปี ๑๐ ๑๑ ปีที่ผ่านมาน่ะ เวลาท่านแข็งแรง บางทีท่านก็พูดให้ฟัง ก็เป็นภาษาของคุณยายนะ ก็ไม่ต้องไปปรับนะ ไม่ต้องปรับคำน่ะ ก็ถ่ายทอดเล่าให้ฟัง จะได้นึกภาพตามได้นะ สำหรับท่านที่มาใหม่นะ ส่วนท่านที่มาเก่าเคยกราบท่านก็คงจะเห็นภาพชัดเจน คุณยายบอกว่ามนุษย์ทุกคนนี่ ตายแล้วไม่สูญ สูญแต่กายหยาบ กายหยาบเขาเอาไปเผาน่ะ แต่กายไปเกิดมาเกิดยังอยู่ เพราะฉะนั้นยายจะต้องสร้างบุญให้เยอะๆ แล้วก็ภพชาติต่อไปน่ะ เมื่อมาเกิดใหม่นี่ จะได้มาสร้างวัดใหญ่ๆ แล้วตามพวกเราพวกพ้องบริวารทั้งหลายนี่ ลูกศิษย์ลูกหาท่าน ตามไปด้วยนะ นี่คำพูดของท่านก็จะเห็นว่า ท่านห่วงพวกเราน่ะนะ ห่วงพวกเรา และท่านพร้อมที่จะเอาเรากลับไป ถึงที่สุดแห่งธรรมด้วยกัน เมื่อชาตินี้เราพลั้งเผลอไป ท่านคอยชี้แนะ คอยสอน โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อคอยชี้หนทางสร้างบารมีให้เรายิ่งๆ ขึ้น ก็เลยไปที่ภูเรือก็เลยเห็น พระอาทิตย์กับพระจันทร์ ขึ้นพร้อมๆ กันก็นึกถึงตรงนี้ว่า เราได้อยู่ในท่ามกลางแสงสว่าง พระอาทิตย์ก็ยิ่งใหญ่ในกลางวัน ส่วนพระจันทร์ท่านก็ผ่องใสให้ความร่มเย็น ในช่วงกลางคืน บางวันพระจันทร์ก็มองไม่เห็นนะ แต่ถ้าสังเกตดีๆ นี่ พระจันทร์ท่านก็ยังอยู่ ตอนกลางคืนนะ สังเกตดีๆ จะมองเห็น ช่วงกลางวัน บางวัน ไม่ใช่มีแต่ดวงอาทิตย์นะ บางทีเราก็เห็นพระจันทร์น่ะ ใสๆ น่ะ ตามพระอาทิตย์อยู่นั่นแหละ คอยเก็บรายละเอียดให้ คอยดูเราอยู่แหละ ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า แม้คุณยายท่านละสังขารไปในส่วนละเอียด คุณยายยังคอยตามเราอยู่ อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้บอกเอาไว้ว่า คุณยายท่านก็มาดูทุกคืนน่ะ ว่าลูกศิษย์คนไหนนะ ที่มาเอาบุญกับคุณยายบ้าง แล้วคุณยายก็จะคอยเติมบุญเติมบารมีให้ นะ อธิษฐานจิตอะไรก็จะเติมให้ ให้สำเร็จ สำเร็จ ทุกอย่าง เพราะว่ากายหยาบของคุณยายยังอยู่ ทั้งๆ ที่มีอยู่ช่วงหนึ่งน่ะคุณยายท่านบอก บอกว่า ยายไม่ได้ห่วงอะไรเลยนี่ เอาแต่บุญเอาแต่บารมีไป กายหยาบนี่ ตายไปแล้วใครไม่เผามันก็เหม็นเอง อื่อ ภาษายายนะ ท่านพูดอย่างนี้เลยนะ คือท่านไม่ได้ห่วงกายหยาบท่านเลยนะ ทั้งๆ ที่กายหยาบของท่านมีคุณค่า เป็นเครื่องตรึกระลึกนึกถึงลูกศิษย์ของลูกหลานทุกๆ คน แต่ตัวท่านไม่เคยห่วงเลยนะ แล้วทุกคนก็คงทราบดีว่า ที่พระเดชพระคุณพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวท่านบอกเอาไว้ว่า ให้คุณยายบอกไว้ว่าให้เผาเลยนะ อย่าสวดนาน เป็นสิ่งที่คงจะทำตามไม่ได้นะ เพราะลูกหลานคุณยายมีเยอะนะ จะต้องมาเอาบุญกับคุณยายก่อน ก็คงได้วันมาฆะน่ะอีกเดือนกว่าน่ะข้างหน้า ถึงตอนนั้นลูกหลานจากที่ไกลๆ ก็จะได้มาทันนะ วางแผนได้ถูกนะการเดินทางจะได้มา วางแผน การเดินทางมาได้ทัน แล้วก็มีอยู่หลายๆ อย่างที่ก็อยากเอามาเล่าให้ฟัง ขอย้อนไปเมื่อ ๒ ครั้งที่ได้ลงมาเล่าเรื่องคุณยาย ก็ขอย้อนไปเรื่อง ๒ เรื่อง คือมันมีเรื่องที่กัลยาณมิตรท่านหนึ่งนี่ ไปเล่าเรื่องซินแส คือเรื่องนี้ต้องใช้โยนิโสมนสิการน่ะ พิจารณาดีๆ นะ หลวงพี่ไม่ได้สนับสนุนให้ไปดูหมอนะ แต่เขาเอามาเล่าให้ฟัง แล้วมาเล่าต่อนะ ไปดูหมอ หมอดูน่ะ นะ เป็นซินแสพูดไทยไม่ได้นะ แล้วก็มีชื่อเสียงเหมือนกันนะ เขาก็เอารูปไปที่ออฟฟิตมั้งนะ ออฟฟิตที่ทำงาน ดูรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซินแสก็พูดภาษาจีน ก็มีแปลกันออกมาว่า พระองค์นี้ ดูตาท่านนะ นึกถึงตาหลวงพ่อวัดปากน้ำนะ เห็นท่านแล้วไม่กล้าทำบาปเลยนะ เป็นครูบาอาจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะนะ แล้วเสร็จแล้วเขาก็เอารูปของหลวงพ่อทัตตนะ หลวงพ่อทัตตชีโว เขาบอกว่ารูปยิ้มด้วยนะ รูปท่านกำลังยิ้ม องค์นี้ก็เหมือนกันน่ะ มีเมตตาสูงนะ เป็นครูบาอาจารย์ จะมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะนะ เอารูปหลวงพ่อธัมมะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะของเราเป็นรูปถือดวงแก้ว เป็นรูปในหนังสือ เขาก็พูดแบบของเขาน่ะนะ เขาบอกว่า องค์นี้นะ ถ้าไม่บวชนะ ถ้าไม่บวช จะเป็นผู้นำประเทศได้ แต่ถ้าบวชแล้วนี่อะไรก็ฉุดไม่อยู่ เขาว่างั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรนะ ก็คือใครคงทำอะไรหลวงพ่อไม่ได้นะอย่างนั้น ส่วนแม่ชีองค์นี้นะ คุณยายของเรา บอกว่าแม่ชีคนนี้ ภาษาเขานะ แม่ชีคนนี้ มองใครแล้วมองทะลุข้างในนะ ดูตาท่านสินะ มองใครแล้วมองทะลุข้างใน ซึ่งช่วงที่ท่านแข็งแรง คุณยายก็ได้พูดอย่างนั้นเหมือนกันว่า ยายน่ะ เวลามองใครนะ ตามันก็มองอย่างนี้แหละ แต่ยายก็ทำใจนิ่งๆ นะ มองทะลุหมดเลย ที่ท่านพูดบ่อยๆ ว่า ยายอ่านหนังสือไม่ออก แต่ยายอ่านคนออก ก็คืออันเดียวกันนะ แต่ที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ใช่บอกว่า เขาทายได้แม่นจังเลยนะ แต่ก็หมายความว่าซินแสท่านนี้ แม้จะดูลักษณะอย่างนี้ก็ตาม ถ้าเปรียบเทียบก็หมายความว่ายังไม่ลึกพอนะ เหมือนกับเราเห็น เห็นอะไรนะ ใสๆ สว่างๆ แต่มันอยู่ไกลๆ แต่ไม่รู้มันคืออะไร รู้แต่ว่านั่นน่ะใสๆ สว่างๆ แต่ไม่รู้เป็นเพชรหรือกระจก หรือว่าเป็นน้ำแข็งไม่รู้ เขาไม่รู้เลย แต่หลวงพ่อของเรา คุณยายของเรานี่ ท่านรู้ว่าอันนี้คือเพชรเลยนะ ท่านบอกได้เลย ก็เลยเคยยกตัวอย่างว่าเคย เคยเล่าให้ฟังไปแล้วว่า ช่วงท่านอารมณ์ดีน่ะท่านกำลังฉันอยู่น่ะ เราก็คุยกัน แล้วก็บอกว่านี่คุณยายฉลาดนะ ดูหน้าผากสิ เออ ดูกันเองนะนี่ จำ จำเขามา ดูหน้าผากสิคุณยายฉลาด คุณยายท่านก็อยากจะเงียบๆ ท่านก็เลยบอกว่า ฉลาดอยู่ที่ใจ ไม่ใช่หน้าผาก แต่ภาษาท่านไม่ใช่อย่างนี้นะ พูดใหม่ก็ได้ ฉลาดอยู่ที่ใจโว้ย ไม่ใช่หน้าผาก เลยเงียบเลยนะ เราก็เงียบ นี่คุณยายท่าน โหงวเฮ้งไม่ต้องดู ดูข้างในเลย มองทะลุข้างใน นะคุณยายนะ คุณยายของเรา แล้วมีอีก บางวันท่านก็บอกว่า (ไอ) ใครเลอะๆ เทอะๆ นะ เลอะๆ เทอะๆ ก็มีหลายแบบนะ ทุกท่านก็คงจะพอนึกได้คือ สกปรกบ้าง ไม่มีระเบียบวินัยบ้าง หรือเอาธรรมะไปทำอะไรเลอะๆ เทอะๆ บ้างนะ คุณยายก็จะบอกใครเลอะๆ เทอะๆ นะ นี่คุณยายพูดเองนะ ใครเลอะๆ เทอะๆ นะ ยายตายไปจะมาลากขา ในนี้มีใครโดนลากหรือยัง ยังไม่มีนะ ยายตายไปยายจะมาลากขา แล้วพี่อินเขาบอกว่าพอดีเห็นคุณยายท่านอารมณ์ดีก็คุยกันด้วยความเบิกบานว่า ดี คุณยายมาจะได้ขอหวย คุณยายบอกว่าขอหวยไม่ให้ ถึงให้ก็ไม่ถูก เพราะพวกเราไม่ได้ทำบุญแบบนี้มา ก็พอดีช่วงคุณยายละสังขารใหม่ๆ น่ะ ก็เคยได้ยินได้ฟัง ทั้งๆ ที่เล่าไปแล้วว่าคุณยายไม่เคยให้หวยใคร ไม่สนับสนุนด้วยนะ แต่ผู้นำบุญท่านนี้สงสัยจะมาวัดไม่นานนะ คุณยายละโลกไป รู้สึกจะอยู่พัทยามั้งนะ ไม่ทราบมาหรือเปล่านะ ฝันเห็นคุณยาย คุณยายละสังขารใหม่ๆ ฝันเห็นคุณยาย แล้วก็เป็นสัญชาตญาณของท่านมั้ง ขอเลยนะ เห็นคุณยายในฝันแล้วขอหวยคุณยาย คุณยายท่านก็อย่างที่ท่านบอกแล้วว่ายายไม่ให้หวยใคร ท่านก็เลยโบกมือ นะ เห็นคุณยายโบกมือจะเอาให้ได้นะ มือนี่มี ๕ นิ้วนะ แล้วก็คิดเองเออเองว่า คุณยายละสังขารคือละโลกไปแล้ว เพราะฉะนั้น ละสังขารก็คือสูญจากโลกนี้ เพราะฉะนั้นเป็นห้ากับศูนย์นะ แต่เขาก็ถูกเหมือนกันนะ ก็แปลกเหมือนกันนะ คุณยายไม่ได้ให้ แต่หยิบไปใช้ทุกอย่างนะ เท่าที่จะเป็นเลขได้ เรื่องนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องใช้โยนิโสมนสิการ ก็พิจารณาด้วยว่าคุณยายท่านไม่ได้ให้นะ ท่านไม่เคยให้หวยใคร แล้วไม่สนับสนุนด้วย เพราะว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบุญนะ และคุณยายท่านก็จะเป็นอย่างนั้น ก็เอามาเล่าให้ฟังว่าที่ถูกๆ มาหลายๆ คนนะ ก็คงจะเป็นเพราะบุญส่วนตัว ไปทำบุญอะไรมาแล้วก็บุญส่งผลพอดี แต่ไปทำบุญแบบต้องเสี่ยงก่อนแล้วจะทำบุญนะ เพราะฉะนั้นเวลาจะได้สมบัติก็ต้องเสี่ยงก่อน แล้วถึงจะได้สมบัติ อะ ใครทำบุญอย่างนั้นมาก็จะต้องทำอย่างนี้ ที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ใช่หมายความว่าเผื่อเราจะทำมามั่งนะ แล้วก็เสี่ยงทุกงวดเลย ก็ไม่ได้นะ ไม่ได้อย่างนี้ คุณยายท่านไม่สนับสนุน ก็เอามาเล่าให้ฟัง แล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่ เวลาคุณยายท่านรับแขก อันนี้ก็เล่า เล่าให้ฟังไปแล้วว่า เวลาเจ้าภาพมากันเยอะๆ น่ะ ช่วงหลังๆ คุณยายท่านเวลา ท่านก็จะสวัสดี พนมมือแต่ไกลเลยนะ ในเวลาคุยท่านก็จะคุยด้วยความเมตตานะ จับมือจับไม้นะ ใครมาใกล้ๆ ท่านก็จะจับมือ เอามือจับนะ จับมือด้วย บางทีท่านก็ ใครทุกข์มากท่านก็ลูบศีรษะ บางทีท่านก็ลูบหลังด้วยความเห็นใจด้วยความสงสารน่ะ ยายก็พูดเสมอว่าท่านขี้สงสารคนน่ะ ยายก็พูดบ่อย แต่เวลาจะกลับ ท่านก็บอกเอ้าให้ได้บุญกับยายเยอะๆ นะ ของท่านก็พนมมือนะ ได้บุญกับยายเยอะๆ นะ พอลุกขึ้นก็เจอยายทักด้วยนะ เจอยายทักด้วย พวกคุณเยอะ ยายจำไม่ไหว พวกคุณเยอะ จำไม่ไหวนะ พวกคุณจำยายคนเดียวพอ แล้วท่านก็ออกไป ออกไปที่พัก พอถึงเวลาคุยกันท่านก็จะบอกว่า ไม่ได้หรอกนะ ยายต้องกันไว้ก่อน เดี๋ยวบางคน พอยายไม่ได้ทัก เดี๋ยวหาว่ายายหยิ่ง นะ ยายต้องพูดกันไว้ก่อน เดี๋ยวหาว่ายายหยิ่ง เดี๋ยวก็ไปบอกหลวงพ่อว่าคุณยายหยิ่งนะ หลวงพี่ก็นึกในใจว่า คงไม่มีใครคิดอย่างนั้นหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมานึกเฉยๆ เพราะว่าคิดว่าลูกศิษย์คุณยายก็คงรักคุณยายกันทุกๆ คนนะ แต่คุณยายท่านรอบคอบน่ะ ท่านฉลาดมาก ท่านบอกว่ากันไว้ก่อน เดี๋ยวหาว่าเราหยิ่ง ทั้งๆ ที่อัธยาศัยของท่านไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยนะ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น แล้วคุณยายท่านเป็นบุคคลที่ช่างสังเกตนะ ช่างสังเกต เวลาจะออกไปข้างนอกน่ะ ท่านจะชวนคุย ชวนคุย แล้วก็เป็นบุญของหลวงพี่เหมือนกันที่ท่านให้เกียรติถามนะ ทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่รู้ว่าหลวงพี่ตอบไปถูกแค่ไหนก็ไม่รู้นะ หลวงพี่ก็พยายามตอบน่ะ สมัยยังไม่บวชน่ะขับรถ คุณยายเวลาขึ้นรถ ท่านจะไม่ได้ก้าวขึ้นรถเลยนะ ท่านจะนั่งที่เบาะก่อน เท้านี่ยังไม่เอาขึ้นนะ ท่านจะเอาเท้าสองข้างเคาะกัน กระทบกัน เคาะๆ สองสามที เป็นธรรมชาติของท่าน นั่งที่เบาะรถแล้วก็เคาะเท้า ๒-๓ ครั้ง แล้วค่อยยกเท้าขึ้น ท่านบอกว่ากลัวรถเปื้อน บางทีก็บอกกันว่าคุณยายไม่เป็นไรหรอก รองเท้าคุณยายไม่เห็นเปื้อนเลย ท่านก็จะบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ท่านก็ทำให้เห็นอย่างนั้น แต่บางวัน พอขึ้นเสร็จ ขึ้นรถนั่งรถเสร็จ ท่านก็จะถาม เอามือจับกระจกข้างๆ กระจกรถประตูด้านซ้าย เคาะเบาๆ ถามว่ากระจกนี้มันทำมาจากอะไร กระจกนี้ทำมาจากอะไรวะ นี่คุยแบบลูกหลานกันนะ กระจกนี้ทำมาจากอะไร ก็หลวงพี่ก็ตอบแบบ แบบรวมๆ น่ะ ไม่มีรายละเอียดหรอก เขาทำมาจากทราย คุณยาย ก็เอาทรายไปทำให้มันละลาย แล้วเอามาทำเป็นกระจก คงจะถูกบ้างล่ะนะ ท่านก็บอกอื้อ มนุษย์นี่มันเก่งนะ แล้วท่านก็จับด้านหน้าของรถน่ะ เวลานั่งก็จับด้านหลังเป็นยาง เป็นพลาสติก ท่านก็จะถามว่ามัน มันทำมาจากอะไรน่ะ ก็เรียนท่านไปว่ามา ทำมาจาก ถ้ายางก็ยางพาราน่ะแหละ ถ้าพลาสติกก็คง คงเอามาจากใต้ดินมั้ง ที่เกี่ยวกับน้ำมันน่ะ เอามาทำเป็นพลาสติก นี่ก็ตอบเดาๆ เอา นะ แต่ก็คงใกล้เคียง แล้วท่านก็จะถาม (ไอ) ไอ้พวกที่เป็นยาง บางอย่างก็ทำมาจากต้นไม้ยางพารานะ ท่านก็จะพูดสรุปลงไปตรงที่ว่า มนุษย์นี่มันเก่งนะ ของอยู่ในโลกมนุษย์นี่เอามาทำให้เป็นประโยชน์ได้หมดเลย แล้วบางทีท่านก็จะถามว่า รถนี่มันทำมาจากอะไร ก็บอกท่านหลายๆ อย่างมันรวมๆ กันน่ะ แล้วรถทำไมมันวิ่งได้ มันวิ่งได้ยังไง ก็เลยบอกว่าอ๋อ มันมีน้ำมันนะ รถนี่มันกินน้ำมัน มันใช้น้ำมัน น้ำมันมันเอามาจากไหน อื่อ นั่งคุย บอกน้ำมันเขาขุดมาจากใต้ดินคุณยาย ลึกมากเลยนะ รู้แค่นี้ก็ตอบท่านแค่นี้นะ น้ำมันลึกมากนะเขาขุดมาจากใต้ดิน คุณยายก็จะบอกว่าโอ้โฮ้ แบบนี้ น้ำมันมันไม่หมดแล้วเหรอนี่ นะ พอดีช่วงนั้นเขากำลัง เขากำลังสร้างทางด่วนโทรเวย์หน้าดอนเมืองน่ะ รถจะติดมากนะ รถติดจริงๆ ตอนนั้น ติด รถก็จอดเป็นแพยาวไปนี่ ท่านก็บอก โอ๋ แบบนี้น้ำมันก็หมดเลยนะนี่ มันจะไม่หมดหรือเปล่านี่ ใช้น้ำมันเยอะมาก ท่านพูดเองแล้วท่านก็สรุปเองนะ สรุปว่า แต่ยายว่ามันไม่หมดหรอก ถ้ามนุษย์ยังมีบุญอยู่ ของพวกนี้มันก็จะมีให้ใช้ ถ้ามนุษย์มีบุญของพวกนี้ก็จะมีให้ใช้ตลอด แล้วท่านก็จะบอกอีกว่า มนุษย์นี่มันเก่งนะ ของอยู่ใต้ดินลึกๆ น่ะ ยังไปขุดเอาขึ้นมาใช้ได้เลยน่ะ ก็ช่วงนี้เองน่ะนั่งรถไป แถวดอนเมืองอีกนั่นแหละฮะ เครื่องบินลง เครื่องบินก็กำลังจะลง ท่านก็ถามอีก เครื่องบินมันทำมาจากอะไร ก็เอาอีก สรุปอีกง่ายๆ ว่า มันก็มีเหล็กนะ แต่มันเหล็กมันคงเบาหน่อย แล้วลำมันใหญ่นะคุณยาย คนนั่งได้เป็นร้อยๆ เลย เครื่องบินบางลำของทหาร เขาเอารถขึ้นไปเลยตั้ง ๒-๓ คัน คุณยายบอก เหรอ เออ มนุษย์นี่มันเก่งนะ เหล็กใหญ่ๆ เดี๋ยวไปลอยกลางอากาศได้ มนุษย์นี่เก่ง เอ้อ เก่ง แต่ท่านก็จะบอกว่า มนุษย์นี่มันเป็นสัตว์ประเสริฐที่สุดแล้วในสัตว์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเห็นใครท่านใช้คำว่า เห็นใครง็อกๆ แง็กๆ นี่ อย่าไปดูถูกเขานะ เกิดเป็นคนได้มันก็บุญเยอะแล้วนะ ถึงเวลารถมันติดนะ นั่งไปรถติด ตอนนั้นรถติดมากๆ แถวดอนเมือง หลวงพี่ก็เลย ก็คุยกันนะ กราบเรียนถามท่านกราบท่านว่า แหมคุณยายก็บุญเยอะนะ น่าจะมีรถตำรวจนำมั่ง คือเราขี้เกียจขับรถติดน่ะ น่าจะมีรถตำรวจนำนะ จะได้รถไม่ต้องติด เหมือนพวกรัฐมนตรีทั้งหลายน่ะ ปรากฏว่าคุณยายไม่เห็นด้วยนะ คุณยายท่านบอกว่า โอ้ย ไม่เอาหรอก ไอ้พวกนั้นมันเป็นบุญทางโลก พอบุญหมดก็ตกกระป๋องท่านว่าอย่างนั้นนะ มันเป็นบุญทางโลก พอบุญหมดมันก็ตกกระป๋อง ยายจะเอาแต่บุญที่เป็นทางด้าน อ่า จะเอาบุญทางธรรม ยายจะเอาบุญทางธรรม บุญทางโลกยายไม่เอา และคุณยายท่านก็จะมองอย่างนี้ บางทีรถไปจอด ไปติดอยู่แถวๆ เสาของคนกรีตที่ทำโทรเวย์นั่นแหละ และแถวๆ นั้น ท่านก็จะถามอีก เสาพวกนี้มันทำจากอะไร มีปูนซีเมนต์ เราก็ตอบตามของเราน่ะ มีปูนซีเมนต์ มีทราย มีหิน ข้างในก็มีเหล็ก มีทรายมีเหล็ก มีหินแล้วก็ปูน แล้วเขาไปเอามาจากไหนนะ มันก็อยู่ตามภูเขาล่ะคุณยาย มันอยู่ตามภูเขา ทีนี้เสามันใหญ่นะ เราไปจอดรถใกล้ๆ มันใหญ่มาก ท่านก็บอก โอ้โฮ้ แบบนี้นะ ภูเขามันคงหมดเป็นลูกๆ เลยนะ อย่างนี้นะ แล้วท่านก็สรุปเองอีกว่า แต่ยายว่ามันไม่หมดหรอก เพราะตอนอยู่วัดปากน้ำนี่ ยายเคยนั่งเข้าที่ไปดู ภูเขามันงอกได้ ตราบใดถ้ามนุษย์ยังมีบุญอยู่ ของพวกนี้มันก็งอกมาให้ใช้เรื่อยๆ น่ะ แต่ว่ามันงอกช้ามากนะ มันไม่ได้งอกเหมือนต้นไม้นะ นะ มันต้องนั่งเข้าที่ดู ถึงจะเห็นว่าภูเขางอกได้ นะคุณยายท่านถามเอง แล้วท่านก็จะสรุปให้ ลงที่บุญหมดนะ ลงที่บุญทั้งนั้นเลยน่ะ แล้วท่านก็จะช่างสังเกตน่ะ บางทีรถไปติดไฟแดง แล้วท่านก็มองไป เห็นคนขับมอเตอร์ไซค์ เวลาติดไฟแดงก็ มือคีบบุหรี่นะ คนขับมอเตอร์ไซค์เอามือคีบบุหรี่เอาไว้ จับแฮนด์รถ พอรถจะออก ก็เอามาใส่ปากคาบเอาไว้ แล้วก็เอามือขับออกไป ยายเห็น คุณยายท่านก็ขำนะ ท่านบอกว่า ดูมันสิ มือไม่มีก็ยังจะสูบอีกบุหรี่น่ะนะ หลวงพี่ก็หันไปดู เออ ใช่ แล้วท่านพูดแล้วท่านก็ขำนะ ท่านบอกว่ากรรมของคนมันติดบุหรี่ จะขี่มอเตอร์ไซค์มันยังคาบอยู่นั่นน่ะนะ แต่ท่านก็สังเกตนะ ท่านก็เล่าให้ฟัง ขำในความมีกรรมของคน เดี๋ยวต้องมาขับรถมอเตอร์ไซค์ ไปแถวบางรัก แถวสีลมบางรัก ไปหาหมอกว้าน ทางซ้ายมือด้านฟุตบาท มีขายผลไม้ แม่ค้านั่งขายผลไม้ตอนบ่ายๆ แม่ค้านั่งหลับนะ นั่งหลับเฝ้าผลไม้ ไม่ได้ขายแล้วแบบนี้นะ ยายเห็นท่านก็ โธ่เอ้ย มัวแต่นั่งหลับอย่างนี้เมื่อไหร่มันจะขายได้วะ ถ้าเป็นยายนะ จะนั่งภาวนาให้ขายได้ ขายได้ ขายได้นะ ขายประเดี๋ยวเดียวก็หมด นี่มันมัวแต่นั่งหลับ แล้วเมื่อไหร่มันจะขายได้ นี่คุณยายท่านก็ มองอะไรเป็นเรื่องของบุญหมดน่ะนะ เพราะว่าคุณยายท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบุญนั่นเอง แต่ว่าวิทยาการสมัยใหม่ หรือวัตถุบางอย่างท่านก็ไม่ทราบ แต่ท่านก็ถามนะ ท่านก็ถาม แต่ท่านก็รู้ว่าทุกอย่างก็คือบุญของมนุษย์นั่นแหละ ตราบใดที่เรายังมีบุญอยู่ ของเหล่านี้ก็จะมีให้เราใช้ ไม่รู้จักหมดจักสิ้น อย่างที่คุณยายก็ต้องอธิษฐานให้หลายๆ คนได้ยินบ่อยๆ ว่า ท่านจะบอกเสมอว่ายายจะเข้าที่ตามสมบัติทุกคืน แล้วก็อธิษฐานว่าข้าพเจ้าจะมีลูกศิษย์ กี่ล้านกี่โกฏิก็ตามนี่ ขอให้ข้าพเจ้ามีสมบัติ ให้เขากินให้เขาใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น คุณยายบอกว่าจะนั่งเข้าที่แล้วตามสมบัติ อย่างนี้ทุกคืนเลย แล้วอธิษฐานมานี่ เอามาให้ใคร ก็เอามาให้ลูกหลานใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้นนั่นแหละ ให้บริวาร แต่ท่านอธิษฐานทุกคืนนะ ธรรมะคุณยายท่านละเอียด ท่านมีวิชชาธรรมกาย ท่านยังเข้าที่ทุกคืน อธิษฐานทุกคืน เข้าที่ทุกคืน ของเราวิชชาธรรมกายก็ไม่ค่อยจะได้ แต่อยากรวยทั้งวันน่ะ แต่ไม่ค่อยอธิษฐานเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นต้อง อย่างนั่งธรรมะก็อธิษฐานขอคุณยายด้วยนะ คุณยายจะได้เติมบุญบารมีให้ แล้วลูกหลานบริวารคุณยายก็จะได้เอาสมบัติมาสร้างบุญบารมีต่อไปนั่นน่ะ แล้วเมื่อพูดถึงบริวาร ก็ต้องพูดถึงคุณยายท่าน เวลาท่านปีตินี่ท่านเบิกบาน (หมด 1/A) (ม้วน 1/B) มาวัดเยอะๆ นี่หลายคนในวัดหลวงพี่หลายรูปก็คงได้ยินคุณยายเล่าให้ฟังว่า คนมาวัดยายเยอะแยะเลยนะทำให้ยาย ยายท่านบอกว่า นึกถึงสมัยอยู่บ้านคุณยายทองสุก สมัยคุณยายทองสุขละโลกใหม่ๆ ท่านก็จะใช้คำว่าสมัยยายสุกตายใหม่ๆ มันมีผู้ชายมา แล้วก็จะถาม ยายก็จะพูดว่า มาหาใคร นะท่านก็จะพูดแบบระวังตัวหน่อยนะ เพราะว่าท่านเป็นอุบาสิกา คนเข้ามาก็เป็นผู้ชาย มาหาใครน่ะ เขาบอกมาหายายสุก อ๋อยายสุกตายไปแล้วเขาเป็นหมอดู เคยมาดูหมอยายสุก จะดูไหมคุณยายท่านก็เล่าเองท่านก็บอกว่าเสียเงินหรือเปล่า เขาบอกไม่เสีย ถ้าไม่เสียดูนะ แล้วท่านทำ เวลาเล่าท่านก็ยื่นมือให้ดู ท่านยื่นมือให้ดูว่า แล้วท่านก็เล่าว่า โอย ไอ้หมอดูไม่รู้มันดูอย่างไรนะแล้วท่านก็ชี้ๆ ที่มือท่าน หลวงพี่ก็ดูไม่เป็นก็ดูมือท่านดูๆ ไม่รู้มันดูอย่างไร มันบอกว่า โอ บริวารเยอะแยะมีแต่คนมาพึ่ง พอมันลงบ้านไป ยายก็นึกในใจ ไอ้บ้าเอ้ย กูอยู่คนเดียว นะคุณยายท่านนึกนะ ท่านนึก ไอ้บ้าเอ้ยกูอยู่ของกูคนเดียว เดี๋ยวนี้นึกถึงหมอคนนี้จังเลย มันดูแม่นเหมือนกันนะ ป่านนี้มันคง ไม่รู้ตายหรือยัง ท่านคงนึกถึงว่า ว่ามันไปแล้วน่ะตอน ตอนดูน่ะนะ ว่าดู ว่ามีบริวารเยอะแยะมีแต่คนมาพึ่ง เออ หมอดูคนนี้ก็ดูเก่งนะ ท่านบอก แต่ไม่รู้มันดูอย่างไร ท่านว่านะ นั่นน่ะคุณยายของเรานะฮะ คุณยายของเรา และช่วงที่หลวงพี่เล่านี้ก็เป็นช่วงที่ท่านกำลังแข็งแรง และเบิกบานไปเห็นอะไรท่านก็จะนึกถึงบุญแล้วก็เล่าให้ฟัง และช่วงประมาณท่าน ๗๙,๘๐,๘๑,๘๒ กำลังแข็งแรงนะ แข็งแรงมากนะ ถ้าเป็นเราก็กำลังหมดแรงแล้วนะ หมด แต่คุณยายแข็งแรงจริงๆ นะท่านแข็งแรงมากและช่วงนั้นเองน่ะที่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาโจมตีเรื่องของลูกนา คือซื้อที่แถวๆนี้นะคือที่ ๒ พันไร่ เขาก็ลงข่าว แล้วช่วงนั้นจะบอกบุญไม่ค่อยจะได้แล้วเรื่องนี้เราก็ไม่ค่อยได้เล่าให้ท่านฟังเพราะว่าอยากให้คุณยายท่านไม่ต้องกังวลใจเรื่องพวกนี้นะ หลวงพ่อทั้งสองท่านจะรับภาระตรงนี้แก้ไขปัญหาปรากฏว่าวันอาทิตย์มีผู้นำบุญลูกหลานยายมากราบ นี้ไม่ไม่ได้ทราบตรงนี้ ก็เลยไปเล่าให้คุณยายฟังบอกว่านี่คุณยายนี่ คนเขาด่าวัดจังเลยนะ ก็คล้ายช่วงนี้แหละ อ่า ช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงนี้ ลงหนังสือพิมพ์ว่าวัดจังเลยนี่ คุณยายท่านเฉยๆ นะ ท่านก็จะบอกว่าดี พวกหูเบาอย่าพึ่งมา ให้พวกมีปัญญามาก่อน นี่ท่านก็พูดแค่นี้ ดู พวกหูเบาอย่าเพิ่งมาให้คนที่เขามีปัญญาเขามาก่อนเขาจะได้มาดู นี่คุณยายท่านก็มองอีกมุมอีกนะ ท่านมองมุมเดียวน่ะคือศูนย์กลางกายนะ มองที่เรื่องของบุญนะ เพราะฉะนั้นคุณยายท่านพูดอะไรออกมานี่แม้ภาษาจะเป็นของ ของคุณยายท่านสำนวนก็เป็นของท่านแต่ว่าเนื้อหาเป็นเรื่องของบุญนะเป็นเรื่องของความบริสุทธิ์ คุณยายยึดบุญเป็นที่ตั้งนะ อย่างที่ท่านเคยบอก บอกหลายๆ คนว่ายายน่ะรักบุญ บางทีท่านก็ไม่รู้จะบอกอย่างไร ว่ารักมากๆ ท่านก็เลยใช้คำว่า ยายน่ะงกบุญ นี่ภาษาคุณยายคืออยากจะบอกว่ารักบุญก็กลัวไม่รู้ว่ารักแค่ไหนก็เลยบอกว่ายายน่ะงกบุญนี่ภาษาของคุณยายท่านเพราะฉะนั้นคุณยายท่านก็เลยเป็นประธานกฐิน ขอหลวงพ่อเป็นประธานกฐินแล้วคุณยายก็ทำหน้าที่บอกบุญเต็มที่ไปต่างจังหวัดหลายจังหวัด พระในวัด อุบาสกอุบาสิกา สามเณรนี่คุณยายบอกหมด แล้วยังมีคำที่คุณยายบอกว่าใครจะไปกับยายก็ไป ใครไม่ไปยายก็ไปแล้ว ยายไม่รอใครแล้ว คือถ้าบุญไม่ทันกันก็ตามกันไม่ทัน แล้วคุณยายท่านก็จะบอกว่าจะตามเก็บคนเก่าๆ แก่ๆ ไปให้หมด ใครเคยร่วมบุญกับยายมานี่ยายจะไปตามบอกบุญเขาแล้วท่านก็จะให้พี่อารีพันธ์ดูว่าเอ้อ คนเก่าๆ แก่ๆ นี่อยู่ที่ไหนนะ คุณยายก็ตามไปบอกบุญในช่วงนั้นก็บอกบุญได้ เพราะคุณยาย หลังจากนั้นมาทุกผ้าป่าเลยคุณยายเป็นเจ้าภาพตลอดเป็นประธานใหญ่ตลอด ก็มีเรื่องอีกนิดหนึ่งเพิ่มเข้าไป ว่าเวลาท่านจะเป็นประธานกฐินหรือประธานผ้าป่านี่ ท่านก็จะนึกถึงผ้าไตรน่ะ ผ้าไตรจีวร ท่านก็จะไปทวงกับป้าเข่งนะ ก็พักอยู่ข้างๆ วัด ท่านเป็นเจ้าของบุญเย็บจีวรคุณยายจะไปทวงน่ะคุณเข่งผ้าไตร เอ่อ ผ้ากฐิน ผ้าไตรผ้าจีวรของยายนี่เสร็จหรือยังยายจะได้เอาไปอธิษฐานจิตน่ะเพราะคุณยายท่านอยากเอาไปอธิษฐานมากเลยนะ ก็ไปทวงหลายครั้งน่ะ เพราะว่าจีวรนี้ต้องเย็บช้าเหมือนกันเพราะว่าต้องทำอย่างประณีต แต่จริงๆ เป็นเพราะว่าคุณยายท่านอยากได้เร็วๆ ก็ไป ไป และก็จะได้ว่าพอผ้าไตรนั้นเสร็จนะยายก็เอามาอุ้มถือกับมือแล้วก็นั่งบนสามล้อนะจากบ้านป้าเข่งแล้วก็จะนั่งเข้ามาในวัด หน้าตานี่เบิกบาน ตาเป็นประกาย ยิ้มแย้มมากเป็นบุญหมดเลยนะ ดูหน้าตาท่านน่ะบุญล้วนๆ เลย ท่านบอก เออ ดีๆ ผ้าไตรเสร็จเสียที เดี๋ยวจะเอาไปไว้หัวเตียง แล้วจะนั่งเข้าที่เอาไปถวายพระพุทธเจ้าก่อนทอดกฐินนี่ยายจะเข้าที่เอาผ้าไตรไปถวายพระพุทธเจ้าทุกคืนเลย เพราะฉะนั้นใครมาเอาบุญช่วงนั้นมาเอาบุยกับคุณยายก็จะได้บุญเยอะนะ ก็จะได้เห็นว่าในส่วนละเอียดท่านก็ทำของท่านอยู่นะท่านก็ทำของท่านอยู่ตลอดในส่วนละเอียดท่านอยู่ตลอด แม้แต่ฉลองวัด ๒๐ ปีนะ ๒๐ ปีวัดธรรมกายนี่ท่านก็เคยพูดให้ฟังเนื่องจากท่านจะไปตรวจประตู ประตูหน้าวัดประตูซึ่งท่านบอกบุญท่านเรียกว่าเป็นประตูกันกิเลส เป็นประตูแสตนเลส แต่ท่านเรียกว่าเป็นประตูกันกิเลส ประตูวัดจะต้องสวย ให้ทันฉลอง ๒๐ ปี แล้วมีอยู่วันหนึ่งท่านก็จะพูดออกมา ท่านก็จะบอกว่า เวลาจะฉลองวัดนะยายจะเข้าที่เอาวัดไปถวายพระพุทธเจ้า แล้วก็จะบอกว่าเอ้า วัดยายจันทร์เสร็จแล้วนะ ๒๐ ปีวัดพระธรรมกายวัดยายจันทร์เสร็จแล้ว ท่านพูดแล้วท่านก็เบิกบาน เบิกบานมาก ช่วงถวายผ้านะมีอยู่ช่วงหนึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็คุยให้กัลยาณมิตรท่านหนึ่งฟังบอกว่านี่คุณยายท่านตั้งใจเอาบุญใหญ่มากเลยนะ คุณยายท่านเข้าที่ทำความบริสุทธิ์ของท่านแล้วก็เอาบุญใหญ่ๆ ให้คนที่ร่วมบุญกับท่านมากคือ เอาผ้าไตรนี่ถวายพระพุทธเจ้าทุกคืน หลวงพี่ก็ไปได้ยินมานะ เวลานั่งสามล้อมาก็เล่าให้ท่านฟังว่า คุณยายหลวงพ่อท่านเล่าให้ญาติโยมฟังว่า คุณยายเอาผ้าไตรนี่ถวายพระพุทธเจ้าทุกคืนเลย คุณยายก็บอกว่า เออ จริงด้วย ยายทำอย่างนั้นแหละ แต่เอ๊ะ ท่านรู้ได้ยังไงนะ ยายไม่ได้บอกท่านเลยนะ เรารู้ไหมว่าท่านรู้ได้อย่างไร ท่านถามหลวงพี่ยิ่งไม่รู้ใหญ่ บอกไม่รู้เรื่องเลยนะเรื่องนี้นะ ก็เป็นการยืนยันว่าท่านก็ทำ แล้วหลวงพ่อก็ทราบ แล้วท่านก็บอกว่า นี่ยายทำนี่ยายไม่ได้บอกท่านเลยนะ แต่ทำไมท่านรู้ไม่รู้นะท่านก็ถาม เราก็จะได้บุญกับคุณยายท่านมาก ๆ แล้วก็คงจะย้อนมาว่า แม้ท่านละโลกไป คุณยายท่านก็ช่วยได้นะ ท่านยังอยู่เติมบุญเติมบารมีให้ทุกๆคน เพราะฉะนั้นอยากก็อยากเชิญชวนทุก ๆ คนนะว่า อีกเดือนเศษๆ เท่านั้นเองที่สรีระของคุณยายจะอยู่ให้เรากราบไหว้แล้วมาบำเพ็ญกุศลกันทุกคืน แล้วก็คงเพิ่มเติมว่า จะมาวันอาทิตย์หรือมาวัดธรรมดาช่วงกลางคืนก็ดี หลายท่านถ้ามาก็ถ้าให้ดีก็บูชาธรรมคุณยายท่าน คุณยายท่านชอบสีขาว ถ้าไปทำงานก็เตรียมชุดขาวไปด้วยเสร็จแล้วมาเปลี่ยนที่นี่ก็ได้ ที่วัดน่ะ บูชาธรรมคุณยายเป็นปฏิบัติบูชานอกจากบำเพ็ญพระอภิธรรม ฟังพระอภิธรรมเสร็จ ฟังประวัติของคุณยายปฏิบัติบูชาท่าน ก็อยากจะให้ทุกๆ น่ะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก็อยากจะให้ทุกๆ ท่านนี่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าเป็นไปได้นะ แล้วก็อยากให้เป็นอย่างนั้นแหละคืออยากให้แต่งชุดขาวมาเพราะว่าคุณยายท่านอยากให้ลูกหลานที่มาเอาบุญกับท่านแต่งชุดขาวส่วนเจ้าภาพชุดใดที่เอาบุญกับคุณยายท่านถวายเครื่องไทยธรรมพระภิกษุสงฆ์ถ้าเป็นไปได้ก็แต่งชุดอุบาสิกานะถ้าเป็นท่านหญิง ถ้าเป็นท่านชายก็อุบาสกก็แต่งชุดอุบาสกก็จะดีมากๆ ก็จะได้บุญกับคุณยายท่านก็จะดีมากๆ จะได้บุญกับคุณยายท่านทั้งหยาบทั้งละเอียดนั่นเอง แล้วก็คงจะฝากไว้อีกนิดหนึ่งที่ก่อนจะได้ปฏิบัติบูชานั่งธรรมะกัน ก็เขียนออกมาเป็นให้เห็นภาพของคุณยายนะฮะ แต่อาจจะไม่ค่อยถูกกับอักขระ ลักษณะของกลอนสักเท่าไหร่ แต่ฟังแล้วก็พอนึกตามได้ ก็อยากให้ทุกคนก็ลองฟังดูหน่อยก็ดีนะ เพราะคุณยายได้สร้างวัดให้เป็นวัด เพราะคุณยายพระในวัดเป็นพระได้ เพราะคุณยายคือศูนย์กลางธรรมกาย เพราะคุณยายนักบุญใหญ่ได้รวมกัน เพราะคุณยายในวันนี้จึงมีพ่อ เพราะคุณยายให้เกิดก่อพ่อในฝัน เพราะคุณยายได้มีวัดสร้างบุญกัน เพราะคุณยายใจมุ่งมั่นกลั่นความดี เพราะคุณยายลูกหลานยายได้มีสุข เพราะคุณยายจึงพ้นทุกข์สุขวิถี เพราะคุณยายทุ่มเทใจถวายชีวี เพราะคุณยายทุ่มคุณยายได้ช่วยชี้ที่สุดกลาง พระคุณนี้ยากจะหาใครเทียมทบ ทั้งสามภพยายหนึ่งนี้ไม่มีสอง พระคุณนี้ยากทดแทนแม้แดนทอง เราทั้งผองขอแทนคุณสุดพรรณนา ลูกหลานจะนั่งธรรมะบูชาท่าน สร้างลานธรรมโป้งคุณยายใหญ่มหา ให้เจดีย์สำเร็จได้ในพริบตา เพื่อบุญญาลูกหลานได้ไปกับยาย จะน้อมนำคุณธรรมท่านปฏิบัติ ทั้งรักวัด รักสะอาดไม่หวั่นไหว จะอ่อนน้อมสามัคคีมีวินัย จะดีเด่นให้เป็นไปได้ด้วยบุญ ท่านตั้งจิต แม้ศิษย์มากว่าแสนล้าน ทรัพย์มากพลันเลี้ยงเขาได้ยายเกื้อหนุน มาเถิดหนอสืบสานต่อก่อดวงบุญ ตั้งกองทุนบูชาคุณแทนคุณยาย. ก็อยากจะฝากเอาไว้ว่าบุญทั้งหลายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกเอาไว้ให้ทุกคนให้เร่งทำนะฮะ แล้วเราทุกคนก็จะได้บุญกับคุณยายมาก ๆ ก็ให้ทุกๆ คนตั้งใจเอาบุยกันนะ เดี๋ยวเรานั่งธรรมะอธิษฐานจิต ขอบุญบารมีกับคุณยายสักครู่หนึ่งนะ (นั่งสมาธิ) ให้ทุกท่านทำสบายๆ นึกถึงคุณยายท่านที่ศูนย์กลางกายศูนย์กลางตัวเรา ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นึกถึงคุณยายท่านนิ่งๆ เอาไว้ สำหรับนิ่งๆ สำหรับท่านที่นิ่งเป็นเราก็นิ่งไปเลย นิ่งตรงกลาง สำหรับท่านที่นิ่ง นิ่งยังไม่ได้ คำว่านิ่งของเราก็คือนึกถึงคุณยายน่ะให้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ นึกถึงคุณยายท่านทุกคนก็ขอบุญบารมีคุณยายอธิษฐานจิตขอบุญบารมีคุณยาย อธิษฐานจิตที่จะสร้างบุญบารมีไปกับคุณยายจะเป็นสร้างลานธรรมโป้งของคุณยายก็ดีจะทำให้เสร็จให้เร็วที่สุดจะได้ได้บุญกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วย กับคุณยายด้วย ขอบุญบารมีคุณยายให้ตามสมบัติจักรพรรดิ ต่อสายสมบัติให้ให้ลูก ๆ หลานๆ ยายทุกคนได้เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ให้มีคุณธรรมทั้งหยาบทั้งละเอียดให้เหมือนคุณยายท่านทุก ๆท่านก็ทำใจนิ่งๆ นึกถึงคุณยายไปตรงกลางขอบุญบารมีคุณยายท่านตามที่ทุกๆ คนปรารถนาที่จะทำให้ทุกคนสร้างบารมีได้ยิ่งๆ ขึ้นทุกคนก็อธิษฐานจิต นึกถึงคุณยายไปตรงกลางนั้น สัพเพ พุทธา… หน้า PAGE 3 431224EW-AAT