คำประกาศพระคุณอันยิ่งใหญ่ของคุณยาย คือฝึกตัวให้เป็นเช่นคุณยาย
(ม้วน 1/A)
พระมหาวิเชสโก : การที่เราได้รู้จักคุณยาย ได้พบคุณยาย ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ หลวงพี่ถือว่าเป็นมงคลอย่างสูงสุดอย่างหนึ่ง เพราะคุณยายเป็นคน เป็นผู้ที่ชักนำให้เราได้มาพบพระพุทธศาสนา พบวิชชาธรรมกาย
หลวงพี่ก็สังเกตดูว่าคนมีบุญในยุคของเรานี่ ก็คือคุณยายอาจารย์ของเรา ท่านเป็นตัวอย่างของผู้มีบุญที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประพฤติปฏิบัติของท่านก็ดี ธรรมะที่ท่านสอนก็ดี ลูกศิษย์ลูกหาที่ท่านอบรมมาก็ดี ล้วนแต่เป็นประจักษ์พยานความดีของท่านทุกๆ อย่าง
คนมีบุญนั้นอยู่ที่ไหนก็นำความสุข นำความเจริญมาให้ มีชีวิตอยู่ก็เป็นที่พึ่งเราได้ แม้ท่านละสังขารไปแล้ว ก็ยังชักนำให้เรามาร่วมบุญกัน เห็นคนมางานคุณยายจำนวนมากทุกๆ วัน เห็นแล้วก็ชื่นใจ บางคนพูดไว้น่าฟังทีเดียว พูดว่าช่วงนี้จะไม่ไปไหน จะไม่ขาดงานคุณยายเลย จะอยู่จนกระทั่งส่งคุณยายถึงวาระสุดท้าย ฟังแล้วชื่นใจ เจอพระเถระท่านก็คุยกัน วันหนึ่งท่านไปธุระ ปกติท่านจะกลับมืด วันนี้ท่านกลับเร็วกว่าปกติ หลวงพี่ก็ถามท่านบอกว่าหลวงพี่ครับ ทำไมถึงกลับเร็ว ท่านก็บอกว่าช่วงนี้งานคุณยาย ยังไงก็ต้องกลับให้เร็วขึ้น ก็ชื่นชมท่านนะว่าแหม หลวงพี่นี้ดีจังเลย ไปงานยายทุกวันเลยนะ ท่านพูดให้หลวงพี่ประทับใจอีกคำหนึ่งว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ยายได้ ท่านจะทำ หลวงพี่ว่าพวกเราก็คงเหมือนๆ กัน อะไรที่เราทำให้คุณยายได้ เราก็จะทำ
เพราะคุณความดีของยายนั้นท่วมท้นในจิตใจของเราทุกๆ คน บางคนมาฟังพระอภิธรรม มาฟังธรรมทุกวัน ฟังธรรมนี่ยังพอเข้าใจนะว่าคุณยายเป็นผู้มีคุณความดีอย่างไรบ้าง ฟังแล้วก็ซาบซึ้ง ยิ่งฟังก็ยิ่งมีความสุข ยิ่งฟังก็ยิ่งศรัทธาเลื่อมใสมากขึ้น แล้วก็รักบุญเพิ่มขึ้น มาฟังอภิธรรมบางครั้งก็รู้เรื่อง บางครั้งก็ไม่รู้เรื่อง แต่ความรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องนั้นยังเป็นเรื่องรอง สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือมาฟังด้วยศรัทธาที่มั่นคง ฟังด้วยศรัทธาที่เชื่อมั่น การทำอย่างนี้มีอานิสงส์แรง
จะยกตัวอย่างให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง สั้นๆ ว่าในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนโน้น คือพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า มีภิกษุ ๒ รูปสาธยายธรรมกัน สาธยายธรรมกันด้วยจิตที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย สาธยายอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ที่ถ้ำนั้นก็มีค้างคาวหนูอยู่จำนวน ๕๐๐ ได้ยินฟังภิกษุสาธยายไป ใจเลื่อมใสไป ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน แต่เลื่อมใส เลื่อมใส จากจิตตรงนั้นเอง พอละจากอัตภาพของค้างคาวหนูนั้น ก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อัศจรรย์นะ จากสัตว์เดรัจฉาน ด้วยอำนาจการฟังอภิธรรมนั้น ข้ามภพภูมิ คือไม่ต้องมาเป็นมนุษย์ ข้ามไปเป็นเทวดาเลย
การฟังของพวกเราก็เหมือนกัน เรามาฟังด้วยจิตใจที่เลื่อมใสมั่นคง และที่ยิ่งกว่านั้นคือเรี่ยวแรงกตัญญูที่เรามีกับคุณยายอาจารย์ของเราอย่างท่วมท้น ฉะนั้น เชื่อเลยว่าพวกเราทุกคนนั้นจะได้อานิสงส์มากมายมหาศาล อย่างน้อยๆ หากเราเลื่อมใสเป็นหนึ่งมั่นคง เกิดอย่าง คงจะเป็นเทวดาชั้นดาวดึงส์ เป็นธรรมะอานิสงส์หลายๆ อย่างยิ่งกว่านั้นอีก
วันนี้จะขอเล่าเรื่องของคุณยายในส่วนที่หลวงพี่ได้พบได้เห็น หลวงพี่ได้พบคุณยายครั้งแรกยังเป็นนิสิตปีที่ ๒ ขึ้นปีที่ ๓ ในการอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๒ มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะเป็นพระอาจารย์ แล้วก็มีพระเถระของเราเป็นพี่เลี้ยง ถึงวันนั้นยังจำภาพนั้นได้อย่างชัดเจน ฟังหลวงพ่ออบรมไป ก็ปีติในธรรมไป หลวงพ่อท่านก็ไม่ปิดบังทุกอย่าง เล่าให้ฟังหมดว่าท่านมีอาจารย์ แล้วยังอยู่ด้วยคือพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา แล้วก็คุณยายอาจารย์ของเรา หลวงพี่คิดนึกตามประสาในสมัยโน้นว่าขนาดหลวงพ่อทัตตะ ท่านยังสอนเก่งขนาดนี้ แล้วอาจารย์ของท่านจะสอนเก่งขนาดไหน หลวงพ่อที่สอนเราอยู่ทุกวันนี้ก็มีคุณธรรมขนาดนี้ มากมายมหาศาล แล้วอาจารย์ของหลวงพ่อจะเป็นอย่างไร คำนวณไม่ได้ ได้แต่ปีติใจ ชื่นใจ
ในช่วงนั้นมีการทอดผ้าป่า คุณยายก็มาเยี่ยม แต่ไม่ได้พบไม่ได้คุยกับท่าน เจอแต่ห่างๆ เห็นแล้วก็รับรู้ด้วยว่าท่านเป็นผู้ที่มีธรรมะสูงส่ง เห็นแล้วก็ ใจเราก็สงบ ใจเราก็เย็น ใจเราก็ใส สบาย นึกในใจว่าเมื่อจบอบรมแล้ว มีโอกาสเมื่อไหร่จะไปกราบท่าน
พอขึ้นปีที่ ๓ ก็หาเวลาไปกราบคุณยายที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ไปวันเสาร์ ไปวันอาทิตย์ ครั้งแรกสุดวันเสาร์ บ้านธรรมประสิทธิ์อยู่ที่วัดปากน้ำ ไปถึงก็ไปซื้อดอกบัวกำหนึ่ง ธูปเทียนอย่างละชุด ไปกราบท่าน เดินไปถึงรั้วบ้านท่านเป็นรั้วสังกะสีเก่าๆ เปิดเข้าไปมีบ้านอยู่ ๒ หลัง หลังซ้ายมือเป็นบ้านผู้ที่มาถือศีลหลังหนึ่ง หลังขวามือเป็นบ้านของคุณยายอาจารย์ของเรา เรียกว่าบ้านธรรมประสิทธิ์ ข้างหน้ามีสนามหญ้าเล็กๆ สัก ๑๐ หรือ ๒๐ ตารางเมตรเห็นจะได้ ไปดูบ้าน ๒ หลังนั้นต่างกันมาก
บ้านคุณยายนั้นสะอาด เอี่ยม สงบ เดินเข้าไป จะถอดรองเท้า ก็เหมือนที่พวกเราเจอกันคือ สวัสดีคุณ ทักทายก่อนเสมอ แล้วก็ทักทายก่อนมา เรื่อยมาจนกระทั่งทุกๆ เวลาของท่าน หลวงพี่เชื่อว่าคุณธรรมนี้เป็นธรรมชาติของท่านอย่างนั้น สะดุ้งนะ มาเจอท่านทักทาย พร้อมกับปีติ คือมีธรรมะสอนใจ แล้วต้องไปกราบท่านให้เต็มที่เลย นึกในใจว่าคนที่เป็นครูบาอาจารย์สูง มีธรรมะสูงส่ง ทำไมช่างอ่อนน้อมเหลือเกิน ความดีของคุณยายตรงนี้ชนะใจหลวงพี่ ซึ่งสมัยเป็นนักศึกษาอยู่ ชนะใจทั้งหมด ที่เราเคยมีทิฐิ มีมานะ มีความแข็งกระด้างต่างๆ หลวงพี่เชื่อว่าตอนนั้นหายไป หายไปมากทีเดียว ไม่ถึงกับหมดไป ก็หายไปเยอะมากเลย คือเวลานั้นใจเราสบาย มีความสุข
ขึ้นไปกราบท่าน กราบท่านก็กราบ ๓ ครั้ง เมื่อคิดถึงว่าท่านมีพระภายใน พระท่านใส สว่าง นึกอย่างนี้ นึกแบบนี้บ่อยๆ แล้วก็ทุกๆ ครั้งที่ได้กราบคุณยาย ธรรมะข้อแรกที่ท่านสอนคือความเคารพอ่อนน้อม ดูเหมือนจะเป็นบทฝึกที่ทำให้คนเข้าไปนั่งธรรมะกับท่านนั้นได้รับความสงบสุข หรือรองรับธรรมะได้อย่างเต็มที่ คนเราส่วนใหญ่ถ้าเกิดมีทิฐิไปที่ไหน ยากที่จะเป็นธรรมะลงไปได้ แต่คุณยายสอนเบื้องต้นคือให้ลดทิฐิ ให้ลดมานะ ไม่ได้พูด แต่ประทับใจ
ขึ้นไปบนบ้านท่านนั้น ก่อนขึ้นไป อันที่จริงก่อนขึ้นไป นี่คิดอีก มองเห็นบ้านท่าน เห็นบ้านไม้ดูสะอาด เลี่ยมเลย สะอาด สะอาดรู้สึกว่าความสกปรกในใจเรามันหลุดไปเลย ไม่กล้าที่จะมี และก็ไม่คิดที่จะมี มองถึงตัวเราว่าเราจะมีความสะอาดเพียงพอที่จะไปรองรับธรรมะจากท่านไหม ตอนนั้นไม่รู้ใครเป็นอย่างหลวงพี่บ้างคือยกเท้าขึ้นมาดูเลย เอ๊ะเท้าเราสะอาดหรือเปล่า เราก็เราล้างเกลี้ยงแล้วนะ สวมถุงเท้าใส่รองเท้ามาอย่างดี แต่พอเจอความสะอาดอย่างนั้น ประทับใจมาก หลวงพี่ก็เชื่อว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำมาสม่ำเสมอ ทุกที่ที่คุณยายอยู่ ก็เป็นอย่างนี้ เป็นปกติของท่านอย่างนั้น
ภายหลังมาเจอท่านที่ศูนย์พุทธจักร คือวัดเราข้างในนี่ เวลาคุณยายใช้ให้ไปเอาของ ตอนเป็นอุบาสก ใช้ให้ไปเอาของบนกุฏิท่านน่ะ เหมือนกันฮะ ต้องยกเท้าดูทุกครั้งเลยฮะ ก่อนจะขึ้นกุฏิท่าน ต้องยกเท้าดูทุกครั้งว่าเท้าเราสะอาดเพียงพอที่จะขึ้นกุฏิท่านหรือเปล่า แล้วเป็นทุกเวลา ตั้งแต่เช้า สาย บ่าย เย็น กลางคืน ไม่เห็นเวลาไหนที่กุฏิคุณยายจะมีรอย มีฝุ่น ไม่เคยเห็น แล้วก็ไม่รู้ว่าท่านทำได้อย่างไร เป็นปกติของท่านอย่างนั้น
หากเราเคยรู้จักความสะอาด เราเคยทำความสะอาด เคยรักษาความสะอาดสักอย่างหนึ่งให้จริงๆ จังๆ นี่ หลวงพี่ว่ามันเป็นเรื่องยาก ยอมรับจริงๆ เลยว่ายาก แค่เอาห้องน้ำก็ ไม่เปียก ไม่ใช่ธรรมดา แต่คุณยายท่านทุกอย่างรอบตัวท่านสะอาด บริสุทธิ์ บริบูรณ์ทั้งหมด เห็นแล้วชื่นใจ นี่ก็ไม่ได้สอนเหมือนกัน แต่เห็น เห็นแล้วก็เกิดความรู้สึกว่าสิ่งนี้ท่านทำให้เราดูแทนคำสอน แล้วก็เป็นคำสอนที่ทรงพลังคือเงียบแต่มีอานุภาพ
ไปนั่งธรรมะกับท่านครั้งแรก หลวงพ่อนั่งอยู่เสากลาง หลวงพ่อธัมมะนะนั่งอยู่เสากลาง คุณยายนั่งอยู่ริมข้างฝา ข้างซ้ายมือของหลวงพ่อ อุบาสกนั่งอยู่ชิดฝาบ้านริมข้างขวาของหลวงพ่อ อุบาสิกาก็นั่งด้านหลังของหลวงพ่อไป สมัยนั้นคนไม่เยอะ แต่แต่ละคนก็รักธรรมะ ๒๐ ๓๐ คน แต่ทุกคนตั้งใจมาเอาบุญ มาเอาธรรมะจริงๆ หลวงพ่อคุยธรรมะให้ฟังบ้าง หรือบางครั้งไม่คุย แต่ทุกครั้งรู้สึกพอใจ สุขใจ สุขใจขนาดที่ว่าไปแล้วก็อยากจะไปอีก เพราะความสุขนั้นเป็นพยานในใจของเราเอง ไปแล้วก็ไปอีก
หลวงพี่สอนตัวเองเลยว่าเรามา เห็นคุณยายตอนนี้ รุ่นพี่มาก่อนเราตั้งหลายปี รุ่นพี่คือรุ่นหลวงพ่อ รุ่นหลวงพี่ ก่อนหลวงพี่นั้นมาก่อนหลายปี ปี ๑๒ บ้าง ๑๓ บ้าง ๑๔ บ้าง เรามา ๑๖ อยากมีบุญฮะ คงเหมือนพวกเรา อยากมีบุญ อยากมีบุญมากๆ ก็ตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไปหาคุณยาย ไปเรียนธรรมะกับหลวงพ่อทุกเสาร์อาทิตย์ ก็พูดได้เลยว่าตั้งแต่นั้นมาก็ไปหาท่านทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ ถ้าที่นี่ไม่ไป ก็คือมาช่วยหลวงพ่อทัตตะที่ทำประจำอยู่ที่ศูนย์พุทธจักรที่นี่ ถ้ามาช่วยตรงนี้แล้ว คือไม่มีงานเราก็ ไปบ้านธรรมประสิทธิ์ ฉะนั้นหาได้ว่าไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ไปนั่งธรรมะอย่างมีความสุข
แล้วคุณยายก็สอนอีก สอนด้วยการทำให้ดูอีก สมัยนั้นคุณยายพูดน้อย แต่ทำให้ดูเยอะ คือหลังจากนั่งธรรมะเสร็จแล้ว ท่านก็สอนให้เอาบุญว่าให้อยู่ร่วมบุญกับยาย เอาบุญกับยายนะ เดี๋ยวยายจะถวายสังฆทาน ยายจะนิมนต์พระทุกวันเสาร์อาทิตย์ วันละ ครั้งละ ๕ องค์มาถวายสังฆทาน เพราะได้ร่วมบุญมาก ก็อยู่ได้ร่วมถวายกับท่านทุกครั้งที่ไป ไม่เคยขาด ถวาย ชื่นใจฮะ
พอเราไปทานข้าว ท่านก็สอนการรับพร บอกว่ารับพรตอนพระให้ยถา สัพพี ได้บุญมากนะ อธิษฐาน ก็จะเป็นผังสำเร็จ เพราะคำอธิษฐานตอนนั้นจะไปถึงพระนิพพาน จากบ้านธรรมประสิทธิ์เดินไปทานข้าว รีบกลับมา รับพรให้ทัน พูดง่ายๆ พระฉัน เราก็ไปทานข้าว แล้วก็กลับมาให้ทัน ทันเวลาเพราะอยากจะได้บุญ เดินไปสักร้อย ๒๐๐ เมตรได้ ก็รีบกลับมา อยู่ปฏิบัติธรรมกับท่านอย่างนั้นทุกเสาร์อาทิตย์ บ่ายก็นั่งธรรมะต่อ ทำอย่างนี้เรื่อยมา
คุณดีของคุณยายนั้น มีอยู่มากมาย ยากที่จะพรรณนาให้หมด หรือพรรณนาด้วยคำพูดได้ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราเห็นก็คือถ้ารักธรรมะ รักธรรมะเป็นที่สุด สอนเรื่อยเลยว่าให้มีธรรมะนะ แล้วเราจะเอาตัวรอด เจอกี่ครั้งกี่หน มองหน้าท่าน เห็นนัยต์ตาท่าน เหมือนท่านจะบอกว่าให้เอาธรรมะนะ ปฏิบัติให้เข้าถึงให้ได้ อยู่ที่ไหน เมื่อมีเวลาว่างๆ ท่านก็จะถามกันว่านั่งธรรมะไปถึงไหน นั่งธรรมะเป็นอย่างไร ถามด้วยความเป็นห่วง อยากให้ลูกศิษย์ทุกๆ คนมีธรรมะเป็นที่พึ่ง
ตรงนี้หลวงพี่ว่าเป็นพลังในใจของท่าน เมื่อไหร่ที่เราลูกศิษย์ลูกหาเข้าใกล้ยาย ได้เกิดความรักธรรมะขึ้นมาด้วยอัตโนมัติ เห็นท่าน อยากตอบแทนท่านด้วยการตอบท่านว่าธรรมะโปร่งใส ธรรมะเราสว่าง ท่านไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเรา แต่อยากให้เรามีธรรมะเป็นที่พึ่ง อยากให้เรามีบุญมากๆ นี่คือเอาใจใส่ของท่าน ส่วนหนึ่งคือรักบุญฮะ ยายนี่รักบุญมาก รักบุญมากๆ จะอยู่ตรงไหนก็ชวนเราเอาบุญ คำที่เราเคยได้ยินคุ้นแล้วก็ชัดบ่อยๆ ก็คือมาเอาบุญกับยายนะ ท่านพูดง่ายๆ แต่หลวงพี่ว่าเป็นคำพูดที่จริงใจนะ จริงๆ เราอยากจะบอกท่านว่าเราอยากได้บุญกับท่านมากกว่า แต่ท่านก็เอ่ยปากก่อนทุกทีว่ามาเอาบุญกับยายนะ พูดอย่างนี้เรื่อยๆ
คำพูดอีกคำหนึ่งที่ได้ยินอีกก็คือยายจะคุมธรรมะให้ ใครๆ ก็อยากให้คุณยายคุมธรรมะให้ทั้งนั้น หลวงพี่ว่าพวกเราอยู่ทั้งหมด ก็คงอยากให้คุณยายคุมธรรมะให้ ไอ้คำนี้ทำให้เรารักนั่งธรรมะ อยากอยู่ใกล้คุณยาย จะเป็นอะไร จะรับใช้ยังไงก็ช่าง ขอให้อยู่ใกล้ท่าน ให้ไปรับใช้ท่าน ท่านคงทำให้ เราก็ดีใจ
คุณยายมีธรรมะคอยช่วยเหลือ คอยประคับประคองทุกอย่าง สมัยนั้นแม้พูดจะไม่เยอะมาก สอนกันไม่เยอะ แต่ทำให้ดูนี่เยอะมาก เรียกว่าใครมีปัญญา ใครนั่งธรรมะมาดี ใครธรรมะละเอียดอ่อนก็คงจะรับได้ ยามไหนที่นั่งธรรมะมาน้อย จิตใจยังไม่ละเอียด ก็ยังรับไม่ได้ แต่ภายหลังมาพอเราเติบโตขึ้น ปฏิบัติธรรมมากขึ้น เราก็เริ่มเข้าใจคุณยายมากยิ่งขึ้นทุกๆ ครั้งไป
ดีใจที่ได้เจอคุณยาย หลวงพี่ว่าพวกเราก็คงจะดีใจที่ได้เจอคุณยาย หลวงพี่จำคำของหลวงพ่อได้อยู่คำหนึ่ง จำคำของหลวงพ่อธัมมะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะของเราได้คำหนึ่ง จริงๆ จำได้หลายคำนะ แต่อันนี้เป็นตัวอย่างคำหนึ่ง ท่านบอกว่าในชีวิตของท่านนั้น ท่านดีใจที่สุดอยู่ ๒ เรื่อง ดีใจที่สุดอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่อง ๑ คือท่านดีใจที่ได้พบวิชชาธรรมกาย
เรื่องที่ ๒ คือดีใจที่ได้พบคุณยาย
ขนาดหลวงพ่อท่านมีปัญญาลึกซึ้งขนาดนั้น ท่านสรุป การประกาศคุณความดีของคุณยายไว้ชัดเลย ดีใจที่สุด ๒ เรื่องฮะ ฉะนั้นหลวงพี่ว่าเราทุกคนที่เป็นลูกหลาน เป็นลูกศิษย์ลูกหานั้นย่อมจะดีใจกับคุณยายอย่างยิ่ง แล้วรู้เลยว่าหากไม่เจอยาย ไม่รู้เราจะไปไหน ไม่รู้เราจะเป็นอย่างไร ไม่รู้จะตกระกำลำบากแค่ไหน อาชีพฐานะคงไม่เป็นไร แต่จิตวิญญาณของเรานั้น คงไม่เป็นอย่างนี้แน่
แต่เราทุกคนที่ได้มาเจอะมาเจอ มาร่วมสร้างกับคุณยายนั้น ให้รู้เถอะว่าเราได้รับความเมตตา ความกรุณาจากคุณยายอย่างสูงยิ่ง ที่สอนให้เราได้มีธรรมะ ให้รักธรรมะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาอยู่ประพฤติปฏิบัติธรรม หรือมาบวชนั้น หากไม่มียาย ก็ไม่รู้จะได้มาบวชหรือเปล่า หากไม่มียาย ไม่รู้จะประพฤติพรหมจรรย์ได้สักกี่น้ำ แต่เฉพาะน้ำใจ ความเมตตา ความกรุณาของยายนั้นที่ให้กับพวกเรา
หลวงพี่นึกถึงพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าสอนว่า
พึงชนะความโกรธ หรือคนที่โกรธ ด้วยความไม่โกรธ
พึงชนะคนไม่ดี ความไม่ดี ด้วยความดี
พึงชนะความตระหนี่ คนตระหนี่ ด้วยการให้
พึงชนะคนที่พูดเหลาะแหละ คำเหลาะแหละด้วยคำจริง
อย่างทุกวันนี้ หลวงพี่เชื่อว่าเราทุกคนประจักษ์ในใจเราว่าชีวิตของคนที่เกิดมาชนะในโลกนี้ เป็นแบบของความชนะ ชนะใจ ชนะใจพวกเราทุกๆ คน ชนะด้วยความดีงามก็คือคุณยายอาจารย์จันทร์ของเรา ท่านชนะมาโดยตลอด ท่านไม่ต้องพูดเยอะ คนมีบุญไม่ต้องพูดเยอะ เพียงแต่ยกมือไหว้ก่อน ก็ชนะทิฐิมานะ ชนะความกระด้างกระเดื่องของใจทุกๆ คนได้ และเป็นอุบายที่ทำให้คนมาเจอนั้น ก็สามารถรองรับธรรมะของท่านได้อย่างเต็มที่
ท่านเอาชนะความสกปรก สิ่งสกปรก หรือความคิดไม่ดี ความคิดสกปรกทั้งหลายด้วยความสะอาดของท่าน ท่านสะอาดหมดจดทั้งข้างนอกทั้งข้างใน จะเป็นสิ่งใดๆ ที่ท่านทำนั้น สะอาดไปทั้งหมด เหมือนอย่างที่เราได้มาฟังหลวงพี่ ฟังพระเถระหลายๆ รูป ได้เล่าถึงคุณยายนั้น จะเห็นว่าไม่ว่าจะแง่มุมไหน ไม่ว่าใครจะเจอยายอย่างไร เจอในครัว เจอการทำงาน เจอการสร้างวัด เจอการบริหารงาน เจออะไรทุกอย่าง จะเห็นว่าบุญไหนๆ ยายก็ใส สะอาด และชนะนะ เป็นชัยชนะที่ใสสะอาด ความสะอาดของท่านนี่ชนะทุกอย่างเลย
ชนะสิ่งไม่ดีด้วยความดี ชนะคนตระหนี่ ความตระหนี่ด้วยการให้ คุณยายเป็นแบบอย่างของผู้ให้ที่ยอดยิ่ง เวลาใครได้เคยมาถวายปัจจัยคุณยาย มาทำบุญกับยาย ให้ดีใจนะ นี่ให้ดีใจมากๆ อยากให้พวกเราดีใจมากๆ ได้นึกถึงภาพที่เราเคยถวายคุณยายเอาไว้ สมบัติทั้งหมดคุณยายไม่ได้เอาไปไหนเลย ฝากไว้ในพระพุทธศาสนาทั้งหมด เปลี่ยนเป็นอริยทรัพย์ทั้งหมด ฉะนั้นเวลาที่คุณยายรับแขก คุณยายจะคุยกับใคร คุณยายพูดได้เต็มปาก พูดได้เต็มที่ เพราะท่านทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อพระศาสนา ทำเพื่อวัด ทำเพื่อความดี
วันนี้หลวงพี่คงขอสรุปไว้เพียงย่อๆ เพียงแค่นี้ ก็คงจะมีอีกหลายครั้งที่ได้มาเล่าเรื่องคุณยายให้พวกเราฟัง ก่อนจะกลับ ในฐานะที่พวกเราเป็นลูกศิษย์ยาย ขอให้พวกเราได้ประกาศความดีของยายด้วยการปฏิบัติ ปฏิบัติในที่นี้คือความเคารพอ่อนน้อมมีไว้เถอะ หลวงพี่ว่าความเคารพอ่อนน้อมของพวกเราที่มีทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากยาย หลวงพี่ไม่เคยเห็นที่ไหนที่ไหว้งามเหมือนคนในวัดพระธรรมกาย แต่ความไหว้งามหรือไหว้คนง่าย หรือคนก่อนนี้ บุญกุศลที่เกิดขึ้น หลวงพี่ว่ายายเป็นต้นบุญ ยายเป็นต้นบุญ ชนะทุกอย่าง จะอยู่ที่ไหนก็ตาม นึกถึงยาย ไหว้เก่งๆ ไหว้บ่อยๆ ไหว้เก่งๆ อย่าไปกลัวจะเสียเหลี่ยมเสียคูเสียอะไรทั้งสิ้น ให้ดูยายเป็นหลักว่าคนมีธรรมะ ท่านทำอย่างนี้ คนมีธรรมะ ไหว้พระในตัว ไหว้ได้ทุกหนทุกแห่ง ไหว้ทุกคนไม่ว่าใคร ยายไหว้ได้หมดเลย ยิ่งยายไหว้ เราจะรู้สึกว่ายายสูงส่ง ไม่ได้คิดว่าคุณยายไหว้แล้ว คุณยายจะต่ำต้อยกว่าใครเลย จะรู้ว่าสูงส่ง สูงส่งมากๆ ยิ่งเห็นอ่อนน้อม ก็รู้สึกว่ายิ่งสูงส่ง
ข้อที่ ๒. ฝากไว้ ลูกศิษย์ยาย รักความสะอาดมากๆ ให้รักความสะอาดมากๆ วัดเราสะอาดได้เพราะยาย ความสกปรก คนสกปรกกลัว กลัว กลัวยาย กลัวคุณยาย คุณยายไปที่ไหนสะอาดหมดทั้งหมด แล้ววัดเราก็ได้ชื่อเสียงความสะอาดอยู่แล้ว รักยายก็ต้องสะอาดเหมือนยาย อย่างหลวงพี่ก็มีความเชื่อมั่นว่าคนที่สะอาดจะมีธรรมะที่ดี จะนั่งธรรมะได้ดี จะสะอาดอย่างไรนั้น ไม่ได้สะอาดแบบสำอางค์ ไม่สะอาดแบบกลัวที่จะไปรับบุญ กลัวที่จะ กลัวสิ่งสกปรก ไม่ ยายสะอาดประเภทที่ว่าที่ไหนสกปรก ยายลุยถึงที่ ที่ไหนเปื้อน ยายเสียสละเข้าไปทำความสะอาด
แล้วก็เป็นแบบอย่าง ไม่เคยเอาเปรียบ ไม่เคยกินแรง สมัยหลวงพี่เป็นอุบาสก พาทำความสะอาด ไม่เคยเอาเปรียบ ไม่เคยชี้นิ้ว แต่ลงมือเลย เราทำความสะอาด รักความสะอาดเพราะยาย แล้วก็ดีใจที่เห็นรุ่นพี่ รุ่นก่อนๆ ถ่ายทอดให้น้องๆ น้องๆ ก็ทำความสะอาดเก่ง แต่ก็อยากให้สะอาดกันทุกๆ คน
เรากลับไปบ้าน ไปดูนะว่าอะไรไม่สะอาดบ้าง สังเกตไหมว่าเวลาเรามาฟังธรรมะ ฟังเรื่องคุณยายบ่อยๆ นี่ ยามใดก็ตามที่มีคุณยายอยู่ในหัวใจ มียายอยู่ในใจ เราไม่กล้าจะสกปรก เราไม่กล้าที่จะคิดไม่ดี เราจะรักบุญ เราจะรักธรรมะ
ฉะนั้น หลวงพี่ว่าคุณยายมีบุญมาก มีบุญมากๆ แล้วก็มีอานุภาพมาก เพียงแต่นึกถึงก็ทำให้เรามีความสุข เพราะทำให้เราได้บุญกัน ฉะนั้นขอให้ทุกคนได้รักษาคุณธรรมของยาย ๒ ข้อนี้ เบื้องต้นนะ ๒ ข้อนี้ให้ดี ทั้งเคารพอ่อนน้อม แล้วก็ความสะอาด ไปทำบ้านเราให้สะอาด ไปทำที่อยู่ที่ทำงานเราให้สะอาด อะไรที่ไม่สะอาด อะไรที่ไม่เป็นระเบียบ เคลียร์ให้หมด ให้เหมือนคุณยายนั่งอยู่ในหัวใจเรา ว่าถ้าคุณยายอยู่อย่างนี้ คุณยายจะทำอย่างไร หรือว่าถ้าเกิดพวกเราเป็นอย่างนี้กันทุกๆ คน การประกาศคุณงามความดีของยายนั้นก็จะชัดเจน แล้วนำความสุขมาให้แก่ผู้ปฏิบัติอย่างแน่นอน
โอกาสนี้ขอเรียนเชิญทุกท่านได้ปฏิบัติธรรม เอาบุญกับยาย ก่อนที่จะกลับบ้านกันนะ ขอเชิญจ้า ขอให้พวกเรานั่งธรรมะกันสักครู่หนึ่งนะ หลับตาของเราเบาๆ รักษาใจเราให้สบาย ใจของเราอยู่กับคุณยาย เป็นใจที่อยู่กับบุญ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งชีวิตจิตใจของคุณยายนั้น มีแต่บุญ มีแต่องค์พระ มีแต่พระธรรมกายที่ใส สว่าง อยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เรานึกถึงท่าน เราจะพบกับความสว่าง ความหมดจด ความบริสุทธิ์ ความผ่องใส นึกถึงทีไรก็มีความสุข นึกถึงทีไรก็ได้บุญ เราจะนึกถึงท่านที่กลางกายเรา รักเคารพท่าน ท่านอยู่กลางกายเรา ระลึกนึกถึงด้วยใจที่เป็นบุญ ด้วยใจที่กตัญญูกตเวที ให้ความเคารพบูชา
นึกไปถึงว่าคุณยายท่านมีคุณธรรมเป็นความดีหลั่งมาสู่พวกเราอย่างไร เราจะเอาบุญกับท่านตรงนี้ คุณยายชนะสิ่งต่างๆ ด้วยความดี ด้วยความงาม เป็นชัยชนะที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ เป็นชนะที่เป็นแบบอย่างของนักสร้างบารมี เราก็จะเจริญรอยตามท่านด้วยการตั้งปฏิญาณในใจว่ารัก เคารพยาย จะทำอย่างยาย แม้จะได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ขอให้ทุ่มเททำไปเถอะ ทำอย่างเต็มใจ เต็มความสามารถ รวมถึงว่าหากเราเอาบุญอะไรกะยายได้ ให้รีบเอาบุญเสีย เอาบุญกับยายนั้น มีแต่ได้กับได้ แล้วก็ได้ คือได้ทั้งมนุษย์สมบัติ ได้ทั้งสวรรค์สมบัติ ได้ทั้งนิพพานสมบัติ เห็นยายเสียสละ เห็นยายทำบุญอย่างเต็มที่ ทำเพื่อส่วนรวม เก็บเอาแต่บุญไป เก็บเอาแต่บุญไป ที่พูด ที่ปากท่านว่าคนเราเอาอะไรไปไม่ได้ เอาก็ได้แต่บุญ ยายจะเก็บเอาบุญไป แล้วก็เอาคนที่ เอาพวกเราที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาที่รักบุญไปกับท่านทั้งหมด ท่านพูดจากใจของท่านอย่างนั้น ท่านเป็นคนทำอย่างนั้น
ฉะนั้นโอกาสที่เราจะทำบุญให้คุณยายได้ จะเป็นบุญเล็กบุญน้อยบุญใหญ่ ทำไปเถอะ ยิ่งทำก็ยิ่งได้ ยิ่งทำก็จะเป็นสมบัติทับทวีให้เราได้ใช้สร้างบารมีกับยายตลอดไป ให้รักบุญกันมากๆ กันทุกๆ คน เราก็นึกถึงคุณยายนิ่งๆ สบายๆ ขอกุศลความดีที่พวกเราได้ร่วมกันทำในวันนี้ ทุกๆ บุญที่เราทำมาทั้งหมด บุญทั้งหลายที่เกิดจากความดีที่คุณยายเป็นต้นบุญ รวมบุญนั้นมอบถวายคุณยายด้วยความเคารพรักบูชา
ขออาราธนาบารมีธรรมของคุณยายมาปกปักษ์รักษาให้พวกเราได้ประพฤติปฏิบัติ ได้อยู่ในร่มเงาของพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย และเจริญรุ่งเรืองตลอดไป ให้ได้ทำบุญกับยายมากๆ ทำอย่างเต็มอิ่ม เต็มใจกันทุกๆ คน นึกที่กลางกายนะ
สัพเพ................จบ………
PAGE
PAGE 10
หน้า
431008EW-VST