ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

พุทธบริษัท ๔ ต้องช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

680727_พุทธบริษัท ๔ ต้องช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา (๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ค่ำ) เมื่อครั้งก่อน หลวงพ่อได้กล่าวถึงเรื่องชาวบ้านที่ชอบติเตียนพระที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ควรจะไปติเตียนอยู่ฝ่ายเดียว เพราะถ้าจะติก็ต้องติกันทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตนั่นแหละ อย่าลืมว่า พุทธบริษัท ๔ พระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีภิกษุณีแล้ว มีแต่ ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการดูแลพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ตลอดไป ไม่ให้คำสอนบิดเบือนไป หรือเอาสิ่งที่ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัตินอกรีตนอกรอยกันไปอย่างนั้น บางทีญาติโยมก็ไปเคี่ยวเข็ญให้พระทำตามใจตัว ซึ่งมักคิดว่ามันดีแบบชาวโลก เราจะไปโทษพระก็ไม่ได้ ยกตัวอย่าง ไปเคี่ยวเข็ญพระให้ท่านช่วยตรวจดวงชะตา ซึ่งท่านก็ไม่ใช่ชำนาญการนะ เพราะไม่ใช่อาชีพพระ พระพุทธเจ้าอนุญาตแค่ว่า ใครจะขอให้บางองค์ดูฤกษ์ ดูยาม ไม่ให้ไปเจอโจรอย่างนั้นน่ะ ได้ นิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่อนุญาตให้ไปดูดวงชะตาใคร อนาคตจะเป็นอย่างไรอย่างนี้ไม่ได้ แต่ถ้าเราไปเคี่ยวเข็ญอยากให้พระช่วยดูหมอ พระท่านก็ฉลองศรัทธา ไม่อยากให้เสียศรัทธา ท่านก็ยอมดูให้ จริง ๆ แล้วโยมไม่ควรจะไปรบกวนท่าน ถ้าอยากจะรู้อนาคตของตัวเอง ก็ไปสมาคมโหร หรือไปหาผู้ที่มีอาชีพหมอดู ซึ่งมีเยอะแยะ เขารวบรวมสถิติมาเป็นพันๆ ปี เราอย่าไปรบกวนพระให้ท่านดูหมอ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาชีวิต นั่นไม่ใช่กิจของท่าน เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำกิจของสงฆ์ที่แท้จริง แล้วก็อย่าเอาบุหรี่ เอาหมากพลู ไปถวายท่าน พอไปถวายท่าน ท่านก็ลองๆ ดู พอลองดู สูบใหม่ๆ ก็มึนๆ หนักเข้าก็ชักม่วน พอม่วนหนักเข้า จะหาญาติโยมไปถวายไม่มี ท่านก็เลยไปซื้อ เพราะฉะนั้นเอาสิ่งเสพติดไปถวายท่าน มันก็ไม่ถูก บางทีไปขอของขลังท่าน ท่านก็ไม่ขัดใจ กะเกณฑ์ให้ท่านเขียนยันต์บ้าง เขียนอะไรก็ไม่รู้ อ่านก็ไม่ค่อยจะออก แต่ของขวัญนี่คนละเรื่องนะ ของขวัญให้เอาไว้สำหรับเป็นเครื่องระลึกนึกถึงบุญ และระลึกนึกถึงพระรัตนตรัย หรือไปเคี่ยวเข็ญให้ท่านรดน้ำมนต์บ้าง อย่างนี้เป็นต้น อยากได้น้ำมนต์ เราก็มาเอาเนื้อมนต์ก่อน มาสวดมนต์ไหว้พระ หรืออย่างย่อๆ ก็ภาวนาสัมมา อะระหังกันไป หลวงพ่อชอบใจ พระเดชพระคุณหลวงตาบัวนะ ฟังท่านเทศน์ คือมีคนเข้าไปกราบท่าน ขอให้ท่านเป่ากระหม่อม ท่านบอกว่าไงรู้ไหม “เราไม่ใช่งูเห่านี่” เพราะฉะนั้น จะมาโทษพระอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องโทษโยมด้วย กิจของพระแท้มีอยู่ แต่เราไปรบกวนท่าน ท่านก็เลยไม่มีเวลาทำกิจของท่าน นี่มันเป็นอย่างนี้นะ สิ่งที่พระจะสงเคราะห์โลกมีอยู่อย่างเดียว คือ ท่านต้องทรงจำพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำมาเทศน์สั่งสอนญาติโยม เราเข้าไปกราบแล้วฟังธรรมสิ ถามท่านว่า จะดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างไรถึงจะได้ประโยชน์ ทั้งประโยชน์ในปัจจุบัน ประโยชน์ในอนาคต หรือประโยชน์อย่างยิ่ง ถามท่านว่า ชีวิตคืออะไร เป้าหมายของชีวิตอยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร หรือเรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องกฎแห่งกรรม นรกสวรรค์มีไหม พระท่านก็จะได้เทศนา หรือมีหลักธรรมอะไรบ้างที่ควรปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆ ซึ่งมีอยู่ ๖ ทิศ บิดาจะปฏิบัติต่อบุตรอย่างไร บุตรควรปฏิบัติกับบิดามารดาอย่างไร ศิษย์กับอาจารย์ อาจารย์กับศิษย์ หรือสามีกับภรรยา ภรรยากับสามีควรจะปฏิบัติตนซึ่งกันและกันอย่างไร อย่างนี้เป็นต้น ต้องไปขอความรู้ท่านอย่างนี้ แล้วเราจะเจอพระแท้ พระท่านจะได้มีเวลาทำกิจที่ควรทำของท่าน พุทธบริษัท ๔ ต้องช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกต้องนะ ถ้าพุทธบริษัท ๔ ปฏิบัติตนได้เหมาะสม และช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา พระก็มีกำลังใจที่จะศึกษาธรรมะแล้วนำมาสอนญาติโยม ญาติโยมก็ช่วยกันสนับสนุนให้พระภิกษุ สามเณรปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก ไม่ต้องห่วงเรื่องขบฉัน เรื่องปัจจัย ๔ ที่จำเป็น หากต่างเกื้อกูลกันไปอย่างนี้วัดร้างก็จะหมดไป ความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน