ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

281200G-อยู่กลดหมดทุกข์-รายการห้องรับแขก

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

อยู่กลด หมดทุกข์ พบสุขแท้จริง เรียบเรียงการสัมภาษณ์หลวงพ่อธัมมชโย พ.ศ. ๒๕๒๘ ความทุกข์ทางโลก ก็อย่างเช่น ที่เราใช้คำว่า ความเซ็ง ความเครียด ความเบื่อ ความกลุ้ม คนธรรมดามักเห็นความทุกข์ เป็นความสุข แม้ว่าจะประเดี๋ยวเดียว ความสุขที่ชาวโลกเห็นว่า สุขนั้น อันที่จริงก็คือความทุกข์ที่ลดลงนั้นเอง หรือบางทีเราเรียกว่า ความเพลิน เช่น เล่นอะไรเพลินๆ ให้หมดกันไปวันๆ ดื่มเหล้า เล่นการพนัน หรือเที่ยวเตร่ไปตามสถานที่ต่างๆ เรียกว่า ความเพลินมากกว่า ยังไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ความสุขที่แท้จริง ต้องมีความสุขที่สดชื่น มีความเบิกบาน ไร้กังวล จิตเป็นอิสระที่จะเสวยสุขอันนั้น มีความโปร่ง ความเบา มีชีวิตชีวา คนเล่นการพนันแล้วได้มา ที่เขาเห็นเป็นความสุขนั้น จริงๆ แล้วเป็นความสุขที่ไม่เสรี คือ ถูกครอบงำด้วยความหายนะ ความสุขที่แท้จริง จะต้องไม่ถูกครอบงำด้วยความหายนะ ความมัวเมา หรือได้มาด้วยการทำความชั่ว ความสุขที่เสรี คือ ความสุขที่ใจมีอิสระเสรีที่จะเสวยความสุขอันนั้น เป็นจิตที่หลุดพ้น จากสิ่งที่ครอบงำใจ คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง วิธีที่จะเข้าถึงความสุขที่เสรี มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ การปฏิบัติธรรม ซึ่งเราสามารถฝึกฝนได้ ประการที่หนึ่ง จิตถูกครอบงำด้วยความโลภ เป็นเหตุให้จิตหิวอยู่ตลอดเวลา มันไม่รู้จักพอ คล้ายๆ กับแก้วก้นรั่ว เราจะใส่น้ำไปแค่ไหนก็ตาม มันก็รั่วออกหมด ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ได้มานั้นก็ไม่ใช่น้อย แต่ความโลภทำให้มองเห็นว่าน้อย เพราะฉะนั้น จิตที่ถูกความโลภครอบงำ จึงเป็นจิตที่อาภัพ เสวยสุขได้ไม่เต็มที่ ประการที่สอง จิตอาภัพเพราะถูกความโกรธครอบงำ ความโกรธ ทำให้จิตร้อนรน ทุรนทุรายอยู่ตลอดเวลา เสวยสุขได้ไม่เต็มที่ ตื่นเช้ามา ถ้าหากถูกความโกรธเข้าครอบงำ เจอใครก็ขวางหูขวางตาไปหมด แม้แต่ภรรยาและลูกที่น่ารัก ก็ยังดูแล้วไม่สบายตา ไม่สบายใจ ลูกหรือภรรยาจะพูดยิ้มแย้มแจ่มใสแค่ไหนก็ตาม เขาก็มีความรู้สึกว่า เขาพูดยั่ว พูดเยาะ อะไรอย่างนั้นไป เพราะฉะนั้นจึงเป็นจิตที่อาภัพ ประการที่สาม จิตถูกโมหะเข้าครอบงำ โมหะ คือ ความมืด เมื่อเข้าไปครอบงำจิตใจแล้ว จะทำให้จิตอาภัพ คือ เหตุผลที่ใครๆ ในโลกเห็นว่า ดี แต่จิตที่ถูกโมหะเข้าครอบงำ จะเห็นว่าไม่ดี กลับกันไปหมด เห็นถูกเป็นผิด เห็นผิดเป็นถูก เพราะฉะนั้น วิธีที่เราจะทำให้จิตเสวยสุขได้เต็มที่ หรือเข้าถึงความสุขเสรี เราจะต้องปลดเปลื้องจิต ให้หลุดพ้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง จะละโลภ โกรธ หลง ได้ ก็ต้องอาศัยการปฏิบัติธรรมเท่านั้น อย่างอื่นทำไม่ได้เลย ละโลภ ด้วยการให้ทาน ละโกรธ ด้วยการรักษาศีล ละหลง ด้วยการเจริญภาวนา สามอย่างนี้เท่านั้น จึงจะเปลื้องจิตให้หลุดพ้นจากจิตอาภัพ เช่นนั้นได้ และมีวิธีเฉียบพลันที่เร็วที่สุด ก็คือ การอยู่กลด หรือการอยู่ธุดงค์ เพื่อที่จะขจัดสิ่งทั้งสามอย่างนี้ให้บรรเทาเบาบางไป เราไม่ถึงกับหวังว่า ให้มันหมดไป แค่ให้บรรเทาเบาบาง จิตจะได้มีเสรีในการเสวยความสุข เพราะว่าความสุขนี้เป็นรากฐาน หรือพื้นฐานในการทำกิจกรรมทั้งมวลในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา พ่อบ้าน แม่บ้าน หรือนักธุรกิจ จะต้องมีความสุขเป็นพื้นฐาน ถ้าเป็นนักเรียนพื้นฐานเขามีความสุข ก็จะทำให้การเล่าเรียนนั้นดี ถ้าหากนักธุรกิจ มีพื้นฐานของใจที่มีความสุข เสวยความสุขได้เต็มที่ ก็จะทำให้ความคิดอ่านแจ่มใส มองปัญหาทะลุปรุโปร่ง ถ้าเป็นพ่อบ้าน แม่บ้าน หากมีรากฐานแห่งความสุขแล้ว ก็จะทำให้บ้านนั้นมีความสุข อยู่กลด อยู่ธุดงค์ ไม่จำกัดเฉพาะพระภิกษุ บางคนเข้าใจว่า การอยู่กลด อยู่ธุดงค์ เป็นเรื่องของพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น ความจริงแล้วการอยู่กลดไม่ใช่ของใหม่อะไรเลย เป็นความเข้าใจผิดของคนในสมัยนี้ เนื่องจากว่าได้ปล่อยปะละเลยกันไป สมัยก่อนโน้น พอถึงเทศกาลที่สำคัญๆ อย่างเช่น งามมาฆะบูชา ที่พระพุทธบาท จ.สระบุรี จะอยู่ธุดงค์กัน ๑ เดือน เพื่อปฏิบัติธรรม แต่มาในระยะหลังนี้ เราได้ห่างเหินละเลยกันไป เหลือเพียงแต่ภาพพระภิกษุธุดงค์ไปปักกลดกัน เพราะฉะนั้นสมัยนี้พอพูดถึงธุดงค์แล้ว คนจึงมักเข้าใจว่า เป็นกิจกรรมของสงฆ์อย่างเดียวแล้ว ที่จะต้องแบกกลดเดินป่า ข้ามเขา ข้ามห้วยกันเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ทั้งพระ ทั้งฆราวาส ทั้งชาย ทั้งหญิง ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องแบกกลดเดินธุดงค์ไปในที่กันดาร หรือทั่วๆ ไป กลด..สัญลักษณ์ของสันติสุข กลดนั้น ทุกคนควรมีไว้ประจำบ้าน เพราะกลด คือ สัญลักษณ์ของสันติสุข สัญลักษณ์ของผู้มีปัญญาอันเลิศ ถ้าหากกลดอยู่ในบ้านของใคร บ้านนั้นต้องอยู่เย็นเป็นสุข ถ้าหากทุกๆ ครอบครัวมีกลดอยู่ บ้านเมืองก็จะอยู่เย็นเป็นสุข วัตถุสิ่งของทุกอย่าง มันมีวิญญาณอยู่ อย่างเช่น เราส่งปืนให้ใคร ก็จะมีวิญญาณนักฆ่า คือ เมื่อถือปืนแล้ว มันอดที่อยากจะยิงไม่ได้ หรือส่งหนังสะติ๊กให้เด็ก เดี๋ยวเด็กก็จะคว้าก้อนหินมายิงนกยิงหนูไป หรือส่งรถให้เด็กวัยรุ่นขับ เด็กเห็นก็จะมีวิญญาณของนักซิ่ง กลดก็เช่นเดียวกัน มันมีวิญญาณของนักปฏิบัติธรรมสิงสถิตอยู่ในนั้น ถ้าหากว่า ทุกคนมีกลดอยู่ประจำบ้านแล้ว ก็จะคิดถึงการปฏิบัติธรรม จิตใจก็จะจดจ่ออยู่กับเรื่องการปฏิบัติธรรมตลอดเวลา ลองคิดว่า ถ้าหากทุกๆ คน หรือทุกๆ ครอบครัว มีจิตใจจดจ่ออยู่กับการปฏิบัติธรรม บ้านเมืองของเราจะเป็นอย่างไรก็จะมีความสุข กลดนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของสันติสุขภายในบ้านของตนเอง หรือประเทศชาติแล้ว กลดยังเป็นสื่อสัมพันธ์อย่างดี ที่จะนำไปสู่การสนทนาและการประพฤติปฏิบัติธรรม สมมติว่าเราถือกลดออกมาจากบ้าน ก็อาจจะมีหมู่ญาติถามว่าอะไร ถือมาทำไม ก็จะเป็นจังหวะดีที่เราได้ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให้เขา จะได้แนะนำว่า กลดนี้เอาไว้สำหรับปฏิบัติธรรม ยกจิตใจของเราให้สูงส่งขึ้น นำไปสู่การเข้าถึงความสุข ที่จีรังยั่งยืน ที่แท้จริงได้ เพราะฉะนั้นการสนทนาก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง กลดจึงเป็นสื่อสัมพันธ์ นำไปสู่การประพฤติปฏิบัติธรรมได้ นอกจากนี้ ภาพของกลดที่เราถือมาจากบ้าน มาสู่ธุดงค์สถาน ยังสร้างภาพพจน์ที่ดีภาพพจน์ในโลกปัจจุบันนี้มี ๒ ประการ คือ ประการหนึ่ง ยกระดับใจให้ตกต่ำ อีกประการหนึ่งยกระดับใจให้สูงขึ้น ภาพกลดนั้นทุก ๆ คนเห็นแล้ว จะทำให้จิตใจสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ฝึกคุณธรรมเพิ่มจากการอยู่กลด การอยู่กลด นอกจากจะได้ประโยชน์ในการฝึกจิตใจแล้ว ยังทำให้เราได้คุณธรรมเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง คือ ได้ความอดทน เพราะการอยู่กลดนั้นไม่สบายเหมือนกับอยู่ที่บ้าน มันมีแต่ความสะดวกต่อการประพฤติปฏิบัติธรรมเท่านั้น เรามีเนื้อที่เพียงเล็กน้อยแค่พอเราอยู่ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องอดต้องทนอยู่ในกลดนี้ ได้วิริยะ หรือความเพียรเกิดขึ้น ในระหว่างที่เราอยู่กลดนั้น เราจะสำรวมระวังไม่ให้บาปอกุศลเกิดขึ้นในใจ หรือถ้าเกิด เราก็จะพยายามขจัดให้มันหมดไป กุศลอันใดที่ยังไม่เกิดขึ้นเราจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้ว เราก็จะพยายามทำให้มันเจริญขึ้นไป ได้รู้จักคำว่า “พอดี” ความพอ พอเข้ามาอยู่ในกลดแล้ว เราจะมีความรู้สึกว่า สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตจริงๆ มีเพียงแค่นี้เท่านั้นเอง นอกจากนี้แล้วเป็นส่วนเกิน ชาวโลกที่วุ่นวายอยู่ในปัจจุบัน มีความทุกข์ ก็เพราะว่ามีสิ่งที่เกินความจำเป็นทั้งนั้น เมื่อเรามาอยู่กลดนั้น เราจะเริ่มมองเห็นว่า อะไรคือความจำเป็น อะไรคือสิ่งที่เกินจำเป็น จะทำให้เรามีความสามารถที่จะจัดสรรชีวิตของเราได้ลงตัวยิ่งขึ้น สมบูรณ์ขึ้น การอยู่กลดจึงเท่ากับเป็นการพิจารณาถึงความพอดีของปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นต่อชีวิต การมาอยู่กลด มิใช่เป็นการตัดทางโลก หรือเป็นการหันหลังให้กับโลก หรือทิ้งโลก แต่เป็นการทำให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น อย่างที่ได้กล่าวแล้วว่า ความสุขเป็นพื้นฐานของการทำกิจกรรมทั้งมวลในโลกนี้ ฆราวาสสามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งครอบครัว ทิ้งบ้าน ทิ้งช่องออกมาบวช เราสามารถฝึกฝนอบรมใจได้เพราะสุขทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ ถ้าเราสามารถฝึกใจของเราให้เข้าไปถึงกระแสธรรมกายใน ปลดเปลื้องจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้มันบรรเทาเบาบางลงไป เราก็จะสามารถลิ้มรสความสุขที่เสรีนี้ได้ในชีวิตนี้ การอยู่กลด เป็นการคลายความกังวล มาสู่ความไม่สุข ไม่ทุกข์ แล้วก็เปลี่ยนแปลงความไม่สุข ไม่ทุกข์นั้น ก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริง ถึงได้มีคำขวัญว่า “อยู่กลด หมดทุกข์ พบสุขแท้จริง” บุญไหน บุญใด ไม่ยิ่งใหญ่เท่าบุญธุดงค์ ************************************************ ถอดเทปรายการห้องรับแขก สัมภาษณ์โดย กรรณิการ์ ธรรมเกสร ศาลาดุสิต วัดพระธรรมกาย พ.ศ. ๒๕๒๘