การทำหน้าที่กัลยาณมิตร
680615_การทำหน้าที่กัลยาณมิตร
(๑ กุมพาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕)
หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกคนทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรให้เต็มที่ในทุกงานบุญ ไม่ว่าจะไปชวนมาร่วมงานบุญ ไปชวนบวช เพราะผู้มีบุญที่รอคอยเราอยู่นั้นมีเป็นเรือนล้านเลย ถ้าหากว่าเราไม่เดินไปหาเขา เขาก็จะพลาดโอกาสบุญใหญ่อย่างที่เรามีโอกาสได้รับ
คนโดยทั่วไปมีอยู่ ๓ ประเภท คือ ผู้ที่มีอินทรีย์แก่กล้า เราบอกปุ๊บก็รับปั๊บ ถ้ามีอินทรีย์ปานกลางก็ขอคิดดูก่อน ถ้าอินทรีย์ยังอ่อนอยู่ก็ต้องรอวันเวลา ซึ่งเขาอาจไม่ทันได้มาร่วมสร้างบุญในคราวนี้ แต่คราวหน้าเขาอาจจะมีโอกาส เราไม่ได้ทอดทิ้งเขา แต่ต้องวางเขาไว้ก่อน เพราะเรามีเวลาจำกัด
ลูกอย่าคิดว่า เราได้ทำของเราเองไปแล้ว หรือเราได้ทำของตัวเราเองและได้ชวนคนอื่นมาเพียงพอแล้ว
เวลาทำหน้าที่กัลยาณมิตร ให้เราใช้ศักยภาพและพลังที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดให้เต็มที่ อย่ามัวไปเสียเวลากับความทุกข์ใจที่เกิดจากการที่เราไปเจอกับคนที่อินทรีย์อ่อน ซึ่งเขาแสดงกิริยาอาการที่ไม่น่ารัก พูดจาไม่น่าฟัง แล้วเราเก็บมาเป็นทุกข์
ให้ทำอย่างที่หลวงพ่อเคยอุปมาไว้ คือ ทำเหมือนคนขายขนม ขายก๋วยเตี๋ยว ขายเสื้อผ้านั่นแหละ มีคนเดินผ่านหน้าร้านของเราเยอะ แต่ว่ามีส่วนหนึ่งที่เข้ามาในร้าน อีกส่วนหนึ่งหยุดยืนดู อีกส่วนหนึ่งเดินเลยไป มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
เราเป็นนักสร้างบารมีจะต้องไม่เก็บสิ่งที่ไร้สาระมาทำให้เราทุกข์กาย ทุกข์ใจ กายและใจเราควรจะถูกสั่งสมด้วยบุญบารมี ด้วยความสุขและพลังแห่งความดี
หลายครั้งหลวงพ่อได้รับทราบข่าวว่า ลูกๆ ต่างก็ออกไปทำหน้าที่กันอย่างเต็มกำลัง แต่หลายท่านไม่เคยทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรมาก่อน คือ ชอบที่จะสร้างทานบารมีด้วยตัวเองตามลำพัง เพราะมันง่ายดี แต่การออกไปทำหน้าที่กัลยาณมิตรนั้นก็เป็นเรื่องที่เราควรฝึกทำ เพียงแค่เราจะต้องเอาชนะใจของเราให้ได้
อย่าให้มีความคิดที่ว่า เราจะต้องไปขอเขา คนอย่างเรามีทุกอย่างพร้อมบริบูรณ์ ไม่จำเป็นจะต้องไปขอร้องใครให้มาทำบุญเลย การมีมานะทิฏฐิอย่างนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง
หรือบางคนคิดว่า การไปทำหน้าที่นี้ มันอดเกรงใจเขาไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงนี้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินทุกบาททุกสตางค์มีความจำเป็นสำหรับชีวิตของท่านผู้นั้นและครอบครัว ก็เกรงใจไม่กล้าที่จะไปบอกเขา คือ คิดแทนเขาว่า เขาคงไม่อาจที่จะทำได้ ก็คิดวนไปวนมาอยู่อย่างนี้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “เราต้องทำทั้งตัวเอง แล้วก็ชวนคนอื่นมาทำด้วย” การชวนคนอื่นนั้นเราจะได้บริวารสมบัติ นอกเหนือจากมีมหาสมบัติเกิดขึ้นด้วยตัวเอง การมีพรรคมีพวกทำให้เราสะดวกต่อทุกภารกิจ เพราะจะได้รับความช่วยเหลืออย่างดีเยี่ยมจากพรรคพวกของเรา
หลวงพ่อจึงอยากให้ลูกๆ มีทั้งมหาสมบัติ แล้วก็บริวารสมบัติ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างบารมี ทำให้ไม่มีใครที่จะมาขัดขวาง มีแต่ส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้สร้างบารมีได้อย่างเต็มที่และครบถ้วนบริบูรณ์
การทำหน้าที่กัลยาณมิตรจะทำให้ลูกทุกคนได้ค้นพบศักยภาพในตัว และพบความสุขที่เกิดจากการทำหน้าที่ ค้นพบขันติธรรม ความอดทนอดกลั้นต่อผู้ที่ยังไม่เข้าใจ หรือมีความตระหนี่ คือ เขาแสดงออกด้วยกริยาอาการต่างๆ ถ้อยคำบ้าง สีหน้าบ้าง เราจะได้ค้นพบว่า ศักยภาพในตัวเรานั้นมันมีเหลือเฟือที่จะเป็นประโยชน์ เป็นที่พึ่งต่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อช่วยให้เขาจะได้อาศัยมหาทานบารมีที่เขาสร้างจากการแนะนำของเรานี้เปลี่ยนไปเป็นมหาสมบัติติดตัวไปในภพเบื้องหน้า
ซึ่งการทำหน้าที่กัลยาณมิตรจะเพิ่มพูนคุณธรรมให้กับตัวลูก ทั้งขันติบารมี วิริยบารมี ปัญญาบารมี สารพัดคุณธรรมที่เกิดขึ้นมากมายทีเดียว
ทุกครั้งที่เราพูด ทุกย่างก้าวที่เราก้าวเท้าไป บุญก็เติมตลอดเลย มาจากแหล่งกำเนิดแห่งบุญ แหล่งกำเนิดแห่งความบริสุทธิ์ เติมให้ทุกย่างก้าว ทุกขณะจิตที่เราไปพูด ไปชักจูง ไปแนะนำ ผู้รู้จะสอดละเอียดเติมบุญ เติมบารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด เติมทั้งสมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผล นิพพาน เติมหมดเลย จึงเป็นทางมาแห่งบุญที่ลูกจะได้มาอย่างง่ายๆ
เพราะฉะนั้น ขอให้ลูกๆ ไปทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ไปตามผู้มีบุญที่มาเกิดร่วมยุคสมัยกับเราที่กระจัดกระจายไปทั่วโลก เพื่อให้เขามาอยู่ที่ศูนย์กลางแห่งบุญ และจะได้มีโอกาสมาให้ทาน แล้วก็ชวนเขารักษาศีล สอนให้เขาเจริญสมาธิภาวนา เราก็จะมีส่วนในบุญของเขาทุกคนนะลูกนะ