บุญต้องทำบ่อยๆ จึงจะไปที่สุดแห่งธรรมได้
690308_บุญต้องทำบ่อยๆ จึงจะไปที่สุดแห่งธรรมได้
วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 (บ่าย)
หลักในการสร้างมหาทานบารมีนั้น ปัจจัยของเราต้องสะอาด บริสุทธิ์ ต้องได้มาด้วยการประกอบสัมมาอาชีวะ เจตนาของเราต้องตั้งมั่น แน่วแน่ มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย และผู้รับคือปฏิคาหกก็ต้องบริสุทธิ์ด้วย ก่อนทำก็ต้องปลื้ม กำลังทำก็ต้องปีติ หลังจากทำแล้วก็มีความสุข นึกถึงเมื่อไรก็เบิกบาน แช่มชื่น ปลื้มทุกครั้ง
บุญเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำบ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่าไปคิดว่า ต้องมีโปรเจ็คใหม่ๆ เราถึงจะทำ กลัวจะไปซ้ำเดิม อย่าคิดอย่างนั้น ต้องทำทุกสิ่งทั้งเก่าทั้งใหม่นั่นแหละ เก่าก็ทำให้สำเร็จ ใหม่ก็ทำให้บรรลุ บุญก็จะได้รวมกันเป็นจุดเดียว กลั่นให้ละเอียดเข้าไปเรื่อยๆ จนเป็นบารมี เป็นรัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด
บุญต้องตอกย้ำซ้ำเข้าไปเรื่อยๆ เหมือนเราตอกตะปูอย่างนั้น ตอกย้ำซ้ำที่เดิมจนกว่าจะถึงเป้าหมาย เหมือนตอกตะปูจนมิด ให้ถึงที่หมายบรรลุวัตถุประสงค์ เราต้องทำบุญซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เพราะเรายังต้องเดินทางไกลไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
การจะไปที่สุดแห่งธรรมได้มันต้องมีบารมีมากๆ บารมีทั้ง ๑๐ ทัศ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา บารมีต้องมาก ต้องโตใหญ่ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ครบถ้วนหมด ไม่มีขาดตกบกพร่องเลย บารมีจะมาก ก็ต้องทำให้มาก จะทำมากๆ นี้ไม่ใช่ทำกันชาติเดียว ต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำกันนับภพนับชาติไม่ถ้วน
แล้วไม่ทำก็ไม่ได้ด้วย ถ้าไม่ทำบาปอกุศลก็จะได้ช่อง เขาก็จะเอาผังจนถาวร ผังความทุกข์ทรมานมาให้เรายาวนานทีเดียว กว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ ถ้าพลาดพลั้งก็ต้องไปอบาย ชีวิตในอบายก็ยาวเป็นกัป เป็นมหากัป นับภพนับชาติไม่ถ้วน พอได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็เป็นคนชั้นล่าง มีชีวิตที่ยากลำบาก เสี่ยงต่อการตกลงไปอบายภูมิอีก ดังนั้นเราไม่ควรประมาทในชีวิต ควรสร้างบารมีให้ตลอดต่อเนื่อง ตอกย้ำซ้ำเดิมไปเรื่อยๆ
ถ้าเราสร้างบารมีกันขยักขย่อน อารมณ์ดีก็สร้าง อารมณ์ไม่ดีก็เลิกสร้าง หรือถูกยุแหย่จากผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิ ก็เกิดความเคลือบแคลงไม่มาสร้างบารมี ก็พลัดกันไปอีก พอพลัดไป บุญก็จะอ่อนลงก็ต้องไปอยู่ท้ายแถว เพราะฉะนั้นเมื่อเราตั้งใจเกิดมาสร้างบารมีก็ต้องสร้างกันให้ได้ตลอดรอดฝั่ง
เวลาเรามีทุกข์ก็อย่าคิดว่าบุญไม่ช่วย บุญช่วยอยู่ตลอดเวลา แต่บางทีเราก็ไม่เปิดโอกาสให้บุญได้ช่อง และอย่าลืมว่าในระหว่างที่เราเวียนว่ายตายเกิดนั้น ตอนที่เรามีสติมีปัญญา ได้เจอกัลยาณมิตร ไม่ประมาทในชีวิต ไม่ตระหนี่ แล้วก็สร้างบุญบารมี แต่ก็มีบางช่วงจังหวะของชีวิต ที่เราเผลอเรอ มีความประมาท ไม่ได้สร้างบุญบารมี
เมื่อไม่ได้สร้างบุญ แล้วเผลอไปทำบาป บุญกับบาปก็สลับกันให้ผล ช่วงที่เรามีทรัพย์ก็เพราะบุญส่งผล ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจการงาน แต่ถ้าบาปมันตามมาทัน ได้ช่องสอดละเอียดผ่ากลางมา ความคิดเราก็แปรปรวน คำพูด การกระทำก็เบี่ยงเบนไป ความสำเร็จก็ไม่เกิดขึ้น แต่เกิดความทุกข์ยากลำบาก ทุกข์ทรมาน
ถึงตอนนี้นักบุญบางท่านมักจะคิดว่า บุญไม่เห็นช่วยเลย ปัจจุบันเราทำแต่ความดี เราน่าจะได้รับผลดีอย่างเดียว ก็ถ้าเราทำดีมาทุกชาติมันก็ต้องได้รับผลดีอย่างเดียว แต่เราจำไม่ได้ว่าในอดีตเราสร้างกรรมไม่ดีอะไรมาบ้าง ดังนั้น เมื่อวิบากกรรมเก่าตามมาทัน สิ่งที่เราก็ต้องทำ คือ
-ไม่โทษว่าบุญไม่ช่วย บุญเขากำลังทำงานช่วยอยู่
-ไม่น้อยเนื้อต่ำใจในชะตาวาสนาของตัว
-ทำใจให้หยุดนิ่ง ทิ้งความทุกข์ทั้งหลายไป
-สั่งสมบุญให้ต่อเนื่องทั้งทาน ศีล ภาวนา
ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ เดี๋ยวมันก็ขึ้น เดี๋ยวมันก็ลง ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราทำบุญไม่สม่ำเสมอจากภพชาติในอดีตนั่นเองที่เราเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เราจะมาดูแค่ชาติปัจจุบันเพียงชาติเดียวไม่ได้
เรื่องบุญเรื่องบาปเป็นเรื่องลึกซึ้ง ละเอียด ซับซ้อน บางช่วงบาปได้ช่อง บางช่วงบุญได้ช่อง อย่างไรก็ตามเราก็ต้องสั่งสมบุญให้สม่ำเสมอ เมื่อวิบากกรรมตามมาทันใจก็ต้องไม่หวั่นไหว ให้ใจตั้งมั่นอยู่ในบุญ สั่งสมบุญและนึกถึงบุญเรื่อยไป บุญก็จะไปดึงบุญเก่ามาช่วยได้ นี่คือหลักวิชชานะลูกนะ