ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ใจของยายอยู่ในบุญ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระวิชฺเชสโก : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย กราบนมัสการพระเถระผู้มีพรรษากาลมากกว่ากระผม กระผมขอโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่แสดงธรรม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ผู้เป็นลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ) วันนี้หลวงพี่ดีใจอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือได้มาแสดงธรรมบูชาคุณความดีของคุณยาย ผู้เป็นครูบาอาจารย์ที่เคารพรักยิ่งของเราทั้งหลาย เรื่องที่ ๒ ก็คือดีใจที่พวกเราได้ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างคุณยาย คือเป็นผู้รักบุญ รักความดี ทุกครั้งที่เห็นพวกเรามาร่วมงานคุณยายมากๆ หรือมาประจำสม่ำเสมอ มาด้วยน้ำใจอันงดงามนี้ หลวงพี่ปลื้มใจ ดีใจที่รู้ว่าเราเป็นทายาททางธรรม คือเป็นผู้ที่รักบุญอย่างคุณยายของเราจริงๆ เรื่องของบุญเป็นเรื่องที่คุณยายท่านรักมาก หากเราจะดูชีวิตของคุณยาย โดยแยก โดยรู้ประวัติของคุณยายของเราจริงๆ แล้ว เราโชคดีที่ได้มาเป็นลูกหลาน ลูกศิษย์ของผู้ที่รักบุญ เพราะทุกช่วงชีวิตของคนที่รักบุญนั้น เป็นชีวิตที่มีความสุข คำว่าบุญที่เราพูดถึงกันบ่อยๆ นี่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้อยู่ตอนหนึ่งว่า สุขัสเสตัง ภิกขะเว อธิวะจะนัง ยะทิทัง ปุญญานิ แปลโดยความหมายก็ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่าบุญ บุญนี้เป็นชื่อของความสุข ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่เราทำอะไรก็ตาม มีความสุขใจ สบายใจ มีความโปร่งใส แสดงว่าเราได้บุญ บุญจะเกิดขึ้นกะเราเสมอเมื่อมาอยู่หน้าคุณยาย ระลึกนึกถึง แล้วเราก็มีความสุข ได้เอาบุญกับยายแล้ว ทุกคนมีความสุข หลวงพี่มีเรื่องจริงอยากจะเล่าให้พวกเราฟังสักเรื่องหนึ่ง ก็คือเมื่อประมาณเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราไปทอดผ้าป่า สร้างโรงเรียนพุทธศาสนา ที่ประเทศเนปาล และโรงเรียนที่สร้างเป็นโรงเรียนพุทธศาสนาแห่งแรก แล้วก็ได้ชื่อว่าโรงเรียนพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ก็เลยถือโอกาสว่าไปครั้งนี้ ไปชมสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าด้วย แล้วก็ได้ไปกรุงกบิลพัสตร์ ที่รู้ว่าเป็นกรุงกบิลพัสตร์ วิทยากรเขาอธิบายให้ฟังว่า รู้เพราะดูซากที่ยังเหลืออยู่ แล้วขุดค้นพบ ยังมีร่องรอยค่อนข้างชัดเจน และที่สำคัญเมื่ออยู่ที่หน้าประตูกรุงกบิลพัสตร์ หากมองไปทางทิศเหนือ จะมองเห็นภูเขาหิมพาน หรือภูเขาหิมาลัยนี่ได้ชัดเจน เราก็มายืนดูกันนะ มายืนดู มองไปก็เห็นชัดมาก ทั้งๆ ที่จุดที่ยืนอยู่นั้นห่างไกลกัน นั่งเครื่องบินเป็นชั่วโมง แต่ก็ยังเห็นภูเขาหิมพานหรือภูเขาหิมาลัยนี่ชัดเจน ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของภูเขาหิมพานว่ายิ่งใหญ่อย่างไม่มีอะไรจะบดบังได้ ทำให้นึกถึงคุณยายของเรา เรานึกถึงคุณยายเมื่อไหร่ เราจะเห็นความงดงามของความดีของคุณยายนั้นอยู่ไม่ขาดสาย เห็นอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะทำความดีอันไหนก็ตาม หากมองไปหาคุณยายก็จะรู้ว่ายายมีส่วนเป็นต้นแบบให้แก่เราจริงๆ ภาพของความดีของคุณยายนั้นที่เราเห็นได้ชัดก็คือยายกับบุญเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยายมีบุญมาก เราคงทราบกันดีอยู่แล้ว ใครที่เคยขอบารมี รู้ว่าจะยายของเรามีบุญมากจริงๆ ยายรักบุญ รักเป็นชีวิตจิตใจ ยายแจ่มแจ้งเรื่องของบุญ ขนาดที่ว่าคุมบุญได้ คำนวณบุญได้ หลวงพี่ว่าแจ่มแจ้งนะ แจ่มแจ้งทีเดียว ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่หลวงพี่คิดถึงคุณยาย คิดถึงครั้งใดก็จะคิดถึงบุญได้ทันที เพราะยายกับบุญนั้นเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็เลยมองเห็นว่าความยิ่งใหญ่ของคุณยายด้วยบุญนั้น ยังแจ่มชัดในใจของหลวงพี่ และเชื่อว่าในใจของพวกเราทุกคน อย่างที่ไม่มีอะไรจะบดบังได้เช่นเดียวกัน คุณยายของเรา อาจารย์ของเรา เป็นผู้ที่สั่งสอนให้เรารักบุญ ให้ทำบุญมากๆ สร้างบุญให้เป็นภูเขา แล้วก็จะไม่มีอะไรปิด อะไรกั้นได้ เจอะเจออะไรก็บอกว่าเอาบุญเยอะๆ เอาบุญมากๆ คนที่ทำความดีเช่นนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าแม้จะอยู่ไกลแค่ไหน อยู่ไกลอย่างไรก็ปรากฏชัดเจน เหมือนภูเขาหิมพาน ท่านตรัสไว้ว่าธรรมบท ตรงนี้ก็ทำให้รองรับหรือยืนยันว่าคนเราเกิดมาก็ควรทำความดีมากๆ คำสอนของคุณยายอยู่ตอนหนึ่ง หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสอนยายมา ยายสอนเรา และที่สำคัญคือยายปฏิบัติให้เราดู ทำให้เราเห็น ทำอะไรให้เราเห็นบ้าง ขยันหาบุญ เราว่าไหมว่าคุณยายขยันหาบุญ ค้นคิดเรื่องบุญ เรียกว่าการบูชาข้าวพระเกิดขึ้นได้ เกิดจากการที่กิจวัตรคนเราต้องทานข้าวทุกวัน แต่คุณยายท่านมีธรรมะ และท่านค้นพบว่าก่อนจะทานข้าวสามารถบูชาข้าวพระได้ ค้นธรรมะจนกระทั่งทำให้เราทุกคนนี่รักการบูชาข้าวพระ รักบุญตรงนี้ แล้วก็อยากได้บุญตรงนี้มากๆ นี่ท่านค้นคว้าหาบุญมาให้เรา และเราก็รักบุญตรงนี้กันเป็นชีวิตจิตใจ ดีใจที่ท่านคุมบุญให้ บอกให้เราได้บุญตรงนี้ ประการต่อมาคือท่านสามารถมองเห็นบุญในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น สิ่งต่างๆ ที่ท่านเจอะและเจอนั้น ท่านมองเป็นบุญได้ คราวที่ท่านจะย้ายบ้านธรรมประสิทธิ์ ท่านก็ยังมองเห็นบุญว่าบ้านที่เคยใช้สร้างบารมี เคยชวนคนปฏิบัติธรรม เคยรวมหมู่รวมคณะ ยามจะจากไปนั้น เอาบุญละเอียดก่อน เอาบ้านถวายพระพุทธเจ้าก่อน บุญของละเอียดถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของหยาบที่ปรากฏอยู่ก็ถวายวัดปากน้ำ แล้วแต่ใครจะใช้ก็ใช้ไป ท่านไม่อาลัยอาวรณ์ เก็บเอาละเอียดไป หรือบอกว่าตอนหนึ่งที่เราเห็นชัดก็คือ ท่านเคยจับสลากได้พัดขนนกยูง ถึงเวลาคุณยายทองสุกท่านอยากได้ไปถวายพระ ท่านก็มาขอคุณยาย มาอ้อนวอนขอคุณยาย คุณยายก็บอกเอ้า เดี๋ยวยาย เดี๋ยวนั่งเข้าที่แล้ว แล้วก็ถวายคุณยายทองสุกไป พูดง่ายๆ ว่าเอาบุญละเอียดก่อน แล้วพัดที่เป็นขนนกยูง ท่านก็ยกให้คุณยายทองสุกได้ทำบุญต่อ นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ยายเรารักบุญ บุญอื่นๆ ในประวัติของคุณยายก็จะเห็นอีกเหมือนกัน บุญที่เกิดจากการปลูกต้นไม้ ท่านสามารถปลูกต้นไม้ธรรมดา ทุกๆ คนก็ปลูกกันได้ แต่ท่านปลูกให้เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ได้ จะปลูกกล้วย จะปลูกไม้ ทุกครั้งที่ปลูกใจท่านก็นึกถึงบุญ ดิ่งธรรมะนึกถึงบุญ รวมทั้งอธิษฐานตั้งใจว่าต้นไม้ที่ท่านปลูกนั้น จะทำให้นกกาได้อาศัยร่มเงา ทำให้คนมาประพฤติปฏิบัติธรรม ได้มีธรรมะเป็นที่พึ่ง ท่านก็เก็บเอาบุญนี้ไป หลวงพี่ว่าใจยายอยู่ในบุญตลอดเวลาเลยนะ วันที่ปลูกต้นไม้อยู่ครั้งหนึ่งจำได้ว่า คราวนั้นไปกับหลวงพี่ตักกะ ตอนนั้นท่านยังไม่ได้บวช หลวงพี่ชาติชายเรา ไปช่วยปลูกต้นไม้หน้ากุฏิหลวงพ่อ คือยายเห็นที่ว่างเห็นไม่ได้ เห็นแล้วปลูกฮะ ปลูกเสร็จ ยายก็สอนให้เรานั่งธรรมะทุกวัน เวลาเราปลูกเราก็นึกถึงธรรมะทุกวัน หลวงพี่ตักกะตอนนั้นเป็นฆราวาสก็กราบเรียนคุณยาย ยกมือพนมนะ กราบคุณยายว่าคุณยายครับ ทำไมตอนที่นั่งธรรมะนี่ยังกำหนดนิมิตได้ใสสว่างดีอยู่เลย แต่พอมาทำงานแล้วได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำยังไงจึงจะทำได้อย่างคุณยายที่นึกถึงธรรมะได้ตลอดเวลา คุณยายก็จะเมตตานะ ท่านก็บอกว่าก็ยายทำมาหลายปี ยายทำมาจนชำนาญแล้ว ยายทำมานาน คุณเพิ่งทำ คุณต้องหมั่นทำไป ทำไปบ่อยๆ เข้า สักวันหนึ่งคุณก็คงจะทำได้ เราฟังก็ดีใจนะ ดีใจว่าเออ สักวันหนึ่งนะ ขอให้สักวันหนึ่งเถอะ มันจะเป็นเมื่อไหร่ก็ได้ ขอให้เรามีส่วนบ้างก็แล้วกัน ดีใจฮะ สักวันหนึ่ง ยายให้กำลังใจว่าสักวันหนึ่งคงจะทำได้ ลมหายใจคุณยายนั้นเป็นบุญ ถอนหญ้า ถอนกิเลสนะ ถอนหญ้าถอนกิเลสด้วย ใครจะเป็นอย่างนี้บ้างนะ ถอนหญ้าแล้วถอนกิเลสด้วย ไม่เบื่อหน่ายฮะ เพราะว่ารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่มารบกวน มาทำให้พื้นที่นี้สวยงาม เหมือนกิเลสในใจเราที่ทำให้ใจเราไม่งดงาม ก็ถอน แล้วใครเคยที่ช่วยยายถอนหญ้า จะรู้ว่าท่านทำไมเข้มแข็งขนาดนี้ ใจท่านทำไมเข้มแข็งขนาดนี้ ไม่เบื่อไม่หน่าย หนุ่มๆ สาวๆ อายก็แล้วกัน ความเข้มแข็งของยายนั้น หลวงพี่ว่าหาใครเทียบยาก ถอนหญ้าเป็นบุญ ขัดห้องน้ำด้วย ขัดส้วมด้วย ขัดใจด้วย ขัดส้วมทีไรก็ ก็นึกถึงยายว่าเราได้ขัดใจเราด้วย เป็นบุญได้อีก ความที่ยายรักบุญ และเห็นบุญทุกเวลา ยายจึงมีบุญทุกที่ มีบุญทุกเวลา สามารถเห็นบุญในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น แล้วทำให้ลูกศิษย์ลูกหามีจิตใจเหมือนอย่างคุณยายคือรักเหมือนท่าน หลวงพี่จำได้ว่าสมัยหนึ่งประมาณปี ๒๕๑๘ ความที่รักบุญเหมือนคุณยาย เราสามารถเป็นเจ้าภาพสร้างเสาเข็มศาลาจาตุฯ ได้โดยไม่ต้องมีสตางค์ ถามว่าทำยังไงฮะ สมัยนั้นวัดเรามี มีคนทำบุญ มาทำบุญไม่มากเท่าไหร่ ปัจจัยก็มีจำกัด ทุกบาททุกสตางค์ที่จะสร้างวัดนั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากๆ เวลาจะตอกเสาเข็มศาลาจาตุฯ วัดข้างในนะฮะ ศาลาหลังแรก จะตอกเสาเข็มนี่ ไม่มีเงินซื้อเสาเข็ม หลวงพ่อ หลวงพี่ที่ท่านดูแลการก่อสร้างก็บอกบุญไปยังนิสิต ตอนนั้นเรียนปี ๔ ก็บอกว่าใครมีสตางค์ก็มาทำบุญเสาเข็ม ถ้าใครไม่มีก็มาช่วยตัดต้นยูคาลิป แล้วก็ทำเสาเข็ม การช่วยตัดต้นยูคาลิปมาทำเสาเข็ม ก็เหมือนได้เป็นเจ้าภาพเสาเข็มด้วย โอ้ รู้สึกว่ามีโอกาส มีหวัง ไม่มีสตางค์ก็เป็นเจ้าภาพได้ อึ่ม เข้าท่าดีฮะ เราก็มากันเลยฮะ มากัน หนุ่มๆ ก็มาช่วยกันตัดต้นยูคาลิป ตัดเสร็จนะ ไม่อยู่ใกล้ เพราะยูคาลิปอยู่ตามริมคันคูนะ ใครไปในวัดจะเห็นริมกำแพงโดยรอบจะเป็นยูคาลิป พอตัดเสร็จ ก็ลอยน้ำ ช่วยกันล่องต้นยูคาลิปมาขึ้น มาขึ้น จำได้ว่าตรงแถวๆ หน้าโรงทาน หน้าดุสิต หน้าศาลาดุสิตปัจจุบันนี้ มาขึ้นไว้ตรงนี้ และผู้ที่แบกก็ หลวงพ่อทัตตะอย่างนี้ หลวงพี่รุ่นแรกๆ นุ่งสบง ถกเขมร นึกเอาก็แล้วกันนะ เรานึกภาพเอาแล้วกัน นุ่งสบง ถกเขมร แล้วก็แบกกันนะ โอ้โฮ เห็นแล้วหลวงพี่ยังจำภาพนั้นไม่ลืมเลยฮะ เป็นภาพที่ประทับใจว่าเราทุกคนรักบุญ หาบุญได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีสตางค์ ถ้ามีสตางค์ก็ทำ ถ้าไม่มีก็เอาแรงนี่ทำ เอาใจของเรานี่ทำ นี่ก็บอกให้รู้ว่าเราลูกหลานยาย เราผู้เป็นลูกหลานยาย หาบุญได้เสมอ แล้วบุญอีกอันหนึ่งที่ยังจำได้ไม่ลืม คือเมื่อคุณยายเป็นประธานกฐินครั้งแรก ทำหน้าที่กัลยาณมิตร ถึงทุกวันนี้ก็ยังเชื่อว่าหาใครที่จะมีใจจรดใจจ่อในการที่จะเป็นประธานกฐิน ในการที่จะทำบุญใหญ่ๆ อย่างยายนี่ หาได้ยาก พอคุณยายรับเป็นประธานปุ๊ป ทันทีฮะ ทันที จะเจอหน้าใคร ตั้งแต่หลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ พระทุกรูป อุบาสก อุบาสิกา เณรทุกคน ได้รับความเมตตา ได้รับบุญจากยายหมดเลยนะ อย่าลืมช่วยยายทอดกฐินด้วยนะ เราทุกคนคงจำคำของยายคำนี้ได้ อย่าลืมช่วยยายทอดกฐินด้วยนะ ยายเป็นประธานทอดกฐิน มาช่วยยาย มาทำบุญกับยาย แล้วทุกเวลาฮะ หลวงพี่ว่าตั้งแต่อรุณขึ้นมังฮะ เราเจอคุณยายเฉพาะคุณยายออกมาจากกุฏิ ตั้งแต่อรุณขึ้น ถือกาน้ำเดินมาก็ต้องบอกบุญกฐินก่อนเลยฮะ บอกตั้งแต่รุ่งอรุณขึ้นจนกระทั่งตะวันตกดินฮะ ไม่มีเวลาไหนที่คุณยายไม่บอกบุญ หรือไม่มีใครที่ยายไม่ได้บอกบุญ บอกทุกคน บอกทุกที่ บอกทุกเวลา นี่คือสิ่งที่แสดงว่ายายมีบุญเป็นใหญ่ในใจมาก แล้วท่านก็มีความสุขมากเลยนะ มีความสุขมาก หลวงพี่ได้มีโอกาสได้ไปบอกบุญในต่างจังหวัดกับคุณยาย ที่ไปก็มีอารีพันธ์ แล้วก็มีประดิษฐ์ หลวงพี่ประดิษฐ์ของเรา หลวงพี่อริณชโย แล้วก็หลวงพี่ไป ภาคเหนือก็ไป หลายจังหวัด ภาคอีสานก็ไปหลายจังหวัด ภาคใต้ก็ไปหลายจังหวัด เรานึกถึงว่าคุณยายอายุ ๘๐ แต่ไม่หวั่นไหว ไป ยายเหนื่อยไหม ไม่เหนื่อย ไป ไป ไปช่วยยายบอกบุญไป (หัวเราะ) โอ้ ฟังยายแล้วรู้สึกว่าเราเหนื่อยไม่เป็นเลยฮะ เหนื่อยไม่เป็น ไป ไปถึงใคร ใจยายชวนเขาทำบุญหมดเลย ไปถึงถ้า ศูนย์กัลยาณมิตรไหนมีคนเยอะๆ ท่านบอกว่าให้หลวงพี่นะ ให้ท่านช่วยนำนั่งสมาธิด้วย แล้วยายจะคุมบุญให้ เดี๋ยวยายคุมบุญเสร็จแล้ว เดี๋ยวยายจะบอกบุญแล้วก็แจกใบเลยนะ ใบเป็นเจ้าภาพใช่ไหม ใครอยากเป็นเจ้าภาพมารับกับยาย อื้อฮือ นะ ดีใจฮะ ภูมิใจ คนรับกับยายเยอะมาก ทุกที่ทุกหนทุกแห่งไป ล้วนแต่อยากใบบอกบุญจากคุณยาย ใครที่เคยอยู่จังหวัดที่ยายไปพบ หลวงพี่ว่าโชคดีมากนะ ไปหาถึงบ้าน ไปหาถึงที่ ไปทำแบบอย่างให้เราดู ชวนทุกคนรับบุญ รับความดี ชวนเราอย่างนี้แหละ ทำแบบอย่างให้เราอย่างนี้แหละ และพวกเราก็ช่วยกันนะ ช่วยกัน ยายไปไหนไปด้วย เอ้ายายชวนไปไหนก็ไป หลวงพี่ยังเรียนหนังสืออยู่ ยายชวนไป ไปฮะ ยายชวนไปก็ไป ไปไหนก็ไป เพราะขนาดยายแสดงให้เราเห็นว่าไม่เบื่อไม่หน่าย ไม่เหนื่อยไม่ล้า รักบุญเสมอ เอาบุญเสมอ แล้วยายบอกบุญน่ารักอีกฮะ ยายบอกบุญน่ารักมาก ยายจะบอกเสมอว่ามีมากทำมาก มีน้อยทำน้อย ทำบ่อยๆ ก็มากเอง ยายรักบุญเพราะรู้ว่าบุญเป็นที่พึ่งของยายได้ บุญคือความดีที่จะทำให้ยายพ้นจากความทุกข์ หรือแม้กระทั่งยายเจอคนงาน ยายก็ชวนเขาบอกบุญ เอ่อ ชวนเขาทำบุญนะ ชวนเขาทำบุญ เจอใครก็ชวนทำบุญ และพูดอยู่คำหนึ่งว่าที่ยายรักบุญเพราะรู้ว่ายายต้องไปเกิดอีก คนที่ยากจนเพราะว่าทำบุญทำทานในอดีตมาน้อย คนที่ทุกข์ก็เพราะว่าทำบุญมาน้อย ฉะนั้นเราชวนเขา เขาก็ได้ เราก็ได้ เขาก็ได้บุญ เราก็ได้บุญ เขาได้บุญโดยตรงอยู่แล้ว เราได้บุญก็คือเราช่วยเขามีบุญ แล้วต่อไปก็เกิดร่วมกันเป็นหมู่คณะ หมู่คณะเราก็จะเป็นหมู่คณะที่มีบุญ คนมีบุญอยู่ใกล้ๆ ฉะนั้นชวนฮะ ชวนทุกคนเอาบุญด้วยกัน การหาบุญของคุณยายคืออย่างนี้ หาได้ทุกแห่งหน หาได้ทุกเวเลา หาได้ทุกสถานที่ แล้วก็สอนด้วยว่าหาได้แล้วก็ต้องใช้เป็นด้วยนะ ทำให้เราดูอีก ทำไงฮะ ถ้าใครเคยให้ยายช่วย มาขอบารมีคุณยายช่วย ยายก็สอนวิธีการใช้บุญ เอ้าคุณนั่งธรรมะนะ แล้วคุณกลับไปนั่งธรรมะแล้วยายจะช่วย แล้วก็ยายเอาบุญของยายด้วย ของเขาด้วย ช่วยกัน ช่วยแก้ไขทุกข์โศก ช่วยแก้ไขความลำบากยากแค้น ช่วยหมดฮะ ยายใช้บุญตามสมบัติ ยายใช้บุญช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ถ้าใครเคยเจอคุณยายตอนป่วย จะรู้ว่ายายป่วยหนัก แต่ว่าใจยายไม่ห่างใจบุญ ยายเหมือนเอาใจของท่านจุ่มอยู่ในบุญตลอดเวลา แล้วบุญก็ช่วยให้ยายหายในส่วนละเอียด ถ้าใครเป็นลูกหลานยายก็ต้องทำอย่างนี้นะ ถึงเวลามีทุกข์มียากลำบาก เกิดปัญหาร้อนใจ ไม่สบายใจ ขัดข้องอันใด บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งเราได้ ยายนอกจากหาบุญได้ ใช้บุญเป็นให้เราดูแล้ว บุญของคุณยายเยอะมาก มากพอที่เรารู้กันว่ายายมีบุญ มีธรรมะจนกระทั่งรู้วาระใจคน สอนให้รู้ด้วยว่าบุญมากเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะได้บุญมาก มีน้องๆ มีน้องอุบาสิกาที่เคยไปอุปัฏฐากคุณยาย เล่าให้หลวงพี่ฟัง อุปัฏฐากคนนี้ก็่นึกในใจ ไปช่วยอุปัฏฐากคุณยาย อุปัฏฐากคุณยายนี่จริงๆ ได้รับการอนุโมทนาอย่างมากเลยนะ ใครอุปัฏฐากคุณยายนี่จะชื่นชมอนุโมทนาแบบอื้อฮือ ได้ดูแลคุณยายผู้เป็นครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อ ของพระในวัด ของพวกเราทุกคน เราจะชื่นชม ฉะนั้นเพื่อนๆ ในอาศรมอุบาสิกาก็ชื่นชมบอกว่าโอ้โฮ พี่ได้บุญมากเลยนะที่อยู่ใกล้คุณยาย ผู้ที่หลวงพี่พูดถึงนี้ อุบาสิกาท่านนี้ก็บอกว่าก็ยังไม่ได้นึกอะไรนะ ก็นึกว่าบุญมากบุญมากไม่รู้ แต่รู้ว่ายังไงขอให้ทำให้ทันก็แล้วกัน ทำให้เรียบร้อยแล้วทำให้ทัน พอไปถึงอยู่ใกล้คุณยายก็ช่วยถูกุฏิบ้าง ช่วยทำอะไรบ้าง ก็นึกในใจนะ เพียงนึกในใจบอกว่าโอ้โฮ เรานี่ได้มาถูกุฏิคุณยาย ได้มาใกล้คุณยายนี่มีบุญมากจังเลยนะ นึกๆ นะ นึกๆ คุณยายท่านก็เดินมาแล้วก็นั่งจ้องหน้า แล้วก็บอกว่าอย่านึกนะว่าอยู่ใกล้ยาย จะได้บุญมาก ทำตาโตเลยนะ บอกว่าโอ้โฮ ยายรู้วาระ ยายรู้วาระจิต อย่านึกนะว่าอยู่ใกล้ยายแล้วจะได้บุญมาก คนที่ได้บุญมากคือคนที่นึกถึงบุญได้ คนที่ได้บุญมากคือคนที่นึกถึงบุญได้ เราต้องมีบุญเป็นที่พึ่ง พึ่งอย่างอื่นไม่ได้หรอก เชื่อยายเถอะ ยายจะสอนพวกเราอย่างนี้ ยายจะสอนอย่างนี้ หลวงพี่เชื่อว่านี่คือบุญในภาคปฏิบัติที่คุณยายแสดงให้เราดู ในตำราที่หลวงพี่เล่าเรียนมา เขาจะบอกด้วยว่าตรงนี้คือบุญที่ยิ่งใหญ่ บุญที่เกิดจากการนึกถึงนี่คือบุญที่ยิ่งใหญ่ บุญที่มากมาย หากเราได้อ่านหนังสือธรรมะบ้าง เราจะรู้ว่าอยากจะได้บุญเยอะๆ อยากจะได้บุญเต็มที่ ต้องทำบุญให้ครบทั้งบุคคล ทั้งวัตถุสิ่งของ ทั้งเจตนา และที่สำคัญที่จะตัวแปรก็คือเจตนาของเรา เจตนาของเราก็คือถ้าบุญจะเต็มเปี่ยมคือก่อนให้ ดีใจ กำลังให้ เลื่อมใส ครั้นให้แล้ว ปีติเบิกบานใจ ถ้าใครทำ ๓ อย่างนี้ครบ เกิดมามีความสุขทุกสมัยทุกเวลา ปัจฉิมวัย มัชฌิมวัย ขออภัย ปฐมวัย มัชฌิมวัย ปัจฉิมวัย สุขทุกสมัย ทุกวัยไป ก่อนให้ ดีใจ เหมือนเราจะทำอะไรสักอย่างนี่ พอนึกว่าเออจะถวายสิ่งนี้สิ่งนี้ นึกถึง ใจฟู ดีใจฮะ ดีใจว่าจะได้เปลี่ยนทรัพย์สมบัติเหล่านี้เป็นอริยทรัพย์แล้ว สมบัติ (หมดม้วน 1/A) (ม้วน 1/B) เวลาเรามาทำบุญถวายสังฆทาน เห็นแล้วเลื่อมใส เห็นพระเยอะๆ เลื่อมใส เห็นบุคคลมาอนุโมทนา เลื่อมใส บุญในระยะที่ ๒ ก็เต็มเปี่ยม แต่บุญที่มาก ให้ผลมากที่สุดก็คือบุญที่ตามระลึกนึกถึง ตามระลึกนึกถึง ทำแล้วกลับมาระลึกนึกถึงแล้วเบิกบานใจ ปีติเบิกบานใจ ตรงนี้คือตัวกำหนดว่าบุญจะได้มาก บุญได้มากๆ ก็ตรงนี้ เราเคยนึกถึงบุญไหม ต่อไปต้องนึกถึงแล้วนะ นึกถึงบุญมากๆ หากเราลองใคร่ครวญดูว่าทำไมถึงได้บุญมาก เพราะขณะเวลายาว ก่อนทำนี่ บางทีแค่ปี บางทีแค่เดือน บางทีแค่วัน ดีไม่ดีแปปเดียวฮะ ก่อนทำดีใจแปปเดียวก็ทำเลยฮะ เห็นปุ๊ปศรัทธาทำเลย กำลังทำ ทำก็เพียงช่วงสั้นๆ อีกเหมือนกันฮะ วันงานก็เพียงแค่วันหนึ่ง ตอนถวายก็เห็น อาจจะแป๊ปเดียวอีกเหมือนกัน แต่หลังจากทำไปแล้ว นับตั้งแต่หลังจากถวายเรียบร้อยแล้วนี่ ทุกเวลาไปเรื่อยๆ จนเราหมดอายุขัย นั่นคือบุญที่เกิดขึ้นภายหลังจะทำแล้วได้ ขณะที่ยายอย่างนี้ จึงเป็นตัวกำหนดว่าบุญได้มาก ยังทันนะ ใครที่เคยปล่อยปละละเลิก ไม่ค่อยได้นึกถึงบุญเท่าไหร่นัก เริ่มเป็นลูกศิษย์คุณยายซะ แล้วก็ทำตามคำสอนคุณยายเสียว่าคนที่ได้บุญมากคือคนที่นึกถึงบุญได้ ให้กลับมานึกถึงบุญ นึกถึงบุญกันทุกๆ คน หลวงพี่เชื่อว่าหมู่คณะเราเป็นผู้ที่รักบุญ คนอื่นเห็นแล้วแปลกใจนะ ทึ่งทีเดียวแหละ เจ้าคณะจังหวัดหลายจังหวัดมาร่วมงาน นั่งบน stage นี่ สวดอภิธรรมหน้าคุณยาย มองเห็นพวกเราเต็มไปหมด ขาวพรึ่บ กราบพร้อมกัน สวดมนต์พร้อมกัน ถวายพร้อมกัน พร้อมกันทุกอย่างหมดเลย ท่านปีติมากเลยนะ ท่านบอกโอ้โฮ ไม่มีที่ไหนทำได้อีกแล้ว ในประเทศไทยไม่มีที่ไหนทำได้อีกแล้ว หลวงพี่ว่าอาจจะในโลกนะ ที่ไม่มีที่ไหนทำได้ รักบุญเช่นนี้ หาได้ยาก เช่นหมู่คณะก็สร้างบุญให้พระท่านชื่นชมได้เหมือนกัน อย่านึกว่าพระทำให้โยมชื่นชมในบุญได้ โยมก็ทำให้พระชื่นชมในบุญได้เหมือนกันนะ ฉะนั้นจงภูมิใจเถอะว่านี่คือบุญ ผลที่เกิดขึ้นจากการที่เราเป็นลูกหลานยายผู้รักบุญ ต่อไปวันข้างหน้า วัดเราจะเป็นอย่างไร จะเกิดอย่างไร จะไปทางทิศทางไหนนี่ เราต้องคอยดูต่อไป แต่หลวงพี่เชื่อว่าชาวโลกทุกคนหรือหลายๆ คน จะมองภาพคุณยายได้ชัดจากความรักบุญของพวกเรา ถ้าพวกเรารักบุญมาก มีศรัทธาเลื่อมใสปีติอยู่ในบุญ นั่นน่ะเขาจะมองเห็นว่าใครคืออาจารย์ มองเห็นคุณยายได้ชัด จากการกระทำของพวกเรา จากความรักบุญของพวกเรา แล้วเขาก็จะเกิดกระแสว่าพลังความดีเหล่านี้จะทำให้เขาหันหน้ามารักบุญ มีบุญเป็นที่พึ่ง แล้วก็มีความสุขในชีวิตของการสร้างบารมี แล้วเราได้ชื่อว่าประกาศความดีของคุณยายด้วยใจของเรา ฉะนั้นวันนี้ขอเราทุกคนกลับมานึกถึงบุญ เพื่อเราจะได้มีบุญมากๆ กัน ขอเชิญนั่งหลับตาภาวนากันสักครู่หนึ่งนะ เรารักษาใจของเราให้เป็นบุญ ทุกครั้งที่เรามีความสุข มีความสบาย มีความโปร่ง มีความสงบ เย็นอยู่ในใจเรา นั่นคือบุญกำลังเกิดขึ้นหล่อเลี้ยงใจเรากันทุกๆ คน เวลานี้ยามนี้ ทำใจของเราให้เป็นบุญนะ ให้มีความสบาย มีความปลอดโปร่ง โล่ง เบา สงบ เย็น แล้วก็เป็นสุข ที่เรานึกถึงบุญได้ มีความปีติใจในบุญ เราจะระลึกนึกถึงท่านผู้หนึ่งซึ่งแจ่มชัดอยู่ในใจของเรา ก็คือคุณยายอาจารย์ของเรานี่ หากเราย้อนระลึกนึกถึงชีวิตของท่าน ปฏิปทาของท่าน สิ่งที่ท่านทำ ท่านสอนเรา เราจะรู้ว่าท่านมีบุญคุณแก่เรามากเหลือคณานับ เปลี่ยนชีวิตจิตใจของเราให้รู้จักคุณค่าของบุญ รู้จักคุณค่าของชีวิต แล้วก็นำชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งความดี และการนึกถึงท่านนั้น อย่างที่ได้เล่าให้พวกเราฟังว่าเพราะยายรักบุญ มีบุญมาก แจ่มแจ้งในบุญ นึกถึงท่าน เราก็นึกถึงบุญได้ด้วยกันทุกๆ คน ท่านหาบุญได้จากทุกหนทุกแห่งรอบตัวเลย หยิบจับอะไรเป็นบุญไปหมด ฉะนั้นเราผู้เป็นลูกหลานยาย มาระลึกนึกถึงบุญกันนะ นึกถึงบุญที่เราได้มาร่วมบำเพ็ญกันในวันนี้ ที่เราได้เป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรม มาฟังสวดอภิธรรม เป็นเจ้าภาพถวายจตุปัจจัย มาร่วมฟังธรรม รวมบุญที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นกระแสที่สะอาด สว่าง สบายในใจของเราทุกๆ คน นึกถึงบุญนี่ให้สบายๆ ไป แล้วก็สบายมากๆ สบายอย่างกว้างขวาง นึกไปสบายๆ สักครู่หนึ่งนะ พอใจเราชุ่มในบุญ อิ่มเอิบในบุญ ดีใจชื่นใจที่เราได้มาเอาบุญกับยาย จะเป็นบุญเล็ก บุญน้อย บุญใหญ่ นึกปลื้มใจ เบิกบานใจ แล้วก็นึกในใจเลยว่าเราจะดำเนินชีวิตตามแบบอย่างคุณยายของเรา คือทำตัวเราเป็นผู้ที่มีบุญมาก ด้วยการกลับไประลึกนึกถึงบุญ ที่ทำมามากน้อยเพียงไร นึกรวมไปทั้งหมด รวมไว้ในใจเรา นึกให้ชื่นใจ ปีติใจ เบิกบานใจ แล้วเราก็เอาบุญกุศลที่เกิดขึ้น จากการที่ได้มาร่วมบุญในวันนี้ และบุญที่ตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามแบบอย่างคุณยายของเรานั้น นึกรวมบุญทั้งหมดน้อมบูชาคุณความดีแก่คุณยายอาจารย์ ผู้เป็นที่รักเคารพของพวกเราทั้งหลาย นึกน้อมบูชา ขอให้คุณยายของเรานั้นมีบุญยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ท่านมีบุญมากอยู่แล้ว ก็ขอให้มียิ่งๆ ขึ้นไปอีก มีความสุขแล้วก็ขอให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปอีก น้อมกราบบูชาบุญกุศลให้คุณยายของเรา พร้อมกับขอบารมีของคุณยายคุมบุญให้พวกเราที่มาร่วมงานในวันนี้ ให้เป็นผู้รักบุญ รู้เรื่องบุญ แล้วก็มีบุญมากๆ ให้มีบุญเป็นที่พึ่ง เป็นที่ระลึก แล้วก็ให้เจริญก้าวหน้าด้วยบุญกุศลความดีงาม ให้ได้ประพฤติปฏิบัติตามแบบอย่างคุณยาย นึกอาราธนาที่กลางใจของเรานะ นึกไปสบายๆ ใครจะอธิษฐานอะไรก็ นึกอธิษฐานตามความปรารถนา สัพเพ …. หน้า PAGE 11 431213FW-AAT