ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ความขยันและความประหยัดของคุณยายอาจารย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระมหาวิชเชสโก : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย กราบนมัสการพระเถระผู้มีพรรษากาลมากกว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนผู้ใจบุญทุกๆ ท่านนะ วันนี้เราก็ได้มาเอาบุญกับคุณยายอีกวันหนึ่ง แม้จะเป็นวันเสาร์ วันที่เรามีภารกิจมากมาย เราก็ไม่ขาด เพราะความรักและเคารพคุณยายของเรา ไม่ทราบว่าวันนี้หลายท่านได้ไปกฐินแรกคือที่วัดโบสถ์บนบางคูเวียง ในนามของคุณยายอาจารย์เป็นประธาน ซึ่งหลวงพ่อท่านได้จองไว้ให้ บางท่านก็ไปปล่อยปลา หรือจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ล้วนแต่ปรารภบูชาธรรมคุณยายด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นขออนุโมทนากับทุกๆ ท่านนะ (สาธุ) การที่เราได้มาร่วมบุญกับคุณยาย สังเกตไหมว่าเราได้บุญเพิ่มขึ้น ทุกครั้งที่เรามาเจอคุณยาย แม้ในสภาพที่ท่านละสังขารไปแล้ว แต่ท่านก็ยังประกาศคุณงามความดีได้อย่างแจ่มชัดเสมอ คุณยายอาจารย์ของเราต้องถือว่าเป็นต้นแบบของนักสร้างบารมีที่ใครๆ ก็อยากเป็นอย่างท่าน ถามว่าเพราะอะไร เพราะท่านเป็นนักสร้างบารมีที่เดินดิน แล้วก็สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างบุญบารมีด้วยคุณธรรมที่ใกล้ๆ เรา ที่เราเห็นอยู่กันทุกเมื่อเชื่อวัน ท่านทำความดีจากจุดตรงนี้ ซึ่งเราทุกคนก็มีโอกาสทำเหมือนๆ กัน เพียงแต่ท่านแสดงให้เห็นว่าท่านมีน้ำจิตน้ำใจที่เข้มแข็งกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว แล้วก็เอาจริง ตรงนี้เองที่เราทุกคนเวลานึกถึงคุณยายแล้ว ก็อยากจะเป็นแบบท่าน อยากเป็นอย่างคุณยาย นึกชื่นชมแล้วก็อยากจะเป็นอย่างท่าน อยากจะสะอาดสะอ้านเหมือนคุณยาย อยากจะมีความเคารพอ่อนน้อมเหมือนท่าน อยากจะมีความขยันขันแข็งอย่างกับคุณยาย อยากจะรักธรรมะ รักบุญเหมือนคุณยายของเรา การที่เรามีความรักแล้วก็อยากจะเป็นอย่างนี้ ก็ด้วยจิตที่มุทิตา เขาเรียกจิตชื่นชมยินดี แม้วันนี้เราอาจจะยังทำไม่ได้ทั้งหมด ได้เพียงบางส่วนบางครั้งบางคราวก็ตาม แต่หลวงพี่ก็เชื่อว่าพวกเราทุกคนยังไม่ยอมแพ้ ยังรักที่จะทำตามคุณยายอยู่เสมอ ยังชื่นชมคุณงามความดีของคุณยายอยู่เสมอ ฉะนั้น เรายังชื่นชมต่อไปนะ ให้เราชื่นชมต่อไป มาเจอท่านก็นึกถึงคุณธรรมของท่าน ชื่นชม ชื่นชมแล้วก็เหมือนกับท่านอยู่ใกล้ๆ เรา อยู่ใกล้ๆ เรา เวลาคนเราจะได้ดี คนเราจะเจริญก้าวหน้า ชีวิตจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างหนึ่ง จะเริ่มต้นด้วยมุทิตาจิต คือจิตที่พลอยยินดี ขอเล่าตัวอย่างให้ฟังเรื่องหนึ่ง ถ้าเราเคยอ่านพระไตรปิฎก อ่านประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี อ่านประวัติของพระอัครสาวกก็ดี เราจะสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่าที่ท่านเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ เพราะว่าเคยชื่นชม เคยมีมุทิตาจิตต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อน พระอัครสาวกเช่นพระสารีบุตร เป็นต้น ที่ท่านสำเร็จเป็นพระอัครสาวก ผู้มีปัญญามากได้ ก็เพราะว่าท่านเคยเห็นอัครสาวกองค์ก่อนมีปัญญามาก ได้รับการแต่งตั้งจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าให้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ผู้มีปัญญามาก เห็นปุ๊ปชอบใจ ชอบใจ รัก พอใจตำแหน่งตรงนั้น พอรักและพอใจเกิดขึ้น ผลที่ตามมาก็คือเรารักอะไรสักอย่างแล้ว ความยากลำบากหายไป เหมือนพวกเรานี่รักที่จะมาเอาบุญกับยาย อุปสรรคไม่มี ความลำบากไม่มี ยิ่งรักมาก มาได้เสมอ มาได้บ่อยๆ นี่เพราะความรัก นั่นเหมือนกัน ท่านเหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะความรัก พอใจ ชื่นชมยินดี พอเกิดความรู้สึกอย่างนั้นปุ๊ป เป็นยังไงต่อไปฮะ ตั้งใจทำความดีเลย ตั้งใจทำความดีเต็มกำลัง ในพระไตรปิฎกจะบอกว่าท่านนั้นๆ ก็จะอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกทั้งหมด จะเป็นแสนเป็นล้าน เท่าไหร่ก็ตาม อาราธนาทั้งหมดถวายทาน ถวายทานตลอด ๗ วัน ถวายทุกวัน กี่แห่งก็บอกว่าถวาย ๗ วัน ทำไมถวาย ๗ วันรู้ไหม เพราะว่าย้ำถึงความศรัทธาที่มั่นคง ไม่มีการแปรผัน ศรัทธานี้เด็ดเดี่ยวมั่นคง ไม่แปรผัน ย้ำ ตอกย้ำว่าจะเอาบุญตรงนี้ เอาบุญตรงนี้ ทำทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน พอครบ ๗ วันแล้ว ก็อธิษฐานจิต ถ้าบุญพอเหมาะพอสม จิตใจมีฉันทะ แก่กล้าเพียงพอ ก็จะได้รับพุทธพยากรณ์ ได้รับพยากรณ์ว่าเมื่อนั้นเมื่อนั้นอีกกี่กัป จะไปเกิดเป็นอัครสาวกในสมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่าอย่างนั้นอย่างนั้น นี่เกิดขึ้นเพราะมุทิตาจิต จิตที่พลอยยินดี หลวงพี่ก็อยากจะบอกพวกเราว่าพวกเราอย่าเลิกละนะ ให้พวกเรามีมุทิตาจิต มีจิตใจรักในคุณธรรมของคุณยายอยู่ในใจเราสม่ำเสมอ จะทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่เป็นไร ขอให้เราหมั่นทำ หมั่นทำหมั่นระลึกนึกถึง หลวงพี่เชื่อว่าใครก็ตามนึกถึงคุณยายแล้วเป็นสิริมงคล นึกถึงแล้วได้บุญ นึกถึงแล้วเกิดความดี นึกถึงแล้วบ้านเรือนเราสะอาด นึกถึงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิริมงคล จิตใจเราจะห่างจากอกุศล ใจจะอยู่กับบุญ อยู่กับธรรมะเป็นอย่างดี ฉะนั้น แม้เราจะมาฟังเรื่องของคุณยายทุกวัน ในประสบการณ์ของหลวงพี่หลายๆ รูปซึ่งแตกต่างกันตามยุคตามสมัย แต่หลวงพี่ว่าเป็นเรื่องที่ท่านถ่ายทอดให้ฟังด้วยความรักที่จะเอาบุญกับยาย น่าฟังฮะ น่าฟัง แล้วแม้บางเรื่องจะซ้ำกันบ้าง ก็ต้องบอกว่านั่นคือสิ่งที่คุณยายบอกให้เรารู้ว่าคุณยายมีธรรมชาติเป็นอย่างนั้น มีปกติทำซ้ำ ความดีทำซ้ำๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก พูดธรรมะก็พูดให้เราฟังซ้ำๆ ให้ตอกย้ำในใจของเรา หลวงพี่เคยให้พวกเราฟังเมื่อครั้งก่อนถึงเรื่องความประทับใจที่หลวงพี่มีต่อคุณยาย สมัยไปบ้านธรรมประสิทธิ์ บอกพวกเราไว้ ๒ ข้อ คงจำได้นะ ๒ ข้อว่า ข้อ ๑. ก็คือความประทับใจในความเคารพอ่อนน้อมของคุณยาย ไหว้ก่อน ทักทายก่อนเสมอ ทำให้คุณธรรมนี้ถึงลูกหลาน ถึงพวกเราทุกคน เราไหว้ได้ทุกคน คนวัดพระธรรมกายไหว้ได้ทุกคน แล้วหลวงพี่เชื่อว่าต่อไปข้างหน้า เรามีคุณยายอยู่ในใจอย่างนี้ แล้วเราชาววัดพระธรรมกายจะเป็นคนที่ไหว้สวยที่สุด ข้อที่ ๒. คือความสะอาดที่เล่าให้พวกเราไว้ ฟังไว้ ๒ ข้อ วันนี้ขอเล่าเรื่องบ้านธรรมประสิทธิ์ต่ออีกหน่อย จริงๆ อยากจะข้ามมาตอนมาวัดฮะ งั้นเดี๋ยวขอย้ายมาพร้อมกับยายก็แล้วกันนะฮะ หลวงพี่ไปบ้านธรรมประสิทธิ์ด้วยความรู้สึกว่าบ้านธรรมประสิทธิ์นั้นให้สิ่งดีๆ กับหลวงพี่มากมาย เปลี่ยนแปลงนิสัย อุปนิสัยของหลวงพี่หลายอย่าง เปลี่ยนให้มีจิตใจที่มั่นคงมากขึ้น รักบุญรักความดีมากขึ้น ไปได้ทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ ไม่เคยเบื่อ ไม่ต้องมีใครมาบังคับ ไม่ต้องมีใครมาชักชวน เต็มใจตัวเอง สมัครใจตัวเอง รักอยากจะไปเอง รู้สึกตัวเมื่อไหร่ ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ อาบน้ำอาบท่าปุ๊ป นั่งรถเมล์จากเกษตรก็ไปบ้านธรรมประสิทธิ์ ไปเช้า เรียกว่าเช้าเกือบจะที่สุดเลยนะฮะ เช้าเกือบจะที่สุด ไปประจำสม่ำเสมออย่างนั้น แม้จะมีกิจกรรมอย่างหนึ่งของเกษตรก็คือรับน้อง มีกิจกรรมรับน้องนี่ ก็คือพวกเราไม่ได้นอน รับน้องนั่นก็คือ คงอาจจะรักน้องมาก ไม่ได้นอนเลย น้องก็คงแบบ รู้สึกว่าพี่มากเหลือเกิน ทรมานทั้งคืนเหมือนกันฮะ เราก็ยังไปวัดเหมือนกันฮะ เช้าขึ้นเราก็นั่ง หลวงพ่อธัมมะนั่งอยู่เสากลาง ท่านก็ทักนะ ท่านก็ทักว่าเมื่อวานรับน้องไม่ใช่หรือ มาทำไม ทำไมไม่พักผ่อน ท่านคงลองใจนะว่าเราจะมีความจริงใจในการปฏิบัติธรรมหรือเปล่า เมื่อวานรับน้อง ก็รู้ว่าทั้งคืนไม่ได้นอน แล้วมาทำไม ทำไมไม่พักผ่อนกัน หลวงพี่ก็นั่งเซ่อเลยฮะ เอ๊ะ หลวงพี่จะตอบหลวงพ่อว่าไงดี นั่งเงียบ รอจนนั่งธรรมะเสร็จ พอหลวงพ่อท่านเข้าห้องน้ำ คุณยายก็เดิน เดินย่องๆ มา เดินมา แล้วก็มานั่งบอกว่าหลวงพ่อท่านก็ทักอย่างนั้นแหละ สมัยหลวงพ่อท่านก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ท่านก็มาอย่างนี้เหมือนกัน ท่านไม่ได้สนใจอย่างอื่น ถึงเวลาท่านก็มานั่งสมาธิเหมือนกัน ฉะนั้นท่านทักไปอย่างนั้นน่ะนะ เออ ใจชื้น นึกว่ามีอะไร ยายให้กำลังใจนะ มาต่อไปฮะ ชื่นใจ สบายใจ อยู่กะท่านมาด้วยความเคารพรัก นึกเสมอว่าท่านเป็นอาจารย์ของอาจารย์ อยู่จนคุ้นชิน แต่ก็ไม่รู้จักชื่อนะฮะ ไปกับเพื่อน ก็ไม่รู้จักชื่อ อยู่ไปอยู่ไป ก็นั่งธรรมะตอนเช้าเสร็จ เดินไปทานข้าว กลับมารับพร นั่งธรรมะแต่เช้าเสร็จ ถวายสังฆทาน เดินไปทานข้าว กลับมารับพร ทำเวลานะฮะ แล้วก็นั่งธรรมะตอนบ่าย มีเวลาว่าง เลิกนั่งธรรมะตอนบ่ายแล้ว ยังมีรอบพิเศษอีกนะ บ้านคุณยายนี่ คือชั้นบนฮะ ชั้นที่คุณยาย มี ๒ ชั้น ชั้นบนไปนั่งกันเองได้ คุณยายจะรับแขกอยู่ แต่ใครที่รักธรรมะจริงๆ ก็ขึ้นไปนั่งชั้นบน บ้านชั้นบนของคุณยายนั้นไม่มีฝ้า มีสังกะสี เป็นหลังคาเท่านั้น ถามว่าร้อนไหม ร้อน แต่พวกเราก็ยังรักนั่งธรรมะ โดยไม่เคยปริปากเลย หลวงพี่ยังนึกถึงสมัยนี้ โอ้ สมัยนั้นไม่มีแอร์เลยนะ แต่เรารักนั่งธรรมะกันได้ และไม่ได้นั่งเพียงแปปเดียวนะ นั่งนานฮะ บางคนชั่วโมงหนึ่ง บางคน ๒ ชั่วโมง บางคน ๓ ชั่วโมง ยายก็แล้วแต่คุณจะนั่ง แล้วแต่ ให้นั่ง คุณยายท่านรับแขก บอกให้เราขึ้นไปนั่งท่านจะคุมธรรมะให้ รับแขกไป คุมธรรมะให้เราไป เราก็มีความสุข อยู่อย่างนั้นมาหลายวัน หลายเดือน เป็นปี คุณยายคงสงสารนะ เมตตาขึ้นมา ก็บอกว่าวันหนึ่งก็มากระซิบถามว่า คุณ ไปทานข้าวกลางวันที่ไหน เห็นถวายสังฆทานเสร็จ คุณก็หายไป เดี๋ยวคุณก็มา บอกไปทานที่ประตูน้ำ วัดปากน้ำมีประตูน้ำ ไปทานที่ประตูน้ำของวัดปากน้ำ ของภาษีเจริญ ท่านก็สงสาร เห็นรีบไป วันหลังคุณไม่ต้องไปนะ วันหลังที่ครัวยายก็ได้ ไม่กล้าฮะ ด้วยความเคารพรัก ไม่กล้า ท่านก็ทำไมถึงไม่กล้ามา วันหลังมาบอกใหม่อีกที ก็ต้องไปทานด้วยความเคารพ แต่รู้สึกว่าจะอิ่มใจเสียมากกว่า อิ่มอกอิ่มใจ ด้วยความเมตตาธรรมของท่าน อยู่มาทราบว่ามีคนทำบุญร่วมสร้างศูนย์พุทธจักรกับท่าน กับเพื่อนก็ไม่ค่อยมีสตางค์สมัยนั้นนะ มีก็พอ พอเรียนหนังสือ พอซื้ออาหาร แต่ด้วยความรักบุญ ไม่เป็นอุปสรรค เก็บค่าอาหาร เก็บหอมรอมริบได้บางส่วนก็ไปทำบุญกับท่าน คุณยายท่านเมตตามากนะ เวลาไปทำบุญกับท่าน ท่านก็หยิบสมุดอนุโมทนาบัตร สมัยก่อนเล่มเบ้อเร่อเลยฮะ ใบอนุโมทนาบัตรสมัยก่อนไม่ทราบพวกเราเคยได้หรือเปล่า เล่มใหญ่ เล่มใหญ่ แล้วก็หยิบมา คุณอธิษฐานดีๆ นะ แล้วคุณเขียนเอง ให้คุณไป คุณเขียนเอง ยายไม่รู้หนังสือ ยายเขียนไม่เป็นหรอก คุณเขียนเอง แล้วก็เอาปัจจัยไว้ตรงนี้แหละ เราทำบุญก็ชื่นใจ ทำบุญแล้วก็สบายใจ ภายหลังมาเริ่มคุ้นกับอุบาสกของศูนย์พุทธจักรมากขึ้น คือหลวงพี่มาสมัยนั้นมีเพียงแค่หลวงพ่อทัตตะที่อยู่นะ กับหลวงพี่ฐิตะเท่านั้นที่บวช นอกนั้นยังไม่ได้บวช แล้วก็ทะยอยๆ บวชกันมา แล้วคนที่คุ้นมากๆ ก็คือพี่วันชัย เดี๋ยวนี้เป็นหลวงพี่สีลวัณโณ คุ้นกับท่านเพราะว่าไปช่วยท่านขับรถ ถามท่านบอกว่าทำไงจะได้ไปบ้านธรรมประสิทธิ์กับท่านบ้าง ตอนนั้นก็เป็นอุบาสกนะ ทำไงจะได้ไปบ้านธรรมประสิทธิ์กับพี่บ้าง เพราะพี่ๆ รุ่นเหล่านี้เป็นรุ่นที่ตั้งสัจจะตั้งใจบวชถวายชีวิต เราก็อยากเป็นนะ ก็ถามท่านว่าทำไง อยากอยู่ในสมาคมอย่างนั้น ถามว่ายากไหม คงยากเหมือนกันนะ เพราะสมัยก่อนกว่าจะมีอุบาสกแต่ละคน โอ้โฮ หลายปีนะได้คนหนึ่ง หลายปีกว่าจะได้คนหนึ่ง หลวงพ่อท่านคัดแล้วคัดอีก คุณยายท่านมองแล้วมองอีก หลายปีได้คนหนึ่ง ไปกับท่านฮะ ถึงเวลาก็ไปกับท่าน มาค้างนี่แล้วก็นั่งรถไปกับท่านแต่เช้ามืดเลย ไปถึงบ้านธรรมประสิทธิ์ไปช่วยกางกลด ไปช่วยปูเสื่อ จำคำสอนของท่านได้คำหนึ่งว่าพวกคุณจัดสนามจัดที่นั่งให้ทุกๆ คนเขาให้เรียบร้อยเลยนะ เอาให้สะอาด เอาให้เรียบร้อยเลย ทำให้เร็ว ทำให้สะอาด ให้เรียบร้อย ทำอย่างนี้แหละ แล้วจะได้บุญเต็มที่ อย่าไปทำ รอเขาว่าให้แขกมา ยังไม่เรียบร้อยเลย อย่าไปทำอย่างนั้นฮะ เอาให้เรียบร้อย แขกมานี่เลี่ยมแล้ว เรานั่งยิ้มรับแขกได้เลย เออ ได้คิดนะว่าทำไมคุณยายท่านถึงเรียบร้อยหมด อ๋อ ท่านมีเคล็ดลับอย่างนี้ พึ่งพาอาศัยความดีของตัวเอง ไม่คิดพึ่งพาอาศัยใคร ไม่รอแขก ไม่รอใครฮะ ไม่เรียกร้องความสนใจ ไม่ขอร้องความเห็นใจ ทำเอง แล้วก็สอน สอนอุบาสกสมัยก่อนว่า เอ้าทำให้เรียบร้อยก่อนเลย ทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พอแขกมานี่ ไม่ต้องรอแขก นั่งยิ้ม รับแขกได้เลย นั่งยิ้ม รับแขกได้เลย ยิ้ม เหมือนไม่ได้ทำอะไร ยิ้มสบายใจ เออนี่เข้าใจคุณยายเลย อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์มีความสุขอย่างนั้น แล้วก็มีคนไปทำบุญต้นเดือนมากขึ้น มากขึ้น มากจนกระทั่งเต็ม ชั้นบนนี่ คุณยาย หลวงพ่อนั่งชั้นบนอาทิตย์ต้นเดือน แทนที่เคยสอนปกติ ก็เป็นที่วางอาหารมีเจ้าหน้าที่นั่งบ้าง แล้วสนามหญ้าข้างหน้านี่เต็มหมด บ้านข้างๆ ก็เต็มหมด ทางเดินก็เต็มหมด ทางเดินเล็กๆ นี่ ถนนนี่ไม่ต้องเดินหรอกนะ นั่งเรียงแถว จนกระทั่งถึงหน้าประตูฮะ จนไปถึงนอกประตู ยืนถวายข้าวพระอยู่นอกประตู คนหลังๆ จะเป็นอย่างนั้น ความดีที่คุณยายท่านทำนั้น ไม่ได้ประกาศ ไม่ได้โฆษณา แต่คนมาแล้วก็จะรับรู้ด้วยใจ แล้วก็เต็มใจมาร่วมบุญกับท่าน อยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์จนถึงปี ๒๕๑๘ ต้นเดือนที่ ๖ เมษายน ๒๕๑๘ ตอนบ่ายคุณยายก็ย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์มาอยู่วัดพระธรรมกาย ซึ่งตอนนั้นเรียกว่าศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม มาอยู่ที่ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ก่อนมาท่านก็นั่งเข้าที่ถวายบ้านนะ คุณยายท่านใจเป็นบุญจริงๆ เลยฮะ บ้านที่ท่านรวบรวมปัจจัยจากลูกศิษย์ลูกหา คนที่ศรัทธาท่านมานี่ ทำบ้านไว้สะอาด เรียบร้อย ถึงเวลาจะละจากมา ท่านก็เอาบุญอีกชั้นหนึ่งถวาย เก็บเอาบุญละเอียดไป ส่วนบ้านที่เป็นของที่ปรากฏเห็นด้วยตาก็ถวายวัดปากน้ำ แล้วแต่ทางวัดปากน้ำจะใช้ พอท่านย้ายมาอยู่ตรงนี้ หลวงพี่...ช่วยท่านที่นี่อีก ได้เห็นคุณธรรมของท่านเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นกว่าเดิม เมื่อก่อนเห็นท่านเป็นครู เป็นอาจารย์ของอาจารย์ พอมาอยู่ที่ศูนย์พุทธจักร ท่านวางตัวงดงามอีกแบบหนึ่ง เป็นทั้งครู เป็นทั้งอาจารย์ แล้วก็เป็นทั้งลูกศิษย์วัด เป็นทั้งเด็กวัด บางทีท่านบอกว่าเออ เราเด็กวัดเหมือนกันนะ คุณยายพูด แต่เราไม่กล้าตีเสมอท่านนะฮะ แต่ท่านก็จะพูดแบบให้เราสบายใจว่าเหมือนกัน เราเหมือนกัน พอมาอยู่นี้ สิ่งแรกที่ท่านสอนก็คือการตื่นแต่เช้า การตื่นแต่เช้า คุณยายจะมีหลานอยู่ ๒ คน จะคอยมาดูครัวให้ ยายจะเอากาน้ำที่จะต้มน้ำถวายหลวงพ่อนี่ มาต้มให้ทุกเช้าเลย มาตี ๕ ท่าน ท่านเล่าให้ฟังนะฮะ อันนี้ท่านเล่าให้ฟังว่าท่านตื่นตี ๓ หรือตี ๔ นั่งธรรมะทุกวัน ตี ๕ ท่านก็เริ่มลุกขึ้นมา มาต้มน้ำ พอเดินผ่านที่พักอุบาสก อุบาาสกพักติดกับครัวฮะ ตอนนั้นอาคารดาวดึงส์เดิม มีทั้งครัว มีทั้งสำนักงาน มีทั้งที่พัก ทุกอย่างครบในนั้น ท่านมาก็จะเคาะ เคาะข้างฝาด้วยความเมตตา ตื่น ปลุกนะ ตื่น ตื่น ตื่น ตื่นแต่เช้า เทวดาให้พร ใครตื่น ใครตื่นสายเทวดาประจำตน เขารอ จะไปเฝ้าพระอินทร์ รอแล้วรออีก เจ้านายเราไม่ตื่นสักทีเลย รอเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น รอมาก กลัวจะไปเฝ้าพระอินทร์สาย ก็เลยถุยใส่แล้วก็ไปเลย อย่างนั้นไม่เป็นสิริมงคล อย่างนั้นไม่เป็นสิริมงคล ยายไม่รู้หนังสือนะ ฉะนั้นสิ่งที่ยายพูด ยายไม่โกหกคุณหรอก เทวดามีจริง ฉะนั้นเชื่อยายเถอะ ตื่นแต่เช้า ตื่นแล้วล้างหน้าล้างตา นั่งธรรมะ วันทั้งวันจะเป็นสิริมงคล ท่านบอกว่าอย่างนี้ฮะ ตื่นขึ้นมาแต่เช้า นั่งธรรมะ วันทั้งวันจะเป็นสิริมงคล ท่าน... ต้มน้ำเรียบร้อย ใส่กาน้ำกลับ อรุณท่านก็มาแล้วฮะ ท่านเหมือนเด็กวัด แต่เราเคารพท่านเป็นครูบาอาจารย์ มาถึงปุ๊ป ไม่ต้องพูด หยิบจับอะไรที่สามารถทำความสะอาดได้ คุณยายก็จะทำ และก็ที่สอนพวกเรามาคือทำจากข้างบนลงมาข้างล่าง กวาดหยากไย่ เอาไม้ขนไก่ปัดฝุ่นละออง ค่อยๆ ลงไปเรื่อยฮะ แล้วก็มากวาดพื้น เช็ดโต๊ะ ถูโต๊ะ พวกเราเห็นศรัทธาไหม ศรัทธาฮะ เห็นอาจารย์ทำให้ดูนี่โอ้โฮ ไม่ต้องพูดฮะ เรียกศรัทธามาเอง พลังมาจากไหนไม่รู้ เข้าไปช่วยเหลือ ยายครับ ผมขอช่วยครับ ยายครับผมช่วยยายด้วย คุณยายก็เอ้า คุณมาช่วยก็ดี แทนที่คุณยายจะอยู่เฉยนะ ไม่ฮะ เราไปช่วยปัดหยากไย่ ท่านก็ไปกวาดพื้น เราก็รีบไปช่วยกันกวาดพื้น ท่านก็ไปถูโต๊ะ อย่างนี้ เราช่วยจนหมดแล้ว ท่านก็ไปจัดชามจาน จัดชามจาน ก็ทำชามจานเรียบร้อย เรียงเป็นระเบียบ หลวงพ่อธัมมะเล่าถึงคุณยายว่า คุณยายท่านเรียงจาน เรียงพี่เรียงน้องเลยนะ ตัวใหญ่เป็นพี่ เรียงไว้ก่อน ตัวน้อยเป็นน้อง น้องเล็กน้องสุดท้าย เรียงไปเรียงฮะ ดูชามคุณยายแล้ว เรียงพี่เรียงน้อง มีอาวุโสเรียบร้อยเลย ชามดีจานดีเรียงไว้เรียบร้อย แล้วก็สอนเลยว่าตอนเช้าเราถวายอาหารพระนะ ชามจานที่จะถวายพระ ดูให้ดี ถวายให้ประณีต ทานของเราจะได้ประณีต เวลาหลวงพ่อ พระของยายมาฉันนี่ ท่านจะต้องบูชาข้าวพระเพื่อเป็นสิริมงคล ฉะนั้นจานบิ่น ชามบิ่น แก้วบิ่น คัดออก อย่าไปถวาย เพราะว่าถวายไปนี่ เวลาไปปรากฏในที่แล้วนี่ จะเป็นตำหนิ ข้างนอกเป็นนิดเดียว แต่ไปอยู่ในใจเรา จะเป็นตำหนิเยอะ ฉะนั้นคัดออก เอาที่ประณีตๆ ถวาย แล้วก็ได้นิสัยอย่างนั้นมา เตรียมทุกอย่าง ทำทุกอย่าง สอนให้ทานอาหารพร้อมกัน อยู่ด้วยกัน ทานพร้อมกัน สามัคคีกัน ช่วยกันล้าง ช่วยกันเก็บ ตากจาน ตากถ้วย ตากจาน ตากช้อน คุณยายวางแบบไว้ยอดเยี่ยมมาก หลวงพี่ก็ยังไม่เคยเห็นใครที่วางแบบแผนอย่างนี้ ไม่เคยเห็นใครสอนแบบนี้ เรียบร้อยตั้งแต่ตอนล้าง เข้าแถวเรียงพี่เรียงน้อง ตากก็เรียงพี่เรียงน้อง เพราะว่าล้างเสร็จแล้ว ก็ตากง่าย ตากเสร็จเก็บมาเช็ดก็ง่าย เก็บก็ง่าย จัดเข้าก็ง่าย ดู...เลย เราดูแล้ว อึม นิสัยเหล่านี้เชื่อว่าธรรมะยายละเอียด เชื่อว่าธรรมะยายดี เพราะมองไปตรงไหนที่ยายอยู่รอบข้างนั้น ดูงาม ดูงดงาม ดูเป็นระเบียบ ไม่มีอะไรที่ไม่เป็นบุญ ดูแล้วเป็นบุญหมดเลย ภายหลังมานี่ เวลาใครจะพาแขกชมวัด เอาหลวงพ่อทัตตะ เป็นต้นก็แล้วกันนะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ เวลาพาใครชมวัด ต้องพาชมครัวยาย ให้มาดูยาย ครัวยาย มีตู้สแตนเลสทำอย่างดี หลวงพี่ฐิตะทำให้ นี่ เปิดทุกอย่างดู นี่ ที่วางถ้วยเป็นอย่างนี้ เรียงเป็นชั้นๆๆ นี่ที่วางช้อน ดึงลิ้นชักออกมาดูที่วางช้อน ใครมาเห็นก็ทึ่งฮะ แล้วไม่ใช่ดูวันเดียวแล้ว วันอื่นรกนะ ไม่ หลวงพ่อท่านเปิดดู เห็นอย่างนั้นเป็นปกติสม่ำเสมอ เรียกว่าใครเห็น ก็เรียกว่าอาจารย์วัดนี้ไม่ธรรมดา เพียงแค่ของใช้ของสอยของที่อยู่ในครัว ของที่สกปรกมากที่สุด ก็ทำให้เป็นที่โชว์ เป็นที่สอนให้คนรักความดีได้ ฉะนั้นนี่คือคุณยาย นี่คือนิสัยคุณยาย อยู่มา อยู่มา อีกคุณธรรมหนึ่งที่ได้จากท่าน ก็คือความประหยัด หลวงพี่บอกพวกเราด้วยความซึ้งใจเลยว่าใครก็ตามที่ทำบุญกับวัดพระธรรมกาย ทำบุญกับยาย ให้ดีใจเถอะว่าคุณยายท่านใช้เงินอย่างประหยัด ใช้ทรัพย์อย่างประหยัด ใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด หลวงพี่เจอด้วยตัวเอง คุณยายท่านจะมีปกติต้มน้ำร้อนถวายหลวงพ่อทุกวัน กาน้ำร้อนของหลวงพ่อคือกระติกน้ำตราอิฐทรงกระบอก คนรุ่น ๔๐ ใครเห็นบ้างฮะ กระติกตราอูฐ อ้อ แสดงว่า ๔๐ ขึ้นไป พอกันฮะ กระติกน้ำตราอูฐ สีเขียว ใช้ไปนาน ใช้นานใช้ตั้งแต่บ้านธรรมประสิทธิ์ ตั้งแต่หลวงพ่อบวชมา ยายก็ดูแลให้อย่างดีเลย มีวันหนึ่ง คงเก่ามากแล้ว แก้วข้างใน แก้วเปลือกที่ชุบหลอมแตก ท่านก็บอกว่า หลวงพี่เป็นอุบาสกตอนนั้น ไปซื้อ ไปเปลี่ยนให้หน่อย หลวงพี่ก็อยากทำบุญนะ ก็ไปซื้อของใหม่ พอมาถึง ยายบอกว่าถ้าของเก่ามีอยู่นะ ถ้าของเดิมน่ะมันเปลี่ยนไส้ได้ เปลี่ยนก่อน อย่าเพิ่งไปซื้อใหม่ ยกเว้นจะเปลี่ยนใหม่ไม่ได้ แล้วค่อยไปซื้อ ประหยัด ถ้ายังใช้ได้ ใช้ไปก่อน ใช้เถอะ ยังใช้ดีใช้ไปก่อน ประหยัด แล้วถ้าเกิดใช้ไม่ได้แล้ว ให้ดูในวัด บอกวัดเรามีคนมาถวายหรือเปล่า ดูซิ ในห้องเก็บของมีหรือเปล่า ถ้ามี เอามาใช้ก่อน ดูอย่างนี้ ดูอย่างนี้ ถ้าเกิดไม่มีสักอย่าง แล้ว แล้วถึงอย่างนั้น ยายก็เห็นว่าควรไปซื้อ ฉะนั้นคนทำบุญกับท่าน เชื่อเลยนะว่าทุกบาททุกสตางค์ คุณยายท่านประหยัด ประหยัดแต่ไม่ขี้เหนียว เวลาทำบุญใจยายใหญ่ เวลาของที่ถวายของท่าน ของทำบุญนั้น ท่านใช้อย่างรู้คุณค่า หลวงพี่เชื่อว่าคุณธรรมข้อนี้ ทำให้คนทำบุญกับวัดเราเยอะมาก ทำให้สมบัติเจริญงอกงามในวัดเรา คุณสมบัติข้อนี้ตรงกับที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ว่าตระกูลที่จะเจริญตั้งมั่นได้นาน ต้องมีคุณธรรมตรงนี้ คือ ๑. ของหายให้หา ของเสียให้ซ่อม รู้จักประมาณในการใช้ แล้วก็ ตั้งคนมีศีล คนมีบุญมาดูแลรักษา เราลองมาดูคุณยายว่าเป็นไหม หลวงพี่ว่าเป็นหมดเลยนะ ถ้าเลือกคนที่ดูแลรักษา เลือกหลวงพี่หมูนี่ ก็ประหยัดเหมือนยาย รู้จักใช้รู้จักสอยอย่างดี ประมาณ สอนให้คนประมาณในการใช้ หายให้หา เสียให้ซ่อม คุณยายท่านมีอยู่แล้ว ฉะนั้นวัฒนธรรมตรงนี้ เราต้องช่วยกันดำเนินตามอย่างคุณยายไป หลวงพี่เชื่อว่าเป็นสิริมงคลฮะ ทำตามคุณยายต่อ หลวงพ่อยังชื่นชมยายอีกคำหนึ่ง หลวงพี่ก็ยังจำได้เหมือนกัน ชื่นชมยายว่ายายท่านคงเคยเป็นพระมาหลายภพหลายชาติ ที่บอกว่าเคยเป็นพระมาหลายภพหลายชาติ เพราะอะไร เพราะว่ายายเจออะไรที่เป็นประโยชน์ ใช้ได้ จะเป็นของเก่า ถ้าสามารถใช้ประโยชน์ สร้างบุญสร้างบารมีได้ ยายท่านจะเก็บเอามา หลวงพ่อก็เรียกว่ากิริยาอาการอย่างนี้ คุณยายท่านไปชักบังสุกุลมา ของเก่าที่เขาทิ้งแล้ว เมื่อเห็นประโยชน์ท่านก็ไปเก็บ มาขัดมาล้างมาทำให้ดูดี สวยงาม แล้วก็ใช้ได้ อย่างที่หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังเรื่องเตียงคุณยาย เก่า เต็มไปด้วยตัวเรือด ยายทำเสียบังสุกุลเสีย เสียจนเรี่ยมเลย นี่ก็เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง วันนี้เล่าให้พวกเราฟังคุณธรรมอีก ๒ ข้อ ขยันแล้วก็ประหยัด ขยันแล้วก็ประหยัด สิ่งที่ตามมาในความขยันของยาย ในความขยันของยายนั้น ยายยังรักธรรมะเสมอนะฮะ รักธรรมะเสมอ ดูคุณยายขยัน เราก็รู้ว่ายายอยู่กับธรรมะเสมอ ฉะนั้นเราในฐานะลูกหลานยาย รักเคารพคุณยาย ทำตามคุณยาย ชื่นชมทำตามคุณยาย ถ้าเรามีตรงนี้ มีตรงนี้ ชีวิตเราสักวันหนึ่งเราจะได้คุณธรรมของคุณยายไม่มากก็น้อย ต้องได้จนได้แหละ ไม่มากก็น้อย ถ้าเรายังไม่ยอมแพ้เสียก่อน คือให้เริ่มต้นด้วยความรักและชื่นชมในคุณงามความดีของคุณยาย เห็นคุณงามความดี ได้ยินได้ฟังคุณงามความดีของท่าน รักและชื่นชม เห็นท่านสะอาด รักและชื่นชม เป็นคนสะอาดอย่างท่านเถอะ เห็นท่านเคารพอ่อนน้อม รัก ชื่นชม เป็นคนเคารพอ่อนน้อมเหมือนท่านเถอะ เห็นท่านเป็นคนขยันขันแข็ง รักชื่นชม เป็นคนขยันอย่างกะท่าน เป็นคนประหยัด แล้วก็รักชื่นชมที่จะประหยัดอย่างท่าน หลวงพี่เชื่อว่านี่ก็เป็นสิริมงคล บอกแล้วว่าเมื่อเรามีความรัก มีความสมัครใจ สิ่งที่ยากก็เป็นง่าย ความลำบากไม่มีเลย แต่จะเกิดความอาจหาญ องอาจ กล้าทำ แล้วทำไปแล้ว จะมีความสุข เหมือนเราไปทำความสะอาดวันนี้ มีคุณยายอยู่ในใจ ทำแล้ว เรา... ของคุณยายว่าทำแล้วใจเราสะอาด ทำแล้วใจเราใส แม้จะไม่เทียบคุณยาย แต่หลวงพี่ว่าเราก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ที่เดินตามคุณยาย พออาจหาญแล้ว ก็ทุ่มเท ทุ่มเท ที่เล่าให้ฟังตรงนี้ก็คืออิทธิบาท รักสมัครใจก็คือฉันทะ องอาจกล้าหาญก็คือวิริยะ เกิดตามกันมา พอรู้สึกว่าทำแล้วใจสะอาด ทำแล้วใจใส ทำแล้วใจสว่างขึ้น ทุ่มเทเลยคราวนี้ ทุ่มเทกายใจ ทุ่มเททำ ทุ่มเททำ เรียกว่าจิตตะ จรดจ่อทุ่มเท แล้วจะเกิดกระทำอีกข้อหนึ่งตามมาคือได้พินิจพิจารณาคือวิมังสา ทำอย่างมีความสุข ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเร่ง จะทำความสะอาด ก็ทำอย่างมีความสุข ไม่ต้องรีบไม่ต้องเร่ง เราจะทำอย่างมีความสุข เราจะรักความสะอาดอย่างมีความสุข ทำอย่างมีความสุข จัดระเบียบอย่างมีความสุข ถ้าอย่างนี้ ถ้าเป็นอย่างนี้ เราได้ชื่อว่าเดินตามคุณยาย หลวงพี่ก็เชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งนะ คุณธรรมของยายติดอยู่ในใจเราบ้าง และเมื่อไหร่ที่เรารัก เราเคารพคุณยาย เรารัก เราเคารพคุณยายมาก เรามีคุณธรรมของยายอยู่ในใจเรา มียายอยู่ในใจเรา ยายจะอยู่กะเราตลอดเวลา เพราะความดีไม่มีวันดับสูญ เมื่อไหร่ที่เราทำความดีเหมือนอย่างยาย มีความดีของคุณยายอยู่ในใจ ก็เท่ากับว่าเราทำให้คุณยายไม่มีวันดับสูญ คุณยายจะอยู่กับเราตลอดเวลา จะยังคงรุ่งเรืองสว่างไสวอยู่ในใจเรา แล้วหลวงพี่ก็เชื่อว่าเมื่อยายอยู่ในใจเราแล้ว ยายจะนำแต่ความมีสิริมงคล นำแต่บุญกุศล นำแต่เส้นทางที่ดีงามให้เราได้สร้างบารมี เราจะทำความดีอย่างมีความสุขเหมือนอย่างท่านนะ ขอให้พวกเราทุกคนได้นึกถึงท่าน ในวาระนี้เราจะนึกถึงท่านด้วยการนั่งธรรมะ ระลึกนึกถึงคำของคุณยายให้ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น ขอเชิญทุกท่านหลับตาภาวนากันสักครู่หนึ่งนะ เราหลับตาของเราเบาๆ กัน หลับให้สบายๆ ยามที่ใจเราสบาย เป็นยามที่บุญกำลังหล่อเลี้ยงใจเรา สบายใจมาก บุญก็หล่อเลี้ยงมาก สบายใจน้อย บุญก็หล่อเลี้ยงน้อย สบายใจสม่ำเสมอ บุญก็หล่อเลี้ยงสม่ำเสมอ ฉะนั้นให้รักษาใจให้สบาย ระลึกนึกถึงคุณยาย คุณยายเป็นสิริมงคลเพราะคุณยายมีพระธรรมกายอยู่ภายใน นึกถึงคุณยาย นึกถึงพระของคุณยาย ศรัทธาในธรรมะของคุณยาย จะทำให้เกิดสิริมงคลกับชีวิตของเราเอง ให้เราระลึกนึกถึงด้วยใจที่สบาย ด้วยความรักสมัครใจ นึกถึงด้วยความเต็มอกเต็มใจ จะเป็นดวงใสๆ องค์พระใสๆ กลางคุณยายใสๆ เราก็นึกของเราไป นึกเบาๆ นึกสบายๆ คุณยายจะสอนอยู่อย่างหนึ่งคือให้ภาวนา สัมมา อะระหัง สัมมา อะระหัง สัมมา อะระหัง ท่านจะพูดว่า คุณภาวนาไปนะ แล้วยายจะคุมบุญให้ หลวงพี่ก็เชื่อว่าอย่างนี้ก็เช่นเดียวกัน เรานึกภาวนาของเราไปนะ นึกภาวนาไป สบายๆ ใส สบายๆ สว่าง สบายๆ (หมดหน้า 1/A) (ม้วน 1/B) ความกล้าหาญ อาจหาญก็จะเกิดขึ้น มีความอาจหาญจะทำความดีอย่างคุณยายอาจารย์ ความอาจหาญทำให้ได้รับผลของความดี เรามีความสุข ความสุขนี้จะทำให้เราทุ่มเทกายและใจที่จะดำเนินตามอย่างคุณยายท่าน เมื่อทุ่มเทแล้ว ทั้งกายทั้งใจแล้ว เราก็จะไม่รีบร้อน ไม่รีบเร่ง ยินดีที่จะมีความสุขได้นานๆ ไม่เบื่อหน่าย จึงมีความสุขได้นานๆ อยู่กับธรรมะใสๆ นานๆ อยู่กับคุณยายได้นานๆ อยู่กับพระของคุณยายได้นานๆ แล้วเราก็นึกถึงบุญกุศล นึกถึงบุญกุศล ที่เราได้ทำบูชาคุณงามความดีท่าน บูชาคุณงามความดีของคุณยาย จะด้วยการทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี รวมถึงเราที่มาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม บูชาธรรมท่าน ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ฟังธรรมบูชาท่าน การปฏิบัติบูชาทั้งหลายงวดนี้ เกิดเป็นบุญกุศลมากน้อยเพียงไร กลั่นให้เป็นกายที่ใสๆ เป็นใจที่เปี่ยมเต็มจิตเต็มใจเรา น้อมบูชาคุณคุณยายอาจารย์ของเรา แม้ท่านมีบุญมากอยู่แล้ว เราก็อยากถวายเป็นเครื่องสักการะบูชา ด้วยคุณงามความดีนี้ แล้วก็ขอบารมีธรรมของคุณยายอาจารย์ ที่เป็นแบบอย่างของนักสร้างบารมี ที่ทำคุณงามความดีตั้งแต่คุณธรรมใกล้ๆ ตัว ให้เป็นผลประจักษ์ ให้เป็นความอัศจรรย์ ขอบารมีธรรมท่าน ให้ท่านแผ่มาถึงพวกเรา ให้เราสามารถรองรับคุณงามความดีของท่าน แม้จะเป็นส่วนหนึ่ง เราก็ยินดีแล้วก็เต็มใจที่จะประพฤติปฏิบัติบูชา ให้เรามีใจอย่างคุณยายที่เป็นนักเสียสละ รักบุญสุดชีวิต ให้บารมีธรรมท่านปกปักษ์รักษาให้ชีวิตของการสร้างบารมีของพวกเรานั้นเจริญเก้าวหน้ารุ่งเรืองอยู่ในร่มเงาของวิชชาธรรมกาย ได้สร้างบุญกับท่านตลอดไป ตราบถึงที่สุดแห่งธรรม นึกไปที่กลางของกลางนะ สัพเพ…………..จบ………… PAGE PAGE 13 หน้า 431014FW-VST