ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

บุคคลสำคัญของธาตุธรรม

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

บุคคลสำคัญของธาตุธรรม วันนี้ เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลก เพราะเป็นวันครบรอบ ๑๔๐ ปี ของการบังเกิดขึ้นด้วยรูปกายเนื้อ ของพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ผู้นำแสงสว่างมาให้กับโลก พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านเป็นปูชนียบุคคลที่หาได้ยาก ท่านมีพระคุณอย่างจะนับจะประมาณมิได้ มีความสำคัญต่อชาวโลกและต่อพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ถ้าปราศจากการสละชีวิตของท่านแล้ว เราจะไม่มีวันรู้จักคำว่า “ธรรมกาย” เลย คำว่า “ธรรมกาย” ก็จะมีปรากฏเพียงในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเท่านั้น เราจะไม่รู้จักว่าเป็นอย่างไร มีความสำคัญแค่ไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด เราจะไม่มีวันได้รู้จักเลย ถ้าท่านไม่นำเรื่องราวของธรรมกายมาเปิดเผย ยิ่งถ้าเราได้ศึกษาวิชชาธรรมกายให้ลึกซึ้ง เราจะยิ่งซาบซึ้งในพระคุณของท่านมากกว่าที่เคยได้ยินได้ฟังมา เพราะท่านมีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ ไปให้หมดทุกๆ ภพทีเดียว ใจท่านมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมอยู่ตลอดเวลา ยังไม่เคยมีใครคิดอย่างนี้เลย นี่เป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็บังเกิดขึ้นแล้ว ด้วยมหากรุณาที่ไม่มีประมาณของท่าน ที่มีต่อมวลมนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล เมื่อหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านได้บรรลุธรรม ได้เห็นแผนผังชีวิตของท่านและของสรรพสัตว์ทั้งหลายแล้ว ท่านก็มองเห็นว่า ที่ต่างต้องมีทุกข์กันอยู่นั้น เป็นผลมาจากเหตุข้างใน ซึ่งมีแหล่งกำเนิดที่ผลิตความทุกข์ทรมานครอบคลุมสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตลอดทั้งมนุษย์ ทิพย์ ธรรม ครอบคลุมอากาศโลก ขันธโลก สัตวโลกทั้งหมดเลย และท่านยังค้นพบต่อไปว่า มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะให้พ้นจากทุกข์ทั้งมวลได้ คือ ต้องไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม จะต้องไปขจัดต้นเหตุของความทุกข์ทรมาน แล้วตัวท่านเองก็ทำอย่างนั้นมาตลอดชีวิตของท่าน ท่านได้เคยแสดงธรรมไว้ตอนหนึ่ง ราวปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ ว่า “ผู้เทศน์เอง ได้ค้นคว้าหาเหตุผลเหล่านี้หนักหนา แต่ว่ายังไปไม่ถึงที่สุด ถ้าไปสุดเวลาใดล่ะก็ วิชชาของผู้เทศน์นี้สำเร็จเวลานั้น เวลานี้กำลังไปอยู่ทั้งวันทั้งคืน วินาทีเดียวไม่ได้หยุดยั้งเลย ตั้งใจจะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ให้สุดวิราคธาตุ วิราคธรรม แต่มันยังไม่สุด ถ้าว่าสุดแล้วล่ะก็ รู้กันหมดทั้งสากลโลก ไม่ต้องสงสัยล่ะ รบราฆ่าฟันเลิกกันหมด มนุษย์อยู่ร่มเย็นเป็นสุขหมด ไม่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ มีผู้เลี้ยงเสร็จ เป็นสุขเหมือนอย่างกับพระ เหมือนอย่างกับเทวดา เหมือนกับพระนิพพาน” ท่านทำงานที่แท้จริงอย่างนี้มาตลอดจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของท่าน และท่านก็ไม่ใช่เพิ่งมาทำเพียงชาตินี้ ชาติที่ผ่านๆ มาท่านก็ทำ ทำมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ตราบใดที่ภารกิจยังไม่หมดสิ้น ท่านก็ยังมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์กันต่อไป จะอีกกี่ภพกี่ชาติก็ตามจะต้องไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมให้ได้ บุคคลสำคัญเช่นท่านนี้ จึงเป็นบุคคลพิเศษที่หาได้ยากในโลก หาได้ยากในธาตุธรรม นับว่าเป็นบุญวาสนาของพวกเรา ที่ได้มาเกิดในร่มเงาบารมีของท่าน จึงได้มีโอกาสศึกษาธรรมะ เรียนรู้วิชชาธรรมกาย ที่ได้รับการสืบทอดมาจากท่าน ทำให้เราและชาวโลกมีหลักในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง มีเป้าหมายของชีวิตที่ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ความสำคัญของท่าน ไม่ใช่แค่เป็นเพียงบุคคลสำคัญของโลกเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเพียงบุคคลสำคัญของจักรวาล แต่เป็นบุคคลสำคัญของธาตุธรรม พระคุณของท่านจึงมีมากมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสรรหาคำใดๆ มาพรรณนา ยากที่เราจะทดแทนพระคุณของท่านได้หมด เราในฐานะศิษยานุศิษย์ ก็จะทำอย่างเต็มที่เต็มกำลังสติปัญญาความสามารถของเรา คือ ทำทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา ทำตามคำสั่งสอนของท่าน ท่านรักในการปฏิบัติธรรม เอาจริงเอาจังไปสู่ที่สุดแห่งธรรม เราก็ต้องมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมด้วย อย่าให้อะไรมาเป็นอุปสรรคในการทำใจหยุดนิ่งที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางได้ ถ้าทำได้อย่างนี้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นการบูชาธรรมท่าน บูชาพระคุณของท่าน วันพุธที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ (๐๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.)