ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ทั่วทั้งภพสาม ยากจักมีใครกล้าหาญประกาศปณิธานเช่นคุณยาย

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ ที่เคารพอย่างสูง กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณพระครูภาวนานุศิษย์ พระมหาเถระที่มีอายุพรรษากาลแก่กว่ากระผม กระผมกราบขอโอกาสแสดงธรรมในโอกาสบำเพ็ญกุศล เพื่อบูชาธรรมแก่คุณอาจารย์มหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มหาปูชนียาจารย์ กราบคารวะเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร ท่านผู้นำบุญและกัลยาณมิตรทุกท่าน วันนี้เป็นคืนวันที่ ๔ ของการบำเพ็ญกุศลใน ๓ วันที่ผ่านมา หลายๆ ท่านคงไม่ได้มีโอกาส มาร่วมการบำเพ็ญกุศล มีพระอาจารย์ได้มาแสดงธรรม เพื่อบูชาคุณครูบาอาจารย์ในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งแต่ละท่านก็มีความประทับใจที่แตกต่างกันไป อาตมาขอโอกาสในช่วงเริ่มต้นได้สรุปถึงสิ่งที่พระอาจารย์ได้กล่าวไว้ทั้ง ๓ วันที่ผ่านมา ในคืนวันจันทร์พระอาจารย์วิษณุ ปัญญาทีโป ได้กล่าวถึงกุศโลบายในการฝึกคนของคุณยายอาจารย์ โดยมีสาระสำคัญอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรกคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตนของคุณยายอาจารย์ พวกเราที่มาทันคุณยายอาจารย์ขณะที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ ก็จะทราบว่า แม้ท่านมีภูมิธรรมสูงเป็นครูบาอาจารย์ของเรา แต่ใครที่เข้ามาวัดแล้ว ท่านจะยกมือไหว้ก่อน เหตุผลประการหนึ่งที่ได้ให้กับลูกศิษย์เอาไว้ก็คือ บางคนเข้ามาวัดเป็นครั้งแรก เห็นคุณยายแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร กลัวเขาจะได้บาป ที่นึกไม่ดีกับคุณยาย ท่านจึงไหว้เขาก่อน หรือบางคนเข้ามาวัดแล้วคุณยายไหว้เขาก่อน ความรู้สึกคุ้นเคยก็เกิดขึ้น เขามาวัดใหม่ได้รับการต้อนรับอย่างดี ก็ไม่รู้สึกเคอะเขิน ครั้งต่อไปผู้ที่มาวัดเมื่อรู้จักว่าคุณยายเป็นใคร เขาก็จะไหว้คุณยายก่อนเพราะเกรงว่าคุณยายจะไหว้เขาก่อน ประเพณีการแสดงความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตนจึงเกิดขึ้น เป็นประเพณีของวัดพระธรรมกายมาถึงปัจจุบัน ประการที่ ๒ คือความสะอาดที่คุณยายพร่ำสอนอุบาสกทุกคนก่อนบวช โดยเฉพาะถึงกับเป็นประเพณีและคุณสมบัติที่เรารู้กันว่า อุบาสกคนใดที่มาอยู่วัดถ้ายังขัดห้องน้ำไม่เป็น ไม่สะอาด ก็ยังไม่มีการเสนอชื่อให้บวช ประการที่ ๓ คือระเบียบวินัยที่คุณยายอาจารย์มองการณ์ไกลและตั้งระเบียบวินัยไว้รองรับการขยายของหมู่คณะไว้ ๑๐ ข้อในวัด นี่เป็นวันแรกที่พระอาจารย์ท่านประทับใจในตัวคุณยาย คืนวันที่สอง วันอังคาพระปลัดสุธรรม สุธัมโม ได้กล่าวถึงการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นมงคลโดยเฉพาะคุณยายอาจารย์ของเรา ท่านเล่าถึงประวัติของท่านก่อนที่จะมาพบคุณยายอาจารย์ และสิ่งที่ประทับใจมาก คือท่านมาพบคุณยายอาจารย์แล้วไม่ได้ปริปากพูดถึงประวัติท่านเลย แต่คุณยายก็สามารถพูดประวัติของท่านให้ท่านฟังได้ ท่านมีศรัทธาได้ตั้งใจที่จะมาช่วยงานพระศาสนา และเข้ามาร่วมสร้างบารมีกับหมู่คณะได้ เป็นสิ่งที่ท่านได้เล่าเอาไว้ ประการสุดท้ายที่ท่านเล่าเอาไว้ คือสิ่งที่คุณยายไม่ชอบมาก ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือ การประพฤติพรหมจรรย์ไม่บริสุทธิ์ในการอยู่ร่วมกัน และประการที่ ๒ เมื่อเรียนธรรมะแล้ว ใครเอาไปทำเลอะ ๆ เทอะ ๆ คุณยายอาจารย์ไม่ชอบมาก ๒ ประการนี้ มาถึงเมื่อวานนี้ พระอาจารย์ณรงค์ ทันตจิตโต ได้เปรียบเทียบคุณยายกับพระเจดีย์เอาไว้ ๕ ประการ ประการแรก พระเจดีย์นั้นอยู่ใกล้ อยู่ไกลก็เห็น เปรียบกับคุณยาย ไม่ว่ากัลยาณมิตรจะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลคุณยาย ก็ได้คุณยายเป็นที่พึ่ง ประการที่ ๒ พระเจดีย์นั้นมีความมั่นคงเสมือนดังจิตใจของคุณยายอาจารย์ ประการที่ ๓ พระเจดีย์นั้นเป็นสิ่งที่ควรสักการะเคารพบูชา ประดุจดังคุณธรรมของคุณยายอาจารย์ ประการที่ ๔ รูปทรงของพระเจดีย์ในอดีต นั้นเป็นการจำลองเอาจักรวาล คุณยายอาจารย์ของเราก็เหมือนกัน เก็บเอาความรู้ทั้งหมดของทั้งจักรวาลเอาไว้ในกายของท่าน และประการสุดท้าย ประการที่ ๕ เจดีย์นั้นเป็นสิ่งที่บรรจุเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไว้ภายใน ทั้งพระบรมสารีริกธาตุ พระธรรม เช่นเดียวกัน คุณยายอาจารย์ตั้งแต่บรรลุธรรมได้ไปทำวิชชากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กายของท่านก็บรรจุเอาพระรัตนตรัยเอาไว้ บรรจุเอาพระพุทธเจ้าเอาไว้นับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน นี่เป็นสิ่งที่พระอาจารย์ณรงค์ได้เปรียบเทียบคุณยายกับพระเจดีย์ วันนี้อาตมามีสิ่งที่ประทับใจโดยสรุปอยู่ ๒ อย่างที่จะกล่าวถึง ซึ่งเป็นสองอย่างนี้ทำให้อาตมาประคับประคองตัวเอง แล้วรักที่จะอยู่กับหมู่คณะมาได้ถึงวันนี้ ๒ ประการนั้นก็คือ ปณิธานอันยิ่งใหญ่ของคุณยายอาจารย์และความโชคดีของเรา ในวัฏสงสารอันยาวไกล การเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง ในแต่ละกัป จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นไม่เกิน ๕ พระองค์ ในกัปนี้ มีพระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปแล้ว ๔ พระองค์ มีคำกล่าวเอาไว้ในพระไตรปิฎกอรรถกถา สรรเสริญพระพุทธคุณอันยิ่งใหญ่ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ว่า พระสารีบุตร เป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแต่งตั้งเอาไว้ให้เป็นผู้เลิศในด้านมีปัญญามาก เป็นเสมือนพระธรรมเสนาบดี สถานที่ใดที่พระสารีบุตรเดินทางไปแสดงธรรมก็เหมือนกับพระพุทธองค์เสด็จไป พระสารีบุตรถึงแม้จะมีปัญญามากมายอย่างนี้ เมื่อพระสารีบุตรกล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าจากสิ่งที่ได้รู้ได้เห็น ท่านอุปมาไว้ว่า เหมือนแม่น้ำแห่งหนึ่งที่มีน้ำท่วมล้น มีปริมาณมากกว้าง ถึง ๑๘ โยชน์ (โยชน์หนึ่งเท่ากับ ๑๖ กิโลเมตร) มีบุรุษคนหนึ่งเอาก้นเข็มจุ่มลงไปในน้ำเพื่อที่จะตักน้ำนั้นขึ้นมา น้ำที่ติดบ่วงเข็มขึ้นมานั้นมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบน้ำที่ไหลท่วมบ่าล้นไปฉันใด พระพุทธคุณที่พระสารีบุตรนำมากล่าวสรรเสริญตามที่ท่านได้รู้ได้เห็น ก็มีปริมาณเพียงน้ำที่ติดอยู่ที่ก้นเข็ม ฝุ่นอันมากมายในแผ่นดิน บุคคลใดบุคคลหนึ่งเอามือจับฝุ่นขึ้นมา ฝุ่นนั้นมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับฝุ่นในแผ่นดินฉันใด พระพุทธคุณที่พระสารีบุตรสามารถนำมากล่าวสรรเสริญได้ก็เป็นเพียงฝุ่นในมือเท่านั้น นิ้วที่ชี้ไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ชี้ไปในนภากาศ ส่วนที่นิ้วชี้ไปถึง เมื่อเทียบกับส่วนที่นิ้วชี้ไปไม่ถึง ส่วนที่นิ้วชี้ไปนั้นมีปริมาณเพียงน้อยนิดฉันใด พระพุทธคุณที่พระสารีบุตรนั้นรู้เห็นก็เพียงปริมาณน้อยนิด ท่านถึงกับกล่าวคุณของพระพุทธเจ้าเอาไว้ว่า คุณของพระพุทธเจ้านั้นหาประมาณมิได้ แม้พระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งจะตรัสสรรเสริญพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งตลอดระยะเวลาอันยาวนานเป็นกัป กัปนั้นล่วงไปแล้ว หมดไปแล้วแต่ พระพุทธคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังไม่จบสิ้น เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายผู้ปรารถนาบรรลุพระโพธิญาณจะต้องบำเพ็ญบารมีอันยาวนาน อย่างน้อย ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป คือตั้งความปรารถนาในใจ ๗ อสงไขย สร้างบารมีแล้วเปล่งวาจาให้มหาชนได้ทราบอีก ๙ อสงไขย หลังจากที่ได้รับพุทธพยากรณ์ อีก ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายจึงต้องอาศัยความเพียรอย่างยิ่งยวดยาวนาน พระบรมโพธิสัตว์จะต้องสละทรัพย์ อวัยวะ ชีวิตเพื่อแลกเอาการบำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ ประการ มีทานบารมีเป็นต้น และความปรารถนาที่จะพาสรรพสัตว์ทั้งหลายไปสู่พระนิพพานนั้น จะต้องไม่เลือนลางไปจากหัวใจของท่านตั้งแต่วันแรกที่ตั้งความปรารถนา จนกระทั่งได้บรรลุพระโพธิญาณ แต่หากจะมีใครสักคนหนึ่ง มีดวงใจเยี่ยงพระโพธิสัตว์ แต่มีความปรารถนาที่จะพาสรรพสัตว์ทั้งหลายเข้าสู่พระนิพพานให้หมดสิ้นไม่มีเหลือเลย แม้มโนรถของบุคคลนั้นจะยังไม่สำเร็จลุล่วง เราควรจะตั้งบุคคลนั้นไว้ในฐานะใด ตลอดทั้งภพ ๓ ในระยะเวลาอันยาวนานจะมีผู้ตั้งความปรารถนาที่จะปราบมารให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ และเข้าพระนิพพานเป็นคนสุดท้ายนี้จะมีสักกี่คน บุคคลหนึ่งในนั้นอันหาได้ยาก ท่านประดิษฐานอยู่ในเรือนทองข้างหน้าของพวกเราทั้งหลาย ร่างเล็ก ๆ ของคุณยายที่เก็บดวงใจอันยิ่งใหญ่ไว้นี้ เป็นเสมือนเมล็ดโพธิ์เมล็ดนิดเดียว แต่เก็บความยิ่งใหญ่ไว้ภายในเมล็ดโพธิ์นั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเหตุให้เกิดความรักและความผูกพันกันเอาไว้ ๒ ประการ ประการแรก คือความเป็นผู้คุ้นเคยกันมาในอดีต เคยอยู่ร่วมกันมา เคยสร้างความดีสร้างบุญร่วมกันมา ประการที่ ๒ การเกื้อกูลกันในปัจจุบัน ก็เป็นเหตุให้เกิดความรักความผูกพันกันได้ ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาต พราหมณ์เฒ่าผู้หนึ่งได้เข้ามาโอบกอดพระบาทของพระองค์ แล้วกล่าวว่าลูกไปไหนมา ลูกไปไหนมา เรียกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็นลูก พระอานนท์และชนทั้งหลายที่เห็นเหตุการณ์อยู่ต่างก็ทราบว่าพระพุทธบิดาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองเมืองกบิลพัสดุ์ ไม่ใช่พราหมณ์เฒ่าผู้นี้ พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นเลิศ ก็เสด็จตามคำนิมนต์ของพราหมณ์ เมื่อไปถึงบ้านแล้ว พราหมณ์เฒ่าก็เรียกนางพราหมณีผู้เป็นแม่บ้านออกมาพบ นางพราหมณีออกมาเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ร้องให้ด้วยความปีติ แล้วก็กล่าวว่าลูกไปไหนมา ลูกไปไหนมาทำไมไม่มาดูแลพ่อแม่ ที่ชราภาพมากแล้ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์ทั้งสอง จบพระธรรมเทศนาทั้งสองก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามีบุคคล และท่านก็ตรัสให้ภิกษุทั้งหลายผู้สงสัยว่าพราหมณ์ทั้งสองเรียกพระองค์ว่าเป็นบุตรได้อย่างไร ว่าพราหมณ์ทั้งสองนี้เคยเกิดเป็นพ่อเป็นแม่ของพระองค์มาถึง ๕๐๐ ชาติ เคยเกิดเป็นอาเป็นน้ามาถึง ๕๐๐ ชาติ เคยเกิดเป็นปู่เป็นย่ามาถึง ๕๐๐ ชาติ พระองค์ตรัสว่าเราเจริญเติบโตในมือของพราหมณ์ทั้งสองนี้ตลอด ๑๕๐๐ ชาติต่อเนื่องไม่ขาดเลย ความรัก ความผูกพัน ความคุ้นเคยจึงทำให้พราหมณ์ทั้งสองเรียกพระองค์ว่าเป็นบุตร ท่านทั้งหลาย พวกเราทั้งหลายผู้มีโชคอันประเสริฐ ได้มีโอกาสมาสร้างบุญร่วมกับคุณยายอาจารย์ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ต้องขอโอกาสท่านผู้นำบุญทั้งหลายนะ อยากจะเห็นความเป็นผู้โชคดีของท่านทั้งหลาย พวกเราท่านใดที่ได้เคยมาร่วมสร้างบุญกับยายตั้งแต่ครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ช่วยยกมือให้ดูนิดหนึ่ง ขออนุโมทนาบุญด้วยนะ คุณยายเคยสอนเอาไว้ว่า ถ้ารักใครแล้วให้ชวนเขามาทำบุญด้วยกัน แม้จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ญาติสนิทมิตรสหายก็ขอให้ชวนเขามาร่วมบุญด้วยกัน ถ้าเราไม่ชวนเขามาร่วมบุญ ก็ไม่มีบุญที่จะผูกพันกัน ก็จะเริ่มห่างกันไปเรื่อย ๆ จากคืบก็เป็นศอก จากศอกก็เป็นวา จากวาก็เป็นโยชน์แล้วก็ห่างกันไปเรื่อย ๆ จึงเป็นโอกาสดีของพวกเราทั้งหลายที่ได้มาร่วมบุญกับคุณยาย จะขอโอกาสเล่าเรื่องของบุคคลที่น่าเสียดายที่มิได้มีโชคอย่างพวกเรา เรื่องแรกเป็นเรื่องของกาฬเทวิลดาบส ครั้งเมื่อพระบรมโพธิสัตว์จุติเข้าสู่พระครรภ์ของพระพุทธมารดา เมื่อท่านประสูติจากพระครรภ์ ในครั้งนั้น กาฬเทวิลดาบสเป็นนักบวชประจำตระกูลของพระเจ้าสุทโธทนะ เป็นที่เคารพเลื่อมใสของพระเจ้าสุทโธทนะและชาวเมือง กาฬเทวิลดาบสนี้ได้สมาบัติ ๘ ทรงอภิญญา หลังจากฉันภัตตาหารแล้วท่านชอบไปพักอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้งหนึ่งท่านไปพักบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เห็นเทพบุตรและเทพธิดาทั้งหลายสนุกสนานร่าเริงยินดี ท่านก็เข้าไปถามว่าเทพบุตรและเทพธิดาทั้งหลายนั้นว่าร่าเริงยินดีด้วยเหตุอะไร เทพบุตรและเทพธิดาทั้งหลายกล่าวตอบว่า ที่ร่าเริงยินดีเพราะว่าขณะนี้พระบรมโพธิสัตว์ประสูติออกจากพระครรภ์ของพระพุทธมารดาแล้ว จะได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระบรมโพธิสัตว์ที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอีกไม่นานแล้ว ดีใจเหลือเกิน เมื่อฟังธรรมแล้วก็จะได้ทราบหนทางแห่งความหลุดพ้น เมื่อกาฬเทวิลได้ทราบดังนั้นก็เหาะลงมาเข้าไปสู่พระราชวัง หวังจะได้เห็นพระบรมโพธิสัตว์ พระเจ้าสุทโธทนะทรงจัดอาสนะให้กาฬเทวิลดาบส แล้วก็นำพระบรมโพธิสัตว์มาเพื่อปรารถนาจะให้ไหว้พระดาบส เมื่อพาพระบรมโพธิสัตว์มาถึง แทนที่พระบรมโพธิสัตว์จะไหว้ พระบาททั้งสองของพระโพธิสัตว์กลับขึ้นไปประดิษฐานบนชฎาของพระดาบส พระดาบสเห็นเหตุการณ์อย่างนั้นก็ระลึกชาติไป ทราบว่ากุมารนี้คือพระบรมโพธิสัตว์แล้วก็ตรวจดูไปอนาคต ก็เห็นว่าพระบรมโพธิสัตว์นี้จะได้ตรัสรู้ธรรมเมื่ออายุ ๓๕ ปี จึงแย้มยิ้มด้วยความดีใจ แล้วตรวจดูต่อไปว่า ตัวของท่านเองจะได้มีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาหรือไม่ ก็ทราบว่าตัวของท่านจะตายเสียก่อนแล้วไปเกิดในพรหมโลกชั้นอรูปพรหม ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าไม่ขึ้นไปแสดงธรรม ท่านก็ร้องให้ ด้วยความเสียใจที่ท่านจะไม่ทราบหนทางแห่งความหลุดพ้น พวกพระเจ้าสุทโธทนะ รวมทั้งมหาอำมาตย์ทั้งหลายเห็นพระดาบสหัวเราะแล้วร้องไห้ก็เกิดความแปลกใจก็เลยถาม พระดาบสก็บอกว่าที่ท่านแย้มยิ้มครั้งแรกนั้น เป็นเพราะพระบรมโพธิสัตว์นี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงปีติดีใจ แต่ที่ร้องให้เพราะว่าชีวิตของท่านไม่ทัน มัจจุมารมาพรากไปเสียก่อน แม้บุคคลที่ฝึกตัวมามากแต่ไม่รู้หนทางอันประเสริฐที่จะไปสู่ความหลุดพ้น ก็เป็นที่น่าเสียดาย เรื่องที่ ๒ ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ทรงเห็นลูกสุกรตัวหนึ่ง ท่านก็แย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์เสด็จตามก็สงสัย จึงทูลถามพระองค์ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสว่าอานนท์ เธอเห็นลูกสุกรนั้นไหม นางลูกสุกรนี้เคยเกิดเป็นแม่ไก่ อยู่ในที่ใกล้ของพระภิกษุได้ฟังธรรมจากพระภิกษุรูปหนึ่ง มีจิตที่เลื่อมใส จุติจากแม่ไก่แล้วไปเกิดเป็นพระราชธิดาในตระกูลกษัตริย์ พระราชธิดานั้นเจริญวัยแล้ว เข้าไปในห้องน้ำเห็นหนอน เอาหนอนนั้นเป็นอารมณ์ทำกัมมัฏฐานได้บรรลุปฐมฌาน รักษาธรรมะนั้นจนกระทั่งสิ้นอายุขัย เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วพระนางได้ไปเกิดในพรหมโลก แต่เนื่องจากความสับสนแห่งภพ เมื่อสิ้นบุญจากพรหมโลกแล้วนางมาเกิดเป็นลูกสุกรตัวนี้ เรื่องที่สาม เป็นเรื่องสุดท้ายในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีอยู่สองตระกูลมีสมบัติมากในแต่ละตระกูลมีสมบัติอยู่ประมาณ ๘๐ โกฏิ ตระกูลหนึ่งมีลูกชาย อีกตระกูลหนึ่งมีธิดาสาว ทั้งสองตระกูลนี้มีทรัพย์ใกล้เคียงกันคือ ๘๐ โกฏิ ปัจจุบันก็ประมาณ ๘๐๐ ล้านนะ เมื่อลูกเจริญวัย พ่อแม่มีความเห็นว่า ทรัพย์ที่เรามีอยู่นี้มากพอที่จะให้ลูกใช้จ่ายได้ตลอดชีวิต แม้ไม่ต้องทำมาหากินเลยจึงไม่ได้ให้ลูกศึกษาศิลปวิทยาใด ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพ เมื่อทั้งสองเจริญวัยแล้วก็ให้แต่งงานกัน แต่มาพ่อแม่ทั้งสองตระกูลตายลง สมบัติ ๑๖๐๐ ล้านก็ตกเป็นของบุตรเศรษฐีนี้ บุตรเศรษฐีนี้มีกิจที่ต้องไปเข้าเฝ้าพระราชาทุกวัน ในระหว่างทางนักเลงสุรา เห็นบุตรเศรษฐีแล้วปรารถนาจะได้ทรัพย์นั้น มาเลี้ยงพวกตัวเอง จึงเข้าไปตีสนิท แล้วในที่สุดก็เข้าไปสร้างความคุ้นเคยชักชวนบุตรเศรษฐีนั้นมาร่วมวงสุราได้ เศรษฐีและภรรยา ใช้ทรัพย์ที่เป็นมรดกของพ่อแม่จนกระทั่งทรัพย์นั้นค่อย ๆ หมดไป หมดไป จนต้องขายบ้านตัวเอง ในที่สุดก็ถูกขับออกจากบ้านมาอาศัยเศษอาหารอยู่ในเมืองนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นแล้วก็แย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์ทูลถามเหตุนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสเล่าถึงเหตุทั้งหมดให้ฟัง แล้วก็ตรัสว่า หากเศรษฐีและภรรยานี้ตั้งใจประกอบกิจการงาน ตั้งแต่อยู่ในปฐมวัยจะได้เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมือง หากออกบวชตั้งแต่ปฐมวัย เศรษฐีนี้จะได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ส่วนภรรยาจะได้เป็นถึงพระอนาคามีบุคคล ถ้าเศรษฐีและภรรยาตั้งใจทำมาหากินเลี้ยงชีพบริหารทรัพย์ แสวงหาทรัพย์เมื่ออยู่ในมัชฌิมวัย วัยกลางคน จะได้เป็นเศรษฐีอันดับสองของเมือง ถ้าออกบวชในวัยกลางคน เศรษฐีนี้จะบรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี ส่วนภรรยาจะได้บรรลุธรรมเป็นพระสกิทาคามี ถ้าเศรษฐีและภรรยาตั้งใจทำมาหากินประกอบสัมมาอาชีวะในปัจฉิมวัย จะได้เป็นเศรษฐีอันดับสามของเมือง ถ้าออกบวชในวัยในช่วงปัจฉิมวัย จะได้เป็นบรรลุธรรมถึงพระสกิทาคามี ส่วนภรรยาจะได้เป็นพระโสดาบัน แต่มาบัดนี้ทั้งสองพลาดจากโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ เพราะไม่ได้บูชาบุคคลที่ควรบูชา ไม่ได้คบบัณฑิต ไปคบคนพาลเสียก่อน มีเรื่องที่พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ได้เล่าเอาไว้ตั้งแต่ มาพบคุณยายใหม่ ๆ ท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ท่านยังไม่ได้บวช ท่านเคยฝัน ว่าเห็นบ้านเรือนทรงไทยหลังหนึ่ง ท่านขึ้นไปบนบ้าน เห็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งอยู่ในบ้าน ที่หน้าพระพุทธรูปนั้นมีถาดเงินวางอยู่พระพุทธรูปก็กล่าวว่า ให้เปิดหน้าต่างออก ในฝันท่านก็เดินไปเปิดหน้าต่าง ทันทีที่เปิดหน้าต่าง ดวงดาวมากมายบนท้องฟ้า ก็ตกลงมาเป็นสายเข้ามาในบ้านแล้วก็มาลงที่ถาดนั้น มีบางส่วนไม่ได้เข้าบ้านแต่พลัดไปตกคูน้ำ ท่านได้นำความฝันนี้มาเล่าให้คุณยายฟัง คุณยายท่านก็ทำนายฝันว่า อีกหน่อยคุณจะได้บวช เนื่องจากตอนนั้นยังไม่ได้บวชนะ จะมีผู้มีบุญบารมีแก่ ๆ ทั้งหลายมาร่วมสร้างบุญอย่างมากมาย ดวงดาวที่ตกมาในถาด หมายถึงผู้มีบารมีมาร่วมสร้างบารมีกับคุณแต่ส่วนที่ตกคูน้ำคือคนที่มาไม่ถึง นี่เป็นความโชคดีของพวกเราทั้งหลาย พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า ถ้าไม่มียาย ก็ไม่มีวัดพระธรรมกาย ๓๐ ปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกท่านได้หยุดพินิจพิจารณาว่า หากไม่มีวัดพระธรรมกาย ณ ขณะนี้ เราอยู่ ณ จุดใด ในการแสวงหาประโยชน์ของชีวิต นี่เป็นความโชคดี สิ่งที่อาตมาประทับใจและเป็นสิ่งที่ประคับประคองตัวเองมาได้ จนถึงปัจจุบันด้วยเหตุสองประการ คือเป็นความโชคดีของเราที่มีครูบาอาจารย์ที่มีปณิธานอันยิ่งใหญ่อย่างนี้ และเป็นโชคดีของเราที่ได้มาเป็นลูกหลานของคุณยาย ในโอกาสสุดท้ายนี้จึงขอเชิญพวกเรา ได้หลับตาสำรวมใจระลึกนึกถึง บารมีธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตเจ้าทั้งหลาย บุญบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ บุญบารมีที่พวกเราทั้งหลายได้ติดตามคุณยายบำเพ็ญบารมีมาตลอด บางท่านก็ตั้งใจว่าวันนี้จะสร้างโป้งประวัติศาสตร์ เพื่อเอาบุญนี้บูชาธรรมแก่คุณยายอาจารย์ เราก็อธิษฐานให้บุญนี้เป็นบุญที่จะผูกพันให้เราได้ตามติด ติดตามสร้างบารมีกับคุณยายอาจารย์ อยู่ในวงบุญของท่าน ไปทุกชาติทุกชาติกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม *********************************** จบ ***********************************