ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

มหาทานบารมีของคุณยายอาจารย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระศักดิ์ชาย : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้มีบุญทุกท่าน (สาธุ) ร้อยวัน สรรเสริญ พระคุณยาย เพียงเศษเสี้ยว จากมากมาย ที่ยายสร้าง หนี้พระคุณ ที่คุณยาย ได้นำทาง ไม่มีวัน เลือนราง จากกลางใจ พวกเราทุกๆ ท่านต่างก็ได้มาเอาบุญกับคุณยาย แม้จะผ่านมาร้อยกว่าวันแล้ว หลังจากที่ท่านได้ละสังขาร แต่ท่านก็ยังได้เป็นต้นบุญต้นบารมีให้กับพวกเราทุกๆ คน ทั้งที่อยู่ในประเทศก็ดี แม้ที่อยู่ต่างประเทศก็ยังเอาบุญกับคุณยายได้ ถึงแม้จะห่างไกล แต่ใจเมื่ออยู่กับท่าน และจรดอยู่ที่กลางก็ได้บุญเหมือนๆ กัน เมื่อครั้งที่แล้วที่หลวงพี่ได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องการทำทานของคุณยาย เกี่ยวกับเรื่องการถวายสังฆทาน ว่ามีอานิสงส์มากมายเพียงใด ในวันนี้ก็อยากจะให้ทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนากับท่านหนึ่ง คือหลวงพี่ได้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนพระรูปหนึ่ง ซึ่งท่านมีพรรษาแก่กว่า ท่านก็มาเล่าให้ฟังว่าเพราะหลวงพี่ที่เทศน์ในวันนั้น ทำให้มีโยมอยู่ท่านหนึ่งที่มีหัวใจของนักสร้างบารมี อยากจะทำบุญถวายเป็นสังฆทาน ก็เลยได้ไปสร้างแผ่นลานธรรม ๑๐ แผ่น ก็คือ ๑๐ โป้ง แล้วก็ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้น นอกจากสร้างแล้วตั้งใจจะเอาบุญนั้นอีก เมื่อได้รับพระมหาจินดามณีมา ก็นำไปถวายเป็นสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ แล้วหลวงพี่รูปนั้นท่านก็ได้รับมาด้วย หลวงพี่ก็ขอถือโอกาสอนุโมทนากับผู้มีบุญท่านนั้นด้วย ทำให้นึกถึงว่าบุคคลใดก็ตามที่มีใจเปิด มีใจใหญ่ แม้ผู้มีบุญท่านนี้จะไม่มีสมบัติมากมายมหาศาลเหมือนมหาอุบาสิกาวิสาขาในสมัยพุทธกาล หรือเหมือนอนาถบิณฑิกเศรษฐี แต่หัวใจของคุณโยมท่านนี้ยิ่งใหญ่ หลวงพี่คิดว่าในอนาคตกาล อาจจะใกล้ๆ อนาคตอันใกล้นี้ก็ได้ ด้วยอานิสงส์ผลบุญนี้ จะได้ส่งผลให้คุณโยมท่านนั้นมีสมบัติยิ่งกว่ามหาอุบาสิกาวิสาขาและอนาถบิณฑิกะเศรษฐีเสียอีก สำหรับเรื่องมงคล ๓๘ ประการที่หลวงพี่ได้เล่า โดยน้อมนำคุณธรรมของคุณยาย เมื่อครั้งที่แล้วได้เล่าถึงเรื่องการทำทาน ในครั้งนี้หลวงพี่เองก็อยากจะขอเล่าเกี่ยวกับเรื่องการทำทานอีก เพราะหลวงพี่เห็นว่าการทำทานนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก ถ้าพวกเราลองตรึกนึกกันดีๆ การที่พวกเราทุกท่านนั่ง ณ ที่นี้นี่ ก็ได้รับอานิสงส์หรือผลของการทำทานจากคุณยายเหมือนกัน สภาธรรมกายหลังใหญ่นี้ คุณยายท่านก็ได้เป็นประธานกฐิน ผ้าป่าหลายๆ ครั้ง แม้กระทั่งไฟฟ้าก็ดี ความสว่าง พรมที่ปู ทุกสิ่งทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณยายท่านทั้งนั้นเลย อย่าว่าแต่ ณ ที่นี้ แม้ผู้ที่อยู่ต่างประเทศก็ตาม ก็ยังได้รับประโยชน์จากผลทานที่คุณยายได้ทำเอาไว้ ซึ่งมีการ rink กันทางอินเตอร์เนตก็ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่คุณยายท่านทำ ท่านทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ ทำด้วยใจที่มุ่งแต่จะเอาบุญใหญ่อย่างจริงๆ จังๆ เรื่องการทำทานจึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ที่ยิ่งใหญ่อีกก็คือแม้พระโพธิสัตว์ในยุคก่อนๆ ท่านก็สร้างทานบารมีเป็นต้นนี่แหละ ทำให้ได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา เมื่อมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ก็ทรงแสดงธรรมให้ธรรมทาน จึงได้มีพระอรหันต์ พระอริยสาวก ได้มีผู้ที่มีจิตใจที่อยากจะเป็นพระโพธิสัตว์ อยากจะเป็นพระพุทธเจ้าดั่งเช่นพระองค์บ้าง อานิสงส์ต่างๆ เหล่านี้ส่งผลแม้บุคคลยังไม่อยากจะเป็นพระอริยะ พระอรหันต์ เมื่อปฏิบัติก็ได้ฌานสมาบัติ ได้ความสุขในปัจจุบัน พ้นจากอบายโดยสิ้นเชิงอยู่ในฌานสมาบัตินั้น ได้เป็นเศรษฐี มหาเศราฐี มีสมบัติจักรพรรดิบ้าง เขาได้ความสุขในปัจจุบัน และมีความเชื่อมั่น มีบุญเพียงพอที่จะได้ความสุขในอนาคตต่อๆ ไปในแต่ละชาติ หลวงพี่จึงเห็นว่าเรื่องของการทำทานนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ ซึ่งคุณยายและหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ทำอย่างสม่ำเสมอ และทำอย่างต่อเนื่อง เรื่องโรงทานที่คุณยายได้ทำก็เหมือนกัน เนื่องจากคุณยายท่านเห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านได้สร้างโรงทานเลี้ยงพระเณรในวัดปากน้ำ คุณยายท่านก็บอก ยายเห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านทำโรงทาน ท่านมีความสุขที่ได้เลี้ยงพระเลี้ยงเณร ยายเห็น ยายก็อยากจะเอาบุญอย่างนี้บ้าง ก็เลยได้มาสร้างโรงทาน แล้วท่านเองท่านก็มีความสุข บุญที่เกิดขึ้นจากการทำทานของท่านมากมายนักทีเดียว พวกเราหลายๆ ท่านก็คงได้ทราบจากหลวงพี่หลายๆ รูปแล้ว จากผลแห่งการทำทานของท่าน ท่านให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้มุ่งหวังคือบุญอย่างเดียว ความละเอียดภายในของท่านจึงเป็นทาสดึงดูด ตั้งแต่เริ่มต้น ดึงดูดพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะก็ดี พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะก็ดี ดึงดูดผู้ที่มีใจใหญ่ๆ ดึงดูดผู้ที่มีใจรักการให้ทานอย่างบริสุทธินี่มาสู่ อย่างที่หลวงพ่อท่านได้บอกเอาไว้ คนเรามันเข้ากันได้ด้วยธาตุ ธาตุตรงกันก็ดึงดูดกันมา ธาตุของคุณยายเป็นธาตุที่บริสุทธิ์ เมื่อให้ ก็ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็ดึงดูดพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ ๒ ท่านมา ดึงดูดหมู่คณะในยุคเริ่มแรกมา แล้วก็ได้พวกเราทุกๆ คนติดตามกันมาเรื่อยๆ ธาตุภายในก็ดึงดูดทุกๆ คนมาร่วมสร้างบารมีกัน คุณยายเองท่านสร้างทานบารมีนี่ไม่ใช่แต่เฉพาะการทำบุญให้ทานธรรมดา แม้การช่วยเหลือลูกศิษย์ในเรื่องละเอียดก็ตาม ก็อย่างที่หลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านได้เล่าเอาไว้ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะนี่ ท่านเห็นว่าลูกๆ ที่ตามมาในอนาคตนี่ จะเสียโอกาสในการสร้างบุญสร้างบารมี ท่านก็ขยายพื้นที่มาเป็น ๒ พันไร่ ได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ และปูชนีวัตถุต่างๆ หลายอย่าง สิ่งที่เป็นต้นบุญต้นกุศลให้พวกเรานี่ คุณยายท่านช่วยทั้งเรื่องหยาบก็คือการบอกบุญตามสมบัติก็ดี แม้เรื่องละเอียดท่านก็เข้าที่ช่วยเสมอ ท่านช่วยของท่านแบบไม่ทิ้ง ไม่ทิ้งลูกศิษย์ท่านเลย เมื่อวานซืน เมื่อวาน วันคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ หลวงพ่อทัตตะท่านก็เล่าให้ฟังว่าท่านถามคุณยายว่าทำไมพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะจึงได้เป็นผู้ที่มีปัญญามาก พระโมคคัลลานะทำไมจึงเป็นผู้ที่มีฤทธิ์มาก คุณยายท่านนั่งเข้าดูว่าพระสารีบุตรที่มีปัญญามาก เพราะเป็นเลิศทางด้านความกตัญญู พระโมคคัลลานะที่มีฤทธิ์มาก เพราะเป็นเลิศทางด้านความรับผิดชอบต่อหมู่คณะ แล้วก็อธิษฐานมาอย่างดีเยี่ยม แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตก็คือทุกๆ ครั้งที่คุณยายให้คำตอบ นี่ก็เป็นทานอย่างหนึ่ง คือให้คำตอบกับลูกศิษย์ท่านให้ของท่านด้วยความรอบคอบ คือให้จากในละเอียด จากธรรมะที่ท่านเข้าถึง นี่คือการให้ของท่าน นอกจากให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้ด้วยไม่หวังสิ่งใดๆ เลยนอกจากบุญ ท่านให้ ท่านก็ยังให้ด้วยความรอบคอบ ก็คือเล่าเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานอีกสักนิดหนึ่ง หลวงพี่ประทับใจมากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านเล่าเอาไว้ว่าเมื่อสมัยก่อนที่ท่านจะได้เข้าวัดนั้น ท่านเองท่านเคยถือศีล นั่งสมาธิ แต่เพราะว่าท่านไม่มีกัลยาณมิตรแนะนำในช่วงนั้น จึงทำให้ท่านไปดื่มเหล้า หรือฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เนื่องจากว่าเรียนทางสัตวบาล หลวงพี่ประทับใจตรงที่ว่าเมื่อวันลอยกระทงที่หลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะได้พบพระเดชพระคุณหลวงวพ่อธัมมะ ซึ่งตอนนั้นท่านทั้งสอง ยังไม่ได้บวช ยังเป็นนิสิตอยู่ เพียงถ้อยคำประโยคเดียวเท่านั้นเอง สามารถพลิกจิตใจของบุคคลคนหนึ่ง เปลี่ยนวิถีชีวิต ทำให้คนๆ หนึ่งมาเป็นนักรบกล้าของกองทัพธรรม แล้วมาเป็นผู้นำคนในการสร้างความดีอีกเป็นแสนเป็นล้าน นั่นก็คือเมื่อหลวงพ่อทัตตะท่าน ที่ยังไม่ได้บวชตอนนั้น ท่านเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะซึ่งเป็น freshy เข้ามาใหม่ในเกษตร เห็นแล้วรักมาก ท่านบอก แต่ท่านรินเหล้าให้ ตอนนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะท่านก็บอกว่าขอบคุณครับ ผมรักษาศีล คือท่านไม่ดื่ม แค่ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำเท่านั้นเอง ไปสะกิดใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ ตั้งแต่วันนั้นท่านเลยเลิกดื่มเหล้าได้ แล้วในที่สุดเปลี่ยนวิถีชีวิตของท่าน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาพลบมาเป็นภาพบวกที่สว่างไสว มาเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับพวกเราทุกๆ ท่านในปัจจุบันนี้ แล้วก็สิ่งที่ท่านได้ทำนั้น จากการเทศน์การสอนของท่านต่อๆ ไป ก็จะมีการบันทึก ซึ่งปัจจุบันนี้บันทึกได้ในหลายๆ รูปแบบ ส่งต่อไปในหลายๆ ประเทศ ทำให้เกิดคนดีขึ้นอีกมากมายนับไม่ถ้วนทีเดียว หลวงพี่เคยได้ยินจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะบอกว่าคนเราทุกคนมีเชื้อแห่งความดีกันทุกคน ขอให้พวกเรานี่ไปเป็นกัลยาณมิตรให้กับเขาเถอะ คำพูดของเรานี่มันจะต้องมีสักถ้อยคำหนึ่งที่ไปสะกิดใจเขา ใครจะรู้บ้างว่าบางคนที่อาจจะยังไม่ศรัทธาในปัจจุบันนี้ก็ดี ที่ยังไม่เข้าใจน่ะ ถ้าเราได้เป็นกัลยาณมิตรให้สม่ำเสมอ อาจจะมีถ้อยคำสักคำหนึ่งที่ไปสะกิดใจเขา แล้วได้มาเป็นกำลังสำคัญให้กับพระพุทธศาสนาก็ได้ นี่ก็คือหลวงพี่ได้ประทับใจในวันคล้ายวันเกิดีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ แล้วก็นำมาถ่ายทอดให้ฟัง ก็ขอกลับมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องการให้ทานของคุณยายท่านต่อ สิ่งที่คุณยายท่านให้ทาน หลายๆ อย่างทีเดียว ถ้าทุกท่านได้สังเกต จะว่าเป็นอาหารก็ดี คุณยายท่านก็สร้างโรงทานคือครัวยามา ผ้าก็คือการทอดกฐินทอดผ้าป่าแต่ละครั้ง ท่านได้ถวายผ้าไตรของท่านให้กับพระภิกษุสงฆ์ ส่วนเรื่องยายพาหนะก็ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้นี่คุณยายท่านก็ตามสมบัติมาเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพวกเราได้สร้างบารมีกันได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณยายให้ธรรมะ ให้ธรรมะเป็นทาน ซึ่งตรงกับที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ทรงตรัสเอาไว้ว่าผู้ที่พร่ำสอนธรรม ได้ชื่อว่าอำมฤก แล้วก็จริงๆ แม้เวลาผ่านไปร้อยกว่าวันหลังจากที่ท่านละสังขาร ก็มีอำมฤธรรม ที่ท่านได้ให้ไว้ ลูกศิษย์ลูกหา ลูกๆ หลานๆ ได้จดจำแล้วก็มาเล่าต่อให้กับทุกๆ ท่านได้ฟังกัน ณ ที่นี้ คุณยายได้ชื่อว่านอกจากจะเป็นผู้ที่ให้อาหารปาก ให้อิ่มท้องแล้ว คุณยายยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ให้อาหารใจด้วย คือธรรมะ ให้อิ่มในบุญตั้งแต่ชาตินี้ไปทุกชาติทุกชาติ กระทั่งเข้านิพพานถึงที่สุดแห่งธรรม สมัยก่อนที่คุณยายมาสร้างวัด ช่วงที่เป็นประธานกฐิน ประธานผ้าป่า คุณยายจะบอกไว้ บอกว่าใครนี่มาทำบุญ คือเอาเงินมาให้ยาย ท่านใช้คำพูดของท่านอย่างนี้ ใครเอาบุญมาให้ยายเล็กๆ น้อยๆ นี่ ยายก็ให้อารีพันธ์ ก็คือโยมพี่อารีพันธ์ ยายบอกว่าใครมาให้ยายเล็กๆ น้อยๆ นี่ ยายก็ให้อารีพันธ์ ไปฝากไว้ในอาคาร คือศัพท์ของท่านใช้คำว่าอาคาร ก็คือธนาคารนั่นเอง พอเมื่อถึงเวลาทอดกฐินทอดผ้าป่าก็ให้ไปเบิกมา แล้วคุณยายก็มาจบ อธิษฐานทุกวันตลอดจนกระทั่งถึงวันทอดกฐิน ทอดผ้าป่า การที่คุณยายได้สั่งสมบารมีนี่ต้องบอกว่ามากมายทีเดียว คุณยายท่านมองเห็นการณ์ไกลนะ เคยได้ยินท่านเล่าช่วงหนึ่งบอกว่าในช่วงแรกๆ ที่มาสร้างวัด คุณยายท่านบอกว่าที่ดินแถวนี้ยายมองแล้วอนาคตจะเจริญมาก ซึ่งแต่ก่อนเป็นป่า มีแต่ไอ้โจร ท่านใช้คำนี้ แต่เนื่องจากว่าผู้มีบุญมาใช้สถานที่นี้ แล้วก็รวมกันมากๆ เข้า มันก็เป็นการกลั่นแผ่นดินแถวนี้ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ขึ้น อายตนะที่ละเอียดก็ดึงดูดสิ่งที่หยาบๆ ที่ดีๆ ตามมา ทำให้ได้เหมือนตรงนี้เป็นหัวใจ เป็นศูนย์กลางจากทิศต่างๆ ที่จะหลั่งไหลมาสร้างบุญสร้างบารมีกัน คุณยายท่านเคยเล่าเอาไว้ ใครที่เคยร่วมบุญสร้างทานบารมีกับท่าน ซึ่งในยุคนั้นช่วงประมาณปี ๓๒ ก็มีนะ การมอบล็อตเกตของคุณยายท่าน คุณยายท่านบอกว่าใครเอายายไปอยู่ด้วย โชคดี หมายถึงว่าล็อตเกตของคุณยายท่าน ท่านบอกว่าคนที่มารับล็อตเกตกับยายนี่ โชคดีมาก ยายเข้าที่อธิษฐานทุกวันว่าล็อตเกตของยายนี่ไปอยู่กับใคร ก็ขอให้คนนั้นไม่มีภัยอันตราย ให้ได้มีเงินทองมากๆ ขอให้เขานี่ได้สำเร็จทุกอย่างด้วยอานุภาพบุญกุศลของเรา นี่คุณยายท่านอธิษฐานอย่างนี้ อย่างที่เราได้เคยได้ยินได้ฟังจากหลวงพี่ที่ท่านมาเล่าเกี่ยวกับอานุภาพล็อตเกตของคุณยายในวันอาทิตย์ แล้วพอคุณยายท่านคุยกับลูกๆ หลานๆ อย่างนี้ ว่านี่ยายนี่อธิษฐานอย่างนี้ พอเวลาคุณยายท่านจะลากลับ ท่านก็ยกมือไหว้ แล้วท่านก็บอกว่าโชคดีนะคะ ของท่านนี่ เสียงของท่านนี่เป็นธรรมชาติ เป็นเสียงที่สดใส เบิกบาน แล้วท่านก็กลับไปพักที่กุฏิของท่าน แต่ก็มีนะฮะว่าบางท่านนี่อาจจะไปชอบซื้อหวย เรื่องนี้คุณยายท่านไม่ชอบนะ หลวงพี่ได้ยินเกี่ยวกับคุณยายไม่ชอบนี่ก็คือช่วงหนึ่ง ช่วงนั้นหลวงพ่อท่านได้ปั้นรูปคุณยาย แล้วก็อยากจะให้ปั้นรูปคุณยายใหญ่ๆ สัก ๓ เมตร ไว้ที่ตรงเกาะแก้ว ด้านหลังจากโบสถ์แล้วก็ถัดจากหอระฆัง ตรงนั้นเปรียบเหมือนเกาะแก้วอยู่ตรงนั้น มีต้นพยอมขึ้นเยอะเลย ตอนนั้นหลวงพ่อท่านปรารภกับคุณยายว่า ยาย ยาย พระจะสร้างรูปปั้นยายไว้ตรงนี้ ยายท่านก็ไม่ว่าอะไร ตอนหลังๆ ท่านก็่คุยบอกว่าก็แล้วแต่หลวงพ่อท่าน แต่ถ้าปั้นรูปยายมาไว้นี่ ใครมาขอบารมีขอได้ แต่อย่ามาสั่นๆ นะ คงนึกออกนะ บางที่ที่เอา เขาเรียกว่าอะไรนะ สั่น เซียมซีอะไรนี่ ยายบอกยายไม่ชอบนะ อย่าให้มี แต่ถ้ามาขอบารมีได้ นึกถึงช่วงนั้นนี่ หลวงพี่ได้มีโอกาสเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะนี่ ท่านใช้เวลาแค่ช่วงสั้นๆ ครึ่งวันของตอนเช้าแค่นั้นเอง มีรูปปั้นดินเหนียว เป็นดินน้ำมันที่สำหรับปั้นขึ้นเป็นโครงเคร่าของศีรษะคน แค่ช่วงเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเอง มาดูปุ๊ปอีกทีหนึ่ง เหมือนคุณยายมากจริงๆ ทำให้นึกถึงที่หลวงพ่อท่านบอกเอาไว้ว่าคนเราพอเวลาเข้าถึงวิชชาธรรมกายแล้ว จะแตกฉานในวิชาอื่นๆ ทางโลก นี่หลวงพี่ได้เห็นมาเป็นตัวอย่างจริงๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นภาพที่ผ่านเข้ามาในใจ นึกขึ้นมาแล้วก็ นึกว่าเราก็เป็นผู้ที่เป็นโชคดีอีกคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ แล้วก็ได้มีโอกาสมารับบุญตรงนี้ เอาบุญกับคุณยาย ได้นำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาถ่ายทอดให้กับทุกๆ ท่าน หลวงพี่อยากจะเล่าอีกสักเรื่องหนึ่งก็คือ นอกจากการทำทานว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วนี่ อย่าว่าแต่การทำทานเลย แม้อานิสงส์จากการอนุโมทนาทานยิ่งใหญ่มากเหมือนกันนะ หลวงพี่ได้ไปอ่านพบในพระไตรปิฎกว่ามีพระอรหันต์รูปหนึ่งท่านขึ้นไปบนสวรรค์ ท่านไปเจอนางฟ้าอยู่ตนหนึ่ง เห็นแล้วนี่เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ ท่านก็เลยเข้าไปถามนางฟ้าตนนั้นบอกว่าท่านเทพธิดา ท่านนี่มีวรรณะงาม ผ่องใสมากนี่ เวลาท่านฟ้อนรำนี่ เสียงที่เป็นทิพย์นี่น่าฟังน่ารื่นรมย์นี่ก็เปล่งออกมาจากทุกๆ ส่วนของกายท่าน แม้กระทั่งกลิ่นอันเป็นทิพย์ที่หอม สดชื่น ก็ฟุ้งออกมาจากทั่วทั้งกายของท่าน แม้ยามที่ท่านเคลื่อนไหวกายไปมาก็ดี เครื่องประดับช้องผมของท่านนี่มันก็มีเสียงก้องกังวาลเหมือนเสียงดนตรีออกมา นางฟ้าตนนี้เวลาเดินไปไหนนี่ วิมานก็ลอยตาม และวิมานนี่ใหญ่ถึง ๖๐ โยชน์ พระอรหันต์ก็ถามว่าบุญอะไรหรือที่ทำมา ถึงขนาดนั้นความสว่างของวิมานเปล่งรัศมีไปไกลถึงร้อยโยชน์ ใครคำนวณได้บ้าง ร้อยโยชน์ก็พันหกร้อยกิโลเมตร น่าจะวัดเราถึงมาเลเซียได้นะ ร้อยโยชน์ เพราะฉะนั้นกว้างไกลมากเลย บุญอะไรหรือ ถึงได้ส่งผลขนาดนี้ นางฟ้าตนนั้นก็มีความดีใจที่จะได้บอก ก็บอกว่าในสมัยเป็นมนุษย์นี่เป็นเพื่อนกับนางวิสาขา ตอนที่นางวิสาขาได้สร้างบุปพาราม หรือบุปผารามที่เราได้ยินได้ฟัง ถวายพระพุทธเจ้าพร้อมหมู่สงฆ์ วันฉลองวัดนี่ นางมีความปีติเบิกบานใจก็ชวนเพื่อนๆ เป็นจำนวนมากทีเดียว ชวนกันมา ให้มาร่วมอนุโมทนา เพื่อนผู้หญิงคนนี้คือเทพธิดาตนนี้แหละมีความตั้งใจอนุโมทนาเป็นพิเศษด้วยใจที่บริสุทธิ์ นี้แหละเป็นผลแห่งการอนุโมทนาด้วยใจที่บริสุทธิ์ ด้วยความปลื้มจริงๆ หลวงพี่คิดว่าในที่นี้หลายๆ ท่านคงได้อนุโมทนาด้วยความปลื้มใจ สิ่งเหล่านี้เองจะเป็นบุญใหญ่ติดตัวไป และนางฟ้าตนนี้ก็ฝากเรียนพระอรหันต์ พระอรหันต์รูปนั้นมาว่าพระคุณเจ้าได้โปรดชักชวนคนอื่นด้วยว่าให้คนเหล่านั้นได้ปลื้มใจในการถวายทานแด่สงฆ์เถอะ เพราะว่าถ้ามีความเลื่อมใส ตั้งใจฟังธรรม ลาภส่วนหนึ่งก็คือการได้เกิดเป็นมนุษย์ก็มีแล้ว อยากให้ท่านได้ตั้งใจถวายสงฆ์เพราะว่าจะได้บุญมาก นางฟ้าตนนั้นก็เปรียบเหมือนกับทะเลมหาสมุทรที่มีน้ำนับจำนวนไม่ได้เลย พระอรหันต์ท่านก็เลยถามนางฟ้าว่าแล้วนางวิสาขานี่ ละโลกไปแล้วนี่ไปอยู่ที่ไหน นางฟ้าตนนั้นก็บอกว่าเนื่องจากนางวิสาขาเป็นทานบดี เป็นเจ้าของทาน วิหารทาน นางได้ไปเกิดเป็นมเหสีของท้าวสุนิมมาน พูดง่ายๆ เป็นมเหสีของ จะเรียกว่าเป็นราชาแห่งเทพในสวรรค์ชั้นที่ ๕ ซึ่งครองสวรรค์ในภพนั้นนี่ยิ่งใหญ่มาก พื้นที่มากมายทีเดียว สมบัติก็ละเอียดประณีต นี่ก็คือการอนุโมทนาด้วยความจริงใจ หลวงพี่ก็ขอเล่าเกร็ดอีกนิดหนึ่งซึ่งได้เจอมา ก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาเล่าให้ฟัง ก็คือมีน้องผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง สมัยนั้นหลวงพี่ก็ยังไม่ได้บวช ใจเขาอยู่ในบุญมากนะ เขามาวัดนี่ เขาก็อนุโมทนา บอกว่าพี่ๆ หนูขออนุโมทนาด้วย ทั้งๆ ที่เขาไม่ฟังเรื่องนี้นะ แต่จิตเขาเป็นกุศลมาก เขาก็อนุโมทนาเรื่อยเลย เจอคนโน้นคนนี้ก็อนุโมทนาด้วยนะ พี่ๆ หนูขออนุโมทนาด้วยนะ มีพี่อุบาสกท่านหนึ่งก็คงตั้งใจจะล้อเล่น พอคนนี้เขามาบอกว่า พี่ๆ หนูขออนุโมทนาด้วยนะ พี่อุบาสกก็บอกว่าไม่ให้ ทำเองซิ ก็ทำให้นึกถึงว่าเออ บางทีนี่ การอนุโมทนาบางทีเราก็อาจจะอนุโมทนาในใจก็ได้ จะทำให้รู้สึกว่าเออ เราอนุโมทนาแล้วนี่ ทำให้ผู้ที่ได้รับฟังเขาก็ปลื้มใจ อันนี้ก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มาเล่าให้ฟัง เพราะว่าบางท่านอาจจะมีความปลื้มใจ เดี๋ยวจะเกิดหลวงพี่เล่าไปนี่ เดี๋ยวอนุโมทนากันใหญ่ นี่ก็คือเรื่องของการอนุโมทนา แต่หลวงพี่เข้าใจว่าทุกท่าน ณ ที่นี้เป็นยอดนักสร้างบารมี เป็นยอดนักรบที่รบกับกิเลส เพราะฉะนั้นวิสัยของนักสร้างบารมีนี่ คือนักรบที่รบกับกิเลส จะไม่พอใจแค่เพียงการอนุโมทนาเท่านั้น คือนักรบโดยทั่วไปนี่ ถ้าจะออกรบ คงไม่ยินดี ไม่พอใจที่จะไปยืมดาบยืมปืนจากคนอื่นเขา หรือแม่ครัวที่ดีก็คงไม่พอใจที่จะไปยืมกะทะ ยืมตะหลิว ยืมอุปกรณ์เครื่องครัวคนอื่นเขามาทำอาหารให้อร่อย นักรบ (หมด 1/A) (ม้วน 1/B) นอกจากอนุโมทนาทานแล้ว ท่านยังได้เป็นต้นบุญของทานบารมีหลายๆ อย่าง ต้นบุญของทุกสิ่งทุกอย่าง หลวงพี่คิดว่าทุกๆ ท่านก็คงมีหัวใจอย่างหลวงพ่อ อย่างคุณยาย ที่มุ่งหวังว่าทำอะไรแล้ว ทำอย่างบริสุทธิ์ ทำเพื่อที่จะเอาบุญล้วนๆ ทำแล้วมุ่งที่จะให้เป็นต้นบุญ ต้นแบบกับคนในยุคนี้ กับคนในยุคต่อๆ ไป หลวงพี่จะขอเล่าเกี่ยวกับเรื่องการให้อย่างบริสุทธิ์ใจสักอย่างหนึ่ง คือก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของหลวงพี่ เมื่อเทียบกับการสร้างบารมีที่ยิ่งใหญ่ของคุณยาของหลวงพ่อ คือมีอยู่วันหนึ่ง สมัยนั้นยังไม่ได้เป็นพระภิกษุ ยังไม่ได้บวช ก็มีน้องผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เขาบอกว่า พี่ๆ วันนี้วันเกิดหนูนะ พี่มีอะไรให้บ้างล่ะ ในใจตอนนั้นนี่ นึกดีใจ ก็รีบกลับไปที่ห้อง ไปเปิดล็อคเกอร์ ไปเลือกเอาดวงแก้วที่หลวงพี่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น เลือกมาแล้วก็เอามาให้เขา ก็คุ้นเคยกันพอประมาณ …เล็กๆ ก็เอามามอบให้ในวาระวันคล้ายวันเกิดเขา เป็นภาพที่ประทับใจหลวงพี่ว่า คือหลวงพี่ตัดกิเลสตอนนั้นได้เร็ว ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม แต่ตัดความเสียดายในของที่ดีที่สุด ที่ตัวเองมีอยู่ในครั้งนั้น ก็ให้น้องนั้นไป ให้แล้วใจมันเบิกบาน เบิกบานข้ามวันไปตลอดหลายวันทีเดียว ก็จำได้คร่าวๆ ประมาณเดือนกว่าๆ ได้มาอีก ๑ ดวง คือมีคนนำมามอบให้ ผลปรากฏว่าดวงโตกว่าดวงเก่าที่ให้น้องคนนั้นไปประมาณสัก ๓ เซ็นต์มั้ง ก็ได้กลับมาได้ประมาณดวง ๔ เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือหลวงพี่ สมัยโน้น ช่วงบวชตอนแรกๆ ก็ได้มีโอกาสบอกบุญเกี่ยวกับองค์พระ ซึ่งในยุคนั้นน่ะมีการสะสมบุญ ก็บอกกับคุณโยมคนหนึ่ง คนนั้นก็ดีนะ เขาก็ตั้งใจสร้าง เขาบอกว่าเขาจะตั้งใจสร้างแบบทีเดียวเลย ไม่สะสมบุญ แล้วนอกจากตัวเขาเองสร้างแล้ว ยังสร้างให้คุณพ่อคุณแม่เขา รวมทั้งหมด นี่ประมาณ ๖ องค์ได้ ก็อนุโมทนากับเขา แล้วก็เล่าเกี่ยวกับความเป็นไปในวัดนี้ช่วงนั้น ว่าตอนนี้เนื่องจากเศรษฐกิจอะไรต่างๆนี่ ก็ไม่ค่อยดี เล่าบรรยากาศต่างๆ เกี่ยวกับการระดมทุน คือการสร้างสิ่งต่างๆ ภายในวัด คุณโยมท่านนั้นก็ดีนะ ได้ฟังเกี่ยวกับความเหนื่อยของหลวงพ่อ เขาก็บอกว่าเขาตั้งใจที่จะถวายหลวงพ่อ ๑ หมื่นบาท ซึ่งทั้งๆ ที่เขาทำไปไม่กี่วัน ๖ หมื่นแล้ว ได้ยินได้ฟังมาจากเพื่อนของเขาบอกว่า เขาเองก็ได้เงิน เงินเดือนนะไม่มากนัก แต่เขาเอาเงินที่เขาเก็บสะสมนั้นแหละ ซึ่งส่วนหนึ่งก็จะต้องไปถอนบ้านด้วย นำมาสร้างบุญ สร้างองค์พระ แล้วตั้งใจถวายหลวงพ่อเป็นการบูชาธรรมอีก ๑ หมื่นบาท หลวงพี่ก็บอกว่า ตอนแรกที่แกถวายหลวงพ่อนี่ ๑หมื่นบาทนี่สร้างองค์พระก็ได้นะอะไรอย่างนี้ เขาเห็นเขาก็บอกว่า เขาตั้งใจที่จะถวายหลวงพ่อ โดยไม่มุ่งหวังที่จะได้ของที่ระลึกเช่นตอนนั้นนี่ ได้เป็นพระมหาสิริราชธาตุ หรือพระผงไม่ทราบนะช่วงนั้น เขาบอกตั้งใจถวายหลวงพ่อด้วยความจริงใจ ตรงนี้ทำให้หลวงพี่ได้คิดว่า เขานี่นอกจากลำบากในการหาทรัพย์แล้ว ยังเจียด ยังตัดใจที่จะมาสร้างมหาทานบารมี สร้างองค์พระแล้ว แล้วส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ ตั้งใจถวายหลวงพ่อ ทั้งๆ ที่ภาวะเงินเขานี่ก็ไม่มากนัก แต่ตั้งใจถวายบูชาธรรมหลวงพ่อ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเลย ด้วยอานิสงส์ที่เขามีใจบริสุทธิ์อย่างนั้นน่ะ ทำให้หลวงพี่ทนไม่ไหว ก็กลับมาดูที่ล็อคเกอร์ คือตอนที่บวช คุณยายท่าน ท่านได้ถวายดวงแก้วให้มา เป็นดวงแก้วประมาณ ๓ เซ็นต์ หลวงพี่ก็มีความเคารพรักคุณยายแล้วก็นึกว่าสิ่งนี้คุณยายให้มาเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับหลวงพี่มาก แต่ก็ทำให้นึกถึงคุณโยมท่านนี้เหมือนกัน เขามีความลำบาก แต่เขามีคุณธรรมคือ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจถวายหลวงพ่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ หลวงพี่ก็ได้เอามาถวายกับมือพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วท่านก็ได้อวยพรไปให้บอกว่าขอให้ได้บุญนี่ เกินควรเกินคาดทีเดียว นึกถึงนี่ หลวงพี่ก็ตัดใจเหมือนกันว่า จะเอาดวงแก้วที่คุณยายมอบให้นี่ ไปบูชาในคุณธรรมของเขา ก็ได้มีโอกาสนำไปมอบให้กับเขา ในใจก็นึกบูชาคุณธรรมในตัวของเขา และด้วยอานิสงส์นั้นนี่ จากที่คุณโยมท่านนั้นตัดใจ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน หลวงพี่ก็ตัดใจเหมือนกัน ให้ด้วยการที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเลย นึกถึงในคุณธรรมของเขา แค่เพียงตัดใจตอนนั้นยังไม่ได้มอบดวงแก้วให้เลย ก็ได้ดวงแก้วดวงใหม่มาในวันรุ่งขึ้น มอบดวงแก้วให้เขาดวงหนึ่งก็ ดวงนั้น ๓ เซ็นต์ วันรุ่งขึ้นได้มาดวงหนึ่ง ได้มา ๖ เซ็นต์ ก็ขอให้ทุกท่านได้อนุโมทนาด้วย และเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ดวงแก้วนี่มันเป็นเรื่องที่ถ้าเปรียบกับพระนิพพาน ก็คือเรื่องที่เล็กน้อย เพราะว่าคนที่จะเข้านิพพานได้ ต้องไม่ติดอะไรเลย แต่หลวงพี่ได้อย่างนี้มา ก็เป็นเครื่องเตือนระลึกนึกถึงตัวเอง แล้วก็ที่มาเล่าเพื่อว่าให้ทุกท่านนี่ ถ้าเรานี่มีความตั้งใจที่จะให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เหมือนของที่ดี ของที่ประเสริฐกว่าน่ะ มันจะมา เป็นสิ่งที่พบเห็นกับตัวเองมา จริงๆ แล้วมากกว่านี้ ที่มาเล่านี้ก็เพื่อประกอบเกี่ยวกับเรื่องของคุณธรรมของคุณยาย เรื่องการให้ทาน เรื่องดวงแก้วนี้เอง เมื่อหลวงพี่ได้รับมา ก็ไม่ทราบนะ มันผุดขึ้นมาในใจ คือ บางทีหลายๆ ท่านอาจจะตั้งชื่อดวงแก้วก็ได้ คิดว่าคงมีหลายท่าน เมื่อได้ดวงแก้วมาก็ตั้งชื่อดวงแก้ว แต่ดวงแก้วดวงนี้นี่ มีชื่อมาพร้อมกับเขาเลย คือหลวงพี่ไม่ได้ตั้งใจนึก มันผุดขึ้นมาเอง ชื่อว่านิพพานสิริ หลวงพี่ก็มานึก เอ่อ นิพพานสิริ สิรินี้แปลว่าที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ อาจจะดูดทรัพย์หยาบมาก็ไม่เป็นไร หลวงพี่บวชแล้วทรัพย์หยาบก็ไม่ได้ใช้อะไรมาก นอกจากมาแล้วก็ทำบุญ แต่สิ่งที่ปรารถนาก็คือทรัพย์ของพระนิพพาน คือเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ ทรัพย์ของพระนิพพาน เราให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างน้อยตัดกิเลสได้ช่วงหนึ่งช่วงนั้น ก็ขอให้ได้ทรัพย์ของพระนิพพาน ก็คืออภิญญาก็ดี วิชชา ๓ วิชชา ๘ หรือจตุปฏิสัมภิทาญาณก็ดี ก็ขอให้เราได้ทรัพย์ของพระนิพพาน ทรัพย์ของวิชชาธรรมกายนั้นแหละ นึกแล้วก็มีความปีติ มีความเบิกบานใจ ก็คิดว่าคงจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นจิตใจของทุกๆ ท่าน ให้ได้เป็นผู้ให้ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้ด้วยความตั้งใจที่จะเอาบุญล้วนๆ เหมือนหลวงพ่อ เหมือนคุณยาย เหมือนพระโพธิสัตว์ การให้สิ่งนี้ไป แม้จะไม่ได้สิ่งใดตอบแทนมาเลยก็ตาม มีหลายๆ เรื่อง แต่หลวงพี่ให้ไปแล้วนี่ ภาพแห่งการให้น่ะ มันปีติใจ มันเบิกบานใจตลอด ไม่ต้องรอให้มีวัตถุมาต่อหน้า แค่เพียงกระดิกจิต นึกถึงแค่นั้นเอง ก็มีความเบิกบานใจ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับคุณยายในวันนี้ก็คิดว่า คงจะเล่าได้แค่หัวข้อของการให้ทาน แล้วไว้โอกาสครั้งต่อไป ก็จะนำมาเล่า ให้หัวข้อมงคลสูตรในข้อถัดๆ ไป สำหรับในช่วงนี้ ขอเชิญทุกท่านได้ร่วมกัน เอาบุญบูชาพระคุณของคุณยายกัน ในการทำใจของเราให้ใสกันทุกๆ ท่านนะ (นั่งสมาธิ) มีหลายๆ ท่านทีเดียว ไม่อิ่ม ไม่เบื่อ ในการที่จะมาเอาบุญกับคุณยายท่าน บางท่านมาได้ทุกวัน เป็นที่น่าอนุโมทนาทีเดียว บางท่านก็มาได้บ่อยมากๆ ทุกๆ ท่านมีบุญอยู่ในหัวใจ มีคุณยายท่านอยู่ในหัวใจ รักในการสร้างบารมี การที่ทุกท่านได้มา ณ ที่นี้ เป็นบุญใหญ่ๆ ใหญ่มากทีเดียว นอกจากมาสร้างบุญสร้างบารมี มาฟังธรรม นึกๆ ไปแล้ว บางท่าน มาเพียงวันเดียว ก็ยังได้มีโอกาสสร้างบารมีทั้ง ๑๐ ทัศ ในวันนี้อีก ทานบารมีก็ตั้งแต่ สละเวลาก็ดี สละปัจจัยในการขึ้นรถมา บางท่านก็ขึ้นรถเมล์ บางท่านก็นั่งรถมาเอง ท่านก็มีอยู่ในหัวใจ มาแล้วบางท่านก็ได้เป็นเจ้าภาพ บางท่านก็ตั้งใจรักษาศีล ๘ ซึ่งหลวงพี่ก็ได้ฟังจากโยมพี่ท่านหนึ่ง ตั้งแต่งานของคุณยาย ๑๐๐ กว่าวัดที่ผ่านมา มีความตั้งใจที่จะรักษาศีล ข ให้ได้มากที่สุด รวมๆ กันแล้วรักษาศีล ๘ ได้ประมาณเกือบ ๑๐๐ วันทีเดียว เป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง ซึ่งโยมพี่ท่านนั้นก็บอกว่า การรักษาศีล ๘ ในครั้งนี้รู้สึกง่าย แม้ตอนเย็นก็ไม่รู้สึกหิวอะไรเลย จิตใจรู้สึกสบาย นอกจากนี้หลายๆ ท่านก็ยังนั่งสมาธิได้ดีขึ้น การทำทานรักษาศีล แม้เนกขัมบารมีก็ตามมา ปัญญา วิริยะ ขันติ มีความเพียร ความอดทน สัจจะตั้งใจอย่างแน่วแน่ อธิษฐาน ทั้งเมตตา อุเบกขา มาแม้เพียงวันเดียว ยังได้บารมีถึง ๑๐ ทัศทีเดียว แล้วการที่พวกเราทุกท่าน ได้มากันหลายๆ วัน บุญบารมีที่เราทำก็จะเพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ ให้ทุกท่านได้นึกถึง บุญกุศลของเรา คุณงามความดีทั้งหลาย ที่เราได้ทำด้วยความปีติ ความเบิกบานใจ ตรึกระลึกนึกถึงบุญในกลางดวงกลมใส กลางองค์พระใสๆ หรือกลางคุณยาย ซึ่งอยู่ในตัวของเรา นึกท่านเป็นภาพนิมิต ให้ใจของเราอยู่ในบุญล้วนๆ ใจชุ่มอยู่ในบุญ มีความสดชื่นเบิกบาน ในความโปร่งเบาอยู่ภายใน พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ ท่านก็ได้กล่าวเอาไว้ ว่าคุณยาย ท่านมาเติมบุญเติมบารมีให้กับพวกเราทุกๆ คน ขอเพียงเราจดใจนิ่งๆ ให้นิ่งให้สนิท อยู่ในบุญ อยู่ในธรรมะ คุณยายท่านก็จะช่วยกลั่นธาตุ กลั่นธรรมของเรา ให้สะอาดให้บริสุทธิ์ เพื่อที่จะให้พวกเราทุกๆ คน ปฏิบัติธรรมะ ให้เข้าถึงธรรมะกันได้อย่างรวดเร็ว ได้อย่างง่ายๆ นึกถึงคุณยาย นึกถึงดวง ถึงองค์พระ ใจอยู่ในบุญในกุศล ให้ทั้งเนื้อทั้งตัวเราเป็นบุญล้วนๆ เซลล์ทุกเซลล์อณูทุกอณู ถูกกลั่นด้วยบุญ ที่คุณยายก็ดี ต้นธาตุพระธรรมกายทั้งหลาย ด้วยบุญที่เราสั่งสมมาก็ดี ให้สะอาดให้บริสุทธิ์หมดจรด ให้ทุกๆ ท่านน่ะ นึกถึงบุญ ก็เอาบุญอีกต่อหนึ่ง ในการให้ส่วนบุญ นึกว่าบุญที่เราทำมาดีแล้ว ในเริ่มแรกน้อมบูชาธรรมแด่คุณยายท่าน แล้วก็ให้ส่วนบุญส่วนกุศลนี้น่ะ ถึงแก่คุณพ่อคุณแม่ของเรา ไม่ว่าท่านจะมีชีวิตอยู่ หรือละจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม ให้บุญนี้ถึงแก่ผู้มีพระคุณทั้งหลาย ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมิตรสหายของเรา ทุกๆ สรรพสัตว์ ทั้งกายหยาบ กายละเอียด ทุคติภูมิ สุคติภูมิ เทวดาได้คอยปกปักอารักขาตัวของเราก็ดี เทวดาที่มาปกปักมารักษาสรีระหยาบของคุณยายก็ดี เทวดาอารักษ์ของทุกๆ คน ทั่วทั้งวัดพระธรรมกาย ภุมเทวา รุกขเทวา อากาศเทวา ทุกๆ สรรพสัตว์ ชาวสวรรค์ พรหม อรูปพรหม ให้เขาได้อนุโมทนา ให้มีความสุข ให้พ้นจากความทุกข์ อย่าได้จองเวร เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ให้มีแต่ความเมตตา ปรารถนาดี และเมื่อถึงคราวประพฤติปฏิบัติธรรม ก็ให้มีดวงตาเห็นธรรม เข้าถึงวิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้ากันได้โดยง่าย แล้วเราก็นึกอธิษฐาน ขอพร ขอบารมีธรรมของคุณยาย ขอบารมีธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระต้นธาตุทั้งหลาย และด้วยอานุภาพบุญของเรา ขอให้เราเป็นผู้ที่มีความสะอาด บริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจาใจ ให้เราหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ อวิชชา อกุศลมลทินใดๆ ทั้งหลาย ให้ปราศจากภัยพาลใดๆ ทั้งปวง ให้กำลังบุญมาสนับสนุนเรา ให้พ้นจากทุกข์โทษภัยในวัฏสงสาร ให้เราได้สร้างบารมีกันด้วยปีติเบิกบาน ผ่องใส อยู่ในธรรมะทั้งกาย ทั้งใจ มีมหาสมบัติใหญ่ไว้สร้างบารมี มีร่างกายที่แข็งแรง อายุไขยยืนยาว มีดวงปัญญาสว่างไสว แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม ให้เป็นยอดกัลยาณมิตร ทั้งแก่ตัวเราเอง ครอบครัวหมู่ญาติ ตลอดจนถึงชาวโลกและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้เราได้เข้าถึงและรู้แจ้งแทงตลอด ยิ่งๆ ขึ้นไปในวิชชาธรรมกาย ปรารถนาสิ่งใดที่ดีงามก็ขอให้สำเร็จ สำเร็จ สำเร็จ เป็นอัศจรรย์ ให้เป็นผู้ที่ไม่ตกต่ำจากนี้ มีแต่เจริญรุดหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป นึกอธิษฐาน กลั่นหยุด กลั่นนิ่งของพวกเราทุกๆ คน สัพเพพุทธา…. (สาธุ) หน้า PAGE 13 431222FW-AAT