คำสอนสั่งครั้งสุดท้ายของคุณยาย / ศิษย์น้อมถวายสิ่งที่เลิศเพื่อบูชา
(เริ่มม้วน 1/A)
พิธีกร ตั้งใจกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ กราบ กราบ กราบ
ล.พ.ทัตตะ กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่เคารพ ขอกราบแทบเท้าพระเถระ ที่ได้เมตตามาร่วมงานของคุณยายอาจารย์ในครั้งนี้ เพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรลูกหลานยายนักสร้างบารมี ทุกๆ คน (สาธุ)
ก็นั่งกันเอาสบายๆ ก็แล้วกันนะ สำหรับวันนี้ เนื่องจากเป็นวันบำเพ็ญกุศลของเรา เป็นวันแรก แล้วก็พวกเราก็มีเรื่องค้างใจที่อยากทราบกันหลายเรื่องเหมือนกัน เกี่ยวกับคุณยายของเรา เพราะฉะนั้นเพื่อให้พวกเราหายค้างคาใจเรื่องต่างๆ ซึ่งอาจจะเก็บอั้นอกกันเอาไว้หลายปี มาด้วยกันโดยที่หลวงพ่อเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้อธิบายชี้แจงให้ทราบกัน เออ ทั่วหน้านัก อาจจะเล่าให้บางท่านฟังบ้างเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่ละเอียด ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่เอื้ออำนาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาครั้งนี้คุณยายอาจารย์ของพวกเราได้ลาพวกเราไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ว่าทางวัดก็เพิ่งมาแจ้งให้พวกเราทราบในวันพฤหัส แล้วก็ได้มาร่วมประกอบพิธีกันในวันนี้
ทั้งหมดนี้ได้ทำไปตามคำสั่งของคุณยายทั้งสิ้น ไม่ใช่นึกเอง ทำเอง ก็ขอย้อนหลังกลับไปซักนิดหนึ่งก็แล้วกัน พวกเราคงจำได้ว่า ในระยะหลังจากที่พวกเราได้ทอดกฐินร่วมกับคุณยาย บางครั้งในระยะสิบที่ผ่านมานี้ บางครั้งคุณยายก็มาร่วมกล่าวคำถวายผ้ากฐินพร้อมๆ กับเรา และบางปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ ๕-๖ ปีที่ผ่านมานี้ คุณยายไม่ค่อยได้ออกมาพบกับพวกเราเลย แม้แต่ในงานกฐินก็ตาม ที่คุณยายไม่ได้ออกมาพบกับพวกเรานั้นน่ะ สาเหตุสำคัญก็คือ ก็ด้วยอายุของคุณยายตอนนั้นก็ใกล้ ๙๐ ปีเข้าไปแล้ว หมอสั่งห้ามเลย ว่า ด้วยสุขภาพของคุณยายซึ่งใกล้ ๙๐ ปีนั้นน่ะ แม้จะเดินเหิรได้คล่องแคล่วแบบผู้เฒ่าวัย ๙๐ ก็ตาม ไม่ได้ป่วย ไม่ได้ไข้ แต่ว่าคุณหมอขอกันเลยว่า หากจะได้เห็นคุณยายอายุยืนยาวเป็นขวัญเป็นกำลังใจในการสร้างบารมีให้กับพวกเราได้นานๆ ล่ะก็ ขอนะ ว่า
๑. เนื่องจากดินฟ้าอากาศบ้านเรา บางครั้งก็แปรปรวนกันพอสมควร เนื่องจากมลภาวะในประเทศของเรา เออ กำลังคุกคามอย่างมากทั่วประเทศนั่นแหละ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง
และก็ประการที่ ๒ เมื่ออายุใกล้ ๙๐ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ต้นฤดูฝนบ้าง ต้นฤดูหนาวบ้าง ซึ่งดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงมาก คนเป็นหวัดกันเยอะ เป็นไข้หวัดกันงอมแงมกัน ในบางช่วง หมอได้ขอร้องไว้เลยว่า อย่าให้คุณยายได้ออกไปรับแขกเลย ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ เออ เวลาพวกเราอยู่พร้อมหน้าอาจจะนั่งรถ และก็ผ่านพวกเราไป พอให้เราได้กราบ ได้ไหว้กันบ้าง แต่อย่าอยู่ใกล้ชิดนัก เดี๋ยวเชื้อหวัดเชื้อไข้ไปติดยายเข้าจะแก้ไขยาก นี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ว่าในระยะ ๕ - ๖ ปีที่ผ่านมานี้ พวกเราไม่ค่อยได้พบคุณยายบ่อยนัก แต่ว่าแม้พวกเราไม่ค่อยได้พบคุณยายบ่อย แต่คุณยายได้พบพวกเราบ่อย ทำอย่างไร ก็มีทั้งโดยตรง แล้วก็โดยอ้อม โดยตรงก็คือที่บ้านพักของคุณยาย ทิวทัศน์ดีแล้วสามารถมองเห็นพวกเราสามารถปฏิบัติธรรมได้ชัด มองมาที่สภาธรรมกายสากลนี้ก็ชัด มองไปที่มหาธรรมกายเจดีย์ของเราก็ชัด เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวของพวกเรานั่นแหละ ไม่ว่าจะมาร่วมกันทำบุญก็ตาม มาร่วมปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิกันก็ตาม ชักชวนกันทุ่มเทกัน สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ สร้างสภาธรรมกายสากลนี้กันอย่างชนิดที่เรียกว่า ทุ่มชีวิตเป็นเดิมพันกันทีเดียวในการก่อสร้าง ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของคุณยายหมด นี้โดยตรง
โดยอ้อม เราได้บันทึกวีดีโอเอาไปให้คุณยายดู คุณยายได้เห็นภาพการสร้างบุญสร้างบารมีของพวกเราผ่านวีดีโอที่เอาไปถวายยายแล้วก็หลายๆ ครั้งที่เราประกอบพิธีใหญ่ ก็ถ่ายทอดเสียงของพวกเรานั่นแหละ ไม่ว่าชิตังเม หรืออะไรก็ตามทีล่ะ เอาไปให้คุณยายได้ยินกัน เพราะฉะนั้น คุณยายาของเรา ไม่ได้ห่างพวกเราเลย เพียงแต่ว่าโอกาสที่จะให้พวกเราได้กราบใกล้ชิดอย่างเมื่อก่อน ต้องอยู่ในความระมัดระวัง นี้เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากจะให้พวกเราได้รับทราบ
ที่นี้ เรื่องที่สอง ที่พวกเราก็คงจะค้างคาใจกันอยู่มากทีเดียว หลวงพ่อทั้งสองรูปโดนซักโดนถามกันมากว่า ในการดูแลสุขภาพของคุณยาย ดูแลกันอย่างไร ซักถามกันด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และบางเรื่องในขณะนั้นก็บอกไม่ได้ บอกได้เป็นบางเรื่อง บางเรื่องบอกแล้วไม่เหมาะ แต่วันนี้ก็ขอบอกก็แล้วกันชัดเจนลงไป ทำไม่เหมาะไม่เหมาะเดี๋ยวจะทราบเอง เราได้จัดคณะผู้ดูแลสุขภาพคุณยาย คือ ทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาลที่คุณยาย เออ ที่เคยรับใช้ใกล้ชิดคุณยาย ได้ติดตามดูแลสุขภาพคุณยายกันมากันนานนับเป็นสิบๆ ปี นานจะกระทั่งว่า แม้แพทย์ แม้พยาบาลเหล่านั้นเองก็ชักชราภาพใกล้เคียงกับยายไปด้วยกันนั่นแหละ สำหรับแพทย์และพยาบาลที่ช่วยกันดูแลนี้ ก็มีหลายท่านด้วยกัน วันนี้จะไม่เอ่ยชื่อล่ะ เอาว่าให้ทราบภาพรวมๆ กัน
ทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาล รวมทั้งเภสัชด้วยนะ ท่านเหล่านี้รวมแล้วหลวงพ่อว่า ร่วมร้อยมั๊ง ไม่ถึงก็เฉียดๆ แหละ ก็หมุนเวียนกันมาช่วยกันให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ ให้การดูแลคุณยายของเราเป็นประจำ นี่ก็หลวงพ่อก็ขออนุโมทนาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะ (สาธุ)
หลายๆ ครั้งหยุกยาบางตัวที่จำเป็นจะต้องใช้กับคุณยาย ไม่มีในประเทศไทย ก็ได้ท่านเหล่านี้บ้าง ญาติโยมของพวกเราบ้างที่อยู่ในต่างประเทศ ญาติโยมของพวกเราที่ทำงานตามสายการบินต่างๆ บ้าง ได้ไปติดตามหาหยุกยาเหล่านั้นข้ามประเทศมาถวายมามอบให้คุณยาย มารักษาประคับประคองสังขารคุณยายของเราให้แข็งแรง นี้ก็เป็นบุญใหญ่อีกบุญหนึ่งทีเดียว แล้วก็ปัจจัยต่างๆ ที่พวกเราได้มาร่วมกันสร้างวัด ได้ร่วมถวายเป็นปัจจัยบูชาธรรมคุณยาย ไม่ว่าคนละมาก คนละน้อย ก็ได้รวบรวมเป็นค่าหยุกยา ค่าดูแลรักษาคุณภาพ เออ รักษาสุขภาพของคุณยายได้โดยทั่วหน้ากันนี้แหละ ก็ขอให้พวกเราได้บุญเยอะๆ ด้วยกันทุกคนนะ (สาธุ)
ที่นี้ นอกจากคณะแพทย์ คณะพยาบาล ภาสัช และพวกเราอย่างที่กล่าวมาแล้วนี้ ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันนี่ ได้ช่วยเหลือกันเติมที่อย่างนี้แล้วก็ตามที แต่ว่าด้วยวัยใกล้ ๙๐ ของคุณยายตอนนั้น ก็ต้องยอมรับว่า ถึงแม้จะได้ดูแลคุณยายกันอย่างดี จากกลุ่มลูกหลานยายที่ใกล้ชิด อาสาสมัครเข้ามา มารับใช้คุณยายกัน เออ เต็มที่เลย อย่างน้อย สิบกว่าคน เกือบยี่สิบคนด้วยกัน หมุนเวียนเข้ามาอยู่ค้างคืนรับใช้คุณยายเหมือนเป็นลูกเป็นหลานอยู่ในบ้านยาย ซักเสื้อซักผ้าต่างๆ นา นา เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คุณยาย ทำกันเต็มที่นี้ก็ก็เป็นพวกเราอีกกลุ่มหนึ่ง เออ มีใครบ้าง เมื่อกี้ส่วนหนึ่งก็ได้ขึ้นไปนั่งถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคุณยายที่พวกเราได้เห็นนั่นแหละ และก็นั่งอยู่แถวหน้านั่นแหละ ฝ่ายอุบาสิกาเป็นส่วนใหญ่ นี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยกันดูแลคุณยาย แต่ว่าทั้งๆ ที่ดูแลอย่างดีอย่างนี้แล้ว คุณยายเองก็บางครั้งการนั่งสมาธินาน ๆ ท่านั่งขัดสมาธิ ทำสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วชี้ขวาจรดหัวแม่มือซ้าย ซึ่งยายใช้ประโยคเหล่ากับพวกเราเป็นประจำตั้งแต่เริ่มสร้างวัด แต่ว่าเมื่อวัยใกล้ ๙๐ ของท่านเข้า การนั่งท่านี้ของท่านก็นั่งได้ไม่นานเริ่มล้าลง เราก็จัดอาสนะจัดที่นั่ง จัดเก้าอี้ทุกอย่างเรียบร้อย สำหรับยายได้นั่งสมาธิให้เต็มที่
แต่ขณะนั้นก็ตาม บางช่วง บางระยะ สังขารไม่อำนวยต้องนานทำสมาธิ ยายก็ทำสมาธิไม่ขาดเหมือนกัน แม้ในท่านอน ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะฝากเอาไว้ ว่า แม้คุณยายสังขารเริ่มร่วงโรยมาก ลุกขึ้นนั่งสมาธิไม่ถนัด แต่ว่าไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นในวัดพระธรรมกายนี่ คุณยายรับรู้ รับทราบ แม้ลุกขึ้นไม่ได้ แต่ก็ยังให้คำแนะนำให้คำตักเตือนสอนวิธีแก้ไขให้ เป็นช่วงๆ เป็นระยะๆ แล้วก็คลุมบุญให้กับพวกเรา คุณยายปลื้มอกปลื้มใจ ดีอกดีใจที่ว่าแม้ในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ๒ – ๓ ปีนี้ ลูกหลานยายไม่ทิ้งวัด ไม่ทิ้งการปฏิบัติธรรม ยังมาวัดกันเป็นปกตินี้ก็ช่วยให้คุณยายของเราปลื้มอกปลื้มใจ และก็เป็นกำลังใจให้ เออ คุณยายได้อยู่กับพวกเรานานถึง ๙๒ ปี คือมาถึงวันนี้ หลวงพ่อก็ขออนุโมทนาบุญกับพวกเราด้วยนะ (สาธุ)
ในระยะ ๔ - ๕ ปีหลังนี้เอง โดยสภาพสังขารที่บางครั้งไม่เอื้ออำนวยอย่างนี้ แต่ว่า คุณยายเป็นทั้งหมดของชีวิตพวกเรานั่นแหละ เคยมีหลายคนถามหลวงพ่อว่า พระคุณของพ่อแม่กับพระคุณของครูบาอาจารย์ไหนจะมากกว่ากัน หลวงพ่อก็ตอบเขาไป บอกว่าก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่และก็ครูบาอาจารย์ท่านั้นๆ ว่า ท่านทุ่มเทสร้างพระคุณกับลูกหลาน ลูกศิษย์ของท่านอย่างไร แต่สำหรับกรณีของคุณยายแล้ว หลวงพ่อก็ตอบกับเขาไปชัดเจนว่า พระคุณของคุณยายนั้นน่ะ ถ้าไปเทียบกับโยมพ่อโยมแม่ของหลวงพ่อล่ะก็ พระคุณของคุณยายน่ะท่วมท้นเหนือกว่านักต่อนักทีเดียว ทำไม่จึงว่าอย่างนั้น ก็ หลวงพ่อก็อธิบายแก่ท่านเหล่านั้นสั้นๆ ว่าอย่างนี้ ว่า
โยมพ่อโยมแม่ของหลวงพ่อให้ชีวิตหลวงพ่อมา ให้กายที่ประกอบด้วยเลือดด้วยเนื้อมา เป็นมนุษย์มาได้นี่ก็เพราะโยมพ่อโยมแม่ แล้วก็พร่ำอบรมบ่มนิสัยมาจนกระทั่งได้เข้าวัดมาปฏิบัติธรรมนี้แหละ แต่ว่าถึงกระนั้นก็ตามพระคุณของโยมพ่อโยมแม่ของพ่อแม่พวกเราทุกคนล่ะ ปราชญ์ บัณฑิต ตั้งแต่โบราณมาแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราสมัยยังเป็นพระโพธิสัตว์ก็เหมือนกัน ก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า พระคุณของพ่อของแม่น่ะ ท่วมฟ้าท่วมดินกันทีเดียว ทุกคนแหละ แต่ว่า แล้วทำไม่หลวงพ่อเองจึงมาบอกว่าพระคุณของคุณยายท่านมากกว่า ย่อๆ สั้นๆ ก็คือ โยมพ่อโยมแม่ถึงจะมีพระคุณท่วมท้นแก่หลวงพ่อก็ตามทีเถอะ
แต่ว่าท่านปิดนรกเปิดสวรรค์ให้หลวงพ่อไม่ได้หรอก แม้แต่โยมพ่อโยมแม่ของหลวงพ่อเอง ท่านก็ปิดนรกเปิดสวรรค์ให้ตัวท่านเองไม่ได้ แต่ว่าคุณยายสามารถปิดทั้งนรก เปิดทั้งสวรรค์รวมทั้งลากทั้งหิ้วทั้งจูงจะให้ไปในเส้นทางพระนิพพานให้อีกด้วย ทั้งลากทั้งจูงหลวงพ่อยังไม่พอ ทั้งลากทั้งจูงโยมพ่อโยมแม่ของหลวงพ่อมาด้วย ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อจึงกล้าพูดเต็มปากว่า ในกรณีของคุณยายอาจารย์แล้ว พระคุณของท่านเหนือกว่าของโยมพ่อโยมแม่ของหลวงพ่อ รวมกันมากต่อมากนักจนไม่รู้ว่าจะเอามาประมาณอย่างไร ซึ่งก็เช่นกัน พวกเราที่นั่งกันอยู่นี้แหละ ก็หัวอกเดียวกัน
มีคุณพ่อคุณแม่ของพวกเราคนไหนบ้างที่สามารถปิดนรก เปิดสวรรค์ แล้วก็ชี้ทางพระนิพพานให้กับพวกเราได้อย่างคุณยาย ไม่มีเลย ก็ขอฝาให้พวกเราได้รำลึกถึงความ…จริง ตรงนี้ให้เยอะๆ แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้ต้องการจะลบหลู่พระคุณพ่อคุณแม่ของหลวงพ่อเอง หรือพวกเราเลย แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า คุณยายน่ะมีพระคุณไม่ใช่ต่อพวกเราเท่านั้น แต่มีพระคุณกับชาวโลกอีกมากมายมหาศาลนัก เพราะนอกจากท่านไดปิดนรก เปิดสวรรค์ ชี้ทางพระนิพพานให้กับพวกเราแล้วยังช่วยสอนให้พวกเราได้มีความรู้ความสามารถพอจะไปชี้ทาง พอจะไปช่วยปิดนรก เปิดสวรรค์ และชี้ทางนิพพานให้กับชาวโลกในอนาคตอีกมามายอีกด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอให้พวกเราได้ตระหนักพระคุณยาย และกราบระลึกพระคุณยายให้มากๆ ด้วยกันทุกคนนะ
คราวนี้ เพื่อ เมื่อซึ้ง ทราบซึ้งในพระคุณของคุณยายนี่แหละ และเพื่อเป็นความไม่ประมาท ป้องกันความประมาทเกิดขึ้น อันจะทำให้เราต้องสูญเสียคุณยายเร็วเกิดไป หรือว่ากลายเป็นว่าดูแลคุณยายไม่เต็มที่ให้สมกับที่คุณยายได้อุ้มชูพวกเราปิดนรก เปิดสวรรค์ ชี้ทางพระนิพพานให้พวกเรา เพื่อป้องกันความประมาท เพื่อไม่ให้ชาวโลกติเตียนได้ เพื่อ แม้แต่พวกเราเองก็ติเตียนตัวเรา พวกเราเองไม่ได้เช่นกัน ทำอย่างไง ก็ ทำหลายอย่างเหมือนกัน เอาว่า โดยย่อๆ ก็แล้วกัน
๑. ก็ได้ติดต่อโดยตรงกับทางโรงพยาบาลเอาไว้เลย มีทั้งเจ้าของโรงพยาบาลก็นั่งในที่นี้ด้วย แต่เอาล่ะ ยังไม่ต้องเอ่ยชื่อท่านล่ะ ก็โรงพยาบาลที่คุ้น เจ้าของโรงพยาบาลแพทย์ พยาบาลที่คุ้นกับคุณยายเราก็ผูก เราก็ผูกความสัมพันธ์ สร้างความคุ้นเคยให้กับท่านเจ้าของโรงพยาบาลและคณะแพทย์ไทย ต้องใช้คำว่าคณะแพทย์ไทย และโรงพยาบาลไว้อย่างเรียบร้อย เพราะฉะนั้น บางครั้งคุณยายเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร มีความจำเป็นจะต้องเข้าโรงพยาบาล ก็แจ้งให้โรงพยาบาลทราบแล้วเดินทางไปเลย แล้วทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาลเหล่านั้นก็ดูแลคุณยายอย่างดี แต่ว่าต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ที่ตลอดเวลามาเรื่องเหล่านี้ไม่เคยแจ้งให้พวกเราทราบเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ วิกฤตการเกิดขึ้นในวัดของเราในระยะ ๒-๓ ปีมานี้ ไม่ได้บอกพวกเรา เพราะว่า เกรงจะเสียกำลังขวัญ กำลังใจ ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ทีนี้ นอกจากนี้แล้ว เพื่อให้การรักษาดูแลคุณยายเป็นไปอย่างรัดกุม ก็ได้ประสาน ได้มีการประสานกับคณะแพทย์ ในต่างประเทศอีกด้วย อันนี้ก็ขอเรียนให้ทราบ Consult ติดต่อกับแพทย์ในต่างประเทศ ซึ่งก็ แพทย์ที่ติดต่อไปนั้นน่ะ คณะนั้นๆ ก็เป็นแพทย์ชนิดที่ดูแลนายกรัฐมนตรีบ้าง ประธานาธิบดีบ้าง ผู้นำของประเทศนั้นๆ ด้วย ไม่ได้สุ่มสี่ สุ่มห้าไป ด้วยเหตุนี้การรายงาน การป่วยการไข้ หรือสุขภาพในประจำวันของคุณยายก็ตาม ถูกรายงานไปแทบจะบอกว่าทุกวัน เป็นระยะตลอดมา ถ้าช่วงไหนคุณยายทำท่าว่าร่างกายชักจะอ่อนจะล้าไปมั่ง ไม่รอถึงกระทั่งป่วยหรอก (หมดม้วน 1/A)
(เริ่มม้วน 2/A)
ผ่านอินเตอร์เนต บางครั้งก็ผ่านโทรศัพท์ บางครั้งก็มีวิธีกันหลายๆ อย่าง บางครั้งก็ต้องส่งเลือดของท่าน ไปต่างประเทศไปตรวจไปอะไรก็ทันตลอดเวลา นี้ก็เป็นเรื่องของการดูแลคุณยายเราซึ่ง หมู่คณะที่เป็นตัวแทนพวกเราอยู่ในสภาธรรมกายนี้แหละที่ช่วยกันดูแลเนี่ย ก็ทันกันอย่างนี้ ดูแลคุณยายชนิดที่เรียกกันว่า ก็เอาชีวิตเป็นเดิมพันกัน ด้วยกันทุกคนเลย เพราะว่าคุณยายทั้งปิดนรก ทั้งเปิดสวรรค์ ทั้งชี้ทางพระนิพพานให้กับพวกเรา ก็ถือว่าการดูแลคุณยายกันชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพันอย่างนี้ เป็นส่วนน้อยนิดที่เราจะพอตอบแทนพระคุณคุณยายได้บ้าง ก็ทำกันอย่างนี้ ที่นี้ นอกจากอย่างนี้แล้ว วันนี้ก็ขอเวลาล่ะ เล่าให้ละเอียดอีกสักนิดหนึ่ง นอกจากจะทำจะดูแลคุณยายกันอย่างนี้แล้ว ก็ส่วนที่เป็นเรื่องของการภาวนา ตรงนี้ก็ต้องนำมาเล่าให้ฟัง ก็ยังไม่ได้ขออนุญาตล่ะ ก็ๆ ถือว่าขออนุญาตตอนนี้ก็แล้วกัน ก็ตลอดเวลาพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา ก็เป็นผู้ควบคุม ผู้ที่เข้าถึงธรรมกายแล้ว ได้ฝึกได้ซ้อมกันมาพอสมควร ได้ซ้อมทำวิชชากันมาพอสมควรทีเดียว พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ใช้วิชชาธรรมกายซึ่งคุณยายก็ทุ่มเทอบรมมาให้ตลอดชีวิตนั่นแหละ ก็ได้ใช้วิชาละเอียดส่วนนี้รักษาประคับประคองคุณยายของเรากันอย่างสุดชีวิตจิตใจเหมือนกัน ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่าในระยะ ๒ ปี ๓ ปีที่ผ่านมานี้ มีบางครั้งคุณยายป่วยหนัก ถ้าว่ากันแบบชาวโลกก็บอกว่า อือ ท่านไม่น่ารอด ขออภัยที่ต้องใช้คำนี้ ก็เมื่อได้อาศัยวิชชาธรรมกายที่คุณยายท่านถ่ายทอดให้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยลงควบคุมเอง เต็มที่ เออ คุณยายก็ฟื้นกลับกัน กลับมาแข็งแรงตามเดิมเป็นอัศจรรย์ทุกครั้งทุกคราวกันไปอีกเหมือนกัน
และสิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนให้ทราบ ไม่อย่างงั้น เดี๋ยวจะว่า เดี๋ยวจะไม่รู้ และก็เดี๋ยวพวกเราต่อไปในภายหน้าจะปฏิบัติต่อพ่อแม่ต่อครูบาอาจารย์ของพวกเราต่อไปในอนาคตไม่ถูกด้วย และก็จะได้รู้ว่า เออ ที่ถูกทำอย่างไร ก็ต้องขออนุญาตพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยไว้ตรงนี้ด้วยคือ พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ปรารภถึงสุขภาพของคุณยาย ก็อายุได้ คุณยายเริ่ม พวกเราเริ่มสร้างมหาธรรมกายเจดีย์กัน คุณยายบางครั้งแม้ไม่ป่วยไม่ไข้แต่ท่านก็รู้ว่าละสังขาร ท่านก็มาถาม เออ หลวงพ่อ ยายจะได้ทันเห็นมหาธรรมกายเจดีย์สร้างเสร็จไหม เนี่ย ความจริงที่มาถามเนี่ยไม่ใช่มาตัดพ้อต่อว่าอะไรทั้งสิ้นหรอก แต่ว่าในความรู้สึกของหลวงพ่อเองนะ รู้สึกว่าเป็นการให้นัยกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยว่า เออ สังขารยายน่ะ มันไม่ไหวแล้วนะ ซึ่งแล้วตรงนี้หลวงพ่อธัมมชโยก็สื่อได้อย่างเต็มที่ในเรื่องนี้ ความจริงถึงคุณยายไม่พูด ท่าน หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็ตระหนักเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อคุณยายมาปรารภอย่างนี้เข้า นี้คือเหตุที่ทำไม? พวกเราจึงต้องเร่งสร้างมหาธรรมกายเจดีย์กันชนิดที่ไม่หยุดไม่หย่อนไม่ได้พักเลย เพราะต้องการจะชิงเวลากันนี่เอง ในเมื่อคุณยายปรารภอย่างงั้นแล้วอ่ะ ยายจะทันได้เห็นธรรมกายเจดีย์เสร็จไหมนี่ นั่นแหละการทำงานชนิดเร่งวันเร่งคืน ซึ่งเมื่อก่อนเราก็เป็นอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มสร้างวัดกันน่ะ พอนึกงานได้ปั๊บ เออ ไอ้นี้มันจะต้องทำไอ้นี้ นึกถึงงานชิ้นนี้ได้ ในใจนึกว่าไว แหม ถ้าเตรียมไว้สักปีที่แล้วก็ดีแหละ เพิ่งนึกได้วันนี้ แต่นึกว่างานมันควรจะทำเสร็จแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว นี่คืออาการวัดเราเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น ทีนี้ เมื่อคุณยายปรารภอย่างนี้เข้า พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยจึงต้องเร่งงานกับพวกเราชนิดไฟแล๊บกันเลย ไม่ใช่ธรรมดา แล๊บแล้ว เหมือนสายฟ้าแล๊บกันเลย เราก็เลยต้องเร่งสร้างมหาธรรมกายเจดีย์กัน เราไม่ใช่เดินทำงาน เราวิ่งทำงาน แล้วเราก็เร่งรถ เร่งดิน เร่งทำงานทุกอย่างทำงาน แล้วก็ในขณะที่เราเร่งอย่างนี้ คำหนึ่งที่อยากจะนำมาถ่ายทอดก็คือ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยจะหมั่นไปเยี่ยมคุณยายเป็นประจำ แล้วก็ใช้คำว่า ยาย ยายต้องอยู่ฉลองมหาธรรมกายเจดีย์นะ ลูกหลานจะได้บุญใหญ่ตามยายด้วย เข้าไปเยี่ยมคุณยายทีไรก็ต้องใช้คำนี้ ยาย ยายต้องอยู่ฉลองมหาธรรมกายเจดีย์นะ ยายอย่าเพิ่งรีบกลับนะ ทำนองนี้ แล้วก็คุณยายก็จะพยักหน้าบ้างถ้าวันไหนไม่มีแรง พอมีแรงขึ้นอีกนิดหน่อยก็ อือ ในระยะท้ายๆ ปี ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ชักล้าเต็มทีก็ อือ บางทีก็พยักหน้า ท่านทำได้เท่านี้ อย่างที่รู้ว่ายายนะ รับปากเต็มปากเต็มคำว่าจะอยู่รอฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ให้เสร็จ เพื่อให้ลูกหลานได้เป็นการตอบแทนพระคุณของคุณยายด้วย เพื่อให้ลูกๆ หลานๆ มีกำลังอกกำลังใจทุ่มเทกันสร้างบุญสร้างบารมีกันด้วย แม้นไม่มีเสียง อือ อือ ไม่มีอาการพยักหน้า แต่พอดูได้ พอรู้ได้จากอะไร จากลูกกะตายายที่เห็นนั่นแหละ ตาของยายใสแจ๋ว ไม่ว่าป่วยไม่ว่าไข้อย่างไร ลูกนัยตาสีเหล็กของคุณยายน่ะ ยังงี้ตลอดเวลา แล้วก็ด้วยลูกกะตาสีเหล็กอย่างนี้แหละ มีช่วงหนึ่ง มีช่วงหนึ่งคุณยายป่วยหนักแล้วเราติดต่อแพทย์ไปยัง เอ้าบอกก็ได้ ทางประเทศเยอรมัน แพทย์ผู้ใหญ่ คณะใหญ่ของเขา ทีแรกเขาก็จะไม่มา แต่พอเห็นภาพของคุณยายที่ตัวแทนเขงเราเอาไปให้ดู บอกว่าเนี่ยคุณยายของเรา พอเห็นเท่านั้นแหละ กลุ่มแพทย์เขาว่ายังไง เขาชี้กันดู
นี่คุณดูลูกกะตาแกรนมานี่ซิ ดูลูกกะตาของคุณยายนี่ซิ ลูกกะตาอัศจรรย์จริงๆ เป็นลูกกะตาของความสำเร็จ เป็นลูกกะตาของผู้ที่เด็ดเดี่ยว ใจไม่ใช่เป็นเหล็กแล้ว ใจแข็งกว่าเพชรแล้วก็ใสกว่าเพชร ด้วยเห็นรูปยายแล้วไปเห็นลูกนัยตาเนี่ย เขาบอกว่าเราต้องไปดูแกรนมาแล้ว เราจะเอาแต่ติดต่อผ่านอินเตอร์เนท ผ่านโทรศัพท์ไม่ได้นะ แล้วเขาก็ยกคณะมา กราบคุณยาย แล้วก็ช่วยให้คำแนะนำต่างๆ เอ้า คุณยายกลับฟื้นคืนสภาพคืนมาอีก พอคุณยายฟื้นขึ้นมาอีก เขาก็บินกลับมาอีก มาหายาย พอมาหายายครั้งนี้เขามากราบขอพรยาย บอกนึกไม่ถึงเลยว่า เมื่อหายแล้วคุณยายกลับแข็งแรง ไม่น่าเชื่อ ไม่อยากจะเชื่อว่าอายุเข้ามา ๙๐ แล้ว และนี่อานุภาพของยายเรา อานุภาพของนักสร้างบารมีที่ทุ่มชีวิตเป็นเดิมพันกับวิชชาธรรมกาย กับการสร้างวัดธรรมกาย กับการปั้นพวกเรามาเป็นอย่างนี้แหละ
ก็อยากจะฝากตรงนี้ว่า เออ แม้พวกเราในอนาคตหากจะท้อจะถอยจะเบื่อหน่ายการปฏิบัติธรรมล่ะก็ ดูลูกนัยตายายสิ เขาอยู่ถึงต่างประเทศไม่เคยเห็นยายมาก่อนเลย เห็นเพียงภาพถ่ายก็ต้องบินมากราบยาย ก็ต้องบินมาดูแลรักษายาย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษายาย อีกส่วนหนึ่งก็แล้วกัน นอกจากคณะแพทย์ที่ทางของเยอรมันเนี่ย ก็มีบางครั้งแม้แต่หยุกยาในแผนปัจจุบันนี้หาไม่ได้ ต้องบอกว่าหาไม่ได้ทั้งในประเทศไทย หาไม่ได้ทั้งในต่างประเทศ มีความจำเป็น แพทย์แผนปัจจุบันเองก็บอกเอง บอกว่าถึงจุดนี้แล้วมีความจำเป็นจะต้องหา ต้องอาศัยสมุนไพรของจีนเขา ต้องอาศัยคำปรึกษาแผนโบราณเขา ก็เป็นบุญของคุณยาย เพราะได้แพทย์จากประเทศจีนเป็นคณะมาช่วยกันดูแล แม้ยามไข้ยามหนัก การรายงานต่างที่ส่งไปคณะแพทย์ผู้ใหญ่ในประเทศจีนเราก็ทำตลอด ไม่ได้ปล่อยปละละเลยคุณยายแม้แต่น้อย ตรงนี้ก็ต้องนำมากล่าวมาเล่าให้ฟัง เอาไว้ให้ทราบเผื่อว่าก็จะได้เป็นต้นแบบของการดูแลผู้มีพระคุณกันต่อไปในอนาคต
ทีนี้ ย้อนอีกนิดหนึ่ง คุณยาย อันนี้จะได้เป็นข้อคิดข้อเตือนใจในการดูแลครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ของเราต่อไปในอนาคต หลายๆ ครั้งเมื่อสุขภาพไม่ค่อยดี คุณยายจะใช้อยู่คำหนึ่ง ใช้อยู่คำหนึ่ง ยายจะกลับบ้าน ยายจะกลับบ้าน พอคุณยายใช้คำนี้ควับ เด็กๆ ที่ดูแลตามไม่ทันละตรงนี้ ตามไม่ทันความหมายของคุณยาย เขาก็จะบอกยายว่า ก็บ้านยายอยู่นี่ไง พูดตามประสาเด็ก ยายไม่ตอบ แต่ยายก็จะพูด ยายจะกลับบ้าน ก็เลยต้องรีบไปกราบเรียนหลวงพ่อธัมมชโย ทันทีที่ท่านได้ยิน ท่านวางงานอื่นหมดอีกเหมือนกัน ยาย ยายอย่างเพิ่งกลับนะ บ้านหรือวัด หรือกุฏิของยาย ที่พักของยายที่ในวัดของเรานี่ เรามองเป็นเพียงที่พักอาศัยชั่วคราว ที่พักอาศัยของยาย บ้านของยายตัวจริง โน่น รอยายอยู่ที่ชั้นดุสิตโน่น ถึงเวลาแล้วยายจะต้องกลับบ้านของยายที่นั่นแล้ว ยายจึงปรารภคำนี้
เพราะฉะนั้น พอได้ยินคำนี้เข้า พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยรีบมาเลย ยาย ยายอย่าเพิ่งรีบกลับนะ ให้ลูกหลานยายได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์เสร็จก่อน คุณยายท่านก็อึ้งเหมือนกัน เพราะสังขารข้างในมันก็ไม่อำนวยแล้วนะ แต่ว่าก็ลูกศิษย์หัวแก้วหัวแหวนของท่านมาขออย่างเอง ท่านมองหน้า บางครั้งเห็นท่านมองหน้าหลวงพ่อธัมมชโย แล้วท่านก็จ้อง ตาท่านก็จ้องเป้ง นัยตาอย่างนี้แหละ จ้องเป้งเลย เงียบ ไม่ตอบ หลวงพ่อก็ต้องซ้ำอีก ยาย ยายอย่างเพิ่งรีบกลับนะ ฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ก่อน ซัก สามคำ สี่คำหละ อื่อ ยิ่งมาตอนท้ายๆ เมื่อตอนปีใหม่ ใกล้จะเดือนเมษาคุณยายล้าเต็มที ถ้าท่านบ่นอย่างนี้หลวงพ่อธัมมชโยจะต้องมาอยู่นานหน่อย และก็ต้องพูดหลายคำหน่อย ยายอย่าเพิ่งกลับนะ รอฉลองก่อน ไม่ต้องพูดสั้นหละตอนช่วงหลังๆ นี้ พูดตั้งห้าครั้ง สิบครั้งเข้า อื่อ นี่ คือสิ่งที่เกิดขึ้น และก็นี้อีกเหมือนกันเป็นคำตอบว่า ทำไม พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยป่วยแล้วไม่ค่อยจะหายสักที มันจะไปหายได้อย่างไร หนึ่งก็ว่ากันตรงๆ ตรงนี้แหละ ฮึ
๑. ก็เรื่องของงานสร้างของมหาธรรมกายเจดีย์ก็เร่งกันไฟแล๊บอยู่แล้ว ยังไม่พอ
๒. และไอ้พวกมันตั้งใจจะทุบเจดีย์ก็มี แหกปากเว้ยๆ จะทุบเจดีย์ แล้วจะให้นิ่งนอนใจอย่างไร
๓. สาม ก็ต้องมาจี้งานกับพวกเรา
๔. ศาลก็ต้องขึ้น
๕. กองปราบก็ต้องไป
๖. อัยการก็มาเรียก มาเรียก
๗. กลับมาแทนที่จะไดพัก พอทราบว่าคุณยายมีอาการป่วย ไม่ต้องนอน นั่งกันข้ามคืนข้ามวัน ก็ช่วยไม่ได้ เอายายไว้ก่อน
จนกระทั่งในที่สุดเราก็ผ่านวิกฤติผ่านมรสุมมาฉลองกันจนได้สินะ ๒๒ เมษา ก็ขออุนโมทนาด้วยนะ (สาธุ)
นี้ ไม่ใช้เบื้องหลังการถ่ายทำ นี้คือเบื้องหลังการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นอย่างนี้หละ ทีนี้ เอาล่ะมันเนื่องกัน ขอเวลาอีกหน่อย สงสัยนาฬิกานี่ไม่ตรงซะละมั๊ง เวลาเท่าไหร่ ? ห้าโมง อ้อตรง คุณยายชอบบ่น หลวงพ่อทัตตชีโวเทศน์ทีไรติดลมทุกทีเลย แม่ชักต้องเหลียวดูนาฬิกาบ่อยๆ เออ ก็ขอขยายความอีกนิดหนึ่ง ทางด้านหน้า เออ เมื่อเริ่มสร้างสภาธรรมกายสากลนี้ กว่าง ๔๐๐ เมตร ยาย ๔๐๐ เมตร ๔ x ๔ ๑๖ ก็ หนึ่งแสนหกหมื่นตารางเมตร ก็จุได้ นั่งกันสบายๆ แสนคน กะว่าจะทำชั้นเดียว ทีนี้ยังไม่ทันเสร็จ เอ๊ะ มาเกินแสนแล้วจะเอายังไงดี ถ้างั้นก็ต้องสร้างทำเป็นสองชั้นก็แล้วกัน ชั้นล่างจะได้ ถ้าล้นก็ญาติโยมยังจะมีชั้นล่างให้อีกชั้นหนึ่งนะ พอสร้างมาได้ระดับหนึ่ง ก็ว่าเอาล่ะแค่นี้มันก็ใหญ่ละ ศาลาฟังเทศน์จุได้ ชั้นบนแสน ชั้นล่างแสน สองแสนเข้าไปแล้ว โอะ เหลือเฟือแล้ว แต่ว่า เอ้า เมื่อให้ญาติโยมข้างล่างแสน ข้างบนแสน แล้วเวลาพระมาล่ะ จะมายังไง จะมานั่งที่ไหน ก็เลยต่อด้านหลังนี้ออกมา อีก ๒๐๐ เมตร ก็กลายเป็น ๒๐๐x ๔๐๐ ก็ สี่สองแปด ก็ ๘๐,๐๐๐ ตารางเมตร สองชั้นก็แสนหกหมื่น เพราะฉะนั้นก็พระภิกษุ สามเณร ถ้าถึงคราวอันนี้ชัดเจนลงไปล่ะ ถ้าถึงคราวเมื่อคุณยายของเราลาโลกจะได้นิมนต์พระมาให้เต็มที่ ทางด้านหลังนี่พระเป็นแสน ข้างหน้าคนเป็นแสน เออ อย่างนี้จึงจะทำบุญให้ยายได้เต็มอิ่ม ให้พวกเราได้เต็มอิ่มเต็มใจว่า เราไม่ได้ทอดทิ้งยายล่ะนะ เราได้ตั้งใจบูชายายกันสุดหัวใจแล้วก็มนุษย์ในยุคของเรามันพอจะทำอะไรได้ก็ได้กันสุดๆ ก็อย่างนี้แล้วนี้ ก็ถือว่าเป็นการบูชา ทำบูชาพระคุณยายกัน ก็นี่คือที่มาว่าทำไม ทางด้านหลังนี้ต่อยืดออกมาอีก ๒๐๐ เมตร ยืดออกมาเพื่อเตรียมไว้ให้พระภิกษุสามเณรท่านได้นั่งเมื่อถึงคราว ถ้าจะมีการประชุมสงฆ์กันจำนวนมากทั้งแผ่นดินก็ทำได้ ถึงคราวจะอาราธนาสงฆ์ทั้งแผ่นดินมาทำบุญให้กับยาย เออ ก็ทำได้ นี่คือที่มาที่ไป
หัวใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านก็อย่างนี้ แล้วท่านจะมาบอกใครก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะมาว่า เดี๋ยวจะมากล่าวหาท่านว่ามาเอาหน้า เฮ่อ วันนี้ทัตตชีโวบอกเอง ท่านคงไม่ว่าอะไร นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ เออ พอนำมาบอกกันได้ แต่อีกบางส่วนที่ยังไม่สมควรเวลา ถึงเวลาแล้วอาจจะนำมาบอกอีก
ทีนี้พวกเราก็จะสงสัยว่า ทำไมคุณยาย เออ ละสังขารเมื่ออีก ๕ นาที ตีห้า คือตีสี่ห้าสิบห้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันอาทิตย์ที่แล้ว ทำไม ก็วันนั้นวันอาทิตย์น่ะ พวกเราก็มากันตั้งเยอะ ทำไมทางวัดไม่ประกาศให้คุณยายทราบ เออขอภัย ไม่ประกาศให้พวกเราทราบทันทีเสียเลย ในเมื่อพวกเราก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ตรงนี้ก็ต้องบอกกันให้ชัดๆ เดี๋ยวจะบอกว่า เอ๊ะ มีอะไรหรือ ไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าพยายามที่จะทำตามคำสั่งของคุณยายให้ได้มากที่สุด รัดกุมที่สุด ใกล้เคียงที่สุด เป็นอย่างไร
เมื่อยายกำลังแข็งแรงดี คุณยายก็ ว่างๆ คุณยายจะสั่งไว้เป็นข้อๆ มีกันเป็นสิบๆ ข้อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยก็บันทึกเอาไว้ หลวงพ่อเองก็บันทึกเอาไว้ส่วนหนึ่ง บางส่วนสั่งเฉพาะไว้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งก็เป็นเรื่องละเอียดๆ หลวงพ่อเองไม่ทราบ แต่ว่าบางส่วนก็สั่งไว้พร้อมหน้ากัน เออ เรื่องสำคัญตอนนี้ก็คือ คุณยายสั่งเอาไว้ “ท่าน ยายขอนะ เมื่อยายละสังขารล่ะก็ไม่ต้องรดน้ำยายนะ ที่เขารดน้ำๆ กันนั่นน่ะ ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องทำ” ท่านถามว่า “ยาย ก็เขาทำกันทั้งบ้านทั้งเมือง เดี๋ยวมันจะผิดมั๊ย มันก็จะผิดประเพณีก็โดนบ่นกันตายเลย” ยายก็บอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก เมื่อถึงเวลาท่านจะเข้าใจเอง ว่าทำไมยายขอไม่ให้รดน้ำ” ก็ เอ๊า เมื่อเป็นคำสั่งก็คือคำสั่งแล้วก็มันเริ่มเข้าใจเลาๆ เมื่อครั้งหลวงปู่แหวนมรณภาพ เพราะขณะนั้นแม้สังขารของหลวงปู่แหวนเขาจะไปประดิษฐานไว้ที่เชียงใหม่ มีเฉพาะชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงสามารถเดินทางไปรดน้ำของขมาหลวงปู่แหวนกัน ก็ห่างจากกรุงเทพฯ ตั้งเยอะ ลูกศิษย์ลูกหาของท่านก็อยู่ห่างไกลท่าน แต่ขณะนั้นพอถึงเวลาแล้ววันเต็มๆ แล้ว ลูกศิษย์ยังเป็นสาย ยังมารดน้ำไม่หมด ทางการต้องขอร้องว่าหมดเวลาแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาที่มาแล้วยังไม่ได้รดน้ำก็เสียอกเสียใจกัน ที่กำลังเดินทางมาก็ เออ มีโวยวายมา อะไรมาก็ตำหนิคณะกรรมการที่จัดงานกันบ้าง อะไรบ้าง ก็ครั้งนั้นก็เริ่มได้คิด อ๋อ คุณยายคงจะอย่างนี้มั๊ง ใช้เดาเอาล่ะ แต่ก็ไม่กล้าไปซัก เพราะซักเรื่องนี้คงไม่เหมาะ ไม่กล้าซัก แต่ว่า เอาๆ พอจะบอกได้เป็นเลาๆ
ครั้นต่อมาๆ ยายก็ย้ำเรื่อยๆ ยายก็ยังใช้คำนี้อยู่ พอช่วงไหนยายสุขภาพไม่ค่อยดี โดยเฉพาะช่วงที่แบบ เออ “ยายจะกลับบ้านยายแล้วนะ” ท่านก็จะย้ำคำนี้ อย่า เออ ไม่ต้องรดน้ำยายนะ แล้วก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง ยายคงจะพลั้งปากมา ก็บอกว่า “เออ ยายอยากจะให้ลูกๆ หลานๆ จำภาพการนั่งสมาธิของยาย จำภาพยายจ้ำจี้จำไช เคี่ยวเข็ญให้พวกเราทำภาวนาให้เข้าถึงธรรมกายกัน ให้ลูกหลานยายจำภาพนี้ไว้ แล้วเขานึกถึงยายเมื่อไหร่ เขาจะได้รีบนั่ง” อือ นี้ถึงคราวที่จะลาลูกศิษย์ก็ยังพยายาม พยายามที่จะหาทางเตือนสติลูกศิษย์ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมจะได้สร้างบารมีตามยายเป็นขบวนกันไปได้ (หมดม้วน 2/A)
(เริ่มม้วน 2/B)
ส่วนอื่นนอกนั้นหลวงพ่อเองไม่ทราบ ยังไม่ได้ไปถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ยังไม่ได้ถามขณะที่ดูไข้ยายใกล้ชิดว่าคุณยายได้ปรารภอะไรเอาไว้อีกบ้าง แต่ว่า นี้ คือที่มาว่าทำไม่จึงไม่มีการรดน้ำคุณยาย และเมื่อไม่ต้องการให้รดน้ำคุณยายตามคำสั่ง ถ้าประกาศปุ๊บในเช้าวันอาทิตย์ที่แล้วมา พวกเราก็รอกันอยู่เรียบร้อย มาวัดกันเป็นประจำกันเป็นหมื่นๆ อย่างนั้นแล้ว หลวงพ่อคงปฏิเสธยาก จะพูดอะไรก็คงจะยาก รวมอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ แล้วการเตรียมสถานที่ให้พอเหมาะพอสมกับพระคุณของท่าน บุญบารมีของคุณยายท่านที่ทุ่มเทให้กับเรา การจะเตรียมสถานที่ให้พอเหมาะน่ะ ก็ต้องใช้เวลากันอย่างมากอยู่แล้วเพราะพวกเรามีสมาชิกกันจำนวนเยอะๆ สถานที่ต้องเตรียมกันทั้งกว้างใหญ่ไพศาล เพราะฉะนั้นก็เลยต้อง เลยไม่กล้าบอกพวกเรา ต้องเก็บเอาไว้ก่อน ในขณะที่เก็บเรื่องเอาไว้ก่อน ก็จะได้เตรียมพื้นที่ ที่เราเห็นนี้ ขนาดไม่บอกพวกเรา แล้วก็ลงมือเตรียมพื้นที่ไว้ เตรียมกันเงียบๆ ฝ่ายช่างก็ออกแบบให้ฝ่ายช่างเขาไป แล้วให้เขาไปทำ ทำตามนี้ ทำๆ ไม ก็บอกให้ทำก็แล้วกัน จะมาถามทำไม คือพูดอะไรไม่ได้เลย เป็นเหมือนคนใบ้ พอสั่งงานไปแล้วถูกซัก ก็ๆ ก็ต้องทำเป็นโกรธบ้าง อะไร? ความจริงไม่ได้โกรธ แต่ต้องทำเป็นโกรธ ก็ขออภัยฝ่ายช่าง ฝ่ายสถาปนิกด้วยนะที่โดนหลวงพ่อทั้งสองเอ็ดไปบ้างบางครั้งบางคราว ไม่ได้โกรธ เพียงแต่แกล้งโกรธ ไม่อย่างนั้นวันนี้เราคงจะไม่ได้พื้นที่ ที่จะมาประดิษฐานสรีระของคุณยายของเราได้งดงามอย่างนี้ นี่ก็ขออภัยฝ่ายช่างด้วยนะ และก็ขออภัยพวกเราทุกคนด้วยว่า ไม่ได้บอกพวกเราทันที ทำเป็นเหมือนอย่างกับว่า เอ๊ะ พวกเราไม่ใช่ศิษย์คุณยายหรือไง รู้กันเงียบๆ เพียงไม่กี่รูป ไม่กี่คนในวัดเท่านั้น ไม่ใช่
พวกเราเป็นลูกศิษย์คุณยายด้วยกันทั้งนั้น แต่ในบางครั้งบางคราวเพื่อความเหมาะสม ก็ จึงต้องเก็บข่าว เก็บเรื่อง เก็บราวเอาไว้ก่อน นี่ก็ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังล่ะ ทีนี้มีแต่ความจริง เป็นอย่างนี้ว่า เพื่อจะทำตามคำสั่งของคุณยายให้ได้ว่า ไม่ต้องรดน้ำท่าน ก็จัดการออกมาอย่างนี้ แล้วก็เพื่อให้เหมาะสมกับ เออ เป็นการบูชาพระคุณท่านก็เลยไม่ได้บอก เอาเวลาที่พวกเรามาคอยอยู่กันเต็มวัดเต็มวาเพื่อจะรอกราบยายในระหว่างนั้น เอาเวลานั้นน่ะมาเตรียมสถานที่ให้งดงามเหมาะสมดีกว่า อันนี้ก็เป็นอย่างนี้
ที่นี้ เดี๋ยวคุณยายจะว่าหลวงพ่อทัตตชีโวติดลม ก็อีกนิดหนึ่งก็แล้วกัน แล้วในส่วนอื่นจะค่อยๆ ขยายความกัน เออ ก็ต้องบอกให้พวกเราทราบ มิฉะนั้น ก็จะกลายเป็นเหมือนว่า ไม่ให้เกียรติกัน เป็นเหมือนว่า เอ๊ะ กรีดกัน เป็นพวกเราไม่ใช่ศิษย์คุณยายหรือยังไง ก็ต้องบอกกันล่ะ ก็อยากจะใช้คำว่า บ้านหลังน้อยเฉพาะกิจของคุณยายก็แล้วกันนะ ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าพวกเรานี้ ที่เฉพาะกิจคือ สำหรับรองรับสรีระของท่านกายหยาบของท่าน เพราะกายละเอียดของท่านก็ไปอยู่ในภพดุสิตขอท่านแล้ว
ทีนี้ บ้านหลังน้อยเฉพาะกิจของคุณยายที่เราเห็นอยู่นี้ เออประกอบกันด้วย ๒ ชั้นด้วยกัน ชั้นในก็ทำด้วยได้ เป็นไม้สัก แต่ละด้านก็เป็นไม้สักชนิดแผ่นเดียว หนาสองนิ้ว ก็พอดีบุญของคุณยาย บารมีของคุณยายได้ไม้สักอย่างดีมาประกอบให้ท่าน ตรงนี้ยังไม่พอ ก็เป็นดำริของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยว่า คุณยายชื่อก็ชื่อคุณยายจันทร์ ชื่อของท่านชื่อจันทร์ ชื่อของท่านฝากไว้บนท้องฟ้า เพราะว่าชื่อของท่านเอามาจากฟากฟ้า ตลอดชีวิตของคุณยายก็มีแต่ความบริสุทธิ์ ท่านมาเป็นอุบาสิกา ถือเพศนักบวชนุ่งขาวห่มขาวกันมาตั้งแต่มากราบพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว ก็บวชเป็นอุบาสิกากันมาตลอดชีวิต รักษาศีลของแม่ชี คือศีล ๘ มาตลอดชีวิต ได้ตั้งใจปฏิบัติวิชชาธรรมกายมาจนตลอดชีวิต ได้ตั้งใจอบรมพวกเรามาตลอดชีวิตของท่าน อบรมลูกศิษย์ลูกหามาตลอด หลังจากที่ทุ่มเททำวิชชาธรรมกายกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ จนกระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำละสังขาร คุณยายรับคำสั่งจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้วว่า ให้นำวิชชาธรรมกายไปเผยแผ่ให้กับชาวโลก กันให้ทั่วโลก คุณยายรับปากมาแล้วก็ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเทศน์ ไม่เคยอบรม ไม่เคยสอนใครเลย แต่ว่าคำสั่งคือคำสั่ง เพราะฉะนั้นคุณยายก็ตั้งใจอบรมสั่งสอนวิชชาธรรมกายตั้งแต่รับคำสั่งนั้นมา แล้วก็จนกระทั่งเคี่ยวเข็ญมาถึงพวกเราทุกวันนี้นี่แหละ คุณยายมีความบริสุทธิ์ด้วยศีลของคุณยายเอง คุณยายตั้งใจเจริญภาวนาจนกระทั่งถึงพระธรรมกายในตัว เคี่ยวเข็ญวิชชาธรรมกายมาตลอดชีวิตยังไม่พอ ยังมาเคี่ยวเข็ญพวกเราอีก จะให้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย จะได้ไม่เฉพาะปิดนรก เปิดสวรรค์ แต่จะให้พวกเราธรรมกาย ไปทางพระนิพพานไปได้ อยากจะให้พวกเราเปิดทางไปพระนิพพานกันได้ถ้วนหน้ากัน ยังไม่พอ แม้แต่ชาวโลกทั้งหลายในปัจจุบัน และในอนาคตด้วย อยากจะให้เขารู้จักหนทางพระนิพพาน ด้วยเหตุนี้คุณยายจึงทุ่มเทมาสุดๆ เลย กลิ่นของศีล กลิ่นของสมาธิ กลิ่นของปัญญา อันเกิดจากการภาวนาและกลิ่นขอมหากรุณาที่คุณยายมีต่อพวกเรา มีต่อชาวโลก จะหอมหวนทวนลมอยู่ในโลกนี้อีกนานแสนนาน เพราะฉะนั้นในวาระที่ท่านจะละสังขารไปนี้ แม้สังขารของท่านที่จะต้องละจากไปเนี่ย ก็ขอให้มีกลิ่นหอมบูชาท่านไปด้วย เพราะฉะนั้นก็มองว่า เออ กลิ่นหอมที่จะใช้บูชาสรีระของท่านน่ะ ควรจะเป็นอะไร ก็สรุปกันว่าในโลกนี้ ในยุคนี้ก็แก่นจันทน์เป็นไม้หอมที่ทั้งโลกยอมรับกันว่าหอมเหลือเกิน และเป็นกลิ่นหอมที่ชวนให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่กลิ่นหอมแบบโลกๆ แบบน้ำหอมทั้งหลายที่พวกเราใช้กัน
เพราะฉะนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยก็ตัดสินใจว่า เราจะหาไม้แก่นจันทร์มาทำบ้านหลังน้อยอีกชั้นหนึ่งให้ยายให้จงได้ แต่ว่าเช็คไปทั่วแผ่นไทยแล้วไม้ที่หน้าพอจะทำเป็นบ้านหลังน้อยให้ท่านอยู่ชั้นในไม้สักอีกชั้นหนึ่ง ตรวจสอบไปทั่วแผ่นดินไทยแล้วไม่มี ได้ทราบว่าในประเทศอินเดีย เป็นแหล่งของไม้หอม ก็ติดต่อกับพวกเราซึ่งเป็นทูต เป็นทูตบ้าง เป็นนักธุรกิจใหญ่อยู่ในอินเดียบ้าง เป็นนักธุรกิจชาวอินเดียเองที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยบ้าง บอกให้ช่วยหาให้ที ไม้แก่นจันทน์ในแผ่นดินอินเดียมีล่ะก็ เอาเถอะจะขอบูชาธรรมคุณยายอาจารย์เป็นวาระสุดท้าย ช่วยหาให้ด้วย เขาบอกแพงนะ ช่างเป็นน้ำหนักขายกันนะ บอกเอาเหอะเรื่องราคาเราไม่พูดกัน เราจะบูชาธรรม เขาตระเวนกันทั้งแผ่นดินอินเดีย ไม่มี มีแต่ประเภทเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่สามารถจะใช้ทำเป็นบ้านหลังน้อยให้คุณยายได้ เราก็อึ้งกันไปหมดวัดนี่แหละ หมดวัดในที่นี่คือผู้บริหารของวัด เพราะว่าเรื่องนี้ให้รู้กันมากก็ไม่ดี เดี๋ยวจะหาว่าเราแช่งครูบาอาจารย์ ในที่สุดพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยก็อธิษฐานเสี่ยงบุญเอา ถ้าบุญของคุณยายก็ขอให้ดลอกดลใจใครก็ตามทีเถอะที่รู้เบาะแสว่ามีไม้แก่นจันทน์พอที่จะทำบ้านหลังน้อยให้กคุณยายได้น่ะ ช่วยดลอกดลใจให้เขามาแจ้งความเราด้วยเถอะ ไม่งั้นไม่รู้จะไปเอาที่ไหนละ ก็เป็นบุญ บุญต่อบุญ คุณยายเคยแนะนำพวกเราว่าจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายล่ะก็ ให้ไปได้ทั่วโลก ชาวพุทธอยู่ที่ไหน พระภิกษุในพุทธศาสนาอยู่ในประเทศไหนนะ ผูกสัมพันธ์กับเขาไว้ให้ดี ถึงเวลาล่ะก็จะได้ช่วยกัน แม้อยู่คนละประเทศ แม้อยู่คนละนิกาย จะเป็นมหายาน จะเป็นเหลวงธิเบตอะไรก็ตามที ผูกกันเอาไว้เถอะ แล้วเขาจะช่วยเอาวิชชาธรรมกายไปได้ มันก็เป็นบุญจากการที่คุณยายแนะนำเราเมื่อ สิบปีที่แล้ว เราได้นิมนต์พระจากพม่ามาช่วยสอนวิชาภาษาบาลีด้วย แล้วให้ท่านมาศึกษาภาษาไทยด้วย เพราะอีกหน่อยจะได้แลกเปลี่ยนความรู้ทั้งในพระไตรปิฎกแล้วก็ทั้งในภาคปฏิบัติด้วย กับท่าน ท่านเหล่านั้นพอทราบข่าว เออ ทราบข่าวยังไง ท่านกลับไปเยี่ยมพม่าขากลับมาท่านเอาพระที่แกะด้วยไม้แก่นจันทน์มาสององค์ จันทร์ขาว จันทร์แดง เอามาสององค์ บอกว่ากลับไปประเทศพม่าแล้วก็นึกถึงหลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ ไม่รู้จะเอาอะไรมาฝาก เลยเอาไม้แก่น เออ เอาพระที่แกะเป็นไม้แก่นจันทร์นี้มาฝาก พอเห็นเท่านั้นแหละ ถึงบางอ้อเลย “ท่าน ในประเทศพม่านี่พอมีไหม?” “มี” เท่านั้นเอง “แล้วจะได้ยังไงนี่” “เป็นภาระของพวกกระผมเอง” แล้วท่านก็บินไปกลับประเทศพม่าไปกว้านเอาไม้แก่นจันทน์เอามาทำบ้านหลังน้อยให้คุณยายจนได้นั่นแหละ (สาธุ)
เอามาเลื่อยเป็นกระดานเรียบร้อย เอามาทำเป็นบ้านหลังน้อยชั้นในให้คุณยาย เพราะฉะนั้นบ้านหลังน้อยของคุณยายในชั้นในนั้นก็เป็นไม้หอม เป็นไม้แก่นจันทร์ เออ เป็นไม้จันทน์ ชื่อเดียวกันยายของเรา ยายของเราเอาชื่อฝากไว้บนท้องฟ้าว่าจันทร์ เอาฝากไว้กับไม้ที่สุดหอมของโลกนี้คือไม้จันทน์ และถึงคราวลาโลกเราก็เอาไม้จันทน์มาทำเป็นบ้านหลังน้อยให้กับคุณยาย การเตรียมบ้านหลังน้อยนี้ เตรียมไว้นานไหม เตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท เตรียมไว้ล่วงหน้าถึง ๒ ปีเต็มๆ แล้วพอเตรียมล่วงหน้าสองปีเต็มๆ ก็ยิ่งบอกใครไม่ได้ ถ้าบอกแล้วยุ่งเลย ก็ต้องแยกชิ้น แยกอันเก็บไว้ประกอบเสร็จเรียบร้อยถอดออก ไม่ได้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ายุ่งเลย เก็บเอาไว้อย่างดี ยกเว้นผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๕ คนมั๊ง นอกนั้นก็ไม่มีใครรู้อีกเหมือนกัน เพราะว่าถ้ารู้เดี๋ยวจะกลายเป็น บางคนคิดมากเดี๋ยวจะกลายเป็นแช่งครูบาอาจารย์ไป ทำกันมาอย่างนี้ ยังไม่พอ ก็ชั้นพิเศษ ที่เห็นข้างนอกอีกชั้นหนึ่ง ที่เป็นสีเหลืองอร่ามนี้ ก็ต้องบอกให้ทราบทั่วกัน เพราะว่าพวกเราแต่ละท่านก็เป็นเจ้าของบุญกันทั้งนั้นแหละ พวกเราคงจำได้ เราได้หล่อรูปคุณยายด้วยทองคำมาครั้งหนึ่ง รูปของคุณยายหน้าตักเท่าตัวจริงของท่าน หลายปีแล้วหลวงพ่อจำ พ.ศ. ไม่ได้แล้ว คงไม่ต่ำกว่า ๕ ปีมั๊ง ประมาณนั้น เมื่อหล่อท่านเสร็จเรียบร้อย ทำทุกอย่างเสร็จ ทองที่เหลือนอกนั้นเป็นของท่านก็เก็บเอาไว้ ก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าก็ทองที่พวกเราตั้งใจหล่อรูปท่านนั้น แล้วเหลือน่ะจะทำอะไร จะเอาไปทำอย่างอื่นก็ไม่ใช่ผิดวัตถุประสงค์ก็นั่งคิดนอนคิดกัน ก็ เมื่อทันทีที่หล่อ ทันทีที่ทำบ้านหลังน้อยสองชั้นด้วยไม้ให้กับคุณยายแล้ว ก็แว๊บขึ้นมา เออถ้าอย่างนั้น เออ แว๊บขึ้นมานั้นไม่ใช่ใครหรอก ท่านนั่งอยู่ทางโน้นนั่นแหละ ฮือ ๆ องค์นี้องค์อื่นไม่มีปัญญาไปแว๊บหรอ ท่านก็บอกว่า “สมบัติของยายก็ใช้บูชาพระคุณยายให้เต็มที่ก็แล้วกัน ส่วนหลังจากบูชาพระคุณยายแล้วจะอะไรยังไงแล้วว่ากัน” แล้วท่านก็สั่งให้ทำบ้านหลังน้อยอีกหลังหนึ่งโตกว่าสองหลังแรกๆ ทำด้วยสแตนเลส สตีล ไม่เป็นสนิมล่ะทีนี้ แล้วทำยังไง ด้านในก็บุด้วยเงินแท้ๆ เอ้า ทำให้ท่าน ด้านนอกก็ทองคำที่เหลือจากการหล่อรูปท่าน ก็เอามารีดให้เป็นแผ่น แล้วก็มาซอยอย่างที่เห็นนั่นแหละ ซอยให้เป็นเส้นแล้วก็มาสาน สานไม่อยากจะเปรียบกับ แต่ว่าต้องเปรียบว่า คือ ก็ลาย ก็ลายจักสาร เช่นเดียวกับลายตอก ลายเสื่อ ลายเออ แผงที่โบราณเคยทำกัน ก็เลือกเอาลายที่ดูแล้ว เออ ทั้งสวยงามทั้งคงทนที่สุดเท่าที่เราจะเลือกได้ และที่สำคัญเท่าที่จะสรรหาตามช่างจักสาน ช่างเหล่านั้นเคยแต่จักสาน ไม่เคยสานทองหรอกนะ สานไม้สานตอก บางท่านอาจจะมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องทองอยู่บ้าง ก็เป็นส่วน แล้วทำยังไง ก็มาสาน ก็เป็นบ้านหลังน้อยชั้นนอกคลุมจนเต็มที่นั้นแหละ เพราะว่าเป็นสมบัติที่พวกเราทุกคนได้ตั้งใจถวายคุณยายแล้ว แล้วเราก็เลยเอามาใช้บูชาคุณยาย ก็ขอให้ได้บุญทั่วหน้ากันทุกคนนะลูกนะ (สาธุ)
เราทำกันอย่างนี้มากันอย่างนี้ นี้คือการเตรียมการล่วงหน้าไม่ประมาท ว่ายังไงปุบปับเป็นได้ มีใช้รองรับสรีระของคุณยาย รองรับสังขารของคุณยาย เป็นบ้านหลังน้อยชั่วคราว เอา เตรียมอย่างนี้ไม่ได้ประมาทเลย และทำด้วยความเคารพ ทำด้วยความกตัญญูกตเวที เท่านี้ ขอย้อนกลับมา ก็ประมาณ ๒ อาทิตย์ก่อนหน้านี้ คุณยายเนื่องจากอายุ ๙๒ แล้ว ทางฝ่ายแพทย์ก็ได้ฉีดยาบำรุงป้องกันอะไรทุกสิ่งทุกอย่างกันหมดแล้ว เพราะว่าสังหรอะไร สังหรอยู่ ต้องบอกว่าสองเรื่อง คือนอกจากเราก็รู้อยู่ว่า ถ้าว่าไปล่ะนะ การที่อาราธนายายอยู่จนฉลองเจดีย์ก่อนเหอะ ก็เหมือนอย่างทรมานสังขารท่านเหมือนกันแหละ แต่เห็นว่ามันก็เป็นโอกาสที่พวกเราจะได้สร้างบุญร่วมกับยาย เกิดไปกี่ภพกี่ชาติเบื้องหน้ายายเจอหน้าเราเป็นต้องจำหน้าได้ ถึงจำชื่อไม่ได้ก็คุ้นๆ กันแล้วนะ จะได้ทั้งลาก ทั้งจูง ทั้งหิ้ว ทั้งหอบพวกเราไปกันด้วย แล้วให้ยายได้บุญเยอะๆ ในวาระบั้นปลายของท่านแล้วด้วย หวังจะให้เกิดบุญใหญ่ทั้งของเราทั้งของยายและให้เกิดความผูกพันกันข้ามภพข้ามชาติกันอย่างนี้ ก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยพวกเราในวัดนี่ก็ถึงได้หมั่นอาราธนาคุณยาย “ยาย อยู่จนฉลองเจดีย์เหอะ” ทีนี้พอเจดีย์ได้ฉลองแล้ว ก็ด้วยอำนาจบุญที่พวกเราช่วยกัน ร่วมกันนี่แหละ คุณยายกลับสุขภาพกลับยุ่งแข็งแรงกว่าเดิมขึ้นไปอีก เราก็ยิ่งดีใจ อู้บุญใหญ่ครั้งนี้ ทำให้คุณยายสุขภาพดีขึ้นมาอีกขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้น “ยาย ยายอยู่จนถึงฉลองลานธรรมเหอะ” เอาล่ะ พอหลวงพ่อธัมมชโยท่านก็เตรียมลุยสุดฤทธิ์อย่างนี้ MPL ท่านก็ทำของท่านเต็มที่อย่างงี้ ยาย ยายอยู่ฉลองลานธรรมให้เป็นรัตนบัลลังก์ติดตัวยาย ติดตัวพวกเราไปด้วยก่อนนะยายนะ คุณยายเงียบ คุณยายไม่ตอบ ไม่ อือ ไม่พยักหน้าแต่เงียบๆ ขลึมๆ เราก็คิดว่า อ่อ ยายคงยังปลื้มปีติกับการฉลองเจดีย์ จึงยังไม่ตอบ แต่ลึกๆ ก็ชักเสียวๆ กันอยู่เหมือนกัน ก็เพราะเสียวๆ กันอยู่เหมือนกันหลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยถึงได้ MPL เตรียมลุยกันให้เต็มที่นั่นแหละ ที่มาน่ะมาอย่างนี้ เอา เบื้องหลังการถ่ายทำ
แล้วทำไม่หลวงพ่อบอบุญไม่บอกไม่หย่อน มันจะหยุดยังไงล่ะ มันมาอย่างนี้ ที่นี้พอสังหรกันอย่างนั้น ทุกฝ่ายเตรียมหมด เออ ฝ่ายแพทย์ ฝ่ายพยาบาล ฝ่ายเภสัช ทั้งนอกประเทศ ในประเทศสื่อสารถึงกันหมด ต้องดูแลยายให้เต็มที่นะ หยุกยาก็เตรียมหมด ย้อนหลังไปนิดหนึ่งแม้แต่ เออ เมื่อเจ็ดแปดปีที่แล้ว ร่างกายคุณยายล้ามาก ร่างกายไม่ยอมสร้างเม็ดเลือด ถึงกับต้องให้โลหิตกัน ต้องให้เลือดกัน ในการให้เลือดก็เนื่องจากเลือดของคุณยายกรุ๊ปเอ แล้วแบ่งเป็นกรุ๊ปย่อยลงไปอีก เป็นเลือดที่หายากมากๆ แต่ก็พลิกแผ่นดินหามาให้คุณยาย แล้วขบวนการแพทย์ทุกอย่างทำถูกต้องเต็มที่ แล้วเราก็ให้เลือดกับคุณยายไป เจ้ากรรม เจ้ากรรมปรากฎว่าร่างกายคุณยายไม่รับ เมื่อไม่รับเข้า เอาล่ะซิ ร่างกายไม่สร้างเม็ดเลือด แล้วคนจะอยู่ยังไง อยู่ไม่ได้ แทบจะบอกกำหนดวันลาโลกของคุณยายเสียแล้ว ครั้งนั้นก็พลิกแผ่นดิน ก็พอดีก็ได้พวกเราที่อยู่ต่างประเทศหลายปีเขาได้ยาดีๆ จากต่างประเทศเดินทางกลับมาประเทศไทย ก็เลยได้ยาสำหรับปลูกเม็ดโลหิต จากได้ยาขนานนี้ ร่างกายของคุณยายได้สร้างเม็ดเลือดกลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หมอเองก็ตกใจ ทั้งแพทย์ พยาบาลก็ตกใจว่าเอ๊ะ อายุใกล้จะ ๙๐ กันด้วยแล้ว แต่ว่าเม็ดเลือดที่ยายสร้างขึ้นมาทั้งแข็งแรงทั้งจำนวนมากเหมือนกับคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ตรงนี้เองคือคำตอบว่า ในระยะ ๖-๗ ปีหลัง ร่างกายยังทรงอยู่ ยังแข็งแรงอยู่ได้อย่างไร แม้บางครั้งป่วยหนัก แต่ก็ฟื้นกลับมาได้เร็ว อ๋อ ก็ได้หยุกยาอย่างที่ว่ากันมาอย่างนี้แหละ
ครั้งนี้พอสังหรณ์ใจว่า เอ๊ะ ยายไม่ตอบรับ ก็เตรียมให้หยุกให้ยาเหล่านี้ เตรียมเช็คเลือดยาย เตรียมเช็คทุกสิ่งทุกอย่าง รายงานเข้าห้องแร็บ ทั้งแร็บภายในประเทศ และนอกประเทศรายงานหมด แล้วก็ได้ผลสรุปมาเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม เตรียมเพื่อเป็นการป้องกัน แต่ว่าเมื่อถึงเวลาก็ต้องยอมรับว่าถึงเวลา ก็รู้สึกร่างกายคุณยายล้ามาก เราก็จำเป็นจะต้องส่งคุณยายเข้าโรงพยาบาล ก็โรงพยาบาลเกษมราษฎร์นะ ที่พวกเรารู้คุ้นกันนั่นแหละ ก็ทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาลของโรงพยาบาลเอง และแพทย์ พยาบาลที่อยู่ภายนอกแต่คุ้นเคยกับคุณยายก็ได้ร่วมกันไปดูแลกันอย่างใกล้ชิด แต่ว่าเมื่อร่างกายล้าเต็มที ๙๒ ปีแล้วก็ต้องถือว่าเป็นผู้ที่ถือว่า (หมดม้วน 2/B)
(เรื่มม้วน 1/B)
สมกับเป็นนักสร้างบารมี สมกับเป็นต้นแบบของ เออ ขุนพลกล้าของกองทัพธรรม ก็ขอให้พวกเราได้อนุโมทนากันทั่วหน้า ด้วย (สาธุ)
ทีนี่ ในช่วงสุดท้ายที่คุณยาย ใกล้จะลาพวกเราไป ไม่กี่ชั่วโมง ยายก็พอรู้สึกตัว อ่อ นิดหนึ่งด้วย ยายขอเอาไว้ตั้งแต่แข็งแรง และตรงนี้เองทำให้หลวงพ่อกับคณะที่ดูแลอยู่ ต้อง เวลาจะตัดสินใจแต่ละครั้ง นักแรงทีเดียว คุณยายสั่งไว้ว่ายังไง อันนี้ก็ฝากไว้ด้วย เผื่อเป็นแนวปฏิบัติ คุณยายสั่งเอาไว้ว่า ท่าน เมื่อถึงคราวยายจะต้องลาโลก ขอนะไอ้เครื่องทางเครื่องช่วยต่างๆ ไอ้สายระโยงระยางต่างๆ ไม่ต้องเอามาให้ยายหรอกนะ เออสาย ก็ไม่รู้ เจาะให้เลือด เจาะฟอกเลือด เจาะอะไรต่ออะไรกันอย่างที่ยุคปัจจุบันทำกัน อุปกรณ์ต่างๆ เยอะแยะ ยายบอกว่าไม่ต้องมาทำให้ยาย ขอให้ยายได้ทำสมาธิของยายไปได้สบายๆ ถ้ามีเครื่องเหล่านั้นน่ะมันรุ่งรัง ไอ้ทุกขเวทนามันจะมีหรือไม่มีมารบกวนนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าเครื่องอุปกรณ์เหล่านี้บางทีเขาก็เป็นประเภทมีเป็นเนคนิค คอยปั้มคอยกระตุ้นอยู่เนี่ย จะทำภาวนาช่วงสุดท้ายจะถูกพวกนี้รบกวน เพราะฉะนั้นอย่าให้มีสิ่งเหล่านี้กับยายเลยนะ นี่เป็นคำสั่ง เพราะเป็นคำสั่งนี้เอง บางครั้งแพทย์ พยาบาลที่มาช่วยดูแล บางท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะทางเข้ามาช่วยดู ท่านก็ปรารถนาดีจะให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้อย่างโน้น ได้แต่บอกกับแพทย์เหล่านั้นว่าคุณยายสั่งไว้ว่าไม่ให้ทำ ก็พูดไม่ได้ ก็ดูเหมือนอย่างจะดื้อๆ เขาคงนึกว่าพระนี่ดื้อจังเลย ก็เอาล่ะ จะนึกอย่างไรก็ยอม คำสั่งก็คือคำสั่ง เราได้เตรียมทุกอย่างในลักษณะที่เป็นการป้องกันไว้แล้ว แต่ว่าเมื่อถึงเวลาอย่างช่วงนี้ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงมาก อาการคุณยายเป็นไข้หวัด ก็เป็นไข้หวัดสำหรับผู้อายุ ๙๒ เนี่ย เราๆ รู้ เราตระหนักล่ะ เรารู้ล่ะ เออ เวลาคุณยายคงน้อย เหตุนี้การรักษาการพยาบาลจึงใช้ในลักษณะของป้องกัน ส่วนในเรื่องของการแก้ไขนั้นเราทำน้อยที่สุดเลย เพราะเรื่องของการแก้ไข มันเป็นการแก้ไขแบบประวิงเวลามากกว่า เลยเราต้องตัดใจไม่ใช้วิธีนั้น ก็นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนำมาเล่าให้เราฟัง ไม่งั้นเดี๋ยวไปทราบจากที่อื่นแล้ว เอ๊ะ ทำไมดูแลคุณยายทำไมดูแลอย่างงั้น แพทย์เฉพาะทางมาแนะนำให้ก็ยังไม่ทำอีก ไม่ใช่ดื้อกับแพทย์ ไม่ใช่ดื้อกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเหล่านั้น แต่ว่า
๑. ก็เห็นว่า ก็ถึงเวลา วาระของคุณยายแล้ว
๒. ทำตามคำสั่ง
นิดหนึ่ง เออ พวกเราอาจจะ เอ๊ะ ทำไมหลวงพ่อเดี๋ยวนี่ก็เป็นคำสั่งยาย เดี๋ยวนั่นก็เป็นคำสั่งยาย ชีวิตนักสร้างบารมี ถ้าจะฝ่าฟันอุปสรรคแล้ว ก็ต้องอยู่กันด้วยธรรม อยู่กันด้วยวินัย วินัยน่ะ เออ ธรรม คือหลักธรรมที่อบรมกันมา แล้ววินัยกันล่ะ คำสั่ง ธรรมะคือคำสอน วินัยคือคำสั่ง พระภิกษุที่อยู่กันทุกวันนี้ได้ อยู่กันด้วยวินัย คือ อยู่กันด้วยคำสั่ง แล้วที่เกิดมีความไม่เรียบร้อยบางอย่างในการคณะสงฆ์ไม่ว่าในประเทศไหนก็ตามที รู้ไว้เถิด ณ ที่นั้นๆ มีการไม่ทำตามคำสั่งของพระพุทธเจ้าแล้วมันจะเป็นอย่างงั้น ของเราจะสร้างบารมีกันต่อไป เพราะฉะนั้นคำสั่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ เหมือนคุณยายของเรา คุณยายอาจารย์ของเรารับคำสั่งจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า ให้เอาวิชชาธรรมกายไปเผยแพร่ให้ทั่วโลก คุณยายก็รับคำสั่งแล้วก็เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ทำกันมาจนกระทั่งวาระสุดท้ายของท่าน แล้วก็สั่งให้พวกเราเดินหน้าต่อไป ก็เป็นอย่างงี้ มากันด้วยคำสั่ง เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่ดูแลคุณยาย แม้วินาทีสุดท้ายก็ทำตามคำสั่ง เมื่อประมาณอีกสัก ชั่วโมง สองชั่วโมง เห็นว่าคุณยายล้าเต็มที แต่สติยังแจ่มใส ลืมตาขึ้นมาดูพวกเราชัดเจน คือบางครั้งเมื่อล้ามากๆ ยายหลับตาทำภาวนาของยายไป แต่บางช่วง เออ อาการไข้ลดลง คุณยายลืมตาแป๋วมามองหน้าพวกเรา ก็พวกที่ดูแลชุดนั้น นั่นน่ะนั่งอยู่แถวหน้านั่นแหละเขาก็เตรียมกันเอาไว้เรียบร้อย เตรียมผ้าไตรที่คุณยายสั่งตัดสั่งเย็บไว้อย่างดี เตรียมเอาไว้ ส่งให้มือยายแล้ว ยายถวายพระเถอะนะ หลวงพ่อทัตตชีโวท่านมาเป็นตัวแทนรับไป เอา รับผ้าของยายมาก็นี้เขาคงจะใช้เตรียมเป็นผ้ากฐินยายที่จะถึงนี้แหละ ก็นิดหนึ่งแล้วนะ ผ้ากฐินของยายก็เตรียมไว้แล้วนะ
๒. ตลอดชีวิตของยาย ยายรักมากคือดวงแก้ว ยายบอกดวงแก้วนอกจากเป็นอุปกรณ์ในการน้อมนำให้เข้าถึงธรรมได้ง่ายแล้ว ยังไม่พอ ดวงแก้วที่นักปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าถึงธรรมจะสามารถ เออ นำเอาจักรพรรดิที่อยู่ข้างในน่ะมาใช้ตามสมบัติมาหล่อเลี้ยงตัวเอง มาใช้สำหรับสร้างบารมี คุณยายรักมากดวงแก้ว ตามหาดวงแก้วมาไว้ที่ในวัดนี่มากพอสมควร ยายว่ายังไง “เออ จะได้เป็นแก้วจักรพรรดิตามสมบัติมาเลี้ยงพระ เลี้ยงเณร เลี้ยงอุบาสก อุบาสิกา เลี้ยงพวกเราที่มาสร้างบุญร่วมกันตลอดมา” เพราะฉะนั้นยายจึงสะสมดวงแก้วเอาไว้ แล้วก็เตรียมแก้วเอาไว้อีกดวงว่า เออ ถึงคราวที่ยายจะลาโลกยายจะถวายอีกซักดวง ซึ่งยายรักมาก เป็นดวงแก้วที่ยายเก็บไว้ติดตัว แล้วก็มอบให้หลวงพ่อเป็นตัวแทนรับไว้ มาเพื่อให้กับคณะสงฆ์ของเรา ก็ขออนุโมทนากับยายไปอีกด้วย (สาธุ)
นอกจากนั้น พวกเราที่บางครั้งเจอยาย หรือว่าถ้าเจอยายก็มีปัจจัย นอกจากทำบุญกันทั่วๆ ไปแล้วก็ยัง เอ๊า ถ้าเจอยายก็ยังเอามาถวายยายด้วย บางท่านไม่เจอก็ฝากเจ้าหน้าที่ไว้ คุณยายก็เก็บปัจจัยเหล่านั้นรวบรวมเอาไว้ รวบรวมไว้แล้วก็มาร่วมเป็นปัจจัยร่วมสร้างมหาธรรมกายเจดีย์เป็นระยะๆ กับพวกเรามา เป็นช่วงๆ ครั้งนี้ก็มีพวกเรานำไปร่วมอีก ฝากอุบาสก อุบาสิกาฝากเจ้าหน้าที่มา มาก็หลวงพ่อก็ไม่รู้จำนวนหรอกนะ เห็นว่าก็พานขนาดเนี่ย มันก็สูงซะขนาดเนี่ยเท่าไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะ ก็ยายก็ส่งมอบให้ก็รับจากยายมา ก็ขออนุโมทนาด้วยทุกคนแหละนะ (สาธุ)
ก็เป็นของพวกเรานี่แหละ นี้ก็เป็นการร่วมสร้างบุญกับพวกเรา สำหรับทำลานธรรมกัน ไม่อยู่ร่วมสร้างด้วยก็ เอาปัจจัยมอบเอาไว้ให้แล้ว อย่างนี้แหละ เรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็น่ารักจัดการทำมรณะบัตรเสร็จให้เรียบร้อยเชียว แล้วก็เป็นบุญอีกอย่างหนึ่งคือ ตลอดระยะเวลามาหลวงพ่อเองก็หงุดหงิด คือจัดการคัดลอกสำมะโนครัวมาจากบ้านเดิมของคุณยายมาอยู่วัดปากน้ำ จากวัดปากเขาก็มีการคัดลอกกันหลายเที่ยวเหมือนกันจนกระทั่ง ย้ายมาที่วัดเรานี่ ตั้งแต่อยู่วัดปากน้ำแล้ว เขาใส่ชื่อยายเป็นนาง เอานางก็นาง ยายก็อ่าน ทำไมถึงจับพลัดจำผลูเป็นอย่างงั้น ก็คุณยายอ่านหนังสือไม่ออก เขาเขียนอะไรให้ ก็เขาเขียนมายายจะไปรู้อะไร เองเขียนมาข้าก็รับมาก็จบแล้ว ข้าจะไปนั่งหลับตาแหละ ในชื่อเป็นนาง เพราะฉะนั้นพอถึงเวลาออกมรณบัตรก็เป็นนาง หลวงพ่อเองก็ผวา ก็เราก็ไม่อยากจะให้ข่าวนี้ ยังไม่อยากให้พวกเราทราบ ถ้าทราบเดี๋ยวเขามารอกันเต็มวัด จะมารดน้ำจะทำอย่างไร แต่ว่ามรณะบัตรก็ต้องออก พอออกแล้วมาก็เข้าอะไรล่ะ คอมพิวเตอร์ส่วนกลาง ก็ไปปรากฏถึงแม้ในกองปรดกองปราบเขาก็รู้หมดในการปกครองเขาก็รู้หมด แต่ว่า เนื่องจากปรากฏชื่อในนั้นว่าเป็นนาง ใครก็ไม่รู้คงมีคนแก่วัดพระธรรมกายละมั้งเสียชีวิต ก็มีเหมือนกันแหละ เขาพยายามซักเข้ามา ว่าเอ๊อะ มีอะไรที่วัดพระธรรมกาย ก็ไม่มีอะไรมีแต่การทำบุญ แต่รู้นะเขาจมูกไวเหมือนกัน เขาสงสัยเหมือนกันแหละว่ามีอะไร ก็ไม่มีอะไร ก็มีงานบุญ ก็นี่ไงก็นั่งงานบุญกันอยู่ที่นี่ ไม่ได้โกหกใคร เพราะฉะนั้นจากที่เคยหงุดหงิด ว่าแหมเขาคัดใส่ในสำมะโนครัวคุณยายเป็นนาง หงุดหงิดมาหลายปี แต่ว่าวินาทีสุดท้ายกลายเป็น เออ โชคดีนะเป็นบุญนะ บุญจัดสรรไว้เรียบร้อย ก็เพราะฉะนั้นในระหว่างที่ ตั้งแต่วันอาทิตย์จนกระทั่งถึงวันพุธ พวกเราจึงไม่ได้ข่าวระแคะระคายอะไร เพราะว่าบุญจัดสรร พระนิพพานจัดสรรไว้เรียบร้อย พวกเราที่อยู่ในวัด ที่มีส่วนรู้ก็แต่ละคนก็ทำตามคำสั่งยาย ไม่มีใครพูดต่อ เพราะฉะนั้นอย่าไปโกรธเด็กวัดเลยนะว่าแหม รู้แล้วทำไมไม่บอก ไม่บอก บอกไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งยาย
ทีนี้จากเช้านั้น ตีห้า เออ อีกห้านาทีตีห้า ก็คุณยายก็ละสังขาร พอประมาณสักหกโมง หกโมงครึ่ง หลวงพ่อก็นำสังขารของท่านมาถึงวัด แล้วก็จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง เออ ทางด้านการแพทย์ก็จัดการเรียบร้อยที่จะรักษาสรีระของท่านให้ดียังไม่พอ ก็ต้องการจะบูชาคุณยายให้เต็มที่ อย่างที่กล่าวมานี้ บ้านหลังน้อยก็เตรียมไว้ ว่าไปแล้วก็ถึง ๓ ชั้น ชั้นในก็แก่นจันทน์ ไม้ชื่อท่านนั่นแหละ ไม้หอมไว้ชั้นใน ไม้สักซึ่งเป็นไม้ชั้นดีของโลก เอ๊า เอาไว้อีกชั้นหนึ่ง ชั้นที่สามก็อย่างที่เราเห็นนี้ก็สมบัติ เออเป็นทองคำบริสุทธิ์ที่พวกเราได้เคยบูชาธรรมคุณยายเอาไว้เป็นของท่าน ก็นำเอามาใช้อย่างนี้ ทีนี้ก็เป็นดำริของพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านอีกแหละ ท่านก็บอกว่าคุณยายเป็นเหมือนประทีปธรรมของพวกเรา เป็นประทีปธรรมของชาวโลกยุคนี้ เพราะว่าทั้งโลกนี้ ผู้ที่จะรู้จักพระพุทธศาสนามีน้อย มีน้อยแสนน้อย ตีว่าในประเทศไทยนี้ ๖๐ ล้านคนที่รู้จักพระพุทธศาสนา เอ้า อาจจะไปนับถือศาสนาอื่นบ้างก็ช่างเถอะ ก็ตีว่า ๓๐ เออ ๖๐ ล้านคน แต่ที่สนใจการปฏิบัติการทำภาวนามีน้อยก็น้อย มีอย่างมากก็อาจจะเป็น เอ้าให้เป็นแสน สักแสนหนึ่ง ในจำนวนแสนที่ตั้งใจทุ่มเทปฏิบัติก็มีจำนวนน้อยนิด เพราะฉะนั้นพวกเราที่นั่งอยู่เนี่ยเป็นจำนวนน้อยนิดของโลก แล้วจะต้องไปทำนำวิชชาธรรมไปแจกแก่ชาวโลก ให้ชาวโลกรู้จักหนทางพระนิพพาน เพราะฉะนั้นจะถือว่าพวกเรากลุ่มน้อยนิดเนี่ย คือประทีปธรรมที่คุณยายจุดทิ้งไว้ให้กับโลกยุคนี้ก็ว่าได้ ในเมื่อคุณยายเป็นผู้จุดประทีปธรรมให้กับชาวโลกยุคนี้ ทำอย่างไรหน้อจะบูชาธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ก็อย่ากระนั้นเลย ในสมัยพุทธกาลน่ะก็มีปรากฏเป็นตำหรับตำราเอาไว้ว่า
(๑) พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
(๒) พระปัจเจกพุทธเจ้า
(๓) พระอรหันต์ นี่ส่วนที่เป็นผู้หมดกิเลส
อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนชาวโลก คือ พระเจ้าจักรพรรดิ
พระเจ้าจักรพรรดินี้ไม่ใช่ Emperor ไม่ใช่อย่างกับ นโป-ลง โปเลียนอะไร ไม่ใช่ๆๆ พระเจ้าจักรพรรดิคือผู้มีบุญที่มาปกครองโลกในบางยุคบางสมัย วันธรรมดาปกครองโลกด้วยศีลแปด อะ ขออภัย ด้วยศีลห้า ครั้นในพระก็จะปกครองโลกด้วยศีลแปด นี้เป็นแบบชาวโลก ไม่ได้บรรลุธรรมอะไร แต่ว่ามีมั่นคงในศีลในธรรมอย่างนั้น ยังเข้าไม่ถึงพระธรรมกายในตัว แต่เนื่องจากมีคุณต่อโลกมาก คือดูแลความสงบสุขของโลก พระเจ้าจักรพรรดินี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เพียงพระองค์เดียวก็ปกครองทั้งโลกให้โลกเป็นสุข
เพราะฉะนั้น พระเจ้าจักรพรรดิจึงได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าเมื่อถึงคราวก็ให้ชาวโลกเขาได้บูชาคุณธรรมของพระเจ้าจักรพรรดินั้นในทำนองเดียวกับที่บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ด้วยเถอะ ก็เป็นการอนุโลม ขั้นถึงเวลาเมื่อแม้พระเจ้าจักรพรรดิจะละสังขารก็มีวิธีทำอย่างไรที่จะให้ชาวโลกได้ตอบแทนพระคุณของพระเจ้าจักรพรรดินั้น เขาทำอย่างงี้ เขาจะใช้ผ้าเนื้อดีที่สุดของโลกในยุคนั้นพันรอบสรีระแล้วก็พันไปรอบหนึ่ง แล้วก็สำลีก็รอบหนึ่ง ตกลกสำลีกับผ้าเนื้อดีสีขาวก็พันรอบสรีระของท่านเหล่านั้น จนกระทั่งหนาพอแล้วก็ใช้น้ำมันหอมราดสรีระท่าน ชโลมหรือใช้คำว่าราดนะ ชโลมให้สรีระของท่านก็มีกลิ่นหอมอยู่ตลอดเวลา และในเวลาเดียวกันก็เป็นเหมือนเชื้อเพลิงเมื่อถึงคราวจะเผาสรีระของท่าน นั่นก็เป็นธรรมเนียมประจำโลก เป็นประเพณีประจำโลกกันมาทุกยุคทุกสมัยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตเจ้ามีวิธีบูชาพระคุณของท่านด้วยการจัดการกับสรีระอย่างนี้ แม้พระเจ้าจักรพรรดิซึ่งเป็นชาวโลกยังมีครอบครัวอยู่ แต่มีพระคุณกับชาวโลกมาก ก็ทำวิธีนี้ จากพบหลักฐานในพระไตรปิฎกอย่างนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยก็มาคำนึง โดยเฉพาะหมู่คณะเมื่อทราบก็เห็นดีเห็นงามมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเราจะทำตามนั้น คือทำอย่างไร ก็เมื่อเชิญยายมาถึงกุฏิที่พักของคุณยายแล้ว พวกลูกๆ หลานๆ ที่ทำหน้าที่ดูแลยายก็ช่วยกันชำระร่างกายคุณยายจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อยเหมือนกับยายเพิ่งอาบน้ำใหม่ๆ แล้วก็ เออ ชุดอุบาสิกาของคุณยายก็ห่มให้ท่านอย่างเรียบร้อย ผ้าเนื้อดีที่สุดที่มันมีอยู่ในแผ่นดินไทยนี่แหละไปเตรียมมาหมด จัดการให้คุณยายอย่างเรียบร้อยแล้วก็พันสรีระของยายสลับกับสำลีอย่างที่ว่านี้เป็นชั้นๆ ไป เช่นเดียวกันที่ทำกับพระเจ้าจักรพรรดิ เมื่อพันเรียบร้อยรอบสรีระจนกระทั่งหนาพอแล้ว ก็เชิญร่างกายของท่านสรีระสังขารของท่านเอาไปใส่บ้านหลังน้อยชั้นในก่อนซึ่งบุด้วยไม้จันทน์หอมนั่นแหละนะ ไม้แก่นจันทน์ ไม่สัก แล้วก็ อา ปิดผนึกเรียบร้อย อ๋อ ข้ามไปนิดหนึ่งแล้วก็ฉีดยาให้กับร่างของท่านด้วย ให้เต็มที่ไม่ให้การเปื่อยการเน่าเกิดขึ้นถึงคราวก็ให้ค่อยๆ แห้งไปเป็นปกติไปโดยไม่มีกลิ่นไม่มีอะไรออกมาให้รบกวน เพราะว่า (๑) ไม้นั้นเป็นไม้แก่นจันทน์ให้ความหอมตลอดเวลา (๒) น้ำมันหอมที่ชโลมร่างกายท่านใช้จำนวนมากทีเดียว ถ้าว่าไปก็เป็นปิ๊บๆ น่ะนะสรีระของท่านอิ่มไปด้วยน้ำมันหอม ก็เป็นการบูชาสรีระของท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ปิดผนึกเรียบร้อยแล้วก็รอ รอที่จะเตรียมสถานที่ที่เรานั่งเนี่ยให้เรียบร้อยพอสมควร ที่เห็นอยู่นี่ต้องถือว่าเรียบร้อยเพียงแค่ขั้นต้น คือแค่พอสมควร เพราะว่าบริเวณพื้นที่กว้างมาก พรมที่ใช้ปูนี้ใช้ถึงหมื่นตารางหลาที่ใช้นี่ ไปหาที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ ก็บุญจัดสรรพระนิพพานจัดสรร มีที่แห่งหนึ่งเขาบอกว่า เออ คุณไม่ต้องหาหรอกนะ พรมจำนวนมากอย่างนี้ตั้งหมื่นตารางหลาอย่างงี้ คุณไม่ต้องหา ไม่มี ทำไม ยุคนี้ไม่มีใครเขาเก็บสต็อกพรมสีเดียวกันตั้งหมื่นตารางหลา ไม่มี ไม่ต้องไปหา ถ้าจะมีก็ไอ้แบบแดงแฉ๊ดอย่างงี้ ซึ่งก็ ก็ยังไม่ถึงอีกนั่นแหละ เอ้า แล้วจะทำยังไงล่ะ เขาก็นึกได้ เขาก็บอกว่า แต่ว่ามีอยู่อย่างหนึ่งนะ ท่านสนใจไหมละ มีพรมซึ่งโรงแรมหนึ่งเขาเตรียมเอาไว้หมื่นตารางหลา แต่ว่าเขาเจอภัย ไอเอ็มเอฟ เขาเลยไม่เอาหรอก เขาเลยคืนเอาไว้อย่างงั้นล่ะ เขาก็ให้แต่มัดจำเอาไว้งั้นน่ะ เก็บมาได้เข้าปีที่สองแล้วนี่ แล้วไม่รู้เมื่อไรเขาจะมาเอากันไปเนี่ย เขาไม่เอาแล้วก็มีแต่ว่าคนอื่นจะมาเอาไป ถ้าท่านต้องการยินดีนะ ขอแค่ราคาครึ่งต้นทุน ไม่ถึงต้นทุนด้วยซ้ำก็ยินดีเลย (สาธุ)
แล้วเราก็เลยมาได้อย่างนี้ รออยู่น่ะนะ มันรอกันอยู่อย่างนี้ ทีนี้เมื่อจัดการเนี่ย ถามว่าเสร็จเมื่อไหร่เนี่ย ที่ได้เพียงลำลองอย่างนี้ เสร็จเมื่อประมาณ เมื่อตอนเที่ยงนี่มั๊ง ตามสไตร์วัดพระธรรมกาย ก็เพิ่งเสร็จเมื่อเที่ยงนี้ ก็แสดงว่าหลวงพ่อคำนวณกันใช้ได้ ว่างั้นก็ต้องวันอาทิตย์เนี่ยพวกเรามาประกอบพิธีบูชาธรรมยายกัน ก็ นี่คือที่มา ทีนี้ก็ขอเลยไปนิดหนึ่ง เพื่อจะได้มองภาพรวมในงานให้จบ ตั้งใจตลอดชีวิตก็สอนให้พวกเรามาทำภาวนา แล้วพวกเราก็ว่าก็ว่าเถอะนะ ทำมั่ง ไม่ทำมั่ง ก็จะทำอย่างไรล่ะ ยายบอกว่ายายอยากเห็นลูกหลานยายเนี่ยเข้าถึงธรรมกายให้ทุกคน ไม่ใช่ไปเจอหน้ายายต่อไปข้างหน้าแล้ว บางคนก็ถึงมั่ง บางคนก็ไม่ถึงมั่ง ไอ้ที่ไม่ถึงก็ต้องไปนั่งท้ายแถวโน่น ไปนั่งกันสุดขอบจักรวาลโน่น มันก็ไม่สมศักดิ์ศรีลูกหลานยายนะ มันต้องเอ่อมาอยู่กันใกล้ชิดกันนี่แหละ แล้วจะได้ทำภาวนากันต่อไป ไปทำวิชชาปราบมารกันต่อไป เพราะฉะนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านก็แว๊บขึ้นมาอีกนั่นแหละ ท่านว่ายังไง “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกเราก็เหนื่อย สร้างมหาธรรมกายเจดีย์กันมาก็เมื่อย…กันมามากแล้ว ยังไม่รวมถึงว่าเหนื่อยสร้างวัดกันมา แล้วยังไม่ต้องรวมถึงว่า เราจะต้องเหนื่อยสร้างลานธรรม หรือจะสร้างอะไรกันต่อไปอีก (หมดม้วน 1/B)
(เริ่มม้วน 3/A)
ของยายนี่ ร่างกายสังขารของคุณยายเรานี้ จะเก็บเอาไว้จนกระทั่งถึงประมาณ เออ ต้นมกรา ถึงมกราคม เออต้องใช้คำว่าประมาณก็เพราะว่าเราก็ไม่ทราบล่ะนะ เออ ดินฟ้าอากาศมันจะเป็นยังไง ฝนจะเลยตกไปถึงธันวาหรือเปล่า หรือว่า เออเขาจะมียุบสภาเลือกตั้งอะไรต่ออะไรกันตอนธันวา-มกรากันหรือเปล่า เลือกตั้งเสร็จไม่เสร็จอะไรเขาก็ยังไม่รู้ทั้งนั้นล่ะ แต่ว่าโดยประมาณ ๆ เขาน่าจะเสร็จกัน เหตุการณ์ทุกอย่างมันปกติแล้ว ก็กะว่าโดยประมาณว่าวันอาทิตย์ต้นเดือนมกรา ๗ มกราคม ปีหน้า เราก็จะประชุมเพลิงสรีระคุณยายอาจารย์ของพวกเรากัน นี้โดยประมาณ เมื่อเวลาจากนี้ไปก็ไม่นานนัก ก็พอสมควร เดือนนี้เดือนกันยาก็มากลางเดือนแล้ว ก็เหลือตุลา พฤศจิกา ธันวา ก็สามเดือนครึ่ง เกือบๆ ตีว่าสี่ ไม่ถึงสี่เดือนดี ตุลา พฤศจิกา ธันวา สามเดือนครึ่ง ไม่ถึงสี่เดือนก็พอที่ให้หนึ่ง พอให้เราเตรียมงาน พอทึ่จะให้เราได้นั่งสมาธิเป็นการทำภาวนาปฏิบัติคุณยายกันได้เต็มที่ ท่านก็ดำริว่าเอาอย่างนี้นะ ท่านก็ส่งไปแล้ว สั่งสถาปนิกไว้เรียบร้อยแล้ว สถาปนิกก็ตอนนี้ก็คงวิ่งไฟแล๊บกันล่ะ ให้ทำมุ้งขึ้นมาซักมุ้งหนึ่งให้คลุมเต็มพื้นที่นี้ ในช่องว่างนี้ หนึ่งช่องเสากลางเนี๊ยะ ที่เห็นๆ กันเนี่ยนะตลอดเลย ซึ่งทำให้เราสามารถนั่งสมาธิกันได้อย่างน้อยก็เฉียดๆ หมื่น ประมาณสักหมื่นหนึ่งในพื้นที่นี้ อย่างน้อยก็คงจะได้สักเจ็ดแปดพัน เอาว่าทำมุ้งขึ้นมาแล้วไม่ให้มียุงเข้ามากวนแล้วเราจะได้นั่งปฏิบัติบูชากันได้เต็มที่ ใครมีเวลามา จะกลางวันจะกลางคืน จะยังไงนั่งต่อเนื่องกันไป แม้พระภิกษุสามเณรก็คงจะต้องมาผลัดเวรกัน นั่งปฏิบัติบูชาธรรมกะยาย เป็นการตอบแทนพระคุณของท่านก่อนที่เราจะประชุมเพลิงสรีระของท่าน อะท่านก็ดำริมาอย่างนี้ คำสั่งมันง่ายนะ พอจะทำจริงๆ เข้า โอโฮ มุ้งอะไรวะนี่ ก็ทีแรกเราก็จะทำมุ้งยักษ์อย่างงั้น อย่างงี้ อย่างโน้น ตามสไตร์เราที่เคยมีมุ้งใหญ่ๆ กันแล้ว สถาปนิกเขามาเห็นเข้า เขาบอกว่า “หลวงพ่อถ้าทำอีพันนี้ล่ะก็นะ ลมมาล่ะหอบเดียวกันไปกองอยู่แถวๆ หน้าเจดีย์นั่นแหละ” แล้วทำไงล่ะ เขาก็บอกว่า “งั้นเอา นั่นแหละเพดานหลังคา อะฟ้าเพดานนี่คือหลังคือมุ้ง” ฮือ เอางั้นเหรอ แล้วก็จะนั่นล่ะ ด้านข้างก็จะบุด้วยไนล่อนที่ตาละเอียดจากข้างบนสุดลงมาเลย ลงมาจนกระทั่งถึงในระดับ ๕ เมตร สูงจากพื้นก็คงจะเหนือซาแลนเขียวๆ ที่เห็นนี่ไปอีกสักเมตร สองเมตร ประมาณนั้น อ้อ คงประมาณระดับลำโพงนั่นแหละ จะทำเป็นมุ้งไนล่อนลงมาเนื้อละเอียดหน่อย แล้วเนื่องจากลมวัดเราแรง เพราะฉะนั้นจะซอยลงมาประมาณช่วงละ ช่องละประมาณสักเมตร ไม่เกินเมตรครึ่ง แนวยาวลงมาจนกระทั่งได้ระดับ เมื่อเป็นอย่างงั้นมันจึงต้องมีกรอบประคับประคองลงมาด้วย เอ้า ก็เรื่องของสถาปนิกเขา พอในระดับ ๕ เมตร เพื่อไม่ให้พวกเราร้อนก็ตัดตอนขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเป็นช่วงประมาณสัก เออ สามเมตรด้วยกัน สองเมตรด้วยกัน เป็นความสูงสองเมตร ว่ามุ้งนี้จะเป็นมุ้งพิเศษ เป็นไนล่อนซึ่งหนาขึ้นมาอีก แล้วก็เนื่องจากบางประมาณหนึ่งเมตร จะทำเป็นแกนกลางเอาไว้ด้วย สามารถที่จะหมุนได้รอบตัว เพราะฉะนั้นเวลาลมมาก็เอียงรับลมได้ทุกด้านไป ก็เออ เอ้า แต่เวลา ก็ลมเย็นล่ะทีนี้ ก็คงจะลมเย็นเหมือนกันขนาดนี้ เพื่อเราอยู่ที่เราอยู่เท่านั้นที่ยังไม่ได้ติด ก็เย็นเหมือนเดิม แต่กลางคืนก็บิดปั๊บ ก็ปิดมุ้งเรียบร้อย ทางด้านล่างก็ทำนองเดียวกันอีกนั่นแหละ แต่ว่าทำที่ดัก ทำที่กันยุง ตรงปากประตูเวลาเราเข้าเป็นพิเศษขึ้นมาอีกด้วย
ก็เป็นอันว่า เราจะได้มุ้งยักเอาไว้ปฏิบัติบูชากับคุณยายกัน ทำเอาไว้ใช้ตลอดจนกระทั่งประชุมเพลิงสรีระคุณยายอาจารย์ของเราเรียบร้อย ก็ถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเรียบร้อยแล้วจะทำอะไรอีกล่ะ เราเข้าเป็นมุ้งไปแล้วนี่ เราก็คงจะได้ห้องประชุมระดับยักษ์เอาไว้อีกห้องหนึ่งแล้วนะ กันยุงได้ ไม่ต้องไปอยู่ธุดงค์ไม่ต้องไปเช่าที่ไหน ไปประชุมกันแล้ว ได้ห้องนี้ด้วยบารมีของยายอีกแล้วแหละ (สาธุ)
ก็จะเป็นอย่างนี้ แล้วทีนี้เพื่อให้เป็นไปตามประเพณีนิยมในพุทธศาสนา ก็จะมีการบำเพ็ญกุศลกัน ก็ทำอย่างไร ก็ทำอย่างที่เห็นนี่ล่ะ บนสเตทที่เห็นนี้ก็จุพระภิกษุนั่งได้กันสบายๆ อย่างที่เห็นนี้ ๒๐๐ รูป เพราะว่ายา ๑๐๐ เมตร พระนั่งสองแถว ๒๐๐ รูปได้สบาย ก็จะจัดให้มีการบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมอย่างที่เมื่อกี้นี้สวดแล้วนั่นล่ะ แต่ว่าแทนที่จะสวดกัน ๔ จบไม่เอาล่ะ สวดกันหนึ่งจบแล้วก็มีเทศน์ ก็จะนิมนต์พระมาเทศน์ ทั้งพระภายในวัด หรือนอกวัดก็หมุนเวียนกันไป มาเทศน์กันหลังการสวด ทีนี้วัดอาทิตย์ก็จะให้บำเพ็ญกุศลกันก็ ตีว่า เออ ประมาณ ๔ โมงเย็น ๓ โมงครึ่ง ๔ โมง คงประมาณ ๓ โมงครึ่งเราก็เตรียมกันล่ะ ย้ายจากทางด้านหน้ารัตนบัลลังก์มาทางด้านนี้ พอ ๔ โมงก็ฟังสวดพระอภิธรรมพร้อมหน้าพร้อมตากันนะ ส่วนเวลาอาจจะปรับไปบ้างตามฤดูกาลก็ว่ากันอีกทีหนึ่ง
(กระแอม) หา ก็ขออภัย ก็ประมาณ ๓ โมงเย็นเราจะประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมกัน ฟังพระสวดกันนะ ประมาณ ๓ โมงเย็น อาจจะ ถ้าวันไหนพวกเรามามาก ๓ โมงเริ่มขยับกันมากว่าจะเสร็จก็อาจจะ ๓ โมงครึ่ง ๓ โมง ๔๕ ถ้าวันไหนน้อยหน่อยก็อาจจะ ๓ โมงเศษนิดๆ ก็คงจะได้ เออเริ่มฟังพระสวดมนต์กันแล้วนะ นั่นก็วันธรรมดา เออ ขออภัยนั่นคือวันอาทิตย์ ส่วนวันธรรมดา ก็คงจะเป็น เออ คือ วันจันทร์จนกระทั่งถึงวันเสาร์ พิธีก็จะเริ่มประมาณซัก ๖ โมงครึ่ง ๖ โมงเย็น ประมาณ ๖ โมงครึ่ง ก็เผื่อว่าพวกเราที่ต้องไปทำงานก็จะได้พอแบ่งเวลาหลังเลิกงานก็พอมาได้ ถ้ามาแล้วฟังสวดมนต์ อา ฟังพระอภิธรรมเรียบร้อยแล้ว บำเพ็ญกุศลเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นฟังเทศน์สักจบหนึ่ง แล้วก็นั่งสมาธิกัน นั่งภาวนากัน ปฏิบัติธรรมกัน ใครอยู่ได้กี่ชั่วโมงไม่ว่ากัน ใครจะอยู่ได้ถึงสว่างก็โมทนา หรือว่าใครจะถือธุดงค์ซัก สามวัน เจ็ดวัน เป็นช่วงๆ ก็ตามแต่ศรัทธาเถอะ ตรงนี้ถือว่าเป็นการปฏิบัติบูชาคุณยายอาจารย์ของพวกเรา ตอนนี้ก็เป็นคร่าวๆ ก็แล้วกัน แต่เป็นคร่าวๆ ฉบับยาว ก็วันนี้หลวงพ่อก็คงฝากไว้เพียงนี้ก่อน แล้วก็มีรายละเอียดอะไรอย่างอื่นแล้วก็คงจะได้มาแจ้งเป็นช่วงๆ ตามลำดับๆ ไป
ก็สำหรับวันนี้หลวงพ่อก็ขออนุโมทนากับพวกเราที่ได้มาร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลใหกับคุณยายอาจารย์ของเราเป็นวันแรก มาบำเพ็ญกุศลด้วยความเคารพรัก มาบำเพ็ญกุศลด้วยความกตัญญูกตเวที มาบำเพ็ญกุศลเพราะตั้งใจจะบูชาธรรมคุณยาย ขออำนาจแห่งบุญกุศลที่พวกเราได้ร่วมใจกันบำเพ็ญกันมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดพระธรรมกายก็ดี จนกระทั่งได้มาสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ จนกระทั่งได้มาร่วมบำเพ็ญกุศลอุทิศให้กับคุณยายอาจารย์ของเราในวันนี้ก็ดี และที่จะบำเพ็ญให้ยิ่งๆ ขึ้นไปในภายภาคหน้า ขอให้คุณยายอาจารย์ได้มารับรู้ มารับทราบ มารับอนุโมทนา แล้วก็ได้แผ่บุญมาคุ้มครองปกป้องรักษาให้ลูกหลานยาย ทั้งที่เป็นพระภิกษุ เป็นสามเณร เป็นอุบาสก เป็นอุบาสิกา เป็นนักสร้างบารมี ทั้งที่มาประชุมพร้อมหน้ากัน ณ ที่นี้ และจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลไหนก็ตาม และมีความรำลึกถึงคุณยายตั้งใจส่งกระแสใจมาร่วมในพิธีบูชาคุณยายในวันนี้ ขออำนาจบุญกุศลทั้งหลายเหล่านี้ รวมทั้งบารมีธรรมของคุณยาย จงส่งผลดลบันดาลปกป้องคุ้มครองรักษาให้พวกเราทุกคนแหละ ให้สุขทั้งกาย ทั้งใจ ทุกโศกโรคภัยใดๆ ก็อย่าได้มารับกวน ให้พวกเราทุกคนแหละ มีกำลังใจ ตั้งอกตั้งใจที่จะเจริญภาวนาให้เข้าถึงพระธรรมกายเช่นเดียวกะยาย ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติวิชชาธรรมกายให้แก่กล้าเชี่ยวชาญตามคุณยายไปได้โดยง่าย ทุกภพทุกชาติ และให้พวกเราทุกคนเลย นับแต่นี้เป็นต้นไปปรารถนาสิ่งใดก็ตามอันเป็นไปเพื่อการสร้างบุญญาบารมีเป็นไปเพื่อการบูชาธรรมคุณยาย ขอให้ความปรารถนานั้นจงพลันสำเร็จ สำเร็จ สำเร็จ เป็นอัศจรรย์ทุกประการ แล้วก็ให้บุญที่พวกเราร่วมกันทำมาทั้งหมดนี้จงถึงแก่คุณยาย แม้จะเป็นการตอบแทนด้วยน้อยนิดก็ตามที แต่ก็สุดหัวใจของพวกเราแล้ว และขอให้คุณยายเชื่อมสายบุญของพวกเราให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคุณยาย ให้พวกเราได้สามารถติดตามคุณยายไปสร้างบุญบารมีได้โดยง่ายไปทุกภพทุกชาติ แตกฉานวิชชาธรรมกายตามคุณยายไปได้ทันทุกวาระจิต และตราบใดยังเวียนว่ายในวัฏสงสารนับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ก็ให้เป็นมหาเศรษฐีใจบุญได้สามารถบำรุงพระพุทธศาสนา บำรุงวัดพระธรรมกาย บำรุงพระภิกษุสามเณรทั้งโลก และบำรุงวิชชาธรรมกายให้เผยแผ่ได้กว้างไกลคลุมไปได้ทั้งโลกทั้งจักรวาล ทั้งอนันตจักรวาลไปทุกภพทุกชาติตราบวันถึงที่สุดแห่งธรรม เทอญ (สาธุ)
หลวงพ่อ: ให้ได้บุญเยอะๆ ด้วยกันทุกคนเลยนะ (สาธุ)
หน้า PAGE 30
FILENAME \p L:\ต้นฉบับถอดเทปเทศน์งานคุณยาย\2543\กันยายน43\43-09-17 EW-TTT.doc