ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

บุญกฐิน มหากาลทาน

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

680921_บุญกฐิน มหากาลทาน (วันเสาร์ที่ ๒๖ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ค่ำ) เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันทอดกฐิน เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันให้ดีนะ เพราะว่ามหากาลทานปีหนึ่งมีอยู่ครั้งเดียว เราจะมีชีวิตอยู่อีกกี่ครั้งที่จะได้ทำบุญอันประเสริฐที่เป็นมหากุศลอย่างนี้ เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ยังมีอยู่ ต้องรีบตักตวงนะลูกนะ มหากาลทานปีละครั้งนั้น ไม่ใช่ทำได้ทุกวัน จะทอดกฐินได้ต้องมีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส พรรษาขาดก็ไม่ได้ และ ต้องครบองค์สงฆ์ด้วย คือจำนวน ๕ รูปขึ้นไป เรามีศรัทธา มีปัจจัย อยากทอดกฐิน แต่พระมีอยู่ ๔ รูป ก็ไม่ได้ และพระสงฆ์ต้องครบคุณสมบัติด้วย มันไม่ใช่ง่ายเลย อานิสงส์ผลบุญจากการทอดกฐิน ในชาติสุดท้ายถ้าพระพุทธเจ้าบวชให้ ก็จะมีไตรจีวรพร้อมอัฏฐบริขารทั้งหมดลอยมาจากอากาศมาสวมให้ ซึ่งการที่พระภิกษุจะได้รับการประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเป็นพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ และต้องมีบารมีมากทีเดียว สมมติพอฟังธรรมแล้วบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ แต่ยังครองเพศฆราวาสอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็จะตรวจสอบด้วยญาณทัสสนะว่าได้เคยถวายไตรจีวร อัฏฐบริขารกับพระภิกษุสงฆ์ในอดีตชาติที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าเห็นแล้วว่าเคย จะประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือบวชให้โดยการเปล่งวาจา ถือว่าเป็นความปีติภาคภูมิใจและเป็นเกียรติยศมากทีเดียวที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้ ถ้าเป็นพระอรหันต์ ก็สำเร็จด้วยบุญฤทธิ์ ผมบนศีรษะก็หายไป เหมือนปลงผมไป แล้วมีไตรจีวรห่มกาย มีอัฏฐบริขารพร้อมหมด แต่ถ้าหากเป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่ชั้นโสดาบันขึ้นไป ไตรจีวรจะลอยลงมาจากอากาศมาอยู่ระหว่างมือที่พนมอยู่กับอก แล้วก็มีบาตรตั้งวางไว้ ในนั้นก็เต็มไปด้วยบริขาร มีเข็ม มีด้าย มีดโกน มีหม้อกรองน้ำ เป็นต้น ซึ่งเทวดาเขาจะมาเนรมิตโดยอาศัยบุญของภิกษุรูปนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรวจดูด้วยญาณทัสสนะ ถ้าเห็นว่าไม่เคยถวายไตรจีวรและอัฏฐบริขารมาก่อนเลย แม้จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ก็ต้องไปแสวงหา คือกายภายนอกยังเป็นคฤหัสถ์ แต่ข้างในเป็นพระอรหันต์แล้ว บางรูปกำลังไปแสวงหากลับถูกโคขวิดตายเสียก่อนก็มี เมื่อวิบากกรรมเก่าได้ช่อง เพราะฉะนั้นไตรจีวรอัฏฐบริขารนี้ไม่ถวายไม่ได้ เพราะสักวันหนึ่งในอนาคต เราจะต้องเป็นนักบวช อานิสงส์ถวายผ้ากฐิน ถ้าเป็นชาย ก็จะได้ไตรจีวรลอยมาจากนภากาศ แต่ถ้าเป็นหญิงก็จะได้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ เหมือนอย่างนางวิสาขา เพราะฉะนั้นเราต้องทำนะลูกนะ ส่วนอานิสงส์ในเรื่องสมบัติ ๓ เรามีทางเลือกอยู่ ๔ ทาง คือ ประเภทที่ ๑ ลำบากชาตินี้ และติดใจ อยากลำบากชาติต่อไปอีก ประเภทที่ ๒ ลำบากชาตินี้ แต่ไปรวยอีกหลายชาติ ประเภทที่ ๓ รวยชาตินี้ ลำบากชาติต่อ ๆ ไป คือรวยแล้วใครมาชวนทำบุญ ไม่ทำ เพราะถือว่าที่รวยมาได้ เพราะฝีมือ ทีมถึง ทุนถึง ใจถึง ปัญญาถึง แต่ไม่รู้ว่าที่ได้มามีอีกอย่างหนึ่งที่ถึง คือบุญถึง ตรงนี้ดูไม่ออกจึงไม่เชื่อ แล้วใช้ทรัพย์ไปทำมาหากินอย่างเดียว เก่งในการทำธุรกิจ แต่ไม่ได้ให้ทาน ไม่ได้สร้างมหาทานบารมี เพราะฉะนั้นชาติต่อไป ถ้าบุญเก่าหมด บุญใหม่ไม่มี ก็จนลงไปเรื่อยๆ ประเภทที่ ๔ รวยชาตินี้ แล้วก็รวยอีกหลายๆ ชาติต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม ถ้าจะเอาแบบนี้ เราก็ต้องทำบุญ ไม่ใช่มัวมาทำใจว่า เราจะเอา S หรือ M ดี หรือหลายๆ M ดี คิดโน่นคิดนี่ มันต้องตัดใจนะลูกนะ จะเอาดีไปในภพเบื้องหน้า ก็ต้องตัดใจทำไปเลย ไม่ต้องไปทำใจ คิดไปคิดมา เพราะมันจะมีแนวโน้มในทางไม่ทำ มันเสียดาย เพราะฉะนั้น ตัดใจไปเลย แล้วอธิษฐานจิตของเราให้ดีๆ ไปเอาดีในภพเบื้องหน้า หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลที่เราจะต้องเดินทางในสังสารวัฏ ไปสู่ที่สุดแห่งธรรม เราจะต้องมีอุปกรณ์ในการสร้างบารมีที่สมบูรณ์ดียิ่งขึ้นไปกว่าชาตินี้อีกหลายๆ ร้อย หลายๆ พันเท่า ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ เป็นต้น เราจะต้องมีทรัพย์แบบไม่ต้องทำมาหากิน ไม่ต้องทำมาค้าขาย เอาทรัพย์แบบที่ผู้มีบุญในกาลก่อนเขาได้กัน คือสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ต้องเอาอย่างนี้ไปสร้างบารมีในภพเบื้องหน้า มโนปณิธานของเรายิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะคาดถึง ส่วนมากเขาจะคิดอยู่แค่ใต้ฟ้าครอบ แต่มโนปณิธานของเรามันเหนือครอบฟ้า ฉะนั้นจึงต้องสะสมบุญให้เยอะๆ ในยุคที่พระธรรมกายยังมีอยู่ จะไปคิดออกตอนที่ไม่มีพระธรรมกายนั้น มันน่าเสียดาย มีทรัพย์ มีศรัทธา แต่ไม่มีเนื้อนาบุญ ทำมากก็ได้น้อย แต่นี่ทำน้อยก็ได้เยอะ ทำเยอะได้เพิ่มพูนเป็นทับทวี เป็นอสงไขยอัปปมาณังทีเดียว แล้วก็อย่าลืมบริวารสมบัติ ในฐานะที่เรามาถึงแสงสว่างก่อน ก็ต้องนำแสงสว่างนี้ไปมอบให้กับผู้มีบุญทั้งหลาย แล้วเราก็จะได้บริวารสมบัติ เราไปช่วยปิดอบาย เปิดประตูสวรรค์ และตามรักษาสมบัติให้เขาเอาไปใช้ในภพเบื้องหน้า กับเปลี่ยนทรัพย์น้อยให้เป็นมหาสมบัติอันยิ่งใหญ่เอาไว้เป็นอุปกรณ์ในการสร้างบารมีของผู้มีบุญนั้นไปในภพเบื้องหน้า เพราะฉะนั้น ไปทำหน้าที่ผู้นำบุญให้ดี อย่าลืมนะว่า เราไม่ได้ไปเรี่ยไร แต่เรากำลังไปชวนเขาตั้งกองกฐิน เรามีเรื่องความจริงของชีวิตที่จะคุยกับเขา เรื่องปรโลก เรื่องในสังสารวัฏ ซึ่งเคยได้ยินได้ฟังมา คุณอาจจะเก่งในเรื่องธุรกิจ แต่ความรู้เรื่องปรโลก คุณอาจจะยังขาดแคลน ต้องให้เขาได้ฟังเรื่องราวเสียก่อน เพราะเราไม่ได้คิดจะไปเอาเงินของเขา แต่เราอยากจะให้เขากำจัดความตระหนี่ แล้วสร้างมหาทานบารมีให้เป็นบุญติดตัวเขาไป ซึ่งเราก็มีข้อมูลตั้งเยอะแยะที่จะไปเล่าให้เขาฟัง หน้าที่ของเรามีอย่างนี้ เราก็ไปทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยความปีติเบิกบานใจ เหลือเวลาอีกเพียงช่วงสั้นๆ จะได้วัดกำลังใจ วัดกำลังบุญของเราในอนาคต ว่าเราจะได้กำลังบุญขนาดไหนติดไปในภพเบื้องหน้า ถ้าใจมันฉ่ำตลอด บุญก็เต็มเม็ดเต็มหน่วย เราต้องหยุดนิ่งให้ใจใสๆ นั่งธรรมะกันก่อน พอใจใสดีแล้ว อธิษฐานจิตใครเป็นเจ้าของบุญที่จะตั้งกองกฐินคราวนี้ได้ ขอให้ชื่อนั้น ใบหน้านั้น ผุดผ่านเข้ามาในใจของเรา พอเราไปชักชวน ไปแนะนำ ก็ขอให้เขาเข้าใจ เกิดกุศลศรัทธา แล้วมาร่วมสร้างบารมีกับเรา ต้องทำอย่างนี้นะ ถ้านั่งสมาธิน้อย ใจไม่ใส ดวงปัญญาไม่เกิด อุปสรรคจะเยอะ ถ้านั่งเยอะ ใจใสๆ พอเขาเห็นหน้าเรา แทบจะไม่ต้องบอกอะไรเลย แค่เห็นหน้าแล้วอยากจะเข้าใกล้ อยากฟัง อยากเชื่อ แล้วก็อยากจะร่วมบุญกับเรา เพราะฉะนั้นต้องนั่งธรรมะให้ใจใสๆ ก่อนที่จะออกไปทำหน้าที่นะ