ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ต้นแบบต้นบุญของการบำเพ็ญเนกขัมมบารมี

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระนิรันดร์ ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระมหาเถระที่เคารพยิ่ง นมัสการพระเถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกาลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ) วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่หลวงพี่จะได้มีโอกาสมาบรรยายถึงคุณธรรมและกับพระคุณของคุณยาย คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของเรา ท่านได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน มาถึงวันนี้เป็นวันที่เมื่อวานครบ ๑๐๐ วันที่ท่านได้ละสังขารไป วันนี้เป็นวันที่ ๑๐๑ เริ่มมีการสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลให้กับคุณยายของเรา ในวันอาทิตย์ที่ ๑๗ กันยายน ในที่นี้มีท่านใดที่ได้ร่วมงานในวันนั้นบ้าง ขอความกรุณายกมือ เอ้าหลวงพี่ขออนุโมทนาบุญ ๙๔ วัน มีท่านใดมาครบ ๙๔ วันบ้าง โอ้โฮ อนุโมทนาบุญ ท่านใดมาเกิน ๕๐ วันบ้าง อนุโมทนาบุญด้วยนะ ท่านใดมาเกิน ๓๐ วันบ้าง ขออนุโมทนาบุญด้วย ในแต่ละวันที่มีการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมคุณยายของเรา ได้มีผู้เห็นอานุภาพ พบอานุภาพเกี่ยวกับคุณยายของเรานี่ แต่ละวันที่ได้ไป เออผู้รวบรวมเกี่ยวกับสิ่งได้เจอะเจออานุภาพของคุณยายในแต่ละวัน ไม่ซ้ำเรื่องในแต่ละวันเลย ที่ได้โอกาสได้เล่าให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อฟัง ซึ่งหลายๆ ท่านก็อาจจะได้เจอะเจอ แต่ไม่ได้มีโอกาสถ่ายทอดสิ่งที่เจอะเจอ ไม่ได้มีโอกาสบันทึก หลวงพี่ก็จะขอเล่าเรื่องที่มีโยมได้พบเห็นเกี่ยวกับอานุภาพของคุณยายของเรานี่ มีโยมท่านหนึ่งอยู่ต่างประเทศ เนื่องจากไปอยู่ต่างประเทศทำภารกิจที่โน่น คุณยายละสังขารวันที่ ๑๐ กันยา กัลยาณมิตรท่านนี้โทรมาที่วัดพระธรรมกาย ในวันที่ ๑๔ กันยายน ก็ได้ทราบถึงการละสังขารของคุณยาย มีอยู่วันหนึ่งก็ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม ระลึกถึงพระคุณยายที่ท่านมีพระคุณแก่เรา ๒-๓ วันถัดมาก็ได้ฝัน ฝันว่าได้เห็นขบวนอัญเชิญแท่งทองแท่งใหญ่ มีขบวน มีอุบาสก อุบาสิกานี่มากมายอยู่ในริ้วขบวนเต็มถนนไปหมดเลย เป็นขบวนที่สง่างาม คุณโยมท่านนี้ที่ฝันนี่มีความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ข้างหน้า พอมองไปที่เรือนทองของคุณยายก็เห็นภาพภิกษุรูปหนึ่งขึ้นมาจากเรือนทองอันนี้ เป็นภาพ เห็นได้ชัดว่าเป็นภาพพระภิกษุ ในฝันมีความรู้สึกว่าคือคุณยาย คือคุณยายของเรา ดังนั้น สิ่งที่กัลยาณมิตรได้ฝันถึงก็มาตรงกับที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ได้บอกว่าคุณยายเมื่อละสังขารไปแล้ว เป็นอะไรเอ่ย เป็นสมณะเทพบุตร เป็นพระอย่างที่คุณโยมนี้ท่านเห็น ประมาณวันที่ ๑๙ ตุลาคม กัลยาณมิตรท่านนี้ก็กลับมาเมืองไทย ก็ได้มีโอกาสมาเป็นประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัยนี่ ในงานสวดพระอภิธรรมของคุณยาย เมื่อได้จุดเสร็จก็มานั่งสมาธิตรึกไปในกลาง ก็เห็นคุณยายท่านมาร่วม เห็นในกลาง คุณยายท่านเป็นสมณะเทพบุตร เห็นในที่ในกลาง ลืมตาขึ้นมาก็เห็น เห็นคุณยายที่เป็นสมณะเทพบุตรเดินมาด้านหน้า ค่อยๆ เดินอย่างสง่างาม พร้อมด้วยบริวาร มาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าพิธีหันหน้ามาทางเดียวกับเรา แล้วก็มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมกับพวกเรา คุณโยมท่านนี้เล่าให้ฟังว่า อธิบายว่าสมณะเทพบุตรนั้นมีรัศมีสว่าง สว่างไปทั่วบริเวณพิธีนี้ เหมือนพระอาทิตย์เที่ยงวันสว่างไสว ก็ได้มีโอกาสมาได้ยินได้ฟังจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ซึ่งเมื่อวานก่อน คุณอาถวิลท่านเล่าให้ฟัง ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่าคุณยายก็มาร่วมงานสวดพระอภิธรรมทุกคืน ทุกคืน ดังนั้นใครที่จะเอาบุญใหญ่กับคุณยายของเรา ก็ให้รีบมาช่วงนี้ ช่วงที่กายหยาบของคุณยายยังอยู่ ให้เราได้มีโอกาสมาทำบุญกับท่าน เราจะได้มาใกล้ท่าน ประพฤติปฏิบัติธรรมใกล้ท่าน ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้กล่าวเอาไว้ คุณยายนั้นเป็นประดุจเจดีย์ที่เป็นบรรจุด้วยพระธรรมกายนับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน ที่ซ้อนอยู่ในกลางของกลางยาย ผุดซ้อนตลอดเวลาเลย ที่มีบุญบารมีแก่ๆ ซ้อนอยู่ในกลางของยายตลอด ดังนั้นการที่เราได้มีโอกาสทำบุญกับพระธรรมกาย ๑ องค์ก็คูณ ๑ ๑๐ องค์ คูณ ๑๐ ร้อยองค์คูณร้อย พันองค์คูณพัน หมื่นองค์คูณหมื่น แสนองค์คูณแสน ล้านองค์คูณล้าน อสงไขยองค์คูณอสงไขย อสงไขยองค์ไม่ถ้วนคูณอสงไขยองค์ไม่ถ้วน ซึ่งคุณยายมีพระธรรมกายที่ผุดซ้อนในกลางนับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน การที่เราได้ร่วมบุญกับคุณยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่ออุปมาเหมือนกับเสียบปลั๊ก กระแสบุญก็จะไหลมาที่ตัวเรา บุญที่เป็นบุญศักดิ์สิทธิ์ที่คุณยายท่านได้รู้แจ้งในธรรมะ ได้เข้าถึงธรรม ก็จะหลั่งไหลมาสู่ศูนย์กลางกายของเรา ซึ่งในสมัยพุทธกาลมีชาวนาอยู่คนหนึ่งชื่อนายปุณณะ ในช่วงที่คนอื่นเขาไปเที่ยวงานมโหสพในเมืองนั้น แต่นายปุณณะกับภรรยานี่ เนื่องจากเป็นคนจน ก็คิดว่าไปทำนาดีกว่า จึงไปทำนากับภรรยาไปไถนา ส่วนภรรยาก็ทำอาหารที่บ้านและไปส่ง เนื่องจากระหว่างทางเจอพระสารีบุตร ภรรยาเจอพระสารีบุตร ซึ่งวันนั้นพระสารีบุตรออกจากนิโรธสมาบัติ ก็เห็นนายปุณณะและภรรยาเข้ามาในข่ายญาณว่าจะเป็นผู้ที่ได้บุญใหญ่ เมื่อภรรยาของนายปุณณะผ่านมา เห็นพระสารีบุตร ก็มีจิตที่เลื่อมใสศรัทธา ปกติเรามีไทยธรรมแต่ไม่มีทักขิไนยบุคคล ครั้งใดมีทักขิไนยบุคคลแต่ไม่มีไทยธรรม วันนี้มีทั้ง ๒ อย่างมาบรรจบกัน เป็นลาภอันประเสริฐ ก็เลยถวายอาหารที่จะนำไปให้สามีที่ทำนาอยู่กับพระสารีบุตร แล้วก็กลับไป ทั้งหมด ถวายทั้งหมด แล้วกลับไปทำอาหารมาใหม่ ส่วนสามีที่ทำนาอยู่ ด้วยความเหนื่อยอ่อน หิวข้าว พอภรรยาได้เอาอาหารนำอาหารมา ก็คิดว่ากลัวสามีจะหิวโกรธ ก็เลยบอกว่า บอกให้สามีนายปุณณะว่าได้ถวายอาหารนั้นกับพระสารีบุตรไปแล้ว จึงได้มาช้า นายปุณณะแทนที่จะโกรธ แกมีความปีติยินดี มีความเบิกบาน อนุโมทนาในบุญที่ภรรยาได้ถวายกับทักขิไนยบุคคลคือพระสารีบุตรนั้น เมื่อนายปุณณะได้ทานอาหารเสร็จก็หลับไป ตื่นขึ้นมา มาที่ไถ กลายเป็นทองคำหมด จึงไปบอกพระราชาให้ราชบุรุษได้มาขนทองที่เกิดขึ้น ราชบุรุษขนไปก็นึกในใจว่าทองของพระราชา ทองนั้นก็กลายเป็นดินเหมือนกัน ก็กลับไปรายงานกับพระราชา พระราชาถาม เธอหยุดทอง เธอนึกอย่างไร ทองของพระราชา ให้เธอนึกใหม่ว่าเป็นทองของนายปุณณะ ก็กลับไปใหม่ พอนึกเป็นของนายปุณณะ ก็เป็นทองเหมือนเดิม ดังนั้น บุญที่ทำถูกเนื้อนาบุญคือทักขิไนยบุคคลนั้นเป็นบุญอันเลิศ การที่เราได้มีโอกาสมาร่วมบุญกับคุณยาย ซึ่งเป็นทักขิไนยบุคคล เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ อีกตัวอย่างหนึ่งมีเศรษฐีอยู่ท่านหนึ่ง มีทรัพย์อยู่ ๔๐ โกฏิ พอเศรษฐีหมดบุญ ทรัพย์นั้นกลายเป็นถ่าน ก็มีความกลุ้มใจว่าทรัพย์มันกลายเป็นถ่านไปหมดเลย พอดีได้เพื่อนเป็นกัลยาณมิตรแนะนำว่าให้เอาถ่านนั้นไปวางขายที่ตลาด ถ้าใครเห็นบอกว่าทำไมเอาทองมาขาย ให้เขาจับ ถ้าถ่านนั้นกลายเป็นทองเมื่อไหร่แล้ว ถ้าเป็นผู้หญิงให้เอาเป็นลูกสะใภ้ ถ้าเป็นผู้ชายให้นำมาเป็นลูกเขย เมื่อเศรษฐีนี้นำถ่านไปวาง นำทองที่เป็นถ่านไปวางที่ตลาด ก็มีนางกีสาโคตมี ได้ผ่านมาก็ทักว่าทำไมเอาทองมาวางขาย เศรษฐีก็บอกไหนล่ะ ลองจับดู ถ่านนั้นกลายเป็นทอง ดังนั้นการที่เข้าใกล้ผู้มีบุญนี่ คนที่หมดบุญแล้วนี่ หรือบุญน้อย เข้าใกล้ที่ผู้มีบุญ ถ่านก็กลับกลายเป็นทอง สมบัติย่อมเพิ่มพูนขึ้น ย่อมได้ทั้งทรัพย์ที่เป็นโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ ดังนั้นเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่เราจะประชุมเพลิงเผาสรีระร่างของคุณยายอาจารย์ของเรานี่ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ อยากให้พวกเราได้มีโอกาสมาประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกับคุณยายทุกวัน ถ้ามีโอกาสเป็นไปได้มาได้ทุกวันยิ่งดี จะได้เข้าใกล้ผู้มีบุญผู้มีความบริสุทธิ์ เราจะได้ทั้งโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ติดตัวเราไป เมื่อเดือนที่แล้ว หลวงพี่ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีโอกาสไปเยี่ยมสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง มีเนื้อที่ประมาณพันกว่าไร่ พันกว่าไร่ แต่ที่นั่นสะอาด ร่มรื่น ใบไม้กองขยะนี่ไม่มีเลย บรรยากาศน่าอยู่เป็นพันๆ ไร่ มีความสะอาดทั้งสถานที่ ศาลา ไม่มีฝุ่น ทั้งบนบันได ใต้บันได หลังคาไม่มีหยักไย่ ห้องน้ำสะอาด ก่อนเข้าห้องน้ำจะให้ล้างเท้า เช็ดเท้าให้แห้ง เข้าไปเราก็ต้องรักษาความสะอาด เมื่อจะกลับมา ความสะอาดนั่นมันติดเรามาด้วย กลับมาเลยต้องมาทำความสะอาดกุฏิที่พักให้สะอาดสะอ้านยิ่งๆ ขึ้นไป ก็นึกถึงคุณยายของเราครั้งหนึ่งที่หลวงพี่ได้มีโอกาสมาวัดครั้งแรก สิ่งที่ประทับใจอย่างแรกก็คือบรรยากาศและความร่มรื่น ความเรียบร้อย ความเป็นระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องรองเท้า ความเป็นระเบียบของรองเท้า เมื่อเห็นรองเท้ารู้สึก แม้กระทั่งรองเท้ายังเข้าแถวกันเลย รู้สึกประทับใจในสิ่งนี้ มาทราบภายหลังว่าในสมัยหลวงพ่อทัตตชีโวของเรานี่อยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ช่วงแรกๆ นี่คุณยายท่านยังไม่ได้ให้เป็นอาจารย์สอน แต่ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวของเรานี่ได้ไปจัดรองเท้า จัดรองเท้าให้เป็นระเบียบ หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังว่าได้ศึกษาอัธยาศัยของท่านว่ามีนิสัยอย่างไรนี่ สังเกตจากการสึกของส้นเท้า ของเท้า ว่าสึกหน้า สึกหลัง สึกกลาง สึกข้าง มันจะไม่เหมือนกัน อัธยาศัย นิสัยของคนจะไม่เหมือนกัน ก็ท่านเป็นเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบคนแรก เป็นต้นแบบต้นบุญ ได้จากคุณยายของเรานี่ เมื่อมาเห็นคุณยายท่านเป็นผู้ที่รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจนี่ ทั้งสถานที่ อาคาร ห้องน้ำ โรงครัว จะเห็นยายเป็นปกติเมื่อหลวงพี่ได้มาที่วัด ตอนเช้าท่านจะตรวจวัดประมาณ ๘ โมง ตอนเย็น ๕ โมง เป็นปกติ ท่านจะไปตรวจเรื่องความสะอาด สิ่งที่อุบาสกจะได้ยินเสมอๆ จากคุณยายว่าใครที่ทำวัดยายเลอะ เทอะๆ คือสกปรก รก คุณยายบอกว่ายายตายไป ยายจะมาดึงขา ใครที่ทำวัดยายสกปรก รกนี่ มีอยู่วันหนึ่งคุณยายมาเจอคนงาน สวดมนต์นั่งสมาธิอยู่ เห็นหญ้ารกๆ อยู่แถวนั้น ท่านก็พูดว่าขนาดหญ้ารกยังไม่เห็นเลย ธรรมะจะเห็นได้อย่างไร และสิ่งที่ยายจะพูดเสมอๆ ก็คือใครทำวัดยายเลอะๆ เทอะๆ คือใช้ของทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ช่วยกันรักษาสมบัติพระศาสนา ยายจะสาปให้เป็นชะนี นี่เป็นคำพูดของยายสมัยนั้น พูดกับอุบาสกบ่อยๆ เพราะว่ายายเป็นคนที่ประหยัด อย่างเมื่อเดือนที่แล้วได้มีหลวงพี่ท่านหนึ่งได้มีโอกาสไปถ่ายรูปของใช้ของคุณยาย ซึ่งท่านก็ให้มาดูของใช้ชิ้นหนึ่งของคุณยาย ซึ่งหลวงพี่ก็ประทับใจ ทำให้เห็นคุณธรรมของคุณยายว่าคุณยายใช้ของไม่เปลือง ใช้ก็ใช้ให้หมด คือขวดยาหม่องของคุณยาย พอคุณยายใช้เสร็จ จะใช้จนหมด ไม่เหลือยาหม่องติดเลย จะเกลี้ยงหมดเลย หลวงพี่ยังได้มีโอกาสได้เห็นขวดยาหม่องของคุณยายเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ถ่ายรูปเก็บเป็นของใช้ที่คุณยายได้เคยใช้ สิ่งที่คุณยายจะพูดบ่อยๆ กับอุบาสก ใครอย่าทำวัดยายเลอะๆ เทอะๆ เช่น มีไม่อยู่ในระเบียบวินัย สอนแบบเพี้ยน หรือเรื่องชู้สาว ยายก็บอกยายจะไล่ออกจากวัด เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ เป็นคุณธรรม เป็นสมบัติที่คุณยายได้ให้กับพวกเราทั้งหลาย ดังนั้นพวกเราควรจะรักษาสมบัติชิ้นนี้ที่ยายมอบให้เป็นมรดกให้วัดของเราสะอาดสะอ้าน ก็แสดงถึงธรรมะและคุณธรรมภายในของผู้ที่อยู่วัด แล้วก็จะเป็นคุณธรรมติดตัวพวกเราไป คุณยายท่านเป็นต้นแบบต้นบุญของการบำเพ็ญเนกขัมมบารมี การประพฤติพรหมจรรย์ให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา หลวงพ่อทัตตชีโว พระเถระทั้งหลาย ให้เป็นต้นแบบในการประพฤติพรหมจรรย์ ให้กับพระภิกษุทุกรูปที่ได้มาอยู่วัด เมื่อแรกๆ หลวงพี่เข้ามาวัด ก็มีความรู้สึกว่าสักวันหนึ่งจะขอมาเป็นส่วนหนึ่ง ตอนนั้นเพิ่งมาวัดเป็นครั้งแรก อยากจะไปเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธรรมกาย อยู่ต่อมาก็ได้เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร คอยดูแลเรื่องรักษาระเบียบ รักษาความสงบของวัดในช่วงนั้น ให้เป็นระเบียบ เป็นสงบ มีความสงบในการประพฤติปฏิบัติธรรมในช่วงนั้น ซึ่งก็ได้คุณยายเป็นต้นแบบที่สำคัญ คุณยายได้สอนอุบาสกรุ่นพี่ที่เตรียมบวชเอาไว้ ทำให้เป็นแบบอย่างที่ทำให้อุบาสกรุ่นหลังๆ ได้เอาแบบอย่างตามที่คุณยายท่านสอน ท่านได้สอนอุบาสกที่เตรียมบวชรุ่นพี่เอาไว้ ยายอยากให้ทุกคนไปได้ตลอดรอดฝั่ง จะไปได้หรือไม่ ก็ขึ้นกับตัวเรา ที่ต้องระวังก็คือเรื่องผู้หญิง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าเอาความสงสารเดินหน้า ต้องเอาปัญญา ถ้าเรามีความสงสารเดินหน้าแล้วเราจะตกกระป๋อง เรื่องนี้ยายเห็นมาแล้วหลายคน เพราะฉะนั้นเราต้องระวังใจของเราให้ดี อย่าเชื่อมสะพาน อย่าทอดสะพานให้เขาเป็นอันขาด เพราะถ้าใกล้ชิดกันแล้วจะเลิกได้ยาก นี้เป็นคำสอนที่คุณยายได้สอนพี่อุบาสกก่อนบวช นักปฏิบัติธรรมจะเสียในเรื่องนี้มากที่สุด เป็นเรื่องตัดทอนบารมี ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย คนที่สร้างบารมีไปได้ ไม่ได้ตลอดก็เพราะเรื่องนี้ ป้องกันไว้ให้ดีกว่าแก้ทีหลัง ไม่มีได้จะดีที่สุด จะได้สร้างบารมีไปได้ตลอด มีบารมีมาก บริสุทธิ์ สะอาดมาก รู้เห็นวิชชาได้มาก เอาชนะทุกอย่างได้หมด นี้เป็นสิ่งที่คุณยายท่านได้ปลูกฝัง พระรุ่นพี่ๆ แล้วก็อุบาสกที่จะบวช ท่านปรารถนาที่จะสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ สร้างคนให้เป็นคนดี ซึ่งคุณยายท่านได้วางระเบียบวินัยที่เป็นประโยชน์มากกับวัด จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งตอนแรกหลวงพี่ฟังคุณยายก็ยังมองไม่ออก แต่มาปัจจุบันก็เริ่มมองเห็นหลายๆ อย่าง หลวงพี่มีเสียงของคุณยายที่ได้พูดถึงเรื่องนี้ จะให้พวกเราได้ฟัง พวกเราฟัง ลองฟังดู เสียงเทปคุณยายอาจารย์ : ๑. ให้ปิดประตู ๖ โมง ๒. พระทุกองค์ไม่ให้รับแขกในกุฏิ ยายวางแผนนะ กฏวินัยน่ะ ให้ปิดประตู ๖ โมง แล้วไม่ให้รับแขก ไม่ให้เอาผู้หญิงเข้ากุฏิ ไม่ให้รับแขกในกุฏิ ยายวางกฏ กฏวินัยที่เป็นอยู่ทุกวัน ยายเป็นคนวางกฎ พระนิรันดร์ : ก็สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้มีพระเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยายได้วางระเบียบเอาไว้ว่าปิดวัดเวลา ๖ โมงหรือ ๑๘ นาฬิกา เราจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้ถ้าไปแถวหน้าวัดนี่ ประตูวัดจะปิดด้านหน้าเวลา ๖ โมง หลวงพี่ก็เดินไปเมื่อเดือนที่แล้วก็ ถามยามว่าปิดกี่โมง บอก ๖ โมง ตอนนี้ก็ยังทำตามสิ่งที่ยายได้วางเอาไว้ แต่ด้านนี้เปิด เนื่องจากไม่มีประตู มีแต่ยาม เปิดตลอด ๒๔ ดังนั้น สาเหตุที่ยายปิดวัดตั้งแต่ ๘ โมงเพื่อให้พระภิกษุได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม บำเพ็ญสมณกิจ ได้ศึกษาธรรมะให้ยิ่งๆ ขึ้นไปนี่ ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่คุณยายได้บอกเอาไว้ให้พระภิกษุให้รับแขก ไม่ให้รับแขกในกุฏิที่อยู่หรือเขตสังฆาวาส จะสังเกตเห็นว่าถ้าเราไปที่ในบริเวณวัด จะเห็นแบ่งเขตชัดเจนเลย มีเขตพุทธาวาสตั้งแต่บริเวณพระอุโบสถ ตรงบริเวณโบสถ์ ธรรมาวาส บริเวณศาลาจาตุมหาราชิกา สังฆาวาส ธรรมาวาส หมายถึง บริเวณศาลาดุสิต ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านรับแขกตรงนั้น สังฆาวาสก็ตั้งแต่ เลยศาลาดุสิต ตั้งแต่กุฏิคุณยายเป็นต้นมานี่ จะมีป้ายเขียนว่าเขตสังฆาวาส ต้องการความสงัด ไม่มีภารกิจ ไม่สมควรเข้า ที่คุณยายท่านได้วางตรงนี้เอาไว้ ก็เพื่อว่า ๑. พระภิกษุจะได้มีโอกาสได้เป็นที่ปลอดแขกที่จะมาเยี่ยมมาเยือน จะได้มีโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นเขตที่สงบ สงัด เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม แล้วก็จะทำให้พระภิกษุได้มีศีลที่บริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป มีสิ่งหนึ่งที่คุณยายได้พูดเอาไว้ว่าสิ่งที่ยายมาวัด ตอนบุกเบิกสร้างวัด ยายนั่งธรรมะ ตอนสมัยคุณยายอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ มีชีวิตอยู่ คุณยายก็ทำวิชชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อท่านละสังขารแล้ว คุณยายก็นั่งธรรมะตามหมู่คณะ ตามสมบัติที่จะมาสร้างวัด เมื่อคุณยายได้มาสร้างวัด ได้เข้ามานั่งสมาธิ ตามสมบัติ ตามคน คุณยายอธิษฐานเอาไว้ว่าให้ยายมีสมบัติที่จะเลี้ยงบริวารให้ได้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คุณยายท่านได้พูดเอาไว้เกี่ยวกับ คุณยายได้อธิษฐานเราจึงมีพระเยอะ มีผู้มาเลี้ยงพระเยอะ มีเจ้าภาพที่มาเลี้ยงพระภิกษุ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งคุณยายได้พูดถึงคำอธิษฐานของยายเอาไว้ หลวงพี่จะให้พวกเราได้มีโอกาสได้ฟังคำอธิษฐานของยาย เสียงเทปของคุณยายอาจารย์ : ยายก็นั่งสมาธิตามคนบ้าง ตามสมบัติบ้าง มาให้เขากินให้เขาใช้ เวลานั่งธรรมะนะ ไปเรียกบุญนี่ เรียกบุญช่วย เจ้าประคู๊ณ ข้าพเจ้าจะมีข้าทาสบริพารหญิงชายสมัยสร้างวัดนะ ข้าพเจ้านี่จะมีข้าทาสมีบริพารหญิงชายจะมากมายแค่ไหนก็ช่างมันเถอะ ขอให้ข้าพเจ้ามีสมบัติให้เขากินให้เขาใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น คำว่าไม่มีอย่าได้เกิดแก่ข้าพเจ้าเลย เลี้ยงได้ทั้งนั้น มา ขอให้ข้าพเจ้าเลี้ยงได้ทั้งหมด ทุกวันนี้ยายต้องนั่งธรรมะอธิษฐานไว้ เพราะงั้นทุกวันที่เลี้ยงได้ทุกวันเพราะว่าอำนาจบุญ อำนาจบุญความบริสุทธิ์ของยาย พระนิรันดร์ : ที่คุณยายได้เลี้ยงพระ เลี้ยงเออ ผู้ที่มาวัดได้ทุกวันก็เพราะอำนาจบุญ ความบริสุทธิ์ของคุณยายที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติธรรม ตามทั้งสมบัติ ตามทั้งคนมาร่วมกันสร้างบุญสร้างบารมี ในสมัยที่หลวงพี่ได้มีโอกาสมาเป็นอาสาสมัครในตอนนั้น จำได้ว่ามาช่วยตอนกลางคืนวันเสาร์ ประมาณปี ๒๕๒๕ ๒๖ ๒๗ คืนวันเสาร์จะมาค้างวัด มาช่วยรุ่นพี่ๆ เขาหุงข้าว หลังจากนั้นก็ ตอนสายก็ไปเตรียมที่ปฏิบัติธรรมที่ศาลาจาตุมหาราช จากนั้นก็มาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบ รักษาความสงบของวัด จัดรองเท้าให้เป็นระเบียบ ดูแลความเรียบร้อยของวัด ความสงบของวัดทั้งหมดในช่วงนั้น (หมดม้วน 1/A) (เริ่มม้วน 1/B) หลวงพี่ก็เห็นท่านตอนนั้น ท่านจะคอยต้อนรับอยู่ตรงกุฏิ ด้านหน้าสี่แยกหน้าโบสถ์ ญาติโยมที่เอาอาหารปิ่นโตมานี่ เออ พระอาจารย์ประดิษฐ์สมัยนั้นยังไม่บวช ก็จะคอยต้อนรับ คอยจดชื่อว่าของใคร ใครเอามาบ้าง ก็คอยต้อนรับตรงจุดโน้น เอาปิ่นโตรับอาหารของญาติโยม ช่วงแรกๆ ยายก็ทำอาหารเลี้ยงพระเอง แต่พอมีญาติโยมมามาก ก็มีเจ้าภาพเอาปิ่นโต เอาอาหารมาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระ ซึ่งเมื่อพระปฏิบัติธรรม หลวงพี่ก็จะเข็น มีรถเข็น รถสแตนเลส เป็นรถเข็นรถสแตนเลสซึ่งเป็นล้อยางใหญ่ๆ เข็นแล้วจะไม่มีเสียงดัง ผ่าน...ยังเงียบกริบเลยนะ ไม่รู้ว่ามีรถผ่านไป เสร็จแล้วก็เอาปิ่นโตไปส่งที่โรงครัว เสร็จแล้วก็ เมื่อเลิกจากปฏิบัติธรรมแล้ว พระก็รับสังฆทานฉันอาหาร เสร็จแล้วอาหารก็มาแจกญาติโยมที่มาวัดทั้งหมด จากจุดเริ่มต้นที่หลวงพี่ได้มีโอกาสไปช่วยหุงข้าวในตอนนั้น ปรากฏว่าข้าวที่หุง ตอนนั้นวันอาทิตย์ตอนเช้าไม่ถึงครึ่งกระสอบที่เลี้ยงพระเลี้ยงคนในวันอาทิตย์ ไม่ถึงครึ่งกระสอบ แต่ปัจจุบันหลวงพี่ได้ไปถามข้อมูลจากที่โรงหุงข้าว คุณยายท่านอธิษฐานเอาไว้นี่ มาเท่าไหร่เลี้ยงได้หมดเลยนี่ เลี้ยงได้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น ปัจจุบันวันธรรมดานี่ หุงข้าววันละ ๘ กระสอบ เฉพาะวันธรรมดานะ เลี้ยงพระอย่างเดียว แต่ก่อนมีพระอยู่ปัจจุบันสิบกว่ารูป ปัจจุบันนี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มจากเป็นร้อย ปัจจุบันพันกว่ารูปที่อยู่จำพรรษาเมื่อปีแล้ว ๑,๐๓๘ รูป ในวันอาทิตย์ธรรมดานี่ หุงข้าวถึง ๑๖ ถึง ๑๗ กระสอบ ที่เลี้ยงพระ อุบาสก อุบาสิกาที่มาวัด อาทิตย์ต้นเดือนประมาณ ๔๐ กระสอบ งานบุญใหญ่ประมาณ ๒๐๐ กระสอบ แล้วงานที่คนมาเยอะที่สุดหุง ๖๐๐ กระสอบ ถึง ๖๐๐ กระสอบด้วยกัน ก็ไปถามข้อมูลว่าหุงครั้งหนึ่ได้กี่ กี่ซึ้งกี่เตา ๓๖ เตา ซึ้งละกระสอบ ๓๖ ซึ้ง เลี้ยงได้ ๒๐,๐๐๐ คน ถ้ามา ๒ แสน ต้องหุง ๑๐ เที่ยว ๑๐ เที่ยว อย่างที่คุณยายว่านะใครมาวัดเท่าไหร่นี่เลี้ยงได้หมดเลยนี่ ก็ด้วยบุญบารมีของยาย แล้วอีกประการหนึ่งที่คุณยายได้พูดถึงการที่คุณยายมีสมบัติ มีอาหารที่เลี้ยงผู้ที่มาร่วมประพฤติปฏิบัติธรรมได้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น นอกจากความบริสุทธิ์ของยายแล้ว ท่านก็พูดอีกข้อหนึ่ง ตอนแรกหลวงพี่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่ว่าพอได้มา ได้ยินได้ฟัง และมีประสบการณ์ ก็เข้าใจว่าสิ่งที่คุณยายพูดนี่เป็นความจริงว่า คุณยายบอกว่าการที่มีเขตชัดเจน พระภิกษุมีเขตสังฆาวาส ไม่ไปรับแขกในที่อยู่อาศัย ที่เป็นเขตที่พักของพระนี่ ทำให้ยายมีสมบัติใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น อีกข้อหนึ่งก็คือว่าเมื่อพระได้อยู่ใน ที่เป็นเขตที่แยกต่างหาก ถ้าในวัดก็คือเขตร้อยเก้าสิบหกไร่ ตั้งแต่กุฏิคุณยายเป็นต้นไป แล้วก็ด้านข้างก็เป็นที่ตึกสงฆ์ ด้าน ๒,๐๐๐ ไร่ก็บริเวณกุฏิจาก ทำไมถึง ยายบอกว่าทำให้มีสมบัติใช้ เลี้ยงได้ไม่รู้หมดรู้สิ้น เมื่อพระได้มีที่ชัดเจนคือเขตสังฆาวาสที่ชัดเจน ก็มีโอกาสประพฤติปฏิบัติ มีใจที่บริสุทธิ์ ก็เป็นทักขิไนยบุคคล เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศให้กับญาติโยม ก็เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของญาติโยมที่เห็นแล้วก็มีความเลื่อมใสศรัทธา ทำให้มีพระภิกษุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นพันในปัจจุบัน แล้วก็พระภิกษุก็จะได้มีโอกาสได้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่างที่เราคงเคยได้ยิน เวลาพระให้ศีลเสร็จ ท่านก็จะสรุปอานิสงส์ของศีลไว้ ๓ ข้อ สีเลนะ สุคติง ยันติ สีเลนะ โภคสัมปทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธเยฯ ก็คือด้วยอำนาจของศีลทำให้ไปสู่สุคติ ด้วยอำนาจของศีลทำให้บริบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ ด้วยอำนาจของศีลทำให้ไปสู่พระนิพพาน ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานยิ่งๆ ขึ้นไป นี่เป็นอานิสงส์ของศีลโดยย่อ ดังนั้นระเบียบวินัยที่คุณยายของเรานี่ได้ให้เอาไว้ใน ๒ ข้อนั้นจึงทำให้เมื่อพระปฏิบัติตามระเบียบวินัยนั้น จนกระทั่งถึงปัจจุบันมีพระเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าตราบใดที่ไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่คุณยายได้สอนเอาไว้ พระก็จะลดลงไปเรื่อยๆ พระก็จะลาสิกขาไปเรื่อยๆ ดังนั้นให้เราได้ประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วก็ทำตามคำสอนของคุณยาย ซึ่งในคำสอนของคุณยายท่านได้สอนเอาไว้ ก็อยากจะฝากพวกเราทุกคนในที่นี้เอาไว้ ยายบอกว่าสิ่งที่ยายสอนจะเป็นสมบัติติดตัวเราไป จำคำยายไว้ แล้วเก็บรักษาสมบัติที่ยายให้นี้ให้ดีที่สุด ต่อไปภายหน้าจะได้เอาตัวรอด จะเห็นว่าคุณยายของเราไม่รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว แต่คุณยายได้ให้สมบัติใหญ่กับพวกเรา ให้ได้สมบัติเอาไว้กับวัดพระธรรมกาย คุณยายเป็นต้นบุญต้นแบบของความสะอาด ความมีระเบียบวินัย คุณยายเป็นต้นบุญต้นแบบของการบำเพ็ญทานบารมี คุณยายเป็นต้นบุญต้นแบบของการบำเพ็ญเนกขัมมะบารมี คุณยายได้บำเพ็ญปฏิบัติตรงตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น ให้ลูกหลานยายทุกท่านได้นำคำสอนของยายได้ฝากเอาไว้นี้ให้เป็นสมบัติติดตัวเราไปทั้งโลกียทรัพย์และอริยทรัพย์ คือธรรมะที่บริสุทธิ์สว่างไสวที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของเรา ในสุดท้ายนี้ หลวงพี่ก็ขอเชิญให้พวกเราทั้งหลายได้ปฏิบัติบูชาต่อคุณยาย เพื่อได้ เพื่อจะได้เป็นอริยทรัพย์ติดตัวเป็นที่พึ่งที่ระลึกให้กับเราต่อไป ขอเรียนเชิญทุกท่านได้ทำสมาธิภาวนา ทำใจให้สงบนิ่งทุกคนนะ เราก็ปล่อยใจนิ่งๆ ไปตรงกลางกายของเรา พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตเจ้าทั้งหลายทั้งปวง ท่านปล่อยใจไปในเส้นทางสายกลางสายนี้ ได้เข้านิพพานไปแล้วนับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านก็วางใจหยุดนิ่งไปที่กลางของกลางกายนี่ การที่พวกเราทั้งหลายได้วางใจที่กลาง เราจะได้ชื่อว่าใกล้พระรัตนตรัยนี่ ได้ถูกพระรัตนตรัย ซึ่งอยู่ในกลางกายของเรานี่ บุญกุศลก็จะเกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา การที่เราวางใจไว้ตรงกลางนิ่งๆ เราก็จะได้บุญตลอดเวลา แม้ว่าไม่เห็นอะไรเลยนี่ คุณยายท่านได้กล่าวไว้เหมือนกำปั้นทุบดิน ทุบทีไร ถูกทุกที บุญเกิดขึ้นในกลาง ใส สว่าง ตลอดเวลา หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง กลางของกลาง ชัดในชัด ใสในใส สว่างในสว่าง สัพเพ… (จบ 1/B) หน้า PAGE 11 431219FW-AAT