รวมโอวาทชิตัง เม วันลอยกระทง
รวมโอวาทชิตัง เม วันลอยกระทง
661127_ทบทวนโอวาทวันลอยกระทง (โอวาทชิตังเม)
วันนี้ วันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นวันลอยกระทง ซึ่งการลอยกระทงนั้นก็เป็นไปเพื่อให้เกิดกุศลธรรมขึ้นมาในใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ เป็นการลอยบาปออกจากใจ ไม่ว่าจะเป็นโลภะ โทสะ หรือโมหะ ที่มีอยู่ในใจของเรานั้นเอาออกไปให้หมด หรือเอาออกไปให้มาก เพื่อให้คงเหลือไว้แต่สิ่งที่ดีๆ และให้มีแต่ความรัก สามัคคี มีมโนปณิธานเป้าหมายและอุดมการณ์ร่วมกัน
เพราะฉะนั้น คืนนี้จึงเป็นคืนที่สำคัญ เราจึงไม่ควรที่จะปล่อยให้ราตรีที่งดงามนี้ผ่านไป โดยที่เราไม่ได้เจริญสมาธิภาวนา เพราะในเมื่อท้องฟ้าก็ยังสว่างไสวด้วยแสงจันทร์ ในท้องเราก็ต้องสว่างไสวด้วยแสงธรรมจนกระทั่งใจหยุดนิ่งเข้าไปถึงพระธรรมกายภายในที่มีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคน
ถ้าเราสว่าง โลกก็จะสว่างด้วย และเมื่อเราได้เข้าถึงแล้วคำแนะนำของเราก็จะมีพลังและเกิดประโยชน์อันสูงสุดต่อมวลมนุษยชาติซึ่งการปฏิบัติธรรมนั้นถือเป็นฐานรองรับของทุกสิ่งด้วยหัวใจที่สูงส่งทีเดียว เพราะเมื่อฐานของใจมันใสแล้ว เราจะคิดจะพูดจะทำอะไรอารมณ์มันก็จะสดใส เบิกบาน และมีกำลังใจในการสร้างความดี
เพราะฉะนั้น การปฏิบัติธรรมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่สำคัญให้ลูกๆ ตามตรึกระลึกนึกถึงบุญทุกๆ บุญที่เราทำผ่านมาด้วยใจที่ผ่องใส และในเมื่อท้องฟ้ายังสว่างด้วยแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ในกลางท้องของเราก็ต้องสว่างด้วยแสงแห่งดวงบุญซึ่งดวงบุญที่สว่างไสวนี่แหละจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา
ทบทวนโอวาท ปี 48 (รวมหลายวัน)
--------------------------------------------------------------------------------------
681205_โอวาทชิตัง เม วันลอยกระทง
วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 (ค่ำ)
วันนี้วันลอยกระทง นอกจากจะเป็นวันพระแล้ว ยังเป็นวันสิ้นสุดของกฐินมหาทาน หลังจากออกพรรษามาได้ ๑ เดือน นับตั้งแต่แรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ วันนี้วันสิ้นสุดของกฐินแล้ว
เห็นไหมว่าบุญกฐินสร้างยาก ปีหนึ่งมีครั้งเดียว และอยู่ในช่วงเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง มันจำกัดด้วยเวลา ลูกๆ ยังปลื้มกันอยู่ไหม หลวงพ่อนึกทีไร ก็มีความปีติ เบิกบานใจมากๆ เลย
นอกจากนี้ก็เป็นวันลอยกระทง พอนึกถึงวันนี้ทีไรก็นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ คือ
๑. ได้พบพ่อทัตตชีโวครั้งแรกในวันลอยกระทง เมื่อปี ๒๕๐๙ โรแมนติคทีเดียว
๒. ได้ลอยกระทง ๒ คนกับคุณยาย ตอนที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ คุณยายท่านบอก “หลวงพ่อเดี๋ยวมาลอยกับยาย ชาติต่อไปจะได้ไปปราบมารด้วยกัน” ท่านชวนอย่างนี้ทุกปีเลย เพราะฉะนั้นพอวันเพ็ญเดือน ๑๒ ทีไร หลวงพ่อจะนึกถึงคุณยายจันทร์
๓. นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่จันทสโร ภิกขุ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
ถ้าเป็นสมัยก่อน วันนี้เป็นวันสิ้นสุดของฤดูฝน เพราะฉะนั้นท้องฟ้าจะปราศจากหมู่เมฆ จะกระจ่างด้วยแสงจันทร์วันเพ็ญ แล้วน้ำจะนองเต็มตลิ่ง น้ำนองตลิ่งนี่มันสวยนะ น้ำเพียงดิน คือดินกับน้ำมันเสมอกัน เราจะได้เห็นพระจันทร์ที่กระจ่าง ๒ ดวง ดวงหนึ่งอยู่บนท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆฝน มันสิ้นฤดูฝนแล้ว แล้วในท้องน้ำกระจ่างด้วยจันทร์อีกดวงหนึ่ง
หลวงพ่อว่าจะลอยกระทง ต้องทำให้จิตเป็นกุศล คือจะต้องเอาใจไปผูกไว้กับพระรัตนตรัยกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คือถ้าเราลอยกระทงเพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญใหญ่ก็เกิดขึ้นเลย
หลวงพ่อชอบเพลงลอยกระทงมีอยู่ท่อนหนึ่ง ได้ฟังทุกปีตอนลอยกระทงกับยาย แต่ชอบประโยคเดียวที่ว่า บุญจะส่งให้เราสุขใจ เพราะเราบุญนิยมอยู่แล้ว รักเรื่องการสร้างบุญ ปู่ย่าตายายของเรายังผูกเอาไว้กับบุญนะ เราก็ควรเอาใจมาผูกไว้กับพระรัตนตรัยด้วยเช่นกัน
คืนนี้ จะไปลอยกระทงแล้วก็จะเอาลูกทุกคนทั้งในที่อยู่ในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝัน ที่อยู่ที่บ้าน อยู่ที่ต่างประเทศ หรืออยู่ที่ไหนๆ จะนึกหอบทุกคนไว้ในกลางกระทงธรรม แล้วก็ทับทวีพรึ่บๆ แล้วลอยบาปออกจากใจ น้อมกระทงธรรมไปสักการะบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นคืนนี้ ลูกๆ ต้องนั่งธรรมะให้ดีนะ
จะไปกราบพระเดชพระคุณหลวงปู่ ให้ท่านคุมธรรมะให้ลูกทุกคน ให้ธรรมะภายในสว่างเหมือนจันทร์วันเพ็ญ หรือยิ่งกว่านั้น แล้วก็ให้ความปรารถนาของลูกทุกคนเต็มบริบูรณ์เหมือนดวงจันทร์วันเพ็ญ คืนนี้ดวงจันทร์ไม่มีเว้า ไม่มีแหว่งเลย ให้ความปรารถนาของลูกๆ ทั่วโลก ทั้งภายในและต่างประเทศ สมหวังดังใจบริบูรณ์ ให้ได้บุญทุกคนเลยนะ